Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (2) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม 2.1

(2) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม 2.1

Published by agenda.ebook, 2020-11-03 09:23:10

Description: (2) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม 2.2 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 3-4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2563

Search

Read the Text Version

รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๒ 49 ส่วนที่ ๒ ผลงานเดน่ ยรติ ภิเษก เด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวิชราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ากษัตริย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเฉลิมพระปรมาภิไธย าธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จกั รี โดยตลอดปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ สถาบนั พระปกเกลา้ วามจงรักภักดผี ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ

50 ปาฐกถาพิเศษ โดย ศาสตราจารยก์ ติ ตคิ ุณ ดร.วษิ ณุ เครอื งา • การจดั ปาฐกถาพิเศษ “พระราชพิธีบร จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสถาบ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์กิตติค องคป์ าฐก เพอื่ ใหค้ วามรอู้ นั เกยี่ วเนอ่ื งกบั เป็นตน้ มา • โครงการหนว่ ยแพทยอ์ าสาเฉพาะทาง สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับ มูลนิธิธ สาธารณสขุ นกั ศกึ ษาหลกั สตู รธรรมาภ (ปธพ.๗) และภาคเี ครอื ขา่ ย จดั โครงการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกา ในระหว่างวันท่ี ๑๐ - ๑๒ พฤษภาคม เบญจมเทพอทุ ศิ จังหวดั เพชรบรุ ี

าม หน่วยแพทยอ์ าสาฯ รมราชาภเิ ษก ความรูท้ ่ีปวงชนชาวไทยควรทราบ” บันพระปกเกล้าและสมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า คุณ ดร.วิษณุ เครืองาม (รองนายกรัฐมนตรี) มาเป็น บพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกในรชั สมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ งรว่ มใจเฉลมิ พระเกยี รตฯิ ครงั้ ที่ ๗ จงั หวดั เพชรบรุ ี ธรรมาภิบาลทางการแพทย์ แพทยสภา กระทรวง ภบิ าลทางการแพทยส์ ำ� หรบั ผบู้ รหิ ารระดบั สงู รนุ่ ท่ี ๗ ร “หนว่ ยแพทยอ์ าสาเฉพาะทางรว่ มใจเฉลมิ พระเกยี รติ าสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒” ม ๒๕๖๒ ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้า และโรงเรียน

งานเสวนาในนทิ รรศการหมนุ เวยี น สัปดมร • เสวนา “พธิ ีพราหมณใ์ นงานพ พพิ ธิ ภณั ฑพ์ ระบาทสมเดจ็ พระป บรมราชาภเิ ษก” โดยจดั ขน้ึ เพอ่ื ป ซงึ่ ไดร้ บั เกยี รตจิ าก พระมหาราช ผู้ท่ีมีความรู้ความเช่ียวชาญใน อาทิ ขา้ ราชการ เจา้ หนา้ ทท่ี างด • การผลติ รายการโทรทัศน์ตอน ผา่ นรายการโทรทศั น์ “The Key ไ โดยมี The Key Man : ศาสตรา พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ ช่อง ๑๖

รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๒ 51 ราชา บรมราชาภเิ ษก รายการโทรทัศน์ The Key พระราชพธิ บี รมราชาภิเษก” ปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั จดั เสวนา “พธิ พี ราหมณใ์ นงานพระราชพธิ ี ประกอบนทิ รรศการหมนุ เวยี น “สปั ดมราชา บรมราชาภเิ ษก” ชครพู ธิ ศี รวี สิ ทุ ธคิ ณุ วบิ ลุ ยเ์ วทยบ์ รมหงส์ พรหมพงศ์ พฤฒาจารยิ ์ ด้านพิธีพราหมณ์ งานเสวนาในครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมงาน ดา้ นศลิ ปวฒั นธรรมตลอดจนประชาชนทว่ั ไปทใี่ หค้ วามสนใจ นพเิ ศษ ไขการเมอื ง... เรอื่ งใกลต้ วั ” ปี ๓ ตอน พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก าจารยพ์ เิ ศษธงทอง จนั ทรางศุ ประธานกรรมการพพิ ธิ ภณั ฑ์ าอยหู่ วั เปน็ แขกรบั เชญิ ออกอากาศ ทางสถานโี ทรทศั น์ TNN

52 รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ 1. รางวลั Museum Thailand Awards 2019 ประเภ ดา้ นการจดั แสดง จาก สถาบนั พพิ ธิ ภณั ฑก์ ารเรยี นรแู้ หง่ ช กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรร สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนอโศก กรงุ เทพ 2. รางวัล Museum Thailand Popular Vote 2 0 1 9 จ า ก ค ะ แ น น ค ว า ม นิ ย ม ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ผู้เข้าใช้บริการเว็บไซต์มิวเซียมไทยแลนด์ สถาบัน พพิ ธิ ภณั ฑก์ ารเรยี นรแู้ หง่ ชาติ พพิ ธิ ภณั ฑฯ์ เปน็ ๑ ใน ๑๐ พิพิธภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล Museum Thailand P o p u l a r Vo t e 2 0 1 9 จ า ก ค ะ แ น น ค ว า ม นิ ย ม ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ใ น ก า ร ล ง ค ะ แ น น จ า ก ป ร ะ ช า ช น ที่ ชื่นชอบพิพิธภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์มิวเซียมไทยแลนด์

ภทพิพธิ ภณั ฑด์ ้านสังคม ศลิ ปะ และวฒั นธรรม ดเี ดน่ ชาติ โดย นางสวุ รรณี คำ� มน่ั เลขานกุ ารรฐั มนตรวี า่ การ รม เปน็ ประธานในพธิ กี ารมอบรางวลั ณ หอ้ งประชมุ พฯ

ประวัติศาสตร์และภาพยนตร์ส่วนพระองค์ชุด ทรงถ่ายด้วยพระองค์เองระหว่างการเสด็จเลียบ 3. การประเมินผลคุณธรรมและความโปร่งใสใน ด�ำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity Transparency Assessment: ITA) สถาบนั เข โครงการการประเมินคุณธรรมและความโปร่ง การด�ำเนินงาน ของหน่วยงานภาครัฐ ประจ�ำปีง Assessment : ITA) เพื่อเป็นส่วนหน่ึงในการส ความโปร่งใส โดยส�ำนักงานคณะกรรมการป้อง การประเมิน เป็น ๓ ส่วน ได้แก่ การประเมินข การประเมินของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (E การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) ซึ่งอยู่ในระด การเข้ารับประเมินในปีแรก จากทั้ง ๓ ส่วน เท่า โดยดา้ นที่ได้รับคะแนนสงู สดุ ได้แก่ ด้านการเปิด

รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๒ 53 การขึ้นทะเบียนภาพยนตร์รัชกาลท่ี ๗ เรื่อง “ พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ป ก เ ก ล ้ า เ จ ้ า อ ยู ่ หั ว เสด็จฯ เลียบมณฑลฝ่ายเหนือ พ.ศ. ๒๔๖๙” ใหเ้ ปน็ มรดกภาพยนตรข์ องชาติ ประจำ� ปี ๒๕๖๒ โดย หอภาพยนตร์ (องคก์ ารมหาชน) ไดป้ ระกาศ ข้ึนทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ คร้ังที่ ๙ ป ร ะ จ� ำ ป ี ๒ ๕ ๖ ๒ ซึ่ ง พิ พิ ธ ภั ณ ฑ ์ ฯ ใ น ฐ า น ะ ผู ้ อ นุ รั ก ษ ์ ภ า พ ย น ต ร ์ ที่ ไ ด ้ รั บ ก า ร ข้ึ น ท ะ เ บี ย น ถื อ เ ป ็ น ภ า พ ย น ต ร ์ ท่ี มี ค ว า ม ส� ำ คั ญ ท า ง แรกที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ บมณฑลฝ่ายเหนือหลังเสด็จข้ึนครองราชย์ นการ and ขา้ รว่ ม งใสใน งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ (Integrity and Transparency ส่งเสริมให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างมีคุณธรรมและ งกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่ออกแบบเคร่ืองมือ ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IIT) อยู่ในระดับดี (Good) EIT) อยู่ในระดับดีมาก (Very Good) และการประเมินจาก ดับยอดเยี่ยม (Excellence) ซ่ึงสถาบันได้รับผลคะแนนจาก ากับ ๙๐.๓๓ คะแนน ระดับผลการประเมิน อยู่ในระดับ A ดเผยขอ้ มลู และดา้ นการป้องกนั การทุจริต

54 ดังนั้น จึงเป็นการยืนยันได้ว่าสถาบันได้ปฏิบัติงาน ธรรมาภิบาล ที่ผู้บริหารฯ พนักงาน และเจ้าหน้าท่ีของส ตลอดระยะเวลากว่า ๒๐ ปี ผลงานวิจัย สู่การประยุกต์ใช้ใ เพ่ื อเสริมสร้างความซื่อตรงใน การมกี ารเมอื งทมี่ คี วามซอ่ื ตรงถอื วา่ เปน็ ประเดน็ สำ� พระปกเกล้า โดยส�ำนักวิจัยและพัฒนา ตระหนักถึงความ เร่ือง “การศึกษาเพ่ือเสริมสร้างความซื่อตรงในสังคมไทย” มาจดั ทำ� เปน็ หนงั สอื เลม่ เลก็ ในชอ่ื เรอื่ ง มารจู้ กั กบั คำ� วา่ “ควา ระดมความคิดเห็นและการจัดท�ำแผนเป็นหลักสูตรระยะส สถาบันการศึกษาท่ีสนใจเข้ามาร่วมเป็นเครือข่าย ตลอดจนเ การพฒั นาและน�ำไปประยกุ ต์ใชใ้ นรปู แบบของการขบั เคลอ่ื น โครงการนใ้ี ชก้ ารถา่ ยทอดความรผู้ า่ นการใหค้ วามร ดว้ ยเทคนิคการมสี ่วนร่วมทหี่ ลากหลาย เช่น บตั รความคิด แ ไปรณรงค์ภายในโรงเรียนเป็นเวลาประมาณ ๓ เดือน จากน ให้เพื่อนๆ และคณะกรรมการได้ฟัง และถอดบทเรียนการ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ มกี ารขบั เคล่ือนโรงเรยี นแหง่ คว 1. โรงเรียนบ้านสารจิตร จังหวัดสุโขทัย มีนักเร แบ่งเปน็ ๖ กลมุ่ ประกอบดว้ ย กจิ กรรมเดก็ ดีไ กจิ กรรมชดิ ขวาหนา้ ตรง กจิ กรรมเขา้ เรยี นตรงเ และ กจิ กรรม ส.จ.รักษ์ส่ิงแวดลอ้ ม 2. โรงเรียนโคกกระท้อนกิตติวุฒิวิทยา จังหวัดสร เข้าร่วมจ�ำนวน ๕๐ คน แบ่งการด�ำเนินกิจก ตรงเวลานา่ ชน่ื ชม กจิ กรรมเพอ่ื นชว่ ยเพอ่ื นตวิ เ

น โดยยึดม่ันด้านคุณธรรมและความโปร่งใส ตามหลัก สถาบัน ร่วมกันธ�ำรงรักษาไว้ได้เป็นอย่างดียิ่งเสมอมา ในสถาบันการศึกษา นเยาวชน ำคญั ของการเสรมิ สรา้ งธรรมาภบิ าลในสงั คมไทย สถาบนั มส�ำคัญของความซื่อตรงจึงได้ริเริ่มด�ำเนินโครงการวิจัย ขึ้นในปี ๒๕๕๔ จากน้ันจึงได้น�ำผลงานวิจัยและตัวชี้วัด ามซอื่ ตรง” กนั เถอะ และนำ� มาปรบั ใชร้ ว่ มกบั กระบวนการ ส้ันเพื่อให้เกิดกิจกรรมรณรงค์เสริมสร้างความซื่อตรงใน เผยแพร่ไปยังเครือข่ายและผู้สนใจอื่นๆ งานวิจัยจึงได้รับ นภายใต้ช่ือโครงการเสริมสรา้ งเครอื ข่ายความซือ่ ตรง รพู้ นื้ ฐาน มกี ารทำ� กจิ กรรมรว่ มกนั การระดมความคดิ เหน็ และนำ� ขอ้ มลู เหล่านน้ั มาใชใ้ นการจดั ทำ� แผนงาน แลว้ น�ำ นั้นจึงสรุปผลการท�ำกิจกรรม พร้อมทั้งน�ำผลงานมาเสนอ รท�ำกิจกรรมร่วมกันอีกครั้งเมื่อส้ินสุดโครงการ ส�ำหรับ วามซื่อตรงรว่ มกับสถาบันการศึกษา ๓ แห่ง คือ รียนระดับประถมศึกษาปีที่ ๕ เข้าร่วมจ�ำนวน ๕๗ คน ไมเ่ ลีย้ งแกะ กจิ กรรมสารจิตรร่วมใจสรา้ งวินยั การท้ิงขยะ เวลาเพอื่ พฒั นาตนเอง กจิ กรรมเดก็ ไทยหา่ งไกลอบายมขุ ระบุรี มีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑, ๒, ๔ และ ๕ กรรมเป็น ๑๐ กลุ่มย่อย ประกอบด้วย กิจกรรมส่งงาน เตอรม์ อื โปร กจิ กรรมเพอ่ื นซอื่ ตรง สรา้ งสามคั คี เขตพน้ื ท่ี

รับผิดชอบความสะอาด กิจกรรมเปลี่ย กจิ กรรมมวี นิ ยั ใสใ่ จลงถงั กจิ กรรมแคย่ าว ในตนเองด้านการแตง่ กาย และกิจกรรม 3. โรงเรียนเกษมพิทยา กรุงเทพมหานคร จ�ำนวน ๖๐ คน แบ่งการท�ำกิจกรรมอ by Together กิจกรรม Nothing Imp เกษมศรัทธาคุณธรรมจริยธรรม กิจกร ตรงต่อเวลา ผลของโครงการน้ี คือ ตัวแบบของการนำ� แน ปฏิบัติได้เอง ตลอดจนจิตส�ำนึกเร่ืองความซื่อตรงในห ประชาธปิ ไตยและเปน็ การฝกึ นำ� แนวคดิ ประชาธปิ ไตยแ คืออะไร แต่เยาวชนจะเข้าใจด้วยตนเองผา่ นการร่วมก การเสริมสร้างความเป็นพ สถาบันพระปกเกล้า ได้ยกระดับการพัฒ (Concerned Citizen) สพู่ ลเมืองท่กี ระตอื รอื รน้ โดย เครอื ข่ายตา่ งๆ ของสถาบันพระปกเกล้า ๑. โครงการ New Voters เป็นโครงการ อบรมให้เหมาะสมกับผู้มีสิทธิเลือกต้ังครั้งแรก โดยเ ในฐานะพลเมืองตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดย คุณภาพในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ โครงการ New และเจตคติที่ดตี อ่ การเลือกตัง้ โดยจัดขึ้นใน ๔๘ จังห ซ่ึงหลังจากการอบรม พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกต้ังคร้ังแร มีทักษะในการคิด วิเคราะห์อย่างมีคุณภาพ นอกจา ไปขยายผลอีกเปน็ จำ� นวนมาก อาทิ มหาวิทยาลัยอุบ และมหาวทิ ยาลัยนเรศวร เปน็ ตน้

รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๒ 55 ยนพฤติกรรมด้านการเรียน กิจกรรมถูกระเบียบแล้วสบาย วกห็ ลอ่ แลว้ กจิ กรรมนทิ านเตอื นใจ กจิ กรรมสรา้ งระเบยี บวนิ ยั มสร้างเด็กใหม่ มีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ และ ๒ เข้าร่วมกิจกรรม ออกเป็น ๖ กลุ่มย่อย ประกอบด้วย กิจกรรม Tomorrow possible กิจกรรมเกษมพอเพียงคงความซ่ือตรง กิจกรรม รรมเยาวชนช่วยกันน�ำประเทศสู่ความซ่ือตรง และกิจกรรม นวคิดไปสกู่ ารปฏบิ ัติจริง โครงการทีเ่ ยาวชนสามารถคิดและ หมู่เยาวชน เกิดส�ำนึกรับผิดชอบในฐานะพลเมืองในระบอบ แบบมสี ว่ นรว่ มมาสกู่ ารปฏบิ ตั ิ โดยไมต่ อ้ งสอนวา่ ประชาธปิ ไตย กจิ กรรมกับโครงการนี้ พลเมือง น า แ ล ะ ส ร ้ า ง ค ว า ม เ ป ็ น พ ล เ มื อ ง จ า ก พ ล เ มื อ ง ที่ ต ร ะ ห นั ก รู ้ ยเน้นใหม้ ีการลงมือทำ� (Active Citizen) ผ่านโครงการและ รดีเด่นในปี ๒๕๖๒ ซึ่งออกแบบเน้ือหาและกระบวนการ เน้น การสร้างความตระหนักรู้ในบทบาทหน้าท่ีของตัวเอง ยเฉพาะการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งภายใต้ระบบใหม่อย่างมี w Voters เร่ิมจากการให้ความรู้ ความเข้าใจ เสริมทักษะ หวัดทั่วประเทศ มีผผู้ า่ นการอบรมจำ� นวนกว่า ๕๐,๐๐๐ คน รกมีความรู้ความเข้าใจในระบบการเลือกต้ังแบบใหม่อย่างดี ากนี้ มหาวิทยาลัยและชุมชนหลายแห่งยังได้น�ำโครงการนี้ บลราชธานี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ

56 ๒. โครงการจบั ตาการเลอื กตง้ั ๒๕๖๒ (KPI Elect ควบคู่ไปกับโครงการ New Voters ซ่ึงสถาบันพระปกเก ๕๑ จงั หวดั ซง่ึ เปน็ เครอื ขา่ ยของสถาบนั พระปกเกลา้ ดำ� เนนิ ก จากประชาชนผมู้ ีสทิ ธิเลอื กตง้ั ใน ๗๗ จงั หวัดท่วั ประเทศ คร ท่ีเรียกว่า (Quick Survey) นั้น เป็นการรวบรวมและสะ การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้งยังสะท้อนข้อส การเลอื กตง้ั เพอ่ื พฒั นากระบวนการเลอื กตง้ั ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ของประชาชนจ�ำนวน ๕ ครั้ง ตลอดระยะเวลา ๓ เดือน ซ ระบบการเลือกตัง้ ให้มคี ุณภาพไดต้ อ่ ไป ๓ . ผ ล ก า ร ด� ำ เ นิ น ง า น ข อ ง ศู น ย ์ ก า ร เ มื อ ง ภ า ค พ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการท่ัวไปในช่วงต้นปี ๒๕ ส ถ า บั น พ ร ะ ป ก เ ก ล ้ า ท้ั ง ๕ ๑ จั ง ห วั ด ยั ง ไ ด ้ จั ด ท� ำ โ ค ร ค ว า ม ส� ำ เร็ จ อ่ื น ๆ ไ ม ่ ว ่ า จ ะ เ ป ็ น ก า ร ป ้ อ ง กั น ห รื อ ก า ร แ ในการพัฒนาและเสนอนโยบายสาธารณะท่ีเกิดจากความ การเปลีย่ นแปลงไปในทางทีด่ ีขึน้ กลา่ วได้ว่า ปี ๒๕๖๒ ศูนย เ ป ็ น เ ค รื อ ข ่ า ย ที่ ส� ำ คั ญ ใ น ก า ร พั ฒ น า แ ล ะ ส ร ้ า ง ค ว า ม เ ป ร ว ม ทั้ ง ส้ิ น ๖ ๗ โ ค ร ง ก า ร ตั้ ง แ ต ่ ก า ร ใ ห ้ ค ว า ม รู ้ ค ว า ม เข ทรงเป็นประมุข การจัดเวทีสาธารณะ การลงมือปฏิบัติจริงเ มีส่วนร่วมจากภาคพลเมือง จนเกิดเป็นแผนพัฒนาจังหวัดฉ จงั หวดั นครศรธี รรมราช จงั หวดั รอ้ ยเอด็ และจงั หวดั สพุ รรณบ ความส�ำคัญกับการจัดกิจกรรมเก่ียวกับทรัพยากรธรรมชา

tion’62 Watch) เปน็ อกี โครงการดเี ดน่ ทด่ี ำ� เนนิ การ กล้า ได้ร่วมกับศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง การเกบ็ ขอ้ มลู ชดุ ความรู้ ความเขา้ ใจ และเสยี งสะทอ้ น ร้งั ละ ๑,๕๔๐ ตวั อย่าง ทงั้ ก่อนและหลังการเลือกต้ัง ท้อนความคิดเห็นของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังต่อ สังเกต ปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดข้ึนจากระบบ พยง่ิ ขนึ้ ในอนาคต โดยดำ� เนนิ การสำ� รวจความคดิ เหน็ ซ่ึงมีผลการศึกษาที่น่าสนใจและสามารถน�ำไปพัฒนา พ ล เ มื อ ง ไม่เพียงความส�ำเร็จในช่วงการเลือกต้ัง ๕๖๒ ที่ผ่านมา ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ร ง ก า ร ต ่ า ง ๆ ใ น จั ง ห วั ด ข อ ง ต น เ อ ง ส ่ ง ผ ล ใ ห ้ เ กิ ด แ ก ้ ป ั ญ ห า ข อ ง ชุ ม ช น แ ล ะ ท่ี ส� ำ คั ญ ไ ด ้ มี ส ่ ว น ร ่ ว ม มต้องการของกลุ่มเป้าหมายและชุมชน ท�ำให้เกิด ย์พฒั นาการเมืองภาคพลเมอื ง สถาบนั พระปกเกลา้ ป ็ น พ ล เ มื อ ง ซ่ึ ง ไ ด ้ มี กิ จ ก ร ร ม ห ล า ก ห ล า ย รู ป แ บ บ ข ้ า ใ น ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย อั น มี พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย ์ เพ่ือแก้ปัญหา และการเสนอนโยบายสาธารณะแบบ ฉบับประชาชนเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนา บรุ ี นอกจากนี้ ศนู ยพ์ ฒั นาการเมอื งภาคพลเมอื ง ยงั ให้ าติและสิ่งแวดล้อมจนเกิดชุมชนท่องเท่ียวเชิงนิเวศน์

ตำ� บลมว่ งกลวง จงั หวดั ระนอง และตำ� บลบาโหย จงั ห ทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดเครือ ระยอง และเครือข่ายเฝ้าระวัง และฟื้นฟูทรัพยากร เกิดชุมชนต้นแบบการจัดการขยะ ๗ ชุมชน ในจังห ภาคพลเมอื ง จังหวัดเลยไดร้ ่วมกนั ผลกั ดนั การปฏิรปู เพ่ือให้เห็นภาพรวมผลการด�ำเนินงานขอ ท้งั ๕๑ จงั หวดั สามารถจดั กลุ่มการดำ� เนนิ งานและค ๑. ความสำ� เรจ็ ในการเสรมิ สรา้ งความรคู้ วา ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ ซ อุดรธานี บรุ รี ัมย์ สมุทรสงคราม และสตูล ๒. ความสำ� เรจ็ ในการสรา้ งธรรมาภบิ าล ก ในสังคม ซงึ่ จัดขนึ้ ในจังหวัดลำ� พนู กาฬสินธ์ุ เลย ตร ๓. ความส�ำเร็จในการเสนอนโยบายสาธา ลำ� ปาง ร้อยเอ็ด สกลนคร หนองคาย สพุ รรณบุรี ลพ ๔. ความส�ำเร็จในการจัดการทรัพยากรธ ในจังหวัดน่าน นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา อุท สุราษฎร์ธานี ๕. ความส�ำเร็จในการส่งเสริมสุขภาวะแล อบุ ลราชธานี สระแก้ว เพชรบรุ ี ระนอง และพทั ลงุ ๖. ความสำ� เรจ็ ในการสรา้ งความเขม้ แขง็ ข กำ� แพงเพชร แมฮ่ อ่ งสอน เชียงราย ศรสี ะเกษ นครพ ผลการดำ� เนินงานศนู ย์พัฒนาการเมอื สถาบันพระป

รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๒ 57 หวดั สงขลา เกดิ ศนู ยเ์ รยี นรปู้ า่ ตน้ นำ�้ และศนู ยเ์ รยี นรทู้ รพั ยากร อข่ายเยาวชนติดตามตรวจสอบคุณภาพอ่างเก็บน�้ำ จังหวัด รธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดน่าน และเพชรบุรี และ หวัดตราดในประเด็นของการศึกษา ศูนย์พัฒนาการเมือง ปการศึกษาเพอื่ สร้างความเปน็ พลเมือง จังหวัดเลย เป็นตน้ งศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า ความสำ� เร็จได้เป็น ๖ ด้าน ไดแ้ ก่ ามเขา้ ใจและการมสี ว่ นรว่ มของประชาชนใหม้ วี ถิ วี ฒั นธรรม ซงึ่ จดั ขนึ้ ในจงั หวดั เชยี งใหม่ พะเยา แพร่ พษิ ณโุ ลก ขอนแกน่ การตรวจสอบการใชอ้ ำ� นาจรฐั และการลดความเหลอ่ื มล�้ำ ราด และปัตตานี ารณะและกฎหมายโดยภาคประชาชน ซ่ึงเกิดขึ้นในจังหวัด พบุรี สิงห์บรุ ี กาญจนบุรี นครศรธี รรมราช และภเู กต็ ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมแบบมีส่วนร่วม ซ่ึงมีตัวอย่าง ทัยธานี ระยอง นครนายก สมุทรสาคร ชุมพร กระบี่ และ ละการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งด�ำเนินการในจังหวัดอุตรดิตถ์ ของชมุ ชนและเครอื ขา่ ยภาคพลเมอื ง ซง่ึ มตี วั อยา่ งในจงั หวดั พนม ชัยนาท ราชบรุ ี จันทบุรี ปทุมธานี และสงขลา องภาคพลเมอื ง ปกเกลา้ ๒๕๖๒

58 ผลงานเด่น จ�ำแนกตามยุทธศาสตร์ ยทุ ธศาสตร์ที่ ๑ การพั ฒนาองค์ความ เพ่ื อการพั ฒนาประชา ธรรมาภบิ าล และสันต

มรู้ าธปิ ไตย ติวธิ ี ใ น ป ี ๒ ๕ ๖ ๒ ส ถ า บั น ไ ด ้ ศึ ก ษ า วิ จั ย เ พื่ อ พั ฒ น า อ ง ค ์ ค ว า ม รู ้ ใ น ห ล า ย ด ้ า น ที่ ส� ำ คั ญ ไ ด ้ แ ก ่ ก า ร ศึ ก ษ า วิ จั ย เ ก่ี ย ว กั บ พ ฤ ติ ก ร ร ม ก า ร เ ลื อ ก ต้ั ง สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรในแตล่ ะพน้ื ท่ี ซง่ึ การเลอื กตงั้ ใ น ป ี ๒ ๕ ๖ ๒ นั บ เ ป ็ น เ ห ตุ ก า ร ณ ์ ที่ ส� ำ คั ญ ยิ่ ง ใ น ประวัติศาสตร์การเมืองไทย กล่าวคือ การเลือกต้ัง ใ น ค ร้ั ง น้ี เ ป ็ น ก า ร เ ลื อ ก ต้ั ง ค ร้ั ง แร ก ใ น ร อ บ ๘ ป ี

ซ่ึงประเทศไทยไม่ได้มีการเลือกต้ังม เวลายาวนานดงั กลา่ วไดเ้ กดิ การเปลยี่ การเมอื ง อกี ทง้ั มกี ารบงั คบั ใชร้ ฐั ธรรม ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนยุทธศาสตร์ชา กตกิ าทสี่ ง่ ผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงอย ของประชาชนผมู้ ีสิทธิเลอื กต้ัง ตลอ นอกจากนไ้ี ดม้ กี ารศกึ ษาใน การจัดบริการสาธารณะ เพื่อลดค ตลอดจนการบริหารท้องถ่ิน และ เปรยี บเทยี บกบั ประเทศต่างๆ ตลอด การศกึ ษาวจิ ยั ของสถาบนั น อันเป็นการเผยแพร่ผลงานวิชาการ ในเวทีวิชาการระดับชาติและระดับ และส่งเสริมพลเมืองท่ีกระตือรือร้น ภาคพลเมืองให้ความส�ำคัญกับพฤต และการพฒั นาพฤตกิ รรมพลเมอื งทกี่ ดิจิทัล (Technology Disruption) พลเมอื งทม่ี เี ทคโนโลยแี ละสอื่ สงั คมอ ภาคพลเมืองในปี ๒๕๖๒ จึงเน้นข้อ ทั้ ง ส ่ ว น ร ่ ว ม ใ น ก า ร เ ส น อ น โ ย บ า ย แ การออกแบบกลไกท่เี หมาะสมและพ ง า น วิ จั ย เชิ ง ส� ำ ร ว จ ไ ด ้ ด� ำ เ ความสนใจจากสมาชิกสภาผู้แทนร แ น ว ท า ง ก า ร ส ร ้ า ง สั น ติ ภ า พ ช า ย แ สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ น�ำ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๒ 59 มายาวนาน เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง โดยระยะ ยนแปลงในโครงสรา้ งทางอำ� นาจ และโครงสรา้ งของสถาบนั มนญู ฉบบั ใหม่ ซงึ่ สง่ ผลตอ่ ระบบการเลอื กตง้ั และกฎหมาย าติ ๒๐ ปี และแผนการปฏิรูปประเทศ ๑๓ ด้าน ซ่ึงเป็น ยา่ งยงิ่ การศกึ ษาจะทำ� ใหท้ ราบถงึ พฤตกิ รรม ความคดิ เหน็ อดจนบคุ คล หน่วยงาน องค์กรท่ีเกี่ยวขอ้ ง นเรอ่ื งสทิ ธเิ สรภี าพ ความเสมอภาค การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ขา่ วสาร ความเหลื่อมล�้ำโดยศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ ะการบริหารโครงการ เพ่ือลดความเหล่ือมล�้ำโดยศึกษา ดจนการบริหารท้องถนิ่ และการบรหิ ารโครงการ นอกจากเปน็ การสรา้ งองคค์ วามรใู้ หม่ ตอ่ ยอดองคค์ วามรเู้ ดมิ รสู่สาธารณะ โดยผลงานวิชาการของสถาบันได้เผยแพร่ บนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยด้านความเป็นพลเมือง นในการมีส่วนร่วมทางการเมืองนั้น ส�ำนักส่งเสริมการเมือง ติกรรมของพลเมืองท้ังในระดับพ้ืนท่ีในการเข้ามีส่วนร่วม กระตอื รอื รน้ และคำ� นงึ ถงึ การเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยี ) ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและรูปแบบของการมีส่วนร่วมของ ออนไลนเ์ ปน็ เครอื่ งมอื งานศกึ ษาของสำ� นกั สง่ เสรมิ การเมอื ง อมูลเชิงประจักษ์ของพฤติกรรมพลเมืองในการมีส่วนร่วม และการมีส่วนร่วมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อน�ำไปสู่ พฒั นาการสง่ เสริมความเปน็ พลเมืองทเี่ หมาะสมต่อไป เนินการศึกษาวิจัยด้านสันติวิธีอย่างต่อเนื่อง ซ่ึงได้รับ ราษฎรในพื้นท่ีชายแดนภาคใต้เพ่ือเป็นข้อมูลสนับสนุน แดนใต้ต่อคณะรัฐบาล มากไปกว่านั้นคณะพูดคุยเพื่อ ำโดย พลเอก วัลลภ รักเสนาะ ได้เข้ารับฟังผลการวิจัย วิทยาเขตปัตตานี เพ่ือน�ำข้อมูลไปประกอบการด�ำเนิน

60 กระบวนการพูดคุยเพ่ือเจรจาสันติสุขต่อไป ผล ผู้ท�ำงานด้านสันติภาพ และภาคประชาสังคมที่ท ช า ย แ ด น ใ ต ้ น อ ก จ า ก น้ี ยั ง น� ำ ไ ป ใช ้ ใ น ก า ร เรี ย สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทย สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ และได้น�ำเสนอเวทีสาธารณะ “จับชีพจรสังคมไ ในสังคม” วันท่ี ๗ มกราคม ๒๕๖๓ อีกทั้ง น�ำเ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ประจำ� ปี ๒๕๖๓ ครงั้ ท วันท่ี ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ รวมถึงเป็นข้อมูลป ในประเทศไทย นอกจากนน้ั สภาความมนั่ คงแหง่ ช ตวั ชวี้ ดั ดา้ นความมน่ั คงแหง่ ชาติ และการวจิ ยั เชงิ ปฏ จากการปฏบิ ตั ิจรงิ และน�ำความรู้ ไปใช้จริงในแต่ล คณุ ภาพประชาธปิ ไตยเพอื่ เปน็ ประโยชนท์ างวชิ ากา กบั การปฏบิ ตั งิ านต่อไป การพั ฒนาองค์ความ ประชาธปิ ไตย ธรรมาภ งานวิจัย งานว สร้างองค์ความรู้ เชิงส

ลการวิจัยเกิดประโยชน์ท้ังต่อผู้ขับเคล่ือนนโยบาย ท�ำงานด้านการสร้างสันติภาพ/สันติสุขในสามจังหวัด ย น ก า ร ส อ น ใ น ส ถ า บั น ก า ร ศึ ก ษ า ห ล า ย แ ห ่ ง เช ่ น ยาลัยมหิดล หลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก ณ์ราชวิทยาลัย ท้ังหลักสูตรภาษาไทยและนานาชาติ ไทย ประเด็นท้าทายและโอกาสในการสร้างสันติสุข เสนอในงานสัมมนาทางวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ ที่ ๔๒ หวั ขอ้ “ชวี ติ ทเ่ี หลอ่ื มลำ้� : เหลอ่ื มลำ้� ตลอดชวี ติ ” ประกอบการท�ำงานร่วมกับเครือข่ายด้านสันติภาพ ชาตไิ ดน้ ำ� ผลของการศกึ ษาวจิ ยั ไปประกอบการจดั ทำ� ฏบิ ตั กิ ารและวจิ ยั ถอดบทเรยี น เพอ่ื แสวงหาองคค์ วามรู้ ละพน้ื ท่ี ท้ังน้ีเพ่ือพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ประชาชน และ าร และเปน็ ขอ้ มลู ในการออกแบบนโยบายทสี่ อดคลอ้ ง มรเู้ พื่ อการพั ฒนา ภิบาล และสนั ตวิ ิธี วจิ ยั งานวจิ ัย สำ� รวจ เชิงปฏิบตั กิ าร

งานวิจัยสร้างองค์ความรู้ ๑ . ชุ ด โ ค ร ง ก า ร วิ จั ย ก า ร ศึ ก ษ า ค ว า ม ทางการเมืองและพฤติกรรมการเลือก สภาผแู้ ทนราษฎร ๒๕๖๒ การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวัน ๒๕๖๒ เป็นการเลือกต้ังท่ีเกิดข้ึนภายหลังจากที่ปร การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นระยะเ ในชว่ งระยะเวลาดงั กลา่ ว ไดเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงในโคร สัมพันธ์ทางอ�ำนาจของประเทศไทยหลายประการ ร ของสถาบันการเมืองไทย โดยเฉพาะในส่วนท่ีเกี่ย การเลือกต้ัง ผ่านการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราช พุทธศักราช ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติประกอบ ๓ ฉบบั ไดแ้ ก่ พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ การเลอื กตงั้ พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั พรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และพระราชบญั ญตั ปิ ระก พ.ศ. ๒๕๖๑ กฎหมายทั้งสี่ฉบับนี้ ได้ส่งผลให้การเล หลังปี ๒๕๔๔ หลายประการ เช่น การเลือกต้ังแบ ปันส่วนผสม” ซึ่งก่อเกิดกติกาหรือบทบัญญัติใหม่ที่จ ท่ีเกย่ี วขอ้ งตา่ งๆ สถาบนั พระปกเกลา้ จงึ ไดจ้ ดั ทำ� ชดุ โครงการว โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาความเคล่ือนไหวทางก ผลของการนำ� ระบบการเลอื กตงั้ แบบใหมไ่ ปใช้ ปญั หาอ รายจังหวัดท่ีอาจมีประเด็นความน่าสนใจท่ีโดดเด่น ชลบุรี ขอนแกน่ กาฬสินธ์ุ รอ้ ยเอ็ด กาญจนบรุ ี สงขล

รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๒ 61 ม เ ค ล่ือ น ไ ห ว กตั้งสมาชิก นท่ี ๒๔ มีนาคม ระเทศไทยมิได้มี เวลาเกือบ ๘ ปี รงสรา้ งของความ รวมถึงโครงสร้าง ยวข้องกับระบบ ชอาณาจักรไทย บรัฐธรรมนูญอีก วยคณะกรรมการ ฐธรรมนญู วา่ ดว้ ย ภาพปกส่วนหนึง่ ของชดุ โครงการวจิ ยั กอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร ลือกตั้งท่ีเกิดขึ้นแตกต่างไปจากการเลือกต้ังท่ีผ่านมาตั้งแต่ บบบัตรใบเดียว โดยใช้การค�ำนวณคะแนนแบบ “จัดสรร จะส่งผลต่อโครงสร้างการเมือง สถาบันการเมืองและองค์กร วจิ ยั เกย่ี วกบั การเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร ๒๕๖๒ ขนึ้ การเมืองและพฤติกรรมการเลือกต้ังของประชาชน ศึกษา อปุ สรรคทเ่ี กดิ ขน้ึ และขอ้ เสนอแนะทพี่ งึ มี โดยเปน็ กรณศี กึ ษา นแตกต่างกันไป อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ สุรินทร์ สุพรรณบุรี ลา และกรงุ เทพมหานคร เป็นตน้

62 ก า ร ศึ ก ษ า นี้ เ ป ็ น ก า ร ศึ ก ษ า เชิ ง คุ ณ ภ า พ ใ น ร ะ ดั บ พ ความคิดเห็นของประชาชนทั้งก่อนและหลังการเลือกต้ัง จ ขน้ึ ไป จำ� นวน ๑,๕๓๗ ตวั อยา่ ง ทจ่ี ะทำ� ใหร้ บั ทราบความเหน็ ข ไปลงคะแนนเสยี งเลอื กตง้ั การรบั รแู้ ละความพงึ พอใจตอ่ นโย ของข้อมูลข่าวสารทางการเมือง ความรู้ความเข้าใจทางการเ เลือกผูส้ มคั รและพรรคการเมอื งของประชาชน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้ท�ำการศึกษาในประเด็นเฉพาะ เช เที่ยงธรรมและน่าเช่ือถือ เป็นต้น ผลการศึกษาเหล่านี้จะเป แบบใหม่ ตลอดจนเปน็ ฐานข้อมูลอ้างอิงด้านการพฒั นาประ ๒ . เ ค ร่ื อ ง มื อ ป ก ป้ อ ง สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ข อ ง ป แหง่ ราชอาณาจักรไทย มาตรา ๕๑ การศึกษาวิเคราะห์ระบบการรับรองสิทธิเสรีภาพ สิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือชุมชนตามรัฐธรรมนูญ ม ในการฟอ้ งรอ้ งหนว่ ยงานของรฐั และกฎหมายทเ่ี กยี่ วขอ้ ง โดย อีก ๗ ประเทศ ได้แก่ สเปน เม็กซิโก โคลอมเบีย เปรู เ เปรียบเทียบ รวมท้ังประเมินผลการบังคับใช้ระบบและกลไ ในการติดตามและเร่งรดั ใหร้ ฐั ด�ำเนนิ การ ผลการศึกษาพบว่า แนวทางส�ำคัญที่อาจจะน�ำมาใ และศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วย การยื่นค�ำร้องต้องด�ำเ คดที จี่ ะรบั ไวพ้ จิ ารณาตอ้ งไมใ่ ชค่ ดที อี่ ยใู่ นอำ� นาจชข้ี าดขอ้ พพิ า เกยี่ วกบั อำ� นาจจะพจิ ารณาจากความมงุ่ หมายของผลผกู พนั ค

พื้นท่ี และมีการศึกษาเชิงปริมาณโดยการส�ำรวจ จากกลุ่มตัวอย่างผู้มีสิทธิเลือกต้ังคือผู้ที่มีอายุ ๑๘ ปี ของประชาชนในประเดน็ อาทิ ปจั จยั สำ� คญั ทจี่ ะทำ� ให้ ยบายตา่ งๆ ของพรรคการเมอื ง การตดิ ตามและแหลง่ เมืองโดยท่ัวไป ตลอดจนปัจจัยส�ำคัญในการตัดสินใจ ช่น ระบบตรวจสอบและวินิจฉัยช้ีขาดการเลือกต้ังที่ ป็นข้อมูลเพ่ือการศึกษาวิเคราะห์ระบบการเลือกต้ัง ะชาธิปไตยของประเทศไทยอีกด้วย ป ร ะ ช า ช น แ ล ะ ชุ ม ช น ต า ม รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ พของปวงชนชาวไทย และกลไกการปกป้องคุ้มครอง มาตรา ๕๑ ที่เน้นเร่ืองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ยศกึ ษาวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บกบั ระบบของตา่ งประเทศ เอลซาวาดอร์ เอกวาดอร์ และชิลี เพ่ือให้เห็นมิติ ไกการปกป้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนหรือชุมชน ใช้ประกอบการพิจารณาของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เนินการตามหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ พาทขององคก์ รอน่ื และหากเปน็ กรณเี กดิ ความทบั ซอ้ น คำ� วนิ จิ ฉยั ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ จากคำ� พพิ ากษา อกี ทง้ั คำ� วนิ จิ ฉยั

ต้องหลีกเ การใช้จ่า ท่ีนอกเหน ในฐานะท การด�ำเนิน ตามหน้าท ตามวตั ถปุ ก า ร พั ฒ น ประชาชน ๓. การลดความเหลื่อมล้ำ� และสรา้ งควา “โครงการบตั รสวสั ดกิ ารแหง่ รฐั ” เปน็ หนงึ่ ใน ลดความเหลือ่ มล้�ำทางสงั คม และสรา้ งโอกาส ในการเขา้ ถงึ บรกิ ารของรฐั โดยมรี ปู แบบคลา้ ย กับโครงการสวัสดิการส่วนใหญ่ในอดีต โดย เจาะจงทคี่ นจน มจี ดุ ยนื สำ� คญั คอื ประสทิ ธภิ าพ ก า ร ใช ้ จ ่ า ย ข อ ง รั ฐ ห ลี ก เ ล่ี ย ง ก า ร บิ ด เ บื อ น ตลาดเสรี และการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก แ ต ่ ยั ง ข า ด ค ว า ม ชั ด เจ น ใ น ก า ร แ ก ้ ไข ป ั ญ ห า ความเหลื่อมล้�ำ การใช้เงินจากงบกลาง และ ก า ร ว า ง แ ผ น ร ว ม ถึ ง ป ร ะ เ มิ น ผ ล สั ม ฤ ท ธ์ิ ใ น

รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๒ 63 เลี่ยงไม่ก�ำหนดให้เกิดการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐที่สัมพันธ์กับ ยหรือลงทุนด้วยงบประมาณแผ่นดิน และผู้ถูกร้องในศาล นือจากหน่วยงานของรัฐแล้ว จะรวมถึงคณะรัฐมนตรีด้วย ทเี่ ปน็ ผนู้ ำ� และผมู้ บี ทบาทอำ� นาจสำ� คญั โดยใหค้ วามสำ� คญั กบั นการตามหน้าที่ของรัฐอย่างเป็นรูปธรรม (หรือด�ำเนินการ ท่ีในเชิงรุก) เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ประสงค์ ผลการศกึ ษาสามารถนำ� ขอ้ เสนอแนะไปเปน็ แนวทาง น า ร ะ บ บ แ ล ะ ก ล ไ ก ก า ร ป ก ป ้ อ ง คุ ้ ม ค ร อ ง สิ ท ธิ เ ส รี ภ า พ ข อ ง นใหค้ รบถ้วนสมบรู ณ์ ามเปน็ ธรรม: กรณบี ตั รสวัสดิการแหง่ รัฐ นนโยบายทไ่ี ดร้ บั การกลา่ วถงึ อยา่ งเปน็ รปู ธรรมวา่ เกดิ ขนึ้ เพอ่ื

64 ระยะยาว งานวจิ ยั นจ้ี งึ มงุ่ ศกึ ษาทมี่ า แนวคดิ และปญั หาของ กรณีศึกษาของการจัดสวัสดิการในประเทศก�ำลังพัฒนา ได ได้แก่ สหราชอาณาจกั รและสวเี ดน เพอื่ เทยี บเคยี งและทบท ผลการศึกษาพบว่า การใช้นโยบายสวัสดิการแบ ประเทศพฒั นาไมไ่ ดน้ ำ� ไปสกู่ ารแกไ้ ขปญั หาการเหลอื่ มลำ้� แต และการใชอ้ ำ� นาจบดิ เบอื นกระบวนการจดั สรรประโยชน์ จนท ยงั สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ ควรมกี ารทบทวนโครงการตงั้ แตฐ่ านคดิ จ สวัสดกิ ารแบบเจาะจงท่ีคนจนกบั ภาพใหญ่ของระบบสวัสดิก ๔. จดุ เร่ิมตน้ สถาปนา “การปกครองประชาธ งานวิจัยฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาว “ จ า ก ม ว ล ช น ป ฏิ วั ติ สู ่ ม ว ล ช น ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย กั บ พ ร ะ ม ห า การศกึ ษาพระราชดำ� รขิ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอ ในกระแสการเปล่ียนแปลงของสังคมไทย” โดยมีวัตถุประ ศึกษาท่ีมาของแนวคิดเกี่ยวกับการจัดล�ำดับความสัมพันธ สถาบันพระมหากษัตริย์กับสถาบันการเมืองของระบอบให ระยะเวลาที่ส�ำคัญมาก คือ ในช่วงต่อเน่ืองระหว่างรัชกาล รัชกาลท่ี ๙ ซึง่ เปน็ ช่วงเวลาทีฝ่ า่ ยตา่ งๆ ในความขัดแยง้ ทาง มีโอกาสได้ปรับตัวและต้ังต้นการจัดบทบาทและพระราชอ�ำ พระมหากษตั รยิ ์ และจดั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสถาบนั พระมห กับสถาบันการเมือง ซึ่งการท�ำความเข้าใจเก่ียวกับท่ีมาขอ ดังกล่าวท�ำให้สามารถท�ำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวพระราช

งโครงการบตั รสวสั ดกิ ารแหง่ รฐั ตลอดจนแนวคดิ และ ด้แก่ อินโดนีเซีย จีน และอินเดีย ประเทศพัฒนาแล้ว ทวนขอ้ สังเกตเพอ่ื นำ� ไปสูก่ ารเสนอแนะ บบเจาะจงท่ีคนจน ท้ังในประเทศก�ำลังพัฒนาและ ตก่ ลบั เพม่ิ ตน้ ทนุ ในการคดั กรองและบรหิ ารฐานขอ้ มลู ทำ� ใหน้ โยบายถกู ใชผ้ ดิ วตั ถปุ ระสงค์ ขอ้ คน้ พบทง้ั หมด จนถงึ กระบวนการดำ� เนนิ งาน และวางแผนการจดั วาง การของประเทศไทยด้วยความระมัดระวงั ธิปไตย มพี ระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมขุ ” วิจัยเร่ือง า ก ษั ต ริ ย ์ : ลอดลุ ยเดช ะสงค์เพ่ือ ธ์ระหว่าง หม่ในช่วง ลท่ี ๘ กับ งการเมอื ง ำนาจของ หากษตั รยิ ์ องแนวคิด ชด�ำริทาง

การเมืองของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลท่ี ของแนวคดิ ทส่ี ง่ ผลตอ่ การจดั ลำ� ดบั ความสมั พนั ธร์ ะหวา รัฐธรรมนูญ และการสร้างหรือฟื้นฟูสิทธิอ�ำนาจของพ ๑. ขอ้ เสนอเดมิ ในการปรบั ระบอบราชาธปิ ไตยสยามเ ต่อข้อเรียกร้องเร่ืองความเจริญ ท้ังในทางการเมือง เศ และสิทธิอ�ำนาจของพระมหากษัตริย์ รวมทั้งพระราช เรียนรู้ในช่วงเวลาการเตรียมพระองค์ให้พร้อมส�ำหร อบรมดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ ของสมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทราบ คณะบคุ คลอาวโุ สทที่ ำ� หน้าทถี่ วายคำ� ปรกึ ษาแด่พระบ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี ๘ เกี่ยวกับพระราชา ๖. แนวพระราชด�ำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห ทีท่ รงเตรียมบทบาทสนับสนุนการปฏบิ ัตหิ น้าท่ีพระม ๕. ประชานิยมในโลกทเ่ี หลือ่ มล�ำ้ ความจำ� เปน็ ในการทำ� ความเขา้ ใจอยา่ งลกึ ซงึ้ ต บทบาทของ “ประชานยิ ม” และความเชอ่ื มโยงทมี่ ตี อ่ ท้ังในมิติของประเทศไทยและต่อนานาชาติ ซึ่งงานวิจ ประชานิยมคือรูปแบบวิธีการทางการเมืองท่ีอยู่บนฐ ความแตกตา่ งทางศีลธรรมระหวา่ งประชาชนผเู้ ป็นฐา ทางการเมืองเพียงแหล่งเดียวกับชนชั้นน�ำที่มักจะถ ตวั แสดงทฉ๋ี อ้ ฉล บดิ เบอื นเจตนารมณท์ ว่ั ไปของประชาช ทรัพยากรท่ีไม่เท่าเทียมไม่ได้เป็นที่มาของการเกิดข้ึ ซง่ึ ขอ้ คน้ พบทงั้ สองประการนที้ ำ� ใหส้ ามารถนำ� มาสขู่ อ้ สร

รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๒ 65 ๙ ในระยะเวลาต่อมา รายงานการวิจัยดังกล่าวพบว่า ท่ีมา วา่ งสถาบนั พระมหากษตั รยิ ก์ บั สถาบนั ทางการเมอื งในระบอบ พระมหากษัตริย์ มาจากแหล่งท่ีมา ๖ แหล่งท่ีส�ำคัญ ได้แก่ เพอ่ื แกไ้ ขขอ้ จำ� กดั ทม่ี อี ยใู่ นตวั ระบบเอง และเพอ่ื ตอบสนอง ศรษฐกิจและสังคมวัฒนธรรม ๒. ความคิดเก่ียวกับบทบาท ชานุกิจประจ�ำที่ทรงปฏิบัติอยู่ในระบอบเดิม ๓. การอบรม รับการปฏิบัติหน้าท่ีพระมหากษัตริย์ภายใต้การเลี้ยงดูและ บรมราชชนนี ๔. ขอ้ เสนอของฝา่ ยราชานภุ าพทปี่ ระกอบดว้ ย บาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว ๕. แนวพระราชด�ำริของพระบาท านุกิจของพระมหากษัตริย์ท่ีเหมาะสมกับระบอบใหม่ และ หัว รัชกาลท่ี ๙ ต้ังแต่เมื่อคร้ังยังเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช มหากษัตริยข์ องสมเด็จพระบรมเชษฐาธริ าช ตอ่ ความหมายและ “ความเหลอื่ มลำ้� ” จัยฉบับน้ีค้นพบว่า ฐานของการสร้าง านความชอบธรรม ถูกให้ภาพว่าเป็น ชน และการจดั สรร นของประชานิยม รปุ ไดว้ า่ การเกดิ ขนึ้

66 ของประชานิยมไม่จ�ำเป็นว่าจะต้องน�ำไปสู่การเรียกร้องขอ การลดความเหล่ือมล้�ำทางเศรษฐกิจได้ เพราะขึ้นอยู่กับศัก กุญแจส�ำคัญในการต่อสู้กับปัญหาความเหล่ือมล�้ำนั้นอยู่ท่ี อ�ำนาจในการดึงทรัพยากรและการน�ำทรัพยากรนั้นไปด�ำเน ไปปฏบิ ตั ิ ซง่ึ อยูเ่ หนอื ผลประโยชนท์ างการเมอื งในระยะส้ัน งานวิจัยเชิงส�ำรวจ ๑. โครงการสำ� รวจความคดิ เหน็ ประชาชนตอ่ ภาคใต้ (Peace Survey) ครง้ั ที่ ๕ ภ า ย ใ ต ้ บ ริ บ ท โ ล ก ที่ เ ป ล่ี ย น ไ ป อ ย ่ า ง ร ว ด เร็ ว นั้ น สรา้ งองคค์ วามรใู้ หมๆ่ เพอ่ื ใหท้ นั ตอ่ สถานการณแ์ ละความเป สำ� นกั สนั ตวิ ธิ แี ละธรรมาภบิ าล สถาบนั พระปกเกลา้ มคี วาม และสรา้ งงานวจิ ยั ทเ่ี กดิ ผลประโยชนต์ อ่ ทกุ กลมุ่ องคก์ ร เพอื่ ให และประเดน็ สาธารณะในพ้ืนท่ี โดยเฉพาะในพน้ื ที่ทค่ี วามขดั การส�ำรวจความคิดเห็นของประชาชนตอ่ กระบวนก เป็นโครงการวิจัยเพ่ือส�ำรวจทิศทางสถานการณ์เพ่ือวัดร ทม่ี วี ตั ถปุ ระสงคห์ ลกั เพอื่ รบั ทราบขอ้ คดิ เหน็ และพฒั นาการท อนั เปน็ หลกั พน้ื ฐานของสนั ตภิ าพและประชาธปิ ไตยใชว้ ธิ วี ทิ อย่างเป็นระบบ (Systematic Random Sampling) การส ปี ๒๔๕๘ ในคร้ังนี้เป็นคร้ังท่ี ๕ เริ่มต้นเมื่อวันท่ี ๑๑ กันย กลมุ่ ตวั อยา่ ง ๑,๖๓๗ ตวั อยา่ ง จาก ๑๖๔ หมบู่ า้ น ในจงั หวดั เทพา นาทวี และสะบา้ ยอ้ ย ทงั้ นงี้ านวจิ ยั ดงั กลา่ วมคี วามนา่ ส

องประชาชนให้สามารถกระจายทรัพยากรซึ่งน�ำไปสู่ กยภาพของรัฐในการน�ำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ท้ังนี้ “การพัฒนาขีดความสามารถของรัฐ” ทั้งในแง่ของ นินนโยบายในการพัฒนา และการกระจายทรัพยากร อกระบวนการสนั ตภิ าพจงั หวดั ชายแดน อ ง ค ์ ค ว า ม รู ้ ท่ี มี อ ยู ่ จึ ง ต ้ อ ง ไ ด ้ รั บ ก า ร ท บ ท ว น แ ล ะ ปลยี่ นแปลงทเ่ี กดิ ขนึ้ อยา่ งฉบั พลนั อยตู่ ลอดเวลา โดย มมงุ่ หมายทจี่ ะพฒั นาองคค์ วามรดู้ า้ นสนั ตวิ ธิ ที ท่ี นั สมยั หง้ านถกู นำ� ไปใชใ้ นการนำ� เสนอทศิ ทางของสถานการณ์ ดแยง้ ยงั ดำ� รงอยู่ เชน่ ในสามจังหวดั ชายแดนภาคใต้ การสันติภาพในจังหวดั ชายแดนใต้ (Peace Survey) ระดับอุณหภูมิสังคมและประเด็นการเมืองที่ส�ำคัญ ทางความคดิ ของประชาชนในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ทยาเชงิ สำ� รวจในการศกึ ษา ทมี่ ขี นั้ ตอนการสมุ่ ตวั อยา่ ง ส�ำรวจความคิดเห็นของประชาชนนี้มีการท�ำมาต้ังแต่ ยายน ๒๕๖๒ – ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๒ โดยมีจ�ำนวน ดปตั ตานี ยะลา นราธวิ าส และสงขลาในอำ� เภอจะนะ สนใจเนอ่ื งจากเปน็ งานวจิ ยั ทร่ี ว่ มมอื กนั ในลกั ษณะของ

องคก์ รเครอื ขา่ ย Peace Survey ทรี่ วมองคก์ รทที่ ำ� งาน สันติภาพท้ังองค์กรวิชาการ และองค์กรภาคประชาส ท้ั ง น อ ก แ ล ะ ใ น พ้ื น ท่ี ช า ย แ ด น ใ ต ้ จ� ำ น ว น ๒ ๔ อ ง นบั เปน็ ดงั่ พนื้ ทก่ี ลางในการระดมสมองเพอื่ หาทางออก ปัญหาโดยสันติวิธีที่หน่วยงานต่างๆ น�ำเอาไปท�ำ และนำ� ไปอา้ งอิงในท่ตี า่ งๆ ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า ส ะ ท ้ อ น ใ ห ้ เ ห็ น ว ่ า ค ว า ม เช ตอ่ รฐั บาลมผี ลตอ่ ความรสู้ กึ ของประชาชนอยา่ งมนี ยั ส กลา่ วคอื นบั ตงั้ แตป่ ี ๒๕๕๖ เหตกุ ารณค์ วามไมส่ งบและร ความรุนแรงของเหตุการณ์ในชายแดนภาคใต้มีแนว ล ด ล ง แ ต ่ จ า ก ก า ร ส� ำ ร ว จ ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ข อ ง ป ร ะ ช ได้พบว่าร้อยละ ๗๒.๘ มองว่า สถานการณ์ความไม ยงั เปน็ เชน่ เดมิ หรอื อาจจะแยล่ ง อยา่ งไรกต็ ามแมค้ วาม ตอ่ สถานการณจ์ ะยงั เปน็ เชน่ เดมิ หรอื อาจจะแยล่ ง แตท่ ศั ของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพนั้นส่วนใหญ สนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยแนวทางสันติวิธีอยู่ โดย ของปัญหา แม้จะมีข้อกังวลว่าการพูดคุยอาจจะไม ความหวังต่อกระบวนการสันติภาพในพน้ื ท่ีว่าจะเกิดข ท้ังน้ี เสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นท่ีนับ การขับเคล่ือนสันติภาพได้มีข้อมูลท่ีสะท้อนความต้อ ในระดับนโยบาย ตลอดจนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการ ในการแสดงความคิดเห็นและความต้องการของต สภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เพ่ือเป็นข ค ณ ะ รั ฐ บ า ล ม า ก ไ ป ก ว ่ า นั้ น พลเอก วลั ลภ รกั เสนาะ ไดเ้ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อน�ำข้อ บนโต๊ะเจรจาต่อไปอันก่อใ สนั ตภิ าพ และภาคประชาสงั ในสามจงั หวดั ชายแดนใต้อย

รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๒ 67 นดา้ น สังคม งค์กร กจาก ำแผน ชื่ อ ม่ั น สำ� คญั ระดบั วโน้ม ชาชน ม่สงบ มรสู้ กึ ศนคติ ญ่ยังคง ยร้อยละ ๕๕.๑ มองว่า การพูดคุยสันติภาพน้ันคือทางออก ม่สามารถยุติความรุนแรงได้แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังมี ขนึ้ ได้จริง บเป็นหัวใจส�ำคัญของงานวิจัยชิ้นน้ี เพ่ือให้ผู้ที่เก่ียวข้องกับ องการของประชาชนทุกกลุ่มและน�ำไปประกอบการตัดสินใจ รสร้างและขยายพ้ืนที่ทางการเมืองให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตนเอง โดยรายงานวิจัยช้ินน้ีได้รับความสนใจจากสมาชิก ข้อมูลสนับสนุนแนวทางการสร้างสันติภาพชายแดนใต้ต่อ นคณะพูดคุยเพ่ือสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ น�ำโดย เขา้ รบั ฟงั ผลการวจิ ยั ฉบบั น้ี ณ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ อมูลไปประกอบการด�ำเนินกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้ขับเคล่ือนนโยบาย ผู้ท�ำงานด้าน งคมทที่ ำ� งานดา้ นการสรา้ งสนั ตภิ าพ สนั ตสิ ขุ และประชาชน ยา่ งแทจ้ รงิ

68 ๒. โครงการดัชนีชี้วัดด้านสันติภาพของสัง (Thai Peace Index) การวัดระดับสันติภาพในสังคมไทยจะเป็นประโย สันติสุขในสังคมไทย โดยเป็นประโยชน์ท้ังในการป้องกันค ทเ่ี กดิ ขน้ึ เพอ่ื สำ� รวจองคค์ วามรเู้ กย่ี วกบั ดชั นแี ละตวั ชว้ี ดั ดา้ น ด้านสันติภาพที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย และวัดร ในการสร้างสันติภาพให้เกิดข้ึน ซึ่งงานวิจัยนี้มีตัวชี้วัดหลัก ๑. ไม่มีความรุนแรงทางกายภาพ ๒. ความปลอดภัยและ ความมน่ั คงในสงั คม ๓. การยอมรบั ความแตกตา่ งหลากหลาย การไมถ่ กู เลอื กปฏบิ ตั ิ การเคารพสทิ ธมิ นษุ ยชน ๔. มคี วาม เ ห ลื่ อ ม ล�้ ำ ใ น สั ง ค ม น ้ อ ย แ ล ะ มี ก า ร ก ร ะ จ า ย ท รั พ ย า ก ร ท่ี เปน็ ธรรม มกี ารเกบ็ ขอ้ มลู ทมี่ าจากแหลง่ ขอ้ มลู ทแ่ี ตกตา่ งกนั ท้ังข้อมูลทุตยิ ภูมทิ มี่ หี น่วยงานอ่ืนไดส้ �ำรวจไว้อย่แู ลว้ และ การเก็บข้อมูลปฐมภูมิจากแบบสอบถามท่ีผู้วิจัยได้พัฒนา ข้ึนมาโดยได้รับความอนุเคราะห์เก็บข้อมูลจากส�ำนักงาน สถิติแหง่ ชาติ จ�ำนวน ๓๓,๔๒๐ ตัวอยา่ ง ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า พ บ ว ่ า ร ะ ดั บ ดั ช นี สั น ติ ภ า พ ของประเทศไทยส�ำหรับปี ๒๕๖๑ มีค่าเท่ากับ ๓.๒๓ คะแนน ถือว่า อยู่ในระดับปานกลาง ในส่วนของคะแนน ดชั นยี อ่ ยทงั้ ๔ ดา้ น ดา้ นทม่ี คี า่ คะแนนสนั ตภิ าพตำ�่ ทสี่ ดุ คอื ความเหลอ่ื มลำ�้ ในสงั คมนอ้ ยและมกี ารกระจายทรพั ยากรที่ เปน็ ธรรม (๒.๗๕ คะแนน) สว่ นดา้ นทไ่ี ดค้ ะแนนมากทส่ี ดุ คอื การไม่มคี วามรนุ แรงทางกายภาพ ไดค้ ะแนน (๓.๖๐ คะแน ของประเทศไทยอยใู่ นระดบั ปานกลาง และหากพจิ ารณาในร และกลมุ่ ทม่ี รี ะดบั สนั ตภิ าพทตี่ ำ่� ความแตกตา่ งในลกั ษณะนส้ี ด�ำเนินการโดยมองจากภาพรวมเพียงอย่างเดียว การแก้ปัญ ก า ร ศึ ก ษ า ไ ด ้ น� ำ ไ ป ใช ้ ใ น ก า ร เรี ย น ก า ร ส อ น ใ น ส ถ า บั น ก า ร มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล หลกั สตู รปรญิ ญาโทและปรญิ ญาเอก สาขา

งคมไทยและผลการวัดระดับสันติภาพ ยชน์ในการก�ำหนดนโยบายเพื่อสร้างสันติภาพหรือ ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นและจัดการกับความรุนแรง นสนั ตภิ าพทง้ั ในและตา่ งประเทศ รวมถงึ พฒั นาตวั ชว้ี ดั ระดับสันติภาพในสังคมไทยเพื่อน�ำไปสู่ข้อเสนอแนะ ก ๔ ด้าน มีตัวชี้วัดย่อย ๒๓ ตัวชี้วัด ประกอบด้วย นน) การศกึ ษาคร้ังน้ีสะท้อนให้เห็นวา่ ระดับสนั ติภาพ ระดบั จงั หวดั จะพบวา่ มที ง้ั พน้ื ทท่ี ม่ี รี ะดบั สนั ตภิ าพทสี่ งู สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ การแกป้ ญั หาระดบั สนั ตภิ าพ ไมค่ วร ญหาในเชิงพ้ืนที่ก็มีระดับความส�ำคัญเช่นกัน ผลจาก รศึกษา เช่น สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา าสนั ตศิ กึ ษา มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณร์ าชวทิ ยาลยั

ทั้งหลักสูตรภาษาไทยและนานาชาติ น�ำเสนอเวทีสา ในการสร้างสันติสุขในสังคม” เม่ือวันอังคารท่ี ๗ ม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจ ตลอดชวี ติ ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ รวมถงึ เปน็ ขอ้ มลู ประ นอกจากนนั้ สภาความมนั่ คงแหง่ ชาตไิ ดน้ ำ� ผลการศกึ ษ ๓. การส�ำรวจข้อมลู แผนทีค่ วามขดั แย้ง การส�ำรวจข้อมูลจัดท�ำวิจัยแผนที่ความขัดแ ทใี่ ชใ้ นการวางแผนการจดั การความขดั แยง้ ดว้ ยการรว และประเภทความขดั แยง้ ประเดน็ การขดั แยง้ การแจ คขู่ ดั แยง้ หลกั และจดุ ยนื ผเู้ กย่ี วขอ้ งอนื่ ระยะเวลา สถ ความขัดแย้ง และสงิ่ สำ� คัญคอื การเข้าใจในการสร้างท ภาพรวมของสถานการณ์ความขัดแย้งในในประเทศ ร่วมกันในอนาคต แต่ละภูมิภาคของประเทศไทย โด ของประเทศ ในทุกๆ ๒ ปี เร่ิมท�ำคร้ังแรกต้ังแต่ปี ๒ เพอ่ื เปน็ การสำ� รวจเชงิ คณุ ภาพ โดยแบง่ ดว้ ยมิติความข ทางการเมือง มิติความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ มิติคว มติ คิ วามขดั แย้งดา้ นชาตพิ ันธ์ุ ภาษา ศาสนาและวัฒน การส�ำรวจข้อมูลแผนที่ความขัดแย้งของป เนอ่ื งจากสภาวะการเขา้ ใจความขดั แยง้ ทย่ี งั ดำ� รงอยคู่ ล เรยี นรแู้ ละเขา้ ใจความขดั แยง้ ในบรบิ ททตี่ า่ งกนั และจ ได้ให้นักวิจัยในพื้นที่ตามภูมิภาคต่างๆ ในภาคเหนือ

รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๒ 69 าธารณะ “จับชีพจรสังคมไทย ประเด็นท้าทายและโอกาส มกราคม ๒๕๖๓ อีกทั้ง น�ำเสนอในงานสัมมนาทางวิชาการ จ�ำปี ๒๕๖๓ ครั้งที่ ๔๒ หัวข้อ ชีวิตท่ีเหล่ือมล�้ำ : เหล่ือมล้�ำ ะกอบการทำ� งานรว่ มกบั เครอื ขา่ ยดา้ นสนั ตภิ าพในประเทศไทย ษาวจิ ยั ไปประกอบการจดั ทำ� ตวั ชว้ี ดั ดา้ นความมน่ั คงแหง่ ชาติ งของประเทศไทย (Conflict Mapping) แย้ง (Conflict Mapping) เปรียบเสมือนเครื่องมือพื้นฐาน วบรวมขอ้ มลู แตล่ ะจงั หวดั เพอ่ื สรา้ งกระบวนความเขา้ ใจในมติ ิ จกแจงคขู่ ดั แยง้ ระดบั การรบั รขู้ องสงั คม สาเหตคุ วามขดั แยง้ ถานะ พลวตั ระดบั ความรนุ แรงและวธิ กี ารแกไ้ ขสถานการณ์ ทางเลือกตา่ งๆ ในการแก้ไขความขัดแย้ง เพอื่ ใหท้ ุกฝา่ ยเหน็ ศเป็นภาพที่ตรงกัน ซ่ึงจะน�ำมาเป็นข้อมูลในการหาทางออก ดยไดส้ ำ� รวจและจดั เกบ็ สถานการณข์ อ้ มลู แผนทค่ี วามขดั แยง้ ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบันได้พัฒนาข้อมูลและรูปแบบให้ทันสมัย ขัดแย้ง (Conflict Dimension) ๔ มิติ คือ มิติความขัดแย้ง วามขัดแย้งทางทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม และ นธรรม ประเทศไทย ในต่างประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ลค่ี ลายดว้ ยพลวตั ทแี่ ตกตา่ งกนั มคี วามสำ� คญั ตอ่ กระบวนการ จากการทสี่ ำ� นกั สนั ตวิ ธิ แี ละธรรมาภบิ าล สถาบนั พระปกเกลา้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง ซึ่งผู้วิจัย

70 จึงได้ประยุกต์แนวคิดดังกล่าว เพื่อส�ำรวจ ศึกษา จัดเก็บ มผี ลมาจากการดำ� เนนิ โครงการพฒั นาตา่ งๆ ตามแนวนโยบา ความขดั แยง้ ทเ่ี ปน็ ปญั หาทส่ี ำ� คญั ในแตล่ ะภมู ภิ าค และความ สนบั สนนุ ให้เกิดการวิจยั เพือ่ การแกป้ ญั หาในพน้ื ที่ และพัฒน เมอื่ การสำ� รวจเสรจ็ สน้ิ ในรอบปี สำ� นกั สนั ตวิ ธิ แี ละธรรมาภบิ าล ไดท้ ่ี https://conflictmapping-th.com/ อนั จะเปน็ ประโย ในประเทศไทย ๔. การสำ� รวจขอ้ มลู ธรรมาภบิ าลในประเทศไท (Good Governance Mapping) การส�ำรวจข้อมูลแผนท่ีธรรมาภบิ าล (Good Gove ท่ีใช้เป็นมุมมองในการจัดระดับธรรมาภิบาลของหน่วยงาน ภาคประชาสังคม ธรรมาภิบาล เป็นกรอบการท�ำงานของท ของประเทศ ทง้ั หนว่ ยงานภาครฐั ภาคเอกชน และภาคประช และในปัจจุบันหลายหน่วยงานได้ด�ำเนินการให้ “รางวัลธ

และรวบรวมข้อมูลประเด็นความขัดแย้งท่ีเกิดหรือ ายของรฐั ในทกุ ภมู ภิ าคของประเทศ โดยสรปุ ประเดน็ มเรง่ ดว่ นของแตล่ ะพนื้ ทตี่ ลอดจนรว่ มกนั ตอ่ ยอดและ นาท้องถ่นิ นนั้ ๆ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ และนอกจากนี้ ล ไดน้ ำ� ขอ้ มลู เขา้ สรู่ ะบบดจิ ทิ ลั โดยทา่ นสามารถเขา้ ชม ยชนต์ อ่ ผทู้ ส่ี นใจประเดน็ การแกไ้ ขปญั หาความขดั แยง้ ทย ernance Mapping) เป็นนวตั กรรมเคร่อื งมอื พื้นฐาน นต่างๆ ในประเทศไทยทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และ ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ชาสงั คมไดใ้ ชห้ ลกั ธรรมาภบิ าล เปน็ กรอบในการทำ� งาน ธรรมาภิบาล” อาทิ รางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ

(Best Practices) ของสำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นา คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ช ส่วนท้องถ่ิน และรางวัล Thailand NGO Awards Alliance เป็นต้น ซึ่งการมอบรางวัลเป็นการส่งเสริม หน่วยงานตนเอง สร้างสรรค์นวัตกรรม พัฒนาคุณภ ความรบั ผดิ ชอบ ความค้มุ ค่าและการมสี ว่ นรว่ ม เพ่ือ สถาบนั พระปกเกลา้ จดั ทำ� โครงการสำ� รวจข Mapping โดยโครงการนี้รวบรวมหน่วยงานต่างๆ ท่ีได้รับรางวัลธรรมาภิบาลในรูปแบบคลังข้อมูลแผนท ซงึ่ เปน็ การรวบรวมขอ้ มลู ธรรมาภบิ าลตามองคก์ ารภา โดยละเอียดว่าหน่วยงานต่างๆ ได้รางวัลด้านธรรมา การสร้างฐานแท่น (Platform) ซึ่งเป็นรูปแบบของ เ พ่ื อ ใช ้ ใ น ก า ร ติ ด ต า ม แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก า ร น� ำ ห ลั ก โดยส�ำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล ในฐานะหน่วยงา เข้าชมไดท้ ี่ https://www.goodgovernance.kpi.a

รายงานประจ�ำปี ๒๕๖๒ 71 าระบบราชการ (ก.พ.ร.) รางวลั องคก์ รโปรง่ ใส ของสำ� นกั งาน ชาติ (ป.ป.ช.) รางวลั พระปกเกลา้ ทม่ี อบใหแ้ ก่ องคก์ รปกครอง ขององค์กรพัฒนาเอกชน จัดรางวัลโดย The Resources มให้หน่วยงานต่างๆ ได้เกิดความต่ืนตัว และพยายามพัฒนา ภาพการให้บริการภายใต้หลักคุณธรรม นิติธรรม โปร่งใส อก่อให้เกดิ ประโยชนส์ ขุ แกป่ ระชาชน ขอ้ มลู ธรรมาภบิ าลในประเทศไทย หรอื Good Governance ๆ ท่ีให้รางวัลธรรมาภิบาลในประเทศไทยและหน่วยงาน ที่ด้านธรรมาภิบาล (Good Governance Digital Based) าครฐั ภาคเอกชน และภาคประชาสงั คม โดยขอ้ มลู จะปรากฏ าภิบาลประเภทใดบ้างและได้จากหน่วยงานใด เพื่อน�ำไปสู่ Good Governance Mapping ของสถาบันพระปกเกล้า ก ธ ร ร ม า ภิ บ า ล ไ ป ป ฏิ บั ติ ข อ ง อ ง ค ์ ก ร ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ต ่ อ ไ ป านขับเคลื่อนได้น�ำข้อมูลเข้าสู่ระบบดิจิทัล โดยท่านสามารถ ac.th/th/home

72 ๕ . โ ค ร ง ก า ร ศึ ก ษ า วิ จั ย ป ร ะ เ มิ น ก า ร ก ร ะ จ (Decentralization Report) การศกึ ษาสถานการณก์ ารกระจายอำ� นาจและการป และส�ำรวจระดับความเป็นประชาธิปไตยท้องถ่ินของประเท จากการส�ำรวจระดับประชาธิปไตยท้องถ่ิน ตลอดจน รายงานสถานการณ์การกระจายอ�ำนาจผ่านข้อมูลเชิง สถิติท่ีเกิดข้ึนในท้องถิ่น โดยน�ำเสนอเนื้อหาออกเป็น ๒ สว่ น คอื สว่ นท่ี ๑ วา่ ดว้ ยเรอ่ื ง ประชาธปิ ไตยทอ้ งถนิ่ : บทสำ� รวจความเปน็ ประชาธปิ ไตยทอ้ งถน่ิ ไทย ซง่ึ นำ� เสนอ ภ า พ ร ว ม ค ว า ม เ ป ็ น ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย ท ้ อ ง ถิ่ น ใ น ฐ า น ะ กลไกหน่ึงในการขับเคลื่อนไปสู่รากฐานประชาธิปไตย ใ น ร ะ ดั บ ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ส ่ ว น ท่ี ๒ ว ่ า ด ้ ว ย เรื่ อ ง ส ถิ ติ แ ล ะ ข ้ อ มู ล : ส ถ า น ก า ร ณ ์ ก า ร ก ร ะ จ า ย อ� ำ น า จ แ ล ะ การป กครอง ท้องถิ่น เป็ นการน�ำ เ สน อทิศทา งและ แ น ว โ น ้ ม ข อ ง ส ถ า น ก า ร ณ ์ ก า ร ก ร ะ จ า ย อ� ำ น า จ แ ล ะ การปกครองท้องถิ่นผ่านข้อมูลสถิติต่างๆ ต่อไปใน อนาคต ผลการศึกษาวิจัยสามารถน�ำมาพัฒนาให้เป็น ฐานขอ้ มูลท่ีสำ� คญั ระดบั ประเทศ เก่ียวกบั การกระจาย อำ� นาจและการปกครองทอ้ งถน่ิ ไทยในอนาคต โดยสะทอ้ น ใหเ้ หน็ ถงึ ศกั ยภาพของทอ้ งถน่ิ ไทย ซงึ่ ผกู้ ำ� หนดนโยบาย ระดับประเทศและระดับท้องถิน่ สามารถนำ� ข้อมูลไปใช้ ประกอบการก�ำหนดนโยบายการกระจายอำ� นาจสทู่ ้องถิ่นได

จ า ย อ� ำ น า จ ท้ อ ง ถิ่ น ป ร ะ จ� ำ ปี ๒ ๕ ๖ ๑ ปกครองทอ้ งถน่ิ ทเี่ กดิ ขนึ้ ในรอบ ๒ ทศวรรษทผ่ี า่ นมา ทศในปัจจุบัน โดยรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงท่ีค้นพบ ด้

งานวิจัยเชิงปฏิบัติการ ๑. การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่ อพั ฒนาก ของพลเมอื งสายพั นธใ์ุ หมใ่ นยุคดจิ ทิ ลั Digital Disruption หรอื สภาวะทน่ี วตั กรรม อย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวม ทางเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งการเปล่ียนแปลงดังกล่าวน ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แ งานดา้ นการสง่ เสรมิ ความเปน็ พลเมอื งและการมสี ว่ นร ซงึ่ ยงั ไมม่ กี ารศกึ ษาในประเทศไทย ไดแ้ ก่ พฤตกิ รรมก ท่ีใช้และภาครัฐในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการ ค�ำตอบและนำ� ผลการศึกษาไปพฒั นารปู แบบกลไกท ผลการศกึ ษาพบวา่ เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เปน็ เคร เทคโนโลยีดิจิทัลเพ่ือการมีส่วนร่วมต้องเป็นพ้ืนท่ีเป ด้านพลเมืองต้องพัฒนาจากการตั้งรับ (Passive) เพ อย่างกระตือรือร้น (Active) ด้วยการริเร่ิม ลงมือท�ำ ด้วยความรู้ ความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รู้เท่า เพ่ือการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในกา แบบรัฐเปิด (Open Government) เพือ่ เปดิ เผยข้อม และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ ใ ของประชาชนได้รับฟังด้วยการมีปฏิสัมพันธ์สะท้อน ความไวว้ างใจและมน่ั ใจในความปลอดภยั ของประชาช ใชก้ ฎหมายใหเ้ ออ้ื ตอ่ การมสี ่วนรว่ ม และการปรบั โคร ทางการเมอื งผา่ นเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ของประชาชน โดย แนวคดิ และวธิ กี ารการทำ� งานแบบรฐั เปดิ และใหค้ วาม ฟนั เฟอื งในการขบั เคลอื่ นใหก้ ารมสี ว่ นรว่ มทางการเมอ พลเมือง (Empowerment) ส�ำหรับเทคโนโลยีดิจ เป็นเคร่ืองมือในการขับเคลอื่ นและรัฐใช้เปน็ ชอ่ งทางใ อยา่ งรวดเรว็ และมีประสิทธิภาพ

รายงานประจำ� ปี ๒๕๖๒ 73 กลไกสนับสนุนการมีส่วนร่วมทางการเมือง ล มหรอื เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั สง่ ผลกระทบและสรา้ งการเปลย่ี นแปลง มทั้งพฤติกรรมของพลเมืองที่เติบโตขึ้นพร้อมกับการพัฒนา น�ำไปสู่การปรับตัวและการสร้างโอกาสใหม่ของการพัฒนา และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของพลเมืองเช่นกัน รว่ มทางการเมอื งในสภาวะใหมต่ อ้ งการขอ้ มลู พนื้ ฐานทสี่ ำ� คญั การมสี ว่ นรว่ มทางการเมอื งของพลเมอื งยคุ ดจิ ทิ ลั เทคโนโลยี รเมืองผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล งานวิจัยฉบับดังกล่าวจึงค้นหา ท่เี หมาะสมกบั การน�ำไปสกู่ ารปฏิบตั ติ ่อไป รอื่ งมอื และตวั กลางทส่ี ามารถใชป้ ระโยชนโ์ ดยพลเมอื งและรฐั ปิด มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับผู้ใช้งานในหลายมิติ พียงการไลก์ (Like) และแชร์ (Share) ไปสู่การมีส่วนร่วม ำ ต้องมีความรู้ความเข้าใจทางการเมือง และการมีส่วนร่วม าทันดิจิทัล (Digital Literacy) มีวิจารณญาณและใช้ดิจิทัล ารติดตามตรวจสอบในด้านของรัฐ ต้องมีการบริหารจัดการ มูล ข้อเท็จจรงิ และสามารถใช้เทคโนโลยดี ิจิทลั ในการเข้าถงึ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อประโยชน์ของประชาชน ท�ำให้เสียง นกับต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากนี้ ต้องสร้าง ชนตอ่ การใชเ้ ทคโนโลยี ดว้ ยการปรบั ปรงุ กฎหมายและบงั คบั รงสรา้ งและการทำ� งานของรฐั ให้สอดคล้องกับการมีส่วนร่วม ยสรปุ คอื รฐั ยงั คงเปน็ กลไกหลกั ทสี่ ำ� คญั ทต่ี อ้ งขบั เคลอื่ นดว้ ย มสำ� คญั กบั การมสี ว่ นรว่ ม พลเมอื งคอื มอื งบรรลเุ ปา้ หมายของการเสรมิ พลงั จิทัลเป็นฟันเฟืองย่อยท่ีพลเมืองใช้ ในการสรา้ งการมีส่วนรว่ มให้เกดิ ขึน้

74 ๒. โครงการวิจัยถอดบทเรียนการจัดท�ำแผ มี ส่ ว น ร่ ว ม ท่ี ค� ำ นึ ง ถึ ง มิ ติ ห ญิ ง ช า ย ( G e n Budgeting: GRPB) เพ่ือเสริมสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศในปร ส�ำนักวิจัยและพัฒนา ด้วยการสนับสนุนขององค์การเพ่ือกา ของผหู้ ญงิ แหง่ สหประชาชาติ หรอื ทร่ี จู้ กั กนั ในนาม UN Wo กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด�ำเนิน การวางแผนและจดั ทำ� งบประมาณทค่ี ำ� นงึ ถงึ มติ หิ ญงิ ชาย (Pro through Women’s Leadership & Participation and ซงึ่ เปน็ การนำ� เอาแนวคดิ การจดั ทำ� งบประมาณทคี่ ำ� นงึ ถงึ มติ มาศกึ ษาวจิ ยั เพอื่ ประยกุ ตใ์ ชใ้ นประเทศไทย GRB ถอื ไดว้ า่ เปน็ เพ่ือสร้างความมั่นใจว่าจะมีการน�ำมิติหญิงชายเข้าสู่กระแสห ในการบรหิ ารงบประมาณมติ หิ ญงิ ชาย และสง่ ผลใหเ้ กดิ การพ กับเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน หรือ Sustainable Deve แหง่ สหประชาชาติ ในเปา้ หมายท่ี ๕ ท่วี ่าด้วยความเสมอภา ผลจากการดำ� เนนิ โครงการวจิ ยั ขา้ งตน้ เปน็ สว่ นหนงึ่ ท แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ให้มีเร่ืองการจัด และวยั ไว้อย่างชัดเจนในมาตรา ๗๑ วรรค ๔ “...ในการจดั สรรงบประมา ความจ�ำเป็นและความต้องก เพศ วยั และสภาพของบคุ คล ท สถาบันได้ท�ำการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากศ กับบริบทไทย จึงท�ำการออกแบบหลักสูตรท่ีให้เกิดการน�ำ มาผสมผสานเขา้ กบั แนวคดิ การจดั ทำ� งบประมาณทค่ี ำ� นงึ ถงึ ม ทคี่ �ำนงึ ถงึ มติ ิหญงิ ชาย (Gender Responsive Participato กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ทสี่ มคั รใจโดยดำ� เนนิ งานวจิ ยั การจัดท�ำแผนพัฒนาท้องถ่ินและงบประมาณแบบมีส่วน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook