PHYSIC 3
1. ข้อใดกล่าวถกู ตอ้ งเกย่ี วกับการเคลอ่ื นที่แบบฮาร์มอนกิ อยา่ งง่าย ก. การส่ันหรอื การแกว่งกวัดทุกกรณีเปน็ การเคล่อื นทีแ่ บบฮาร์มอนิก อยา่ งง่าย ข. การสนั่ หรือการแกวง่ กวัดทมี่ ีคาบและแอมพลิจดู คงตวั เทา่ นัน้ ค. การส่ันของมวลตดิ สปรงิ ง. การแกวง่ ของลกู ตุ้ม
2. การเคลอ่ื นที่แบบฮารม์ อนกิ อยา่ งง่ายมลี กั ษณะอย่างไร ก. การเคลอ่ื นท่กี ลับไปกลับมาซ้ารอยเดมิ ผ่านต้าแหนง่ สมดุล ข. มขี นาดของการกระจดั สูงสดุ (แอมพลจิ ดู ) คงตัว ค. คาบของการเคล่อื นท่ีคงตัว ง. ถูกทกุ ขอ้
3. ตาแหนง่ สมดุล คือ ก. ต้าแหนง่ ของวัตถุขณะแรงลพั ธก์ ระทา้ ต่อวตั ถมุ ีค่าเปน็ ศูนย์ ข. ต้าแหนง่ ของวตั ถุขณะแรงลัพธก์ ระทา้ ตอ่ วัตถุมีคา่ คงตัว ค. ต้าแหนง่ ของวัตถขุ ณะความเรว็ วตั ถุมีคา่ เปน็ ศนู ย์ ง. ต้าแหน่งของวตั ถุขณะความเรว็ วัตถมุ คี า่ เปน็ คงตัว
4. ข้อใดเป็นการเคลื่อนทีแ่ บบฮารม์ อนกิ อยา่ งงา่ ย ก. การเคลื่อนทแ่ี บบวงกลมของจกุ ยาง ข. การแกว่งของลูกตมุ้ อย่างงา่ ย ค. การตกของลกู มะพร้าว ง. ถูกทกุ ขอ้
5. ถา้ อนุภาคส่ันครบ 20 รอบ ในเวลา 40 วนิ าที จงหา ความถ่ี ก. 2 Hz. ข. 0.2 Hz. ค. 0.5 Hz. ง. 5 Hz.
6. จากข้อท่ี 5 คาบของอนุภาคมีค่าเทา่ ใด ก. 2 s. ข. 0.2 s. ค. 0.5 s. ง. 5 s.
7.จงหาคาบของชพี จรเตน้ 29 ครัง้ ใน 20 วนิ าที (ใน หนว่ ยวินาที) ก. 0.39 s ข. 0.49 s ค. 0.59 s ง. 0.69 s.
8. จงหาความถ่ีของใบพัดเครอ่ื งปัน่ อาหารหมนุ 13,000 รอบ ใน 1 นาที (ในหนว่ ยตอ่ วินาทหี รอื เฮิรตซ์) ก. 215.7 ข. 216.7 ค. 225.7 ง. 226.7
9. คนั เคาะเครอ่ื งเคาะสัญญาณเวลาทาใหเ้ กดิ จุดบนแถบ กระดาษ 1200 จดุ ใน 1 นาที คาบและความถข่ี องคนั เคาะมีค่าเทา่ ใด ก. 0.05 s. และ 20 Hz. ข. 20 s. และ 0.05 Hz. ค. 0.5 s. และ 20 Hz. ง. 20 s. และ 0.5 Hz.
10. ขอ้ ใดกล่าวผดิ เกยี่ วกบั ความเรง่ ของวัตถทุ ่ีเคล่อื นท่ี แบบฮาร์มอนกิ อย่างงา่ ย ก. ความเรง่ มีค่าไม่คงตัว ข. ขนาดความเร่งจะแปรผนั ตรงกับขนาดการกระจดั ค. ความเรง่ มคี ่าคงตัวตลอดการเคลื่อนที่ ง. ทง้ั ก และ ข
11. การกระจดั และความเร่งของวตั ถทุ เี่ คล่อื นท่แี บบฮาร์ มอนกิ อย่างง่าย ข้อใดกลา่ วถูกตอ้ ง ก. มที ิศเดยี วกนั ข. มีทิศทางตามขา้ มกัน ค. มีทศิ ทางตั้งฉากกนั ง. ไมม่ ขี อ้ ใดถูก
12. ข้อใดกล่าวถกู ต้องเกี่ยวกบั แอมพลิจูดและคาบการ ส่ันในการเคลือ่ นทีแ่ บบแบบฮารม์ อนกิ อย่างงา่ ย ก. วัตถุหน่ึงท่สี ่ันแบบฮาร์มอนกิ อยา่ งง่ายจะมีคาบการสั่นไมค่ งตัว ข้นึ กับ แอมพลจิ ูด ข. หากสัน่ ดว้ ยแอมพลิจูดมาก จะมีคาบการสน่ั น้อยกว่าเม่ือส่นั ดว้ ยแอม พลิจูดมาก ค. หากสั่นดว้ ยแอมพลจิ ูดนอ้ ย จะมคี าบการสั่นน้อยกว่าเม่ือสนั่ ด้วยแอม พลิจดู มาก ง. วตั ถหุ น่งึ ท่สี ่ันแบบฮาร์มอนกิ อย่างง่ายจะมคี าบการสั่นคงตวั ไมข่ นึ้ กบั แอมพลจิ ูด
13. ขณะที่วตั ถุสน่ั แบบฮารม์ อนกิ อย่างงา่ ย ปรมิ าณใดท่ี มีทศิ ทางตรงขา้ มกันเสมอ ก. ความเรว็ และแอมพลิจดู ข. ความเรว็ และการกระจัด ค. ความเร่งและแอมพลิจูด ง. ความเร่งและการกระจดั
14. ในสมการการเคลือ่ นท่ีแบบฮารม์ อนกิ อยา่ งง่าย x = Asin (ωt - φ) a. x แทนการกระจดั ที่เวลาต่าง b. A แทนการกระจดั สงู สดุ หรอื แอมพลจิ ูด c. ω แทนปริมาณความถ่เี ชิงมมุ d. t แทนปรมิ าณเวลาต่างๆ e. φ แทนเฟสเร่ิมตน้ ทเี่ วลา t = 0 f. ฟังก์ชัน sin หมายถึงเมอื่ φ = 0 การเคลอ่ื นทเ่ี รม่ิ ทต่ี าแหนง่ สมดลุ ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ ง ก. a, b, และ c ข. a, b, c และ d ค. a, b, c, d และ e ง. a, b, c, d, e และ f
15. วัตถเุ คลอ่ื นทแ่ี บบฮารม์ อนกิ อย่างง่าย มีแอมพลิจดู 30 เซนตเิ มตร มคี าบการเคลอ่ื นท่ี 4 วินาที อัตราเร็ว สงู สดุ ของการเคลือ่ นที่มีคา่ เท่าใด ก. 0.15π เมตรต่อวนิ าที ข. 1.5π เมตรตอ่ วินาที ค. 0.05π เมตรตอ่ วินาที ง. 0.5π เมตรต่อวินาที
16. วัตถหุ นึ่งเคล่ือนทแี่ บบฮารม์ อนกิ อยา่ งงา่ ยด้วย ความถ่ี 30 รอบต่อนาที มีขนาดการกระจดั สงู สุด 20 เซนติเมตร ความเร่งสงู สดุ ของวัตถนุ ม้ี ีคา่ เท่าใด ก. 0.2 π2 เมตรต่อวินาที2 ข. 0.2 π เมตรต่อวินาที2 ค. 0.1 π2 เมตรตอ่ วินาที ง. π เมตรตอ่ วินาที
17.วัตถุหนึง่ เคล่ือนที่แบบฮารม์ อนิกอย่างงา่ ยรอบจุดสมดลุ O โดยมีอตั ราเร็วสงู สดุ 5.0 เซนติเมตรต่อวนิ าที และมคี าบการสน่ั เท่ากบั 4 วินาที ขณะทีว่ ัตถมุ อี ัตราเรว็ 3.0 เซนติเมตรตอ่ วินาที วัตถอุ ยู่หา่ งจากจดุ สมดลุ O เปน็ ระยะก่เี ซนติเมตร ก. 6.0 เซนตเิ มตร ข. 7.0 เซนตเิ มตร ค. 8.0 เซนติเมตร ง. 9.0 เซนตเิ มตร
18. เกี่ยวกบั การสนั่ ของมวลตดิ ปลายสปรงิ ข้อใดกลา่ ว ผิด ก. คาบของการแกวง่ ของลกู ตุ้มอยา่ งงา่ ยขึน้ กบั ความยาวเชอื ก ข. มวลไม่มีผลต่อคาบของการแกว่งของลกู ตมุ้ อยา่ งงา่ ย ค. คาบการแกวง่ ของลูกต้มุ อยา่ งง่ายขนึ้ อยกู่ บั มมุ ทเ่ี รม่ิ ต้นปลอ่ ย ง. ความเรว็ ของมวลจะมที ิศทางเดียวกบั ทศิ ทางของการกระจดั หรอื มี ทิศทางตรงกนั ขา้ มก็ได้
19. นอ็ ตขนาดเล็กผูกด้วยสายเอน็ แขวนไว้ให้สายยาว L ซ่งึ สามารถเปลี่ยนให้มคี า่ ต่าง ๆ ได้ คาบของการแกว่ง T ของนอ็ ตจะขน้ึ กับความยาว L ก. T เปน็ ปฏภิ าคโดยตรงกับ L ข. T2 เป็นปฏภิ าคโดยตรงกบั L ค. T2 เป็นปฏิภาคโดยตรงกบั L2 ง. T เป็นปฏิภาคโดยตรงกบั L
20. การทดลองเรอ่ื งการเคล่ือนทแี่ บบฮารม์ อนกิ อย่าง งา่ ย ถา้ ใหล้ ูกตมุ้ เคล่ือนที่จาก A ไป B ไป C แลว้ ไป B ดังรูปใชเ้ วลา 3 วนิ าทีคาบของการเคลื่อนทีม่ ีค่าเท่าใด ก. 2 s. ข. 3 s. ค. 4 s. ง. 5 s.
21. ในการกระตุ้นใหว้ ตั ถุสน่ั อย่างอสิ ระพบวา่ ทกุ คร้ัง วัตถสุ ั่นด้วยความถ่คี า่ เดิมเสมอ ความถีน่ ้เี รยี กว่าอะไร ก. ความถ่ีเชงิ มมุ ข. ความถธี่ รรมชาติ ค. ความถีเ่ ชิงเส้น ง. ความถส่ี งู สุด
22. การที่ลกู ตมุ้ ทม่ี ีความยาวเชือกเท่ากบั ลกู ตุ้มลูกใหญ่ แกวง่ ดว้ ยการกระจดั มากท่สี ดุ เพราะเกิดปรากฏการณ์ใด ก. การสน่ั พ้อง ข. การสั่นฆ้อง ค. การแทรกสอด ง. การสะท้อน
23. ข้อใดกล่าวถกู ต้องเกย่ี วกบั คลนื่ ก. ตวั กลางเคลอ่ื นท่ีไปกับคลืน่ ข. คล่นื ทุกชนิดตอ้ งอาศยั ตวั กลางในการถ่ายโอนพลงั งาน ค. คล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ ต้องอาศยั ตวั กลางในการถ่ายโอนพลังงาน ง. ตัวกลางไม่เคล่อื นที่ แต่สั่นกลบั ไปกลบั มารอบต้าแหนง่ เดิม
24. อนุภาคของเชือกตรงจดุ A และจุด B กาลงั จะ เคล่อื นท่ไี ปในทศิ ทางใด ก. จดุ A จะเคลอื่ นที่ขน้ึ และจุด B จะเคล่ือนท่ลี ง ข. จุด A จะเคลื่อนทลี่ ง และจุด B จะเคลื่อนทีข่ ้ึน ค. จดุ A จะเคลอื่ นที่ซา้ ย และจุด B จะเคลือ่ นที่ซา้ ย ง. จดุ A จะเคล่ือนทข่ี วา และจดุ B จะเคลอ่ื นท่ีขวา
25. ข้อใดกล่าวผดิ เก่ียวกับอัตราเรว็ ของคลน่ื ก. อัตราเรว็ คลื่นในตวั กลางหนึ่งมีค่าคงตวั ข. อตั ราเรว็ ของคล่ืนในตวั กลางหน่ึงเปล่ียนแปลงเมื่อความถ่ีหรอื ความยาวคลืน่ เปล่ียนแปลง ค. ในตวั กลางหนึง่ ผลคณู ของความถีก่ ับความยาวคลื่นคงเดิม ง. ทง้ั ก และ ค
26. สันคลื่นกบั ทอ้ งคล่นื ท่อี ยู่ถดั กนั มีเฟสตา่ งกนั ก่อี งศา ก. มเี ฟสต่างกนั 0o ข. มีเฟสต่างกนั 90o ค. มีเฟสตา่ งกัน 180o ง. มเี ฟสต่างกนั 360o
27. เม่ือทาให้เกิดคลื่นในเสน้ เชอื กทมี่ ีความถ่ี 50 เฮิรตซ์ และวัด คา่ ความยาวคลนื่ ของคลื่นนี้ได้ 1.2 เมตร ถ้าทาให้เกิดคล่ืนในเสน้ เชอื กเดิมน้ี โดยคล่ืนมีความถี่ 60 เฮริ ตซ์แทนอตั ราเร็วและความ ยาวคล่ืนนจี้ ะมคี า่ เปล่ยี นไป หรอื ไม่ อย่างไร ก. มีค่าเปล่ยี นไปเท่ากับ 50 เมตรต่อวนิ าที แตค่ วามยาวคลน่ื เปลยี่ นไปเป็น 1.2 เมตร ข. มีค่าเปล่ียนไปเทา่ กับ 60 เมตรต่อวินาที แต่ความยาวคลน่ื เปล่ยี นไปเป็น 1 เมตร ค. มคี า่ เทา่ เดิมเท่ากบั 60 เมตรตอ่ วนิ าที แตค่ วามยาวคลนื่ เปลีย่ นไปเป็น 1 เมตร ง. มีคา่ เทา่ เดิมเท่ากบั 60 เมตรต่อวนิ าที แต่ความยาวคล่ืนเปลี่ยนไปเปน็ 1.2 เมตร
ใช้ขอ้ มูลต่อไปนต้ี อบคาถามขอ้ 28-30 28. จงหาวา่ จุด B ห่างจากจุด A เปน็ ระยะในแนวนอน เท่ากบั ก่ีเท่าของความยาวคลื่นน้ี ก. ������ ข. ������ 24 ค. ������ ง. 5������ 4
29. จงหาว่า จุด C ห่างจากจดุ A เป็นระยะในแนวนอนเทา่ กบั ก่ี เทา่ ของความยาวคลืน่ น้ี ก. ������ 2 ข. ������ 4 ค. ������ ง. 5������ 4
30. จงหาว่า จุด D ห่างจากจดุ A เป็นระยะในแนวนอนเทา่ กบั ก่ี เทา่ ของความยาวคลืน่ น้ี ก. ������ 2 ข. ������ 4 ค. ������ ง. 5������ 4
31. พจิ ารณาคล่ืนดล 2 คลนื่ ที่เคล่ือนท่ีในทิศทางตรงกันข้าม โดยท้งั คมู่ อี ัตราเรว็ เท่ากันเท่ากบั 1.0 เมตรตอ่ วนิ าที โดยมกี ารกระจดั ของตัวกลางทต่ี าแหน่งต่าง ๆ ท่ี เวลาเริ่มต้นเปน็ ดังรปู รูปในตวั เลือกข้อใดแสดงการกระจัดของตวั กลางไดถ้ ูกตอ้ ง หลังจากเวลาผ่านไปแลว้ 3.0 วนิ าทจี ากตอนเรม่ิ ตน้ ก. ข. ค. ง.
32. คล่ืนดลในเชือกเคล่อื นท่เี ขา้ หาจดุ สะท้อนตรงึ แนน่ ดังรูป ขอ้ ใดแสดงลักษณะของคลื่นสะท้อนได้ถูกตอ้ ง ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4
33. นาเชอื กสองเสน้ ท่ีมีขนาดต่างกนั มาต่อกนั โดยเสน้ เล็กมี น้าหนกั เบากว่าเสน้ ใหญ่ ทาใหเ้ กิดคลนื่ ดลในเชือกเสน้ เลก็ ดงั รูป ก. ข. ค. ง.
34. คลืน่ เคล่ือนทีจ่ ากตัวกลางหน่งึ ไปยงั อกี ตวั กลางหน่งึ ปรมิ าณใดตอ่ ไปนไี้ ม่เปลยี่ นแปลง ก. อตั ราเรว็ ข. ความถี่ ค. ความยาวคลื่น ง. แอมปลิจดู
35. เมือ่ คล่นื เดนิ ทางจากน้าลึกไปสนู่ ้าตน้ื ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี ถูกตอ้ ง ก. อตั ราเรว็ คลื่นในน้าลึกนอ้ ยกว่าอตั ราเร็วคล่นื ในน้าต้ืน ข. ความยาวคลน่ื ในนา้ ลกึ มากกว่าความยาวคล่ืนในน้าตน้ื ค. ความถ่คี ลื่นในน้าลกึ มากกว่าความถ่คี ลื่นในนา้ ต้ืน ง. ความถ่ีคลืน่ ในน้าลกึ นอ้ ยกว่าความถค่ี ลื่นในนา้ ต้นื
36. คลน่ื รวมซึง่ เกดิ จากการแทรกสอดของคลืน่ สอง ขบวนทีม่ ีแอมปลิจูด ความถี่และความยาวคลน่ื เทา่ กัน แตม่ ีเฟสตา่ งกัน 180 องศา จะมีลักษณะดังนี้ ก. แอมปลิจดู และความถ่เี ป็นสองเทา่ ของคลื่นเดิม ข. แอมปลิจดู เทา่ เดมิ แต่มคี วามถี่เพ่มิ ขึน้ เปน็ สองเท่า ค. ความถ่ีเท่าเดิม แต่มแี อมปลจิ ูดเพิม่ ข้ึนเปน็ สองเท่า ง. ความถ่เี ทา่ เดมิ แตม่ ีแอมปลจิ ดู เป็นศนู ย์
37. เม่อื คลื่นสองคลื่นเคลื่อนทม่ี รวมกนั แลว้ เกิดการ แทรกสอดแบบหักล้างกนั แสดงวา่ ก. ผลต่างทางเดินของคลนื่ ทง้ั สองเป็นจ้านวนเต็มของความยาว คลนื่ ข. ผลต่างมุมเฟสของคล่ืนทง้ั สองเท่ากบั 0 องศา ค. ผลต่างของมมุ เฟสของคลื่นทั้งสองเท่ากับ 180 องศา ง. ผลตา่ งของมมุ เฟสของคลื่นทั้งสองเท่ากบั 360 องศา
38. ถา้ ใหค้ ล่นื นา้ เคลือ่ นท่ผี า่ นชอ่ งเปิดท่มี คี วามกวา้ ง 1.2 เซนติเมตร อยากทราบวา่ คลืน่ น้ามคี วามยาวคลืน่ เท่าใด จะแสดงการเล้ียวเบนได้เด่นชัดที่สดุ ก. 0.5 เซนติเมตร ข. 1.0 เซนติเมตร ค. 1.2 เซนติเมตร ง. 2.5 เซนตเิ มตร
39. คณุ สมบัตหิ รือปรากฏการณ์ ข้อใดทใี่ ช้อธบิ ายการ เกดิ คลน่ื นงิ่ ก. การแทรกสอด ข. การรวมกันไดข้ องคลื่น ค. แหล่งกา้ เนิดอาพนั ธ์ ง. ถูกทุกขอ้
40. ในการทดลองการเกดิ คลื่นนงิ่ ในเสน้ เชือกยาว 2 m นบั จานวนบพั ได้ 3 บัพ และคลื่นมีอตั ราเร็ว 380 m/s จงคานวณหาความถ่ีฮาร์โมนิกที่ 5 ก. 95 Hz ข. 190 Hz ค. 285 Hz ง. 475 Hz
Search
Read the Text Version
- 1 - 41
Pages: