Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัยในชั้นเรียน

วิจัยในชั้นเรียน

Published by kaew.xxxxxx, 2018-09-16 00:01:48

Description: วิจัย

Search

Read the Text Version

งานวิจยัเรื่อง ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น วชิ าการบัญชีตน ทนุ เบอ้ื งตน ของนกั เรียนระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 สาขาการบัญชี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31 ผูวิจัย นางสาวกรแกว โอภาสสวุ คนธ ครูผสู อน งานวิจยั นี้เปน สวนหนึง่ ของกระบวนการเรยี นการสอน กลุม สาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาขาการบญั ชี ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2561

บทคัดยอ ก ในปจจุบันเทคโนโลยีกาวหนามากขึ้นทําใหผ ูคนใหค วามสนใจกันอยางมากมาย ทําใหสงผลเสียตอหลาย ๆ ดาน ผูจัดทําจึงคิดท่ีจะสํารวจความรูเรื่องการคูณและการหารเลขฐาน โดยสุมตัวอยางจากนกั เรียนโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31 ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี 5 สาขา การบัญชี จํานวน 14 คน วามีความรูในเร่ืองนี้มากนอยเพียงใด มีเครื่องมือท่ีใชในการสํารวจ คือแบบทดสอบเร่ืองการคูณ และการหารเลขฐาน เปนแบบอัตนยั จํานวน 5 ขอ และแบบปรนัยจาํ นวน 5 ขอ แลว นาํ มาเก็บรวบรวมขอมูลตรวจสอบความครบถว นจากแบบสอบถาม นาํ มาวเิ คราะหหาสถิติ คาเฉล่ียและรอยละ ซง่ึ สามารถสรปุ ไดวานักเรียนของโรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31 ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 5 สาขา การบัญชี มีความรูเรอ่ื งการคณู และการหารเลขฐานอยูในระดับดีดวยคะแนนเฉลย่ี 40.58 คะแนน

กติ ตกิ รรมประกาศ ข งานวิจัยฉบับนส้ี าํ เรจ็ ไดโ ดยไดรบั ความเมตตาและความชวยเหลือจากผูม ีพระคณุขอขอบ นางสาวจันทรจิรา ธนันชัย นางสาวธนัญภรณ ธรรมใจ และนางวิลาวัลย ปาลี ผูอํานวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31 ที่ใหความชว ยเหลอื ในการวเิ คราะหผลขอ มลู ในการจดั ทาํ งานวจิ ัย ขอขอบคุณ นักเรียน ระดับช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 5 สาขา การบัญชี ของโรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31 ท่ใี หขอมลู และใหค วามรว มมือในการจัดทําวจิ ยั ฉบบั นีเ้ ปนอยางดี ทสี่ ําคญั ทส่ี ุดตองขอขอบพระคณุ คณุ พอ คุณแม และครอบครวั ที่คอยใหกําลงั ใจในการจัดทําวิจัยฉบบั นี้จนประสบความสําเร็จดวยดี ประโยชน และคุณคา ของงานวจิ ัยฉบับนี้ ผูวิจยั ขอมอบแดพ อแม ญาติพน่ี อ ง และผมู พี ระคุณทุกทา น กรแกว โอภาสสวุ คนธ

สารบัญ กบทคดั ยอ ขกติ ติกรรมประกาศ 1บทที่ 1 บทนาํ 1 1 - ความเปน มาของการวจิ ัย 1 - วัตถุประสงคของการวจิ ยั 2 - ความสาํ คญั ของการวจิ ัย 2 - ขอบเขตของการวจิ ัย 2 - ประโยชนทีค่ าดวา จะไดร ับ 3 - นยิ ามคําศัพท 4 - สมมุตฐิ านของการวจิ ยั 4บทที่ 2 เอกสารและการวจิ ัยท่เี ก่ียวของ 4 - การประเมินผลและการวัดผล 5บทที่ 3 วิธกี ารดาํ เนนิ การวิจยั 5 - การกาํ หนดประชากรกลุมเปาหมาย 6 - การสรา งเครื่องมือที่ใชใ นการวจิ ยั 6 - ขนั้ ตอนในการสรางเคร่อื งมอื 7 - การเกบ็ รวบรวมขอมูล 7 - การจดั กระทํางบและการวิเคราะหขอมูล 7บทท่ี 4 ผลการดาํ เนนิ การวจิ ยั 8 - ผลการดําเนนิ การวจิ ยั 9 - อภิปรายผลการดาํ เนินการวิจัยบทที่ 5 สรปุ ผลการดาํ เนินการวิจยั - วตั ถปุ ระสงคของการวิจัย - ผลการดําเนนิ การวิจัย - สรุปผลการดําเนินการวจิ ยั - ขอเสนอแนะเอกสารอา งองิ

บทที่ 1 บทนําความเปน มาของการวจิ ัย ในปจจุบันนักศึกษาสวนใหญมักจะเห็นการเรียนเปนเรื่องไมสําคัญ จึงไมคอยจะตั้งใจเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 ไดตระหนักถงึ ความสําคัญของการเรียนและผลการเรยี นของนักเรียนในแตละวชิ าของการเรียนแตล ะเทอม เพื่อปลูกฝงใหนักนักเรยี นมีความสนใจในการเรยี น และใหนกั เรียนมเี กรดเฉล่ยี อยใู นระดับมาตรฐานของโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31 โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 เปนโรงเรียนของสังกัดบริหารงานการศึกษาพิเศษ ที่คํานึงถึงความสําคัญของผูเรียน และพยายามจะทําใหนักเรียนท่ีเขามาเรียนในโรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 จบออกไปเปน คนทีม่ คี ุณภาพและประสิทธภิ าพตอไปวัตถปุ ระสงค 1. เพอื่ ศกึ ษาปญหาการเรยี นวชิ า บญั ชตี นทุนเบ้อื งตน ของนักเรยี นระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 5สาขา การบัญชี โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31 ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2561 2. เพอ่ื เปรยี บเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวิชา บัญชีตนทุนเบ้ืองตน ของนกั เรยี นระดบั ชนั้มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5 สาขา การบญั ชี โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา 2560ความสําคญั ของการวจิ ัย ผลทไ่ี ดรับจากการวิจัยในคร้งั นี้จะเปน ประโยชนต อผูบริหาร ครู และหนว ยงานทีเ่ กย่ี วของ เพ่ือนาํ ไปใชเ ปนขอมลู ในการประกอบการพิจารณาวางแผนปรับปรุงการเรยี นการสอนในสาขางานการบัญชีไดอยางเหมาะสมขอบเขตการวิจัย 1. ประชากร ประชากรท่ใี ชศ ึกษา คือนักเรยี นโรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31 สาขา การบัญชี ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 5 จาํ นวน 14 คน 2. กลมุ ตัวอยางกลุม ตัวอยาง เปน นักเรียนโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31 สาขา การบญั ชี ระดบั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 5จาํ นวน 14 คน 3. ตัวแปรทศ่ี ึกษา ตัวแปรอิสระ ไดแ ก แบบสอบถามและแบบทดสอบ ตวั แปรตาม ไดแก ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของนักเรียน 4. ระยะเวลาในการทดลอง การทดลองครัง้ นี้กระทําในภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2561 ใชเวลาในการทดลอง 8สัปดาห สปั ดาหล ะ 4 ช่ัวโมง

2ประโยชนทไี่ ดรับจากการวจิ ัย 1. เพือ่ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา บัญชตี นทุนเบ้อื งตน ของนกั เรียนระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษา ปท ่ี 5 สาขา การบญั ชี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31 ภาคเรียนท่ี 1/2561 2. เพื่อเปน การสงผลในการเรยี นการสอนวิชา บัญชีตนทนุ เบอ้ื งตนใหด ีย่ิงขนึ้นยิ ามศัพทเฉพาะ 1. ปญหาการเรยี น หมายถึง สภาพการและอุปสรรค หรอื ขอขัดขอ งตาง ๆ ซึง่ เปน เหตุใหการเรียนดาํ เนนิ ไปโดยไมร าบรืน่ และมปี ญหาตอการเรียนของนกั เรยี น 1.1 ดา นเนอื้ หาหลักสูตร หมายถึง สภาพการ อุปสรรคหรือขอขัดของตาง ๆ เกี่ยวกบัเน้อื หารายวชิ าบญั ชี ความตอเน่อื งของเนอ้ื หารายวชิ า ความเหมาะสมและทันสมยั การจดั ลําดบั เน้อื หารายวิชา ความยากงาย ความเพยี งพอของเน้ือหารายวิชา ตลอดจนความสอดคลองกบั ตลาดแรงงาน 1.2 ดา นสภาพแวดลอมในการเรียน หมายถึง สภาพการ อุปสรรค หรอื ขอขดั ของตาง ๆทเ่ี ก่ียวกบั บรรยากาศทางการเรยี น การจดั กจิ กรรมเสริมหลักสตู รท้งั ภายในและภายนอกหอ งเรยี น ความพรอ มของส่อื ท่ีใชป ระกอบการเรยี นการสอน อาคารสถานท่ี หองสมดุ และสง่ิ อาํ นวยความสะดวก และบรกิ ารตา ง ๆ ทม่ี ีผลตอการเรียนการสอน 2. นักเรียนท่เี รยี นระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย สาขา การบัญชี ชัน้ ปท ี่ 5 โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31 ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศึกษา 2561 3. สาขางานการบัญชี หมายถงึ หนวยรวมของรายวิชาบัญชี ทีส่ อนเกี่ยวกบั การบนั ทึกวิเคราะห การวางแผนจดั ระบบบัญชแี ละเทคนคิ การจดั ทําบญั ชีใหเหมาะสมกบั ประเภทธรุ กิจ มีพืน้ ฐานและประสบการณใ นงานอาชีพดานการบัญชี 4. ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน หมายถึง คะแนนเฉลี่ยสะสมท่ีแสดงถึงความสามารถของนักเรียนซึง่ วัดผลการเรียนเฉล่ียรายวิชาเมือ่ ส้นิ ภาคเรียนท่ี 1 การศึกษา 2561 แบงออกเปน 3 ระดับ ดังนี้ 4.1 ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนต่ํา หมายถงึ นักเรียนที่มผี ลการเรียนเฉล่ีย สะสมตาํ่ กวา 2.50 4.2 ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นปานกลาง หมาย ถงึ นักเรยี นทม่ี ีผลการเรยี นเฉล่ยี สะสมต้งั แต 2.50-3.00 4.3 ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นสูง หมายถงึ นักเรยี นท่ีมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตัง้ แต 3.00–4.00สมมติฐานของการวิจัย 1. นกั ศึกษาที่มีเพศตางกนั มผี ลการเรียนแตกตางกนั 2. นกั ศกึ ษาที่จบระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตนตางสถาบนั กนั มีความรแู ตกตางกัน 3. นักศึกษาที่มผี ลการเรยี นตางกัน มาจากพนื้ ฐานทางครอบครวั ท่แี ตกตางกัน

บทที่ 2 3 เอกสารและงานวจิ ัยทีเ่ กี่ยวของการประเมินผล/วัดผล วิจยั ในครั้งนี้ ผูประเมินไดศึกษาขอมูลจากเอกสาร จาํ แนกไดดังน้ี 1. การประเมนิ ผลวจิ ยั 2. งานวจิ ัย เรอ่ื งผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น วชิ า บัญชีตนทนุ เบือ้ งตน ของนกั เรยี นสาขาการบัญชี ระดับช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 5 โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31 ภาคเรยี นที่ 1 ปการศึกษา 2561การประเมนิ ผล/วัดผลการวิจัย ความหมายของการวดั ผล การทดสอบ และการประเมินผล การวัดผล หมายถึง กระบวนการท่ีจะนํามาซ่ึงดว ยตัวเลข จํานวน ปรมิ าณ โดยจํานวนหรือาวัดวามีปริมาณเทาใด การวดั ผลจะประกอบดว ยคุณลักษณะ 3 อยา ง การประเมนิ ผล หมายถงึ กระบวนการท่ีกระทาํ ตอ จากการวัดผล การวินิจฉัย ตดั สนิ ใจ สรุปคุณคาทไ่ี ดรบั จากการวัดผลอยา งมเี กณฑการวัดผลการศึกษา ใหมีการประเมนิ ผลการเรียนในรายวิชาตา ง ๆ เปน 2 ระบบดงั นี้ 1. ระบบมีคาระดับคะแนน 2. ระบบไมม ีคาระดับคะแนน1. ระบบมคี าระดบั คะแนน กําหนดสญั ลกั ษณการประเมนิ โดยแบงเปน 8 ระดับ ดังนี้ระดบั คะแนน ความหมายของผลการเรียน คาระดบั คะแนน 80 – 100 ดเี ย่ียม 4.00 75 – 79 ดมี าก 3.50 70 – 74 ดี 3.00 65 – 69 ดพี อใช 2.50 60 – 64 พอใช 2.00 55 – 59 ออน 1.50 50 – 54 ออนมาก 1.00 0 - 49 ตก 0.00

บทที่ 3 4วิธกี ารดําเนนิ การวจิ ยั 1. การศึกษาวิจยั เกยี่ วกบั ผลสมั ฤทธก์ิ ารเรยี น วิชา บัญชตี น ทุนเบ้อื งตน ของนักเรียนระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 5 สาขา การบัญชี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31 ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2561ผวู ิจัยไดใ ชระเบียบการวิจัยเชิงสาํ รวจ (Surver Research) โดยดําเนนิ การตามลําดบั ข้ันตอน ดังนี้ 1. กลุมเปาหมายที่ศึกษา 2. การสรางเครื่องมือที่ใชใ นการวจิ ยั 3. ขนั้ ตอนในการสรางเครื่องมอื 4. วิธีการเกบ็ รวบรวมขอมูล 5. การจัดกระทาํ และการวเิ คราะหข อ มลูการกาํ หนดกลมุ ประชากรกลุมเปาหมาย กลมุ เปาหมายทศี่ ึกษาในการวิจัยครัง้ นี้ ไดแ ก นักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5 สาขาการบญั ชีภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศึกษา 2561 จํานวน 14 คนการสรางเครื่องมือท่ใี ชใ นการวิจยั เคร่อื งมือที่ใชใ นการเกบ็ รวบรวมปญหาการเรยี นของนักเรียนระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 5 สาขาการบัญชี โดยการทาํ การสัมภาษณนกั เรยี นระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 5 สาขาการบญั ชี เพอ่ื เปน ขอมูลในการจัดทําแบบทดสอบ ซ่งึ แบงออกเปน 2 ตอน คอื ตอนที่ 1 เปน ขอมลู สว นตัวของนักศึกษา ไดแก เพศ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น รายไดผูปกครองตอ เดือนและอาชีพผูป กครอง เปนคาํ ถามแบบเลือกตอบ ตอนที่ 2 เปนแบบทดสอบปญหาทางการเรียนนกั เรียนระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 5 สาขาการบัญชีโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศึกษา 2561ขัน้ ตอนในการสรา งเครื่องมือ เครอ่ื งมอื ที่ใชใ นการเกบ็ รวบรวมขอมลู ในการวิจยั ครงั้ นี้ เปนแบบทดสอบเกี่ยวกับผลสัมฤทธกิ์ ารเรียนบญั ชตี นทนุ เบ้ืองตน นกั เรียนระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 5 สาขาการบญั ชี ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา2561 จํานวน 14 คน ในภาคเรียนท่ี 1 ปการศกึ ษา 2561 โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31 ตามขั้นตอนดังน้ี 1. ศึกษาเอกสารเก่ยี วกบั การเรยี นบัญชีตน ทุนเบอ้ื งตนเพ่ือเปน แนวทางในการสรางแบบทดสอบเปนรายขอ 2. สาํ รวจปญหาเบือ้ งตนเกี่ยวกับการเรียน บัญชตี น ทุนเบ้ืองตน โดยการสัมภาษณนักระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 5 สาขาการบัญชี เพื่อรวบรวมขอ มลู ในการสรางแบบทดสอบ

5การเกบ็ รวบรวมขอมูล ผวู ิจัยจะดาํ เนนิ การเกบ็ รวบรวมขอ มลู โดยดาํ เนนิ การตามข้ันตอนตามลาํ ดับดงั น้ี 1. ติดตอนกั เรยี นระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 5 สาขาการบัญชี โรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31เพอื่ ขอความรวมมือในการตอบแบบทดสอบ 2. ผวู จิ ยั นาํ แบบสอบถาม ตอนที่ 1 จํานวน 14 ฉบับ และแบบทดสอบ จํานวน 3 ขอเก็บขอมลู และรับแบบสอบถามและแบบทดสอบกลบั คนื ในวันเดียวกนั 3. ผวู จิ ัยนําแบบทดสอบท่เี กบ็ รวบรวมได ไปตรวจใหค ะแนนตามเกณฑท ่ีกําหนดไวหลังจากนั้นนําขอมูลของแบบทดสอบไปวเิ คราะหขอมลู ทางสถิติการจัดกระทาํ และการวเิ คราะหข อมลู การวจิ ยั ครง้ั นผ้ี วู ิจยั ไดทาํ การประมวลขอ มลู โดยใชโ ปรแกรมสําเรจ็ รปู โดยดําเนินการตามลําดบัดงั นี้ 1. วเิ คราะหขอมลู จากแบบสอบถามท่ีไดร บั คนื มาตรวจใหค ะแนน ตอนที่ 1 เกยี่ วกับสภาพของผตู อบแบบสอบถามโดยหาคา เฉลยี่ และคารอ ยละ 2. วิเคราะหขอมูลจากแบบทดสอบ ตอนที่ 2 เกย่ี วกบั การเรียนบญั ชีตน ทนุ เบื้องตน ของนักเรยี นระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 สาขาการบญั ชี โรงเรียนราชประราชนุเคราะห ภาคเรยี นที่ 1 ปการศึกษา 2561 โดยคํานวณหาคา เฉลี่ย

บทท่ี 4 6 ผลการดาํ เนินงานวจิ ยัผลการดาํ เนินวจิ ัย จากการวิจยั ไดส ํารวจความรเู รื่องสมการบัญชี การทําสมุดรายวันทัว่ ไป การทาํ งบทดลองรายวชิ า บญั ชีตน ทุนเบ้อื งตน นักเรียนระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 5 สาขาการบัญชี จาํ นวน 14 คนสามารถสรุปไดดังนี้ 1. สัญลกั ษณท่ีใชใ นการวิเคราะหข อมูล 2. ขอมูลสถานภาพทว่ั ไปของกลุมตวั อยาง 3. ผลท่ีไดจากการทดสอบสมมติฐาน 1. สญั ลกั ษณท่ีใชใ นการวเิ คราะหข อมลู X แทน คาเฉลย่ี ของคะแนน S แทน สว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน T แทน คา (t-test) 2. ขอ มูลสถานภาพทว่ั ไปของกลมุ ตัวอยาง ตารางท่ี 1 จํานวนและรอ ยละของนกั เรยี นจําแนกตามเพศ ตัวแปร จาํ นวน รอยละ1. เพศ ชาย - - หญงิ 14 100.00รวม 14 100.00 จากตารางที่ 1 พบวา กลุมตวั อยา งสว นใหญเปน นักเรยี นเพศหญงิ จํานวน 14 คน หรือคิดเปนรอยละ 100 เปนนกั เรยี นกําลงั ศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 สาขาการบญั ชี จาํ นวน 14 คน หรือคิดเปนรอยละ 100อภปิ รายผลการดําเนินการวจิ ยั จากการที่ไดเ ก็บรวบรวมขอ มูลเรียบรอยแลวปรากฏวา นักเรียนระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 5 สาขาการบัญชี จาํ นวน 14 คน มคี วามรูเ ร่ืองสมการบญั ชี สมุดรายวันทว่ั ไป การทาํ งบทดลอง วชิ าบัญชีตน ทุนเบ้ืองตนอยูในเกณฑดี

บทที่ 5 7 สรุปผลการดําเนินการวจิ ยัวัตถุประสงคของการวจิ ัย เพื่อพฒั นาความรูการเรยี นบัญชีตน ทนุ เบ้ืองตน เร่ือง การทาํ งบการเงินของนกั เรียนระดับช้นัมัธยมศึกษาปที่ 5 สาขาการบัญชี จํานวน 14 คนวธิ ีดําเนินการ เปน การวจิ ยั เชิงสํารวจดวยแบบทดสอบเรื่องการทาํ งบการเงิน เปน ปรนัย จํานวน 2 ขอ สถิตทิ ใ่ี ชไดแ ก คะแนนเฉลีย่ และคารอ ยละ กลุม ตวั อยา งในการวจิ ยั ไดแก นกั เรียนระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 5สาขาการบญั ชี จํานวน 14 คน เปน นกั ศกึ ษาหญิง 14 คนผลการดําเนนิ การวิจัยระดบั ความรูเรื่องการทํางบการเงิน ของนักเรยี นระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 5 สาขาการบัญชีจาํ นวน 14 คน มีดังนี้มคี วามรใู นเรื่องน้ีดมี าก มจี าํ นวน 3 คนมคี วามรูในเรื่องน้ีดี มจี าํ นวน 9 คนมคี วามรใู นเรื่องนี้ปานกลาง มจี ํานวน 2 คนเมอ่ื คิดเปนคะแนนเฉล่ยี แลวจะอยูใ นระดบั ที่มคี วามรูในเรื่องน้ีดีสรปุ ผลการวจิ ัย ผลการเคราะหขอมลู เกยี่ วกับความคิดเห็นเก่ยี วกับผลสัมฤทธทิ์ างการบัญชีตนทุนเบือ้ งตนของนักเรยี นระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 สาขาการบัญชี โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31 สรปุ ไดดังน้ี ขอมลู เกย่ี วกับผูตอบแบบสอบถามตอนท่ี 1 และแบบทดสอบตอนท่ี 2 นกั เรียนทตี่ อบทัง้ 2 ตอนมที ัง้ หมด 14 คน ซ่ึงกาํ ลังศกึ ษาอยรู ะดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 5 สาขาการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31 สว นใหญเ ปน นักเรียนหญิงคดิ เปน รอยละ 100 มผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรียนบัญชตี น ทนุ เบ้ืองตนเฉลี่ยสะสมขอเสนอแนะ 1. ขอ เสนอแนะจากการทาํ วิจัยในครั้งน้ี 1.1 ขอเสนอแนะในการสรางเคร่อื งมอื 1.1.1 รูปแบบของการเรยี นการสอนควรมีการชีแ้ จงใหนักเรยี นทราบถึงวิธีการในเรียนการสอน 1.1.2 แบบฟอรม ทใ่ี ชในการสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นควรมีการกําหนดรายการในการสงั เกตพฤติกรรมใหต รงกับเร่ืองที่ตองการศกึ ษา 2. ขอเสนอแนะในการวจิ ัยคร้ังตอไป 2.1 ควรศกึ ษารปู แบบการเรียนการสอนแบบผลสัมฤทธิท์ างการเรียนวิชา บัญชีตนทุนเบ้อื งตนของนักเรยี นระดับช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5 สาขาการบัญชี โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 ภาคเรียนที่ 1ปการศึกษา 2560 จากแหลง ตาง ๆ เพือ่ ชว ยใหมีรูปแบบการเรียนการสอนท่ีหลากหลายมากข้ึน

8 2.2 ควรศกึ ษาหาประสิทธภิ าพของผลสมั ฤทธ์ิในการเรยี นการสอนแบบผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนวชิ าบัญชีตนทุนเบ้ืองตน ของนักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 5 สาขาการบัญชี โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2560 เพื่อใหนกั เรียนมผี ลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นท่ีดขี ึน้

9อา งอิงพิสณุ ฟองศรี. วิจยั ทางการศกึ ษา. พมิ พครง้ั ท่ี 4 .กุรงเทพฯ : บรษิ ัทพรอพเพอรต ้ีพร้นิ จาํ กัด. 2550หนังสอื หมวดวชิ าพน้ื ฐานบญั ชีเบื้องตนทนุ 2http://www.google.comพิสณุ ฟองศรี. วิจยั ทางการศกึ ษา. พมิ พครงั้ ท่ี 4 .กรุ งเทพฯ : บริษัทพรอพเพอรตพ้ี ร้นิ จํากัด. 2550หนงั สือหมวดวชิ าพื้นฐานบญั ชเี บื้องตนทนุ 2มนัสชัย กรี ติผจญ.การบัญชีตน ทนุ เบื้องตน. พิมพครง้ั ที่ 1 .กรงุ เทพฯ : บริษัท สํานักพมิ พเ อมพันธ จาํ กดั .2558http://www.nkt.ac.th/index.php?lay=show&ac=article&Id=539512818

ภาคผนวก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook