ซเี มนตแ์ ละคอนกรตี มสี ง่ิ ก่อสรา้ งในปจั จบุ นั เป็นจานวนมากท่ที าข้นึ ดว้ ยส่วนผสมของซีเมนต์ หนิ ทราย และนา้ เราเรยี กสว่ นผสมน้ีวา่ คอนกรตี คอนกรตี เป็นวสั ดุก่อสรา้ งท่มี ปี รมิ าณการใชง้ านเพม่ิ ข้นึ ทุกที ทง้ั น้ี เพราะไมซ้ ่งึ เป็นวสั ดุก่อสรา้ งท่เี คยใชม้ าแต่เดมิ หายากข้นึ ราคาแพง ไม่ทนทาน รบั นา้ หนกั ไดน้ อ้ ยไม่เหมาะสาหรบั การก่อสรา้ งอาคารหรอื สง่ิ ก่อสรา้ งใหญ่ๆ และคอนกรตี สามารถหลอ่ เป็น รูปร่างต่างๆ ตามตอ้ งการได้ จงึ สะดวกต่องานก่อสรา้ ง โดยเฉพาะอย่างย่งิ อาคารหลายๆ ชน้ั สะพาน โรงงาน ท่อระบายนา้ เขอ่ื นกนั้ นา้ เป็นตน้ คอนกรตี จะแขง็ แรงมากข้นึ ถา้ ใส่เหลก็ ไว้ ภายใน เราเรยี กคอนกรตี ชนิดน้วี า่ \"คอนกรตี เสรมิ เหลก็ \" (reinforced concrete)
ในสมยั โบราณเมอ่ื ยงั ไม่มกี ารคน้ พบซเี มนตว์ สั ดกุ ่อสรา้ งท่ใี ชก้ บั งานก่อสรา้ งใหญ่ๆ เป็น ส่วนผสมของปูนขาว ทราย และนา้ อาจมวี สั ดุอ่นื ผสม เช่น นา้ ออ้ ย เป็นตน้ เพอ่ื ใหป้ ูนขาว และทรายยดึ ตวั กนั ดขี ้นึ เราเรยี กส่วนผสมน้ีวา่ \"ปูนสอ\" (mortar) ในทางปฏบิ ตั คิ น สมยั ก่อนมกั จะเรยี กปูนสอว่า ซเี มนต์ คาว่าซเี มนตม์ าจากภาษาละตนิ ซ่งึ แปลว่า \"ตดั \" โดยใช้ เรยี กหนิ ปูนทต่ี ดั เป็นช้นิ ๆ เพอ่ื จะนามาเผาเป็นปูนขาว แต่ซเี มนตใ์ นปจั จุบนั หมายถงึ ตวั ประสาน วสั ดสุ องชนดิ หรอื หลายๆ ชนดิ ใหต้ ิดแน่น ในกรณีของคอนกรตี หรอื คอนกรตี เสริมเหลก็ ซเี มนตเ์ ป็นตวั ทาใหท้ ราย หนิ และเหลก็ ยดึ ติดกนั แน่น เมอ่ื แหง้ และแขง็ ตวั ดแี ลว้
ซีเมนต์ตามความหมายทางวศิ วกรรมโยธาแบง่ ออกเป็น ๒ ชนิด คือ บทิ มู ินสั (Bituminous) และ นนั บทิ มู ินสั (Non Bituminous) บทิ มู นิ สั ซเี มนต์ ได้แก่ ยางมะตอย (Asphalts) และนามนั ดิน (Tars) เราใช้บทิ มู ินสั ซเี มนต์ผสมกบั หิน ทราย ราดทาผวิ ถนน และเรียกสว่ นผสมนีว้ า่ แอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete) นนั บทิ มู ินสั ซเี มนต์ ได้แก่ อะลมู ินาซเี มนต์ (Alumina Cement) และปนู ซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (Portland Cement) มีลกั ษณะเป็นผงสเี ทาออ่ นต้องผสมนา้ ในปริมาณมากพอสมควร แล้วทิง้ ไว้ให้แห้ง จงึ จะแข็งตวั เรามกั จะนิยมเรียกซเี มนต์ชนดิ นีว้ า่ ไฮดรอลกิ ซีเมนต์ (Hydraulic Cement) ทงั้ นี ้เพราะ ต้องใช้นา้ ผสม และแข็งตวั ในนา้ ได้ ดงั นนั้ ปนู ซเี มนต์ปอร์ตแลนด์จึงเป็นท่ีนยิ มใช้ในการกอ่ สร้างมากที่สดุ ใน ท่ีนีจ้ ะกลา่ วถึงชนิดและคณุ สมบตั ิของปนู ซเี มนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซเี มนตท์ ่ีผลติ ในประเทศไทย ผลติ ตามมาตรฐานของ อเมริกา(ASTM C. 150)และสานักมาตฐาน ผลติ ภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรม ม.อ.ก. 15
ปูนซเี มนต์ปอร์ตแลนด์ แบ่งเป็ น ๕ ประเภท ดงั นี้ ประเภทท่หี น่ึง เหมาะสาหรับงานก่อสร้างทวั่ ไป ส่วนใหญ่ จะนาไปใช้กบั งานคอนกรีตเสริมเหลก็ เช่น ทาผิวถนน สะพาน ทอ่ ระบายนา้ เป็นต้น ปนู ซีเมนต์ประเภทนีม้ ีข้อเสียคือ ไม่ทน ต่อสารท่ีเป็น ดา่ ง จึงไม่เหมาะสมกบั งานที่ต้องสมั ผสั กบั ด่าง จากดินหรือนา้ เช่น โรงงานอตุ สาหกรรมเคมี
ประเภทท่สี อง ปนู ซีเมนต์ประเภทนี ้เมื่อผสมกบั นา้ จะคายความร้อนออกมาน้อยกวา่ ประเภทธรรมดา และมีความต้านทานตอ่ สารที่เป็นดา่ งได้บ้าง เหมาะ สาหรับงานโครงสร้างขนาดใหญ่ อาทิเช่น ตอมอ่ ขนาดใหญ่ สะพานเทียบเรือ เขือ่ นหรือกาแพง กนั ดินในบริเวณที่ถกู นา้ เคม็ เป็นครัง้ คราว
ประเภทท่สี าม ปนู ซเี มนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทนี ้มีความ ละเอยี ดมากกวา่ เป็นผลทาให้แขง็ ตวั และรับ แรงได้เร็วกวา่ ปนู ซเี มนต์ประเภทที่หนงึ่ จงึ นิยมนาไปใช้กบั งานเร่งดว่ น ท่ีต้องแขง่ กบั เวลา หรือในกรณีท่ีต้องการถอดหรือรือ้ แบบเร็วกวา่ ปกติ
ประเภทท่สี ่ี เหมาะกบั งานท่ีต้องการควบคมุ ทงั้ ปริมาณ และอตั ราความร้อนที่เกิดขนึ ้ ให้น้อยที่สดุ การ เกิดกาลงั ของคอนกรีตท่ีมีสว่ นผสมของปนู ซีเมนต์ ประเภทนีจ้ ะเป็นไปอยา่ งช้าๆ จงึ นิยมใช้ กบั งาน ขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนกนั้ นา้ ซงึ่ ถ้ามีความร้อน อย่างร้ายแรงต่อตวั เขอื่ น เนื่องจาก จะทาให้เกิด การแตกหรือร้าวได้
ประเภทท่หี ้า มีคณุ สมบตั ิในการต้านทานตอ่ สารที่เป็นด่างได้สงู จึงเหมาะท่ีจะใช้กบั งานก่อสร้างใน บริเวณ ที่ต้องสมั ผสั กบั ด่าง เชน่ ในบริเวณท่ีดินมีความ เป็นดา่ งสงู หรือนา้ ทะเล ระยะเวลาในการแขง็ ตวั ของปนู ซีเมนต์ประเภทนี ้จะช้ากวา่ ประเภท อ่ืนๆ
เปรียบเทยี บกาลังอดั ของปนู ซเี มนต์ ทงั้ 5 ประเภท จากข้อมลู ข้างต้นผ้อู า่ นคงจะได้ทราบถงึ ประวตั ิและประเภทของปนู ซีเมนต์ ปอร์ตแลนด์เพิ่มขนึ ้ ดงั นนั้ เม่ือถึงเวลา ปนู ซเี มนต์ กาลังอัดเป็ นเปอร์เซน็ เม่อื เทยี บกับประเภท 1 ปอร์ ตแลนด์ 1 วนั 7 วนั 28 วนั 90 วนั 100 100 100 100 ประเภท 1 75 85 90 100 ประเภท 2 190 120 110 100 ประเภท 3 55 55 75 100 ประเภท 4 65 75 85 100 ประเภท 5
จบการนาเสนอ
https://www.youtube.com/watch?v=9CLgNapch-4 https://www.youtube.com/watch?v=9CLgNapch-4
เร่อื ง ซเี มนตแ์ ละคอนกรตี นาย สรุ ชาติ ถ่นิ ทพั ไทย รหสั 62B44640221
แบบทดสอบ 5 ขอ้ 1.ปูนซเี มนตท์ ่จี าแนกออกมามกี ่ปี ระเภท ก.1 ประเภท ข.2 ประเภท ค.3 ประเภท ง.5 ประเภท 2. ปูนซเี มนตป์ อรต์ แลนดป์ ระเภทใดท่ใี ชง้ านคอนกรีตทต่ี อ้ งการถอดแบบไดเ้ร็วหรอื งานท่ตี อ้ งการใชเ้รว็ เพอ่ื แขง่ ขนั กบั เวลา ก.1 ข.2 ค.3 ง.4 3. ปูนซเี มนตเ์ กดิ ข้นึ ครงั้ เเรกในสมยั ใด 1. สมยั ท่มี กี ารคน้ พบยุโรป 2. สมยั ใหม่ 3. สมยั เก่า 4. สมยั อยิ ปิ ต์
คาช้ีแจง จงใชข้ อ้ มลู ต่อไปน้ตี อบคาถามขอ้ 4 – 5 ก. ปูนซเี มนตป์ อโตเเลนด์ ประเภทท่ี 1 ข. ปูนซเี มนตป์ อโตเเลนด์ ประเภทท่ี 2 ค. ปูนซเี มนตป์ อโตเเลนด์ ประเภทท่ี 3 ง. ปูนซเี มนตป์ อโตเเลนด์ ประเภทท่ี 4 จ. ปูนซเี มนตป์ อโตเเลนด์ ประเภทท่ี 5 4. ปูนซเี มนตป์ อรต์ แลนดป์ ระเภทใดใชส้ าหรบั ในงานการก่อสรา้ งทวั่ ไป 1. ก 2. ข 3. ค 4. ง 5. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ปจั จยั ทม่ี ผี ลต่ออตั ราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าไฮเดรชนั 1. อายุของปูนซเี มนต์ 2. ความละเอยี ดของปูน 3. อตั ราสว่ นนา้ ต่อปูน 4. ยห่ี อ้ ของปูนซเี มนต์
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: