Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore niracha kamhrun

niracha kamhrun

Published by Niracha Kamhrun, 2023-07-25 02:12:53

Description: niracha kamhrun

Search

Read the Text Version

แหล่งท่องเที่ยประเทศไทย สไตล์มุสลิม

สารบัญ 1 ที่เที่ยวสไตล์มุสลิม 2 3 มัสยิดกลาง ปัตตานี 4 มัสยิดบางอ้อ กรุงเทพฯ 5 มัสยิดมัสยิดต้นสน กรุงเทพฯ 6 มัสยิดกรือเซะ ปัตตานี 7 มัสยิดกลาง นครศรีธรรมราช 8 มัสยิดกลาง สงขลา มัสยิดวาดีลฮูเซ็น นราธิวาส มัสยิดฮารูณ กรุงเทพฯ

มัสยิดกลาง ปั ตตานี ถ้าถามถึงมัสยิดที่สวยที่สุดในประเทศไทย ก็ต้องเป็น มัสยิดกลาง จังหวัด ปัตตานี อย่างแน่นอนค่ะ ที่นี่เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจและแรงศรัทธาของชาว ปัตตานี อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมอันงดงาม ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก ทัชมา ฮาล ประเทศอินเดีย ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ส่วนด้านหน้าก็มี สระน้ำขนาดใหญ่ เสริมองค์ประกอบให้มัสยิดดูเด่นสง่ามากยิ่งขึ้น จนทำให้ที่นี่ ถูกขนานนามให้เป็น \"ทัชมาฮาลเมืองไทย\" เลยทีเดียวค่ะ ใครที่มีโอกาสไปเยือน ปัตตานีก็ต้องลองไปยลโฉมมัสยิดที่สวยที่สุดในเมืองไทยแห่งนี้

มัสยิดบางอ้อ กรุงเทพฯ ชมความงดงามของ มัสยิดบางอ้อ มัสยิดสวย ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผสมผสานระหว่าง สถาปัตยกรรมแบบเรเนสซองส์ (Renaissance) และกลิ่นอายของ สถาปัตยกรรมตะวันออกกลางได้อย่างลงตัว แม้จะสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่ก็ยัง สามารถอนุรักษ์ตัวอาคารให้คงอยู่ในสภาพดี มาจนถึงปัจจุบัน นอกจากอาคารมัสยิดแล้ว ก็ ยังมี อาคารเจริญวิทยาคาร 1 อาคารไม้สักรูป ทรงขนมปังขิง 2 ชั้นที่มีความงดงามไม่แพ้กัน

มัสยิดต้นสน กรุงเทพฯ มัสยิดต้นสน ตั้งอยู่ตรงถนนอรุณ อมรินทร์ กรุงเทพมหานคร มัสยิดเก่าแก่ อายุกว่า 400 สร้างขึ้นในปลายสมัยของ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเมื่อปี พ.ศ. 2211 ตัวเรือนอาคารเดิมสร้างด้วยไม้สัก หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา หลังจาก นั้นก็ได้มีการบูรณะซ่อมแซมมาตลอด จนกระทั่งปี พ.ศ. 2495 ก็ได้มีการสร้าง มัสยิดขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้สร้างเป็น อาคารคอนกรีต เพราะอาคารเก่านั้น ทรุดโทรมเกินกว่าจะซ่อมแซมได้

มัสยิดกรือเซะ ปั ตตานี มัสยิดกรือเซะ หรือ มัสยิดสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ มัสยิดเก่า แก่สร้างขึ้นในสมัยพุทธสตวรรษที่ 22 ซึ่งตรงกับยุคสมัยของ กรุงศรีอยุธยา ตามประวัติศาสตร์แล้ว ในสมัยนั้นได้เกิดการ แบ่งราชสมบัติกันระหว่างสุลต่านลองยุนุสกับระตูปะกาลัน ผู้ เป็นพระอนุชา ทำให้การก่อสร้างมัสยิดแห่งนี้หยุดชะงักลง หลังจากที่ระตูปูยุดได้รับตำแหน่งสุลต่านเมืองปัตตานีแทนองค์ สุลต่านที่สิ้นพระชนม์ไปก็ได้ย้ายศูนย์การปกครองเมืองตานีไป ตั้งอยู่ ณ บ้านปูยุด มัสยิดกรือเซะแห่งนี้จึงถูกทิ้งร้างต่อไป แต่ ในปัจจุบัน กรมศิลปากรก็ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถาน และบูรณะซ่อมแซม ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง ประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองปัตตานี

มัสยิดกลาง นครศรีธรรมราช ชมความอลังการงานสร้างของ มัสยิดกลาง นครศรีธรรมราช ที่สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2557-2559 มีเนื้อที่ทั้งหมด 7 ไร่ 21 ตารางวา นอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรมแล้ว ที่นี่ ยังเปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิมใน จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นทั้งกลางบริหาร กิจการศาสนาอิสลาม และปฏิบัติศาสนกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่กล่อมเกลาเยาวชนและ ประชาชนชาวไทย-มุสลิมให้ละเลิกยาเสพติดอีก ด้วย

มัสยิดกลาง สงขลา มัสยิดกลาง ประจำจังหวัดสงขลา หรือ มัสยิดกลางดิย์นุลอิสลาม ตั้งอยู่ในอำเภอ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เรียกว่าเป็นทั้ง ศูนย์รวมแรงศรัทธาของชาวมุสลิมแห่ง จังหวัดสงขลา และเป็นทั้งจุดถ่ายรูปที่เหล่า ช่างภาพมักจะมาเก็บภาพสวยๆ ของมัสยิด ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก ทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย โดยตัวมัสยิดจะตั้งเด่นเป็น สง่าหลังสระน้ำขนาดใหญ่ที่ทอดยาวถึง 200 เมตร เมื่อถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน แสงของท้องฟ้าในยามเย็นจะสะท้อนเข้ากับ ผืนน้ำ ทำให้ทัศนียภาพตรงหน้างดงามขึ้น ไปอีก

มัสยิดวาดีลฮูเซ็น นราธิวาส ปิดท้ายด้วย มัสยิดวาดีลฮูเซ็น หรือ มัสยิดตะโละมา เนาะ มัสยิด 300 ปีแห่งจังหวัดนราธิวาส สร้างขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2167 โดย นายวันฮูเซ็น อัส-ซานาวี ผู้ อพยพมาจากบ้านสะนอยานยา จังหวัดปัตตานี มา อาศัยอยู่ที่นาราธิวาส แรกเริ่มเป็นเพียงเรือนไม้ที่มุง หลังคาด้วยใบลานเท่านั้น แต่ต่อมาก็ได้เปลี่ยนเป็น มากระเบื้องดินเผา เอกลักษณ์ที่ทำให้มัสยิดแห่งนี้ ต่างจากมัสยิดเท่าไปคือ เป็นอาคารทรงไทยพื้นเมือง ผสมผสานกับศิลปะจีนและมลายู มี 2 ชั้นติดกัน สร้างด้วยไม้ตะเคียนทั้งหลังและใช้ไม้สลักแทนตะปู ตกแต่งด้วยลวดลายไม้แกะสลักเป็นรูปใบไม้ ดอกไม้ ดูมีเสน่ห์ที่งดงามไปอีกแบบ

มัสยิดฮารูณ กรุงเทพฯ มัสยิดฮารูณ เป็น มัสยิด เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในย่าน ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร มัสยิดฮารูณสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2371 โดยโต๊ะฮารูณ บาฟาเดน ชาวเมือง ปนตียานัก จาก เกาะบอร์เนียว โต๊ะอิหม่ามคนแรกของมัสยิด เพื่อเป็นมัสยิดของชุมชนหมู่บ้านต้นสำโรง (ปัจจุบันคือบริเวณชุมชนมัสยิดฮารูณ) ริม แม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2442 รัฐบาลไทยได้ เวนคืนพื้นที่ตั้งมัสยิดซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อสร้างอาคาร ศุลกสถาน มัสยิดจึงย้ายมายัง บริเวณที่ตั้งปัจจุบันซึ่งถอยร่นเข้ามาจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยสร้างอาคารมีลักษณะเป็นเรือนไม้สัก ยกพื้นชั้นเดียว หลังท่านเสียชีวิตลง อาคารได้ทรุดโทรมลงมาก บุตรชายของท่านคือ หะยีมูฮำหมัด ยู ซุป (ต่วนโส) ผู้เป็นโต๊ะอิหม่ามคนถัดมาได้รื้ออาคารมัสยิดเดิมลงและก่อสร้างอาคารก่อิฐถือปูนขึ้น สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2477 และยังคงใช้งานสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน

THANK YOU https://travel.trueid.net/detail/8kOrr1qJeLrZ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook