Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทเรียนผลงาน นพย

บทเรียนผลงาน นพย

Published by NonJiCash, 2021-02-17 03:34:53

Description: บทเรียนผลงาน นพย

Search

Read the Text Version

48 6. การจดั การโฆษณาผลิตภณั ฑส์ ุขภาพที่หลอกลวงประชาชน การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล มีการเผยแพร่โฆษณาหลากหลายช่องทาง ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็ว และหากผลิตภัณฑ์นั้นๆมีสารปลอมปนอันตราย ก็สามารถ ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้อยา่ งแพรห่ ลายและรวดเร็วตามไปด้วย แม้หนว่ ยงานท่ีเก่ียวข้องจะได้ดำเนิน มาตรการตา่ งๆ ได้แก่ การเผยแพรป่ ระชาสัมพนั ธ์ การประกาศแจ้งเตือนผลติ ภณั ฑ์อนั ตราย หรือการดำเนินคดี กรณีที่พบผู้กระทำความผิด แต่ไม่สามารถจัดการปัญหาให้หมดไป ยังคงมีคนขาย คนซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ไปบริโภคจนได้รับอันตรายหรือเสียชีวิต จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าว ทางแผนงาน กพย. ร่วมกับเครือข่าย ท่ีเก่ียวข้องได้ร่วมกันดำเนินโครงการเพ่ือจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพควบคู่กับการพัฒนา “คน” เพ่ือใหเ้ ป็นกำลังสำคัญในการจัดการปญั หาโฆษณาผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพท่ีหลอกลวงประชาชน สรุปได้ดังน้ี 1. การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ (เดือนพฤศจิกายน 2555 - เดอื นกุมภาพนั ธ์ 2556) แผนงาน กพย. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ในพ้ืนท่ี 4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น สงขลา พะเยา และสระบุรี โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การโฆษณา เกนิ จริงลดลงและชมุ ชนสามารถจดั การปัญหาได้ดว้ ยชุมชนเอง จากผลการดำเนินงานตามโครงการนี้ทำให้ เกิดกลไกเฝ้าระวังโฆษณาและจัดการปัญหาการใช้ ผลิตภัณฑใ์ นระดับหมู่บา้ น ชุมชน ตำบล การค้นพบผ้เู สยี หายหรือได้รับผลกระทบจากการใชผ้ ลิตภัณฑ์สุขภาพ และพัฒนาเป็นเครือข่ายผู้เสียหายจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากโฆษณาเกินจริง เกิดชุมชนต้นแบบ ปลอดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการโฆษณาเกินจริง และมีการขับเคลื่อนระดับนโยบายจนเกิดแผนยุทธศาสตรการ จัดการปญหาโฆษณาท่ีผิดกฎหมายของยา อาหาร และผลิตภัณฑสุขภาพ พ.ศ. 2557-2561 ในการประชุม สมชั ชาสุขภาพแห่งชาติครง้ั ที่ 6 เมื่อปี พ.ศ.2556 2. การพัฒนาระบบงานของศูนย์ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังและผู้เสียหายจากโฆษณาผลิตภัณฑ์ สุขภาพผิดกฎหมาย ภายใต้หลักสูตรการพัฒนาผู้นำเครือข่ายในการเฝ้าระวังและจัดการปัญหาระบบยา รนุ่ ท่ี 1(นพย.1) (เดอื นกรกฎาคม 2556 ถึง เดอื นมกราคม 2557 ) จากการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ในพ้ืนท่ี จังหวัดขอนแก่น ได้เกิดชุมชนต้นแบบในการจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ซึ่งได้มีการ พัฒนาเป็นศูนย์ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังและผู้เสียหายจากโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพ่ือเฝ้าระวัง ผู้ท่ีได้รับผลกระทบจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพจากโฆษณาผิดกฎหมาย และประสานภาคีเครือข่าย ท่ีเก่ียวข้องเพ่ือร่วมกันจัดการปัญหา ได้แก่ การดำเนินคดีอาญาผู้กระทำความผิด และการเยียวยาผู้เสียหาย ทีไ่ ดร้ บั ผลกระทบจากการบรโิ ภคผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพท่โี ฆษณาผดิ กฎหมาย ซ่ึงโครงการนี้เป็นการขับเคล่ือนภายใต้การดำเนินโครงการ ตามหลักสูตรการอบรมการพัฒนาผู้นำ เครือข่ายในการเฝ้าระวังและจัดการปัญหาระบบยา รุ่นที่ 1 ทำให้เกิดระบบการเฝ้าระวังผู้ที่ได้รับผลกระทบ

49 ทางสุขภาพจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพตามโฆษณา การติดตามดูแลและเยียวยาสุขภาพของผู้เสียหาย และการประสานการดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน เครือข่ายนักกฎหมาย และสำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และคมนาคมแห่งชาติ เขต 6 (ขอนแก่น) เพ่ือดำเนิน คดีอาญาตามกฎหมายที่อยู่ในขอบเขตความรบั ผิดชอบ และรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการดำเนินงานส่ือสารแจ้ง เตือนภยั ให้แก่ประชาชนและหน่วยงานทเี่ กยี่ วข้อง 3. การจัดการปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากการดำเนินงานในพื้นท่ีสู่นโยบายสาธารณะภาค อีสาน จากการดำเนินงานเพื่อจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยการพฒั นาศักยภาพภาคีเครือข่าย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย นำไปสู่การพัฒนาศูนย์ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังและผู้เสียหายจากโฆษณา ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ทำให้พบว่าสถานการณ์ปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพมีความซับซ้อนขึ้น โดยส่ือโฆษณาและผลิตภัณฑ์สุขภาพสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็วโดยไม่มีข้อจำกัด ในขณะท่ีมาตรการในการจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพของแต่ละพ้ืนท่ีมีข้อจำกัด และมีความ แตกตา่ งกัน ดังน้ันในปี พ.ศ.2560 เครือข่ายจัดการปัญหาโฆษณาในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสมาคม ผ้บู ริโภคจงั หวดั รอ้ ยเอ็ดเป็นผ้รู ับผิดชอบหลัก ไดพ้ ัฒนากลไกในการดำเนินงานและขยายเครอื ข่ายความรว่ มมือ จากระดับจังหวัดสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายผู้บริโภคภาคอีสาน เพื่อพัฒนารูปแบบกลไกการเฝ้าระวังและคุ้มครองสิทธิที่เน้นการมีส่วนร่วม การจัดตั้งคณะทำงานกลไกความ ร่วมมือในการจัดการปัญหาโฆษณาภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อขับเคล่ือนงานระดับภูมิภาค การจัดทำ ข้อเสนอระดับนโยบาย และการพัฒนาความร่วมมือกับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการสื่อในระดับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อจัดการปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ การลงนามในบันทึกข้อตกลงความ ร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ีผิดกฎหมาย ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา แผนงานศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา ผู้แทนผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ และสมาคม เครือข่ายหนังสือพิมพ์วิทยุและสื่อออนไลน์ภาคอีสาน ตามมาด้วยการดำเนินคดีแหล่งผลิตส่ือโฆษณา ผลิตภณั ฑ์ยารายใหญท่ ี่มีการแพรก่ ระจายส่ือผ่านอินเตอร์เน็ตในรปู แบบตา่ งๆไปทั่วประเทศ ปัจจยั แหง่ ความสำเรจ็ 1. การได้รับการสนับสนุนจากแผนงานศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา(กพย.) ท้ังด้าน วิชาการ งบประมาณ และเป็นคนกลางในการประสานงานกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในระดับนโยบาย ทำให้ การวางแผนยุทธศาสตร์และการดำเนินงานเพื่อจัดการปัญหามีทิศทางที่ สามารถรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ ปญั หาในพื้นทส่ี ู่ระดบั ภมู ภิ าคและระดบั นโยบายได้ 2. ความเข้มแขง็ ของภาคีเครือข่ายในการจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ครอบคลุมทั้งระบบ ในการดำเนินงานเพื่อจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพในอดีตมีการดำเนินงานตามรูปแบบกลไกของ ทางราชการ เช่น การอบรมให้ความรู้ประชาชนและนายสถานีวิทยุ การตรวจสอบเฝ้าระวังโฆษณาทางสถานี

50 วิทยุ โดยประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขหรือเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นท่ี จงั หวัดเท่านน้ั แต่ภายหลังจากท่ีเข้าร่วมอบรมตามหลักสูตร นพย. โดยมีการดำเนินโครงการศึกษาและมีอาจารย์ท่ีมี ความเช่ียวชาญในงานด้านน้ีเป็นท่ีปรึกษา ทำให้สามารถยกระดับการทำงานจากพื้นที่สู่เครือข่ายและองค์กร ต่างๆที่เกี่ยวขอ้ งกับการจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพท่ัวประเทศ เช่น สำนักงานกจิ การกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเลกทรอนิกส์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) สมาคม ผู้บริโภคในจังหวัดต่างๆ มูลนิธิเพ่ือผู้บริโภค ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เครือข่ายนักกฎหมาย ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ฯลฯ โดยการประสานข้อมูลจากการเฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์ สุขภาพท่ผี ิดกฎหมาย ผลกระทบที่เกดิ ขึ้นตอ่ สุขภาพของผบู้ ริโภคจากการบริโภคตามโฆษณาเกนิ จริง การรวบรวมข้อมูลวิชาการของผลิตภัณฑ์และผู้ได้รับผลกระทบเพื่อให้เห็นถึงสถานการณ์และความ รุนแรงของปัญหา การนำเสนอข้อมูลแก่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานกิจการกระจาย เสียงกิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพ่ือเป็นข้อมูลในการวางแผนยุทธศาสตร์และ นโยบายในการจัดการปัญหาโฆษณาทางสถานีวิทยุและส่ืออินเตอร์เน็ต ทำให้สามารถการขับเคลื่อนประเด็น การโฆษณาผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องและมีประสิทธภิ าพ

51 7. การขบั เคล่อื นประเด็นการใชก้ ญั ชาทางการแพทย์ “กัญชา” จากช่วงทศวรรษท่ีผ่านมา ถูกจัดเป็นส่ิงที่ผิดกฎหมายในเกือบทุกประเทศ โดยข้อมูล จากสหประชาติ (United Nations : UN) จัดเป็นยาเสพติด กลุ่ม Narcotic Drug ต้ังแต่ปี 1961 และ ในประเทศไทยกฎหมายบัญญัติไว้ ให้กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ในมุมมองของประชาชน สว่ นใหญแ่ ละสังคมโลกรบั รแู้ ต่โทษของกญั ชาในฐานะยาเสพติดมาโดยตลอดกว่า 50 ปี ซ่ึงเม่ือสถานการณ์ปัจจุบันเปล่ียน ทั่วโลกมีการเปิดกว้างมากข้ึน ทำให้ต้องกลับมาทบทวนและ ต้ังคำถามใหม่ว่า “กัญชา” ท่ีรัฐหวาดกลัวและหวงห้าม มีประโยชน์หรือโทษอย่างไร และจะทำอย่างไร ให้ประชาชนสามารถเขา้ ถงึ การใช้ “กัญชา” ได้อย่างปลอดภยั และนโยบายเรอื่ งกญั ชาควรเปน็ อยา่ งไร คำถามเหล่าน้ีเป็นคำถามท่ีหลายๆคนถาม แต่มีแค่บางคนเท่านั้นที่ลงมือทำเพื่อหาคำตอบ ซ่ึงเหล่าน้ันคือ มดงานตัวน้อยๆ ในนาม “เภสัชกร นพย.” ค้นคว้าและพยายามหาคำตอบอย่างเป็นระบบ และดำเนินการในทุกๆด้านของ “กัญชา”อย่างต่อเนื่อง การเคล่ือนงานในพ้ืนที่ร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ จนเกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับชุมชน การขับเคลื่อนในระดับภาคและการเสนอข้อเสนอนโยบายเชื่อม ในระดับประเทศ ทั้งนี้เพื่อจุดมุ่งหมายรว่ มเดียวกัน ใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงต่อระบบยาที่ดี เป็นประโยชน์ต่อ ประชาชนและเกิดความปลอดภยั การท่ีเครือข่ายเภสัชกร นพย. ที่ขับเคลื่อนประเด็นกัญชาในแต่ละพื้นท่ี ดำเนินงานมาได้จนบรรลุ ผลสำเร็จ ด้วยความสนับสนุนของแผนงาน กพย. ซึ่งเป็นเหมือน “แม่” ที่คอยเสริมสร้าง สนับสนุนท้ัง องค์ความรู้ กระบวนกรในการทำงาน เครือข่ายเสริมสร้างพลังใจ เพ่ือให้เกิดการขับเคล่ือนงานในพ้ืนที่ ได้อย่างเป็นระบบ อีกท้ังการได้แลกเปล่ียนเรียนรู้กับ เพื่อนๆ เครือข่าย ทีมเภสัชกร นพย.ทุกรุ่น ใน หลากหลายประเดน็ ทำใหเ้ ปน็ การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การได้เรียนรู้กลยุทธ์ต่างๆ ในการดำเนินงาน การขับเคลื่อนงานจากระดับพ้ืนท่ีจริงกับเครือข่าย เพ่ือสกัดองค์ความรู้ นำสู่การเปล่ียนแปลงเชิงนโยบาย ทำให้พวกเราได้เติบโตไปด้วยกัน พร้อมเป็นทีมผู้นำระบบยาที่พร้อมขับเคล่ือนในทุกประเด็น ที่จะเกิด ประโยชน์ตอ่ ระบบยาและสงั คม การขับเคลอ่ื น “กัญชา” ในชว่ งแรกเรมิ่ ในช่วงปี 2558 ถ้าพูดถึง“กัญชา”จะเห็นว่าส่วนใหญ่ ท้ังประชาชนหรือแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ มกี ารรับรู้ ในเรอ่ื งกัญชา แต่เพียงด้านเดียวเป็นส่วนใหญ่ คอื การเป็นยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ ประเภท 5 มีโทษในการ นำมาใช้และมีการเสพติด น่ันคือ ความคิด ความเช่ือ หรือจะเรียกว่า“Mindset”ในเร่ือง“กัญชา”การรับรู้ ของสังคมและคนสว่ นใหญ่ ยังตอ้ งการความรู้ ขอ้ เท็จจริง ข้อมูลทางวชิ าการท่ถี ูกต้อง แข็งแรง ดังนั้น การสร้างและการจดั การความรู้รวมทั้งการส่ือสารทม่ี ีประสิทธิภาพ จะเปดิ การรับร้ขู องสงั คมให้ เห็นว่า กัญชาแท้จริงเดิมเป็นพืชสมุนไพรท่ีนำมาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน ท้ังด้านการแพทย์ มีการรวบรวมไว้ เป็นตำรับยา และมีการใช้ในวิถีชุมชน มีข้อมูลการใช้ทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ท้ังแพทย์แผนไทยและ แพทย์แผนปัจจุบัน การนำเสนอข้อมูลสังเคราะห์ข้อมูลนำเสนอท้ังผู้บริหารในหลายระดับ การทำวิจัย

52 เพ่ือเผยแพร่ข้อมูลโดยการตีพิมพ์ผลงาน ลงวารสารระดับประเทศ คือ วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน ทำให้ ขยายความเข้าใจ สร้างองค์ความรู้ สื่อสารสาธารณะได้อย่างกว้างขวาง เป็นประโยชน์ ทั้งบุคลากร ทางการแพทย์ นักวิชาการและเครือข่ายภาคประชาชน และได้มีการสื่อสารผ่านบทความ ใกล้ตัว ใน “ยาวพิ ากษ”์ จดหมายข่าวศนู ย์ข้อมูลเฝ้าระวังระบบยา ฉบบั ที่ 36 และยาวิพากษ์ ฉบบั ท่ี 43 พ.ร.บ.พชื ยา กญั ชา กระทอ่ ม ฉบับประชาชน การขับเคล่อื นสงั คมแห่งการเรยี นรู้“กัญชา”ดว้ ย“ข้อมลู ” และ“การเกาะติด” เร่ือง“กัญชา” เป็นการอาศัยยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา เป็นการสร้างและจัดการความรู้ เพ่ือให้มีแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ อีกทั้งมีการสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชนและภาคีเครือข่าย รวมทง้ั ส่อื สารสาธารณะ ใหป้ ระชาชนมีขอ้ มลู ชดุ ความรู้เร่ืองกญั ชา และระบบยากญั ชา ทคี่ วรเปน็ การสื่อสารความรู้ การขยายเครอื ขา่ ย สร้างความเข้าใจเรอื่ ง“กญั ชา”อย่างตอ่ เนอ่ื ง เภสัชกร นพย.ท่ีขับเคล่ือนประเด็น การใช้กัญชาทางการแพทย์ มีโอกาสได้นำผลงานจากการศึกษา ไปเป็นวิทยากรและร่วมแลกเปล่ียน เพื่อสื่อสารความรู้เรื่องกัญชา สถานการณ์สร้างความเข้าใจและ ขยายเครือขา่ ย ท้ังระดบั จังหวัด ระดับภูมภิ าค และระดบั ประเทศ อาทเิ ช่น การประชุมวิชาการสารเสพติด ระดับชาติ ครั้งที่ 10 (The 10th National Conference on Substance Abuse) จากงานวิจัยสู่นโยบายยาเสพติดไทยและอาเซียน\" (From Research to Thai and ASEAN Drug Policies) จดั โดยแผนงานภาคีวชิ าการสารเสพติด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ) การสัมมนาวิชาการ การเตรียมการรับมือให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยเพ่ือการใช้กัญชา ทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมาย ณ คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น จัดโดย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) คณะเภสชั ศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มลู นิธิเภสัชศาสตรเ์ พ่อื สงั คม (มภส.)

53 การเสวนา“ปลดล็อคกัญ ชา สู่ยารักษาโรค และสิทธิการเข้าถึงยา จากพืชยากัญ ช า” ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโดยสมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่นร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ การดำเนนิ งาน“กญั ชา”ทำให้เกดิ การเปลยี่ นแปลงในระบบอย่างไร เร่ือง“กัญชา”เป็นเหมือนเร่ืองอ่ืนๆ ที่ย่อมมีสองด้านเสมอ กัญชาทางการแพทย์ หรือแม้แต่ใช้ใน วิถีชีวิต มีข้อมูลท่ีมีประโยชน์แต่ก็มีข้อควรต้องระวัง ซึ่งข้อมูลข่าวสารทุกวันน้ีเป็นโลกาภิวัตน์ ข่าวสารมาจาก หลากหลายทาง ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ซึ่งอาจทำให้มีข้อมูลหลายอย่างให้ข้อมูลท่ีเกินจริง หรือเป็นการหลอกลวงโดยเฉพาะส่ือออนไลน์ต่างๆ ยังพบข้อมูลที่เกินจริง เก่ียวกับกัญชา ยังคงมีอยู่อย่าง ตอ่ เนื่อง การจะทำให้ประชาชนไมต่ กเป็นเหยอื่ ได้โดยง่าย ต้องทำให้ประชาชนเข้าถงึ ข้อมูลท่ีถูกต้องและเรียนรู้ ทจี่ ะเลอื กใชข้ ้อมูลเหลา่ นนั้ การขับเคล่ือนงานกัญชา ของเครือข่ายเภสัชกร นพย. ทำให้มีข้อมูลวิชาการ ท่ีสังคมนำไปใช้ได้ มีการนำไปเผยแพร่ ด้านการใช้กัญชาทางการแพทย์จากแหลง่ ข้อมูลทางวชิ าการที่ถูกตอ้ งนา่ เชือ่ ถือ และมกี าร ดำเนินงานขับเคลื่อนกับภูมิภาค กับเครือข่าย กพย. ภาคอีสาน โดยศึกษาพฤติกรรม ผลกระทบของการใช้ กัญชาทางการแพทย์ เครือข่ายภาคประชาชน ใน 5 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ สกลนคร กาฬสินธ์ุ ชัยภูมิ อุบลราชธานี และขอนแก่น เพ่ือให้ทราบสถานการณ์การใช้กัญชาทางการแพทย์นอกระบบ และจัดทำ ข้อเสนอเพือ่ ให้ประชาชนไดเ้ ข้าถึงการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ถกู ต้องและปลอดภัย

54 การพัฒนาเครอื ขา่ ยกญั ชาทางการแพทย์ จังหวดั พัทลุง จังหวัดพัทลุงได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โดยเปิดให้บริการ คลินิกกัญชา ทางการแพทย์ “แผนปัจจุบัน” ในโรงพยาบาลพัทลุง และ“แพทย์แผนไทย”ในโรงพยาบาลป่าบอน แต่ด้วย การเข้าถึงคลินิกกัญชาทางการแพทย์มีข้อจำกัดหลายอย่าง อาจส่งผลให้ประชาชนมีพฤติกรรมการใช้กัญชา ทางการแพทย์ทเี่ สีย่ ง เชน่ ใชก้ ัญชาใต้ดิน หรอื ใช้ผดิ ตามข้อบ่งใช้ ดังน้ันสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงจึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาเครือข่ายกัญชาทางการแพทย์ ในชุมชน ควบคู่กับการสร้างความรู้และขับเคล่ือนกลไกการเฝ้าระวังและจัดการความเสี่ยงฯในชุมชน โดยอบรมใหค้ วามรู้เชงิ ปฏบิ ัตกิ ารแก่เครือขา่ ย อสม. การสำรวจความเสีย่ งและพฤตกิ รรมเสี่ยงการใช้กญั ชาทาง การแพทย์ในชุมชน การถอดบทเรียนในกิจกรรมท่ี อสม.ลงพ้ืนท่ี นำสิ่งท่ีได้จากการถอดบทเรียนดำเนินการ ขยายเครือข่าย อสม.กัญชาทางการแพทย์เพ่ือนำความรู้ไปให้ประชาชนมากข้ึน รวมถึงพัฒนาระบบเฝ้าระวัง กัญชาทางการแพทย์ในชมุ ชน จากผลการดำเนินงาน ทำให้จังหวัดพัทลุงได้เครือข่าย อสม.กัญชาทางการแพทย์ท่ีมีศักยภาพทำ หน้าที่ให้ความรู้และเฝ้าระวังความปลอดภัยจากการใช้กัญชาทางการแพทย์ในชุมชน มีการพัฒนาระบบเฝ้า ระวงั กัญชาทางการแพทย์ในชมุ ชน เจ้าหน้าทสี่ าธารณสุขมคี วามตระหนักและเหน็ ความสำคัญ สามารถขยาย เครือข่าย อสม.กัญชาทางการแพทย์ดำเนินการได้ในแต่ละพื้นท่ี มีการถอดบทเรียนจากการถ่ายทอดความรู้ และลงสำรวจความเสย่ี งในชมุ ชน สกู่ ารขยายผลการติดตามและเฝา้ ระวงั กญั ชาทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาศกั ยภาพเครือข่ายการดแู ลผู้ปว่ ยท่ีใช้ผลิตภณั ฑ์กัญชาโดยชมุ ชนมสี ่วนร่วม โรงพยาบาลสงขลา รัฐบาลมีนโยบายนำสารสกัดกัญชาทางการแพทย์มาใช้เพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคและทาง การแพทย์ ภายใต้การดูแลและควบคุมของแพทย์ แต่เนื่องจากมีเกณฑ์ข้อบ่งชี้ในการใช้เพื่อการรักษาอาการ โรค ทำให้ผู้ป่วยที่มีความประสงค์ที่จะใช้ แต่มีคุณสมบัติไม่ตามเกณฑ์ข้อบ่งช้ี ไม่สามารถเข้าถึงสารสกัดกัญชา ทางการแพทย์ได้ จากข้อมูล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ประชาชนในเขตอำเภอเมืองสงขลา

55 ขอขึ้นทะเบียนเพ่ือครอบครองกัญชา จำนวน 87 รายแต่มีเพียงผู้ป่วยแค่ 6 รายที่เข้ารับบริการท่ีคลินิกกัญชา ทางการแพทยใ์ นโรงพยาบาลสงขลาและเขา้ เกณฑ์การรกั ษาดว้ ยสารสกดั กัญชาเพยี งแค่ 2 ราย ทำให้ผู้ป่วยหรือประชาชนกลุ่มนี้มีแนวโน้ม หรือกลับไปใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาที่ไม่มีคุณภาพที่หาได้ นอกระบบ เกิดความไม่ปลอดภัยจากการใช้เนื่องจากไม่ได้รับคำแนะนำการใช้ที่ถูกต้องและการดูแลตนเอง ระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาท่ีเหมาะสม และกรณีมีปัญหาจากการใช้ จะไม่ได้รับการจัดการปัญหาจากทีม บุคลากรสาธารณสุข และจากข้อมูลการเย่ียมบ้านของทีมสหวิชาชีพ พบผู้ป่วยในชุมชนทีใช้ผลิตภัณฑ์นอก ระบบไม่มีความรู้ด้านผลิตภัณฑก์ ัญชา ไม่มีความรู้เรื่องประโยชน์ โทษ ข้อควรระวัง และข้อห้ามใช้ รวมท้ังการ จัดการตนเองเม่ือเกิดอาการข้างเคียง และพบปัญหาจากการใช้กัญชาที่ไม่เหมาะสมหลายราย เช่น เกิดปฏิกิริยากับ ยาแผนปัจจุบันหรือเกิดอาการข้างเคียง บางรายมีอาการรุนแรง ไม่สามารถควบคุมโรคได้ ตอ้ งเขา้ รักษาตอ่ ในโรงพยาบาล ดังนั้นจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาโดยชุมชน มีส่วนร่วม ในชุมชนเขตพ้ืนท่ีรับผิดชอบของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขารูปช้าง ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เพ่ือพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยท่ีใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาในชุมชน ให้สามารถติดตามดูแลและจัดการปัญหาท่ีเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาท่ีไม่เหมาะสม ให้มีความปลอดภัย ไม่เกดิ ผลกระทบตอ่ ผู้ใช้ ครอบครวั และชมุ ชนในพน้ื ท่ีของตนเอง ไดแ้ ก่ 1. การจัดต้ังหน่วยบริการข้อมูลและให้คำปรึกษาเกีย่ วกบั ผลิตภัณฑ์กัญชาประจำโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพระดับตำบล สถานบรกิ ารปฐมภมู ิ 2. การจัดอบรมความรู้เรื่องการใช้กัญชา การดูแลผู้ป่วยที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชา รว่ มกับการช้ีแจง ระบบการคน้ หา คดั กรอง แนวทางการดแู ล ผู้ป่วยท่ีใช้ผลิตภัณฑก์ ญั ชา 3. การเฝา้ ระวังปัญหาและติดตามอาการไม่พงึ ประสงค์จากการใช้ผลิตภัณฑ์กญั ชา 4. การแลกเปลยี่ นเรียนรู้และระดมสมองเพอื่ จัดการปัญหาการใชผ้ ลติ ภัณฑ์กัญชาโดยชุมชนมสี ว่ นร่วม จากการดำเนนิ การดงั กล่าวทำใหเ้ กิดการเปลีย่ นแปลงในระบบดังนี้ 1. ได้ อ.ส.ม. และแกนนำชุมชน มีความรู้เร่ืองการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาให้ปลอดภัย และนำความรู้ท่ีได้ ไปเล่าต่อในชุมชนได้ และร่วมเป็นเครือข่ายที่มีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยท่ีใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาในชุมชน สามารถติดตามดูแลและจัดการปัญหาที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาที่ไม่เหมาะสม ให้มีความปลอดภัย ไมเ่ กิดผลกระทบตอ่ ผ้ใู ชแ้ ละชุมชน 2. ประชาชนในพน้ื ทม่ี คี วามรู้ ความเขา้ ใจประโยชน์ และข้อควรระวังในการใชผ้ ลติ ภณั ฑ์กญั ชา 3. ได้แนวทางการดูแล และจัดการปัญหาสำหรับผู้ป่วยท่ีใช้ผลิตภัณฑ์กัญชานอกระบบ สามารถ นำแนวทางไปขยายผลและประยกุ ตใ์ ชใ้ ห้เกิดประโยชนใ์ นพื้นท่ีอน่ื ๆได้

56 ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลย่ี นแปลง 1. จากการดำเนินการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายในชุมชน ตามโครงการในหลักสูตร นพย. ทำให้ มีการพัฒนาความรู้ความเช้าใจให้แก่เครือข่ายการดูแลผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์กัญชา ทำให้เกิดความตระหนัก อยากช่วยเหลอื ผู้ป่วยในชุมชนของตนเองใหป้ ลอดภยั 2. การมีสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกัญชาท่ีเข้าใจง่ายและข้อมูลที่ถูกต้อง ช่วยให้เครือข่าย การดูแลผู้ปว่ ยทใ่ี ชผ้ ลติ ภณั ฑก์ ญั ชา นำไปใชท้ ำงานได้สะดวก 3. กัญชายังอยู่ในกระแสของสังคม และเป็นนโยบายหลักของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ภาคี เครือข่ายต่างๆสนใจ และอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยและประชาชนที่ใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาเพ่ือให้ ประชาชนในชมุ ชนมกี ารใชไ้ ด้อยา่ งปลอดภยั 4. การขับเคลอ่ื นภายใตข้ ้อมูลอยา่ ง“เกาะติด กดั ไม่ปล่อย”การทำงานประสานกับภาคีเครือข่ายตา่ งๆ ท้ังภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม การขับเคล่ือนกับเครือข่ายท้ังนักวิชาการ และภาคประชาสังคม และขับเคล่อื นในทกุ ระดบั และเช่ือมต่อข้อมูลกัน 5. การทำงานเป็น“ทีม”โดยเครือข่ายเภสัชกร นพย. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยกันคิดและหาแนว ทางการดำเนนิ งานรว่ มกัน 6. การได้รับการสนับสนุนจากแผนงาน กพย. ที่ได้สร้างโอกาสใหเ้ ภสัชกรในพื้นที่ได้ทำงาน ขับเคล่ือน เพื่อพัฒนาและจัดการปัญหา ให้อิสระในการคิด ในการทำ สนับสนุนและให้คำแนะนำปรึกษาพร้อมเสริม และเติมเต็มซ่ึงกันและกัน ล้วนเป็นส่ิงที่หล่อหลอมให้พวกเรา “เภสัชกร นพย.” เติบโตและพร้อมก้าวไปสู่ การทำงาน เพอื่ สงั คมที่ดี เพ่อื ประชาชนไดร้ บั ความปลอดภัยและระบบยาของประเทศมั่นคง ครอบครัว“เภสัชกร นพย.”ทำให้ได้เรียนรู้มากมาย การจะขับเคลื่อนสิ่งใดๆให้ได้เกิดผลสำเร็จ ต้องอาศัยปัจจัยรอบด้าน การท่ีจะเขยื้อนสังคมได้ ส่ิงสำคัญคือ ข้อมูลต้องชัดเจน การ“เกาะติด”ในเร่ืองๆ น้ันอย่าง“กัดไม่ปล่อย”การขับเคลื่อนด้วยพลังของ“ทีม”ท่ีเช่ือมร้อยประสานงานกัน โดยมเี ป้าหมายสูงสุด รว่ มกนั คือ “ประชาชนปลอดภยั ”

57 บทที่ 3 นพย. แนวหนา้ นักรบจดั การปัญหายาในระบบ จากการดำเนินโครงการพัฒนาผู้นำเครือขา่ ยในการเฝ้าระวังและจัดการปัญหาระบบยา (นพย.) ตลอด ทั้ง 4 รุ่นที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเภสัชกร นพย. ท่ีผ่านการอบรมได้พัฒนาศักยภาพในการ วิเคราะห์ สังเคราะห์ สถานการณป์ ัญหาระบบยาเพ่มิ ข้ึน ดงั นี้ 1. การพัฒนาตนเองด้านการส่ือสารในชุมชน โดยสามารถนำกระบวนการสื่อสารไปใช้ในการรณรงค์ หรอื สร้างการมีสว่ นร่วมในพื้นที่ ทำให้ได้เครอื ข่ายร่วมดำเนนิ งานเพอ่ื จัดการปัญหา 2. การพัฒนาการทำงานแบบเครือข่ายมีส่วนร่วม โดยเภสัชกร นพย. ได้เรียนรู้กระบวนการ ขับเคล่ือนเพ่ือจัดการปัญหา โดยการให้บุคคลท่ีเกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงปัญหาหรือผลกระทบท่ีเกิดขึ้น และมีส่วนร่วมในการออกแบบระบบเพื่อแก้ไขปัญหาน้ันๆ สามารถค้นหาและได้บุคคลท่ีเป็นแกนนำตัวจริง ในการจดั การปัญหา 3. การพัฒนาความคิดและการทำงานเชิงระบบ โดยมีมุมมองท่ีกว้างขึ้น สามารถบ่งชี้ปัญหา ที่หลากหลายและเช่ือมโยงค้นหาวิธีในการจัดการปัญหา ทำให้สามารถออกแบบการทำงานของตนเอง ให้มีรูปแบบใหม่ๆ หรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม และนำไปสู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบายในหลายๆ ประเดน็ 4. การได้พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำภายในตนเอง กล้าแสดงความคิดเห็น กล้าคิด กล้าทำ สง่ิ ที่ย่งิ ใหญ่ โดยไดร้ บั พลังและแรงบนั ดาลใจจากคณาจารย์และรนุ่ พ่ีเภสัชกร นพย. และไดเ้ ครือข่ายการทำงาน ทมี่ ีเป้าหมายเดียวกนั จากพัฒนาการของเภสัชกร นพย. ที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซ่ึงกันและกัน และจากวิทยากร ที่มีประสบการณ์ตรง ทำให้เกิดการมองปัญหาอย่างเป็นระบบมากข้ึน นำไปสู่การแก้ไขปัญหายาเชิงระบบ และมีโอกาสนำความรู้ที่ได้จากหลักสูตรไปปรับปรุงแนวทางการแก้ไขปัญหายาในพื้นท่ีของตน และทำให้ สามารถขับเคล่ือนเพือ่ จดั การปญั หา จนเกดิ ผลงานเป็นท่ยี อมรบั แกส่ ังคม ดงั นี้

58 นกั รบดา้ นวิชาชีพ 1. ภญ.กนกพร ธัญมณีสนิ (นพย.1) สำนกั งานสาธารณสขุ จังหวดั ขอนแกน่ ไดร้ ับรางวัล “เภสัชกรคนดีศรเี ภสัชกรรม” จากคณะเภสชั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม ปี 2556 2. ภก.สุภนยั ประเสรฐิ สุข (นพย.1) สำนกั งานสาธารณสขุ จังหวัดหนองบวั ลำภู ไดร้ บั รางวัล “เภสัชกรคนดีศรีอีสาน” จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปี 2563 และได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง “ประธานชมรมเภสัชชนบท” และ “นายกสมาคมศิษยเ์ กา่ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน่ ปี 2564

59 3. ภญ.เบญจมาศ บุดดาวงศ์(นพย.1) โรงพยาบาลโนนคูณ จว.ศรีสะเกษ ได้รับรางวัล ศิษย์เก่าแห่งความ ภาคภมู ิใจ จากมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ปี 2560 และข้าราชการพลเรอื นดเี ดน่ จ.ศรสี ะเกษ ปี 2561 4. ภญ.จันทร์จรีย์ ดอกบัว(นพย.1) ได้รับรางวัล “เภสัชกรคนดีศรีอีสาน” จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปี 2563 และรางวลั ศิษยเ์ กา่ ดเี ด่น ดา้ นผลงานเด่น จากมหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปี 2563

60 5. ภญ.สุภาวดี เปล่งชัย(นพย.1) รพ.ทุ่งเขาหลวง จว.ร้อยเอ็ด ได้รับรางวัล ผู้ประพฤติตนด้วยความซื่อสัตย์ สจุ รติ จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ แห่งชาติ ปี 2559 6. ภก.วิษณุ ยิ่งยอด(นพย.2) รพร.สว่างแดนดนิ จว.สกลนคร ไดร้ บั รางวัลขา้ ราชการพลเรือนดเี ดน่ จว.สกลนคร ปี 2561

61 7. ภญ.ทรัพย์พาณิช พลาบัญช์(นพย.2) ได้รับรางวัล เภสัชกรที่มีจิตวิญญาณในการให้ความช่วยเหลือ ผู้เสพยาสูบและขับเคล่ือนนโยบายการควบคุมยาสูบ ประจำปี 2561 จากเครือข่ายวิชาชีพเพื่อการสร้างเสริม สขุ ภาพและควบคุมยาสบู 8. ภก.พัชรมณฑน์ พัชรยุทธิ(นพย.2) ได้รับรางวัลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ในฐานะผู้สร้าง ช่ือเสียงให้แกว่ งการสาธารณสุขจังหวัดพทั ลุง ปี 2559

62 9. ภก.สัญญา ชัยหาญ(นพย.3) รพ.ป่าบอน จว.พัทลุง ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ด้านผลงานเด่น จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปี 2563 10. ภก.กฤษฎา จักรชัย(นพย.3) รพ.พยุห์ จว.ศรีสะเกษ ได้รับรางวัลบุคลากรสาธารณสุขผู้มีผลงานเด่น จากสำนกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ศรีสะเกษ ประจำปงี บประมาณ 2561

63 11. ภญ.อารรี ัตน์ พักตรจ์ ันทร์(นพย.4) รพ.รษั ฎา จว.ตรงั ได้รบั รางวัลบคุ ลากรท่มี ผี ลงานดีเดน่ ประจำปี 2563 จากสำนกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ตรงั

64 นกั รบดา้ นวิชาการ 1. ภญ.จันทรจ์ รยี ์ ดอกบวั (นพย.1) รพ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ได้รับรางวลั ท่ี 2 การนำเสนอผลงาน ประเภทOral Presentation เร่ือง การพัฒนารูปแบบการจัดการระบบยาในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโดยเครือข่าย ชุมชน อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ ในเวทีการประชุมเภสัชกรรมในอนาคต ประจำปี 2562 จัดโดยชมรมเภสัชกร โรงพยาบาลชุมชน กระทรวงสาธารณสุข และรางวัลผลงานดีเด่น(Best Practice) ด้านการพัฒนาระบบบรกิ ารสขุ ภาพ ระดบั เขตบรกิ ารสขุ ภาพท่ี 10 2. ภญ.วีรยา ถาอุปชิต (นพย.2) กับรางวัล Good Oral Presentation(Graduate Level) จากการ นำเสนอผลงานวิจัยเร่ือง การนำกญั ชาไปใช้ทางการแพทย์ ในการประชุมวิชาการ 9th Annual Conference of Northeastern Pharmacy Research 2017 ระหว่างวันท่ี 11-12 มีนาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัย อบุ ลราชธานี

65 3. ภญ.อารีวรรณ ทองขุนดำ (นพย.3) รพ.ควนขนุน จ.พัทลุง และ ภญ.ฐิติมา ทองสังข์(นพย.4) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง ได้รับรางวัลจากการประกวดผลงานวิชาการมหกรรมวิชาการ เขตสุขภาพท่ี 12 ประจำปีงบประมาณปี 2563 4. ภญ.ปริญา ถมอุดทา(นพย.3) รพ.มหาสารคาม จ.มหาสารคาม ได้รับรางวัลท่ี 1 การนำเสนอผลงาน วิชาการประเภทการบรรยาย เรื่อง ระบบยาปลอดภัยในชุมชน อำเภอเมืองมหาสารคาม โดยกลไกพัฒนา แบบมีส่วนรว่ มภาคประชารัฐ ในการประชุมวชิ าการคุ้มครองผู้บรโิ ภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพแห่งชาติ ประจำปี 2562 จดั โดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

66 5. ภก.ศุภชัย แพงคําไหล(นพย.3) โรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม ได้รับรางวัลผลงาน R2R ดีเด่น จากกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2563 จากผลงาน เร่ือง การพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาการใช้ สเตยี รอยด์ โดยชมุ ชน มสี ว่ นร่วมในกล่มุ ผู้สงู อายุพน้ื ท่ี ตาํ บลบา้ นกู่ อําเภอยางสสี ุราช จงั หวัดมหาสารคาม 6. ภญ.เพิ่มพรรณ ธนะภาส(นพย.3) รพ.รัตภูมิ จ.สงขลา ได้รับรางวัลชมเชยการนำเสนอผลงานวิชาการ ประเภทการบรรยาย เร่ือง รูปแบบการจัดการการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ ของร้านชำ หมู่ที่ 2 ตำบล กำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ในการประชุมวิชาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ แห่งชาติ ประจำปี 2562 จดั โดย สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา

67 7. ภญ.สธุ ิดา ปาบตุ ร (นพย.3) รพ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ได้รับรางวัลชนะเลศิ การนำเสนอผลงาน ประเภท Oral Presentation เรื่อง สถานการณ์การใช้ยาปฏิชีวนะในการเล้ียงสัตว์ของกลุ่มเกษตรกรใน อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ ในเวทีการประชุมเภสัชกรรมในอนาคต ประจำปี 2562 จดั โดยชมรมเภสัชกร โรงพยาบาลชุมชน กระทรวงสาธารณสขุ

68 รายชื่อกองบรรณาธกิ าร 1. ภก.ภาณโุ ชติ ทองยัง สำนกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดสมุทรสงคราม 2. ภญ.กนกพร ธัญมณีสิน 3. ภญ.วีรยา ถาอปุ ชติ สำนกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ขอนแก่น 4. ภก.สภุ นัย ประเสริฐสุข 5. ภญ.เบญจมาศ บดุ ดาวงศ์ สำนักงานสาธารณสขุ จงั หวัดขอนแก่น 6. ภญ.อรวรรณ กาศสมบรู ณ์ 7. ภญ.จนั ทร์จรยี ์ ดอกบัว สำนักงานสาธารณสขุ จังหวดั หนองบัวลำภู 8. ภญ.สุภาวดี เปล่งชัย 9. ภญ.ไพลิน สาระมนต์ ธรรมสอน โรงพยาบาลโนนคูณ จงั หวัดศรสี ะเกษ 10. ภก.วสนั ต์ มคี ณุ 11. ภก.จตั ุพล กันทะมลู โรงพยาบาลลอง จังหวดั แพร่ 12. ภญ.ปริญา ถมอดุ ทา 13. ภญ.เสาวลกั ษณ์ อุไรรัตน์ โรงพยาบาลปทมุ ราชวงศา จังหวดั อำนาจเจรญิ 14. ภญ.ฐติ ิมา ทองสงั ข์ 15. ภญ.ปฏญิ ญา สมบัตบิ ุญมา โรงพยาบาลทุ่งเขาหลวง จังหวดั รอ้ ยเอ็ด โรงพยาบาลเวยี งแก่น จงั หวดั เชียงราย โรงพยาบาลวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร โรงพยาบาลปลวกแดง จงั หวัดระยอง โรงพยาบาลมหาสารคาม จงั หวดั มหาสารคาม โรงพยาบาลสงขลา จงั หวดั สงขลา สำนกั งานสาธารณสุขจงั หวดั พทั ลงุ สำนกั งานสาธารณสุขจงั หวดั ขอนแก่น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook