Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ฟิสิกส์-5

ฟิสิกส์-5

Published by Kru.WOH, 2020-08-26 08:05:37

Description: ฟิสิกส์-5

Search

Read the Text Version

PHYSIC 5

1. บริเวณใดบนพ้นื โลกทมี่ คี วามเขม้ ของสนามแมเ่ หลก็ ตาม แนวราบมากทสี่ ดุ ก. แถบทวีปยุโรป ข. แถบเส้นศูนย์สูตร ค. แถบข้ัวโลกเหนือ ง. แถบขว้ั โลกใต้

2. แท่งแมเ่ หลก็ แทง่ หนง่ึ วางอยู่ ในสนามแมเ่ หลก็ โลก สม่าเสมอ ดงั รูป ณ จดุ ใดบา้ งทสี่ นามแมเ่ หลก็ มี โอกาสจะเปน็ ศนู ย์ ก. A และ E ข. E และ P ค. C และ G ง. D และ H

3. ขดลวดตวั นา่ วงกลมรศั มี 10 เซนตเิ มตร วางอยใู่ นบรเิ วณท่ีมี สนามแมเ่ หลก็ สมา่ เสมอ 4 เทสลา จงหา ฟลกั ซแ์ มเ่ หลก็ ทผ่ี า่ นขดลวด เมื่อระนาบขดลวดทา่ มมุ 30o กับสนามแมเ่ หลก็ ก. 0.02 π เวเบอร์ ข. 0.04 π เวเบอร์ ค. 0.02 π เวเบอร์ 3 ง. 0.04 π เวเบอร์ 3

4. ขดลวดของมอเตอรไ์ ฟฟา้ มีพ้ืนทหี่ นา้ ตดั 0.4 ตารางเมตร วางอยู่ ในสนามแมเ่ หลก็ 2 เทสลา โดยมแี นวระนาบของขดลวดทา่ มุม 30o กบั สนามแมเ่ หลก็ ดังรูป จงคา่ นวณวา่ ฟลกั ซแ์ มเ่ หลก็ ทผ่ี า่ นขดลวด เทา่ กบั เทา่ ใด ก. 1.0 Weber ข. 0.8 Weber ค. 0.6 Weber ง. 0.4 Weber

5. จงหาฟลักซแ์ มเ่ หลก็ ทผี่ า่ นขดลวดสเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ abcd ถา้ มสี นามแมเ่ หลก็ B ขนาดสมา่ เสมอ 2 เทสลา ในทศิ ท่ี ขนานแกน X ดังรปู ก. 1.8 x 10–3 Wb ข. 2.4 x 10–3 Wb ค. 3.0 x 10–3 Wb ง. 5.0 x 10–3 Wb

6. เม่อื อเิ ล็กตรอนทเี่ คลอื่ นทผ่ี า่ นบรเิ วณซงึ่ มสี นามแมเ่ หลก็ กรณใี ดทคี่ วามเรว็ ของอิเลก็ ตรอนไมเ่ ปลยี่ นแปลง ก. ขนานกบั สนามแม่เหลก็ ข. ขนานกับสนามไฟฟ้า ค. ต้ังฉากกบั สนามแมเ่ หลก็ ง. ตงั้ ฉากกับสนามไฟฟ้า

7. นา่ อเิ ล็กตรอนตวั หนงึ่ ไปวางนง่ิ ไวใ้ นสนามแมเ่ หลก็ สมา่ เสมอ อเิ ล็กตรอนจะเคล่ือนท่ีอยา่ งไรในสนามแมเ่ หล็กนี้ ก. อเิ ลก็ ตรอนจะอยนู่ ิง่ กับที่เหมอื นเดมิ ข. อิเลก็ ตรอนจะเคลอื่ นทดี่ ว้ ยความเร็วคงที่ตามท่ที ศิ ของสนามแม่เหล็ก ค. อิเล็กตรอนจะเคล่ือนทด่ี ้วยความเร่งคงท่ตี ามทที่ ิศของสนามแมเ่ หลก็ ง. อิเล็กตรอนจะเคล่ือนที่ด้วยความเร่งคงที่สวนทางกับทิศของ สนามแมเ่ หลก็

8. ถ้าน่าอิเลก็ ตรอนไปวางไวใ้ นสนามแมเ่ หลก็ สมา่ เสมอ อิเล็กตรอนจะเคลื่อนทอี่ ยา่ งไร ก. อยู่นิง่ ทเี่ ดิม ข. เคล่อื นท่ีดว้ ยความเร็วคงท่ี ค. เคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงที่ ง. เคลอื่ นท่ีเปน็ วงกลม

9. อนุภาคไฟฟา้ บวกจากอวกาศเคลือ่ นท่ีลงหาผวิ โลกใน แนวดงิ่ บรเิ วณเสน้ สตู รศนู ยข์ องโลก ซง่ึ มสี นามแมเ่ หล็กโลก ขนานกบั ผวิ โลก โปรตอนจะเบนไปทางทศิ ใด ก. ทิศเหนอื ข. ทิศตะวันตก ค. ทศิ ใต้ ง. ทิศตะวนั ออก

10. อนภุ าคอเิ ลก็ ตรอน (ประจุ –1.6 x 10−19คลู อมบ)์ ถกู ยิงอยา่ ง ต้งั ฉากกบั สนามแมเ่ หลก็ ท่มี คี วามเขม้ 10 เทสลา ดว้ ยความเรว็ 3 x 107 เมตร/วนิ าที ในทิศทาง (+x) ดังรูป ขนาด และทศิ ทางของแรง เน่อื งจากสนามแมเ่ หลก็ เปน็ ตามขอ้ ใด ก. 4.8 x 10−11 นวิ ตนั , ทศิ (+Y) ข. 4.8 x 10−11 นิวตนั , ทศิ (–Y) ค. 4.8 x 10−12 นิวตนั , ทิศ (+Y) ง. 4.8 x 10−12 นิวตนั , ทศิ (–Y)

11. ในเครอื่ งเรง่ อนภุ าคบางแบบอนภุ าคจะถกู ทา่ ใหว้ งิ่ เปน็ วงกลม โดยใช้ สนามแมเ่ หลก็ ทม่ี ที ศิ ทางตง้ั ฉากกบั แนวทอ่ี นภุ าควง่ิ ถา้ สนามแมเ่ หลก็ สม่าเสมอขนาด B เทสลา และอนภุ าคมมี วล m ประจุ q เวลาท่ี อนุภาควงิ่ แตล่ ะรอบจะตอ้ งเปน็ กวี่ นิ าที ก. πm ข. πm ค. π4qmB ง. 22πqBm qB qB

12. อนภุ าคมวล m ประจุ+q กา่ ลงั เคลอื่ นทใี่ นทิศทางตงั้ ฉากกบั สนามแมเ่ หลก็ ขนาด B เปน็ วงกลมรศั มี R จงหาพลงั งานจลนข์ อง อนุภาคนี้ ก. 1 (BqR)2 2 m 1 (Bq)2 ข. 2 m R ค. 1 m(BqR)2 ง. 12 2 R (Bq)2 m

13. อนุภาค 3 ชนิดมเี สน้ ทางการเคลอ่ื นทใ่ี นสนามแมเ่ หลก็ ดังรปู ขอ้ ใดถกู ก. อนุภาค 1 มปี ระจุเปน็ ลบ ข. ถา้ อนภุ าคทั้งสามมมี วลและประจุเท่ากนั อนุภาค 1 มพี ลังงานจลนม์ ากกวา่ อนภุ าค 2 ค. ถา้ อนุภาค 2 และ 3 มีค่าประจุตอ่ มวลเทา่ กัน อนุภาค 2 มีอตั ราเร็วนอ้ ยกวา่ อนภุ าค 3 ง. ถา้ อนภุ าคทง้ั สามมมี วลเทา่ กัน และเคล่อื นทด่ี ว้ ยอัตราเร็วเทา่ กัน อนุภาค 2 มี จ่านวน ประจนุ อ้ ยกวา่ อนภุ าค 3

14. แท่งตวั นา่ ยาว 10 เซนตเิ มตร มวล 0.05 กิโลกรมั มี กระแสไฟฟา้ ผา่ น 25 แอมแปร์เมอ่ื นา่ ไปไวบ้ รเิ วณทมี่ สี นามแมเ่ หลก็ ขนาดสมา่ เสมอ ปรากฏวา่ แทง่ ตวั นา่ นสี้ ามารถลอยนง่ิ อยใู่ น สนามแมเ่ หลก็ จงหาขนาดของสนามแมเ่ หลก็ และเขยี นรปู ประกอบ (ไม่ คิดนา้่ หนกั ของสายไฟทตี่ อ่ กบั แทง่ ตวั นา่ ก่าหนดคา่ g = 10 เมตร/ วินาท2ี ) ก. 0.2 เทสลา ข. 0.6 เทสลา ค. 0.8 เทสลา ง. 1.0 เทสลา

15. ลวดทองแดงยาว 0.5 เมตร มวล 0.02 กโิ ลกรมั แขวนอยูใ่ นแนว ระดับดว้ ยลวดตวั นา่ เบาในบรเิ วณที่มสี นามแมเ่ หลก็ ขนาด 3.6 เทสลา ทิศตงั้ ฉากกบั ลวดดงั รปู ขนาดของกระแสไฟฟา้ ทท่ี า่ ใหเ้ กดิ แรงยกบน ลวดเทา่ กบั นา่้ หนกั ของลวดเองเปน็ เทา่ ใด ก. 0.11 A ข. 0.18 A ค. 0.22 A ง. 0.33 A

16. ขดลวดสเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ ขนาด 10 เซนตเิ มตร x 30 เซนตเิ มตร แขวนยดึ ตดิ เพดานดว้ ยเชอื ก ปลายลา่ งของขดลวดอยใู่ นสนามแมเ่ หลก็ ท่ี มีความเขม้ 0.2 เทสลา ทิศทางดงั รปู จะต้องมกี ระแสไหลในขดลวด เท่าใดและมที ศิ ทางใด จึงจะทา่ ใหค้ วามตงึ ในเสน้ เชอื กทแี่ ขวนขดลวดไวม้ ี ขนาด 6 x 10–2 นวิ ตนั ในท่ีน้ีไมค่ ิดมวลของขดลวด ก. 3 A ตามเข็มนาฬกิ า ข. 3 A ทวนเข็มนาฬกิ า ค. 1 A ตามเข็มนาฬกิ า ง. 1 A ทวนเขม็ นาฬกิ า

17. ในบรเิ วณทมี่ สี นามแมเ่ หลก็ B มีแทง่ อะลมู เิ นยี มยาว L มวล m ถูกแขวนอยใู่ นแนวระดบั ดว้ ยลวดเบา ใหว้ างตวั ตง้ั ฉากกับสนามแมเ่ หลก็ ความตงึ ในเสน้ ลวดจะเปลย่ี นไปเทา่ ใด เมื่อกลบั ทศิ ของกระแสไฟฟา้ I ก. 2 I B L ข. I B L ค. 2 mg ง. Mg

18. ขดลวดตวั นา่ รปู สเ่ี หลยี่ มผนื ผา้ มพี น้ื ท่ี 10 cm2 วางอยใู่ นบรเิ วณทม่ี ี สนามแมเ่ หลก็ 5 T ถา้ จา่ นวนขดของขดลวดตวั นา่ เทา่ กบั 400 รอบ จงหาโมเมนตข์ องแรงคคู่ วบทเ่ี กดิ ขนึ้ เมอื่ ระนาบขดลวดทา่ มมุ 60o กับ แนวของสนามแมเ่ หลก็ และคา่ ของกระแสทผี่ า่ นขดลวดเทา่ กบั 6 A ก. 6.00 x 104 N.m ข. 6.00 N.m ค. 1.16 x 105 N.m ง. 1.16 N.m

19. ขดลวดตวั นา่ รปู สเ่ี หลย่ี มมพี นื้ ท่ี 12 ตารางเซนตเิ มตร มีระนาบอยู่ ในแนวระดบั วางอยใู่ นบริเวณท่ีมสี นามแมเ่ หลก็ 4 เทสลา ในแนวดง่ิ ถา้ จา่ นวนขดลวดตวั นา่ เทา่ กบั 500 รอบ จงหาโมเมนตข์ องแรงคู่ ควบทเี่ กดิ ขน้ึ ณ ตา่ แหนง่ นนั้ ถา้ ค่าของกระแสทผ่ี า่ นขดลวดเทา่ กบั 5 แอมแปร์ ก. 1.2 x 106 N.m ข. 6 x 105 N.m ค. 12.0 N.m ง. 0 N.m

20. AA’, BB’, CC’, DD’ แสดงตา่ แหนง่ ตา่ ง ๆ ของระนาบ ของขดลวดซงึ่ มกี ระแสไฟฟา้ จา่ นวนหนง่ึ ผา่ นตา่ แหนง่ ใดของ ขดลวด จงึ จะมโี มเมนตข์ องแรงคคู่ วบมากทส่ี ดุ ก. DD’ ข. CC’ ค. BB’ ง. AA’

21. เสน้ ลวด 2 เส้น มีกระแส I1 และ I2 ไหลสวนกนั จะ เกดิ ปรากฏการณด์ งั น้ี ก. แรงดูดระหว่างลวด ข. แรงผลกั ระหว่างลวด ค. ไม่มแี รงใด ๆ ระหวา่ งลวดทัง้ สอง ง. อาจเกิดท้งั แรงดดู และแรงผลักท้ังนข้ี ้ึนกับขนาดของกระแส

22. พิจารณาลวดวงกลมทม่ี กี ระแสไฟฟา้ i ผ่านดงั แสดงใน รปู สนามแมเ่ หลก็ ลพั ธท์ จ่ี ดุ ศนู ยก์ ลาง O ของวงกลมควรจะ มีทิศอยา่ งไร (ไม่ต้องคดิ สนามแมเ่ หลก็ โลก) ก. ทิศพุ่งขึ้นตั้งฉากกบั กระดาษ ข. ทิศพ่งุ ลงตั้งฉากกบั กระดาษ ค. ทิศอยูใ่ นระนาบของกระดาษ ง. ไม่มที ิศเพราะสนามแม่เหล็กเปน็ ศนู ย์

23. ดึงแทง่ แมเ่ หลก็ ขว้ั เหนอื ออกจากหว่ ง ซงึ่ ทา่ ดว้ ยโฟม ดัง รูป อยากทราบว่าจะเกดิ ผลอยา่ งไร ก. จะเกดิ สนามไฟฟ้าเหนี่ยวน่าในห่วงไปตามทิศ (1) ข. จะเกดิ สนามไฟฟา้ เหนี่ยวนา่ ในหว่ งไปตามทิศ (2) ค. จะเกิดกระแสเหนี่ยวนา่ ในหว่ งไปตามทิศ (2) ง. ไมเ่ กดิ อะไรเลยเนอื่ งจากเปน็ ฉนวน

24. แทง่ แมเ่ หลก็ เคลอ่ื นทเ่ี ขา้ หาหรอื ออกจากขดลวดตวั นา่ ทา่ ให้มกี ระแสเหนย่ี วนา่ เกดิ ขนึ้ ในขดลวดอยากทราบวา่ รปู ใดถกู ตอ้ ง ก. ข. ค. ง.

25. ขดลวดวางอยบู่ นโตะ๊ ทมี่ สี นามแมเ่ หลก็ สม่าเสมอพงุ่ ขน้ึ ในทศิ ตงั้ ฉากกบั โตะ๊ พจิ ารณากรณตี อ่ ไปนี้ (1) วงขดลวดกา่ ลังเลก็ ลง (2) วงขดลวดกา่ ลังใหญ่ขนึ้ (3) สนามแมเ่ หลก็ กา่ ลงั ลดลง (4) สนามแมเ่ หลก็ กา่ ลงั เพมิ่ ข้ึน กรณีใดทผี่ สมกนั แลว้ ท่าใหเ้ กดิ แรงเคลอ่ื นไฟฟา้ มากท่ีสดุ ในทศิ ตามเขม็ นาฬกิ า (เมอื่ มองโตะ๊ จากดา้ นบน) ก. (1) และ (3) ข. (1) และ (4) ค. (2) และ (3) ง. (2) และ (4)

26. ในขณะทมี่ อเตอรห์ มนุ ดว้ ยอตั ราเรว็ คงท่ี ขดลวดทอี่ ยู่ ภายในมอเตอรจ์ ะมี ก. โมเมนต์ของแรงค่คู วบเปน็ ศนู ย์คงท่ี ข. ฟลกั ซ์แม่เหลก็ เปน็ ศนู ยค์ งที่ ค. กระแสไฟฟา้ มากกวา่ กระแสไฟฟ้าที่ผ่านมอเตอร์ในขณะเริ่มหมุน ง. แรงเคลอื่ นไฟฟา้ เหน่ียวนาเกดิ ขน้ึ ในทศิ ตรงข้ามกับแรงเคล่อื นไฟฟ้าเดมิ

27. ถา้ มอเตอรต์ ดิ ขดั จนทา่ ใหม้ อเตอรห์ ยดุ หมนุ เปน็ เวลานานจะทาใหม้ อเตอรไ์ หมเ้ พราะ ก. มคี วามเสยี ดทานเกิดข้ึนตามจุดหมนุ ข. เกดิ แรงเคลอื่ นไฟฟา้ เหน่ยี วนาซ่ึงมีทิศตรงกันขา้ มกับแรงเคลอื่ นไฟฟ้าเดมิ ค. ไมม่ ีแรงเคล่อื นไฟฟ้าดนั กลับเกิดข้ึน ง. ทา่ ใหฟ้ ลกั ซ์แมเ่ หล็กทผ่ี า่ นขดลวดมีการเปลยี่ นแปลง เกดิ กระแส เหนี่ยวนา่ ขึ้นเป็นจ่านวนมาก

28. พดั ลม A และพดั ลม B มลี ักษณะเหมอื นกนั ทกุ ประการ แตพ่ ดั ลม A มีแกนหมนุ ทค่ี อ่ นขา้ งฝดื เพราะมเี ศษฝนุ่ เขา้ ไปเกาะทแ่ี กนหมนุ เม่ือ เสยี บปลกั๊ กบั ไฟบา้ นและเปดิ พดั ลม พัดลม A จึงหมนุ ชา้ กวา่ พดั ลม B ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง ก. พดั ลมทัง้ สองมีกระแสไฟฟา้ ไหลผ่านเทา่ กนั ข. พัดลม A มีกระแสไฟฟ้าผ่านมากกวา่ พัดลม B ค. พัดลม A มกี ระแสไฟฟา้ ผา่ นน้อยกว่าพัดลม B ง. พัดลม A มีความต้านทานไฟฟ้ามากกว่าพดั ลม B

29. แบตเตอรข่ี นาด 6 โวลต์ มีความตา้ นทานภายใน 1 โอหม์ ตอ่ เขา้ กบั มอเตอรก์ ระแสตรงซงึ่ มคี วามตา้ นทานของขดลวดของมอเตอร์ เท่ากบั 1 โอหม์ ในขณะทมี่ อเตอรห์ มนุ สามารถวดั กระแสไฟฟา้ 0.5 แอมแปร์ แรงเคลอื่ นไฟฟา้ ดนั กลบั มอเตอรม์ คี า่ เทา่ ใด ก. 7.5 V ข. 5.5 V ค. 5.0 V ง. 4.5 V

30. หม้อแปลงมแี กนเหลก็ เพอื่ ใหฟ้ ลกั ซแ์ มเ่ หลก็ ผา่ นจากขดลวดปฐมภมู ิ ไปยงั ขดลวดทตุ ยิ ภมู ิ จงพจิ ารณาขอ้ ความตอ่ ไปน้ี (1) แกนเหลก็ มสี มบตั เิ ปน็ เหลก็ ออ่ น (2) แกนเหลก็ มสี มบตั เิ ปน็ สารแมเ่ หลก็ ถาวร (3) หมอ้ แปลงทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพดี ตอ้ งมกี ระแสวนในแกนเหลก็ มาก (4) หม้อแปลงทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพดี ตอ้ งมกี ระแสวนในแกนเหลก็ นอ้ ย ขอ้ ความทถ่ี กู ตอ้ งคอื ก. ข้อ (1) และ (3) ข. ขอ้ (2) และ (4) ค. ข้อ (2) และ (3) ง. ขอ้ (1) และ (4)

31. หมอ้ แปลงไฟฟ้าซง่ึ ใชไ้ ฟฟา้ 220 โวลต์ มขี ดลวดปฐมภมู ิ 150 รอบ ถา้ ตอ้ งการใหห้ มอ้ แปลงน้ี สามารถจ่ายไฟฟา้ ได้ 1,100 โวลต์ ขดลวดทตุ ยิ ภมู ติ อ้ งมจี ่านวนรอบกรี่ อบ ก. 500 ข. 750 ค. 1,500 ง. 3,000

32. หมอ้ แปลงเครอ่ื งหนง่ึ มจี า่ นวนรอบของขดลวดปฐมภมู ิ ตอ่ จา่ นวนรอบของขดลวดทตุ ยิ ภมู ิ เป็น 1:10 ถ้ามี กระแสไฟฟา้ และความตา่ งศกั ยใ์ นขดลวดทตุ ยิ ภมู เิ ทา่ กบั 5 แอมแปร์ และ 200 โวลต์ตามลา่ ดบั จงหากระแสไฟฟา้ และ ความตา่ งศกั ยใ์ นขดลวดปฐมภมู ิ ก. 25 A, 10 V ข. 25 A, 20 V ค. 50 A, 10 V ง. 50 A, 20 V

33. จา่ นวนขดลวดปฐมภมู แิ ละทตุ ยิ ภมู ขิ องหมอ้ แปลงไฟฟา้ เทา่ กับ 200 รอบ และ 20 รอบ ตามลา่ ดบั หม้อแปลงนใ้ี ช้ กับไฟบา้ น 220 โวลต์ ถา้ ขดลวดทตุ ยิ ภมู ติ อ่ กบั ความตา้ น ทาน 10 โอหม์ ถามว่ากา่ ลงั ความรอ้ นทเี่ กดิ ขนึ้ ทคี่ วามตา้ น ทานนเี้ ปน็ เทา่ ใด ถา้ ไมม่ กี ารสญู เสยี พลงั งานในหมอ้ แปลงเลย ก. 4,840 W ข. 220 W ค. 48.4 W ง. 22.0 W

34. หมอ้ แปลงไฟลงจาก 20,000 โวลต์ เป็น 220 โวลต์ เกิดกา่ ลงั ในขดลวด ทุตยิ ภมู ิ 5.4 กิโลวัตต์ หม้อแปลงมี ประสทิ ธภิ าพรอ้ ยละ 90 กระแสไฟฟา้ ทผี่ า่ นขดลวด ปฐมภมู ิ มคี ่าเทา่ ใด ก. 0.24 A ข. 0.27 A ค. 0.30 A ง. 0.54 A

35. หมอ้ แปลงเครอื่ งหนงึ่ มจี า่ นวนรอบของขดลวดปฐมภมู ติ อ่ จา่ นวนรอบของขดลวด ทุติยภมู เิ ปน็ 1:4 ถา้ มกี ระแส ไฟฟ้าและความตา่ งศกั ยใ์ นขดลวดทตุ ยิ ภมู เิ ทา่ กบั 10 แอมแปร์ และ 200 โวลต์ ตามลา่ ดบั จงหากระแสไฟฟา้ และความตา่ ง ศักย์ในขดลวดปฐมภมู ิ ก. 40 A และ 50 V ข. 50 A และ 40 V ค. 40 A และ 40 V ง. 50 A และ 50 V

36. หมอ้ แปลงอดุ มคตติ วั หนง่ึ มจี า่ นวนรอบของขดลวดปฐม ภูมิเปน็ 2,000 รอบ และจ่านวนรอบของขดลวดทตุ ยิ ภมู เิ ปน็ 1,000 รอบ เม่อื นา่ มาใชใ้ นวงจรดงั รปู ขนาดของฟวิ สท์ ใ่ี ช้ ตอ้ งมคี า่ อย่างนอ้ ยทส่ี ดุ เทา่ ไร ก. 2 A ข. 3 A ค. 5 A ง. 11 A

37. อเิ ลก็ ตรอนเคลอื่ นทเี่ ขา้ ไปในสนามแมเ่ หลก็ ในทศิ ทางตง้ั ฉาก ดังรปู จะเกดิ แรงกบั อเิ ลก็ ตรอนอยา่ งไร ก. ไมเ่ กดิ แรงกับอิเลก็ ตรอน ข. เกดิ แรงในทศิ ทางช้ขี ้นึ ค. เกดิ แรงในทศิ ทางช้ีลง ง. เกิดแรงในทิศพุ่งเข้าในกระดาษ

38. เส้นลวด 2 เส้นวางขนานกันมกี ระแสไหลเทา่ กนั เท่ากับ I ในทศิ ทางเดยี วกนั ดังรูปจะเกดิ แรงระหวา่ งเสน้ ลวดทงั้ สอง แรงทเ่ี กดิ ขนึ้ กบั ลวดเสน้ ทส่ี องมที ศิ ทางอยา่ งไร ก. ชีข้ น้ึ ตามทิศทางของกระแส ข. ชี้ลงในทิศตรงข้ามกับกระแส ค. ชไี้ ปทางซา้ ยเขา้ หาลวดเสน้ ท่ีหน่ึง ง. ช้อี อกไปทางขวา

39. ถ้ามอี นภุ าคขนาดเล็กเคลอื่ นทต่ี รงเขา้ ไปในสนามแมเ่ หลก็ ดว้ ยความเรว็ คงทแี่ ล้วผา่ นออกมาดว้ ยความเรว็ เดิมโดยไม่ เกดิ แรงใด ๆ กระทา่ ตอ่ อนภุ าค ข้อสรปุ ใดไมถ่ กู ตอ้ งท่ีสดุ ก. อนภุ าคตวั นี้ไม่มปี ระจุ ข. อนุภาคตัวน้เี คลอ่ื นท่เี ข้าไปในแนวต้งั ฉากกับทิศทางสนามแมเ่ หล็ก ค. อนุภาคตวั นี้เคลื่อนทีเ่ ขา้ ไปในแนวขนานกบั ทศิ ทางสนามแม่เหลก็ ง. อนุภาคตัวนมี้ มี วลมากเกนิ ไปจนสนามแมเ่ หลก็ ไมม่ ผี ลตอ่ การเคลอื่ นท่ี

40. ขดลวดวงกลม 2 วงดงั รปู มกี ระแสไฟฟา้ ไหลในทศิ ทาง เดยี วกนั จงหาวา่ จะเกดิ สนามแมเ่ หลก็ ทจ่ี ดุ P กึ่งกลาง ระหวา่ งขดลวดอยา่ งไร ก. วนในทิศทางเดียวกับกระแสไฟฟ้า ข. ชี้ขึ้นไปด้านบน ค. ช้ลี งด้านไปด้านลา่ ง ง. สนามแมเ่ หล็กเทา่ กันศูนย์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook