องค์ประกอบของทฤษฎกี ารเรยี นรู้ทางพทุ ธนิ ิยมเชงิ สังคม ประกอบดว้ ย 1) พฤตกิ รรมตัวแบบ 51 2) การเสริมแรงให้กบั ผลท่ตี ามมาของ พฤติกรรมตวั แบบ 3) กระบวนการทางปญั ญา 4) การกากบั ตนเอง (self regulation) 5) การรบั รศู้ กั ยภาพของตนเอง (self efficacy)
การประยกุ ตส์ กู่ ารสอน 1) ใช้ตวั แบบเปน็ แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศสาหรับผูเ้ รยี นในการพฒั นาท้งั ทางดา้ น ทักษะทางกายและทักษะทางปญั ญารวมไปถึงการพัฒนาทักษะทางภาษา 2) นาเสนอตัวแบบดว้ ยส่อื และวธิ กี ารตา่ ง ๆ ใหผ้ ูเ้ รียนได้จดจาซ้ายา้ ทวน พฤติกรรมของตัวแบบ 3) ใช้วิธสี อนและกิจกรรมการเรยี นการสอนตา่ ง ๆ ท่ีใหผ้ ู้เรยี นได้เกยี่ วขอ้ งกับตวั แบบ 4) พัฒนาผ้เู รยี นให้เกดิ การรบั รู้ตนเองว่ามีศกั ยภาพทจ่ี ะทาไดต้ ามตวั แบบ 5) ใหก้ ารเสริมแรงแกผ่ ูเ้ รียนเม่ือสามารถแสดงพฤติกรรมตามตวั แบบท่กี าหนดได้ 52
ทฤษฎกี ารสรา้ งความรู้ (constructivism) ทฤษฎีการสร้างความรู้ (constructivism) มีพื้นฐานมาจากปรัชญาเหตุผลนิยม (rationalism) ซึ่งเชื่อว่าเหตุผลเป็นแหล่งกาเนิดของความรู้ความจริงในโลกนี้เกิดจาก การสรา้ งมากกว่าการค้นพบ ดังนน้ั การเรยี นรู้จึงเป็นการสร้างความร้โู ดยผู้เรียนเป็นผู้ ลงมอื กระทาดว้ ยตนเองมากกว่า การรบั การถา่ ยทอดความรูจ้ ากผู้อืน่ 53
แนวคดิ การสรา้ งความรู้ สามารถแบง่ ไดเ้ ป็น 2 ลักษณะ ดงั น้ี 1. การสรา้ งความร้เู ป็นกระบวนการทางปญั ญาของแตล่ ะบุคคล 2. การสร้างความรเู้ ปน็ กระบวนการทางสงั คม 54
การประยุกต์สู่การสอน 1) การเรียนร้ปู ระสบการณใ์ หม่ข้ึนกับประสบการณ์เดิมของผเู้ รียน 2) การเรียนรคู้ อื การสรา้ งความหมาย จากประสบการณท์ ี่ไดร้ บั 3) ก่อนการจดั การเรยี นรู้เรอ่ื งใหม่ ควรตรวจสอบความรูเ้ ดิมของผเู้ รียนว่าเป็นความรู้ ที่ถกู ต้องหรอื ไม่ หากเปน็ ความรู้ทไ่ี ม่ถูกต้องหรือเปน็ ความเขา้ ใจผดิ ต้องแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง 55
4) การเรียนรู้เป็นปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ดังนั้นควรจัดให้ผู้เรียนได้ทางาน เป็นกลุ่มเล็ก เพื่อให้มีโอกาสแลกเปล่ียนความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้เรียน ดว้ ยกนั 56
5) ลดการบรรยาย จัดกิจกรรมหรือสถานการณ์ท่ีท้าทายสติปัญญาและ ศกั ยภาพของผ้เู รียนให้ผ้เู รยี นสร้างความรดู้ ว้ ยการลงมอื ปฏิบตั จิ รงิ 57
58
หลักการจัดการเรยี นการสอนท่เี นน้ ผเู้ รยี นเป็นศนู ย์กลาง แนวคิดของ ดิวอี เร่ือง การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยใหน้ กั เรียนไดพ้ ัฒนาประสบการณ์การเรียนรู้จากการลงมือปฏบิ ัติ 59
พฤติกรรมทแ่ี สดงวา่ เปน็ การเรียนการสอนทีเ่ น้นผเู้ รยี นเป็นศนู ยก์ ลาง ไดแ้ ก่ 1) ผเู้ รียนมีประสบการณ์ตรงสัมพนั ธ์กบั ธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม 2) ผู้เรยี นฝึกประสบการณจ์ นค้นพบความถนัดและวธิ ีการของตนเอง 60
3) ผ้เู รยี นทากจิ กรรมแลกเปล่ยี นเรยี นร้จู ากกล่มุ 61
4) ผู้เรียนฝึกคิดอย่างหลากหลายและสร้างสรรค์จินตนาการตลอดจนได้แสดงออกอย่าง ชัดเจนและมเี หตผุ ล 62
5) ผเู้ รยี นได้รับการเสรมิ แรงให้คน้ หาคาตอบ แก้ปัญหา ท้งั ดว้ ยตนเองและรว่ มด้วยช่วยกัน 63
6) ผ้เู รยี นได้ฝึกคน้ ควา้ รวบรวมข้อมูลและสรา้ งสรรคค์ วามรดู้ ้วยตนเอง 7) ผเู้ รียนได้เลอื กทากิจกรรมตามความสามารถความถนัดและความสนใจ ของตนเองอย่างมคี วามสุข 64
8) ผเู้ รียนฝกึ ตนเองใหม้ วี นิ ัยและมีความรับผิดชอบในการทางาน 9) ผเู้ รียนฝกึ ประสบการณ์ ปรบั ปรงุ ตนเองและยอมรับผู้อ่ืน ตลอดจนสนใจใฝห่ าความรู้อยา่ ง ตอ่ เนอ่ื ง 65
พฤตกิ รรมทแี่ สดงวา่ ครจู ดั การเรียนการสอนทเี่ นน้ ผ้เู รียนเปน็ ศนู ย์กลาง ไดแ้ ก่ 1) ครูเตรียมการสอนทง้ั เน้ือหาและวิธกี าร 66
67
6) ครูสง่ เสริมกจิ กรรมแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ จากกลมุ่ พรอ้ มท้งั สงั เกตส่วนดี และ ปรับปรงุ ส่วนด้อย ของผ้เู รยี น 7) ครูใชส้ ่ือการสอนเพ่ือฝกึ การคดิ การแก้ปัญหาและการคน้ พบความรู้ 8) ครใู ช้แหล่งเรียนร้ทู ี่หลากหลายและเช่ือมโยงประสบการณก์ บั ชีวติ จรงิ 68
9) ครฝู ึกฝนกริ ยิ ามารยาทและวนิ ยั ตามวถิ วี ฒั นธรรมไทย 10) ครูสงั เกตและประเมนิ พัฒนาการของผู้เรียน 69 อยา่ งตอ่ เน่อื ง
การจดั การเรยี นการสอนทคี่ านึงถงึ ผู้เรียนเปน็ ศูนยก์ ลางน้นั ครจู าเปน็ ตอ้ งเขา้ ใจบทบาทของ ตนเองและพฤตกิ รรมที่ควรสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ ขึ้นแกน่ กั เรียน ดงั นน้ั ตัวบ่งชบี้ ทบาทครแู ละนกั เรยี นท่ี กลา่ วมาข้างตน้ นจี้ ึงเปน็ แนวทางสาคัญสาหรบั นาไปใช้พัฒนาบทบาทของครแู ละผู้เรยี นใน กระบวนการเรยี นการสอนท่จี ดั ข้นึ 70
Search