Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ความรู้เกี่ยวกับเห็ดธรรมชาติ

ความรู้เกี่ยวกับเห็ดธรรมชาติ

Published by pongsanooklib, 2020-05-05 04:58:37

Description: ตัวอย่างเห็ดที่สำารวจ และเก็บรวบรวมจากพื้นที่ป่าในธรรมชาติได้ทั้งหมด จำนวน 40 ตัวอย่าง, ซึ่ง
สามารถจัดจำแนกชนิดได้ จำานวน 23 ตัวอย่าง และไม่สามารถจัดจำ แนกได้ จำนวน 17 ตัวอย่าง

Keywords: เห็ดธรรมชาติ

Search

Read the Text Version

เหด็ จากพน้ื ทป่ี ่าในธรรมชาติ ตัวอยา่ งเห็ดทสี่ ารวจ และเก็บรวบรวมจากพื้นที่ป่าในธรรมชาติได้ทัง้ หมด จานวน 40 ตวั อยา่ ง, ซ่งึ สามารถจัดจาแนกชนิดได้ จานวน 23 ตัวอยา่ ง และไมส่ ามารถจัดจาแนกได้ จานวน 17 ตวั อย่าง

เหด็ จากพื้นที่ป่าในธรรมชาติ เห็ดเปน็ ส่ิงมีชวี ติ ประเภทรา เปน็ ราทมี่ ีวิวัฒนาการสูงกว่าราชนดิ อ่นื ๆ จดั อย่ใู นราหมวด Basidiomycotina และ Ascomycotina, แบง่ เปน็ 2 กลุม่ ใหญๆ่ คือ เห็ดกนิ ได้ (edible mushroom) และเหด็ พษิ (poisonous mushroom or toadstool) (ราชบัณฑิตยสถาน 2539). เห็ดทก่ี ินได้มีหลายชนดิ เช่น เหด็ ฟาง, เหด็ หอม มรี สและ กลิน่ หอม, บางชนดิ มีกลนิ่ เหมน็ เช่น เห็ดรา่ งแห, บางชนดิ มรี สขม เชน่ เห็ดเสม็ด, บางชนิดมรี สเผ็ดซา่ เชน่ เห็ดขงิ , เหด็ ข่า. เหด็ พิษมี หลายชนิด ชนดิ ทร่ี า้ ยแรงถึงตาย เชน่ เห็ดระโงกหนิ , เหด็ พษิ ที่พบในธรรมชาตจิ ะมคี วามคล้ายกับ เห็ดท่กี ินได้ บางชนิดจงึ เป็นอันตรายตอ่ การบริโภคเหด็ ที่ไม่เคยรู้จกั มากอ่ น. แหล่งท่ีพบเห็ดมีอยู่ทั่วไป, ส่วนใหญ่พบมากในพื้นท่ีป่าธรรมชาติในช่วงฤดูฝน, พบเจริญอยู่ตามพื้นดิน, ทุ่ง หญา้ , ขอนไม้, ซากไมผ้ พุ ัง หรือตามอนิ ทรียวัตถุ เชน่ กองปุ๋ยหมกั , มลู สัตว,์ พชื ที่ ตายแล้ว. พื้นทีป่ า่ แต่ละประเภทจะ พบชนิดของเห็ดทแ่ี ตกตา่ งกัน หรอื ในแต่ละฤดกู าลจะพบชนิดของเห็ดข้นึ ท่ีแตกตา่ งกันเชน่ กนั ปัจจยั ของสิ่งแวดลอ้ มก็ มีผลต่อการเจริญและความสมบูรณ์ของดอกเห็ดอยา่ งมาก. โดยความชืน้ ท่ีเพียงพอประกอบกบั สภาพอากาศท่ีอบอ้าว และมีแสงแดดจัดหลังจากที่มีฝนตกปริมาณมากจะเป็นปัจจัยท่ีกระตุ้นให้เห็ดงอก. นอกจากสภาพอากาศแล้วสภาพ พ้นื ดนิ ทมี่ ีเศษซากพืชทับถมกอ่ ให้มธี าตุอาหารสมบูรณ์ จะสง่ ผลให้ดอกเห็ดเจรญิ สมบูรณ์ได้ดี. เห็ดนอกจากจะมีความสาคัญต่อมนุษย์ในด้านอาหารโดยการนามาประกอบและปรุงอ าหารหลายชนิดซ่ึงให้ ประโยชน์ต่อสุขภาพโดยตรงแล้ว, ยังสามารถนามาใช้เป็นยาสมุนไพร เพ่ือบาบัดโรค และเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น การลดไขมันในเลือด, การต่อต้านมะเร็ง, การต่อต้านไวรัส, การต่อต้านจุลินทรีย์, รา และพยาธิ, และการลด ความดันโลหิต เป็นต้น. เห็ดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเห็ดท่ีพบในธรรมชาติ และปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีที่ สามารถนามาเพาะเล้ียงให้เกิดดอกเห็ดได้. เห็ดหลายชนิดไดส้ ูญพันธ์ุหรือใกล้สูญพันธุ์เน่ืองจากสภาพแวดล้อมท่ีเส่อื ม โทรมลง ทาให้ความหลากหลายของเห็ดเปลี่ยนแปลงไป, ชนิดและจานวนของเห็ดลดลง และปริมาณพ้ืนท่ีป่าถูก นาไปใช้ประโยชนม์ ากขึน้ , จึงมีการอนุรักษแ์ ละการใช้ประโยชน์ในความหลากหลายของเห็ดป่าให้มากข้นึ , เพ่ือให้เกดิ การใช้ประโยชน์ได้สูงสุด, ซ่ึงเห็ดป่าเป็นแหล่งอาหารที่มีคุณประโยชน์ตอ่ ร่างกายเป็นอย่างมาก และเป็นแหล่งโปรตีน ท่มี ีราคาถูกกว่าอาหารชนดิ อ่ืนๆ ขณะทเ่ี ห็ดป่าบางชนิดราคาแพง เช่น เห็ดโคน เห็ดเผาะ จงึ เป็นแหลง่ ทารายได้ให้แก่ ชาวบา้ นในพน้ื ทไี่ ดเ้ ป็นอยา่ งดี. เห็ดที่พบในป่าธรรมชาติหรือเห็ดท่ีทาการเพาะเล้ียงในฟาร์มเห็ด มีความสาคัญเช่นเดียวกบั หัวเชื้อหรือตัวเชือ้ ที่ทาให้เกิดดอกเห็ด, เช้ือเห็ดชนิดต่างๆ เหล่านั้น หากได้รับการดูแลและเก็บรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง, ก็จะสามารถ นามาใช้ประโยชน์ได้. ดังน้ัน จึงควรมีการสารวจ, รวบรวม และเก็บรักษาสายพันธุ์เห็ด เพื่อการอนุรักษ์ได้อย่าง ยาวนานและยง่ั ยนื .

สาหรบั การศกึ ษาความหลากหลายของเหด็ ตามธรรมชาติในประเทศไทยปัจจุบันมีการศึกษาในระดับชนิดของ เห็ดที่พบในแต่ละพื้นท่ี โดยเร่ิมมีการสารวจรวบรวมพันธุ์เห็ดและจัดจาแนกเชื้อตั้งแต่ พ.ศ. 2445 จนกระทั่ง พ.ศ. 2528, มีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้เก็บรวบรวมและจาแนกเชื้อไว้แล้วประมาณ 452 ชนิด. ใน พ.ศ. 2552 มีการ สารวจความหลากหลายของเห็ดป่าในพื้นท่ี สะลวง อาเภอแม่แตง อาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พบตัวอย่างเห็ดป่า ทั้งหมด 138 ตัวอย่าง จัดจาแนกได้ 6 อันดับ 14 วงศ์, 19 สกุล และ 30 ชนิด. เห็ดป่าท่ีพบส่วนใหญ่อยู่ในอันดับ Polyporles มากท่ีสุด. สาหรับอาเภอแม่แตงและสาหรับอาเภอแม่ริม พบเห็ดป่ารวม 119 ตัวอย่าง, สามารถจัด จาแนกได้ 9 อันดับ, 18 วงศ์, 25 สกุล, 44 ชนิด, ส่วนใหญ่อยู่ในอันดับ Russulales, ยังไม่มีการศึกษาถึงดัชนีความ หลากหลายทางชีวภาพของเหด็ ในแตล่ ะพืน้ ท่ี, เพ่ือใช้ในการเปรียบเทยี บหรอื อ้างอิงถึงระดบั ของความหลากหลายทาง ชีวภาพของเห็ดในพื้นที่ท่ีศึกษากับพ้ืนท่ีอ่ืนๆ และยังไม่มีการจัดทาระบบฐานข้อมูลชนิดและการกระจายของเห็ดเพื่อ เป็นศูนยก์ ลางขอ้ มูลสาหรับนาไปใช้ประโยชน์และการจดั การความหลากหลายทางชวี ภาพ, อกี ทงั้ การเกบ็ รวมรวมสาย พันธเ์ุ ช้อื เหด็ (Culture Collection) ยงั มีทากันนอ้ ย, สว่ นใหญท่ าการศกึ ษาแลว้ เก็บขอ้ มลู ในลักษณะรปู ภาพ. การเก็บรักษาเช้ือพันธุ์เห็ดให้มีอายุยืนยาวตลอดจนสามารถคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ เพ่ือประโยชน์ในเชิง พาณิชย์ต่อไป, มีการเก็บรักษาเห็ดสกุลนางรมและเห็ดหูหนู (ไชยวงศ์เกียรติ 2539). สามารถเก็บได้ 3 วิธี คือ เก็บใน น้ากลั่น, เก็บในน้ามันแร่ที่นึ่งฆ่าเชื้อและเก็บแบบแช่แข็งท่ีอุณหภูมิ -75 องศาเซลเซียส พบว่า ท้ัง 3 วิธี สามารถเก็บ เช้ือเห็ดไดเ้ ป็นเวลา 2 ปี, จะชว่ ยยดื ระยะเวลาในการถ่ายเชอ้ื , ซ่ึงลดการกลายพนั ธุข์ องเชื้ออันเนื่องมาจากการถ่ายเชื้อ บ่อย. สาหรบั การถ่ายเชอ้ื มกั ถ่ายเช้ือลงอาหารใหม่ทุก 6 เดอื น. การเกบ็ เช้ือเห็ดระยะเส้นใยมหี ลายวิธี (ไชยวงศเ์ กียรติ 2539) ไดแ้ ก่ : 1. การเก็บเส้นใยในอาหารวุ้นในอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส วิธีนี้ทาการถ่ายเช้ือทุก 4-6 เดือน, 2. การเก็บ เช้ือในอาหารในตูเ้ ย็น อณุ หภมู ิ 4-7 องศาเซลเซียส ถ่ายเช้อื ทกุ 2-3 ป,ี 3. การเก็บในน้ากลน่ั , 4. การเก็บในอาหารวุ้น ภายใต้น้ามันแร่, 5. การเก็บในไนโตรเจนเหลว อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส, 6. การเก็บในปุ๋ยเพาะเห็ด หรือในไม้ท่ี เป็นต้นกาเนิดของเห็ด วิธีที่ให้ผลดี คือการเก็บในไนโตรเจนเหลว การเก็บรักษาเช้ือเห็ดฟางในไนโตรเจนเหลว. สามารถเก็บรักษาเส้นใยเห็ดฟางให้คงมีชีวิตได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ในระยะเวลา 18 เดือน. การเก็บรักษาเชื้อพันธุ์เห็ด แครงและเห็ดโคนน้อย การเก็บรักษาเห็ดแครงด้วยวิธีในน้ากลั่น, น้ามันแร่ และบน พีดีเอ พบว่า ในระยะเวลา 6 เดอื น การเก็บในน้ากลน่ั ดที ี่สดุ , รองลงมา คอื น้ามนั แร่ และบนพีดเี อ. ส่วนการเกบ็ รกั ษาเห็ดโคน พบว่า ในระยะเวลา 6 เดือน, การเก็บบนพีดีเอดีที่สุด, รองลงมาในน้ากลั่นและน้ามันแร่ ตามลาดับ. โดยมีจุดประสงค์เพ่ือรักษาสายพันธ์ุ เห็ดให้อยู่ได้ยาวนานในอาหารท่ีเล้ียงโดยเกิดการกลายพันธุ์น้อยท่ีสุด, ต้องการรักษาคุณภาพและคุณสมบัติต่างๆ ให้ คงที่ทง้ั ทางดา้ นพนั ธุกรรม, ลกั ษณะทางสัณฐานวทิ ยาและสรรี วทิ ยาหรือแม้กระทง่ั ผลผลติ และตอ้ งการรักษาสายพนั ธุ์ เหด็ และอาหารทใี่ ช้เล้ียงใหป้ ราศจากจุลินทรยี ์ปนเปอ้ื นชนิดอ่ืน เพ่ือใหเ้ กดิ การใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ย่างยั่งยนื ในอนาคต.

ตัวอยา่ งเห็ดทสี่ ามารถจดั จาแนกได้ 1. ตัวอย่างเห็ดรหสั : เชยี งใหม่ 10 ชอื่ ทอ้ งถ่ิน : เห็ดถ่านเลก็ . ชื่อวิทยาศาสตร์ : Russula densifolia (Secr.) Gill. ช่ือวงศ์ : Russulaceae. ลกั ษณะของเห็ด : หมวกดอกอ่อนรูปกระจกนูน เมื่อบานหมวกแผ่แบนออกกลางหมวก เว้าลกึ ผิวเรียบสขี าวหมน่ จนถึงนา้ ตาลเทา เส้นผา่ ศูนย์กลาง 3-8 ซม. การเพาะเล้ียง : สามารถเพาะเลยี้ งบนอาหารเลย้ี งเชือ้ PDA มีใยสีขาว. ฤดูกาลที่พบ : ฤดฝู น เดอื นกรกฎาคม. การใช้ประโยชน์ : รบั ประทานได้ มีรสเผ็ดซ่า. วิธเี ก็บรกั ษา : บนอาหารว้นุ เอียง PDA และในถงั ไนโตรเจนเหลว.

ตวั อยา่ งเหด็ ทส่ี ามารถจัดจาแนกได้ 2. ตัวอย่างเห็ดรหสั : เชยี งใหม่ 11 ชอ่ื ท้องถ่นิ : เห็ดโคนปลวกก้าน,รากเทยี มหลวง. ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sinotermitomyces carnosus Zang. ช่อื วงศ์ : Tricholomataceae. ลักษณะของเหด็ : หมวกมีลกั ษณะรปู ระฆังแล้วแบนลง ผวิ เรียบหรือเป็นขนบางๆ สีขาว หรือน้าตาลอ่อน กลางหมวกนูนมีสีน้าตาล ขอบงอลงเล็กน้อยมักฉีก ขาดเส้นผา่ ศนู ย์กลาง 6-12 ซม. การเพาะเลีย้ ง : สามารถเพาะเล้ียงบนอาหารเลย้ี งเชอ้ื PDA ได้. ฤดูกาลท่ีพบ : ฤดูฝน เดอื นกรกฎาคม. การใชป้ ระโยชน์ : รบั ประทานได.้ วิธเี กบ็ รักษา : บนอาหารวนุ้ เอียง PDA และในถงั ไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเห็ดท่สี ามารถจดั จาแนกได้ 3. ตัวอยา่ งเหด็ รหสั : สะแกราช 1-27 ชือ่ ท้องถน่ิ : เหด็ กระดมุ . ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Agaricus trisulphuratus Berk. ช่อื วงศ์ : Agaricaceae. ลักษณะของเหด็ : ดอกออ่ นรูปกรวยคว่า เม่ือบานเปน็ รปู รม่ ผิวหมวกมี สะเก็ดสสี ม้ ปกคลุมเสน้ ผ่าศูนย์กลางของดอกเหด็ 3-5 ซม. สะเก็ดบนผิวหมวกมลี กั ษณะเป็นผงหลุดรว่ งงา่ ยเมอ่ื สมั ผสั . การเพาะเลีย้ ง : เจรญิ บนอาหารเลยี้ งเชอ้ื PDA มเี สน้ ใยสีขาวอดั กันแน่น เส้นผ่าศนู ย์กลางประมาณ 8.0 ซม. เมือ่ บ่มอายุ 10 วนั มีการสรา้ งหยดนา้ สดี าเม่อื อายุมาก. ฤดกู าลทพ่ี บ : ฤดฝู น เดอื นกรกฎาคม. การใชป้ ระโยชน์ : ไมม่ ีรายงานการรับประทาน. วธิ ีเกบ็ รกั ษา : บนอาหารวนุ้ เอียง PDA และในถังไนโตรเจนเหลว.

ตัวอยา่ งเห็ดท่ีสามารถจัดจาแนกได้ 4. ตวั อย่างเหด็ รหสั : สะแกราช 1-28 ชอ่ื ทอ้ งถิ่น : เห็ดแดงกหุ ลาบ, เห็ดแดง. ชอ่ื วิทยาศาสตร์ : Russula rosacea (Pers.) S.F.Gray. ชื่อวงศ์ : Russulaceae. ลักษณะของเหด็ : ดอกออ่ นรปู แผแ่ บนขอบงุ้มลงเลก็ นอ้ ย, เมื่อบานขอบยกสูงขน้ึ ตรงกลางเวา้ เป็นแอง่ , ผวิ เรียบสีแดงสด หรือแดงอมชมพู, เนือ้ เหด็ เปราะ, หักง่าย เส้นผ่าศนู ย์กลาง 3.5-6 ซม. สปอรม์ สี ีขาว. การเพาะเลยี้ ง : เจริญบนอาหารเลย้ี งเชื้อ PDA มเี ส้นใยสขี าวแผ่บางๆ บน อาหารเลย้ี งเช้อื มเี ส้นผา่ ศนู ยก์ ลางประมาณ 9 ซม. เม่ือบม่ นาน 10 วนั . ฤดกู าลทีพ่ บ : ฤดูฝน เดอื นกรกฎาคม. การใช้ประโยชน์ : เปน็ เหด็ มีพษิ แต่เมื่อทาใหส้ ุกสามารถรับประทานได้. วธิ ีเก็บรกั ษา : บนอาหารวนุ้ เอยี ง PDA และในถงั ไนโตรเจนเหลว.

ตัวอยา่ งเหด็ ทส่ี ามารถจัดจาแนกได้ 5. ตัวอยา่ งเห็ดรหสั : สะแกราช 1-40 ช่ือทอ้ งถ่ิน : เหด็ ถา่ นเลก็ . ชอ่ื วิทยาศาสตร์ : Russula densifolia (Secr.) Gill. ชอ่ื วงศ์ : Russulaceae. ลกั ษณะของเห็ด : ดอกออ่ นเปน็ รูปกระจกนนู เมื่อบานหมวกแผแ่ บนออก กลางหมวกเว้าลกึ ผิวเรยี บสขี าวหม่น เสน้ ผา่ ศนู ย์กลาง 3-8 ซม. การเพาะเลี้ยง : สามารถเพาะเลยี้ งบนอาหารเลีย้ งเช้อื PDA ได.้ ฤดูกาลท่พี บ : ฤดฝู น เดอื นกรกฎาคม-สงิ หาคม. การใช้ประโยชน์ : รบั ประทานได้ มรี สเผด็ ซ่า. วิธเี ก็บรกั ษา : บนอาหารวุ้นเอียง PDA และในถังไนโตรเจนเหลว.

ตัวอยา่ งเห็ดทสี่ ามารถจดั จาแนกได้ 6. ตัวอย่างเหด็ รหสั : สะแกราช 1-48 ชอ่ื ท้องถน่ิ : เหด็ ฟานเหลืองทอง. ช่ือวิทยาศาสตร์ : Lactarius hygrophoroides Berk.et Curt. ชอื่ วงศ์ : Russulaceae. ลักษณะของเห็ด : ดอกอ่อนจะเปน็ รูปกระจกนูน เมอื่ ดอกบานจะเว้ากลางเปน็ ลกั ษณะกรวย ตน้ื สีส้มแดง หรือนา้ ตาลเหลืองทอง ผิวหมวก เรยี บ ขอบงุ้มเล็กน้อย เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลาง 3-8 ซม. การเพาะเลี้ยง : สามารถเพาะเลย้ี งบนอาหารเล้ียงเชื้อ PDA ได้. ฤดกู าลท่พี บ : ฤดฝู น เดอื นกรกฎาคม. การใชป้ ระโยชน์ : รบั ประทานได้. วธิ ีเกบ็ รักษา : บนอาหารว้นุ เอยี ง PDA และในถงั ไนโตรเจนเหลว.

ตวั อยา่ งเห็ดทส่ี ามารถจัดจาแนกได้ 7. ตัวอย่างเห็ดรหสั : สะแกราช 1-49 ช่ือท้องถน่ิ : เหด็ แดงนา้ หมาก. ชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Russula emetica Pers. Ex S.F. Gray. ชอ่ื วงศ์ : Russulaceae. ลักษณะของเห็ด : ดอกออ่ นเปน็ รูปครึ่งทรงกลม เม่ือเห็ดบานหมวกแผก่ างออก ขอบหมวกยกสูงขน้ึ ทาให้กลางหมวกเว้าลงเลก็ นอ้ ย ดา้ นบน ผิวคอ่ นข้างเรยี บสแี ดง สดจนถึงสีชมพคู ล้ายสีปนู ผิวหมวก สามารถฉีกเป็นแผน่ ได้ เสน้ ผา่ ศนู ย์กลาง 2.5-3 ซม. การเพาะเล้ยี ง : สามารถเพาะเลีย้ งไดบ้ นอาหารเล้ียงเช้ือ PDA ได้. ฤดูกาลทีพ่ บ : ฤดูฝน เดอื นกรกฎาคม-สงิ หาคม. การใชป้ ระโยชน์ : เปน็ เห็ดพษิ แตเ่ มื่อทาให้สุกรับประทานได้. วิธเี ก็บรักษา : บนอาหารวุน้ เอียง PDA และในถงั ไนโตรเจนเหลว

ตัวอยา่ งเห็ดทีส่ ามารถจัดจาแนกได้ 8. ตัวอย่างเหด็ รหสั : สะแกราช 1-51 ชอ่ื ท้องถน่ิ : เห็ดไข่ไก.่ ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Amanita henmibapha (Berk. et. Br.) Sacc. Hemibapha. ช่อื วงศ์ : Amanitaceae. ลักษณะของเหด็ : เห็ดออ่ นมีเปลอื กหุ้มรปู ไขส่ ีขาว เมอื่ เห็ดเจรญิ ขึน้ จะดันผวิ เปลอื กออกมา หมวกรูปสแี ดงหรอื สสี ม้ ดอกเหด็ เม่ือบานเป็น รปู กระจกนูน ผวิ หมวกเรยี บ เสน้ ผา่ ศูนย์กลาง 4-15 ซม. การเพาะเล้ียง : สามารถเพาะเล้ยี งบนอาหารเลย้ี งเชือ้ PDA ได้. ฤดกู าลทีพ่ บ : ฤดูฝน เดือนกรกฎาคม. การใชป้ ระโยชน์ : รบั ประทานได.้ วิธเี ก็บรักษา : บนอาหารวุ้นเอยี ง PDA และในถังไนโตรเจนเหลว.

ตัวอยา่ งเห็ดทีส่ ามารถจดั จาแนกได้ 9. ตัวอย่างเหด็ รหสั : สะแกราช 1-74 ชอื่ ทอ้ งถ่ิน : เหด็ กระดมุ ครบี จกั . ชื่อวิทยาศาสตร์ : Agaricus romagnesii Wass. ชอ่ื วงศ์ : Agaricaceae. ลกั ษณะของเหด็ : หมวกนูนแล้วแบน ปกคลุมดว้ ยเกร็ดเปน็ ขนออ่ นสนี า้ ตาล ขอบมักจะฉกี ขาดขาว ตอ่ มากลางหมวกเปน็ สนี า้ ตาลหม่น เส้นผา่ ศูนย์กลาง 3-7 ซม. การเพาะเลีย้ ง : สามารถเพาะเลย้ี งบนอาหารเลยี้ งเชือ้ PDA ได้. ฤดกู าลทพ่ี บ : ฤดูฝน เดอื นกรกฎาคม. การใชป้ ระโยชน์ : ไมม่ ขี อ้ มูลว่ารบั ประทานได.้ วธิ เี กบ็ รกั ษา : บนอาหารวุ้นเอยี ง PDA และในถังไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเห็ดทีส่ ามารถจดั จาแนกได้ 10. ตวั อยา่ งเหด็ รหสั : สะแกราช 2-3 ช่อื ท้องถิน่ : เห็ดขอนขนน้าตาลดา. ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lentnus stupeus (Klozsch) Pegler & Rayner. ชอื่ วงศ์ : Polyporaceae. ลักษณะของเห็ด : ดอกเหด็ นูนแล้วเปน็ แอ่งกลางหมวก, มกี ระจกุ ขนยอด แหลมปลาย หนาแน่น, ขอบมว้ นงอลงมามีสนี า้ ตาลเข้มไป จนถงึ น้าตาลดา เส้นผา่ ศนู ย์กลาง 3-7 ซม. การเพาะเลี้ยง : สามารถเพาะเลยี้ งบนอาหารเลย้ี งเชื้อ PDA ได้. ฤดกู าลท่พี บ : ฤดฝู น เดอื นกรกฎาคม. การใช้ประโยชน์ : รบั ประทานได้. วิธีเกบ็ รกั ษา : บนอาหารวุ้นเอียง PDA และในถังไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเห็ดทีส่ ามารถจัดจาแนกได้ 11. ตวั อยา่ งเหด็ รหสั : สะแกราช 2-15 ชอ่ื ทอ้ งถ่ิน : เหด็ โคนปลวกยอดแหลม, เห็ดโคนปลวกจิก. ชอ่ื วิทยาศาสตร์ : Termitomyces aurantiacus Heim. ชอ่ื วงศ์ : Tricholomataceae. ลักษณะของเหด็ : ดอกเห็ดมียอดแหลมแล้วนนู , ยอดแหลมอยกู่ ลางหมวก, เป็นมนั วาว, เรยี บ, ขอบงอลง, เป็นคลื่นและมักฉกี ขาด, มสี นี า้ ตาลอมเทาจนถึงนา้ ตาลอมเหลอื ง สจี างลงไปท่ี ขอบหมวก เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 2-5.5 ซม. การเพาะเลยี้ ง : สามารถเพาะเลยี้ งบนอาหารเลย้ี งเช้ือ PDA ได้. ฤดกู าลท่พี บ : ฤดูฝน เดือนกรกฎาคม-สงิ หาคม. การใชป้ ระโยชน์ : รบั ประทานได.้ วธิ เี ก็บรักษา : บนอาหารว้นุ เอียง PDA และในถงั ไนโตรเจนเหลว.

ตวั อยา่ งเห็ดทสี่ ามารถจัดจาแนกได้ 12. ตวั อยา่ งเหด็ รหสั : สะแกราช 2-20 ชอื่ ทอ้ งถนิ่ : เห็ดตีนแรด, เหด็ จนั่ , เห็ดตับเตา่ ขาว. ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Tricholoma crassum Berk. ชอ่ื วงศ์ : Tricholomataceae. ลกั ษณะของเห็ด : ดอกออ่ นรปู ทรงกลม, เม่อื แกบ่ านออกเปน็ รปู กะทะคว่า สขี าวนวลถึงสคี รมี , ขอบหมวกบางมว้ นงอ, เน้ือเห็ดหนา, เส้นผ่าศนู ยก์ ลาง 3-7.5 ซม. การเพาะเลย้ี ง : สามารถเพาะเลี้ยงบนอาหารเลีย้ งเชอ้ื ได้. ฤดกู าลทพ่ี บ : ฤดูฝน เดือนกรกฎาคม-สงิ หาคม. การใชป้ ระโยชน์ : รบั ประทานได้และมีรสชาตดิ .ี วธิ เี กบ็ รักษา : บนอาหารวุ้นเอียง PDA และในถังไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเห็ดท่สี ามารถจดั จาแนกได้ 13. ตวั อยา่ งเห็ดรหสั : สะแกราช 2-26 ชื่อท้องถนิ่ : ไมป่ รากฏ. ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Xerocomus chrysenteron (Bull.) Quel. ชื่อวงศ์ : Xerocomaceae. ลกั ษณะของเหด็ : รูปรม่ แผ่แบนสีน้าตาล, ผวิ หมวกแตกร่อนคล้ายเปลอื ก ขนมปัง, ใต้หมวกมรี พู รนุ ขนาดเลก็ สเี หลอื ง, เส้นผ่าศูนย์กลาง 5-8 ซม. เมื่อมบี าดแผลจะเปล่ยี นเปน็ สเี ขียวนา้ เงนิ . การเพาะเลยี้ ง : สามารถเพาะเลย้ี งบนอาหารเลย้ี งเชือ้ PDA ได้. ฤดกู าลทพี่ บ : ฤดูฝน เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม. การใชป้ ระโยชน์ : ไม่มีรายงานการรบั ประทาน. วธิ ีเกบ็ รักษา : บนอาหารว้นุ เอียง PDA และในถังไนโตรเจนเหลว.

ตวั อยา่ งเหด็ ท่ีสามารถจดั จาแนกได้ 14. ตวั อย่างเหด็ รหสั : สะแกราช 2-29 ชือ่ ท้องถน่ิ : เห็ดจาวมะพรา้ ว, เหด็ ลูกบอลปฐพ.ี ช่อื วิทยาศาสตร์ : Calvatia craniiformis (Schw.) Fr. ช่อื วงศ์ : Lycoperdaceae. ลกั ษณะของเหด็ : ดอกเหด็ รูปร่างคอ่ นขา้ งกลม, ผิวหยาบยน่ สีนา้ ตาลออ่ นปนแดง จนถงึ สนี ้าตาล, สามารถลอกเปน็ แผน่ บางๆ ได,้ เม่อื ผา่ ครง่ึ จะเห็น เนอ้ื ใน แบง่ เปน็ สองสว่ น ตอนบนเป็นส่วนทส่ี รา้ งสปอร์ เนอ้ื ละเอียด และนมิ่ เปน็ เสน้ ใยสขี าวครมี , เมอ่ื แกเ่ ปลย่ี นเป็นสนี า้ ตาลอมเขยี วหม่น, ส่วนลา่ งมลี กั ษณะคลา้ ยฟองน้าทาหนา้ ทเ่ี ป็นฐานหรือกา้ นดอก. การเพาะเล้ยี ง : สามารถเพาะเลย้ี งบนอาหารเลีย้ งเชือ้ PDA ได้. ฤดกู าลท่ีพบ : ฤดฝู น เดอื นกรกฎาคม. การใช้ประโยชน์ : ดอกออ่ นสามารถรับประทานอาหารได.้ วธิ เี ก็บรกั ษา : บนอาหารวนุ้ เอยี ง PDA และในถงั ไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเห็ดท่สี ามารถจัดจาแนกได้ 15. ตวั อย่างเห็ดรหสั : สะแกราช 3-24 ชอ่ื ทอ้ งถนิ่ : เห็ดตน้ หอม. ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Leucocoprinus cepaestipes (Sow.ex Fr.) Pat. ชอ่ื วงศ์ : Agaricaceae. ลกั ษณะของเหด็ : ดอกอ่อนรปู ไข่ มเี ย่ือห้มุ ครีบสีขาว, เมือ่ เห็ดเจรญิ ขนึ้ จุกหลดุ เป็นวงแหวนรอบก้าน, ดอกเหด็ บานเปน็ รูปรม่ ถึงแบนราบ สขี าว, ผิวหมวกมีเกลด็ นูน สขี าวปกคลุม, ดอกเหด็ ฉีกขาด ง่ายและเม่อื สัมผัสเกลด็ สขี าวจะหลุดร่วงง่าย. การเพาะเลย้ี ง : สามารถเพาะเลี้ยงบนอาหารเลยี้ งเชอื้ ได้. ฤดูกาลท่ีพบ : ฤดูฝน เดอื นกรกฎาคม-สิงหาคม. การใชป้ ระโยชน์ : เป็นเหด็ มพี ิษ. วธิ ีเกบ็ รักษา : บนอาหารวนุ้ เอยี ง PDA และในถงั ไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเห็ดท่สี ามารถจัดจาแนกได้ 16. ตวั อยา่ งเห็ดรหสั : สะแกราช 3-50 ช่ือท้องถิ่น : ไมป่ รากฏ. ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Crinipellis stipitaria (Fr.) Pat. ชอื่ วงศ์ : Tricholomataceae. ลกั ษณะของเห็ด : หมวกเปน็ รปู กระจกนูน, ผวิ ดา้ นบนมสี ีนา้ ตาลขนาดเลก็ ปกคลุมเป็นวงแหวนสีนา้ ตาลเขม้ จากกลางหมวกสลบั กับ สีนา้ ตาลอ่อนซอ้ นกันเปน็ วงแหวนออกไปจนถึงขอบ, ขอบหมวกเรียบเสน้ ผ่าศูนยก์ ลาง 1-3 ซม. การเพาะเลยี้ ง : สามารถเจริญบนอาหารเล้ียงเช้ือ PDA ได.้ ฤดูกาลที่พบ : ฤดูฝน เดือนกรกฎาคม. การใช้ประโยชน์ : ไม่มีรายงานการรบั ประทาน. วิธีเกบ็ รกั ษา : บนอาหารวุ้นเอียง PDA และในถงั ไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเห็ดท่สี ามารถจดั จาแนกได้ 17. ตวั อย่างเหด็ รหสั : สะแกราช 3-96 ชอ่ื ท้องถิน่ : เห็ดขงิ . ชอ่ื วิทยาศาสตร์ : Lactarius piperatus (Scop.ex Fr. ) S.F. Gray. ช่อื วงศ์ : Russulaceae. ลักษณะของเห็ด : ดอกอ่อนรูปกระจกนูนเวา้ กลางเล็กน้อย, เมอ่ื บานขอบ หมวกยกข้ึนทาให้กลางหมวกยบุ ลงดคู ลา้ ยกรวยตน้ื สีขาว, เสน้ ผ่าศนู ย์กลาง 3-12 ซม. การเพาะเลี้ยง : สามารถเพาะเลย้ี งบนอาหารเลยี้ งเช้อื PDA ได้. ฤดูกาลทพี่ บ : ฤดฝู น เดือนกรกฎาคม. การใชป้ ระโยชน์ : รับประทานได้และเป็นทน่ี ยิ ม. วิธีเก็บรักษา : บนอาหารวุน้ เอยี ง PDA และในถังไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเห็ดทีส่ ามารถจดั จาแนกได้ 18. ตัวอยา่ งเห็ดรหสั : สะแกราช 3-97 ชื่อทอ้ งถิน่ : เหด็ นา้ แป้ง. ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Russula alboareolata Hongo. ชอื่ วงศ์ : Russulaceae. ลักษณะของเหด็ : ดอกอ่อนรูปกระจกนูนเวา้ กลางเลก็ น้อย, เมื่อบานแผแ่ บน เวา้ กลาง ผิวหมวกแตกเป็นสะเกด็ , เส้นผา่ ศนู ยก์ ลาง 4-7 ซม. การเพาะเล้ยี ง : สามารถเพาะเลย้ี งบนอาหารเลยี้ งเช้ือ PDA ได้. ฤดูกาลทพี่ บ : ฤดฝู น เดอื นกรกฎาคม. การใช้ประโยชน์ : รบั ประทานได้และเป็นทีน่ ิยม. วิธีเกบ็ รักษา : บนอาหารวุน้ เอยี ง PDA และในถังไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเหด็ ท่ีสามารถจดั จาแนกได้ 19. ตวั อย่างเห็ดรหสั : สะแกราช 3-102 ช่ือทอ้ งถิ่น : เห็ดระโงกดา. ช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Amanita hemibapha (Berk. & Br.) Sacc. Similis (Boed.) Corner& Bas. ชื่อวงศ์ : Amanitaceae. ลกั ษณะของเหด็ : เห็ดอ่อนมเี ปลอื กหุ้มรปู ไขส่ ีขาว, เมอื่ เหด็ เจรญิ ข้ึนมาจะดนั ผวิ เปลือกออกมา, หมวกรูปไข่สีน้าตาลดา, ดอกเห็ดเมื่อ บานเปน็ รปู กระจกนูนถงึ แบน, เวา้ กลาง, ผวิ หมวกเรยี บมนั . การเพาะเล้ยี ง : สามารถเพาะเล้ยี งบนอาหารเลย้ี งเช้อื ได้. ฤดกู าลท่ีพบ : ฤดูฝน เดือนกรกฎาคม. การใช้ประโยชน์ : รับประทานไดแ้ ละเป็นท่ีนิยม. วธิ ีเกบ็ รกั ษา : บนอาหารวนุ้ เอยี ง PDA และในถังไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเห็ดท่สี ามารถจัดจาแนกได้ 20. ตวั อย่างเห็ดรหสั : สะแกราช 3-107 ชอ่ื ทอ้ งถ่นิ : ไม่ปรากฏ. ชอ่ื วิทยาศาสตร์ : Amanita volvata (Peck) Martin. ชอ่ื วงศ์ : Amanitaceae. ลกั ษณะของเหด็ : เห็ดออ่ นมีเปลอื กหุ้มรปู ไข่สีขาว เมอ่ื เจรญิ ข้ึนเหด็ จะดันเย่ือ ด้านบนออก, เหน็ หมวกสนี า้ ตาลออ่ นรปู กระจกนูนถึงแบน, ด้านบนผิวมเี ศษเปลอื ก หุ้มติดอยู่, ผิวหมวกมีรอ่ งเปน็ ริว้ ชัดเจน เสน้ ผา่ ศูนย์กลาง 3-5 ซม. การเพาะเลี้ยง : สามารถเพาะเลยี้ งบนอาหารเลี้ยงเชือ้ PDA ได.้ ฤดกู าลทีพ่ บ : ฤดฝู น เดือนกรกฎาคม. การใชป้ ระโยชน์ : เปน็ เหด็ มพี ิษ. วธิ ีเก็บรกั ษา : บนอาหารวุ้นเอียง PDA และในถงั ไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเห็ดทีส่ ามารถจัดจาแนกได้ 21. ตัวอย่างเห็ดรหสั : สะแกราช 3-108 ชือ่ ทอ้ งถ่ิน : ไม่ปรากฏ. ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tricholoma infundibuliformis Berk. & Br. ช่อื วงศ์ : Tricholomataceae. ลักษณะของเหด็ : หมวกเปน็ รปู กรวยต้ืน, ขอบหมวกมว้ นลงดา้ นลา่ ง, สีนา้ ตาล เจือชมพู เนอื้ เหด็ บางโปร่งแสง, ผวิ ดา้ นบนเปน็ รว้ิ เนื่องจาก รอยรอ่ งสนั ครีบใตห้ มวก, เมื่อแกข่ อบหมวกมกั ฉีกขาด เสน้ ผา่ ศนู ย์กลาง 3-8 ซม. การเพาะเล้ยี ง : สามารถเพาะเลี้ยงบนอาหารเลย้ี งเชอ้ื PDA ได้. ฤดูกาลที่พบ : ฤดฝู น เดือนกรกฎาคม. การใช้ประโยชน์ : ไมม่ รี ายงานการรบั ประทาน. วธิ เี ก็บรกั ษา : บนอาหารวนุ้ เอียง PDA และในถังไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเห็ดท่สี ามารถจัดจาแนกได้ 22. ตัวอยา่ งเหด็ รหสั : สะแกราช 4-74 ช่อื ทอ้ งถ่ิน : เห็ดไขเ่ ย่ียวมา้ . ชอ่ื วิทยาศาสตร์ : Amanita vaginata var.vaginata (Bull. ex Fr.) Vitt. ช่อื วงศ์ : Pluteaceae. ลักษณะของเหด็ : หมวกรูปไขน่ ูนแลว้ แบน, ผิวเป็นมันวาว, หนดื มือเมอ่ื เปยี ก ชืน้ , สเี ทาปนนา้ ตาล, กลางหมวกเข้มกวา่ , เส้นผา่ ศนู ย์กลาง 4-10 ซม. การเพาะเลยี้ ง : สามารถเพาะเล้ยี งบนอาหารเลยี้ งเช้ือได้. ฤดูกาลทพ่ี บ : ฤดฝู น เดอื นกรกฎาคม. การใช้ประโยชน์ : รับประทานได้. วิธีเกบ็ รกั ษา : บนอาหารวนุ้ เอยี ง PDA และในถังไนโตรเจนเหลว.

ตัวอย่างเห็ดท่สี ามารถจัดจาแนกได้ 23. ตวั อยา่ งเหด็ รหสั : สะแกราช 4-78. ชื่อทอ้ งถิน่ : เหด็ แสงอรุณ. ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Lepiota cortinarius Lge. ชื่อวงศ์ : Agaricaceae. ลกั ษณะของเห็ด : หมวกมรี ปู นูน, ขอบงอนขนึ้ และฉกี ขาดเมือ่ แก,่ สขี าวอมเหลอื ง กลางหมวกน้าตาลแดง, ผิวแตกเปน็ เกล็ด เล็กๆ สีนา้ ตาลแดง เสน้ ผ่าศนู ยก์ ลาง 5-7 ซม. การเพาะเลยี้ ง : สามารถเพาะเลีย้ งบนอาหารเลยี้ งเชื้อได้. ฤดูกาลท่พี บ : ฤดฝู น เดือนกรกฎาคม. การใช้ประโยชน์ : ไม่พบขอ้ มูลวา่ รบั ประทานได้. วธิ ีเกบ็ รักษา : บนอาหารวุ้นเอียง PDA และในถงั ไนโตรเจนเหลว.

ตวั อย่างเห็ดท่ีไม่สามารถจดั จาแนกได้ ลาดับท่ี รหสั ตัวอยา่ งเหด็ ลักษณะภายนอกที่พบจากแหล่งธรรมชาติ 1 เชียงใหม่ 5 2 เชียงใหม่ 7 3 สะแกราช 1-39 4 สะแกราช 1-46

ตวั อยา่ งเห็ดท่ไี ม่สามารถจดั จาแนกได้ ลาดับท่ี รหสั ตัวอย่างเหด็ ลักษณะภายนอกที่พบจากแหล่งธรรมชาติ 5 สะแกราช 1-53 6 สะแกราช 1-67 7 สะแกราช 1-78 8 สะแกราช 1-97

ตวั อย่างเหด็ ที่ไม่สามารถจัดจาแนกได้ ลาดบั ที่ รหัสตวั อยา่ งเหด็ ลักษณะภายนอกที่พบจากแหล่งธรรมชาติ 9 สะแกราช 3-11 10 สะแกราช 3-61 11 สะแกราช 3-76 12 สะแกราช 3-86

ตวั อย่างเห็ดทีไ่ ม่สามารถจัดจาแนกได้ ลาดบั ท่ี รหัสตัวอยา่ งเหด็ ลกั ษณะภายนอกทีพ่ บจากแหลง่ ธรรมชาติ 13 สะแกราช 4-39 14 สะแกราช 4-46 15 สะแกราช 4-67 16 สะแกราช 4-75 17 สะแกราช 4-76

เอกสารอ้างอิง จันทร์ศรีกุล อนงค์, สุวรรณฤทธ์ิ พูนพิไล และแสงวณิช อุทัยวรรณ. 2551. ความหลากหลายของเห็ดราขนาดใหญ่ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. หน้า 514. ไชยวงศ์เกยี รต,ิ ดีพร้อม. 2539. เห็ดไทย 2539. กรงุ เทพฯ: ชมรมถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร. หน้า 136. ราชบณั ฑิตยสถาน. 2539. เหด็ กนิ ได้และเหด็ มีพิษในประเทศไทย. กรงุ เทพฯ: อมั รินทร์ พร้นิ ซ์ ต้ิง. สถาบันวิจยั วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ประเทศไทย (วว.). 2546. เหด็ เมืองหนาว. กรุงเทพฯ: กองประชาสัมพันธ์, หนา้ 54. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.). 2550. เห็ดในป่าสะแกราช. กรุงเทพฯ: ฝ่ายส่ิงแวดล้อม นิเวศวิทยา และพลังงาน. หน้า 154. Evans, S. and Kibby, G., 2004. Pocket Nature Fungi. Dorling Kindersley Limited. [online]. Available at: http://www.dmsc.moph.go.th/.../Mushroom/ms7.jpg. [accessed 5 october 2011]. Kish, J.C., 1998. Resurrecting a Better Method for Long-Term Storage of Mushroom Culture. [online]. Available at : http//www.shroomery.org/8509/Resurrecting-a-Better-Method-for-Long-Term-Storage of Mushroom Culture. [accessed 5 October 2011]. Kitamoto, Y., Suzuki, A., Shimada, S. and Yamanaka, K., 2002. A new method for the preservation of fungus stock cultures by deep-freezing. Mycoscience. 43, pp. 143-149. Mata, G. and Salmones, D., 2005. Perservation of Shitake spawn stocks by cryogenic storage. [online]. Available at : http//www.fungifum.org/mushworld/Shitake- Mushroom-Cultivation/mushroom-growers-handbook-2-mushworld-com-chapter 02-03-p.42-45. [accessed 10 June 2011].


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook