ระบบสื บพั นธุ์ การปฏิสนธิ PERFEIMNAELUEM REPRSOYSD&TUECMTIVE การเจริญเติบโตในภาวะ ปกติของร่างกาย
ระบบสบืพันธเ์ุพศหญิง Femalereproductivesystem เปนระบบที่ทำหนาที่คลายกับระบบสืบพันธุเพศชายซึ่งนอกจาก สรางเซลลสืบพันธุคือเซลลไขและสรางhormoneเพศหญิงแลว ยังทำหนาที่ดูแลฟูมพักใหเซลลไขที่ผสมติดใหพัฒนากลายเปนตัวออน จนคลอดออกมา https://sites.google.com/site/rabbtangnirangkay89/home/rabb-subphanthu อวัยวะสืบพันธุสตรีและอวัยวะที่เกี่ยวของกับการสืบพันธุมีดังนี้ 1.อวัยวะสืบพันธภายนอก 2.อวัยวะสืบพันธภายใน 3.เตานม
อวัยวะสืบพันธภายนอก https://anatomyfivelife.wordpress.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88- 12-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%9a%e0%b8 %9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c/ 1.เนินหัวเหนา(monepubis) เปนผิวหนังนูนอยูบริเวณเหนือกระดูกหัวเหนา(pubicsymphysis) เมื่อเขาสูวัยสาวจะมีขนงอกขึ้นที่บริเวณนี้สำหรับในเพศหญิงแนวขนจะ เรียงตัวเปนรูปสามเหลี่ยมมียอดชี้ลงมาทางดานลาง 2.แคมใหญ(labiamajora) เปนผิวหนังที่ตอมาจากทางดานลางของเนินหัวเหนา มีลักษณะนูนแยกเปน2กลีบลงไปบรรจบกันทางดานหลังที่บริเวณฝเย็บ 3.แคมเล็ก(labiaminora) เปนชั้นผิวหนังที่ยกตัวขึ้นเปนกลีบเล็กๆสีแดง2กลีบ ทางดานในของแคมใหญกลีบของแคมเล็กทางดานหนาจะแยกออก เปน2แฉกแฉกดานบนมาจรดกันกลายเปนผิวหนังคลุมclitorisเรียกวา “prepuceofclitoris” แฉกดานลางจรดกันใตclitorisเรียกวา “frenulumofclitoris” สวนปลายหลังของแคมเล็กจะโอบรอบรูเปดของ ชองคลอดและทอปสสาวะแลวมาจรดกันดานหลังเรียกวา“fourchette” แคมเล็กไมมีขนงอก
4.clitoris มีลักษณะเปนตุมเล็กๆมีโครงสรางเปนerectiletissue เชนกันมีหลอดเลือดและปลายประสาทรับความรูสึกมาเลี้ยงเปนจำนวนมาก ดังนั้นหากเกิดการฉีกขาดที่บริเวณนี้ซึ่งอาจเกิดขึ้นไดในขณะคลอดจะทำใหเจ็บ เสียเลือดมากและเย็บติดไดยาก 5.vestibule เปนบริเวณที่อยูระหวางแคมเล็กทั้งสองขางตั้งแตclitorisลงไปจนถึง fourchetteบริเวณนี้มีรูเปดของทอตางๆดังนี้ –รูเปดของทอปสสาวะ(urethralorifice) จะอยูถัดจากclitorisราว1ซม. –รูเปดของชองคลอด(vaginalorifice) อยูถัดไปอีกมีเยื่อพรหมจารียปดอยู –รูเปดของBartholin’sglandและparaurethralgland อยางละ1คู 6.Bartholin’sgland(greatervestibulargland) เปนตอมเล็กๆขนาดเทาเมล็ดถั่วเขียวพบอยู2ขางของรูเปดของชองคลอด จะใหทอออกมาเปดที่บริเวณระหวางเยื่อพรหมจารียกับแคมเล็ก ทำหนาที่สรางเมือกหลอลื่นและมีฤทธิ์เปนดาง เพื่อลดความเปนกรดใน ชองคลอด 7.เยื่อพรหมจารีย(hymen) เปนเนื้อเยื่อที่ยื่นออกมาปดรูเปดของชองคลอดตรงกลางจะมีรูเปดเล็กๆ เยื่อพรหมจารียนี้สามารถยืดหยุนไดในเด็กบางคนเยื่อพรหมจารียไมมี รูเปดจึงปดชองคลอดไวหมดทำใหเลือดประจำเดือนไมสามารถไหลออกมาได เรียก”imperferatedhymen“ 8.ฝเย็บ(perineum) เปนบริเวณรูปสี่เหลี่ย(diamond-shape)โดยลากเสนเชื่อมตอจากกระดูก หัวเหนาไปยังischialtuberosity2ขางและกระดูกกนกบแตถาลากเสน ตรงเชื่อมตอระหวางischialtuberosityทั้ง2ขางจะแบงฝเย็บออกเปนบริเวณ รูปสามเหลี่ยม2รูปคือดานหนาเรียกurogenitaltriangleเปนที่ตั้งของ อวัยวะเพศภายนอกทั้งหมด และดานหลังเรียกวา”analtriangle“จะพบ รูเปดของทวารหนักอยูบริเวณที่อยูระหวางชองคลอดกับทวารหนัก จะมีกอนเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่เหนียวและแข็งแรงอยูขางในเรียกวา ”perinealbody“ ซึ่งมีความสำคัญเปนจุดยึดเกาะของกลามเนื้อลาย หลายมัด ที่ทำหนาที่รองรับอวัยวะตางๆที่อยูภายในอุงเชิงกรานไมให เคลื่อนออกมาฝเย็บมักจะฉีกขาดขณะที่ทำการคลอด ถาหากไมมีการเย็บ ซอมก็อาจจะทำใหอวัยวะภายในอุงเชิงกรานโดยเฉพาะมดลูกเคลื่อนที่ออก มาทางชองคลอด ดังนั้นการปองกันไมใหฝเย็บฉีกขาดขณะทำคลอดจะตอง ตัดบริเวณฝเย็บเรียกวา”episiotomy“เพื่อเปดชองคลอดใหกวางขึ้นจะได คลอดสะดวก เมื่อทารกคลอดออกมาแลวคอยทำการเย็บปดกลับตามเดิม
อวัยวะสืบพันธภายใน 1.ชองคลอด(vagina) https://th.gov-civ-guarda.pt/clitoris ชองคลอดจะตอกับปากมดลูกและมดลูกดานหนาคือทอปสสาวะและ กระเพาะปสสาวะถูกแยกโดยเนื้อเยื่อเกี่ยวกันชื่อvesicouterineseptum ดานหลังชองคลอดติดกับลำไสใหญถูกแยกกันโดยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันชื่อ rectovaginalseptumสวนบนของชองคลอดที่ตอกับปากมดลูกถูกแบงออก เปน4สวนเทียบกับปากมดลูกคือanteriorpornix,posteriorpornix, lateralfornixทั้ง2ขาง 2.มดลูก(uterus) อยูในอุงเชิงกรานอยูตอจากrectumและหลังurinarybladder แบงเปน4สวนคือ สวนยอดมดลูก(fundus) สวนตัวมดลูก(corpusorbodyofuterus) สวนคอมดลูก(isthmus) สวนของปากมดลูก(cervix)
โพรงมดลูก(uterinecavity) เปนชองวางรูปสามเหลี่ยมสวนชองในcervixเปนรูปกระสวยเรียกวา cervicalcanal มดลูกมีligamentซึ่งทำหนาที่คอยยึดตัวมดลูกใหอยูภายในอุงเชิงกรานดังนี้ -broadligament -roundligament ปกติligamentทั้ง2ชนิดนี้จะหยอนตัวอยูในอุงเชิงกรานจึงไมคอยมีผลใน การที่จะคอยดึงหรือประคับประคองใหมดลูกลอยอยูในอุงเชิงกรานไดดังนั้น จะตองมีอวัยวะอื่นมาชวยยึดมดลูกเอาไวไดแก 1.กลามเนื้อlevatoraniเปนกลามเนื้อที่ยึดจากกระดูกpubis,ischium และiliumไปเกาะที่กระดูกcoccyxกลามเนื้อนี้ทำหนาที่เปนพื้นรองรับอวัยวะ ภายในชองทองทุกชนิด 2.ligamentที่ทำหนาที่ยึดมดลูกที่สำคัญมี3ligamentคือ -transversecervicalligament -pubocervicalligament -sacrocervicalligament(uterosacralligament) https://www.pinterest.nz/pin/11399805280750428/
โครงสรางของผนังมดลูกแบงออกเปน3ชั้นใหญๆคือ 1.ชั้นนอกสุดเรียกวาperimetriumหรือserosa จะเปนเยื่อบางๆคลุมมดลูกอยูซึ่งเปนสวนหนึ่งของเยื่อบุชองทองลงมาคลุม มดลูกเอาไว 2.ชั้นกลางเรียกวาmyometrium ประกอบดวยชั้นของกลามเนื้อเรียบมีการเรียงตัวทั้งแบบตามยาววงกลม และแบบเฉียงในชวงตั้งครรภเสนใยกลามเนื้อสามารถที่จะขยายใหใหญขึ้น และยืดยาวออกไดถึง10เทาตัวกลามเนื้อเรียบเรียงกันอยางสลับซับซอน เพื่อเปนประโยชนในการบีบตัวของมดลูกเมื่อคลอดบุตรแลวกลามเนื้อของ มดลูกจะหดเล็กลงตามเดิม 3.ชั้นในสุดเรียกวาendometrium ชั้นนี้จะมีเยื่อบุผิวชนิดsimplecolumnarepithliumมีciliaปะปนอยูภายใน มีตอมชนิดsimplecoiledtubularglandที่เรียกวาuterinegland นอกจากนี้ยังมีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอยูกันอยางหลวมๆเรียกวาstroma และหลอดเลือดที่มีลักษณะขดไปมาเรียกวาspiral(coiled)artery ผนังชั้นนี้แบงออกเปน2ชั้นคือ 3.1functionallayerหรือfunctionalis ชั้นนี้เปนชั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลาของรอบประจำเดือน และจะหลุดลอกออกไปขณะที่มีประจำเดือน 3.2basallayerหรือbasalis ชั้นนี้จะแบงเซลลใหเนื้อเยื่อเจริญขึ้นไปแทนที่ชั้นfunctionalis หลังจากที่มีการหลุดลอกออกไปเปนเลือดประจำเดือนแลว 3.2basallayerหรือbasalis ชั้นนี้จะแบงเซลลใหเนื้อเยื่อเจริญขึ้นไปแทนที่ชั้นfunctionalis หลังจากที่มีการหลุดลอกออกไปเปนเลือดประจำเดือนแลว
รังไข(ovary) รังไขเปนอวัยวะขนาดเล็กสีขาวมันมีรูปรางคลายเม็ดถั่ว อยูบริเวณปกมดลูกซาย-ขวาทั้งสองขางเชื่อมติดกับมดลูกดวยปกมดลูก หรือทอนำไข หนาที่ของรังไข •สรางเซลลสืบพันธไดแกเซลลไข(Ovum) •สรางฮอรโมนเพศไดแกฮอรโมนเอสโตรเจนโปรเจสเตอรโรน และแอนโดรเจนแตที่สำคัญมากสำหรับเพศหญิงคือฮอรโมนเอสโตรเจน (Estrogen)ทำหนาที่กระตุนใหรางกายมีการเปลี่ยนแปลงทางอวัยวะสืบพันธุ ใหเจริญเติบโตรวมถึงพัฒนาลักษณะของเพศหญิงใหเดนชัดขึ้น เชนการเกิดเตานมโตการมีขนที่อวัยวะสืบพันธุและเสียงเปนตน เซลลไข(Ovum)หรือไขของเพศหญิงจะสุกและเคลื่อนออกมาที่ ทอนำไขที่เรียกวาการตกไขเดือนละ1ใบโดยสุกสลับกันจากรังไขแต ละขาง รังไขจะมีไข(Ovum)ที่ยังไมเจริญเต็มที่หลายพันฟอง เมื่อเด็กเติบโตเขาอายุ12–13ปไขจะเริ่มสุกเพราะเกิดการกระตุนจาก ฮอรโมนของตอมพิทูอิตารี(Pituitarygrand)ไขที่สุกแลวจะตกจากรังไข เดือนละ1ใบของแตละขางสลับกันและจะเคลื่อนเขาสูทอนำไขและหากมี การปฏิสนธิจากตัวอสุจิก็เขาฝงตัวในเยื่อบุมดลูกซึ่งขณะที่ไขเคลื่อนผาน ทอนำไขตอมรังไขจะสรางฮอรโมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน (Progesterone)กระตุนใหเกิดการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุมดลูกเพื่อเตรียม การฝงตัวของไขรังไขจะเสื่อมสภาพและฝอไปเมื่อผูหญิงมีอายุประมาณ 50ปทำใหเพศหญิงเขาสูวัยหมดประจำเดือนหรือบางครั้งเรียกวาวัยทอง http://decembertown.com
ทอนำไข(Oviduct)หรือปกมดลูก(FallopianTube) ทอนำไขหรือปกมดลูกเปนทางเชื่อมตอระหวางรังไขทั้งสองขางกับมดลูก ทำหนาที่เปนทางผานของไขที่ออกจากรังไขเขาสูมดลูกทอนำไขเปนบริเวณ ที่อสุจิจะเขาปฏิสนธิกับไข กระดกูเชิงกราน(pelvicbone) อุงเชิงกราน อุงเชิงกรานประกอบไปดวยกระดูก4ชั้นไดแก sacrum,coccyxและinnominatebone2ชิ้นและทุกชิ้นประกอบไปดวย กระดูกilium,ischiumและpubisโดยกระดูกinnominateเชื่อมตอกับ กระดูกsacrumโดยsacroiliacsynchondrosisและเชื่อมตอกันเองโดย symphysispubisอุงเชิงกรานประกอบดวยfalsepelvisและtruepelvis ซึ่งแบงกันที่laminaternimalisโดยfalepelvisจะอยูเหนือตอเสนนี้ และtruepelvisจะอยูใตตอเสนนี้ Truepelvisคลายกับรูปถวยน้ำที่ดานหลังสูงกวาดานหนา มีขอบเขตดานบนคือlaminaterminalisและขอบเขตดานลางคือทางเปด ของอุงเชิงกราน(pelvicoutlet)ซึ่งสวนของtruepelvisเองไดแบงออกเปน pelvisinlet,midpelvisและpelvicoutlet https://th.wikipedia.org
การตกไข การที่ไขสุกและออกจากรังไขเขาสูทอนำไขโดยปกติรังไขแตละขางจะสลับ กันผลิตไขในแตละเดือนดังนั้นจึงมีการตกไขเกิดขึ้นเดือนละ1ใบในชวง กึ่งกลางของรอบเดือนเมื่อมีการตกไขมดลูกจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยมี ผนังหนาขึ้นทั้งมีเลือดมาหลอเลี้ยงเปนจำนวนมาก ซึ่งตอไปจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใน2กรณีตอไปนี้ 1)ถามีอสุจิเคลื่อนที่เขามาในทอนำไขในขณะที่มีการตกไข อสุจิจะเขาปฏิสนธิกับไขที่บริเวณทอนำไขดานที่ใกลกับรังไขไขที่ไดรับ การผสมแลวจะเคลื่อนตัวเขาสูมดลูกเพื่อฝงตัวที่ผนังมดลูกและเจริญเติบโต ตอไป 2)ถาไมมีตัวอสุจิเขามาในทอนำไข ไขจะสลายตัวกอนที่จะผานมาถึงมดลูกจากนั้นผนังดานในของมดลูก และเสนเลือดที่มาหลอเลี้ยงเปนจำนวนมากก็จะสลายตัวแลวไหลออกสู ภายนอกรางกายทางชองคลอดเรียกวาประจำเดือนโดยปกติผูหญิงจะเริ่ม มีประจำเดือนเมื่อายุประมาณ12ปขึ้นไปรอบของการมีประจำเดือนแตละเดือน จะแตกตางกันไปในแตละคนโดยทั่วไปประมาณ28วันและจะมีทุกเดือนไป จนกระทั่งอายุประมาณ50–55ปจึงจะหยุดการมีประจำเดือนโดยจะขึ้นอยู กับความสมบูรณของรางกาย https://sites.google.com
เตานม ตอมน้ำนม(mammaryglands) mammaryglandsทำหนาที่ขับน้ำนมเลี้ยงทารกมีขนาดโตขึ้นเมื่อเขาสูวัย pubertyเพราะconnectivetissueและfatเพิ่มมากขึ้นแตยังไมสามารถ สรางน้ำนมจนกวาจะตั้งครรภตำแหนงอยูในเตานมทั้ง2เตาวางบนพังผืด ชั้นลึกที่คลุมกลามเนื้อpectoralismajorและminorอยูระหวางกระดูก ซี่โครงที่2ถึง6และจากขอบของกระดูกsternumถึงขอบของรักแรขนาด ไมแนนอนขึ้นอยูกับปริมาณไขมันแตจำนวนน้ำนมไมตางกันตรงกลางของ เตานมจะมีหัวนม(nipple)รอบๆจะมีareolaมีสีคล้ำเพราะมีpigmentมาก และผิวขรุขระเล็กนอย สวนประกอบของตอมน้ำนมไดแก compoundaveolarglands15-20lobesแตละlobesมีlactiferousduct นำน้ำนมมาเปดที่nippleกอนที่จะเปดออกจะขยายตัวเปนampulaeเรียก lactiferousductเนื้อของตอม(glandulartissue)ประกอบดวย parenchymaและstromamammaryglandsในระยะไมตั้งครรภจะพบ ภาวะrestingorinactiveพบductเปนจานวนมากalveoliมีขนาดเล็ก ในระยะปลายmenstrualcycleพบมีเลือดเขามาหลอเลี้ยงมากทำใหเตานม มีขนาดโตขึ้นระยะตั้งครรภมีalveoliเพิ่มขึ้นglandulartissueมากขึ้น และขยายใหญขึ้นระยะปลายของการตั้งครรภพบsecretionเรียกcolostrum ประกอบดวยโปรตีนและlactoseไมมีไขมันปนอยูและยังมีantibodies ที่ชวยตานทานโรคระยะใหนมบุตรmammaryglandsจะสรางน้ำนม ประกอบดวยไขมันน้ำตาลโปรตีนalveoliตางๆเริ่มขยายใหญขึ้นและมีน้ำนม อยูภายในเมื่อหยุดใหนมบุตรตอมจะมีขนาดเล็กลงเมื่อเขาสูวัยmenopause ตอมน้ำนมจะเล็กลงเหลือเพียงductเล็กนอย https://www.breastgossip.com
การปฏิสนธิ fertilization เปนขบวนการตั้งแตอสุจิเขาใกลและเจาะไขจนกระทั่งรวมตัวกันไดไซโกต สรุปขั้นตอนการปฏิสนธิ
คำศัพท externalgenitalia อวัยเพศภายนอก monspubis หัวหนาว labiamajora แคมใหญ labiaminora แคมเล็ก vestibuleofvagina ชองคลอด hymen เยื่อพรหมจารี fundus ฟนดัส,มดลูกสวนบน bodyofuterus ตัวมดลูก isthmus อิชมัส,สวนที่เชื่อมสวนคิด cervix ปากมดลูก broadligament สวนของเยื่อบุชองทอง roundligament กอนเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน levatorani กลามเนื้ออุงเชิงกราน nipple หัวนม areola วงปานนม lactiferousduct ทอน้ำนม glandulartissue เนื้อตอม colostrum น้ำนม sacrum กระดูกสันหลังสวนกระเบนเหน็บ coccyx กนกบ innominatebone กระดูกเชิงกราน pelvisinlet เขาสูเชิงกราน midpelvis กระดูกเชิงกรานกลาง pelvicoutlet อุงเชิงกราน
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: