๒หน่วยการเรยี นรู้ท่ี สังคมไทย จุดประสงค์การเรยี นรู้ • วเิ คราะห์ความสาคญั การเปลยี่ นแปลงทางสังคมได้
การเปล่ียนแปลงในสงั คม ความหมาย • การเปล่ยี นแปลงทางสังคม หมายถงึ การเปลยี่ นแปลงระเบยี บของสังคมในการกระทาในเร่ืองตา่ งๆ ซงึ่ เปน็ การ เปลย่ี นแปลงท่เี กย่ี วขอ้ งกับความสมั พันธ์และแบบแผนความประพฤตขิ องสมาชิกในสังคมท่ีแตกต่างไปจากเดิม เชน่ การเปลย่ี นวัตถุสิ่งของท่ีใช้ การเปลย่ี นแปลงความคดิ ความเช่อื เปน็ ต้น
ประเภทของการเปล่ียนแปลงในสงั คม การเปลย่ี นแปลงระดับจุลภาค เปน็ การเปลี่ยนแปลงขนาดยอ่ ยในระดบั บคุ คล กลุ่มบคุ คล และรวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ของบคุ คล ตวั อยา่ งเชน่ • การผลิตสินค้า จากเดิมที่ผลิตสินค้าด้วยมือ เปลี่ยนมาเป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการผลิตสนิ คา้ เพือ่ ใหไ้ ด้ปริมาณมาก เพยี งพอกบั ความต้องการในปัจจุบัน • การศึกษาของนักเรียน จากเดิมครูจะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียนฝ่ายเดียว เปลี่ยนเป็นการศึกษาเน้นให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดเป็น ทาเป็น และมภี าวะความเปน็ ผ้นู า
ประเภทของการเปลย่ี นแปลงในสังคม การเปลย่ี นแปลงระดบั มหภาค เป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับระบบสังคม มีผลกระทบต่อแบบแผนการดาเนินชีวิตของผู้คนในสังคม เป็นจานวนมาก ตวั อยา่ งเช่น • การเลกิ ทาสในสมัยรชั กาลที่ ๕ ส่งผลให้ราษฎรทุกคนมีความเทา่ เทียมกนั มีเสรีภาพในการ ดาเนนิ ชีวติ ประกอบอาชีพ นอกจากน้ยี งั มผี ลทาให้ประเทศมแี รงงานอิสระเพิ่มมากขนึ้ • การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ เปลี่ยนจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็น ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ประชาชนมสี ทิ ธิ เสรภี าพ และความเสมอภาคเท่าเทยี มกนั
ปจั จัยท่ีก่อให้เกิดการเปล่ยี นแปลงในสังคม ปจั จยั ภายใน • เช่น การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งของใหม่ๆ การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ เป็นต้น ซงึ่ มผี ลต่อทางสังคมมาก เพราะเทคโนโลยีใหมๆ่ ทาใหส้ ะดวกสบาย ติดต่อส่อื สารได้เร็วขึ้น ผลิตสินค้าได้ ในปริมาณที่มากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรและอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างครอบครัวและสังคมในลาดบั ต่อไป มูลเหตทุ ท่ี าใหเ้ กิด การเปลีย่ นแปลงในสังคม สามารถจาแนกออกเป็น ๒ ปจั จยั ใหญๆ่ • ปัจจุบันมีการแพร่กระจายและการรับวัฒนธรรมของสังคมอื่นมาใช้กันมาก ตัวอย่างเช่นการนาระบบ ปัจจยั ภายนอก โรงเรียนมาใช้แทนการเรียนรู้จากครอบครัวหรือวัดเช่นในอดีต หรือการรับวัฒนธรรมด้านเครื่องแต่งกาย อาหาร ยารักษาโรค และเครื่องมือสื่อสารจากสังคมอื่นมาใช้จนทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมขึ้น มากมายในปจั จุบัน
ปญั หาสังคมไทยและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา • สังคมไทยกเ็ ปน็ เชน่ เดยี วกบั สงั คมอน่ื ๆ ท่วั โลกทมี่ ปี ัญหา เพราะทุกสังคมมีการเปล่ียนแปลงมีคนกระทาพฤติกรรม เบีย่ งเบนความสัมพันธ์ และสถาบนั ทางสงั คมทาหนา้ ที่ไม่ครบสมบรู ณ์ซง่ึ สิ่งเหลา่ นี้เป็นปัจจยั พ้ืนฐานทาใหเ้ กดิ ปญั หา สงั คมได้ ปัญหาสงั คมอาจมีความรนุ แรงและส่งผลกระทบต่อสงั คมในระดบั และขอบเขตท่ีตา่ งกนั เช่น ระดับชมุ ชน ระดบั ประเทศ และระดบั โลก เป็นต้น
ปญั หายาเสพติด สาเหตุของปัญหา • ความอยากรู้อยากลอง ความรเู้ ทา่ ไม่ถงึ การณ์ • ไมไ่ ด้รับคาแนะนาทีถ่ ูกตอ้ งจากผูใ้ หญ่และบุคคลทเ่ี กย่ี วข้อง • การชกั ชวนของเพอื่ น โดยส่วนมากมักเกดิ จากความเกรงใจเพ่ือนหรือต้องการแสดงตนว่าเปน็ พวกเดียวกับเพ่ือน แนวทางการแกไ้ ข • รฐั บาลควรมีนโยบายปราบปรามยาเสพตดิ อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม • พ่อแม่ควรปลูกฝงั ค่านิยมท่ีดีให้แกล่ ูก เพอื่ ป้องกนั ปัญหายาเสพตดิ • องคก์ รเอกชนควรมบี ทบาทในการให้ความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับพิษภยั ของยาเสพตดิ
ปญั หาสง่ิ แวดล้อม สาเหตุของปญั หา • การตัดไมท้ าลายปา่ การเผาป่า การลา่ สตั ว์ • การคมนาคมขนสง่ ที่ก่อใหเ้ กดิ มลพิษ • การทง้ิ ขยะลงในแมน่ า้ ลาคลอง • กระบวนการผลติ ของโรงงานอุตสาหกรรม แนวทางการแก้ไข • ปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับการอนุรักษส์ ิ่งแวดล้อม • รว่ มกันรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทนกันมากขึ้น เช่น การใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถงุ พลาสติก • ปลกู ตน้ ไมเ้ พ่ือเพิ่มพนื้ ท่ีสีเขยี วในบริเวณชมุ ชนและบรเิ วณท่สี าธารณะ
ปัญหาการทจุ รติ สาเหตขุ องปญั หา • เกดิ จากความโลภ ความตอ้ งการ ความอยากได้ ความบริโภคที่เกินพอดี • การเหน็ ตวั เหน็ แก่ประโยชน์สว่ นตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม • การขาดจิตสานึกทางศลี ธรรมและการไมเ่ กรงกลัวกฎหมาย แนวทางการแกไ้ ข • ภาครัฐควรมบี ทลงโทษทางกฎหมายที่เข้มงวดเกีย่ วกับการทุจริต • พอ่ แม่ควรปลูกฝังคา่ นิยมทดี่ ี เนน้ ความซือ่ สตั ยส์ จุ รติ ให้แกบ่ ุตรหลาน • องคก์ รทุกภาคส่วนควรตระหนกั ถึงความสาคญั และเป็นตัวอย่างที่ดใี นการแกไ้ ขปัญหาการทุจริตอย่างเป็นระบบ
ปญั หาความรนุ แรงในครอบครวั และสังคม สาเหตุของปัญหา • สงั คมมจี านวนสมาชกิ หรอื จานวนประชากรเพ่มิ มากขนึ้ อย่างรวดเรว็ • คนในสังคมตอ้ งแข่งขนั กันในด้านตา่ งๆ จนเกดิ ความเครยี ด • อยู่ในสภาพสงั คมทเ่ี นน้ วตั ถนุ ิยม ขาดการยบั ยัง้ ชง่ั ใจและการควบคุมอารมณ์ใหม้ สี ติ แนวทางการแกไ้ ข • ให้เกียรติกันในครอบครัวหันหน้าปรกึ ษากนั ทัง้ ทางด้านการเงิน การเรียน การดาเนินชีวิต และทางด้านจติ ใจ • ขอความร่วมมอื จากองคก์ รทั้งภาครฐั และเอกชนเขา้ ไปรณรงคก์ ารตอ่ ต้านการใชค้ วามรุนแรง • การสร้างความสมานฉนั ท์ในสังคม ทากิจกรรมร่วมกนั รจู้ กั การพ่งึ พาอาศัยกนั
แนวทางการพฒั นาทางสงั คม • การพัฒนาประเทศในระยะแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๙) ยึดหลกั การปฏบิ ตั ติ าม “ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และขับเคลอื่ นให้เกดิ ผลในทางปฏิบัติทช่ี ดั เจนยิ่งขนึ้ ยดึ แนวคิด การพฒั นาแบบบูรณาการเปน็ องค์รวมทีม่ ี “คนเปน็ ศนู ยก์ ลางการพัฒนา” ท้งั ดา้ นตวั คน สังคม เศรษฐกจิ สง่ิ แวดลอ้ มและการเมืองซ่ึงไดก้ าหนดยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาไว้ ดังนี้
๑ สร้างความเป็นธรรมในสงั คม ๒ พัฒนาคนส่สู ังคมแห่งการเรยี นรูต้ ลอดชีวติ อยา่ งยัง่ ยืน ๓ สร้างความเข้มแขง็ ภาคการเกษตร และความมั่นคงของอาหารและพลังงาน ๔ ปรบั โครงสร้างเศรษฐกจิ สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยังยนื ๕ สร้างความเชอ่ื มโยงกับประเทศในภูมภิ าคเพือ่ ความมัน่ คงทางเศรษฐกิจและสังคม ๖ การจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยา่ งยั่งยนื
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: