คมู่ ือการใช้สอื่ ตามแผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล (IEP) ปีการศึกษา 2564 จัดทำโดย นางสาวกรแก้ว โอภาสสวุ คนธ์ ครผู ู้สอน ศนู ย์การศึกษาพเิ ศษประจำจังหวดั ราชบรุ ี สำนกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน
อุปกรณฝกการทรงตัว วตั ถุประสงคข องการใชสื่อ 1. เพอ่ื ใหผเู รียนไดฝ กการทรงตัว 2. เพอ่ื ใหผเู รียนฝกทกั ษะกลามเนอ้ื มัดใหญ 3. เพือ่ ใหผ เู รียนไดฝ ก สมาธิ 4. เพื่อฝก ประสานสมั พนั ธร ะหวา งมอื กบั ตา วัสด/ุ อุปกรณท ่ใี ชในการผลิตสื่อ 1. ทอ PVC ขนาด 4 หนุ ยาว 1 เมตร จำนวน 3 อัน 2. ทอ PVC ขนาด 4 หนุ ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 2 อนั 3. ขอแยกสามทาง จำนวน 2 อัน 4. ขอ งอ จำนวน 2 อนั 5. เชอื กยาวขาว 1 เสน 6. ลูกบอล 1 ลกู 7. เทปกาว
วิธกี ารผลติ สอ่ื 1. นำทอ PVC ขนาด 4 หนุ ยาว 1 เมตร จำนวน 3 อัน ท่ีตดั แลว มาตอ เขากับของอ และขอแยก สามทางประกอบกนั 2. นำเชือกมาติดกับลกู บอกและปด ดวยเทปกาว 3. นำลูกบอลมาติดไวกับอปุ กรณฝ ก การทรงตวั ตามระดบั ทตี่ อ งการฝก ผูเรียน วธิ ีการใชส่อื /นวัตกรรม 1. ผูสอนฐานเตะบอลมาเตรียมไวด านหนาของผเู รยี น 2. ผูส อนสนทนากบั ผูเรยี นเกี่ยวกบั การใช อุปกรณฝ ก การทรงตวั (ขึน้ อยูก ับการสอนของผสู อน แตละคน) 3. ผสู อนสาธติ วธิ กี ารใชอ ปุ กรณฝ ก การทรงตัวใหผ ูเรยี นดู
ผลทค่ี าดวา จะไดรบั 1. ผูเรยี นรูจกั การยกขาขนึ้ เตะลกู บอล 2. ผเู รียนสามารถนบั จำนวนการเตะลกู บอลได 3. ผเู รียนมคี วามสนกุ สนามในขณะเลนเตะบอล
อวัยวะของฉัน วตั ถุประสงคข องการใชสื่อ 1. เพ่อื ใหผเู รียนฝกกลามเนอ้ื มือมดั เล็กในการหยบิ จบั บัตรภาพอวัยวะตางๆบนใบหนา 2. เพือ่ ใหผูเ รียนฝก การสังเกต 3. เพอ่ื ใหผ เู รียนไดฝก ประสานสมั พนั ธร ะหวา งมอื กับตา 4. เพอ่ื ใหผ ูเรยี นรจู ักอวยั วะตางๆ วัสดุ/อุปกรณท ใ่ี ชในการผลิตส่ือ 1. กระดาษ A4 2. แผนเคลอื บ 3. กรรไกร 4. มีดคดั เตอร 5. ไมบรรทดั 6. แผนรองตดั 7. กาวสองหนาบาง 8. เคร่ืองปริ้นเตอร 9. เครื่องเคลือบกระดาษ 10. แผน โฟม 11. แมเ หล็ก
วธิ ีการผลติ สือ่ 1. พมิ พร ูปอวัยวะตา งๆ มาตัดตามรปู อวัยวะใหเรยี บรอ ย 2. นำอวัยวะตางๆ ท่ีตัดแลวมาเคลอื บและตัดตามแบบ จากนั้นตดิ กาวสองหนาบางใหเรยี บรอ ย 3. นำแบบอวยั วะตางๆ มาติดกับแผน โฟมแลวตัดออกตามแบบทก่ี ำหนดไว 4. นำแมเ หลก็ มาตดิ ไวดา นหลงั ของบัตรภาพอวัยวะตา งๆ เพอื่ ใชติดกับกระดานแมเหลก็ หลังจาก ตดิ แผน แมเหล็กแลว สามารถนำไปใชได วธิ ีการใชสอื่ /นวัตกรรม 1. ผสู อนนำบัตรภาพอวัยวะตางๆ มาใหผูเรยี นดู 2. ผูสอนสนทนากบั ผเู รยี นเก่ยี วกับใชบ ตั รภาพอวยั วะตางๆ (ขึน้ อยกู บั การสอนของผสู อน แตละคน) 3. ผสู อนใหผเู รยี นทำกิจกรรมโดยผสู อนคอยใหก ารชว ยเหลอื ถาหากผูเรยี นไมสามารถทำกจิ กรรมได และคอ ยๆลดการชวยเหลือลงเมื่อดผเู รยี นสามารถปฏิบัติไดเ อง ผลท่ีคาดวา จะไดรบั 1. ผเู รยี นไดเ ลน และทำกจิ กรรมรวมกบั เพ่อื นๆ 2. ผเู รียนสามารถรจู ักสีตางๆในการทำกจิ กรรม 3. ผเู รยี นมคี วามสนกุ สนามในขณะท่ีทำ กิจกรรม
มาจับคกู ัน วตั ถุประสงคข องการใชสื่อ 1. เพอื่ ใหผ เู รียนรูจ กั ผกั ผลไม ของใช สัตว 2. เพอ่ื ใหผ เู รียนฝก ทักษะการสังเกต 3. เพอ่ื ใหผ เู รียนฝกการแกไ ขปญ หา 4. เพอื่ ฝกประสานสมั พนั ธร ะหวา งมอื กับตา วสั ดุ/อุปกรณทใี่ ชในการผลิตส่ือ 1. กระดาษ A4 2. หวง 3. ไมบ รรทดั 4. พลาสติกเคลือบกระดาษ 5. เคร่อื งเคลอื บกระดาษ 6. ปากกาเมจิก 7. เทปกาวสองหนาบาง 8. กรรไกร 9. มคี ัดเตอร
วธิ ีการผลิตสอื่ 1. พมิ พร ูปภาพผกั ผลไม ส่ิงของ และสตั วแตละชนิดทีต่ องการใหผูเรยี นรูจกั ขนาด ตามความ ตองการลงบนกระดาษ A4 2. นำกระดาษท่พี ิมพภ าพผกั ผลไม สง่ิ ของ และสัตว มาเตรยี มไวร อเคลือบ 3. นำกระดาษท่พี ิมพภ าพผกั ผลไม สิ่งของ และสัตว มาเคลือบดวยพลาสติกเคลอื บ 4. นำภาพผกั ผลไม ส่ิงของ และสัตวม า เจาะรู 5. นำภาพผัก ภาพผัก ผลไม ส่ิงของ และสัตวท ี่ เจาะรูแลวนำมาใสหวง วิธีการใชสื่อ/นวัตกรรม 1. ผสู อนนำเกมจบั คผู กั ภาพผกั ผลไม สิ่งของ และสัตว ใหผเู รียนดู 2. ผสู อนสนทนากบั ผูเ รียนเก่ยี วกบั การเลนเกม จบั คูผกั ภาพผัก ผลไม ส่ิงของ และสตั ว (ขนึ้ อยูกับการสอนของผสู อนแตละคน) 3. ผสู อนสาธิตวธิ กี ารเลน เกมจับคผู กั ภาพผัก ผลไม ส่ิงของ และสัตวทม่ี ีลกั ษณะชนิดเดียวกันให ผเู รียนดู 4. ผูสอนใหผเู รียนเลนเกมจบั คผู กั ภาพผกั ผลไม สิง่ ของ และสัตว ทีเ่ ปนผกั ชนิดเดยี วกัน
ผลทค่ี าดวา จะไดร บั 1. ผูเรียนรูจักผัก ภาพผกั ผลไม สิ่งของ และสตั วแตล ะชนดิ 2. ผเู รยี นสามารถจบั คูส่ิงของหรือรปู ภาพทเ่ี หมอื นกนั ไดถกู ตอง 3. ผูเ รยี นเขาใจวา ผกั ภาพผัก ผลไม ส่ิงของและสตั วม หี ลายชนดิ แตล ะชนดิ จามรี ูปรา งแตกตา งกนั
ถุงนำ้ ลกู ปด วนุ วัตถปุ ระสงคของการใชส อื่ 1. เพื่อใหผ เู รยี นฝก กลามเนอ้ื มือมดั เล็ก 2. เพ่ือใหผ ูเรียนฝก ประสานสมั พันธร ะหวางมือกบั ตา วสั ด/ุ อุปกรณทใี่ ชในการผลิตสื่อ 1. ถงุ ผาตะขาย 2. เจลน้ำ 3. ลูกปดวนุ 4. เคเบล้ิ ไทร (สายรัดพลาสตกิ ) วิธีการใชสอื่ /นวัตกรรม 1. ผสู อนนำถุงนำ้ ลูกปด วนุ มา ใหผูเ รยี นดู
2. ผสู อนสนทนากับผเู รยี นเก่ยี วกบั การเลน (ขนึ้ อยูกับการสอนของผูส อนแตล ะคน) 3. ผูส อนสาธิตวธิ กี ารเลน ถุงน้ำลกู ปด วุนใหผูเรยี นดู 4. ผูสอนใหผเู รยี นเลนถงุ น้ำลูกปดวนุ ผลทคี่ าดวาจะไดร ับ 1. ผูเรียนไดก ำ-แบ ถุงน้ำลกู ปดวุนเพอ่ื เสริมสรา งกลามเนอื้ มอื มดั เลก็ 2. ผเู รยี นสามารถไดฝกประสานสัมพันธร ะวางมอื และตา 3. ผูเรียนไดรูจัก กำ-แบ 4. ผูเรยี นมคี วามสนุกสนามในการเลน
กลอ งหยอดลกู ปด วตั ถุประสงคข องการใชส ่ือ 1. เพอื่ ใหผ ูเรียนฝก กลา มเน้ือมอื มัดเลก็ 2. เพื่อใหผ ูเ รยี นฝก ประสานสัมพนั ธระหวา งมอื กับตา 3. เพอื่ ใหผเู รียนฝก จำแนกเรอื่ งสี วัสด/ุ อุปกรณที่ใชในการผลิตสื่อ 1. กระดุม 2. ถาดใสก ระดมุ แตล ะสี 3. กลอ งหยอดกระดุม(สีขาวขนุ ) 4. เชอื กรอ ยกระดุม วิธกี ารใชส ่อื /นวัตกรรม 1. ผูสอนนำกลองกระดุม ใหผูเรียนดู
2. ผูสอนสนทนากับผูเรยี นเกยี่ วกบั การเลน (ข้นึ อยูก บั การสอนของผูสอนแตล ะคน) 3. ผสู อนสาธติ วธิ ีการหยอดกระดุมใหผเู รียนดู 4. ผูส อนใหผูเรียนเลน หยอดกระดุมและฝกใหผ เู รียนรจู กั การจำแนกสตี างๆดวย ผลที่คาดวาจะไดรบั 1. ผูเรยี นไดบ บี ถงุ น้ำลูกปดวนุ เพ่อื เสรมิ สรางกลา มเนอ้ื มือมดั เลก็ 2. ผเู รียนสามารถไดฝ ก ประสานสมั พนั ธร ะวางมอื และตา 3. ผเู รียนไดรูจกั เร่ือง สี
ลูกปด หรรษา วตั ถุประสงคของการใชส อื่ 1. เพือ่ ใหผูเ รียนฝกกลา มเนอ้ื มอื มดั เล็ก 2. เพือ่ ฝกใหผูเ รยี นมสี มาธิ 2. เพ่อื ใหผ ูเ รียนรูจักวธิ ีการรอยลูกปด หลอด ลูกปดไม 3. เพอ่ื ฝก ประสานสัมพันธระหวางมอื กบั ตา วัสด/ุ อุปกรณที่ใชในการผลติ สื่อ 1. ลกู ปด 2. หลอด 3. กลองใสลกู ปด 4. เชอื ก วธิ กี ารผลิตสื่อ 1. นำหลอดสตี างๆ มาตัดใหไ ดค วามยาว 1 เซนติเมตร และมีขนาดเสนผาศนู ยก ลาง 0.5 และ 1 เซนติเมตร 2. นำเชือกมาตดั เปนเสนพอประมาณใหรอยลูกปดหรือหลดได 10 ช้ิน วิธกี ารใชส ื่อ/นวัตกรรม 1. ผสู อนนำลกู ปด หลอดและเชอื กมาใหผูเรียนดู
2. ผูสอนสนทนากบั ผเู รียนเกีย่ วกบั การรอ ย ลกู ปด /หลอด (ขึ้นอยกู ับการสอนของผูสอนแตล ะคน) 3. ผสู อนสาธติ วิธกี ารรอยลกู ปด และหลอดใหผูเรียนดู 4. ผสู อนใหผูเรียนเลน เกมจบั คูผกั ภาพผกั ผลไม ส่ิงของ และสัตว ทีเ่ ปนผักชนดิ เดียวกนั ผลทคี่ าดวาจะไดร บั 1. ผเู รยี นรจู กั ลูกปด หลอด เชอื กทใี่ ชในการ รอยลูกปด/หลอด 2. ผูเ รยี นสามารถทำกิจกรรมรว มกับคนอืน่ ได 3. ผเู รยี นเขา ใจวิธีการรอ ยวัตถุตางๆ ไดอยา งถูกตอ ง
กลองหมุนฝาเกลียว วัตถุประสงคข องการใชส อื่ 1. เพื่อใหผ เู รียนฝกกลามเน้ือมือมดั เลก็ 2. เพื่อใหผ เู รียนรจู ักการจบั คสู ี 3. เพือ่ ใหผูเรยี นไดฝก ประสานสัมพนั ธร ะหวา งมอื กับตา 4. เพือ่ ใหผูเ รยี นไดฝ กเรื่องจำนวนนบั วสั ด/ุ อุปกรณทใ่ี ชในการผลติ สื่อ 1. ฝาขวดนำ้ ดื่ม 2. คอขวดน้ำด่ืม 3. กระดาษสติก๊ เกอรสี 4. กลอ งรองเทาที่ไมใชแลว 5. กาวแทง 6. ปนกาว 7. มคี ดั เตอร วธิ กี ารผลติ สื่อ 1. นำกลองรองเทามาเจาะรใู หไ ดข นาดเทา กับคอขวดท่เี ตรยี มไว 2. นำขวดน้ำมาตัดใชเ ฉพาะคอขวดที่มเี กลียว จำนวน 6 ช้ิน 3. พมิ พส ติ๊กสีมาติดกบั ฝาขวดและรอบรูฝากลองทเ่ี จาะรูไวแ ลว 4. นำคอขวดทต่ี ัดแลวมาสอดชอ งที่เจาะแลวใชปน กาวติด เพอ่ื ไมใ หคอขวดหลุด 5. ตกแตงกลอ งใหสวยงามตามทตี่ องการ
วิธกี ารใชสอ่ื /นวัตกรรม 1. ผูสอนนำกลอ งหมุนฝาเกลียวมาใหผูเรยี นดู 2. ผสู อนสนทนากบั ผเู รียนเกย่ี วกบั การหมุดฝาเกลียว (ขึ้นอยกู บั การสอนของผูสอนแตล ะคน) 3. ผสู อนสาธติ วิธกี ารหมุนฝาเกลยี วใหผูเรียนดู 4. ผูส อนใหผเู รียนเลนการหมุนฝาเกลยี ว 5. ผูสอนใหผเู รียนเลน การหยอดลกู ปอมปอมจากปากขวดใหต รงกับสีทีก่ ำหนด ผลทีค่ าดวา จะไดร บั 1. ผเู รียนไดร ูจักการหมุนฝาเกลียว 2. ผูเรียนสามารถจับคฝู าขวดกบั เกลียวท่ีผสู อนกำหนดได 3. ผูเรียนสามารถหยอดลกู ปอมปอมตามสที ไ่ี ด
กระดานรอยวตั ถุ วตั ถุประสงคของการใชสือ่ 1. เพื่อใหผูเรียนฝก กลามเน้อื มือมดั เล็ก 2. เพอ่ื ใหผ เู รยี นรจู กั การจับคสู ี 3. เพื่อใหผ เู รยี นไดฝก ประสานสมั พนั ธร ะหวา งมอื กบั ตา 4. เพื่อใหผเู รยี นไดฝก เรือ่ งจำนวนนบั วัสด/ุ อปุ กรณท ใ่ี ชในการผลิตส่ือ 1. หลอด 2. เชือก 3. กระดาษ A4 4. กรรไกร 5. กาวแทง 6. ปนกาว 7. มคี ดั เตอร 8. กระดาษลัง 9. แลค็ ซีน 10. แผน เคลือบ 11. เคร่อื งเคลอื บ 12. ลกู ปด
วิธีการผลติ สอื่ 1. พมิ พจ ำนวนเลข 1-10 ตามทต่ี องการ จากน้นั นำไปเคลือบใหเ รยี บรอย 2. นำกระดาษที่เคลอื บเรียบรอ ยแลวมาติดกบั กระดาษลัง เพอื่ เพิ่มความแข็งแรง 3. ตดั หลอดทมี่ ีเสนผาศนู ยกลาง 1 เซนติเมตร จำนวน 10 ชนิ้ แลว นำมาติดกับแผน กระดาษ ท่เี ตรียมไวต ามตวั เลข 4. นำแลค็ ซีนมาติดขอบกระดาษใหเ รยี บรอย วิธีการใชสื่อ/นวัตกรรม 1. ผสู อนนำกระดานรอยวัตถมุ าใหผเู รยี นดู 2. ผสู อนสนทนากับผูเรียนเก่ยี วกับการรอ ยวัตถุ (ขึ้นอยูก ับการสอนของผสู อนแตละคน) 3. ผูส อนสาธิตวธิ กี ารรอยวัตถุจากเลข 1-10 และการรอยลูกปดจากผ้ึงผา นดอกไมดา นลางขน้ึ ไปหา รังผึ้ง ใหผูเรยี นดู 4. ผสู อนใหผูเรียนรอ ยหลอดจากเลข 1-10 และลกู ปด ดอกไม
ผลทค่ี าดวา จะไดรบั 1. ผูเรยี นไดร ูจกั การรอ ยวัตถ(ุ หลอด)จากเลข 1-10 ได 2. ผเู รยี นสามารถรจู กั สีของหลอดและดอกไม 3. ผูเรยี นมีความสนกุ สนามในขณะทท่ี ำ กิจกรรม
เสนสี วตั ถุประสงคของการใชส่อื 1. เพ่ือใหผ ูเรยี นฝก กลามเนื้อมอื มัดใหญ 2. เพอ่ื ใหผเู รียนรูจักสี 3. เพ่ือใหผ ูเ รยี นไดฝก ประสานสัมพันธร ะหวางมือกับตา 4. เพือ่ ใหผูเรยี นไดฝ กการสังเกต 5. เพ่ือใหผ ูเรียนไดรจู กั การเล้ียวซาย เลยี้ วขวา เดินตรงไป วสั ดุ/อปุ กรณท ี่ใชในการผลิตส่ือ 1. แลค็ ซิน จำนวน 4 สี 2. กระดาษ A4 พิมพร อยเทา /ผลไม 3. แผน สต๊ิกเกอรใส 4. กรรไกร 5. มีคดั เตอร วิธกี ารผลติ สอื่ 1. กำหนดทิศทางการเดนิ ของเสน สี 2. พิมพร อยเทา และผลไมท ่จี ะนำมาตดิ บรเิ วณจุดเร่มิ ตน และจุดสน้ิ สุด โดยจุดเร่ิมตน จะเปนรอยเทา และจดุ ส้ินสุดจะเปน ผลไม (สามารถเปล่ยี นจุดสิ้นสดุ ไดตามหนว ยการเรยี นร)ู 3. นำรอยเทา และผลไมทต่ี ดั แลว ไปตดิ ท่จี ุดเริม่ ตนและส้นิ สุด 4. นำแลค็ ซีนแตล ะสีมาติดตามท่กี ำหนดไว
วิธกี ารใชส ่ือ/นวัตกรรม 1. ผูสอนนำผเู รียนมาตรงบรเิ วณทจ่ี ะเดิน 2. ผูส อนสนทนากับผเู รยี นเก่ียวกับการเดนิ ตามทิศทางท่ีกำหนด (ข้นึ อยกู ับการสอนของผสู อน แตละคน) 3. ผสู อนสาธิตวิธีการเดนิ ตามทศิ ทางโดยเร่ิมเดนิ จากเสน สแี ดง และสนิ้ สุดทีผ่ ลไม(ลกู แอปเปล ) ใหผเู รยี นดู (ในขณะท่ีเดินใหผ ูเรยี นพูดดวยคำวา เลยี้ วซา ย เล้ียวขวา และตรงไป) 4. ผูส อนใหผ ูเรียนเดนิ ตามทิศทางโดยใหผ ูเรยี นเลอื กเสน สที จี่ ะเดิน และจุดสิ้นสุดคือผลไมอะไร จากเสน สีทผ่ี ูเรียนเลอื กเดิน ผลท่คี าดวา จะไดร ับ 1. ผูเรียนไดร จู กั การเล้ยี วซาย เลี้ยวขวา เดินตรงไป 2. ผเู รยี นสามารถรูจกั เสน สีท่เี ลือกเดิน 3. ผเู รียนมคี วามสนุกสนามในขณะที่ทำกจิ กรรม
กลองหรรษา วตั ถุประสงคของการใชสอ่ื 1. เพือ่ ใหผ ูเรยี นฝก กลา มเนื้อมือมดั เล็ก 2. เพอื่ ใหผูเรยี นฝก กลามเน้อื มอื มัดใหญ 3. เพือ่ ใหผ ูเ รียนไดฝ ก ประสานสมั พันธร ะหวางมือกบั ตา 4. เพอื่ ใหผเู รยี นรูจกั สี วสั ด/ุ อปุ กรณท ีใ่ ชในการผลติ สื่อ 1. กลอง(ลงั ) 2. กระดาษ A4 3. แผนสติ๊กเกอรใ ส 4. กรรไกร 5. มคี ดั เตอร 6. กระดาษสติ๊กเกอรส ี 7. ลกู บอลสี 8. กาวสองหนาหนา 9. กระดมุ วธิ ีการผลิตสอื่ 1. นำกลอ งลังเปลา มาติดกาวสองหนา หนาใหเรยี บรอ ย 2. ใชกาวสองหนาหนาปดผนกึ กลอ งใหเรยี บรอ ย จากนั้นติดดว ยกระดาษสตก๊ิ เกอรสีอีกชน้ั เพ่อื ความ เรียบรอย
3. พิมพแบบสี เพื่อใหเจาะชองตามสี เพ่ือหยอดลูกบอลสีและกระดุม 4. นำแบบมาตดิ กับกลองแลว ตดั ใหไ ดช องขนาดทต่ี องการ วิธกี ารใชส อ่ื /นวัตกรรม 1. ผสู อนนำกลองหรรษามาใหผูเ รยี นดู 2. ผูสอนสนทนากับผเู รยี นเกีย่ วกบั การเลนหยอดลูกบอลและกระดุม (ข้นึ อยูกบั การสอนของผูสอน แตละคน) 3. ผสู อนสาธิตวิธีการเลน หยอดลกู บอลและกระดมุ (ขน้ึ อยกู ับความสามารถของผูเรยี นแตละบุคคล) 4. ผูสอนใหผ ูเรยี นทำกจิ กรรมโดยผูสอนคอยใหก ารชวยเหลือ ถาหากผเู รียนไมส ามารถทำกิจกรรมได และคอ ยๆลดการชวยเหลอื ลง เม่อื ดผูเรียนสามารถปฏิบัติไดเ อง ผลท่ีคาดวาจะไดร บั 1. ผูเ รยี นไดเ ลนและทำกจิ กรรมรว มกับเพอ่ื นๆ 2. ผูเรียนสามารถรจู ักสตี างๆในการทำกิจกรรม 3. ผูเ รียนมคี วามสนกุ สนามในขณะทท่ี ำ กจิ กรรม
กระเปาสมั ผัส วตั ถุประสงคข องการใชส ื่อ 1. เพอื่ ใหผูเรยี นฝก กลามเนอื้ มอื มัดเลก็ 2. เพอื่ ใหผเู รียนฝกการสังเกต 3. เพือ่ ใหผูเรยี นไดฝก ประสานสัมพันธร ะหวา งมือกับตา 4. เพื่อใหผ ูเรียนรูจักจับคสู ี วสั ดุ/อปุ กรณทใี่ ชในการผลติ สื่อ 1. กลอง(ลงั ) 2. กระดาษ A4 3. แลค็ ซนี 4. กรรไกร 5. มีคัดเตอร 6. กระดุม 7. ถงุ ซปิ 8. กาวนำ้ วิธีการผลติ สอื่ 1. นำกลองลงั เปลามาตัดขนาด A4 2. พิมพแบบทีจ่ ะใชใ นการจับคกู บั กระดุม 3. เทกาวน้ำใสใ นถุงซปิ ประมาณ 5 ชอนโตะ
4. ใสก ระดุมลงไปในถงุ ซปิ แลวปด ผนึงใหเ รียบรอย 5. นำถงุ ซิปทีบ่ รรจุกาวเรยี บรอยแลวมาติดกบั กระดาษลงั ทเี่ ตรียมไว 6. ใชแล็คซีนตดิ รอบขอบถุงซิปกับกระดาษลังใหมิดชิด เวนดานบนเพือ่ ใหส ามารถเปลี่ยนแบบได ตามวัตถุประสงคของผสู อนแตล ะคน วิธีการใชส อื่ /นวัตกรรม 1. ผสู อนนำถุงสัมผสั มาใหผูเรียนดู 2. ผสู อนสนทนากับผูเรียนเกี่ยวกับการเลน ถุงสมั ผสั (ขึน้ อยูก ับการสอนของผสู อนแตละคน) 3. ผูสอนสาธติ วิธกี ารเลนถุงสมั ผสั (ผูสอนสามารถเปลีย่ นแบบไดต ามวัตถปุ ระสงค) 4. ผูส อนใหผเู รียนทำกิจกรรมโดยผูส อนคอยใหการชว ยเหลือ ถาหากผูเรียนไมส ามารถทำ กิจกรรมได และคอ ยๆลดการชว ยเหลอื ลงเมอ่ื ดผเู รียนสามารถปฏบิ ตั ไิ ดเ อง ผลทค่ี าดวา จะไดรบั 1. ผูเรยี นไดเลน และทำกิจกรรมรว มกับเพื่อนๆ 2. ผเู รียนสามารถรจู กั สตี างๆในการทำกิจกรรม 3. ผูเ รยี นมีความสนกุ สนามในขณะทที่ ำกจิ กรรม ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไข ดำเนนิ การขอรับวัสดกุ ารผลติ สื่อจากส่ิงอำนวยความสะดวก สือ่ บรกิ ารและความชวยเหลือ อ่ืนใดทางการศึกษา
กระดานมดุ วัตถปุ ระสงคของการใชส อ่ื 1. เพอื่ ใหผ ูเ รยี นฝกกลา มเนื้อมือมัดเลก็ 2. เพอ่ื ใหผ เู รยี นฝก การสังเกต 3. เพือ่ ใหผ เู รียนไดฝ กประสานสมั พันธร ะหวางมือกับตา 4. เพือ่ ใหผ ูเรียนรูจกั จับคูสี 5. เพ่ือใหผ เู รยี นรจู ักจำนวน วัสด/ุ อุปกรณทใ่ี ชในการผลิตสื่อ 1. แผนไมอดั 2. คอน 3. มุด 4. คมี 5. ไมบ รรทัด 6. ดนิ สอ วธิ กี ารผลิตสื่อ 1. นำแผน ไมอัดมาวาดตารางเพอื่ กำหนดจุดที่ จะปก มดุ ไว 2. เม่ือกำหนดจดุ ท่ีจะปก มุดแลว นำมุดมาปก โดยใชค อ นในการตอกมดุ ลงบนแผนไมอ ดั
วธิ กี ารใชส ื่อ/นวัตกรรม 1. ผสู อนนำกระดานมุดมาใหผูเ รยี นดู 2. ผสู อนสนทนากับผเู รียนเก่ียวกบั การเลนกระดานมดุ (ข้นึ อยกู ับการสอนของผสู อนแตละคน) 3. ผูสอนใหผูเรยี นทำกจิ กรรมโดยผสู อนคอยใหก ารชวยเหลือ ถาหากผเู รียนไมสามารถทำกิจกรรมได และคอยๆลดการชวยเหลือลงเมื่อดผูเรียนสามารถปฏบิ ตั ิไดเอง ผลที่คาดวา จะไดร บั 1. ผูเรียนไดเลนและทำกจิ กรรมรวมกับเพือ่ นๆ 2. ผเู รียนสามารถรจู กั สีตางๆในการทำกิจกรรม 3. ผูเรียนมคี วามสนุกสนามในขณะทีท่ ำกจิ กรรม
กรรไกร .วตั ถปุ ระสงคของการใชส อื่ 1. เพื่อใหผเู รียนฝกกลามเนื้อมอื มดั เลก็ 2. เพ่ือใหผ เู รยี นฝก สมาธิ 3. เพ่ือใหผูเรยี นไดฝ กประสานสมั พันธร ะหวางมอื กบั ตา 4. เพื่อใหผ ูเรียนรูจักการใชก รรไกร วัสด/ุ อปุ กรณท่ีใชในการผลติ ส่ือ 1. กระดาษ A4 2. กรรไกร วธิ ีการใชส อื่ /นวัตกรรม 1. ผูสอนนำกรรไกร มาใหผ เู รยี นดู 2. ผูสอนสนทนากบั ผูเรียนเก่ยี วกบั การใชก รรไกรในการตดั กระดาษ (ข้นึ อยูกบั การสอนของผสู อนแต ละคน) 3. ผูส อนใหผเู รยี นทำกจิ กรรมโดยผูสอนคอยใหการชวยเหลือ ถาหากผูเรียนไมสามารถทำกิจกรรมได และคอ ยๆลดการชวยเหลือลงเมอื่ ดผูเรยี นสามารถปฏิบตั ไิ ดเอง
ผลท่คี าดวา จะไดร บั 1. ผูเรยี นไดเ ลนและทำกิจกรรมรวมกบั เพ่อื นๆ 2. ผูเ รยี นสามารถรูจักใชก รรไกรในการทำกจิ กรรม 3. ผเู รียนมคี วามสนุกสนามในขณะท่ีทำกิจกรรม
เกมจับคภู าพเงา วัตถปุ ระสงคข องการใชสอ่ื 1. เพ่ือใหผ เู รยี นรจู ักสัตวแตละชนิด 2. เพ่ือใหผ เู รียนฝกทกั ษะการสังเกต 3. เพอื่ ใหผ ูเรียนฝกการแกไ ขปญ หา 4. เพือ่ ฝกประสานสัมพนั ธระหวางมือกบั ตา 5. เพ่ือใหผ เู รียนฝก นับจำนวน วสั ดุ/อุปกรณท ี่ใชในการผลิตส่ือ 1. กระดาษ A4 2. ฟว เจอรบอรด 3. ไมบรรทัด 4. พลาสติกเคลือบกระดาษ 5. เคร่อื งเคลือบกระดาษ 6. แผน สังกะสี 7. เทปกาวสองหนาบาง 8. กรรไกร 9. มคี ัดเตอร 10. แมเหลก็ 11. แผน โฟม
วิธกี ารผลติ ส่ือ 1. พิมพรปู ภาพสัตวและภาพพ้นื หลัง 2. นำกระดาษท่พี ิมพส ตั วแ ลวนำมาตดั ตามรูปสัตว และนำภาพพน้ื หลงั มาเตรียมไวรอเคลอื บ 3. นำกระดาษทีพ่ ิมพภาพสัตวและพนื้ หลังมาเคลือบดวยพลาสตกิ เคลอื บ 4. นำภาพพนื้ หลงั มาติดแผนสังกะสตี ามรูปเงาสัตวแตล ะชนิด 5. นำรปู ภาพสัตวท่ีเคลอื บแลวมาตัดตามรปู สัตวแตล ะชนิด พรอ มตดิ แมเหล็กดานหลงั 6. นำภาพพ้นื หลงั ทเ่ี คลือบแลวมาติดกับแผนฟว เจอรบ อรด และแผนโฟม เพ่ือเพ่มิ ความแขง็ แรง วิธกี ารใชส่อื /นวัตกรรม 1. ผูสอนนำเกมจบั คสู ตั ว ใหผูเ รียนดู 2. ผสู อนสนทนากบั ผูเรยี นเกีย่ วกบั การเลน เกมจบั คูสัตว(ข้ึนอยกู ับการสอนของผูสอนแตละคน) 3. ผูสอนสาธติ วธิ ีการเลนเกมจับคูสตั วทม่ี ีลกั ษณะคลายกับภาพเงา โดยนำภาพสัตวมาตดิ กบั ภาพเงา
4. ผูส อนใหผูเรียนเลน เกมจบั คสู ัตว กบั ภาพเงา ผลทค่ี าดวา จะไดรับ 1. ผเู รียนรจู ักสัตวแ ตล ะชนิด 2. ผเู รยี นสามารถจบั คภู าพเงาทเ่ี หมอื นกันไดถ ูกตอง 3. ผูเรยี นรจู กั สีและจำนวนจากสตั วตางๆ
Search
Read the Text Version
- 1 - 33
Pages: