Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชางานฝึกฝีมือ (หน่วยที่ 4)

วิชางานฝึกฝีมือ (หน่วยที่ 4)

Description: วิชางานฝึกฝีมือ (หน่วยที่ 4)

Search

Read the Text Version

(หน่วยท่ี 4) แผนการจดั การเรียนรมู้ ่งุ เน้นสมรรถนะ วิชา งานฝึ กฝี มอื รหสั วิชา 20100 - 1003 ทฤษฎี - ปฏิบตั ิ 6 หน่วยกิต 2 หลกั สตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพ พทุ ธศกั ราช 2562 ประเภทวิชาอตุ สาหกรรม ภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2566 จดั ทาโดย นายวิวฒั น์ สงคป์ ระหยดั ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครชู านาญการพิเศษ แผนกวิชาเทคนิคพืน้ ฐาน วิทยาลยั เทคนิคชมุ พร สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

67 ช่อื วิชา งานฝึกฝมี ือ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 ช.ม. ช่อื หนว่ ย งานเลือ่ ย ช.ม. งานเลอื่ ย เวลาเรยี นรวม 6 ชอ่ื เรอ่ื ง สอนครง้ั ท่ี 4 จานวน 6 หวั ข้อเรอ่ื ง 1. ความหมายของงานเลอื่ ย 2. วธิ กี ารเลือ่ ยดว้ ยเคร่ืองเลือ่ ยกลแบบชกั 3. วิธกี ารเล่ือยด้วยเลือ่ ยมอื 4. เลื่อยชิน้ งานดว้ ยเครื่องเลื่อยกลแบบชกั 5. เลื่อยชน้ิ งานด้วยเลอื่ ยมอื สาระสาคญั ในการปฏบิ ัตงิ านช่างอตุ สาหกรรมจาเนที่จะต้องมีการตัดแยกวัสดุ เพื่อนาไปใชใ้ นการแปรรูปหรือเพ่ือ ความสะดวกในการจัดเก็บ งานเล่ือยจึงมีความสาคัญเป็นอย่างมากที่ผู้เรียนจะต้องศึกษาและทาความเข้าใจ เพอื่ ให้สามารถปฏิบัติงานไดอ้ ยา่ งถกู ต้องและปลอดภยั สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจาหน่วย) แสดงความรเู้ กยี่ วกบั งานเล่อื ย สมรรถนะยอ่ ย (สมรรถนะการเรยี นร้)ู สมรรถนะท่วั ไป (ทฤษฎี) 1. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ความหมายของงานเล่ือย 2. แสดงความเข้าใจเก่ียวกบั วิธกี ารเลอ่ื ยด้วยเครอื่ งเลอ่ื ยกลแบบชัก 3. แสดงความเขา้ ใจเกย่ี วกบั วิธีการเล่อื ยด้วยเล่อื ยมือ สมรรถนะทพ่ี งึ ประสงค์ (ทฤษฎ)ี เมื่อผ้เู รยี นไดศ้ ึกษาเน้อื หาในบทน้แี ลว้ ผู้เรยี นสามารถ 1. บอกความหมายของงานเลื่อยได้ถกู ต้อง 2. อธบิ ายวธิ ีการเลอ่ื ยดว้ ยเคร่ืองเล่ือยกลแบบชักไดถ้ ูกต้อง 3. อธิบายวิธีการเลื่อยด้วยเลอ่ื ยมือไดถ้ กู ตอ้ ง สมรรถนะท่ัวไป (ปฎิบัติ) 1. แสดงทกั ษะในการเลื่อยชิ้นงานด้วยเครอ่ื งเล่ือยกลแบบชกั 2. แสดงทักษะในการเลือ่ ยช้นิ งานดว้ ยเลือ่ ยมือ

68 สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์ (ปฏิบัต)ิ เมื่อผู้เรียนไดศ้ ึกษาเนอื้ หาในบทนแ้ี ล้ว ผู้เรยี นสามารถ 1. เล่อื ยช้นิ งานด้วยเคร่อื งเลอื่ ยกลแบบชักได้ถกู ต้อง 2. เล่อื ยชน้ิ งานด้วยเลอื่ ยมือได้ถกู ต้อง กจิ กรรมการเรียนการสอน ในการจัดการเรียนการสอนรายวชิ างานฝกึ ฝมี ือ ไดก้ าหนดกจิ กรรมการเรยี นการสอนให้ ผเู้ รียนเกดิ การเรยี นรโู้ ดยใช้วธิ กี ารจดั การเรยี นรฐู้ านสมรรถนะเชงิ รกุ (Active Learning Competency Based) ด้าน เทคนิคการ จดั การเรียนการสอนแบบ MAIP โดยมขี น้ั ตอนในการดาเนินกิจกรรมการเรยี นการสอน ดงั นี้ กจิ กรรมการเรียนการสอน (สอนครง้ั ที่ 4) เวลา 6 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1. ผสู้ อนชแ้ี จงรายละเอียดเกีย่ วกบั จุดประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคาอธบิ ายรายวชิ า การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรายวิชา คุณลักษณะอนั พึงประสงคขอ์ งรายวชิ า และขอ้ ตกลงในการ จดั การเรียนการสอนในรายวิชา 2. ผสู้ อนให้ผเู้ รียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี นหนว่ ยท่ี 4 เร่อื งงานเล่ือย 3. ผสู้ อนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยท่ี 4 เรอ่ื งงานเล่ือย 4. ผสู้ อนแสดงตวั อย่างเก่ยี วกับงานเล่ือย 5. ผสู้ อนแสดงใบงานเรอื่ งงานเลื่อยและอธบิ ายข้ันตอนวธิ กี ารในการปฏบิ ตั ิงานตามใบงาน 6. ผูส้ อนใหผเู้ รียนปฏิบตั งิ านตามใบงานเร่ืองงานเล่ือย 7. ผู้สอนประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานของผเู้ รยี นและใหผ้ ู้เรียนสรุปสาระสาคญั ของเรื่องทเ่ี รยี นประจา สัปดาห์ 8. ผู้สอนใหผ้ ้เู รยี นทาแบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยที่ 4 เรอื่ งงานเลือ่ ย สือ่ การเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรียนวิชางานฝกึ ฝือ 201001- 1003 2. Power Point เรื่อง งานเลือ่ ย 3. ส่ือการสอนออนใลน์ Google Classroom 4. ส่ือการสอนช้ินงานจรงิ (ชิน้ งานท่ีเจาะกระดาษ) งานท่มี อบหมาย/กจิ กรรม ใหผ้ ู้เรยี นทาใบงานประจาหน่วยท่ี 4

69 การวัดและประเมินผล วัดผล/ประเมินผล วธิ กี าร เครือ่ งมอื เกณฑ์ 1. สมรรถนะทพ่ี ึง - ทาแบบทดสอบกอ่ น - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น – - ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ประสงค์ (ทฤษฎ)ี เรียน – หลังเรยี น หลังเรยี น 2. สมรรถนะทพ่ี ึง - ทาใบงานท้ายหน่วย ประสงค์ (ปฏิบตั )ิ - ใบงานทา้ ยหนว่ ย - ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 80 3. คุณลกั ษณะอันพงึ - ประเมินคณุ ลกั ษณะอัน - แบบประเมินคุณลกั ษณะ - ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 80 ประสงค์ (Attitude) พึงประสงค์ อนั พงึ ประสงค์

70 แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ (ทฤษฎี) คาส่งั จงเลือกคาตอบทถ่ี ูกที่สุดเพยี งคาตอบเดยี ว และทาเครอ่ื งหมาย ( X ) ลงในกระดาษคาตอบ 1. ขอ้ ใดคอื ความหมายของงานเลอ่ื ย ก. การถากผิวช้ินงานใหเ้ รียบ ข. การปรบั ผวิ งานใหร้ าบเรียบ ค. ตดั แบง่ แยกชิ้นงาน ง. การทารูบนผวิ ช้ินงาน 2. ข้อใดคือความหมายของงานเลอ่ื ยมือ ก. การตดั ช้นิ งานโดยอาศยั พลังงานจากมอเตอร์ ข. การตดั ช้ินงานโดยอาศยั พลังงานไฟฟา้ ค. การตดั ชิน้ งานโดยอาศัยพลงั งานจากเครอ่ื งยนต์ ง. การตดั ชิ้นงานโดยอาศยั พลงั งานของชา่ งผู้ปฏบิ ัติงาน 3. ข้อใดคอื ลกั ษณะการทางานของเคร่ืองเล่อื ยกลแบบชัก ก. เลอ่ื ยชนิ้ งาน 2 จงั หวะ ข. การตดั ชิ้นงานตอ่ เนือ่ ง ค. การตัดชิ้นงานจงั หวะเดยี ว ง. จงั หวะเลือ่ ยช้ินงานเป็นวงกลม 4. เพราะเหตุใดต้องยกใบเลือ่ ยใหห้ า่ งจากชนิ้ งานประมาณ 25 มม. กอ่ นเปดิ สวิตซเ์ ครื่องทางาน ก. เพ่ือปอ้ งกนั การกระแทกขอองใบเลอื่ ย ข. เพือ่ ให้เคร่ืองเดนิ ฟรี ค. เพือ่ ใหม้ ีชอ่ งว่างในการป้อนตัด ง. เพ่ือเปิดนา้ หลอ่ เย็น 5. การปอ้ งกนั การลื่นไถลขณะเร่ิมต้นการเล่ือยด้วยเลือ่ ยมือมวี ธิ ีการแกไ้ ขอย่างไร ก. ตึงใบเลอ่ื ยให้พอเหมาะ ข. จับยึดชิน้ งานใหแ้ น่น ค. เล่อื ยใหต้ ง้ั ฉากกบั ชนิ้ งาน ง. ทารอ่ งบากบริเวณแนวเลื่อย 6. ขณะทาการเลอื่ ยมอื ตดั ช้นิ งานดว้ ยเลอ่ื ยมือเมอ่ื ชิน้ งานใกลข้ าดควรปฏิบตั อิ ยา่ งไร ก. เร่งความเร็วในการชักใบเลือ่ ยขึน้ เลก็ นอ้ ย ข. ลดแรงกดใบเลือ่ ยและความเรว็ ในการชกั ใบเล่อื ยให้ช้าลง ค. เพมิ่ แรงกดใบเลอ่ื ยและความเร็วในการชักใบเล่อื ยให้เพมิ่ ขึน้ เลก็ นอ้ ย ง. ออกแรงกดใบเล่ือยเพม่ิ ข้ึนเลก็ นอ้ ย 7. การเล่ือยช้ินงานทีม่ ีขนาดเท่าๆกันหลายชิน้ โดยเครื่องเลื่อยกลแบบชักควรใชอ้ ปุ กรณใ์ ดช่วย ก. ฐานเคร่ือง ข. แขนตั้งระยะ ค. ปากกาจบั งาน ง. โครงเล่ือย

71 8. ชน้ิ สว่ นใดของเครอ่ื งเลือ่ ยกลแบบชักท่ีสามารถปรับเอยี งเปน็ มุมได้ ก. ฐานเครอื่ ง ข. แขนต้ังระยะการตดั ค. ปากกาจบั งาน ง. โครงเลอ่ื ย 9. ถ้าต้องการเลอ่ื ยวสั ดแุ ขง็ และบางด้วยเลื่อยมอื ควรเลอื กฟนั เล่อื ยตามขอ้ ใด ก. 14 ฟัน/นว้ิ ข. 18 ฟนั /นิ้ว ค. 24 ฟนั /นิ้ว ง. 32 ฟัน/นิว้ 10. การเล่อื ยชิน้ งานดว้ ยเลอ่ื ยมือแลว้ แนวเล่อื ยเอียงมีสาเหตุมาจากข้อใด ก. ใบเลื่อยตงึ มากเกินไป ข. ใบเลื่อยหย่อนมากเกินไป ค. ใบเลื่อยเอยี ง ง. คมใบเลอ่ื ยสกึ หรอ

72 ข้อที่ คาตอบ 1ค 2ง 3ก 4ก 5ง 6ข 7ข 8ค 9ง 10 ข

73 รหสั วชิ า 20100 - 1003 ใบความรู้หน่วยที่ 4 หน่วยที่ 4 งานเล่ือย ช่ือวิชา งานฝกึ ฝมี อื ช่ือหนว่ ย งานเลอื่ ย หนว่ ยท่ี 4 จานวน 6 ช.ม. หนว่ ยท่ี 4 งานเลอ่ื ย 4.1 ความหมายของงานเล่อื ย การเล่อื ยเปน็ กรรมวธิ กี ารตัดช้ินงานใหแ้ ยกออกจากกัน โดยมจี ุดมุ่งหมายเพแื่ บ่งชนิ้ งานหรอื วสั ดใุ น รปู แบบ การตดั แยก การตัดบาก และการตดั เซาะ เปน็ ต้น 4.2 วธิ ีการเล่ือยดว้ ยเครอื่ งเลื่อยกลแบบชัก เคร่ืองเลื่อยกลแบบชัก (Power Hack Saw) เครอ่ื งเลือ่ ยกลแบบชัก เปน็ เครอื่ งเลอ่ื ยตดั แยกวัสดุทน่ี ิยม ใช้กันมากในโรงงานใช้งานง่าย มีระบบที่ไม่ซับซ้อน หลักการทางานใช้มอเตอร์เป็นต้นกาลังขับผ่านด้วยสาย พานไปยังชุดเฟืองทดและส่งกาลังผ่านโครงเล่ือยด้วยแขนส่งผ่านกาลังชักพาใบเลื่อยให้เดินหน้าและถอยหลัง กลับโดยมีจังหวะตดั จังหวะเดยี ว จะเปน็ จังหวะเดินหน้าหรือถอยหลังกลับขึ้นอยู่กับผผู้ลิตเครื่องเลื่อยออกแบบ ดงั แสดงรปู ท่ี 4.1 รูปที่ 4.1 แสดงเครอ่ื งเลื่อยกลแบบชัก

74 4.2.1 ส่วนประกอบทีส่ าคัญของเคร่ืองเลือ่ ยกลแบบชัก ดังแสดงรูปท่ี 4.2 รูปที่ 4.2 แสดงส่วนประกอบทส่ี าคญั ของเครือ่ งเล่อื ยกลแบบชัก 1) โครงเลื่อย (Frame) ทาจากเหล็กหลอ่ มลี กั ษณะเปน็ รปู ตัวยู (U) ควา่ ลง ใชส้ าหรบั จับยึดใบเล่อื ย และ เคล่อื นทพี่ าใบเล่ือยเดนิ หนา้ และถอยหลงั กลับเพ่อื ตดั งาน โดยการสง่ กาลงั จากแขนโยกติดอยกู่ ับชุดเฟืองทด ปรบั ตึงใบเลอ่ื ยด้วยเกลียว ดังแสดงรูปท่ี 4.3 รูปที่ 4.3 แสดงโครงเลอ่ื ยกล 2) ฐานเคร่ือง (Base) ทาจากเหลก็ หลอ่ มีขาติดล้อเหลก็ 4 ขา เพ่ือการเคล่อื นยา้ ย ท่ีสะดวก มีหนา้ ทร่ี องรับส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของเครอื่ งเล่อื ยกล ดงั แสดงรูปที่ 4.4 รูปที่ 4.4 แสดงฐานเครื่อง

75 3) ปากกาจับชิน้ งาน (Vise) สว่ นมากทาจากเหล็กหล่อยดึ ตดิ กับฐานเคร่อื งทน่ี ิยมใชม้ อี ยู่ 2 แบบ แบบปากา จบั คงท่ใี ช้จบั ยึดตัดงานให้ไดฉ้ ากและแบบปรบั มมุ เอยี งได้ ใช้จับตดั งานเอยี งเป็นมมุ ได้ 45 องศา ดงั แสดงรปู ท่ี 4.5 รูปที่ 4.5 แสดงปากกาจับช้นิ งาน 4) ชุดสง่ กาลงั (Transmission) สง่ กาลงั จากมอเตอร์ไฟฟา้ ดว้ ยสายพานผา่ นพลู เลย์ขนาดเลก็ ไปยงั พูลเลย์ ขนาดใหญ่และสง่ กาลังผา่ นไปยังชุดเฟืองทดชดุ เฟอื งทดประกอบดว้ ยเฟอื งขบั ขนาดเล็กเฟืองตามขนาดใหญ่ โดยการส่งกาลังไปยังโครงเคร่ืองเลื่อยใหเ้ คลอ่ื นท่ีไปและกลบั ดงั แสดงรูปที่ 4.6 รูปที่ 4.6 แสดงชดุ ส่งกาลัง 5) ชดุ ป้อนตัด (Feeding System) มอี ยดู่ ว้ ยกัน 2 แบบ คือ แบบทใี่ ช้ลกู เหล็กถ่วงนา้ หนักมีหน้าทก่ี ดเพิ่ม นา้ หนักโครงเลือ่ ยในการตัดเฉือนช้นิ งานและแบบทใ่ี ชไ้ ฮโดรลิกส์ มีหนา้ ทด่ี นั ยกโครงเลอ่ื ยขึ้นและลงในจงั หวะ ตัดเฉอื นชิ้นงาน ดงั แสดงรูปท่ี 4.7 รูปที่ 4.7 แสดงชดุ ปอ้ นตัด

76 6) ระบบหล่อเยน็ (Coolant System) การตดั ชน้ิ งานด้วยเครื่องเลอ่ื ยกลระบบหลอ่ เย็น มีหนา้ ทอ่ี ยา่ งนอ้ ย 2 อย่าง คือ ชว่ ยลดความร้อนของใบเล่อื ยและช่วยดันเศษเลือ่ ยออกจากรอ่ งเล่อื ย ช่วยลดการเสียดสรี ะหว่าง งานกับใบเล่อื ย ดังแสดงรปู ที่ 4.8 รูปที่ 4.8 แสดงระบบหลอ่ เย็น 7) สวิตชเ์ ปิด-ปดิ (On-Off Switch) เครื่องเลอื่ ยกลแบบชักมีระบบการเปิดเครอ่ื งใหท้ า งานโดยการยกโครง เลื่อยให้อยเู่ หนอื ช้นิ งานแลว้ ใชม้ ืออกี ขา้ งหนงึ่ ดงึ สวติ ช์ขนึ้ เครื่องสตาร์ทเรม่ิ ทางานและจะหยดุ เอง โดยปลาย แขนค้าโครงเลอื่ ยกดสวติ ซ์ลงตัดวงจรการทางานของมอเตอร์ ดงั แสดงรูปที่ 4.9 รูปที่ 4.9 แสดงสวติ ซ์เปดิ -ปิด 8) มอเตอร์ (Motor) มีหนา้ ที่เปน็ ต้นกาลังในการขบั โครงเลื่อยใหเ้ คลื่อนทเ่ี ดนิ หน้าและถอยกลบั เพ่อื ใหใ้ บ เล่อื ยตดั ช้นิ งานและขับป้ัมนา้ หลอ่ เย็นใหท้ างานมอเตอรไ์ ฟฟา้ โดยทั่วไปนิยมเลือกใชก้ ระแสไฟฟา้ 220 โวลต์ เพราะสะดวกตอ่ การเคลื่อนย้ายหรือเลอื กใช้ 380 โวลต์กบั เคร่ืองเล่ือยทตี่ ดิ ต้ังคงท่ี ดงั แสดงรปู ท่ี 4.10 รูปที่ 4.10 แสดงมอเตอร์

77 4.2.2 เครอ่ื งมอื และอุปกรณท์ ีใ่ ช้สาหรับเคร่อื งเลอื่ ยกลแบบชัก 1. ฐานรองรับชนิ้ งาน (Floor Stand) เปน็ อปุ กรณท์ ใ่ี ชส้ าหรับรองรบั ชน้ิ งานที่ยาว ๆ ชว่ ยใหช้ ้นิ งาน มีระดบั ความสงู เทา่ กนั ตลอดเสน้ ทาใหร้ อยเล่ือยตัดชิน้ งานมคี วามต้งั ฉากกบั ผิวงาน และยังป้องกนั ช้ินงานงัด ใบเลื่อย ซงึ่ อาจเป็นสาเหตุทา ใหใ้ บเล่อื ยหกั ดงั แสดงรูปที่ 4.11 รูปที่ 4.11 แสดงฐานรองรบั ชิน้ งาน 2. แขนตัง้ ระยะงาน (Cut Off Gage) ใชส้ าหรบั การตง้ั ระยะความยาวของชิน้ งานทตี่ อ้ งการตัด จานวนมาก ๆ ชิ้นเพือ่ ให้ไดข้ นาดความยาวเทา่ ๆ กัน ดงั แสดงรูปท่ี 4.12 รูปที่ 4.12 แสดงแขนต้ังระยะงาน 3. ใบเลื่อยเครอื่ งเลอ่ื ยกลแบบชกั (Saw Blade) ผลิตจากเหล็กรอบสูง (High Speed Steel) ซ่ึงมี ความแขง็ เปราะและมีความยาว 350 มิลลิเมตร การนาไปใชง้ านจะต้องประกอบให้ถูกวิธีและขันสกรจู บั ยดึ ให้ใบเลอื่ ยตึงพอประมาณความยาวของใบเล่อื ยกลแบบชกั จะวดั ระหว่างจุดศูนยก์ ลางของรใู บเลอ่ื ยส่วนความ หยาบละเอยี ดของฟนั ใบเลื่อย จะดูทรี่ ะยะความห่างระหว่างยอดฟนั เรยี กวา่ ระยะพิตช์ (Pitch) ระยะพิตช์จะ กาหนดความหยาบหรือละเอยี ดของฟนั เลอื่ ย โดยนบั จานวนฟนั ตอ่ ความยาว 1 นิ้ว เชน่ ใบเลอ่ื ย 10 ฟันต่อน้ิว 14 ฟันตอ่ น้ิว เปน็ ตน้ ดังแสดงรปู ท่ี 4.13

78 3. ใบเลือ่ ยเครอื่ งเลื่อยกลแบบชกั (ตอ่ ) รูปที่ 4.13 แสดงใบเลือ่ ยเคร่ืองเล่อื ยกลแบบชัก การเลือกใชใ้ บเลื่อย ผปู้ ฏิบัติงานจะต้องเลอื กใช้ใบเลอื่ ยใหเ้ หมาะสมกบั ประเภทของวสั ดชุ ้นิ งานท่ี ต้องการตัด ดงั ตัวอยา่ งตารางการเลอื กใช้ใบเลื่อย ตารางที่ 4.1 แสดงการเลอื กใชใ้ บเลือ่ ยให้เหมาะกับการเลือ่ ยวสั ดุงาน

79 4.2.3 หลักการทางานของเครื่องเลอ่ื ยกลแบบชัก เลอื่ ยกลแบบชกั ใชม้ อเตอรเ์ ปน็ ต้นกาลังส่งผ่านไปยังพูลเลย์ ชดุ แขนชกั ดว้ ยสายพานแบบร่องตัววแี ละชดุ เฟอื งทดสง่ กาลงั ไปยงั แขนชกั ดงึ โครงเล่ือยที่ติดใบเลอื่ ยให้เคลือ่ นท่ี ไปข้างหนา้ และถอยหลงั กลับโดยมีชุดไฮโดรลิกสเ์ ป็นตัวควบคมุ การยกใบเลื่อยในจงั หวะฟรงี าน โดยมีปากกา เป็นอุปกรณ์จับยึดชนิ้ งานให้แนน่ ก่อนทา การตดั เฉือน 4.2.3.1 ลกั ษณะวธิ ีการจบั ยึดช้ินงาน 1) การจับยดึ ชน้ิ งานท่ีมีรปู ทรงแตกตา่ งกัน จะมีวิธกี ารจบั ยึดทีแ่ ตกต่างกนั ไปตามลักษณะรูปทรงของ วัสดุ เพื่อใหจ้ ับยดึ งานอย่างม่นั คงปลอดภัย ถ้าหากจับงานไม่แนน่ เมอ่ื ช้นิ งานขยับหรอื เคลอ่ื นที่อาจเป็นสาเหตุ ให้เกิดอนั ตรายและใบเลอ่ื ยหักเสียหายได้ ลักษณะวิธีการจบั ยึดช้ินงานรูปทรงต่าง ๆ ดงั แสดงรูปที่ 4.14 (ก) การจับเหล็กเพลากลม (ข) การจับเหล็กสเี่ หล่ียม (ค) การจับเหล็กตัวยู (ง) การจบั เหล็กฉาก (จ) การจบั เหลก็ หกเหลี่ยม (ฉ) การจบั เหล็กแบน รูปที่ 4.14 แสดงการจับยึดชน้ิ งานรูปทรงแบบต่าง ๆ

80 2) การจับชนิ้ งานท่มี ขี นาดส้นั กว่าปากของปากกาจบั งาน ปากของปากกาจะจับชิน้ งานไม่แน่น แรง กดของเกลียวยึดปากกาจะดันช้ินงานหลุดออกจากปากกาสง่ ผลใหใ้ บเลอื่ ยหกั ได้ การจับงานทถ่ี ูกวิธปี ากของ ปากกาจะตอ้ งกดขนานกนั ทง้ั 2 ปาก ในการจบั ช้ินงานสั้นต้องใช้เหล็กทม่ี ีขนาดเดียวกนั หนุนชว่ ยทปี่ ากของ ปากกาอกี ข้างหน่ึงใหข้ นานกนั ขันยึดชนิ้ งานใหแ้ นน่ เพื่อไมใ่ หช้ นิ้ งานหลดุ ดงั แสดงรปู ที่ 4.15 รูปที่ 4.15 แสดงการจับชนิ้ งานทีม่ ีขนาดสนั้ กว่าปากของปากกาจับงาน 3) การตัดชน้ิ งานท่ีมคี วามยาวเท่า ๆ กัน โดยใชแ้ ขนตง้ั ระยะ เม่ือต้งั ระยะความยาวตัดชิ้นงานเสร็จ ให้เลอ่ื นแขนตงั้ ระยะชนกับปลายช้ินงาน ทา การตดั ชนิ้ งานตามปกติ หลงั จากงานชนิ้ แรกตดั เสรจ็ ต้องการตัด งานช้ินตอ่ ไป ใหใ้ ช้แขนตั้งระยะงานช่วยในการกาหนดตาแหน่งตัดให้ได้ขนาดชิ้นงาน โดยเล่ือนช้นิ งานมาชนตา แหนง่ แขนต้งั ระยะงานที่ต้ังไว้กจ็ ะไดค้ วามยาวของช้นิ งานตามขนาดท่ีตอ้ งการ ดังแสดงรูปที่ 4.16 รูปที่ 4.16 แสดงการตดั ชิน้ งานที่มีความยาวเทา่ ๆ กัน โดยใชแ้ ขนตงั้ ระยะ

81 4.2.4 ขนั้ ตอนการทางานของเคร่ืองเลือ่ ยกลแบบชัก 1) ตรวจสอบความพร้อมเครือ่ งเล่อื ยกลและอปุ กรณ์ให้เรยี บรอ้ ย เชน่ ระบบไฟน้า มนั หล่อลื่น น้า หล่อเย็นเป็นต้น 2) ยกโครงเล่ือยข้นึ เพ่อื ใส่ใบเล่อื ยกลและหมนุ ล็อคตวั จบั ยึดใบเล่อื ยให้แนน่ แลว้ หมนุ ปรบั ใบเล่ือยใหต้ งึ 3) นาเหลก็ ชิน้ งานทจี่ ะตัดขึ้นวางบนปากกาจบั งานและหมุนปากกาจับยึดชน้ิ งาน ให้พอหลวมขยบั เล่อื นได้ 4) เล่ือนโครงเลื่อยลงแล้วเลอื่ นปรับระยะความยาวของเหล็กช้นิ งานทจี่ ะตัดให้ได้ ความยาวทต่ี ้องการโดยใช้บรรทัดเหลก็ วัดขนาดหรอื โดยการดนั ชนกับแขนตั้งระยะงาน ดังแสดงรูปที่ 4.17 รูปที่ 4.17 แสดงการกาหนดขนาดชิ้นงานก่อนทาการตัด 5) เมอ่ื ไดค้ วามยาวตามท่ีต้องการแล้วหมนุ จบั ยดึ เหล็กชน้ิ งานใหแ้ นน่ 6) ยกโครงเลือ่ ยขึ้นประมาณ 25 มลิ ลิเมตร เปดิ สวติ ชใ์ ห้เครือ่ งเลือ่ ยทางานแล้วค่อย ๆ ประคองโครง เลอ่ื ยลงใหส้ ัมผัสช้นิ งานเบา ๆ เพอื่ ปอ้ งกันใบเลื่อยกระแทกเหลก็ ชิน้ งานหากไมย่ กโครงเลอ่ื ยขน้ึ กอ่ นเปดิ สวติ ช์ จะทา ใหเ้ กิดการกระแทกของฟันเลือ่ ยกับช้นิ งานอยา่ งแรงอาจทาให้ใบเลอื่ ยชารุดหรือหักได้ 7) หลังจากเล่อื ยตัดชิน้ งานขาด สวติ ช์จะถูกปดิ ดว้ ยแขนยนั โครงเลอื่ ยโดยอตั โนมัติแล้วยกโครงเลื่อย ขึ้นเพ่อื นาช้ินงานออกและทาการตดั ช้ินงานใหม่ตามขัน้ ตอนตอ่ ไป 8) เม่อื ใช้งานเครอ่ื งเล่ือยเสรจ็ ให้ทา ความสะอาดและชโลมนา้ มันคลายใบเล่ือยใหป้ รบั ลดความตงึ ของใบเลอื่ ยเพื่อลดความเครยี ดของใบเล่ือยก่อนเก็บทกุ คร้งั

82 4.2.5 การบารุงรักษาเครอ่ื งเลื่อยกล 1. ควรตรวจสภาพความพรอ้ มของเครอ่ื งและปรับตึงใบเลอื่ ยก่อนใช้งานทุกคร้ัง 2. ขณะทาการตดั เฉอื นวัสดุใหใ้ ชน้ า้ หล่อเย็นช่วยระบายความรอ้ นและขบั เศษเลอ่ื ย 3. ทาความสะอาดก่อนและหลงั การปฏบิ ตั ิงาน 4. เคร่ืองชารดุ ต้องแจ้งผ้คู วบคมุ ทราบทนั ที 5. ควรกาหนดระยะเวลาการตรวจสอบและซ่อมบารงุ 6. หลงั การปฏิบตั ิงานเสร็จทาความสะอาดเครื่อง คลายความตึงของใบเลื่อยลงและชโลมน้า มนั หล่อลืน่ ทกุ ครั้ง 4.2.6 ความปลอดภัยในการใชเ้ ครอ่ื งเล่อื ยกล 1. ศึกษาขน้ั ตอนการใชเ้ คร่อื งเลื่อยกลจากเอกสารหรือคาแนะนาจากครกู ่อนปฏิบัติงาน 2. ปฏบิ ตั ิตามกฎของโรงงานเก่ยี วกบั ความปลอดภัยอย่างเคร่งครดั 3. กอ่ นเปดิ สวิตช์เดนิ เคร่ืองต้องยกใบเลื่อยขน้ึ ให้ห่างจากงานประมาณ 25 มิลลเิ มตร 4. ตรวจดคู วามเรียบรอ้ ยของเครอ่ื งกอ่ นลงมือทางานทกุ คร้ัง 5. ตรวจสอบความถูกต้องของระยะงานและจบั ยึดงานใหแ้ น่น 6. เมื่อต้องการตดั ช้นิ งานสน้ั ๆ ต้องวางช้นิ งานท่ีมีขนาดเทา่ กนั ท่ีปลายอีกดา้ นหน่ึงของปากกา 7. ปลอ่ ยกา้ นบังคบั วาลว์ ไฮโดรลิกส์ เพอ่ื ปอ้ นตดั ช้ินงานและปรับให้เหมาะสมกับวสั ดทุ ตี่ ัด 8. ทาความสะอาดเคร่อื งเล่อื ยกลและพน้ื โรงงานใหส้ ะอาดทกุ ครงั้ ทั้งก่อนและหลงั ปฏบิ ัตงิ าน 4.3 วธิ กี ารเลอื่ ยดว้ ยเล่ือยมอื (Hack Saw) เล่ือยมอื เปน็ เครือ่ งมอื ท่ใี ชต้ ดั ชนิ้ งานชนดิ หนึง่ ทีม่ คี วามสาคัญมาก นิยมใช้สาหรบั การตดั ช้ินงานทม่ี ขี นาดเลก็ หรือการตดั เพือ่ ข้ึนรูปชิน้ งาน ตัดตามท่แี บบงานกาหนด 4.3.1 ส่วนประกอบท่ีสาคญั ของเลอ่ื ยมือ ดงั แสดงรูปที่ 4.18 2 31 4 รูปที่ 4.18 แสดงสว่ นประกอบของเล่ือยมือ

83 ตารางที่ 4.2 แสดงชื่อและหนา้ ทีส่ ่วนประกอบของเลอ่ื ยมือ หมายเลข ชอื่ หนา้ ที่ ใชใ้ นการจับเพือ่ เลอ่ื ยงาน 1 ด้ามจบั (Handle) เป็นส่วนท่ีใชจ้ ับยึดใบเลื่อย ประกอบด้วยด้ามจับ ขอเก่ียว ใบเล่ือยทั้งสองด้าน ขอเก่ียวทางด้านปลายโครงเลื่อย 2 โครงเลอื่ ย (Flame) ส่วนปลายจะเป็นเกลียวเพื่อใช้เป็นเกลียวปรับให้ใบเล่ือย ตึง โครงเลอ่ื ยสามารถปรับระยะความยาวได้ 3 เกลียวปรบั ตงึ ใบเลื่อย เป็นเกลยี วที่ใชส้ าหรับขนั ปรบั ความตึงใบเลื่อย (Tightening Screw) เปน็ ขอสาหรับเกย่ี วรูใบเลอ่ื ย 4 ขอเกี่ยวใบเลอ่ื ย (Prongs) 4.3.2 ใบเลอื่ ย (Saw Blade) สว่ นใหญ่ทาจากเหลก็ กลา้ รอบสูง (High speed steel : H.S.S) 1. การบอกขนาดของใบเลือ่ ย จะวดั จากก่ึงกลางรูของใบเลอ่ื ยท้งั สอง โดยทั่วไปมีความยาว 300 มิลลิเมตร (12 นว้ิ ) ดังแสดงรปู ที่ 4.19 ความยาวใบเล่อื ย รูปที่ 4.19 แสดงการบอกขนาดความยาวของใบเล่อื ย 2. การกาหนดความหยาบ หรือความละเอยี ดของใบเล่อื ย จะมกี ารกาหนด ดังน้ี 1.1 ระยะพิตช์ คือ ระยะห่างระหว่างยอดฟนั ใบเลื่อย มีการบอกระยะห่างเปน็ มิลลิเมตร ดังแสดง รูปที่ 4.20 รูปที่ 4.20 แสดงการบอกระยะพิตชใ์ บเล่อื ย

84 2.2 จานวนฟนั ตอ่ นวิ้ เปน็ การบอกจานวนฟนั ในระยะความยาว 1 นว้ิ เช่น 18 ฟันตอ่ นวิ้ , 24 ฟนั ต่อนว้ิ ใบเลอ่ื ยท่วั ๆไปนิยมบอกเปน็ จานวนฟนั ตอ่ นิ้ว ดงั แสดงรปู ท่ี 4.21 รูปที่ 4.21 แสดงการบอกระยะพิตช์ และการบอกเป็นจานวนฟนั ตอ่ นิ้ว การเลอื กใช้ใบเล่ือย มวี ธิ ีการดงั นี้ 1. ชิ้นงานที่มคี วามกวา้ งหรอื ช่วงตดั หนา ให้เลอื กใบเลื่อยชนิดฟนั หยาบ สว่ นชิน้ งานบางๆใหเ้ ลอื กใชใ้ บ เลื่อยชนิดฟนั ละเอียด 2. ชิ้นงานที่เปน็ วัสดอุ ่อน ให้ใชใ้ บเลอ่ื ยชนดิ ฟนั หยาบ 3. ช้ินงานทเ่ี ป็นวัสดุแขง็ ควรเลอื กใช้ชนิดฟันละเอยี ด ตารางท่ี 4.3 แสดงลกั ษณะของฟนั เลือ่ ยและชนิดของวสั ดุ จานวนฟนั ลกั ษณะของฟนั ชนดิ ของวัสดุ 14 - 18 หยาบ อ่อน ได้แก่ อะลูมิเนียม ทองเหลือง ตะกั่ว เหล็กหล่อ 22 - 24 ปานกลาง บรอนซ์ วัสดุสงั เคราะห์ งานหนาต้งั แต่ 40 คม ขน้ึ ไป 32 ละเอียด แข็งปานกลาง ได้แก่ เหล็กกล้าธรรมดา เหล็กหล่อเทาอ่อน โลหะท่ีไม่ใช่เหล็กแข็งปานกลาง ทองเหลือง งานหนาต้ังแต่ 20 คม ขึน้ ไป แข็ง ได้แก่ งานที่แข็งมากๆ สามารถตัดงานบางๆ เช่น โลหะ แผ่นบาง ทอ่ บาง ได้ดี การประกอบใบเล่อื ยเข้ากบั โครงเลอ่ื ย ดงั แสดงรปู ท่ี 4.22 รูปที่ 4.22 แสดงการประกอบใบเลอ่ื ยเข้ากับโครงเลอ่ื ย

85 ท่ายืนขณะทาการเล่ือย ดังแสดงรปู ท่ี 4.23 รูปที่ 4.23 แสดงทา่ ยืนขณะทาการเลือ่ ย 4.3.2 ขน้ั ตอนการปฏิบตั งิ านเล่อื ยมอื 1. เลือกใบเลอื่ ยที่เหมาะสมกบั ช้ินงานทีจ่ ะตดั โดยเลอื กจานวนฟันต่อนว้ิ ทีเ่ หมาะสมมาประกอบเข้ากบั โครงเลือ่ ยมือ โดยใส่ฟันใบเล่ือยเอยี งไปดา้ นหน้าโครงเลือ่ ย ปรบั ความตึงของใบเลือ่ ยให้เหมาะสม ดงั แสดงรปู ที่ 4.24 รูปที่ 4.24 แสดงการใส่ใบเล่อื ยและการปรับใบเลื่อยให้ตึง

86 2. นาช้ินงานมาจับบนปากกาจบั งาน โดยให้แนวเลอื่ ยอยู่ใกลก้ ับปากกามากทสี่ ุดเท่าทีจ่ ะเล่อื ยไดส้ ะดวก เพ่อื ปอ้ งกันงานส่ันเวลาเล่ือย และตรวจสอบแนวระดบั ของชน้ิ งาน ดงั แสดงรูปที่ 4.25 รูปที่ 4.25 แสดงการจบั ชนิ้ งานให้จับใกลป้ ากกามากทส่ี ดุ 3. ใช้มือข้างถนดั จบั ทด่ี ้ามเลอ่ื ย และใชม้ ืออีกขา้ งหน่ึงประคองโครงเลอ่ื ยด้านหนา้ ดังแสดงรูปที่ 4.26 รูปที่ 4.26 แสดงการจับโครงเล่ือยเลื่อยชิน้ งาน 4. นาใบเลอ่ื ยเล็งใหไ้ ด้กบั แนวทตี่ อ้ งการเลือ่ ย หรอื ใชน้ ิว้ หวั แม่มือช่วยประคองใบเล่อื ยอยู่ในแนวตาแหน่ง ที่ต้องการ แล้วออกแรงเล่ือยเบาๆ เพ่ือให้ได้แนวท่ีตรง การตั้งแนวเล่ือยให้ตรงในขณะเร่ิมต้น จะทา ให้เลอ่ื ยไดต้ รง ดังแสดงรูปที่ 4.27 รูปที่ 4.27 แสดงการใชน้ ้วิ หัวแม่มือช่วยประคองใบเลือ่ ยตรงตาแหน่งทตี่ อ้ งการเล่ือย

87 5. กรณเี ล่อื ยงานสเ่ี หลี่ยม กอ่ นลงมอื เลือ่ ย ให้เล่ือยเอียงทามมุ กับช้นิ งานประมาณ 10 องศา หรอื ใชต้ ะไบ สามเหลีย่ มทารอ่ งนาก่อนทจี่ ะทาใหเ้ ลื่อยไดง้ า่ ยขึ้น ดงั แสดงรูปที่ 4.28 ทารอ่ งดว้ ยตะไบสามเหล่ียมสำ มเหลี่ยม รูปที่ 4.28 แสดใชต้ ะไบสามเหล่ยี มทาร่องนาก่อนการเล่อื ยงานสเ่ี หลี่ยม 6. ขณะเล่ือยให้ออกแรงกดในขณะเคลื่อนท่ีไปด้านหน้าซึ่งเป็นจังหวะงาน ขณะถอยกลับไม่ต้องออกแรง กด เพราะใบเลื่อยจะขูดกับชิ้นงานทาให้ใบเล่ือยท่ือเร็ว การเล่ือยควรชักใบเลื่อยให้ยาวที่สุดเพ่ือจะได้ ใชค้ มตดั ของใบเลอื่ ยได้เกอื บทกุ ฟัน 7. ขณะช้ินงานใกล้ขาด อย่ายกช้ินงานที่ใกล้ขาดข้ึนบีบคลองเลื่อย เพราะจะทาให้ใบเล่ือยหักควรจับ ช้นิ งานโดยประคองเบาๆ 8. เมอ่ื เล่อื ยชน้ิ งานเสร็จ เลกิ ใช้งาน คลายความตงึ ของใบเลอ่ื ย หรือถอดใบเลอ่ื ยออกทาความสะอาด โครงเล่อื ย ใบเล่ือย และเครือ่ งมืออุปกรณต์ ่างๆเก็บเขา้ ทท่ี เ่ี หมาะสม สรปุ ในการปฏิบัติงานช่างอุตสาหกรรมจาเป็นที่จะต้องมีการตัดแยกวัสดุ เพ่ือนาไปใช้ในการแปรรูปหรือ เพอื่ ความสะดวกในการจัดเกบ็ งานเล่อื ยจงึ มคี วามสาคัญเป็นอยา่ งมากท่ผี ู้เรยี นจะต้องศกึ ษาและทาความเข้าใจ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยสามารถเล่ือยช้ินงานโดยใช้เครื่องเลื่อยกลและการ เลือ่ ยช้นิ งานโดดใชเ้ ลอื่ ยมือทั้งขน้ึ อยู่กบั ขนาดของชิน้ งานและความเหมาะสม

88 บันทกึ หลังการสอน สัปดาห์ที่ ................ ช่ือวชิ า งานฝึกฝีมือ รหัสวิชา 20100 - 1003 แผนกวิชา ……………………......... วันทส่ี อน ............................................................ หนว่ ยท.่ี ............. รายการสอน ………………………………………….. จานวน 6 ชว่ั โมง จานวนผเู้ รยี น ช้นั ........... กลมุ่ .......... จานวน .......... คน เข้าเรยี น.............คน ขาดเรยี น...............คน ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2566 1. เน้อื หาที่สอน(สาระสาคญั ) ...................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 2. ผลการสอน ........................................................................................................................................................................ ...................................................................................................................................................................... 3. ปญั หา อปุ สรรค ทเี่ กดิ ขนึ้ ในระหวา่ งการเรียนการสอน ........................................................................................................................................................................ ...................................................................................................................................................................... 4. แนวทางแกป้ ัญหาของครูผูส้ อน (แนวทางการทาวจิ ัย) ........................................................................................................................................................................ ...................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ...............................................ผ้สู อน (นายวิวฒั น์ สงคป์ ระหยัด) .............../................/............... ลงชอ่ื ...............................................หัวหนา้ แผนก ลงชื่อ...............................................หัวหนา้ งานหลักสตู รฯ (นายววิ ฒั น์ สงคป์ ระหยดั ) (นายสมศักด์ิ หลวงนา) .............../................/............... .............../................/............... ลงชอ่ื ...............................................รองผู้อานวยการฝา่ ยวิชาการ (นายประเสริฐ ถึงวสิ ยั ) .............../................/..............

นายวิวฒั น์ สงคป์ ระหยดั ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครชู านาญการพิเศษ แผนกวิชาเทคนิคพืน้ ฐาน วิทยาลยั เทคนิคชมุ พร สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook