Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือหลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด

คู่มือหลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด

Published by สกร.อำเภอพรรณานิคม, 2020-08-16 19:45:21

Description: คู่มือหลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด

Search

Read the Text Version

â»Ã´Å§·ÐàºÕ¹ ©Ñ¹à»š¹¤¹ ÃØ‹¹ãË¡ÁÒ‹ ª Ò e โครงการ ................................................................................................................................. ระหวา งวนั ท่ี ............................................ ณ ........................................................................´ เจาของคูมอื เลมนี้ชื่อ ..................................................................................................................................... เพ่ือนๆ เรียกเราวา ............................................ ปน ี้ อายุ .............................ป เรยี นอยทู ี่ ......................................................................................... ระดบั ชน้ั ........................................... บานเกิดอยทู ่ี ................................................................................................................................................ แตตอนนีอ้ ยทู ่ี ............................................................................................................................................... หากคดิ ถึงโทรมาที่ ........................................................................................................................................ หรือท่ี e-mail .............................................................................................................................................. สวน facebook ........................................................................................................................................... เพ่ือนอยาลมื โทร. หรือ สงขอความ หรือ ของขวัญ Happy Birthday เราดวยนะ เราเกดิ วันที่ .................................................................................................................................................. เพือ่ นๆ อยาลมื นะ เราจะรอทกุ ป ^^M คตปิ ระจำตวั เรา ......................................................................................... y Pictur .................................................................................................................... ลงชอ่ื เจา ของคูม อื เลม น้ี

คู่มือการอบรมอาสายุวกาชาดหลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด (กาชาด ปฐมพยาบาล การดูแลผู้สูงอายุ) ISBN 978-616-7829-77-7 ลขิ สทิ ธิข์ อง สำ� นักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย 1871 อาคารเฉลมิ บรู ณะนนท์ ถนนอังรดี ูนังต์ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรงุ เทพฯ 10330 โทรศัพท์ 0-2252-5002-3 โทรสาร 0-2252-5004 http://thaircy.redcross.or.th พมิ พค์ รัง้ ท่ี 1 มกราคม 2560 จำ� นวน 25,000 เลม่ พิมพท์ ่ี บรษิ ัท ประชาชน จ�ำกัด 35 ซอยพิพัฒน์ แขวงสีลม เขตบางรกั กรงุ เทพฯ 10500 โทรศพั ท์ 0-2636-6550-3 โทรสาร 0-2238-1074 e-mail: [email protected]

ค�ำนำ� คมู่ อื การอบรมอาสายวุ กาชาดหลกั สตู รพนื้ ฐานยวุ กาชาดเลม่ น้ี เป็นสื่อทางวิชาการท่ีส�ำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย จัดพิมพ์ข้ึน โดยมุ่งที่จะปลูกฝัง และเผยแพร่ให้เยาวชนที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการและอุดมการณ์ของกาชาด ในด้านมนุษยธรรม การดแู ลสขุ ภาพอนามยั การบรกิ ารอาสาสมคั ร การสง่ เสรมิ สมั พนั ธภาพ ทดี่ ี มีศรทั ธาตอ่ กาชาด ดังน้ัน การส่งเสรมิ และพัฒนางานยุวกาชาดให้ เจริญก้าวหน้า จึงจ�ำเป็นท่ีจะต้องมีการปรับปรุง และพัฒนาคู่มือการ อบรมอาสายุวกาชาดหลักสูตรพ้ืนฐานยุวกาชาด เพ่ือให้เหมาะสมกับ นโยบายที่จะใหห้ นว่ ยงานตา่ ง ๆ ของสภากาชาดไทย ที่มีการจดั อบรม ความรขู้ น้ั พนื้ ฐานของอาสาสมคั ร ไดม้ กี ารบรู ณาการหลกั สตู รใหเ้ ปน็ ไป ในทิศทางเดียวกัน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสภากาชาดไทย ตอ่ ไป สำ� นกั งานยวุ กาชาด สภากาชาดไทย ไดจ้ ดั ทำ� คมู่ อื การอบรมฯ นี้ เพื่อมอบให้กับหน่วยงานที่มีการจัดอบรมอาสายุวกาชาดหลักสูตร พ้ืนฐานยุวกาชาด ตลอดจนผู้สนใจท่ัวไป ท่ีประสงค์ในการน�ำไป เผยแพร่ต่อไป และหวังเป็นอย่างย่ิงว่า คู่มือการอบรมอาสายุวกาชาด หลักสูตรพ้ืนฐานยุวกาชาดเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายท่ีจะน�ำ ไปใช้เผยแพร่ความรู้ อย่างไรก็ตาม หากมีข้อเสนอแนะหรือข้อสงสัย ประการใด ขอได้โปรดติดต่อ ส�ำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เพอื่ จะไดน้ ำ� มาเปน็ ขอ้ มลู ในการพฒั นาและปรบั ปรงุ ใหด้ ยี ง่ิ ขน้ึ ในโอกาส ต่อไป ส�ำนกั งานยวุ กาชาด สภากาชาดไทย





ภาพใครเอย่ ? ลองลากเส้นเช่ือมตัวเลขต้ังแต่ 1 - 135 ดูนะ รู้แล้วใช่ไหมว่า เขา คือ ...................................... 2

อังรี ดนู งั ต์ ผ้จู ุดประกายกาชาด นายองั รี ดนู งั ต์ เกดิ เมอื่ วนั ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2371 (ค.ศ. 1828) ณ นครเจนวี า ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันท่ี 24 มิถุนายน พ.ศ. 2402 ขณะท่ีเขาเดินทางไปประเทศอิตาลี เขาได้พบ กับเหตุการณ์อันน่าสลดใจ และความทารุณโหดร้ายอันเน่ืองมาจาก สงคราม ระหว่างประเทศอิตาลี ฝร่ังเศส รบกับประเทศออสเตรียที่หมู่บ้านซอลเฟริโน ประเทศอิตาลี เขาจึงชักชวนชาวบ้าน เพ่ือให้ การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นจ�ำนวนมาก หลังจากนั้นสามปีเขาจึงได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า ความ ทรงจ�ำแห่งซอลเฟริโน เขาได้เสนอความคิดว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะตั้งองค์กรอาสาสมัคร เพ่ือช่วยเหลือทหารบาดเจ็บในยามเกิดภัยสงคราม จากประเด็นความคิดดังกล่าว ได้ปรากฏผล 1มาถึงทุกวันน้ี กลา่ วคือ การริเร่ิมกอ่ ตัง้ คณะกรรมการกาชาดระหวา่ งประเทศ และการก่อตัง้ สภากาชาดประจ�ำชาติ ขน้ึ ใน พ.ศ. 2406 เพอ่ื ท�ำหนา้ ท่ฝี กึ แพทย์ พยาบาลและอาสาสมคั รให้การชว่ ยเหลือ 2 บรรเทาทกุ ขเ์ ม่อื เกิดภัยสงครามและภยั พิบตั ิต่าง ๆ การเผยแพร่และพัฒนากฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law) จากการประชุมกาชาดระหวา่ งประเทศ ใน พ.ศ. 2407 ทนี่ ครเจนวี า ประเทศสวิตเซอรแ์ ลนด์ ซงึ่ เปน็ ทมี่ าของ อนสุ ัญญาเจนีวา (Geneva Conventions) และถอื ได้ว่าเปน็ กฎหมายมนุษยธรรมฉบับแรกของโลก ดังนัน้ วนั ท่ี 8 พฤษภาคม ของทุกปี ประเทศสมาชิกกาชาดทัว่ โลกจงึ ไดพ้ รอ้ มใจกนั จดั กิจกรรม วันกาชาดโลก เพอ่ื แสดงความร�ำลกึ ถงึ ผ้รู ิเรมิ่ ก่อตง้ั กาชาด เปน็ แบบอย่างของนกั มนุษยธรรมท่ีอุทิศตนเพ่ือเพื่อนมนุษย์ ให้รอดพน้ จากความโหดร้ายของภยั สงคราม 3

เครอื่ งหมายกาชาด มี ................ แบบ ..................................................................... ใช้ในประเทศทว่ั ไป ไดแ้ ก่ สภากาชาดประเทศต่างๆ ..................................................................... ใชใ้ นประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ไดแ้ ก่ สภาเสี้ยววงเดอื นแดงประเทศตา่ งๆ ..................................................................... เป็นเครื่องหมายท่ีได้มีการรับรองเป็นสัญลักษณ์ใหม่ ใช้เป็นทางเลือกส�ำหรับประเทศ ท่ีไม่ต้องการใช้เคร่ืองหมายกากบาทแดงหรือเสี้ยววงเดือนแดง โดยได้รับการรับรอง เมื่อวนั ท่ี 8 ธนั วาคม พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) เครื่องหมายกาชาด ในยามสงคราม เป็นเคร่ืองหมายคุ้มครองบุคคล เป็นเครื่องหมายคุ้มครองอาคาร เชน่ แพทย์ พยาบาล เจ้าหนา้ ที่ สถานที่ ทรัพย์สิน ยานพาหนะ รวม อาสาสมัคร เชลยศึก ผบู้ าดเจบ็ ตลอดทั้งอุปกรณ์การแพทย์ และ ท้ังทหารและพลเรอื น อุปกรณ์ในการชว่ ยเหลอื จากสงคราม เครอ่ื งหมายกาชาด ในยามสงบ เป็นเคร่ืองหมายท่ีบ่งช้ีถึงการช่วยเหลือ ห้ามน�ำเครื่องหมายกาชาดไปใช้หากมิได้รับอนุญาตจาก บรรเทาทุกข์เมือ่ เกิดภัยพิบตั ิตา่ งๆ สภากาชาด หรอื องค์กรกาชาดฯ เครือ่ งหมายกาชาด เคร่อื งหมายกาชาด แสดงการคุ้มครอง เพอ่ื การบ่งช้ี ในการสู้รบ เครื่องหมายเหล่าน้ีต้องมีขนาด แสดงให้เห็นว่า เป็นบุคคลหรือวัตถุส่ิงของ ใหญ่ที่สุดเท่าท่ีจะท�ำได้ โดยไม่มีข้อความอื่น ที่เก่ียวข้องกับกลุ่มองค์กรกาชาด ในกรณีนี้ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อจะ เครอื่ งหมายจะตอ้ งมีขนาดเลก็ ควรแสดงขอ้ มลู ให้ความคุ้มครองแก่บุคลากรผู้บรรเทาทุกข์ เพ่ิมเติม เช่น ชื่อหรือชื่อย่อของสภากาชาด บุคลากรทางการแพทย์ อาคาร สถานท่ี และ และไม่ควรน�ำไปติดไว้บนปลอกแขนหรือบน ยานพาหนะ หลังคาอาคาร เพ่ือหลีกเลี่ยงความสับสนกับ เคร่อื งหมายแสดงการคมุ้ ครอง 4

การใช้เครือ่ งหมายกาชาดในทางทผ่ี ิด การใช้เลียนแบบ การใช้เครื่องหมายท่ีก่อให้เกิดความ สบั สนกับเครือ่ งหมายกาชาด หรอื เสย้ี ววงเดอื นแดง การใช้อย่างไม่ถูกต้อง การใช้เครื่องหมายกาชาด หรือเส้ียววงเดือนแดงโดยองค์กรหรือบุคคลท่ี ไมไ่ ดร้ ับอนญุ าต การใช้ผิดอย่างร้ายแรง (เพ่ือการหลอกลวง) การใช้เครื่องหมายกาชาดหรือเส้ียววงเดือนแดง ในยามสงคราม เพื่อคุ้มครองทหารที่ติดอาวุธ หรอื อปุ กรณ์ทางทหาร ขบวนการกาชาด ระหว่างประเทศ ประกอบดว้ ย 3 องค์กร 1. คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ Cross) (The International Committee of The Red หรอื ICRC 2. สหพนั ธส์ ภากาชาดและสภาเสย้ี ววงเดือนแดง ระหว่างประเทศ (The International Federation of Red Cross and Red Crescent Societies) หรือ Federation 3 หรอื IFRC . สภากาชาดประจำ� ชาติ สภาเสีย้ ววงเดือนแดง Cross ประจำ� ชาติ และ ครสิ ตลั แดง (The National Red and Red Crescent Societies and Red Crystal) หรือ NS 5

หน่วยงานไหนท�ำอะไร ลองทายดู หนว่ ยงาน หน่วยงาน หน่วยงาน ............................. ............................. ............................. a บรรเทาทุกข์เกี่ยวกับภัยสงคราม a ประสานงานเพ่ือการช่วยเหลือ a ฝึกแพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร การขดั กนั ทางอาวุธ ผ้ปู ระสบภัยพิบัติระหวา่ ง เพือ่ ปฏิบัติงานโครงการต่าง ๆ a ช่วยเหลอื ทหาร/พลเรือนท่ี ประเทศ ของสภากาชาดประเทศน้ัน ๆ บาดเจบ็ a บรรเทาทกุ ข์เกีย่ วกบั a เตรียมพร้อมป้องกนั การเกิด a ช่วยเชลยศกึ และพลเรอื นทถ่ี กู ภยั ธรรมชาติท่วั โลก ภัยพิบัติ และบรรเทาทุกข์ คมุ ขงั a พฒั นาดา้ นสุขภาพอนามยั ผ้ปู ระสบภัยพิบตั ติ า่ ง ๆ a สืบหาติดตามผ้สู ูญหายใน รว่ มกบั สภากาชาดประเทศตา่ งๆ a รณรงค์เรื่องการบริจาคโลหิต เหตกุ ารณ์สงคราม a อำ� นวยความสะดวกในการ การสงเคราะห์คนพิการ ผูป้ ่วย a ช่วยเหลือพลเรือนในพืน้ ที่ จดั ตง้ั สภากาชาดหรอื ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไดร้ ับความ ยดึ ครองของข้าศึก สภาเสยี้ ววงเดอื นแดง เดือดรอ้ น a เผยแพร่กฎหมายมนษุ ยธรรม a ดูแลชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยพิบัติ a ฝกึ อบรมเยาวชนในกิจกรรม ระหวา่ งประเทศ และผ้อู พยพจากพ้ืนทที่ ม่ี ีปัญหา ทีเ่ ก่ยี วกบั กาชาด การช่วยเหลอื a ธำ� รงรักษาหลกั การกาชาด บรรเทาทุกข์ เพ่อื ป้องกันชวี ติ a รบั รองสภากาชาดประเทศต่างๆ และสขุ ภาพ 6

คณะกรรมการกาชาด of humanitariayneaactirosn ระหว่างประเทศ สหพันธ์สภากาชาดและ “150 »‚ ¡ÒªÒ´à¾×èÍÁ¹ÉØ Â¸ÃÃÁ” สภาเส้ียววงเดือนแดง (พ.ศ. 2556) ระหวา่ งประเทศ สภากาชาดประจ�ำชาติ สภาเสีย้ ววงเดอื นแดง ประจ�ำชาติ ครสิ ตัลแดง ปัจจุบมนัสี สมาหชิกพ1ัน90ธ์สปรภะเาทกศทา่วั ชโลากดฯ 1. ทวีปยโุ รป 4. ทวปี อเมริกาใต้ มสี มาชิก 44 ประเทศ มสี มาชกิ 13 ประเทศ 2 เปน็ สภากาชาดท้ังหมด 5 เป็นสภากาชาดทงั้ หมด . ทวีปเอเชีย* . ทวีปออสเตรเลีย มสี มาชกิ 45 ประเทศ มสี มาชิก 13 ประเทศ จ�ำแนกเปน็ 20 สภากาชาด 6 เป็นสภากาชาดทง้ั หมด 3 24 สภาเส้ียววงเดือนแดง . ทวปี อาฟรกิ า . ทวปี อเมริกา มสี มาชกิ 53 ประเทศ มีสมาชกิ 22 ประเทศ จ�ำแนกเปน็ 43 สภากาชาดและ เปน็ สภากาชาดท้งั หมด 10 สภาเส้ยี ววงเดือนแดง (ขอ้ มูล : เดือนมนี าคม 2559) *หมายเหตุ : ในทวปี เอเชยี อสิ ราเอลใชส้ ญั ลกั ษณ์ (ดาวเดวดิ ) เปน็ เครอื่ งหมายประจ�ำสภาฯ ของตนเอง แต่ในกรณีที่ต้องออกปฏิบัติงานภายนอกประเทศ จะใช้เครื่องหมายคริสตัลแดง และมี ดาวเดวดิ อยตู่ รงกลาง ตามข้อกำ� หนดในพธิ สี ารเพ่มิ เติม ฉบับที่ 3 7

ประเทศเหล่านีอ้ ยูใ่ นทวปี ........................... ลองนบั ดซู ิคะว่ามสี ภากาชาด .......... ประเทศ 1 ฝรัง่ เศส 55 ไอรแ์ ลนด์ 2 อังกฤษ 57 ลิคเตนสไตน์ 3 อติ าลี 62 โมนาโก 6 เบลเยย่ี ม 67 สหพันธส์ าธารณรัฐเยอรมนี 7 นอร์เวย์ 68 ซานมารโิ น 8 โปรตเุ กส 146 ลิทวั เนยี 13 กรีซ 1 47 ลตั เวยี 14 สวีเดน 150 สหพนั ธรฐั รัสเซยี 16 เดนมารก์ 1 54 แอสโตเนยี 17 สาธารณรฐั สังคมนิยม 1 55 สาธารณรัฐสโลวัก โรมาเนยี 156 สาธารณรัฐเชก 19 สวิตเซอร์แลนด์ 157 สโลวเี นยี 21 เนเธอรแ์ ลนด์ 1 58 โครเอเชยี 22 สเปน 1 59 ยเู ครน 23 ยโู กสลาเวยี 161 มอลตา 24 โปแลนด์ 162 อนั ดอร์รา 28 ออสเตรยี 168 เบลารสู 29 ฮงั การี 169 มาซโี ดเนยี 30 บัลแกเรีย 177 บอสเนียและเฮอร์เซโกวนิ า 31 ลักเซมเบอร์ก 1 78 มอลโดวา 32 ฟนิ แลนด์ 1 86 เซอร์เบียและมอนเตเนโกร 38 แอลเบเนีย 188 ไซปรัส 42 ไอซแ์ ลนด์ 8

ประเทศเหลา่ นีอ้ ยใู่ นทวปี ........................... ลองนับดูซิคะวา่ มสี ภากาชาด .......... ประเทศ มสี ภาเสีย้ ววงเดอื นแดง .......... ประเทศ 4 ญีป่ ุน่ 91 มาเลเซยี 15 จีน 92 ซาอุดิอาระเบีย 27 ไทย 100 เนปาล 44 สาธารณรฐั อสิ ลามอหิ ร่าน 106 คูเวต 48 อนิ เดยี 112 บาห์เรน 49 ตรุ กี 113 บังคลาเทศ 52 อริ กั 116 สิงคโปร์ 58 เมียนมาร์ 124 กาตาร์ 59 เลบานอน 126 สาธารณรฐั อาหรบั เยเมน 60 ฟิลปิ ปนิ ส์ 135 สาธารณรฐั อาหรบั เอมเิ รตส์ 61 ซีเรยี 164 เติรก์ เมนิสถาน 63 ปากีสถาน 165 อูซเบกิสถาน 65 อนิ โดนีเซยี 166 อาร์เมเนยี 66 จอร์แดน 167 อาร์เซอร์ไบจัน 69 ศรลี งั กา 170 บรูไนดารสู ซาลาม 70 อฟั กานสิ ถาน 171 เคอร์กีสถาน 71 สาธารณรฐั เกาหลี 174 ทาจกิ สิ ถาน 72 สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตย 175 จอรเ์ จยี ประชาชนเกาหลี 180 คาซคั สถาน 183 ติมอร์เลสเต 73 ลาว 184 ปาเลสไตน์ 76 เวยี ดนาม 185 อสิ ราเอล* 81 สาธารณรัฐประชาชน 187 มัลดฟี ส์ มองโกเลยี 82 กัมพูชา *หมายเหตุ : ในทวปี เอเชยี อสิ ราเอลใชส้ ญั ลกั ษณ์ (ดาวเดวดิ ) เปน็ เครอ่ื งหมายประจ�ำสภาฯ ของตนเอง แต่ในกรณีท่ีต้องออกปฏิบัติงานภายนอกประเทศ จะใช้เครื่องหมายคริสตัลแดง และมี ดาวเดวดิ อยูต่ รงกลาง ตามขอ้ กำ� หนดในพธิ สี ารเพิม่ เตมิ ฉบบั ที่ 3 9

ประเทศเหลา่ นี้อยู่ในทวีป ........................... ลองนบั ดซู คิ ะว่ามสี ภากาชาด .......... ประเทศ 5 สหรัฐอเมรกิ า 56 ฮอนดูรสั 20 ควิ บา 99 จาเมกา 34 คอสตารกิ า 119 บาฮามาส 39 กัวเตมาลา 129 เบลซิ 40 เม็กซิโก 131 บาร์เบโดส 41 ปานามา 138 เซนต์ลูเซีย 43 เอลซัลวาดอร์ 141 เกรเนดา 46 แคนาดา 144 โดมินกิ า 50 สาธารณรัฐโดมินิกัน 145 เซนตว์ ินเซนต์และเกรนาดนิ ส์ 53 นคิ ารากัว 151 เซนตค์ ติ สแ์ ละเนวิส 54 เฮติ 152 แอนติกาและบาร์บดู า ประเทศเหลา่ น้อี ยู่ในทวปี ........................... ลองนับดูซิคะว่ามสี ภากาชาด .......... ประเทศ 9 เปรู 35 โคลมั เบีย 10 บราซิล 36 โบลเิ วีย 12 อาร์เจนตินา 37 เอกวาดอร์ 18 เวเนซเู อลา 96 ตรินแิ ดดและโตเบโก 25 อรุ กุ วยั 107 กายอานา 26 ชลิ ี 139 สรุ นิ าเม 33 ปารากวัย 10

ประเทศเหลา่ น้อี ยใู่ นทวีป ........................... ลองนบั ดซู ิคะว่ามสี ภากาชาด .......... ประเทศ มสี ภาเส้ยี ววงเดือนแดง .......... ประเทศ 45 อียปิ ต์ 97 บรู ก์ ีนาฟาโซ 127 รวนั ดา 47 อาฟริกาใต้ 99 สาธารณรฐั 128 ซมิ บบั เว 64 เอธโิ อเปีย ประชาธิปไตย 132 เคปเวริ ด์ 74 ตนู ิเซีย คองโก 133 เชาโตเมและ 75 ซูดาน 101 ไนเจอร์ ปรินซเิ ป 77 ลเิ บีย 102 ยูกนั ดา 134 กนิ ีบิสเซา 78 โมรอ็ กโก 103 เคนยา 136 แองโกลา 79 กานา 104 แซมเบยี 137 กนิ ี 80 ไลบเี รีย 105 มาลี 140 จีบตู ิ 83 โตโก 108 โซมาเลยี 142 ชาด 84 ไนจเี รีย 109 บอตสวานา 143 โมซัมบกิ 85 แอลจีเรีย 110 เลโซโท 149 เซเชลล์ 86 เบนนิ 111 มาลาวี 153 นามิเบีย 87 บูรุนดี 115 มอรเิ ตเนยี 163 อิเควทอเรียลกินี 88 แคเมอรูน 117 สาธารณรฐั 176 กาบอง 89 โกตดิวัวร์ อาฟรกิ ากลาง 182 คอโมโรส 90 มาดากสั การ์ 118 แกมเบยี 189 ซดู านใต้ 93 เซเนกัล 120 คองโก 94 เซยี ราลโี อน 121 มอรเิ ชยี ส 95 แทนซาเนยี 123 สวาซิแลนด์ 11

ประเทศเหล่านอี้ ยู่ในทวปี ........................... ลองนบั ดซู ิคะว่ามสี ภากาชาด .......... ประเทศ 11 ออสเตรเลีย 160 วานอู าตู 51 นิวซีแลนด์ 172 คิริบาส 114 ฟจิ ิ 173 ปาเลา 122 ปาปัวนิวกนิ ี 179 หมูเ่ กาะคกุ 125 ตองกา 181 ไมโครนเี ซีย 130 ซามวั ตะวนั ตก 190 ตูวาลู 148 หมูเ่ กาะโซโลมอน ประเทศในทวปี ต่างๆ นน้ั มปี ระเทศใดบา้ ง ท่เี ราอยากไปเทีย่ วมากทีส่ ดุ 1. ........................................................ 6. ........................................................ 2. ........................................................ 7. ........................................................ 3. ........................................................ 8. ........................................................ 4. ........................................................ 9. ........................................................ 5. ........................................................ 10. ........................................................ ช่อื ประเทศอะไรบ้าง ท่ีเราได้ยนิ ข่าวว่ามีการขัดแย้ง ภายในประเทศหรือมกี ารท�ำสงครามกนั 1. ........................................................ 6. ........................................................ 2. ........................................................ 7. ........................................................ 3. ........................................................ 8. ........................................................ 4. ........................................................ 9. ........................................................ 5. ........................................................ 10. ........................................................ 12

หลกั การกาชาดฯ หลักการกาชาด เปน็ หลักการดำ� เนินงาน ของกาชาดท่ัวโลก เป็นผลมาจากมตกิ ารประชุม กาชาดระหวา่ งประเทศ ครั้งที่ 20 ณ กรงุ เวยี นนา ประเทศออสเตรยี ในปี พ.ศ. 2508 1. มนุษยธรรม (Humanity) กาชาดถือก�ำเนิดมาเพื่อการชว่ ยเหลอื บรรเทาทกุ ข์ เพอื่ นมนษุ ย์ วตั ถุประสงคค์ ือ การป้องกันชวี ิต และสุขภาพ การเคารพในสิทธขิ องมนษุ ย์ รวมท้ังการส่งเสริมสมั พันธภาพ ความรว่ มมือ เพอ่ื สนั ตสิ ุขท่ยี ัง่ ยนื ของมนุษยชาติ 2. ความไมล่ �ำเอยี ง 3. ความเป็นกลาง (Impartiality) (Neutrality) กาชาดไมแ่ บง่ เชื้อชาติ สญั ชาติ ศาสนา ชนชัน้ กาชาดไมเ่ ขา้ ขา้ งฝ่ายใดฝา่ ยหนึ่ง ไมเ่ ขา้ ไป และลัทธิการเมือง มหี นา้ ท่ีช่วยเหลือเพือ่ นมนษุ ย์ มีส่วนรว่ มในการขัดแยง้ ทางด้านการเมอื ง ตามความจ�ำเป็นและความรีบด่วนของปญั หา เชือ้ ชาติ ศาสนา หรือความคดิ เหน็ ใดๆ ไม่วา่ จะเปน็ เพอื่ การป้องกันชีวติ และสขุ ภาพ เวลาใดก็ตาม 4. ความเป็นอสิ ระ 5. บรกิ ารอาสาสมคั ร (Independence) (Voluntary Service) กาชาดเป็นองคก์ รอิสระให้ความชว่ ยเหลอื กาชาดเป็นองค์กรการกศุ ลสาธารณะ ดา้ นมนุษยธรรมโดยไม่ขึน้ กับรัฐบาลของประเทศ ท�ำงานดว้ ยความสมคั รใจ เต็มใจ และไม่คิดหวงั แต่ต้องปฏบิ ตั ิตามกฎของหลักการกาชาดเสมอ สิ่งตอบแทนจากการท�ำหน้าทใี่ ห้บริการตา่ งๆ 6. ความเปน็ เอกภาพ 7. ความเป็นสากล (Unity) (Universality) แตล่ ะประเทศมสี ภากาชาดหรอื สภาเสย้ี ววงเดอื นแดง สภากาชาดหรอื สภาเส้ียววงเดือนแดง ไดเ้ พยี งสภาเดยี ว ท�ำหนา้ ทใ่ี ห้บรกิ าร เปน็ องค์กรทมี่ อี ยู่ทั่วโลก มีฐานะความรบั ผดิ ชอบ และหนา้ ท่ใี นการใหค้ วามช่วยเหลอื ซงึ่ กนั และกัน ด้านมนษุ ยธรรม เพอื่ ช่วยเหลอื ผู้ทกุ ขย์ าก ผ้ปู ระสบภยั ต่างๆ ทัว่ ประเทศ เทา่ เทยี มกัน 13

Can you find seven Principles of Red Cross D I ND E P E ND E N C EWNO J A LMS R E E TNU LOV A I S A T S I POHUMAN I T Y HUGP E E L HA KON E I BOSMD E A L R ANC RQUK T HUME HAN L VOL UNT AR Y S E R V I C E E I MYOR Z I HY R F ENDHS HCACAUNL ANGUAGEWE C E M L R S BOWL A N YMC ON I K I HSOT VOK I HUB I RD M T Y U P I S E HMW T M L N L T YUN I V E R S A L I T Y P I DY q HUMANITY q VOLUNTARY SERVICE q IMPARTIALITY q UNITY q NEUTRALITY q UNIVERSALITY q INDEPENDENCE 14

หลกั การกาชาด 7 ขอ้ อยตู่ รงไหนบ้าง ลองสำ� รวจดูนะ ∫‡ª Á πÕ ‘  √–¿“ √ — ° ‡ √ ’ π° “™ “ ¥ ‘ ‡ª Á π “°≈‰¥ ‡ °‡ª ‘ ¥µ√¥ Ÿ ¡°ª “  ª °ª “ æ°ø à ¡ Á √ ¡≥ Á ° ß ™≠≈≈≥π Õ„ ®°π°≈“ ß”¥ ‡ µ“ — ∑¬∏ √√¡‡ ∏Õ π≈   …ªæ ¡  ÀÕΩ ° À√ ÿ “« ’ Õ„ … ’ ÿ ∫π∂º ¡ — § √¬ø“ ¡¿ ‘ » Á · ∫Œß¬æ q หลักการกาชาด q เป็นอสิ ระ q มนษุ ยธรรม q บริการอาสาสมคั ร q ไม่ลำ� เอยี ง q เป็นเอกภาพ q เป็นกลาง q เป็นสากล 15

กฎหมายมนุษยธรรม ระหวา่ งประเทศ ความคิดของอังรี ดูนังต์ นอกจากการริเริ่ม ให้มีการก่อต้ังองค์การกาชาดระหว่างประเทศและ สภากาชาดประจ�ำชาติแล้ว ความคิดของเขาอีก ประการหน่ึง คือการก�ำหนดข้อตกลงร่วมกันระหว่าง ประเทศทเี่ รยี กวา่ กฎหมายมนษุ ยธรรมระหวา่ ง ประเทศ (International Humanitarian Law) หรือ IHL น่ันเอง โดยมีต้นก�ำเนิดมาจาก อนุสัญญาเจนีวา 4 ฉบับ ซ่ึงได้รับการลงนามรับรองจาก การประชุมทางการทูตระหว่างประเทศ เมื่อ พ.ศ. 2492 เพื่อการ คุ้มครองทหารและพลเรือนตลอดท้ัง พิธีสารเพิ่มเติม เพื่อให้ ครอบคลุมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสงครามและความขัดแย้ง ทางอาวุธมากยิง่ ขน้ึ GENEVA CONVENTIONS 16

อนุสญั ญาเจนีวา ฉบบั ท่ี 1 วา่ ด้วยการค้มุ ครองและชว่ ยเหลือทหารบาดเจ็บ เจบ็ ป่วยในสนามรบ อนุสัญญาเจนีวา ฉบบั ที่ 2 ว่าด้วยการค้มุ ครองและช่วยเหลือทหารบาดเจ็บ เจ็บปว่ ยในสงคราม ทางทะเล อนุสญั ญาเจนวี า ฉบบั ท่ี 3 วา่ ด้วยการกำ� หนดสถานภาพและ การปฏบิ ตั ติ ่อเชลยศกึ อนสุ ญั ญาเจนวี า ฉบบั ท่ี 4 วา่ ดว้ ยการค้มุ ครองและชว่ ยเหลอื พลเรือน ในเขตพื้นท่ี ที่มกี ารขัดแย้งทางก�ำลังทหาร ตอ่ มาไดม้ ขี ้อกฎหมายเพ่มิ เติมทเี่ รียกว่า พธิ ีสารเพมิ่ เตมิ (The Additional Protocols) เพอ่ื คุม้ ครองและชว่ ยเหลอื ประชาชนพลเรือนใหม้ คี วามปลอดภัยมากยงิ่ ข้นึ มีการลงนามรับรอง พิธีสารเพิม่ เตมิ 2 ฉบับ เมือ่ พ.ศ. 2520 ที่กรงุ เจนวี า ประเทศสวติ เซอร์แลนด์ ใจความส�ำคัญ มดี งั น้ี พธิ ีสารฉบบั ท่ี 1 พิธสี ารฉบบั ที่ 2 การคมุ้ ครองพลเรอื นซึง่ ไดร้ ับผลกระทบ การคุม้ ครองพลเรอื นซง่ึ ได้รับผลกระทบ จากการขดั กันทางอาวธุ ระหวา่ งประเทศ ครอบคลุม จากการขัดแยง้ ทม่ี ิใชร่ ะหว่างประเทศ เช่น สงครามกลางเมือง การขัดแยง้ ถงึ ทรพั ยส์ นิ ของพลเรอื น อปุ กรณ์รกั ษาพยาบาล แพทย์ พยาบาล เจา้ หนา้ ท่ีบรรเทาทุกข์ ระหวา่ งฝ่ายรฐั บาลและฝา่ ยกบฏ และก�ำหนดวิธกี ารใช้อาวธุ ในการทำ� สงคราม 17

Impofrotar nytou อนสุ ัญญาเจนีวา สาระสำ� คญั a เป็นหลักของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่าง ของอนสุ ญั ญาเจนวี า ประเทศ a เป็นตราสารระหว่างประเทศท่ีส�ำคัญที่สุด ประเทศภาคีท้ังหลายจักด�ำเนินการ ในการปกป้องศักดิ์ศรีของมนุษย์ในยาม เพอื่ เคารพและประกนั ใหม้ ีการเคารพวา่ สงคราม a ผบู้ าดเจบ็ ต้องไมถ่ ูกทอดท้ิง a เป็นอนุสัญญาที่ได้รับการให้สัตยาบันมาก a ผูป้ ว่ ยต้องได้รับการดูแล ทส่ี ุดในโลก (189 ประเทศ) a ผู้เสียชีวติ ต้องถกู ค้นหา a พาหนะเคล่ือนย้ายผู้บาดเจ็บต้องได้ สาระสำ� คญั รบั การค้มุ ครอง ของพธิ ีสารเพ่ิมเตมิ a เชลยศึกต้องได้รับการปลดปล่อยและ สง่ กลบั โดยไมช่ กั ชา้ a ตอ้ งจำ� กัดวธิ กี ารในการทำ� สงคราม a ใหค้ วามช่วยเหลอื แก่เรอื อับปาง a ต้องแยกแยะพลเรือนออกจากผู้ที่ท�ำการ a โรงพยาบาลตอ้ งไมถ่ กู คุกคาม สูร้ บ (ทหาร) a หีบห่อยาและเวชภัณฑ์มีเส้นทาง a ห้ามท�ำลายสิ่งท่ีจ�ำเป็นต่อความอยู่รอด ล�ำเลยี งท่ีปลอดภัย ของพลเรือน a สตรีต้องได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษ a ห้ามน�ำเด็กที่อายุต่�ำกว่า 15 ปี เข้าร่วม ให้พน้ จากการถูกข่มขนื ในการสรู้ บ a ห้ามการปล้นสะดม a หา้ มแก้แคน้ ผ้ทู ไี่ ด้รับการคุ้มกัน 18

กฎขอ้ สำ� คัญๆ ของ กฎหมายมนุษยธรรมระหวา่ งประเทศ 1 การเคารพชีวติ ทหาร พลเรอื น 2 การเคารพ เครื่องหมาย 3 ห้ามท�ำร้ายคนท่ีวางอาวุธ 4 ชว่ ยคนบาดเจ็บ รักษา พยาบาล 5 การแบ่งเขตระหวา่ ง ทหารและพลเรอื น 6 การจำ� กัดวิธี ในการท�ำสงคราม 19

มนษุ ยธรรมในภาวะสงคราม เมอ่ื เอ่ยคำ� วา่ “สงคราม” เรานกึ ถงึ อะไรบ้าง? ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... คณุ คิดว่าใครบา้ งทีม่ ีสว่ นเกีย่ วขอ้ งอยูใ่ นภาวะสงคราม? 1. .............................................. 4. .............................................. 7. ............................................. 2. .............................................. 5. .............................................. 8. ............................................. 3. .............................................. 6. .............................................. 9. .............................................. ในภาวะสงคราม “พลเรอื น” หมายถงึ ใครบา้ ง? 1. .............................................. 4. .............................................. 7. ............................................. 2. .............................................. 5. .............................................. 8. ............................................. 3. .............................................. 6. .............................................. 9. .............................................. ในภาวะสงครามหรือการขัดแย้ง พลเรอื นควรได้รบั การปฏิบตั อิ ยา่ งไร? ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... คุณมคี วามคิดเหน็ อยา่ งไรกบั ข้อความที่กลา่ วว่า “ห้ามเกณฑ์เด็กอายุต�่ำกว่า 15 ปี มาเปน็ ทหาร” ? ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... 20

คิดว่า “เชลยศกึ ” หมายถงึ ใครบ้าง? 1. .............................................. 4. .............................................. 7. ............................................. 2. .............................................. 5. .............................................. 8. ............................................. 3. .............................................. 6. .............................................. 9. .............................................. สถานทใี่ ดบา้ งที่ไมค่ วรถกู โจมตจี ากการทำ� สงคราม เพราะเหตใุ ด? 1. ...................................................................... เพราะ ...................................................................... 2. ...................................................................... เพราะ ...................................................................... 3. ...................................................................... เพราะ ...................................................................... 4. ...................................................................... เพราะ ...................................................................... 5. ...................................................................... เพราะ ...................................................................... 6. ...................................................................... เพราะ ...................................................................... อาวุธใดบ้าง ที่ไม่ควรนำ� มาใช้ในการท�ำสงคราม? 1. .............................................. 4. .............................................. 7. ............................................. 2. .............................................. 5. .............................................. 8. ............................................. 3. .............................................. 6. .............................................. 9. .............................................. ควรมีกฎ หรอื ขอ้ หา้ ม ในการจ�ำกัดความรนุ แรง ของสงครามหรอื ไม?่ q ควรมีกฎ หรือข้อห้าม q ไม่ควรมีกฎ หรือข้อหา้ ม เพราะ ........................................................................................................................................................ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... 21

ปกราะวชัตาิ ดไทย พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อย่หู ัว องคอ์ ุปถมั ภก สภาอุณาโลมแดงแหง่ ชาตสิ ยาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ ก่อตั้งองค์กรการกุศล เม่ือวันที่ 26 เมษายน 2436 (ร.ศ. 112 : เกิดเหตุการณ์กรณี พิพาทระหว่างประเทศไทยกับฝร่ังเศส เก่ียวกับเขตแดนริมฝั่งซ้ายแม่น�้ำโขง) ใช้ ช่ือว่า “สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม” ด�ำเนินการช่วยทหารบาดเจ็บ ป่วยไข้จากการสู้รบ ท�ำหน้าที่ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ รักษาพยาบาล ผู้เจบ็ ปว่ ยจากภัยสงคราม และภัยพิบัตติ า่ งๆ ปีพุทธศักราช 2449 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 5 ทรงมีพระบรมราชานุญาต ให้ส่งผู้แทนไปร่วมประชุมกาชาดระหว่างประเทศ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพ่ือลงนาม ความตกลงเร่ืองการใช้เครื่องหมายกาชาดช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บในสนามรบ สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติ สยาม จึงได้เปล่ียนมาใช้ช่ือว่า สภากาชาดสยาม โดยใช้เครื่องหมายกาชาดเป็นสัญลักษณ์ ต่อมาได้เปลี่ยน ช่ือเปน็ สภากาชาดไทย เมื่อ พ.ศ. 2482 22

พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยหู่ วั องค์อุปถัมภก สภากาชาดสยาม ปีพุทธศักราช 2453 พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั รัชกาลที่ 6 ทรงสืบทอดพระราชภารกจิ ของสภากาชาดสยาม ให้เจริญก้าวหน้าเช่นอารยประเทศ ปีพทุ ธศักราช 2454 พระองคท์ ่านได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ผแู้ ทนไปร่วมประชมุ กาชาดระหว่างประเทศท่กี รงุ วอชิงตนั สหรัฐอเมรกิ า เพ่ือร่วมลงนามความตกลง เร่อื ง กฎหมายคุ้มครองเครอื่ งหมายกาชาด (กฎหมายมนษุ ยธรรมระหว่างประเทศ) IHL ทรงโปรดเกล้าฯ แต่งต้งั ให้ พระเจ้าน้องยาเธอ เจา้ ฟา้ บรพิ ตั รสขุ ุมพนั ธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพนิ ติ เป็น อุปนายกผอู้ �ำนวยการสภากาชาดสยาม บริหารงานของสภากาชาดใหเ้ จรญิ กา้ วหน้าตอ่ ไป ทรงมีพระราชโองการให้ประกาศพระราชบญั ญตั ิว่าดว้ ยสภากาชาดสยาม ในปีพุทธศักราช 2461 และทรงนำ� สภากาชาดสยามเขา้ เปน็ สมาชิก ของสหพนั ธส์ ภากาชาดฯ ในปพี ทุ ธศกั ราช 2463 สภากาชาดสยาม ได้รับการรับรองการเปน็ สมาชิก ล�ำดับท่ี 27 เม่อื วันท่ี 8 เมษายน พุทธศักราช 2464 และไดม้ กี ารรับมติจากกาชาดระหวา่ งประเทศใหเ้ ผยแพรก่ จิ กรรมกาชาดสเู่ ยาวชน ในสมยั ของรชั กาลท่ี 6 นี้ โดยจัดเข้าระบบการศกึ ษาของแตล่ ะประเทศ.... 23

มารจู้ กั หนว่ ยงานตา่ งๆ ของสภากาชาดไทย...กันเถอะ หน่วยงานของสภากาชาดไทย ประกอบดว้ ย 14 สำ� นักงาน ส�ำนักงาน ศนู ย์ชำ� นัญพเิ ศษ 6 ศูนย์ หน่วยงานพิเศษ 5 หนว่ ยงาน 1. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เหล่ากาชาดจงั หวดั 76 จังหวดั 2. โรงพยาบาลสมเดจ็ พระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา และ 231 กิง่ กาชาดอำ� เภอ 3. สำ� นกั งานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทกั ษ์ (ในปี 2556) 4. สถานเสาวภา 5. ศูนยบ์ รกิ ารโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย 6. วิทยาลัยพยาบาล สภากาชาดไทย 7. ส�ำนักงานบรหิ าร 8. ส�ำนักงานกลาง 9. ส�ำนักงานการคลงั 10. ส�ำนกั งานจดั หารายได้ 11. ส�ำนกั งานยุวกาชาด 12. ส�ำนักงานอาสากาชาด 13. สำ� นกั งานบรหิ ารทรัพยากรบุคคล 14. สำ� นักงานบริหารกิจการเหลา่ กาชาด ศนู ยช์ ำ� นัญพเิ ศษ 6 ศูนย์ หน่วยงานพิเศษ 5 หนว่ ย 1. ศูนย์ดวงตา 1. สำ� นกั งานโภชนาการ สวนจติ รลดา 2. ศูนย์เวชศาสตร์ฟ้ืนฟู 2. ส�ำนกั งานจัดการทรพั ย์สนิ 3. ศนู ย์วจิ ัยโรคเอดส์ 3. มูลนธิ สิ งเคราะหเ์ ดก็ 4. ศูนยร์ ับบรจิ าคอวัยวะ ของสภากาชาดไทย 5. ศูนยเ์ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 4. ส�ำนกั งานตรวจสอบ 6. ศูนยฝ์ ึกอบรมปฐมพยาบาล 5. ส�ำนกั งานบรหิ ารระบบกายภาพ และสุขภาพอนามยั 24

ค�ำแถลงสภากาชาดไทย สภากาชาดไทย เปน็ สถาบันการกศุ ลอาสาสงเคราะห์ ตัง้ ขึ้นเพอื่ บรรเทาทุกขย์ ากของมนษุ ยชาติ โดยไม่เลอื กชาติ ชน้ั ยดึ หลกั มนษุ ยธรรมเป็นทต่ี ัง้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเปน็ องคอ์ ุปถัมภก สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถ ทรงเปน็ สภานายกิ า สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า เจา้ ฟา้ มหาจักรีสริ ินธร รัฐสมี าคณุ ากรปยิ ชาติ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงเป็น อุปนายิกาผูอ้ �ำนวยการ นับว่าเป็นพระมหากรณุ าธคิ ณุ ตอ่ กจิ การนี้อย่างหาทสี่ ุดมไิ ด้ ยวุ กาชาดเปน็ กำ� ลังสำ� คญั ส่วนหนงึ่ ของสภากาชาดไทย จ�ำเปน็ ที่สมาชิกยวุ กาชาดทุกคน จะตอ้ งปฏบิ ตั ติ นตามหลักการกาชาด และบำ� เพ็ญตน ให้เป็นประโยชน์ เพอ่ื ช่วยเหลือผูอ้ ื่นทกุ เมื่อ 25

27 มกราคม ของทุกปี เปน็ วันคล้ายวนั สถาปนา ยุวกาชาดไทย สมเด็จเจา้ ฟ้าบริพตั รสขุ มุ พนั ธ์ กรมพระนครสวรรคว์ รพินติ มกี ารริเริ่มกจิ การกาชาดไปสูเ่ ดก็ และเยาวชนในสมัยรชั กาลท่ี 6 โดย สมเดจ็ เจ้าฟา้ บรพิ ตั ร สุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรคว์ รพนิ ติ อปุ นายกผู้อำ� นวยการสภากาชาดสยาม ไดเ้ รมิ่ กอ่ ต้งั กองอนสุ ภากาชาดสยาม เม่ือวนั ท่ี 27 มกราคม พทุ ธศกั ราช 2465 และดำ� เนนิ ภารกจิ กาชาดด้านเด็กและเยาวชนตามข้อเสนอของกาชาดระหว่างประเทศ กองอนสุ ภากาชาดสยาม ดำ� เนนิ งานดา้ นเดก็ และเยาวชน โดยร่วมกับกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ตอ่ มาเปลยี่ นชอื่ เปน็ กองอนสุ ภากาชาด เมอื่ ปพี ุทธศักราช 2485และเปลีย่ นช่ือเปน็ กองยุวกาชาด ปพี ทุ ธศักราช 2521 ปีพทุ ธศักราช 2540 สภากาชาดไทย ไดป้ รับปรงุ หน่วยงานในสงั กัด ตามระเบียบคณะกรรมการ บริหารสภากาชาดไทย กองยุวกาชาด จึงไดป้ รับเปลีย่ นเปฺน็ สำ� นกั งานยุวกาชาด ค�ำปฏิญาณตนยุวกาชาด ข้อ 1 ข้าฯ จะจงรักภกั ดตี ่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ ข้อ 2 ขา้ ฯ จะเป็นมิตรกบั คนท่วั ไป และจะบ�ำเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชน์ แก่สว่ นรวม ข้อ 3 ข้าฯ จะรักษาอนามัยของตนเองและส่งเสริมอนามยั ของผู้อ่นื 26

วัตถุประสงค์ของยุวกาชาด วตั ถปุ ระสงคข์ องยวุ กาชาดสากล เพ่ือฝึกอบรมให้เยาวชน 1. มอี ุดมคติในศานติสขุ (Education for peace) 2. มีความรู้ความช�ำนาญในการรักษาอนามัย ของตนเองและของผ้อู นื่ (Good Health) 3. ร้จู กั บำ� เพญ็ ตนให้เป็นประโยชน์ตอ่ ผูอ้ ืน่ (Good Service) 4. มีสมั พนั ธภาพอนั ดกี บั บุคคลทั่วไป (International Friendship) วตั ถปุ ระสงค์ของยวุ กาชาดไทย เพ่ือฝกึ อบรมให้เยาวชน 1. มอี ุดมคติในศานติสุข มีความจงรกั ภกั ดีตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. มคี วามรู้ ความช�ำนาญในการรกั ษาอนามยั ของตนเองและของผู้อ่ืน ตลอดจนการพฒั นาตนเองทางรา่ งกาย จิตใจ คณุ ธรรม และธ�ำรงไว้ ซึง่ เอกลักษณ์ทางวฒั นธรรมของชาติ 3. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจในหลักการและอุดมการณ์กาชาด มคี ุณธรรม จริยธรรม และมีจติ ใจเมตตา กรุณาตอ่ เพื่อนมนุษย์ 4. บำ� เพ็ญตนให้เปน็ ประโยชนต์ อ่ ผอู้ น่ื ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาติ 5. มจี ติ ส�ำนกึ ในการอนุรกั ษ์ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม 6. มีสัมพันธภาพและมิตรภาพ ที่ดีต่อบุคคลทัว่ ไป 27

ยวุ กาชาด ในมิติปจั จุบนั เยาวชนทเ่ี ป็นยวุ กาชาดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1. สมาชกิ ยวุ กาชาด 2. อาสายุวกาชาด ได้แก่ เยาวชนอายุระหวา่ ง 7 ปี ถงึ 18 ปี ได้แก่ เยาวชนอายุระหว่าง 15 ปี ถงึ 25 ปี ท่กี ำ� ลงั ศึกษาอยู่ในสถานศึกษา หรอื เยาวชน หรอื เยาวชนทกี่ ำ� ลงั ศกึ ษาอยู่ในระดับ ทกี่ ำ� ลงั ศึกษาอยูใ่ นระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนปลายถึงระดับอุดมศึกษา ถงึ มธั ยมศึกษาตอนปลายและเลือกเรียน หรอื เทยี บเทา่ ทง้ั ในสถานศกึ ษาและ ยวุ กาชาดตามหลกั สตู รการเรยี นการสอน นอกสถานศกึ ษา ซ่งึ มคี วามสนใจสมคั ร เปน็ อาสายุวกาชาด ไดผ้ ่านการอบรม ยวุ กาชาดของกระทรวงศกึ ษาธิการ หลกั สตู รพ้ืนฐานของยวุ กาชาด และ สงั กัดชมรมอาสายวุ กาชาด 28

อาสายุวกาชาด พ่ึงพาได้เรื่องอะไรบ้าง 29

R EDC ROSS B INGO คำ� สั่ง โปรดตอบคำ� ถามลงในชอ่ งวา่ ง ตามหมายเลขข้อท่ีก�ำหนดไว้ 1. จ�ำนวนประเทศทีเ่ ปน็ สมาชิกของสหพนั ธ์สภากาชาดฯ ทกุ ทวปี ท่วั โลก 2. ช่อื ถนนสายหนงึ่ ในกรุงเทพฯ ซ่งึ ตงั้ ขน้ึ เน่ืองในวาระครบรอบ 100 ปี กาชาดสากล 3. ชือ่ โรงพยาบาลทเี่ ป็นอนุสรณ์แดผ่ ู้พระราชทานพระบรมราชานญุ าตให้กอ่ ตงั้ สภากาชาดสยาม 4. ชอ่ื พระมหากษัตริยผ์ ทู้ รงผลักดันให้สภากาชาดสยามได้เขา้ เปน็ สมาชกิ ของ สหพันธส์ ภากาชาดฯ 5. ชือ่ สวนงแู หง่ ที่ 2 ของโลก 6. อายขุ องสภากาชาดไทยนับถึงปจั จบุ ันนี้ 7. ชอ่ื เรียกประชาชนท่อี าสาสมคั รชว่ ยเหลอื ภารกิจของกาชาด 8. ชื่อเรียกเยาวชนหรอื ประชาชนที่ทำ� งานอาสาสมคั รดา้ นเยาวชน 9. ชอ่ื เรยี กเดก็ หรอื เยาวชนท่ีเป็นสมาชกิ ของกาชาด 1 23 456 7 89 30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

41

42

43

44


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook