Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การปลูกบวบ

การปลูกบวบ

Published by pongsanooklib, 2020-04-29 06:14:49

Description: ชื่อสามัญคือ Smooth loofah ผลออกสีเขียวมี
ลายเขียวเข้ม ผลแกมสีเขียวออกเหลืองจนถึงสีน้ําตาล มีเส้นใยเหนียว ลักษณะเป็นรางแห การปลูกบวบ
หอมสามารถหยอดเมล็ดลงในแปลงปลูกโดยตรง เมื่อตอนกล้ามีอายุประมาณ 10-14 วัน ถอนแยกให้เหลือ
ตอที่สมบูรณ์ ระยะปลูก 40-90 x 60-90 ซม. ใช้ปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายแล้วใส่ก้นหลุมก่อนปลูก บวบหอมจะ
เลื้อยทอดยอดที่อายุ 15-20 วันหลังหยอดเมล็ด ทําค้างเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้เพื่อให้เถายึด
เกาะ บวบหอมจะเริ่มออกดอกที่อายุ 42-70 วันหลังหยอดเมล็ดและเริ่มเก็บเกี่ยวผลออนที่อายุ 63-91 วัน

Search

Read the Text Version

...บวบหอม... ดลู ักษณะเฉพาะของบวบหอมกอนนะคะ ชื่อไทย บวบหอม ชอื่ สามญั SPONGE GOURD ชื่อวิทยาศาสตร Luffa cylindrica (L.) M.J.Roem. ชนดิ ของผกั ผักฤดูเดียว (annual crop) วงศ Cucurbitaceae - Gourd family ถิน่ กําเนดิ เอเชยี เขตรอ น ฤดูปลูก ฤดูฝน อายกุ ารเกบ็ เกี่ยว 50-60 วัน ลักษณะท่ีเหมาะในการเกบ็ เกี่ยว ผลท่ีโตเตม็ ท่ี สวนทใ่ี ชบ รโิ ภค ผล สวนทใ่ี ชขยายพันธุ เมลด็ วธิ กี ารปลกู บวบหอม 1.อันดบั แรก เอาเมลด็ พนั ธุบวบหอม มาแชน ํ้าไวสัก2-3ช่วั โมง เพื่อเปน การกระตุนใหง อกดขี ้ึน 2.เสร็จแลว นําปยุ มาพรา วมาแชน ้าํ ใหชุม วางในกระบะปลกู ใสเมล็ดพันธหุ ลมุ ละเม็ด 7วนั ผานไป.... บวบหอมอาย7ุ วนั

นาํ ไปปลกู เฉยๆ ไมไ ดใ สปยุ ไรเลย รอใหอ อกรากกอ น ได20ตน ตนละหลมุ 15 วันผานไป..... หลังจากปลกู ลงหลุมจริงได 7 วัน บวบหอมเริ่มแตกใบจริงมา 2 ใบ ตอนน้เี ราจะใหปุย โดยขุด เปนรองเล็กๆรอบโคนตน ซ่งึ ระดบั นี้รากจะแตกออกมาพอดี ดกู ันชัดๆ ปยุ ทีใ่ สค อื ปุยอนิ ทรียอ ัดเม็ด หรอื ปยุ คลอกก็ได ราดดวยปยุ ทางใบ 15-8-8 ใหชุม ชวงนี้เปนชวง ท่ีบวบหอม สามารถ ออกหาอาหารไดจริงจังแลว ราดดว ยปุย ทางใบ 15-8-8 วันเวน วัน ในอตั รา 1ชอ นแกง ตอ นา้ํ 10 ลิตร

เวลาผา นไปพอสมควร ไวเหมอื นโกหก บวบนอยของเราก็เรม่ิ ออกดอก ชูดอกสีสวยงาม หลังจากออกดอกไมกวี่ นั บวบนอยก็เรมิ่ ใหผ ลผลิตพรอมเกบ็ ลกั ษณะรปู รางของผลบวบหอม ผลของบวบหอมนั้นมีลักษณะรูปรางหลากหลายเเบบเเละหลากหลายสาย พนั ธ มที ง้ั ลักษณะรปู รางผลยาว ผลรี ผลกลม ผลสน้ั ฯลฯ



สารพัดบวบ บวบเปนพชื ผกั ตระกูลแตง (CUCURBITACEAE) ในอดตี คนไทยสวนใหญ นิยมปลอยใหบ วบเลื้อยตามร้วั หรือปลอยใหเ ลื้อย พันไปตามตน ไม แลวคอยเกบ็ ผลออ นมารบั ประทาน เปน ผกั สวนบวบท่ีไมไดเก็บจะปลอ ยจนแกแ หง เหลือแตเสนใยท่ีเรียกวา รงั บวบ และถกู นํามาใชใน การอาบนํ้า ขัดถูภาชนะโดยไมต อ งไปหาซอื้ ฟองนา้ํ ใหสน้ิ เปลือง บวบท่สี ามารถปลกู ไดในประเทศไทย มหี ลายชนิด ไดแก บวบเหลี่ยม บวบงู บวบหอม 1. บวบเหลย่ี ม (Luffa acutangular Roxb.) ช่อื สามัญ Angled loofah เปนไมเ ถาอายุปเ ดยี ว เถามคี วามยาว 6-8 เมตร ผลของบวบขนาด แตกตางกนั ตามชนดิ รูปทรงกระบอกมเี หล่ยี มตามความยาวผล เมลด็ มลี กั ษณะเปนวงรี สีดาํ ผิวขรุขระ ไม มีปก ที่เมลด็ เก็บเกยี่ วผลผลิตไดเ ร็ว นยิ มปลูกโดยการหยอดเมลด็ ในแปลงปลกู แปลงปลกู ควรมขี นาด กวางเพอ่ื ใหเ ถาเลอ้ื ยไดสะดวก ทําคางเปน รูปสามเหล่ยี มหรือสเี่ หลยี่ ม ผกู ยดึ ใหแขง็ แรง บวบเหลีย่ มเร่ิม เก็บเกีย่ วไดทอ่ี ายุ 45-50 วนั หลังหยอดเมล็ด และสามารถเกบ็ ผลผลิตไดเ ปน เดอื น ถามกี ารดแู ลรกั ษาทดี่ ี การใชป ระโยชน ผลออ นสามารถนาํ มาแกงเลยี ง แกงสม แกง กับปลาแหง ผัดกบั ไข หรอื นาํ มาตมจม้ิ น้าํ พรกิ คณุ คา ทางอาหารและสรรพคุณทางยา คุณคา อาหารในสว นท่ีรบั ประทานได 100 กรัม ประกอบดว ย พลังงาน 18 กโิ ลแคลอรี น้ํา 95.4 กรมั โปรตนี 0.7 กรัม ไขมนั 0.2 กรมั คารโบไฮเดรต 3.3 กรัม แคลเซยี ม 5 มลิ ลกิ รมั ฟอสฟอรสั 24 มลิ ลิกรมั เหล็ก 0.7 มลิ ลกิ รัม วติ ามนิ เอ 5 ไมโครกรมั และวิตามนิ ซี 15 มลิ ลกิ รมั ใบบวบ เหล่ียมใชต มดมื่ ขบั ปส สาวะ แกปสสาวะเปน เลอื ด ขบั เสมหะ ถอนพิษไข แกร ิดสีดวงทวาร ถอนพษิ แมลง กัดตอ ย แกค นั ผลบวบบํารุงรางกาย ลดไข แกรอนใน ระบายทอ ง ขบั เสมหะทําใหชุมคอ รากใชต มดื่มแก อาการบวมนํ้า ระบายทอง 2. บวบงู (Trichosanthes anguina (Linn.)) ชอื่ สามญั คอื Snake gourd ผลลักษณะกลมยาว ปลายผลแหลม ผิวเรยี บ มแี ถบสขี าวสลับเขยี วทัง้ ผล เมื่อสุกมีสมแดง เมลด็ บวบงูมีขนาดใหญการปลูกจึง หยอดเมลด็ ลงในแปลงปลูกโดยตรงหรือเพาะกลากไ็ ด อายกุ ลาประมาณ 15-20 วนั ขนาดแปลงปลกู 1.6 x 6 เมตร ระยะปลกู 80 x 50 ซม. บวบงจู ะเล้อื ยทอดยอดท่ีอายุ 30 วันหลังหยอดเมลด็ ทาํ คา งเปนรูป สามเหลีย่ มหรอื ส่เี หลี่ยมกไ็ ด ใชต าขายขงึ เพ่อื ใหเถายดึ เกาะ จะเริม่ ออกดอกที่อายุ 45-50 วนั หลังหยอด เมล็ดและเรมิ่ เกบ็ เกี่ยวผลออ นทอี่ ายุ 50-60 วนั หลงั หยอดเมลด็

การใชประโยชน ผลออ นสามารถนาํ มารับประทานสด หรอื อาจลวก จิ้มนํา้ พรกิ ออง นา้ํ พรกิ แดง น้ําพริกปลารา นาํ มาแกง ผัก รวม หรือ นาํ มาผดั กบั หมู คุณคาทางอาหารและสรรพคุณทางยา คณุ คาทางอาหารในสวนทรี่ ับประทานไดของบวบ งู 100 กรมั ประกอบดว ย พลงั งาน 16 กโิ ลแคลอรี น้าํ 96 กรัม โปรตีน 0.9 กรัม ไขมัน 0.1 กรัม คารโบไฮเดรต 2.8 กรัม แคลเซียม 4 มิลลิกรมั ฟอสฟอรสั 2 มลิ ลิกรัม เหลก็ 0.7 มลิ ลิกรัม และวิตามนิ ซี 24 มลิ ลิกรมั ผลบวบงใู ชบ าํ รงุ รา งกาย แกก ระหายนา้ํ ขับพยาธิ แกอ าการทอ นํ้าดอี ุดตัน 3. บวบหอม ( Luffa cylindrica (L) M.Roem.) ชอื่ สามัญคือ Smooth loofah ผลออนสีเขยี วมี ลายเขยี วเขม ผลแกส เี ขยี วออกเหลอื งจนถงึ สีนํ้าตาล มีเสน ใยเหนยี ว ลักษณะเปนรางแห การปลูกบวบ หอมสามารถหยอดเมลด็ ลงในแปลงปลูกโดยตรง เมือ่ ตนกลา มอี ายปุ ระมาณ 10-14 วนั ถอนแยกใหเ หลือ ตน ท่สี มบรู ณ ระยะปลกู 40-90 x 60-90 ซม. ใชป ุยคอกทีย่ อยสลายแลว ใสกน หลุมกอ นปลกู บวบหอมจะ เล้ือยทอดยอดท่ีอายุ 15-20 วันหลงั หยอดเมลด็ ทําคา งเปนรปู สามเหลยี่ มหรือส่ีเหลย่ี มก็ไดเพอ่ื ใหเ ถายึด เกาะ บวบหอมจะเรม่ิ ออกดอกที่อายุ 42-70 วนั หลังหยอดเมลด็ และเร่มิ เกบ็ เกย่ี วผลออ นทอ่ี ายุ 63-91 วัน หลงั หยอดเมลด็ การใชป ระโยชน ผลออ นใชรับประทานสด สามารถนาํ มา ทาํ แกงเลียง ผดั กบั ไข หรอื อาจลวกจิม้ กับ นาํ้ พรกิ ตางๆ เสน ใยจากผลแกส ามารถนํา มาทาํ เสนใยสาํ หรับขดั ตัวหรอื ลางภาชนะ การถูตวั ดว ยเสน ใยธรรมชาตจิ ะชว ยให การไหลเวียนของโลหิต ดขี น้ึ และกระตุน ผิวหนังใหสดชื่นเพราะเชลลผิวหนงั ที่ ตายแลว ไดถ ูกกาํ จดั ออกไป คุณคาทางอาหารและสรรพคุณทางยา คุณคา ทางอาหารในสวนที่รับประทานไดข องบวบหอม 100 กรมั ประกอบดวย พลังงาน 85 กโิ ล แคลอรี นํ้า 93 กรัม โปรตีน 0.6-1.2 กรัม ไขมนั 0.21 กรมั คารโ บไฮเดรต 4-4.9 กรมั แคลเซียม 16-20 มลิ ลิกรัม ฟอสฟอรสั 24-32 มิลลิกรัม เหลก็ 0.4-0.6 มลิ ลิกรัม และวิตามินซี 7-12 มลิ ลกิ รมั ผลออนมี สรรพคณุ แกรอ นใน ลดไข ขบั น้าํ นม ขบั ปส สาวะ แกเ ลือดออกตามทางเดินอาหาร แกทางเดนิ ปสสาวะ อักเสบ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook