Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เนื้อหาหน่วยที่ 3(แก้แล้ว)

เนื้อหาหน่วยที่ 3(แก้แล้ว)

Published by Sirichai Pongsiri, 2020-07-15 02:32:01

Description: เนื้อหาหน่วยที่ 3(แก้แล้ว)

Search

Read the Text Version

65 หน่วยท่ี 3 การวางแผนการผลิตผลิตภณั ฑ์สัตว์ สาระการเรยี นรู้ 3.1 ความหมาย ความสาคัญ และประโยชน์ของการวางแผนการผลิต 3.2 ประเภทและลักษณะของแผน 3.3 วธิ ีการและกระบวนการวางแผน 3.4 การดาเนินการผลติ ผลิตภัณฑต์ ามแผน 3.5 การประเมนิ ผลโครงการ 3.6 การบรหิ ารงานคุณภาพ สาระสาคญั การวางแผนการผลิต หมายถึง การวางแผนในการจัดการปัจจยั การผลติ ต่าง ๆ เช่น แรงงาน เครอ่ื งจกั ร วัตถดุ ิบ กระบวนการผลิต หรอื 4M (Man , Machine , Machine , Method) เพื่อให้ ผล การผลิตบรรลุตามเป้าหมายที่ถูกกาหนดไว้โดยความต้องการของลูกค้า (Customer demand) ซึ่งความต้องการของลูกค้านั้นอาจเกิดจากการสั่งซื้อจริงที่เกิดข้ึนแล้วและการพยากรณ์ความต้องการ ทจ่ี ะซ้ือสนิ ค้าในอนาคตตามชว่ งเวลาต่าง ๆ การวางแผนการผลิตมีท้ังแผนการผลิตระยะสั้นและแผนการผลิตระยะยาว โดยแผนการผลิต ในระยะยาวส่วนมากจะเปน็ ไปในลักษณะของการลงทนุ เพือ่ รองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต เช่น การวางแผนการหรือการขยายโรงงาน การซื้อเครื่องจักร การวางแผนด้านบุคลากร แผนการผลิต ในระยะยาวน้ีสว่ นมากจะมรี ะยะเวลาเกิน 1 ปีขึ้นไป (ประมาณ 3 - 5 ป)ี โดยจะเน้นไปท่ีการเพ่ิมกาลัง การผลิตและการขยายกิจการ ส่วนแผนการผลิตในระยะส้ัน จะเป็นการวางแผนการผลิตตามชว่ งเวลา ต่าง ๆ ภายใน 12 เดือน เช่น แผนการผลิตประจาวัน แผนการผลิตประจาสัปดาห์ แผนการผลิต ประจาเดือน แผนการผลิตประจาปี เป็นตน้ การวางแผนการผลิตระยะสั้นนจ้ี ะมีการกาหนดเปา้ หมาย ท่ีชัดเจน ซ่ึงเป้าหมายน้ีจะถูกคานวณจากกาลังการผลิตที่มีอยู่ การวางแผนการผลิตจะทาควบคู่ไปกับ การควบคุมการผลิตเพื่อที่จะเฝ้าติดตามและควบคุมสถานะและระดับของการผลิตให้ยังคงอยู่ในแผน การทาการผลติ ตามระยะเวลา จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 1. บอกความหมายของการวางแผนการผลติ ได้ 2. บอกความสาคัญของการวางแผนการผลิตได้ 3. บอกประโยชนข์ องการวางแผนการผลติ ได้ 4. แยกประเภทและลักษณะของแผนได้ 5. แยกวธิ ีการวางแผนได้ 6. อธบิ ายกระบวนการวางแผนได้

66 7. บอกวิธกี ารประเมินผลโครงการได้ 8. บอกวธิ กี ารบริหารงานคณุ ภาพได้ 9. สามารถเขียนแผนธรุ กจิ การผลติ ผลิตภณั ฑ์สัตว์ได้ 10. มีลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ ได้แก่ มีความสนใจใฝ่รู้ ความมีวินัย มีความรับผิดชอบ มคี วามซอื่ สตั ย์ มีความขยันอดทน มนี ิสยั รักการอ่าน และมคี วามคิดสร้างสรรค์ เนื้อหาสาระ การปฏิบัติงานใด ๆ สิ่งที่เป็นเป้าหมายสาคัญ คือ ความต้องการประสบความสาเร็จอย่างมี คุณภาพสูงสุด แต่การจะประสบความสาเร็จได้ตามเป้าหมายที่คาดหวัง จาเป็นต้องผ่านกระบวนการ หลายขั้นตอน คือ ข้ันการวางแผนงานอย่างรอบคอบ การปฏิบัติงานตามแผนที่กาหนดไว้ การกากับ ตรวจสอบ ติดตาม การวิเคราะห์ สรุปประเมินผล และแก้ไขปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ซ่ึงก็คือ การบริหารจัดการด้วยระบบ PDCA โดยหากผ่านกระบวนการดังกล่าวซ่ึงเป็นวัฏจักรที่ต่อเนื่องจะช่วย สง่ ผลใหท้ ้งั กระบวนการปฏิบตั งิ านและผลงานสาเร็จได้อย่างราบรน่ื และมปี ระสทิ ธิภาพสงู 3.1 ความหมาย ความสาคัญ และประโยชน์ของการวางแผนการผลิต (Production planning) 3.1.1 ความหมายของการวางแผน โปรดักช่ันคอสท์(2560) ได้ให้ความหมายของการวางแผนการผลิตไว้ คือ การวางแผน ในการจัดการปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เช่น วัตถุดิบ เครื่องจักร กระบวนการผลิต แรงงาน หรือ 4M (Material, Machine, Method, Man) เพื่อให้ผลการผลิตบรรลุตามเป้าหมายท่ีถูกกาหนดไว้ โดยความต้องการของลูกค้า (Customer demand) ซึ่งความต้องการของลูกค้านั้นอาจเกิดจาก การ สง่ั ซือ้ จริงท่ีเกิดขึ้นแล้วและการพยากรณ์ความตอ้ งการที่จะซ้ือสินค้าในอนาคตตามชว่ งเวลาต่าง ๆ ทพิ าวรรณ(ม.ม.ป.) ได้กล่าวถึงความหมายของการวางแผนไว้วา่ การวางแผนเป็นกระบวนการ ที่ได้กาหนดเป้าหมายการใช้ทรัพยากร การปฏิบัติงานไว้เพ่ือให้งานบรรลุเป้าหมายตามท่ีกาหนดอย่าง ราบรนื่ และมีประสิทธิภาพ 3.1.2 ความสาคัญ และประโยชน์ของการวางแผน ทิพาวรรณ(ม.ป.ป.) ได้กล่าวถึงความสาคัญและประโยชน์ของการวางแผนไว้ว่า เปน็ กระบวนการดาเนนิ เพ่ือลดภาวะความไมแ่ น่นอนของอนาคต ซึง่ ชว่ ยใหส้ ามารถควบคุม การ ดาเนินงานให้อยูภ่ ายใต้ขอบเขตอยา่ งเหมาะสม ดังนัน้ การวางแผนจึงมคี วามสาคัญและประโยชนห์ ลาย ประการดังน้ี 3.1.2.1 ช่วยจดั กรอบองค์กร การวางแผนทด่ี ีจะชว่ ยบอกทิศทางใหก้ รรมการปฏิบตั งิ าน และทาให้งานบรรลเุ ป้าหมายได้ 3.1.2.2 ชว่ ยชน้ี าบคุ ลากรให้มเี ป้าหมายและปฏิบัตงิ านไปในทศิ ทางเดียวกนั และตรงกัน 3.1.2.3 ช่วยควบคุมกระบวนการปฏิบัติงานให้ดาเนินการไปตามแผน ตามกรอบที่ กาหนด 3.1.2.4 ช่วยใหเ้ กิดความร่วมมือและประสานกันอย่างต่อเนื่องสัมพันธ์กัน

67 3.1.2.5 ช่วยลดผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพราะมีการ วางแผนไวแ้ ลว้ ล่วงหน้า 3.1.2.6 ชว่ ยลดและประหยดั การใชท้ รัพยากรทีม่ ากเกินความจาเป็น 3.1.2.7 ช่วยสร้างและพัฒนาแนวคิดให้กว้างไกล เพราะการวางแผนเกิดจากการคิด วิเคราะห์ การอภิปรายแลกเปล่ียนแนวคิด ความรู้ ทักษะประสบการณ์ ระหว่างบุคลากรทกุ ระดบั ชั้น และต้องอาศัยขอ้ มลู ความรู้ทีห่ ลากหลาย จงึ ทาใหเ้ กิดการเพม่ิ พนู ความรแู้ นวคดิ และวิสัยทัศน์ไดก้ ว้างไกล มากขน้ึ 3.2 ประเภทและลักษณะของแผน เสาวภา(2555) ไดก้ ลา่ วไว้ว่า ลักษณะของงานทป่ี ฏิบตั โิ ดยทว่ั ไปจะแตกต่างกัน ท้ังรูปแบบและ ลกั ษณะ งานบางอย่างจะมีขอบเขตกวา้ งซับซ้อน ต้องวางแผนหลายข้ันตอนและมีความตอ่ เน่ือง ใช้ เวลายาวนานแต่งานบางอย่างมีขอบเขตแคบ ไม่ซับซ้อนและอาจปฏิบัติได้เสร็จภายในเวลาส้ัน ดังนั้น จึงอาจแบง่ ประเภทของแผนงานออกเป็น 3 ประเภท ดังน้ี 3.2.1 แผนระยะสัน้ และแผนระยะยาว (Short – range and long – range plan) เปน็ การแบ่งประเภทของแผนโดยใช้ระยะเวลากาหนด ซ่ึงจะมี 3 ระยะเวลา ดงั นี้ 3.2.1.1 แผนระยะส้นั (Short – range plan) มีระยะเวลาปฏบิ ัตไิ มเ่ กิน 1 ปี 3.2.1.2 แผนระยะปานกลาง (Intermediate – range plan) มีระยะเวลาปฏิบัติต้ังแต่ 1 – 5 ปี 3.2.1.3 แผนระยะยาว (Long – range plan) มีระยะเวลาปฏบิ ตั ิตงั้ แต่ 5 ปขี ้นึ ไป 3.2.2 แผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ (Strategies tactical and operational plan) แผนกลยุทธ์ (Strategies plan) จัดเป็นแผนระยะยาว “กลยุทธ์” เป็นกระบวนการจัดสรรทรัพยากร ท่ีมีอยู่อย่างจากัด ให้บรรลุเป้าหมายหลาย ๆ เป้าหมายพร้อมกัน โดยให้เกิดความเส่ียงน้อยท่ีสุด โดยมที ิศทางการปฏิบตั ิสเู่ ปา้ หมายขององค์กร กลยทุ ธ์จะกาหนดขน้ึ จากพ้นื ฐาน 2 ประเภท คอื 3.2.2.1 แรงกดดันภายนอกองค์กร เช่น นโยบาย สภาวะทางเศรษฐกิจ การเมือง สงั คม 3.2.2.2 แรงกดดันจากภายในองค์กร เช่น วัฒนธรรม ค่านิยม จุดอ่อน จุดแข็ง ขององค์กร ดังนั้น จากแผนกลยุทธ์จึงต้องมีการกาหนดแผนยุทธวิธีท่ีเป็นรายละเอียดในการปฏิบัติ ให้สอดรับกับแผนกลยุทธ์และเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ให้สามารถ ดาเนินการต่อไปได้ภายใต้แผนกลยุทธ์ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ แผนกลยทุ ธจ์ งึ จดั เป็นแผนระยะปานกลางประมาณ 1 – 5 ปี ส่วนแผนปฏิบัติการจะเป็นแผนท่ีเฉพาะเจาะจงมากกว่าแผนกลยุทธ์ จะเป็นแผนระยะสั้น ทก่ี าหนดขนึ้ เพื่อใช้ปฏิบัติงานประจาวัน / สัปดาห์ โดยจะต้องตรวจสอบว่าส่ิงใดทาแล้วหรือยังไม่ได้ทา และมงุ่ เนน้ ประสทิ ธิภาพการปฏบิ ตั ิงาน 3.2.3 แผนประจาหรือแผนถาวรและแผนใช้คร้ังเดียว (Standing plans and single – use plan) มรี ายละเอียดคือ

68 3.2.3.1 แผนประจาหรือแผนถาวร เป็นแผนท่ีมีลักษณะนามาใช้ปฏิบัติเป็นประจา ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่องและไม่คอ่ ยมกี ารเปลย่ี นแปลงเท่าใด ส่ ว น แ ผ น ใ ช้ ค รั้ ง เ ดี ย ว เ ป็ น แ ผ น ท่ี ก า ห น ด ใ ห้ ใ ช้ เ ฉ พ า ะ ช่ ว ง เ ว ล า ห นึ่ ง ท่ี แ น่ น อ น เมื่อดาเนินการบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ก็จะเร่ิมต้นวางแผนใหม่ไปเรื่อย ๆ เป็นส่วน ๆ ไป แผนประจา หรือแผนถาวร อาจจาแนกเปน็ 4 สว่ น คือ 1) นโยบาย (Policies) เป็นแนวทางหรือการกาหนดการปฏิบัติงานไว้อย่าง กวา้ ง ๆ ท่ีจะทาให้องค์กรบรรลเุ ปา้ หมาย โดยผูบ้ รหิ ารระดบั สงู 2) ระเบียบปฏิบัติ (Procedures) คือ การกาหนดลาดับขั้นตอนในการ ปฏบิ ัติงานอย่างเปน็ มาตรฐานไว้ใหป้ ฏบิ ัติ 3) วิธีการ (Methods) คือ การกาหนดรายละเอียดเจาะลึกเฉพาะเจาะจง ในการปฏิบัติอย่างชัดเจนหรืออาจเรียกว่า เป็นการกาหนดโทษไว้สาหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามโดยมักจะ เกี่ยวกบั ระเบียบวธิ ีปฏิบตั งิ าน 3.2.3.2 แผนใชค้ รงั้ เดียว การกาหนดแผนใช้คร้ังเดยี วอาจแบง่ เปน็ 4 ส่วน ไดแ้ ก่ 1) โครงการ (Program) เป็นการกาหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายสาคัญ เฉพาะเพียงคร้ังเดียว มีระยะเวลายาวนาน โดยระบุถึงข้อมูลท่ีเกี่ยวข้อง วิธีการท่ีจะปฏิบัติให้บรรลุ เป้าหมาย บุคคลที่เก่ียวข้อง และการคาดการณ์ค่าใช้จ่ายไว้ล่วงหน้า อาจประกอบด้วยโครงงาน (Project) หลาย ๆ โครงงานรวมกันก็ได้ 2) โครงงาน (Project) เป็นการกาหนดวัตถุประสงค์และแผนระยะส้ัน ๆ เพือ่ ให้บรรลุเปา้ หมายเพียงครง้ั เดียว ซงึ่ เปน็ สว่ นยอ่ ยลงไปของโครงการ 3) งบประมาณ (Budget) คือ แผนท่ีกาหนดขึ้นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ นโยบาย แผนงาน วตั ถปุ ระสงค์ และเป้าหมายไว้ล่วงหน้า โดยผ้บู รหิ ารระดบั สูง ซงึ่ เป็นแผนเบด็ เสร็จ ที่ครอบคลุมทุกส่วนขององค์กรโดยมีจดุ เนน้ ที่ “เงนิ หรอื งบประมาณ” งบประมาณที่นิยมปฏิบัติ คือ “งบประมาณฐานศูนย์” (Zero – based budget) มีวัตถุประสงค์ เพื่อกระจายทรัพยากร เงินให้กับโครงการหรือกจิ กรรมต่าง ๆ โดยเร่ิมต้นใหม่ ตลอดเวลา ไม่มีการต่อยอดหรือผูกพันข้ามปีโดยเด็ดขาด ทุกโครงการต้องเริ่มต้นของบประมาณใหม่ ทุกคร้ัง ซงึ่ กเ็ ท่ากบั เริ่มต้นทศี่ นู ยน์ ั่นเอง 4) ตารางเวลาการทางานของโครงการ (Project schedule) เปน็ แผนงาน ท่ี ต้องกาหนดกิจกรรมปฏิบัติ พร้อมกาหนดเวลาท่ีจะปฏิบัติได้สาเร็จตามเป้าหมาย นิยมใช้แกนต์ชาร์ต (Gantt chart) ชว่ ยกาหนดตารางเวลาการปฏบิ ัติให้ชดั เจนซง่ึ เปน็ แผนใชค้ รั้งเดียว เม่ือส้ินสุดโครงการ ก็ ต้องวางแผนใหม่ 3.2.4 แผนทางธุรกิจ (Business plan) เป็นแผนที่กาหนดทิศทางของธุรกิจและความต้องการ ดา้ นเงินทนุ ท่ีจะใช้ดาเนินงาน ประกอบด้วยหลายส่วน ไดแ้ ก่ บทสรุปเก่ียวกับการบรหิ าร วัตถุประสงค์ ความสาคัญของแผน การวิเคราะห์องค์กร ธรรมชาติขององค์กร แนวโน้มทางเศรษฐกิจ กฎหมายที่ สาคัญ ความเส่ยี งท่อี าจเกิดขึ้น และข้อกาหนดตา่ ง ๆ ท่เี กย่ี วขอ้ งกับธุรกจิ โดยทั่วไปแผนธุรกิจควรมีรายละเอียดครอบคลุมธุรกิจองค์กรขั้นมูลฐานท้ังหมด อ่านงา่ ย มีความยาวไมเ่ กนิ 20 หนา้ กระดาษ

69 กระบวนการวางแผนทางธุรกิจ สิ่งสาคัญที่ต้องดาเนินการ คือ การกาหนดเป้าหมาย ขององค์กร ซึ่งเปา้ หมาย คือ การกาหนดจดุ ม่งุ หมายปลายทางทีต่ อ้ งการขององค์กร แล้วกาหนด “กล ยทุ ธ์” คือ การกาหนดวิธีดาเนินการว่าจะทาอยา่ งไร จึงจะบรรลุเป้าหมาย จาเปน็ ตอ้ งมี การ กาหนด “พันธกิจ” ขององค์กรไว้ ซ่ึงจะครอบคลุมถึง คุณค่า ความใฝ่ฝัน และเหตุผลการดารงอยู่ ขององค์กร ซ่ึงพันธกิจจะเป็นรากฐานสาคัญในการพัฒนาต่อไปสู่เป้าหมาย และแผนการอื่น ๆ ต่อไป ดังนั้น พันธกิจควรกาหนดไว้อย่างแจ่มชัด โดยจะต้องประกาศพันธกิจ คือ นิยามไว้อย่างกว้าง ๆ เก่ียวกับขอบข่ายของธุรกิจพ้ืนฐานและการปฏิบัติต่าง ๆ เม่ือประกาศพันธกิจแล้วจึงกาหนดเป้าหมาย และแผนการต่าง ๆ ต่อไป ซงึ่ เปา้ หมายตา่ ง ๆ อาจจาแนกไดด้ งั น้ี 3.2.4.1 เป้าหมายทางกลยุทธ์ (Strategies goals) เป็นเจตนารมณ์ท่ีองค์กรตอ้ งการ ให้ปฏิบัติ (จุดยืนด้านตลาด นวัตกรรม ผลผลิต ทรพั ยากร กาไร ผลการพัฒนาการจดั การ ทัศนคติ พนกั งาน และความรบั ผิดชอบตอ่ สาธารณชน) 3.2.4.2 แผนกลยุทธ์ (Strategies plan) คือ กระบวนการ ขั้นตอน การปฏิบัติ ทจี่ ะนาองคก์ รสจู่ ดุ หมาย (การจดั สรร และใช้ทรัพยากร มกั เป็นแผนระยะยาว 2 – 5 ปี) 3.2.4.3 เป้าหมายทางยุทธวิธี (Tactical goals) เป็นการกาหนดเป้าหมาย ของผู้บริหารระดับกลาง กาหนดให้หน่วยงานระดับย่อยลงไปของตนปฏิบัติให้สอดคล้องมีทิศทาง เดยี วกนั ส่เู ป้าหมายรวมโดยเนน้ พัฒนาความสามารถบุคลากรขององค์กร 3.2.4.4 แผนยุทธวิธี (Tactical plan) เป็นการกาหนดวิธีปฏิบัติงานให้สามารถ ดาเนินการบรรลุสแู่ ผนกลยทุ ธโ์ ดยรวม ซง่ึ เป็นหนา้ ที่ของผบู้ ริหารระดับกลาง 3.2.4.5 เป้าหมายปฏิบัติการ (Operational goals) คือ การกาหนดผลลัพธ์ เฉพาะเจาะจงของกลุ่มปฏิบัตงิ านทีว่ ัดผลได้ มักกาหนดเชิงปริมาณหรือเปน็ ตวั เลข 3.2.4.6 แผนปฏิบัติการ (Operational plans) เป็นการกาหนดขึ้นที่ระดับล่าง ขององค์กร โดยกาหนดข้ันตอน วิธีการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย ปฏิบัติการต่อไป และอีกส่วน ที่ต้องกาหนดลงในแผนปฏิบตั ิการ คอื ตารางเวลา 3.3 วิธีการและกระบวนการวางแผน วิธีการและกระบวนการวางแผน ซึง่ เสาวภา(2555) ได้กลา่ วไวว้ า่ 3.3.1 วธิ ีการวางแผน (Approaches to planning) อาจแบง่ เปน็ 3 วิธี คือ 3.3.1.1 การวางแผนแบบภายในสู่ภายนอกและแบบภายนอกสู่ภายใน 1) แบบภายในสู่ภายนอก เน้นความแข็งแกร่งภายในองค์กร แล้ววางแผน การจะปฏิบัติต่อไปในอนาคตให้ดีขึ้น 2) แบบภายนอกสภู่ ายใน โดยเนน้ โอกาสภายนอกทีม่ ีแลว้ ดาเนนิ การเพือ่ ให้ บรรลุผลการดาเนินการควบคกู่ ันทัง้ 2 ส่วน 3.3.1.2 การวางแผนแบบบนลงล่างและแบบลา่ งขึ้นบน 1) แบบบนลงลา่ ง ผ้บู ริหารระดับสงู เปน็ ผู้กาหนดเปา้ หมายและผบู้ รหิ ารระดับ รองลงมาจะกาหนดแผนปฏบิ ตั ิ

70 2) แบบล่างข้ึนบน เร่ิมต้นจากการพัฒนาแนวคิดจากระดับล่างสู่เบ้ืองบน จึงควรนามาใชร้ ว่ มกัน 3.3.1.3 การวางแผนแบบตามสถานการณ์ เป็นการวางแผนท่ีไม่มีรูปแบบตายตัว ขน้ึ อยกู่ บั สถานการณท์ ีอ่ าจเปล่ียนไป ดงั น้นั จงึ อาจปรบั เปลีย่ นไปตามสถานการณ์ 3.3.2 กระบวนการวางแผน 3.3.2.1 การวางแผนปฏบิ ตั กิ าร มกี ระบวนการสาคญั 3 ขั้นตอน คอื 1) ขน้ั วางแผน เป็นขั้นทีส่ าคัญทส่ี ดุ ยากทสี่ ุด โดยการดาเนนิ การดังน้ี (1.1) การเตรียมแผน ต้องมีการศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ และสรุป ข้อมลู ไวอ้ ย่างครอบคลมุ (1.2) การกาหนดแผน โดยร่างแผนที่ต้องการเก่ียวกับส่ิงทเี่ ก่ียวข้อง ไวอ้ ย่างครอบคลุมชัดเจน (1.3) การอนุมัติแผน เป็นการทบทวนและประเมินความเป็นไปได้ ตามลาดบั ขัน้ 2) ขั้นการปฏิบัติตามแผน เป็นการลงมือปฏิบัติการตามแผน โดยควรมี การควบคมุ ให้การปฏบิ ัตเิ ป็นไปตามแผนและบรรลเุ ป้าหมาย 3) ขั้นการประเมินผลแผน เป็นการตรวจสอบผลการดาเนินการ สอดคล้อง กับเป้าหมายมากน้อยเพียงใด ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติมจุดใดบ้าง เพ่ือให้เกิด ความสมบูรณ์มากที่สุด 3.3.2.2 การเขียนโครงการ การเขียนแผนในลักษณะโครงการเป็นที่นิยมกันทั้งใน ภาครัฐและเอกชน ซ่ึงมีหลายรูปแบบและหลายวิธี ซ่ึงมุ่งเน้นให้การดาเนินงานตามโครงการบรรลุ เปา้ หมายอยา่ งมีประสิทธภิ าพ วธิ เี ขยี นโครงการอาจมีหลายรูปแบบ ได้แก่ วิธีเขียนโครงการแบบประเพณีนิยม (Conventional planning) เป็นวิธี ทนี่ ยิ มในปจั จบุ ัน มกั ใชเ้ ทคนคิ 5 W 1 H มาใช้ตงั้ คาถามเพอื่ กาหนดทศิ ทางการเขยี น ดงั น้ี What คอื ต้องการจะทาอะไร (ช่อื โครงการ) When คอื ตอ้ งการทาเมอื่ ไร (ระยะเวลาดาเนนิ โครงการ) Where คือ ตอ้ งการทาทไี่ หน (สถานที่ดาเนนิ การ) Why คือ ตอ้ งการทาเพื่ออะไร (หลักการและเหตุผล) Who คือ ใครเป็นผู้ทาหรือรบั ผิดชอบ (ผู้รับผิดชอบ) How คือ ทาดว้ ยวิธกี าร ขัน้ ตอนอยา่ งไร (วธิ ดี าเนนิ โครงการ) ดงั น้ัน องคป์ ระกอบของโครงการจงึ ประกอบดว้ ยส่งิ ท่ตี ้องกาหนดไว้ดงั น้ี 1) ชอื่ โครงการ 2) หลกั การและเหตุผล 3) วัตถุประสงคข์ องโครงการ 4) เป้าหมายของโครงการ 5) ลักษณะของโครงการ

71 6) สถานท่ีดาเนินการ 7) ระยะเวลาดาเนนิ การ 8) วธิ ดี าเนนิ การ 9) หน่วยงานท่รี ับผดิ ชอบ 10) งบประมาณทร่ี ับผิดชอบ 11) ประมาณการรายรับ – รายจา่ ย และผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั 3.3.2.3 การเขียนแผนธรุ กจิ ซง่ึ โปรดักช่ันคอสท์(2560) ได้กลา่ วไวว้ ่า แผนธุรกิจ (Business plan) หมายถึง เครื่องมือที่มีความสาคัญยิ่งสาหรับ ผู้ประกอบการที่ริเร่ิมจะก่อตั้งกิจการ แผนน้ีเป็นผลสรุปหรือผลรวมแห่งกระบวนการคิดพิจารณาและ การตัดสนิ ใจที่จะเปล่ียนความคิดของผู้ประกอบการออกมาเป็นโอกาสทางธุรกิจ มีผู้เปรียบเทียบว่าแผน ธุรกิจเปรียบเหมือนแผนท่ีในการเดินทางท่ีจะช้ีแนะข้ันตอนต่าง ๆ ทีละข้ันตอนในกระบวนการก่อต้ัง กิจการ แผนจะให้รายละเอียดต่าง ๆ ท้ังเรื่องของการตลาด การแข่งขันกลยุทธ์ในการดาเนินธุรกิจ การคาดคะเนทางการเงินที่จะชี้นาผู้ประกอบการไปสู่ความสาเร็จหรือชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนและข้อควรระวัง ด้วยเชน่ กนั ถ้าเปรียบว่าแผนท่ีดีย่อมจะให้รายละเอียดถนนหนทางและทิศทางที่ชัดเจนแล้ว แผนธุรกิจ ก็ไมต่ ่างกนั ในการที่จะให้รายละเอียดอย่างเพยี งพอที่จะทาให้ผู้ร่วมลงทุนตัดสินใจได้วา่ ธุรกิจนั้นควรจะ รว่ มลงทนุ ด้วยหรือไม่ จากแผนธุรกจิ จะทาใหผ้ รู้ ว่ มลงทนุ เข้าใจวัตถุประสงคข์ องธรุ กิจอย่างชัดเจน เขา้ ใจ แนวคิดและปรัชญาของธุรกิจ แผนปฏิบัติการ ปัญหาอุปสรรค และหนทางที่เตรียมการเพื่อไปสู่ ความสาเร็จ ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการจะใช้เงินลงทุนของตัวเอง ไม่ต้องการผู้ร่วมลงทุนหรือเงินกู้จาก สถาบันการเงิน แผนธุรกิจก็ยังจาเป็นอยู่ดี เพื่อให้ผู้ประกอบการมีแผนที่ในการบอกทิศทางของ การดาเนินกิจการในอนาคต 1) ความสาคัญของแผนธุรกิจ สาหรับผู้ประกอบการแล้ว แผนธุรกิจ เปน็ เอกสารท่ีมคี วามสาคญั ยงิ่ กว่าเอกสารใด ๆ ท่ีเคยมกี ารรวบรวมมา ความสาคญั เหลา่ นี้ ไดแ้ ก่ (1.1) แผนธุรกิจสาคัญในฐานะท่ีจะให้รายละเอียดของการเริ่มต้น ธุรกิจ แผนธุรกิจทาให้ผู้ประกอบการมีเป้าหมายที่ชัดเจน กาหนดแนวทางของความคิดและ ช่วยให้ผู้ประกอบการแนว่ แนต่ ่อการใชท้ รัพยากรและกาลังความพยายามเพอ่ื ไปสู่เปา้ หมาย (1.2) แผนธุรกิจสาคัญในฐานะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยแสวงหา เงินทุนจากผรู้ ่วมลงทุนจากกองทุนร่วมลงทนุ และจากสถาบนั การเงินต่าง ๆ (1.3) แผนธุรกิจสาคัญในฐานะท่ีเป็นเสมือนพิมพ์เขียวที่ให้ รายละเอียดของกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งกิจกรรมในการจัดหาเงินทุน กิจกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กิจกรรมการตลาด และอ่ืน ๆ ในการบริหารกิจการใหม่ แผนธุรกิจยังใช้เพ่ือกาหนดการปฏิบัติงาน ท่ีต่อเนือ่ งในอนาคตของกจิ การอีกดว้ ย 2) ส่วนประกอบของแผนธุรกิจ เนื่องจากแผนธุรกิจท่ีดีย่อมช่วยในการวัด ถึงความเป็นไปได้ของกิจการที่จะลงทุน แผนธุรกิจจึงควรประกอบด้วยการวิเคราะห์อย่างละเอียด ในตัวแปรหรอื ปัจจัยดงั ตอ่ ไปนี้

72 (2.1) สินคา้ หรอื บรกิ ารท่จี ะขาย (2.2) กล่มุ ลกู ค้าท่คี าดหวงั (2.3) จดุ แข็งและจุดอ่อนของกจิ การท่จี ะทา (2.4) นโยบายการตลาด เช่น นโยบายด้านราคา การส่งเสริม การตลาด การกระจายสนิ คา้ (2.5) วธิ กี ารหรือกระบวนการในการผลิต รวมถงึ เครือ่ งจักร อุปกรณท์ ี่ต้องใช้ (2.6) ตัวเลขทางการเงิน นับต้ังแต่รายได้ที่คาดว่าจะได้ ค่าใช้จ่าย กาไร ขาดทนุ จานวนเงินลงทนุ ท่ีต้องการ และกระแสเงนิ สดทีค่ าดว่าจะไดม้ าหรือใช้ไป (2.7) แผนธุรกิจจะต้องตอบคาถามเพื่อใช้พิจารณาการดาเนินการ ธรุ กจิ ดังนี้ การกอ่ ตัง้ ธุรกิจเป็นรูปร่างชัดเจนขนาดไหน เสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยัง ธุรกิจน้ีน่าลงทุนหรือไม่ ธุรกิจมีแนวโน้มหรือโอกาสที่จะประสบความสาเร็จตั้งแต่เมื่อแรกตั้งมากน้อยขนาดไหน ธุรกิจน้ีมีความ ได้เปรยี บหรือความสามารถในการแขง่ ขันในระยะยาวมากน้อยเพียงใด สินคา้ ท่ีจะผลิตมีวธิ ีการผลิตท่ีมี ประสิทธิภาพเพียงใด สินค้าที่ผลิตสามารถวางตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด วิธีการผลิตและ การวางตลาดสินค้านั้น มีทางเลือกอ่ืน ๆ ท่ีประหยัดได้มากกว่าหรือไม่ หน้าที่ต่าง ๆ เช่น การผลิต การจาหน่าย การจัดการทางการเงิน การจัดการคน มีการจัดการท่ีดีและเหมาะสมเพียงใด จานวน และคุณภาพของพนักงานทตี่ ้องการมีเพียงพอหรือไม่ ตัวอย่างแผนธุรกิจ โดย เสาวภา(2559) ได้ใหร้ ายละเอยี ดไว้ดังน้ี แบบเสนอแผนธุรกจิ วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบรุ ี ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2559 ชือ่ แผนธุรกิจ โครงการแปรรปู นานาผลติ ภณั ฑ์ ช่ือ – สกุล (ผจู้ ดั การบริษทั ) นางสาวบษุ บา สังขประเทือง ระดบั ชนั้ ปวส. 1/3 สาขาวิชาอตุ สาหกรรมเกษตร กล่มุ วิชาอุตสาหกรรมเกษตร ผู้ประกอบธรุ กจิ ร่วม 1. ชือ่ – สกุล นางสาวนอภู - 2. ช่อื - สกุล นางสาวอญั ชษิ ฐา ไพชยนต์ 3. ช่ือ - สกลุ นางสาวจิดาภา - สถานท่ตี งั้ ธุรกิจ แผนกวชิ าอุตสาหกรรมเกษตร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยกี าญจนบรุ ี ประเภทธรุ กิจ  ผลติ เพื่อจาหน่าย  ธุรกิจใหบ้ ริการ  อื่น ๆ ระบุ ...................... ครทู ปี่ รกึ ษา 1. นางสาวเสาวภา สร้อยจาปา โทรศัพท์ 081-7328658 2. นายศริ ชิ ยั ผอ่ งศิริ โทรศพั ท์ 086-3061231

73 1. ความเปน็ มาของธรุ กจิ / มูลเหตุจูงใจหรอื บนั ดาลใจที่ทาใหป้ ระกอบธรุ กจิ ผลิตภัณฑ์อาหารเป็นปัจจัยจาเป็นต่อการดารงชวี ิตของมนุษย์ในทุกเพศทุกวัย วิทยาลัยเกษตร และเทคโนโลยีกาญจนบรุ ี เป็นสถานศึกษาที่จดั การเรียนการสอนด้านการเกษตร ท้ังการผลิตพืชและ ผลิตสัตว์หลายชนิด ซ่ึงเป็นวัตถุดิบท่ีใช้สาหรับแปรรูปผลิตภัณฑ์พืชและผลิตภัณฑ์สัตว์ ดังนั้น จงึ สามารถนาวัตถดุ ิบดังกลา่ วของสถานศกึ ษา และชมุ ชนท้องถิ่นมาใช้เปน็ ส่วนประกอบได้อยา่ งปลอดภัย และราคาไม่แพงไดห้ ลายชนดิ ขณะเดยี วกนั หนว่ ยงานต้นสงั กัดมนี โยบายสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ให้นกั เรียน นักศึกษา ปวส. 1 ท่ีกาลังศึกษาในสถานศึกษาได้ฝึกทักษะประสบการณ์ในการทาโครงการอาชีพ โดยจัดสรรงบประมาณให้ส่วนหน่ึง เพื่อเป็นทุนให้นักศึกษาจัดทาโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร ซึง่ ภายในสถานศึกษาและชุมชนใกลเ้ คียงมีผลติ ภณั ฑ์อาหารจาหน่ายคอ่ นขา้ งนอ้ ยชนิดและมกั เป็นอาหาร ทมี่ ลี กั ษณะเปน็ ของแหง้ ไม่สดใหม่ และไม่น่ารับประทานเทา่ ท่คี วร ดงั นัน้ สมาชิกในกลมุ่ จงึ มีแนวคิดทจี่ ะผลิตผลิตภัณฑอ์ าหารทง้ั ผลิตภัณฑพ์ ชื และผลิตภัณฑ์สตั ว์ที่ มคี ุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ไมป่ รงุ แต่งสารกันบูด มีความหลากหลายตามความต้องการของผู้บริโภค เสริมสมุนไพรตามธรรมชาติในท้องถิน่ ท่ีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซ่ึงสง่ ผลให้สมาชิกมีรายได้ระหว่างเรียน มที ักษะประสบการณ์ในการประกอบอาชพี ไดอ้ ย่างมัน่ ใจในอนาคตและเผยแพร่ใหร้ ่นุ น้องและบุคคลทั่วไป ดว้ ย 2. วตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายของโครงการ 2.1 สามารถผลิตผลิตภณั ฑไ์ ด้ไมน่ อ้ ยกว่า 1,200 หนว่ ย 2.2 สามารถจาหนา่ ยผลติ ภัณฑไ์ ดไ้ มน่ ้อยกว่า 20,000 บาท 2.3 สามารถพัฒนาความรู้ / ทักษะประสบการณ์การประกอบอาชพี เพิม่ ข้ึนในระดบั ดี 2.4 สามารถพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์เกี่ยวกับ ความมีวินัย ความรบั ผิดชอบ ซอื่ สตั ย์ การทางานเปน็ ทีม ความมีมนุษยสมั พนั ธ์ท่ีดี ความรอบคอบ สะอาดประณีต และมจี รรยาบรรณในวชิ าชีพ เพิม่ ขนึ้ ในระดบั ดมี าก 3. การวเิ คราะหส์ ถานกรรณ์ (SWOT Analysis) 3.1 จุดแข็ง 3.1.1 มสี ถานท่ีผลิตท่ีเหมาะสม 3.2.2 มีเคร่ืองมืออุปกรณค์ รบถ้วน / มีวัตถุดิบราคาไมแ่ พง 3.1.3 มแี หลง่ เงนิ ทุนชดั เจน 3.1.4 มีแรงงานท่ใี ชด้ าเนินธุรกิจเพยี งพอ 3.1.5 มีตลาดและลกู ค้าชัดเจน

74 3.2 จดุ ออ่ น 3.2.1 มขี ้อจากัดในเรอื่ งเวลาการผลิต 3.2.2 มีขอ้ จากัดในเร่ืองยานพาหนะในการขนสง่ ออกไปจาหนา่ ยผลิตภัณฑ์ภายนอก 3.3 โอกาส 3.3.1 ไดร้ บั การสนับสนนุ จากหนา่ ยงานภายนอกโดยต้นสงั กดั ในเร่ืองเงินทุนประกอบ ธรุ กิจ 3.3.2 ได้รบั การสนบั สนนุ จากสถานศึกษา ในเรอ่ื งของครูทป่ี รึกษา สถานท่ผี ลิต เครือ่ งมือ อปุ กรณ์บางสว่ น 3.3.3 ได้รับการสนบั สนนุ จากหน่วยงาน / สถานประกอบการ องคก์ รต่าง ๆ ในการ รับซ้ือสินคา้ บางส่วน 3.4 อุปสรรค 3.4.1 ผลิตภณั ฑบ์ างชนิดไมส่ ามารถที่จะขายตลาดภายนอกได้ เนือ่ งจากมขี อ้ กฎหมาย กาหนดดา้ นมาตรฐานสนิ คา้ จาพวกเครือ่ งดืม่ เป็นตน้ 3.4.2 มคี ูแ่ ข่งภายนอกและภายในจานวนมาก 4. แผนการจัดการ / โครงสร้างองค์กร นางสาวบษุ บา สังขประเทอื ง ผจู้ ัดการ นางสาวนอภู - ผชู้ ่วยผู้จัดการ นางสาวจดิ าภา - นางสาวอัญชฎิ ฐา ไพชยนต์ เจ้าหน้าท่ีบญั ชี นางสาวเสาวภา สร้อยจาปา นายศิรชิ ัย ผ่องศริ ิ ครทู ปี่ รึกษา

75 5. แผนการผลิต / การบรหิ าร 5.1 วตั ถุประสงค์ / เปา้ หมาย สามารถแปรรปู ผลติ ภัณฑ์อาหารชนดิ ตา่ ง ๆ ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 1,200 หนว่ ย ไดแ้ ก่ 5.1.1 ผลติ ภัณฑ์เครือ่ งแกง 5.1.2 ผลิตภัณฑ์พืชและผลิตภัณฑ์สัตว์ (สลัด / ลูกช้ิน / ขนมจีบ / ปลาช่อน- แดดเดียว) 5.1.3 ผลิตภัณฑ์เคร่ืองด่ืมเพื่อสุขภาพ (นมข้าวโพด/น้าว่าน/กาแฟเย็น / นมถ่วั เหลอื ง) 5.1.4 ผลิตภัณฑ์ขนม / อาหารว่าง (ข้าวต้มมัด / ถั่วแปบ / ไข่หงส์ / กล้วยฉาบ /ข้าวเหนียวมูล/ ทองพับ / กะหร่ีพัฟ / ปลาส้มฟัก / สาคูไส้หมู /ถังแตก /วุ้นกะทิ / ข้าวเกรยี บ / โดนทั เคก้ ) 5.2 กระบวนการผลิต / วิธกี ารผลิต 5.2.1 การผลิตเคร่ืองแกงเผด็ ส่วนประกอบ วิธที า 1. พรกิ แห้งใหญ่ 1,500 กรมั 1. นาพรกิ หัวหอมแดง กระเทียม ขา่ ตะไคร้ 2. พรกิ แห้งเลก็ 500 กรัม ผวิ มะกรดู กระชายหรอื ขมิน้ ยห่ี รา่ ลูกผกั ชี นามาล้างใหส้ ะอาด และสับละเอยี ดใหเ้ ป็นชิ้น 3. หวั หอมแดง 2 – 3 กก. เลก็ ๆ 4. กระเทยี ม 3 กก. 5. ข่า 2 กก. 2. นาสว่ นผสมที่สับละเอยี ดไวม้ าใสเ่ คร่อื งบด และ 6. ตะไคร้ 12 กก. นาสว่ นผสมท่ีเหลอื ใส่ลงไปในเคร่ืองบด และบด 7. ผิวมะกรดู 50 ลกู ผสมพรอ้ มกนั เสรจ็ แล้วบรรจุลงในภาชนะที่ปดิ 8. กระชายหรือขมิ้น สนทิ 9. กะปิ 200 กรัม 150 กรมั 10. พริกไทยเมด็ ป่น 11. ลกู ผักชี 50 กรมั 12. ยห่ี ร่า 30 กรัม 13. เกลอื (ถงุ ละ 100 กรัม) 30 กรัม 14. พรกิ ขห้ี นู 8 ถุง 1 กก.

76 5.2.2 การผลิตลูกชนิ้ ไก่ สว่ นประกอบ วิธที า 1. เนอื้ อกไก่ 1 กโิ ลกรัม 1. นาเนื้ออกไกม่ าแล่หนงั ไขมัน ออก ห่ันเปน็ 2. เกลอื 10 กรมั ชนิ้ พอประมาณ นาใสใ่ นเคร่ืองสับ ใส่เกลอื 3. ผงฟู 5 กรมั ปั่นสับจนเนอ้ื ไกล่ ะเอยี ด ใสน่ า้ แข็งปน่ 4. แป้งข้าวโพด 30 กรมั เครื่องปรุงทกุ ชนดิ ปน่ั ตอ่ ไปจนเหนยี ว 5. ซอยโปรตนี 40 กรมั 6. ทาคมู ิ 10 กรัม 2. นาแครอทมาหั่นเปน็ ส่ีเหล่ียมลกู เต๋าเลก็ ๆ ใส่ใน โถป่นั ปนั่ ตอ่ ไปจนเขา้ กันดี 7. ซีอ้วิ ขาว 10 กรมั 8. รสดี 10 กรมั 3. นาออกจากโถปัน่ นานา้ ต้ังไฟให้มีอณุ หภูมิ 9. พรกิ ไทย 15 กรมั ประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส 10. รากผักชี 20 กรัม 11. กระเทยี ม 15 กรัม 4. บบี ส่วนผสมในมือ ให้ออกทางชอ่ งว่างระหว่าง 12. น้าแข็งป่น 350 กรมั นิว้ โปง้ กับนิว้ ชี้ จนมลี ักษณะกลม ใชช้ ้อนจุ่มนา้ 13. แครอท 100 กรมั ตักใสใ่ นน้าทต่ี ม้ ไว้ ทิง้ จนลกู ช้นิ ลอยข้นึ ตกั ใส่ ในนา้ เยน็ จัด จนลูกช้ินเย็น และช้อนขน้ึ ให้ สะเดด็ น้า ใส่ถุงปิดใหส้ นิท แช่ในต้เู ยน็ 5.2.3 การผลิตนา้ ยาลา้ งจาน ส่วนประกอบ วิธที า 1. น้าด่าง 8 ลิตร 1. นา N70 และเกลือ ใส่ถัง / กะละมัง ผสม คนให้เข้ากนั (ขี้เถ้า + น้า ท้งิ ใหใ้ ส / กรอง) 2. เตมิ น้าดา่ ง (น้าข้อท่ี 1 ) 1 ลิตร คนใหเ้ ขา้ 2. น้าสะอาด 8 ลติ ร ผสมกนั กนั 5 นาที ผงฟอง 100 กรมั ตม้ /กรองเอาแต่ 3. เติมน้าสะอาด (นา้ ข้อที่ 2) 1 ลิตร คนให้ นา้ / ทิ้งใหเ้ ยน็ เขา้ กนั 5 นาที 3. นา้ สะอาด 7 ลติ ร 4. เตมิ น้าชา (น้าข้อท่ี 3) 1 ลติ ร คนให้เขา้ กัน ใบชา 1 หอ่ 5 นาที ทาเชน่ น้จี นน้าแตล่ ะชนิดเหลืออย่าง 4. สาร N70 ละคร่งึ แล้วจึงใส่สารขจดั ไขมันคนให้เขา้ กนั (Sodium Laurylether Sulphate หวั เช้ือนา้ ยา) 5. เติมน้าส่วนที่เหลือจนหมด ใหใ้ ส่ผงฟอง ท้ังหมด คนต่อจนใส จึงเตมิ กล่ิน สี คนให้ 5. สารขจดั ไขมนั เขา้ กัน ทิง้ ไวจ้ นฟองหาย จึงบรรจุขวด 6. เกลอื 450 กรมั 7. นา้ มะกรดู 150 ซีซี 8. สสี งั เคราะห์ , กลน่ิ สังเคราะห์

77 5.2.4 การผลิตโดนัทยีสต์ สว่ นประกอบ วธิ ที า แปง้ ยสี ต์ 1,100 กรมั แปง้ ยีสต์ 1. แป้งหงส์ 20 กรมั 1. ร่อนแป้งและสารเสริมคุณภาพ 1 – 2 ครง้ั 2. ยีสต์ทาขนมปังหวาน 20 กรมั 2. ผสมสว่ นผสม น้าอนุ่ ยีสต์ น้าตาลทราย ผสม โดยคนให้เขา้ 3. สารเสรมิ คณุ ภาพ 750 กรัม กนั 4. น้าอุ่นเลก็ นอ้ ย 3. นาสว่ นผสมท้ังหมด ลงในเครือ่ งผสมนวดให้เข้ากัน 5. น้าตาลทราย 100 – 200 กรมั ประมาณ 5 นาที พักแปง้ ไวป้ ระมาณ 1 ½ ช่วั โมง แป้งโด 300 กรัม แปง้ โด 1. มาร์การีนโอลมิ ปิกเค้ก 400 กรัม 1. นาสว่ นผสม (แปง้ โด) ทง้ั หมดนวดเข้าด้วยกนั 2. แปง้ หงส์ 600 กรัม ประมาณ 2 นาที 3. แป้งสาลีทาเคก้ (พดั โบก) 400 – 500 กรัม 2. นาส่วนผสม (แปง้ ยสี ต)์ ทพี่ ักไวใ้ ส่ลงไปนวดรวมกัน 4. นา้ ตาลทราย 250 กรมั ด้วยความเรว็ ปานกลาง 15 – 20 นาที จนเนอ้ื 5. นมข้นจดื ระเหย แป้งเหนยี วเนียน พักแปง้ 15 นาที นวดไล่ 20 กรมั อากาศ 6. ยสี ตท์ าขนมปังหวาน 10 กรัม 3. นาแปง้ มาแบ่งเป็นกอ้ น ๆ ละ 30 กรัม คลงึ เปน็ 7. เกลอื ปน่ 7 ฟอง กอ้ นกลม และพกั ทิง้ ไวใ้ ห้ข้นึ 8. ไขแ่ ดง (ไขไ่ ก่) 4. นามาทอดด้วยน้ามนั รอ้ น ๆ จนสุกเหลือง ตกั ขึ้น 9. ไข่ทงั้ ฟอง 4 ฟอง ให้สะเดด็ น้ามัน คลุกเคล้าดว้ ยน้าตาลทราย 10. นมผงพรอ่ งมนั เนย 4 ชช. 12. กลิ่นวนิลา 2 – 3 ชต. 5.3 รายละเอยี ดค่าใช้จา่ ยในการผลติ 5.3.1 คา่ วัตถุดิบ 8,300 บาท 5.3.2 ค่าเชอ้ื เพลงิ 1,500 บาท 5.3.3 ค่าภาชนะบรรจุ 1,500 บาท 5.3.4 คา่ อปุ กรณ์ 1,200 บาท รวม 12,500 บาท 6. แผนการตลาดและการวเิ คราะห์คูแ่ ขง่ 6.1 คแู่ ขง่ ขนั ทางตรง 6.1.1 รา้ นค้าเอกชนภายในสถานศกึ ษา 6.1.2 ร้านค้าเอกชนภายนอกสถานศกึ ษา (ชมุ ชนท้องถ่ิน) 6.1.3 บริษทั ขนาดย่อมกล่มุ อ่ืนของนกั ศกึ ษาระบบชนั้ ปวช. 3 6.2 คแู่ ข่งขนั ทางอ้อม 6.2.1 รา้ นค้าสวัสดิการภายในสถานศึกษา 6.2.2 ร้านค้าเอกชนภายนอกสถานศึกษา เช่น รา้ นค้าสง่ หา้ งสรรพสนิ ค้า เป็นตน้

78 6.3 ขอ้ ไดเ้ ปรียบและเสยี เปรยี บของกจิ การท่ีมีคู่แข่ง กิจการ คูแ่ ขง่ ขัน ขอ้ ดี ข้อดี 1. ได้รบั การส่งเสริมสนบั สนนุ จากสถานศกึ ษา ด้าน 1. มจี านวนผลิตภัณฑม์ ากท้ังชนิดและ สถานทผ่ี ลติ เครือ่ งมืออุปกรณ์ ตลาดจาหนา่ ย ปริมาณ 2. ได้รบั ความช่วยเหลือในการใหค้ วามรู้ / ฝึกทกั ษะ 2. มีการจาหนา่ ยตอ่ เนอื่ งตลอดเวลา การผลิต / การจาหนา่ ย และการตรวจสอบ สมา่ เสมอ กากบั ตดิ ตามใกล้ชิดจากครทู ป่ี รึกษา 3. ผลติ ภณั ฑม์ ีคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย และ ไม่ปรงุ แตง่ สารกนั บดู และเพิม่ สมนุ ไพร เพือ่ บารุงสุขภาพอนามยั สาหรบั ผู้บรโิ ภค ขอ้ เสีย ขอ้ เสีย 1. ผลติ ภัณฑ์มีปรมิ าณไมม่ าก เพราะมเี วลาจากดั 1. ผลิตภณั ฑ์หลายอย่าง ไมส่ ดใหม่ และ 2. ผลติ ภณั ฑ์บางชนดิ เก็บรกั ษาได้ไมน่ าน เพราะไม่ เก็บไว้เปน็ เวลานาน สง่ ผลใหค้ ณุ ภาพ ใสส่ ารกนั บูด ไมด่ ี 2. ผลติ ภณั ฑ์บางชนดิ อาจปรุงแต่งสารกนั บูด และไม่สะอาด ไมป่ ลอดภยั 6.4 กลมุ่ ลกู คา้ 6.4.1 ขายตรง 6.4.1.1 นกั ศกึ ษาหอพักภายในสถานศกึ ษา 6.4.1.2 ครู - อาจารย์ 6.4.1.3 พนกั งาน 6.4.1.4 บุคคลท่ัวไป 6.4.2 ขายส่งผ่านคนกลาง 6.4.2.1 ร้านคา้ สวัสดกิ ารภายในสถานศึกษา 6.4.2.2 รา้ นค้าเอกชนในชมุ ชนทอ้ งถ่นิ 6.5 กลยุทธ์ทางการตลาด (4Ps) ในการดาเนินการตามแผนธรุ กิจไดใ้ ช้กลยทุ ธ์ทางการตลาด ดังตอ่ ไปนี้ 6.5.1.1 ผลติ ภัณฑ์หลากหลายชนิด มีคุณภาพ ปลอดภัย ไมป่ รุงแตง่ สาร เจอื ปนท่ีเป็นอันตราย สด ใหม่ บริการส่งถงึ มอื ผู้บรโิ ภครวดเรว็ 6.5.1.2 ราคาเหมาะสม โดยเพม่ิ กาไรจากตน้ ทุนเพียงเล็กน้อย 6.5.1.3 จัดการจาหนา่ ยทัง้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา 6.5.1.4 มีโปรโมชัน่ หลากหลายรปู แบบ โดย ลด แลก แจก แถม

79 6.6 แผนการดาเนินการผลิต เดือนปี พ.ศ. 2559 พ.ศ. 2560 รายการปฏบิ ัติ ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. 1. ขั้นวางแผน / เตรียมการ (planning) 1.1 ศกึ ษาข้อมูลทีเ่ กีย่ วขอ้ ง 1.2 เขยี นแผนธรุ กิจ 1.3 เสนอแผนเพ่อื ขออนมุ ัติ 1.4 ประสานงานผู้เกีย่ วขอ้ ง 1.5 เตรียมความพร้อม สาหรับการดาเนนิ งาน ได้แก่ - สถานที่ - เครอื่ งมืออุปกรณ์ - งบประมาณ - แรงงาน - ตลาดจาหนา่ ย - การจดั หาวตั ถุดิบ - กระบวนการบริหาร จดั การ 2. ขน้ั ดาเนินงานตามแผน (Doing) 2.1 จดั ซื้อวตั ถดุ ิบ 2.2 ดาเนนิ การผลติ ผลิตภัณฑ์ ตามสตู รและวธิ ีทาและ การควบคมุ คุณภาพการ ผลิต 2.3 บรรจุหบี หอ่ ผลติ ภัณฑ์ 2.4 การเกบ็ รกั ษาผลติ ภณั ฑ์ 2.5 การจัดการจาหนา่ ย ผลติ ภัณฑ์ 2.6 การจัดทาบญั ชรี ายรับ-จ่าย 3. ขัน้ กากับตรวจสอบตดิ ตามการ ดาเนินงาน (Checking) 3.1 การประชมุ เพ่อื ตดิ ตาม การดาเนินงาน สัปดาหล์ ะ 1 ครงั้ 3.2 การบันทกึ ขอ้ มลู การ ดาเนนิ งาน / สภาพ ปญั หาที่พบ 3.3 การสรปุ ผล และ แนวทางแก้ไขปัญหา / ปรบั ปรุงพัฒนา 4. ขน้ั สรปุ ผล (Acting) 4.1 เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู วิเคราะหข์ ้อมลู และ ประเมนิ สรุปผล และ กาหนดแนวทาง ปรบั ปรุงพฒั นา 4.2 รายงานผลโครงการ

80 7. แผนการเงินการลงทุน 7.1 การลงทุนในโครงการ ใชเ้ งินลงทุน 12,500 บาท 7.2 ประมาณการรายรับ – รายจ่ายในการประกอบธุรกิจ รายรบั จานวน ราคา/ รวมเงนิ รายจ่าย บาท หนว่ ย หนว่ ย รายรบั จากการดาเนินกจิ การ 8,300 1. พริกแกงเผด็ รายจ่ายจากการดาเนินกิจการ - 2. ผลติ ภณั ฑ์พชื / สัตว์ 80 100 8,000 1. คา่ วัตถุดบิ / วตั ถุเพื่อการผลติ - 3. เคร่อื งดม่ื เพ่อื สุขภาพ 400 10 4,000 2. ค่าซ้ือสินคา้ เพ่อื ขาย 4. อาหารวา่ ง / ขนม 400 10 4,000 3. คา่ แรงงาน 1,500 400 10 4,000 4. คา่ สาธารณูปโภคและเช้ือเพลงิ 2,700 รวมรายรบั ทัง้ หมด 5. ค่าใช้จ่ายอืน่ ๆ เช่น อุปกรณ์ 12,500 20,000 รวมจา่ ยทงั้ หมด คาดว่าจะได้กาไรจากการดาเนนิ งาน 7,500 บาท 8. ผลงาน / ความสาเร็จท่ีคาดว่าจะได้รบั (เชงิ ปรมิ าณและเชิงคณุ ภาพ) 8.1 สามารถผลิตผลติ ภัณฑไ์ ดไ้ ม่น้อยกว่า 1,200 ชิ้น 8.2 รายได้จากการจาหน่ายผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ หลายชนดิ รวม 20,000 บาท 8.3 สมาชิกไดพ้ ฒั นาความรู้ / ทักษะการแปรรูป / ผลติ ภณั ฑ์ชนิดตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ ในระดบั ดมี าก 8.4 สมาชิกทุกคนได้พัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม และคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ในดา้ นความมี วินยั รับผิดชอบ ซื่อสตั ย์ ขยนั อดทน สะอาด รอบคอบ มีจรรยาบรรณในวิชาชพี

81 9. ประโยชน์ที่คาดวา่ จะไดร้ ับ 9.1 ประโยชนท์ ่ีได้รับ 9.2 การนาไปใชป้ ระโยชนต์ ่อสาธารณชน 9.1.1 สามารถผลติ ผลติ ภณั ฑ์ได้ไม่นอ้ ยกว่า 1,200 ชิน้ 9.1.2 รายได้จากการจาหน่ายผลิตภัณฑช์ นิดตา่ ง ๆ 9.2.1 ภายในสถานศกึ ษา หลายชนดิ รวม 20,000 บาท 9.2.1.1 เผยแพร่ให้นักศึกษารุน่ นอ้ งในโครงการผลิตต่าง ๆ 9.1.3 สมาชิกไดพ้ ฒั นาความรู้ / ทกั ษะการแปรรปู / ดา้ นผลติ อาหาร ผลติ ภัณฑ์ชนดิ ตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพใน 9.2.2.2 เผยแพร่ให้พนกั งาน และครู – อาจารย์ทส่ี นใจ ระดับดมี าก 9.2.2 ภายนอกสถานศึกษา (ชมุ ชน / สังคม) 9.1.4 สมาชกิ ทกุ คนไดพ้ ฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม 9.2.2.1 เผยแพร่ใหน้ กั เรียนโรงเรยี นต่าง ๆ ท่สี นใจ 9.2.2.2 เผยแพร่ให้ชมุ ชน ท้องถิน่ ที่สนใจ และคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ในด้านความมวี นิ ยั 9.2.2.3 เผยแพรใ่ หห้ น่วยงานต่าง ๆ และบคุ คลทวั่ ไปทีส่ นใจ ความรบั ผิดชอบ ซอื่ สตั ย์ ขยันอดทน สะอาด รอบคอบ มีจรรยาบรรณในวชิ าชพี 9.1.5 สมาชกิ ใชค้ วามรทู้ กั ษะประสบการณ์ไปใช้ในการ ประกอบอาชพี ได้อยา่ งม่นั ใจในระดับดีมาก 9.1.6 สมาชิกมีรายได้ระหว่างเรยี นชว่ ยลดภาระ ค่าใชจ้ า่ ยของครอบครวั ได้ในระดับดีมาก 9.1.7 สามารถนาทักษะประสบการณไ์ ปเผยแพร่ให้รุ่น นอ้ งกับชุมชนทอ้ งถนิ่ และผู้สนใจทั่วไปได้อยา่ งดมี าก 10. ปญั หาอุปสรรคทคี่ าดวา่ จะเกิด 10.1 ชว่ งเวลามีจากัด โดยจะต้องทานอกเวลาเรียน คอื ตอนเย็นหลงั เลกิ เรียนและวันหยดุ ซง่ึ อาจมภี าระงานอนื่ มาแทรก 10.2 จานวนแรงงานหรอื สมาชกิ มีจากดั อาจสง่ ผลต่อจานวนและชนิดของผลติ ภัณฑ์ อาจ ทาให้ผลิตได้น้อย 11. แนวทางปรบั ปรงุ แกไ้ ขและข้อเสนอแนะ 11.1 ควรมีนโยบายส่งเสริม สนับสนุนจากหน่วยงาน ต้นสังกัดทุกปีต่อเนื่อง และ เพ่ิมงบประมาณให้มากข้ึน เพื่อพัฒนาอาชีพนักศึกษาให้สามารถนาไปใช้ในชีวิตและงานในอนาคต อย่างแท้จรงิ และเพ่ือจดั ซอื้ อุปกรณ์ เคร่อื งมือบางสว่ น 11.2 พัฒนาคณุ ภาพผลติ ภัณฑ์ให้ผบู้ ริโภคพึงพอใจ สะอาด ปลอดภยั ไม่เจือปนสารกนั บดู 11.3 พัฒนาผลิตภัณฑ์ท่ีมีความหลากหลายชนิด มีความแปลกใหม่ เสริมสมุนไพรตาม ธรรมชาติทห่ี างา่ ยในท้องถิน่ ราคาถกู และมีประโยชนต์ ่อสขุ ภาพ 11.4 พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีลักษณะเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละชนิดและทันต่อ การเปล่ยี นแปลงของเศรษฐกิจและสงั คม ลงชือ่ ...................................ผู้รบั ผดิ ชอบโครงการ (นางสาวบุษบา สังขประเทือง)

82 ลงชอ่ื ...................................ผู้รบั ผิดชอบโครงการ (นางสาวนอภู - ) ลงช่ือ...................................ผรู้ ับผิดชอบโครงการ (นางสาวอญั ชษิ ฐา ไพชยนต์ ) ลงชือ่ ...................................ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ (นางสาวจดิ าภา - ) โดยสรุปแล้วแผนธุรกิจท่ีมีการรวบรวมและเขียนข้ึนอย่างดีน้ัน ไม่เพียงแต่ให้ข้อมูล ท่เี ป็นข้อเทจ็ จรงิ เท่านัน้ ตวั แผนตอ้ งสามารถเปน็ เครื่องมือสื่อสารท่ีดี ทีจ่ ะสง่ ผ่านความคิด ผลการวิจัย และแผนที่จะนาเสนอให้กับผอู้ า่ น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจา้ ของเงิน ตอ้ งเปน็ พน้ื ฐานสาคญั ของการบริหาร และดาเนินกิจการที่จะจดั ต้ังขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องเป็นเครื่องมือในการวัดผลความก้าวหน้าของกิจการ รวมถึงการประเมินถึงความเปล่ียนแปลงที่จาเป็น ดังนั้น นับได้ว่าการวางแผนธุรกิจเป็นเรื่องที่ต้อง พถิ ีพิถัน ใช้เวลา ใช้ความพยายาม เสียค่าใช้จ่าย แต่ผลลัพธ์ที่ไดก้ ลับมา คอื ความแตกต่างระหว่าง ความสาเร็จและความลม้ เหลวของกิจการทเี ดยี ว 3.3.2.4 ลกั ษณะของแผนงานทด่ี ี 1) ควรเริ่มจากผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้ดาเนินการ โดยให้ผู้ใต้บังคับบัญชา มีสว่ นรว่ ม โดยอาจจะแต่งตงั้ ผู้รับผดิ ชอบเป็นทีมงานหรือกลุ่ม 2) ควรเลือกวิธีการวางแผนท่ีเหมาะสมกับองค์กรของตนเองมากที่สุด โดย อาจมกี ารบรู ณาการประยกุ ต์ใช้หลายวิธี 3) ควรให้ทุกฝา่ ยในองค์กรมสี ่วนร่วมทงั้ ผ้บู รหิ ารระดับสงู ระดับกลาง และ ผู้ ปฏิบัตริ ะดบั ล่างร่วมกัน เพ่ือแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ จะชว่ ยให้เกดิ วสิ ยั ทศั น์ท่ีกว้างไกล และ มีทศิ ทางทถ่ี ูกต้องแมน่ ยามากกว่า 4) ควรมีการกาหนดขอ้ มลู ท่ีเก่ียวข้องครอบคลมุ ชดั เจน 5) การดาเนนิ การตามข้นั ตอนและใช้เทคนิควิธีหรอื เคร่ืองมือทีเ่ หมาะสม 3.4 การดาเนนิ การผลิตผลติ ภัณฑต์ ามแผน การดาเนินการปฏิบัติงานตามแผนท่ีกาหนดไว้น้ัน ซ่ึง เสาวภา สร้อยจาปา(2555) ได้กล่าวไว้ว่า จาเปน็ ต้องปฏบิ ัตใิ หเ้ ปน็ ไปตามกาหนดหรอื ตารางเวลาของวันเรมิ่ ต้นและส้นิ สุดโครงการ รวมทัง้ ควรตอ้ ง มีการควบคุมให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการและต้องคอยสังเกตความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น และ ความวิกฤต เน่ืองจากอาจส่งผลต่อความสาเร็จของงานด้วย ดังนั้นหลังจากแผนงานได้รับอนุมัติแล้ว การดาเนินการปฏบิ ัติงาน จงึ มีขั้นตอนดงั นี้

83 3.4.1 การเตรียมการ การเริ่มต้นปฏบิ ตั ิงานควรมีการเตรียมการในส่วนตา่ ง ๆ ทเี่ กี่ยวข้อง เช่น เครื่องมือ อุปกรณ์ความพร้อมของบุคคล สถานที่ และความชัดเจนของข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้องและ เอกสารคู่มอื ปฏบิ ตั งิ าน 3.4.2 การดาเนินการ ปฏิบัติตามวิธีการข้ันตอนของงานน้ัน ๆ โดยต้องมีการกากับตรวจสอบ ติดตาม เพื่อควบคมุ ใหก้ ารดาเนนิ งานอยู่ภายใต้กรอบของแผนงาน สามารถพบและแกไ้ ขปัญหาได้ทนั การณ์ 3.4.3 การบันทึกข้อมูล การปฏิบัติตามความเป็นจริงทุกข้ันตอน เพ่ือเป็นข้อมูลหลักฐาน ท่ีไม่คลาดเคลื่อนจากการปฏบิ ตั ิจรงิ 3.4.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลการดาเนินโครงการร่วมกัน ทัง้ ระดบั ปฏบิ ตั ิและฝา่ ยบรหิ าร 3.5 การประเมินผลโครงการ การประเมินผลโครงการ ซ่ึง เสาวภา สร้อยจาปา(2555) ได้กล่าวไว้ว่า การประเมินผล มบี ทบาทสาคัญในการช่วยตัดสินคุณค่าของกระบวนการหรือวิธีดาเนินงานและการบรรลุถงึ ความสาเร็จ อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด การประเมินยังช่วยให้ข้อมูลสารสนเทศท่ีเป็นประโยชน์ว่าโครงการ ควรขยายผลตอ่ หรือควรยกเลกิ หรือควรปรบั ปรงุ ส่วนใด 3.5.1 ประโยชนข์ องการประเมนิ โครงการ การประเมินเปน็ ประโยชนอ์ ยา่ งมากต่อการวางแผนและบรหิ ารงานโครงการ ซ่งึ สรุปไดด้ ังน้ี 3.5.1.1 ช่วยให้ข้อมูลสารสนเทศในการตัดสินใจเกี่ยวกับแผนงานโครงการ เพอื่ ตัดสนิ ใจการจดั การโครงการใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากขึ้น 3.5.1.2 ช่วยใหส้ ามารถกาหนดวัตถุประสงค์โครงการชัดเจนขึ้น 3.5.1.3 ช่วยให้สามารถจัดหาข้อมูลต่าง ๆ ได้มาก เพ่ือใช้เป็นแนวทางการพัฒนา โครงการ 3.5.1.4 เป็นแรงจูงใจให้ผู้ปฏิบัติทราบผลงาน จุดเด่น จุดด้อย และเป็นแนวทาง การพฒั นาตอ่ ไป 3.5.2 ประเภทของการประเมนิ การประเมินผลโครงการมีหลายประเภท หลายรูปแบบ เช่น การประเมินโดยยึดจุดมุ่งหมาย ของการประเมิน การประเมินโดยยึดหลักการประเมิน และการประเมินโดยยึดลาดับเวลา ในการประเมนิ 3.5.3 กระบวนการประเมนิ ผลโครงการ การประเมนิ โครงการมกี ระบวนการ และขั้นตอน ดังนี้ 3.5.3.1 การวเิ คราะหโ์ ครงการท่มี ุ่งประเมิน โดยการศึกษาเอกสารโครงการและบุคคล ทเ่ี กีย่ วขอ้ งอย่างครอบคลมุ 3.5.3.2 การกาหนดหลักการเหตุผลของการประเมิน 3.5.3.3 การกาหนดวัตถุประสงค์การประเมนิ 3.5.3.4 การศึกษาทฤษฎี แนวคิด การประเมิน 3.5.3.5 กาหนดและจัดทาเครื่องมอื การประเมิน

84 3.5.3.6 เก็บรวบรวมข้อมูล 3.5.3.7 การวิเคราะหข์ ้อมูล สรุปผลข้อมูล 3.5.3.8 รายงานผลการประเมิน 3.6 การบริหารงานคุณภาพ การบรหิ ารงานคุณภาพ ซ่ึง เศรษฐกิจพอเพียง(2559) ได้กลา่ วไว้ดงั นี้ 3.6.1 ความหมายของการบรหิ ารงานคณุ ภาพ การบริหารงานคุณภาพ หรือ PDCA หมายถึง วงจรการบริหารงานคุณภาพ ย่อมาจาก 4 คา ได้แก่ Plan (วางแผน) Do (ปฏิบัติ) Check (ตรวจสอบ) และ Act (การดาเนินการให้เหมาะสม) ซ่ึงวงจร PDCA สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุก ๆ เร่ืองนับตั้งแต่กิจกรรมส่วนตัว เช่น การปรุงอาหาร การเดินทางไปทางานในแต่ละวัน การตั้งเป้าหมายชีวิต และการดาเนินงานในระดับบริษัท ซึ่งมีรายละเอียดดังน้ี 3.6.1.1 P = Plan (ขั้นตอนการวางแผน) ขั้นตอนการวางแผนครอบคลุมถึง การกาหนดกรอบหัวข้อท่ีต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ซ่ึงรวมถึงการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ การแก้ปัญหา ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน พร้อมกับพิจารณาว่ามีความจาเป็นต้องใช้ข้อมูลใดบ้าง เพ่ือการปรับปรุง เปล่ียนแปลงน้ัน โดยระบุวิธีการเก็บข้อมูลและกาหนดทางเลือกในการปรับปรุงให้ชัดเจน ซึ่งการวางแผนจะช่วยให้กิจการสามารถคาดการณ์สง่ิ ที่เกิดขึ้นในอนาคตและช่วยลดความสูญเสียต่าง ๆ ทีอ่ าจเกิดขนึ้ ได้ ทง้ั ในด้านแรงงาน วตั ถดุ บิ ชั่วโมงการทางาน เงนิ และเวลา 3.6.1.2 D = Do (ขนั้ ตอนการปฏิบัติ) ข้ันตอนการปฏิบัติ คือ การลงมือปรับปรุง เปล่ียนแปลงตามทางเลือกท่ีได้กาหนดไว้ในข้ันตอนการวางแผน ซึ่งในขั้นตอนน้ีต้องมีการตรวจสอบ ระหวา่ งการปฏบิ ัติดว้ ยว่าไดด้ าเนินไปในทิศทางทีต่ ้ังใจหรือไม่ เพื่อทาการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เป็นไป ตามแผนการทีไ่ ดว้ างไว้ 3.6.1.3 C = Check (ขั้นตอนการตรวจสอบ) ข้ันตอนการตรวจสอบ คือ การ ประเมินผลที่ได้รบั จากการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพ่อื ให้ทราบว่าในข้ันตอนการปฏบิ ตั ิงานสามารถบรรลุ เป้าหมายหรือวัตถปุ ระสงค์ทีไ่ ด้กาหนดไว้หรือไม่ แต่สิง่ สาคัญกค็ ือ ต้องรู้ว่าจะตรวจสอบอะไรบ้าง และ บ่อยครง้ั แคไ่ หน เพือ่ ให้ขอ้ มลู ทีไ่ ดจ้ ากการตรวจสอบเป็นประโยชนส์ าหรบั ขนั้ ตอนตอ่ ไป 3.6.1.4 A = Action (ขัน้ ตอนการดาเนินงานให้เหมาะสม) ขัน้ ตอนการดาเนินงาน ให้เหมาะสมจะพิจารณาผลที่ได้จากการตรวจสอบ ซ่ึงมีอยู่ 2 กรณี คือ ผลท่ีเกิดขึ้นเป็นไปตามแผน ท่ีวางไว้หรือไม่เป็นไปตามแผนท่ีวางไว้ หากเป็นกรณีแรกก็ให้นาแนวทางหรือกระบวนการปฏิบัติน้ัน มาจดั ทาใหเ้ ป็นมาตรฐาน พร้อมท้ังหาวิธกี ารทจ่ี ะปรับปรุงให้ดยี ิ่งขน้ึ ไปอกี ซงึ่ อาจหมายถึงสามารถบรรลุ เป้าหมายได้เร็วกว่าเดิมหรือเสยี ค่าใช้จา่ ยน้อยกว่าเดิมหรอื ทาให้คุณภาพดียง่ิ ขน้ึ ก็ได้ แต่ถ้าหากเป็นกรณี ท่ีสอง คือ ผลท่ีได้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนที่วางไว้ ควรนาข้อมูลท่ีรวบรวมไว้มาวิเคราะห์และ พิจารณาว่าควรจะดาเนินการอย่างไร เช่น มองหาทางเลือกใหม่ท่ีน่าจะเป็นไปได้ ใช้ความพยายาม ให้มากข้ึนกว่าเดมิ ขอความช่วยเหลอื จากผูร้ ู้ หรอื เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เปน็ ต้น

85 3.6.2 ประโยชนข์ อง PDCA คือ 3.6.2.1 การวางแผนงานก่อนการปฏิบัติงาน จะทาให้เกิดความพร้อมเม่ือได้เร่ิม ปฏิบัติงานจริง การวางแผนงานควรวางใหค้ รบ 4 ขน้ั ตอนดงั น้ี 1) ข้ันการศกึ ษา คือ การวางแผนศกึ ษาข้อมูล วธิ ีการ ความตอ้ งการของ ตลาด ขอ้ มูลด้านวตั ถุดิบ ด้านทรพั ยากรที่มอี ยหู่ รอื เงนิ ทนุ 2) ขั้นเตรียมงาน คือ การวางแผนการเตรยี มงานดา้ นสถานท่ี การออกแบบ ผลิตภัณฑ์ ความพร้อมของพนักงาน อปุ กรณ์ เคร่ืองจกั ร วตั ถุดบิ เปน็ ต้น 3) ขั้นดาเนินงาน คือ การวางแนวทางการปฏิบัติงานของแต่ละส่วนแต่ละ ฝา่ ย เช่น ฝ่ายผลติ ฝา่ ยขาย 4) ขั้นตอนการประเมินผล คือ การวางแผนหรือเตรียมการประเมินผลงาน อย่างเป็นระบบ เช่น ประเมินจากยอดการจาหนา่ ย ประเมนิ จากการตชิ มของลูกค้า เพื่อใหผ้ ลท่ไี ดจ้ าก การประเมินเกิดความเที่ยงตรง 3.6.2.2 การปฏิบตั ิตามแผนงาน ทาให้ทราบข้ันตอน วธิ ีการ และสามารถเตรียมงาน ล่วงหน้าหรือทราบอุปสรรคล่วงหน้าด้วย ดังนั้นการปฏิบัติงานก็จะเกิดความราบรื่น และเรียบร้อย นาไปสเู่ ป้าหมายทีไ่ ดก้ าหนดไว้ 3.6.2.3 การตรวจสอบ ให้ได้ผลท่ีเท่ียงตรงเชื่อถือได้ ประกอบด้วย ตรวจสอบจาก เป้าหมายท่ีไดก้ าหนดไว้ มีเคร่ืองมือที่เชื่อถือได้ มีเกณฑก์ ารตรวจสอบท่ชี ดั เจน มีกาหนดเวลาการตรวจ ทีแ่ น่นอน บุคลากรที่ทาการตรวจสอบต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เมื่อการตรวจสอบ ได้รับการยอมรับ การปฏบิ ตั งิ านขน้ั ต่อไปกด็ าเนินงานต่อไปได้ 3.6.2.4 การปรับปรุงแก้ไข ข้อบกพร่องท่ีเกิดข้ึน ไม่ว่าจะเป็นข้ันตอนใดก็ตาม เมอ่ื มีการปรบั ปรุงแกไ้ ขคุณภาพกจ็ ะเกิดข้ึน ดังน้ัน วงจร PDCA จงึ เรียกวา่ วงจรบริหารงานคณุ ภาพ สรุป การวางแผนการผลิต เป็นการวางแผนในการจัดการปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เช่น วัตถุดิบ เคร่ืองจักร กระบวนการผลิตและแรงงาน ซ่ึงจะช่วยจัดกรอบองค์กรทาให้มีทิศทางของการปฏิบัติงาน ทาให้งานบรรลุเป้าหมายได้ ช่วยช้ีนาบุคลากรให้มีเป้าหมายและปฏิบัติงานไปในทิศทางเดียวกันและ ตรงกัน ช่วยควบคุมกระบวนการปฏิบัติงานให้ดาเนินการไปตามแผนตามกรอบท่ีกาหนด ช่วยให้เกิด ความร่วมมือและประสานกันอย่างต่อเนื่องสัมพันธ์กัน ช่วยลดผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงท่ีอาจ เกดิ ข้ึนในอนาคต ช่วยลดและประหยัดการใชท้ รัพยากรทีม่ ากเกินความจาเปน็ และชว่ ยสรา้ งและพัฒนา แนวคิดใหก้ ว้างไกล แผนแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ แผนระยะสน้ั และระยะยาว แผนกลยุทธแ์ ละ แผนปฏิบัตงิ าน แผนประจาหรือแผนถาวร แผนใชค้ ร้งั เดียวและแผนทางธุรกจิ วิธกี ารวางแผนสามารถ วางแผนได้หลายแบบ ไดแ้ ก่ แบบภายในสู่ภายนอกและแบบภายนอกส่ภู ายใน การวางแผนแบบบนลง ล่างและแบบล่างขึ้นบน และการวางแผนแบบตามสถานการณ์ กระบวนการวางแผนมีขั้นตอน 3 ขั้นตอน คือ การวางแผนปฏิบัติการ การเขียนโครงการตามเทคนิควิธี 5W 1H และการเขียนแผน ธุรกิจ ลักษณะของแผนงานที่ดีควรเร่ิมจากผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้ดาเนินการ โดยให้ผู้ใต้บังคับบัญชา มีส่วนร่วม ควรเลือกวิธีการวางแผนท่ีเหมาะสมกับองค์กรของตนเองมากทีส่ ุด ควรให้ทุกฝ่ายในองค์กร

86 มีส่วนร่วมทั้งผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง และผู้ปฏิบัติระดับล่างร่วมกัน ควรมีการกาหนดข้อมูล ที่เก่ียวข้องครอบคลุมชัดเจนและการดาเนินการตามขั้นตอนและใช้เทคนิควิธีหรือเคร่ืองมือที่เห มาะสม การดาเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ตามแผน จาเป็นต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกาหนดหรือตารางเวลาของวัน เริ่มต้นและส้ินสุดโครงการและต้องมีการควบคุมให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ ต้องคอยสังเกต ความล่าช้าท่ีอาจเกิดขน้ึ และความวกิ ฤต และการประเมินโครงการ มบี ทบาททีส่ าคัญในการช่วยตัดสิน คุณค่าของกระบวนการหรือวิธีดาเนินงานและการบรรจุถึงความสาเร็จอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ซึ่งมีผลต่อการดาเนินการต่อหรือยกเลิกหรือปรับปรุงส่วนใด ประเภทของการประเมินมีหลายรูปแบบ เช่น การประเมินโดยยึดจุดมุ่งหมายของการประเมิน การประเมินโดยยึดหลักการประเมิน และ การประเมนิ โดยยดึ ลาดับเวลาในการประเมิน การบริหารงานคุณภาพ เปน็ วงจรบริหารงานคณุ ภาพ คือ PDCA ไดแ้ ก่ ขน้ั ตอนการวางแผน ชน้ั ตอนการปฏบิ ัติ ขัน้ ตอนการตรวจสอบ และขน้ั ตอนการดาเนินงานให้เหมาะสม เพอ่ื ใช้วางแผนงาน ก่อนปฏบิ ัติงาน การปฏิบัตติ ามแผน การตรวจสอบ และการปรบั ปรุงแกไ้ ข ซง่ึ จะทาให้การปฏบิ ตั ิ มีประสิทธภิ าพเปน็ ไปตามแนวทางทวี่ างไว้

87 เอกสารอ้างอิง ทพิ าวรรณ หนุ ตระกูล,เสาวภา สรอ้ ยจาปา และศริ ิชยั ผอ่ งศริ ิ. ม.ป.ป. เอกสารประกอบการเรยี นรู้ แบบบูรณาการ (Module) วชิ าอุตสาหกรรมเกษตรเบ้อื งตน้ วิชาผลติ ภัณฑพ์ ืช วชิ าผลิตภณั ฑส์ ัตว์ วชิ าโครงการผลิตและแปรรปู ผลิตภัณฑพ์ ืช วชิ าโครงการผลิตและ แปรรปู ผลติ ภัณฑส์ ัตว์. กาญจนบุรี : แผนกวชิ าอุตสาหกรรมเกษตร วทิ ยาลยั เกษตรและ เทคโนโลยกี าญจนบรุ ี. โปรดกั ช่ันคอสท์. ตน้ ทุนการผลิต. [online]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : http://production-cost.blogspot.com/p/blog-page_24.html. 2560. เศรษฐกิจพอเพียง. การบริหารงานคณุ ภาพ. [online]. เขา้ ถึงได้จาก : : https://sites.google.com/pumpkin2555/khwampdca. 2559. เสาวภา สร้อยจาปา. 2555. คู่มือประกอบการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Module) วชิ าผลติ ภณั ฑพ์ ชื . กาญจนบรุ ี : แผนกวชิ าอุตสาหกรรมเกษตร วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยกี าญจนบุรี. . 2559. แบบเสนอแผนธรุ กิจ. กาญจนบุรี : แผนกวิชาอตุ สาหกรรมเกษตร วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยกี าญจนบุรี. โปรดกั ชั่นคอสท์. การเขยี นแผนธุรกจิ . [online]. เข้าถงึ ได้จาก : http://production-cost.blogspot.com/p/blog-page_30.html. 2560.

88 แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 3 เรื่อง การวางแผนการผลิตผลติ ภัณฑส์ ัตว์ คาสงั่ : จงอธบิ ายใหส้ มบูรณ์และถกู ต้องที่สุด 1. การวางแผนการผลิตผลิตภัณฑ์มคี วามสาคัญและประโยชนอ์ ยา่ งไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ใหน้ ักเรยี นอธิบายสิ่งสาคญั ของกระบวนการวางแผนทางธรุ กจิ มาพอเข้าใจ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………

89 3. วธิ ีเขยี นโครงการแบบประเพณีนิยม (Conventional planning) ซง่ึ เปน็ วิธที ี่นยิ มในปจั จบุ ันจะใช้ เทคนิค 5 W 1 H มาชว่ ยในการเขียนโครงการ ใหน้ กั เรียนบอกความหมายของ 5 W 1 H มาพอได้ใจความ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ให้นกั เรียนบอกลกั ษณะของแผนงานท่ดี ี พร้อมอธบิ ายมาพอเขา้ ใจ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. ใหน้ ักเรยี นสรปุ ความสาคญั ของแผนธรุ กจิ มาพอเข้าใจ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

90 6. ใหน้ ักเรยี นอธบิ ายความหมายของการบรหิ ารงานคณุ ภาพ หรือ PDCA มาพอเขา้ ใจ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook