Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 中国的少数族

中国的少数族

Published by รัชดาพร กลอนสัน, 2018-10-12 07:10:56

Description: กลุ่มชาติพันธุ์แมนจู

Keywords: แม,นจู

Search

Read the Text Version

กล่มุ ชาตพิ นั ธุ์ในประเทศจนี

满族กลมุ่ ชาตพิ นั ธุ์แมนจู

สารบญั หนา้ เรอื่ ง 1ความรทู้ ่วั ไปเกยี่ วกบั ชาตพิ นั ธ์ุแมนจู 3วฒั นธรรมการแตง่ กายของชาตพิ ันธุ์แมนจู 5วฒั นธรรมประเพณขี องชาติพันธุ์แมนจู

1 ความรทู้ ว่ั ไปเกยี่ วกบั ชาตพิ นั ธแ์ุ มนจู กลุ่มชาติพันธ์ุแมนจูถือเป็นกลุ่มชาติพันธ์ุใหญ่อีกกลุ่มหนึ่ง ที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มชาวตงุ กูซิกที่ใช้ภาษากลมุ่ ตุงกแู ละได้อาศัยโดยท่วั ประเทศจนี ถอื เป็นชนกล่มุ น้อยซิกท่ีใหญ่ที่สุดเป็นอนั ดบั 4 ของประเทศจนี ชาวแมนจูได้อาศยั และพบได้ใน 31 จงั หวดั ของจนี โดยเฉพาะใ น ดิ น แ ด น แ ม น จู เ รี ย ม ณ ฑ ล เ ห ลี ย ว ห นิ ง ถื อ ไ ด้ ว่ า เ ป็ น ดิ น แ ด น ท่ี มี ป ร ะ ช า ก ร แ ม น จูเยอะที่สุดประชากร 10,682,263 คนส่วนเหอเป่ยมณฑลเหลียวหนิงถือได้ว่าเป็นดินแดนท่ีมีประชากรแมนจูเยอะที่สุด ประชากร 10,682,263 คน ส่วนเหอเป่ย เฮยหลงเจียง จ๋ีหลินมองโกเลียใน และปักก่ิง มีประชากรแมนจู 100,000 คนอาศัยอยู่ ประมาณคร่ึงของประชากรอาศัยอยู่ในเหลียวหนิงและ1 ใน 5 อยู่ที่เหอเปย นอกจากนี้ยังมีชาวแมนจูอาศัยอยู่ในประเทศรสั เซีย ได้แก่ ปรมี อร์สกี

2 ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนท่ีเรียกว่าแมนจูเรีย ประกอบด้วยมณฑลจี้หลิน เหลียวหนิงและเฮยหลงเจียง ชาวแมนจูถือเป็นชนชาติที่ย่ิงใหญ่ในอดีต เคยมีอาณาจักรต้าจิน ในภาคออกเฉียงเหนือของจนี และเป็นผู้กอ่ ตั้งราชวงศช์ งิ ของจนี เนื่องจากว่าชาวแมนจูได้เข้ามาปกครองประเทศจีน ในสมยั ราชวงศ์ชิงจนถึงช่วงการปฎิวัติซินไห่ ทาให้ชาวแมนจูได้ยอมรับวัฒนธรรมของชาวฮ่ันและได้หลอมรวมกบั ชาวฮัน่ และพดู ภาษาจีน จนในปจั จุบนั ภาษาของชาวแมนจูใกล้สาบสูญเหลือคนพูดได้เพียงผสู้ ูงอายใุ นชนบทภาคเหนอื ของจีนและเหล่าผู้สนใจศึกษาเท่านั้น ชาวแมนจูเป็นกลุ่มชาติพันธทุ ่ีมมี าตรฐานการดารงชีวติ ดที ่ีสดุ ในประเทศจีนตามการสารวจและเปรียบเทียบกลุ่มชาติพนั ธ์ุตา่ งๆ ชาวแมนจูน้ัน ในทัศนคติของชาวฮั่น ถือได้ว่าเป็นชนกลุ่มน้อยเร่ร่อนหรือคนป่าเถ่ือน ชาวแมนจู ได้สบื เชอื้ สายมาจากชาวหนีเ่ จนิ (女真) ที่ซ่ึงไดส้ ถาปนาราชวงศจ์ นิ ตอนแรกข้ึนทาง ตอนเหนือของจีน ในช่วง ค.ศ. 1115-1234 ชาวแมนจูน้ันต่อมาได้ต้ังอาณาจักรของตนขึ้นทาง ตอนเหนือของจีนอีกครั้ง คือ ราชวงศ์จินตอนหลัง เป็นราชวงศ์แรกของชาวแมนจูที่อาศัยอยู่ทาง ตะวนั ออกเฉียงเหนือของจนี และในสมัยจกั รพรรดิซุน่ จือ้ ไดน้ ากองทัพแมนจูยดึ กรงุ ปกั กิ่งซึ่งเป็นเมือง หลวงของราชวงศ์หมิงได้สาเร็จในปีค.ศ. 1644 และได้เปลี่ยนช่ือจากแมนจูเป็นชิงและสถาปนา ราชวงศ์ชิงข้ึนในปีเดียวกันราชวงศ์นี้ปกครองจีนจนถึงปี ค.ศ. 1911มีจักรพรรดิปกครองทั้งส้ิน 12 พระองค์

3 วฒั นธรรมการแตง่ กายของชาตพิ นั ธแุ์ มนจู ทรงผมตามประเพณขี องชาวแมนจู คือ โกนคร่ึงหวั ดา้ นหนา้ และไว้ผมแบบหางเปียข้างหลังรวบเป็นเสน้ เดยี วและยาว เรยี กว่า \"เป้ียนซือ\" (辮子) หรือ \"ซอนโกโฮ\" ในภาษาแมนจู ต้นกาเนิดของทรงผมนี้คาดว่านา่ จะมาจากขอ้ สนั นิษฐานว่าชาวแมนจูนิยมใช้ม้าเยอะ ทรงผมนี้ช่วยในการเคล่ือนไหวบนม้าและเวลายิงธนู เส้นผมจะไม่ปกหน้า ถักเปียพันคอเอาไว้ให้ความอบอุ่นกับลาคอ ส่วนโกนด้านหนา้ มีสองทฤษฎี คอื ไม้ให้มาปลิวปดิ ตา หรอื ทาให้ใสห่ มวกเหลก็ สะดวก (แบบทรงผมซามไู ร) การไว้เปียของพลทหารแมนจู

4หางเปียของชาวแมนจูทหารมา้ แมนจู

5 สตรีชาวแมนจูจะไว้ทรงผมท่ีแตกต่างออกไปท่ีเรียกว่า \"เหลียง ปาโตว\" สตรีชาวแมนจู นยิ มผมทรงสงู ๆใหญ่ๆ ใส่ดอกไม้ดอกโต ทรงผมของหญงิ ชาวแมนจแู บง่ เป็น 2 แบบ คอื 1.ทรงสองแกละ 2.ทรงหมวกปีกกว้าง ทรงสองแกละน้ันเรมิ่ จากการหวีผมไปไว้ด้านหลงั จากน้นั แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนล่างถึงลาคอ แล้วแบ่งผมออกเปน็ สองชอ่ ยกสงู ตอนท่พี บั น้นั ชโลมนา้ ยาจัดทรงผมพร้อมกับจัดให้เรียบยกสูงข้ึนเล็กน้อยแล้วพับ จากนนั้ รวมกนั เป็นชอ่ เดยี ว แลว้ ยอ้ นกลบั ไปด้านหน้าใช้เชอื กมัดให้แน่นจากโคนผมจากนั้นสอดแถบเหลก็ สาหรบั จดั ทรง แลว้ นาเสน้ ผมพนั รอบแถบเหลก็ นั้นไว้ ให้เป็นรูปตัว T แล้วค่อยประดับดว้ ยดอกไม้ ลูกปัด และพหู่ อ้ ยหรอื ตุ้งติ้ง ภายหลังในสมัยเสียนเฟิงฮ่องเต้ (ก่อนสมัยซูสีไทเฮา) ผมทรงนกี้ ค็ อ่ ยๆมีขนาดใหญ่ข้ึน แกละทงั้ สองข้างก็มีขนาดใหญ่ข้นึ เรื่อยๆ จึงนาแถบรูปพัดสีดามาประดับใหป้ กี ผมทง้ั สองขา้ งกวา้ งข้ึน แลว้ เรยี กว่า ฉีโถว หรือ กวนจวง ซึง่ เรารู้จกั กนั ในนาม ตา้ ลาเช่อ ทรงผมของสตรีชน้ั สูง (แบบทรงหมวกปีกกวา้ ง) สตรแี มนจูไวผ้ มทรงสองแกละ

6 วฒั นธรรมประเพณขี องชาติพนั ธุ์แมนจู ชาวแมนจูประเพณีท่ีสาคัญอยู่หลายวัน บางวันได้รับอิทธิพลจากชาวฮ่ัน เช่นตรุษจีนและ เทศกาลไหวบ้ ๊ะจ่าง แตช่ าวแมนจกู ็ยงั มวี ันหยดุ ของแมนจู เชน่ เทศกาลปานจิน (頒金節) ซ่ึงจัดทุกวันท่ี 13 ของเดือนสิบในปฏิทินจันทรคติ เป็นวันฉลองครบรอบการต้ังช่ือคาว่า \"หม่านจู๋\" (แมนจู) โดยในปีค.ศ. 1635 จักรพรรดิหฺวัง ไถจ๋ี ได้ทรงเปลีย่ นช่อื ชาวแมนจูจาก \"หน่ีเจิน\" (女真) เป็น \"หม่านจู๋\" (滿族) วันเจ๋วเหลียง (絕糧日) หรือ วันกาจัดอาหาร ซึ่งจัดทุกวันท่ี 26 ของเดือนแปดของในปฏิทินจันทรคติ เป็นอีกวันหยุดหนึ่ง ซ่ึงได้รับอิทธิพลมาจากเรื่องเล่าของจักรพรรดินู่เอ๋อร์ฮาช่ือและกองทัพของพระองค์ ซง่ึ กาลงั ทาศึกกบั ศตั รูกระทงั่ เกือบไม่มีอาหารเหลือ ชาวบ้านทีอ่ าศัยอยู่ใกล้สนามรบได้ยนิ ว่าเสบยี งอาหารใกล้หมด จงึ มาชว่ ยจักรพรรดแิ ละกองทพั ขณะนัน้ สนามรบไม่มีภาชนะทีใ่ ช้ในการรบั ประทานอาหาร จึงต้องใช้ใบจ่ีซู (紫蘇) ห่อข้าว จากน้ันกองทัพก็ได้ชัยชนะ คนรุ่นหลังจึงระลึกถึงความลาบากน้ี โดยจักรพรรดินู่เอ๋อร์ฮาช่ือทรงสถาปนาวันน้ีให้เป็นวันเจ๋วเหลียง ตามประเพณีแล้วชาวแมนจมู ักกินใบจีซ่ ูหรอื ใบผกั กาดห่อดว้ ยข้าวสวย ไขค่ น เนือ้ วัวหรอื เน้ือหมู

แหลง่ อ้างองิ มหาวทิ ยาลยั ครูหนานจิง,มหาวทิ ยาลัยครูอนั ฮุย.(2550) ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกบั ประวัตศิ าสตร์จนี / วทิ ยาลัยภาษาจีนปกั ก่ิง : โรงพมิ พส์ ขุ ภาพใจ.กรุงเทพ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook