ชุดกิจกรรมฝึกทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อการ เรียนรู้ประกอบการเรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น และช่วยให้ผูเ้ รียนสามารถ นำความรู้ ความสามารถที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เกดิ ประโยชน์ในการเรียนรู้และในชีวติ ประจำวัน ชุดกิจกรรมฝึกทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) สำหรับนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 เล่มนี้เป็นชดุ กิจกรรมเรื่อง Tense นี้ที่ป.6 ควรรู้ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ประเภทของ Tense ภาพรวมและสถานการณ์การเลือกใช้ Tense ต่างๆ มีการบูรณาการทักษะทั้ง 4 คือ การฟัง การพูด การอ่านและการเขียน ที่มีความสัมพันธ์กันตามลำดับ โดยเรียนรู้จาก ใบความรู้ซึ่งชุดกิจกรรมนี้ประกอบด้วย คู่มือนักเรียน แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน และกิจกรรมในชุดกิจกรรมนักเรียน จะได้เรียนรู้จนครบตามจำนวนและลำดับของ กิจกรรมแต่ละกิจกรรมทำใหน้ ักเรียนเข้าใจเน้อื หาไดเ้ ป็นอย่างดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าชดุ กิจกรรมฝกึ ทักษะภาษาอังกฤษเล่มนี้ คงจะเป็นประโยชน์ ต่อครูผู้สอนและนักเรียนให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตาม แนวทางของกจิ กรรมที่พัฒนาขน้ึ ในครัง้ นี้ ฉันชนก พูดศรีสกุล ตำแหน่ง ครูผูช้ ่วย โรงเรียนวัดรวก หน้า | 2
เร่อื ง หนา้ คาแนะนาในการใชช้ ุดกิจกรรมสาหรบั นกั เรียน 4 แบบทดสอบกอ่ นเรียน 5 Unit 1: Tense 7 Unit 2: Verb forms 8 9 - การผนั คากรยิ าท่ีใชบ้ ่อย 12 - Exercise 1: Verb form 13 Unit 3: Simple Tense 13 - Past simple tense 16 - Exercise 2: Past simple tense 17 - Present simple tense 20 - Exercise 3: Present simple tense 21 - Future simple tense 23 - Exercise 4: Future simple tense 24 Unit 4: Continuous tense 24 27 - Past continuous tense 28 - Exercise 5: Past continuous tense 30 - Present continuous tense - Exercise 6: Present continuous tense 31 34 - Future continuous tense 35 - Exercise 7: Future continuous tense 35 Unit 5: Perfect tense 38 - Past perfect tense 39 - Exercise 8: Past perfect tense - Present perfect tense 42 43 - Exercise 9: Present perfect tense Unit 6: คากรยิ า 3 ช่อง หน้า | 3
ชดุ กิจกรรมฝึกทักษะภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชุดนี้เป็นชุดกิจกรรมที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนและ เป็นชุดกิจกรรมที่นักเรียนสามารถศึกษาและทำความเข้าใจโดยให้นักเรียนอ่านคำแนะนำและ ปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนของกิจกรรม รวมทั้งสามารถถามประเด็นข้อสงสัยจากครูผู้สอน โดยตรง ซึ่งนักเรียนจะได้รับ ความรู้ ความเข้าใจ และคำแนะนำอย่างชัดเจนโดยปฏิบัติตาม ขัน้ ตอนดังต่อไปนี้ คำแนะนำสำหรับนักเรียน 1. ชุดกิจกรรมฝกึ ทักษะภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสารนีใ้ ห้เวลา 12 ชั่วโมง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้เม่ือนักเรียนเรียนจบชุดนี้ นักเรียนสามารถ 2.1 รูแ้ ละคดิ วิเคราะห์แยกแยะประเภทของ Tense ต่างๆได้ 2.2 ใช้ Tense ในการบอกเล่าเหตกุ ารณ์ในหว้ งเวลาต่างๆได้ 2.3 ใชโ้ ครงสร้างของ Tense ทั้ง 8 Tenseที่เหมาะสมต่อวัยของนักเรียนได้ 2.4 อ่านเน้ือเร่ืองแล้วสามารถตอบคำถามได้ 2.5 เขียนประโยคโดยใช้ Tense ต่างๆได้ 3. กจิ กรรมที่นักเรียนต้องปฏบิ ัติมีดังนี้ 3.1 ตั้งใจศึกษาใบความรู้ ใบกจิ กรรม 3.2 ทำแบบทดสอบก่อนเรียน 3.3 ทำทกุ กจิ กรรมให้ครบถ้วน สมบรู ณ์ 3.4 ทำแบบทดสอบหลังเรียน 4. การประเมินผลการเรียน นักเรียนทำกิจกรรมตามที่ครูกำหนด โดยครูผู้สอนจะ ประเมนิ จาก 4.1 การทำแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน 4.2 การประเมินผลจากผลงานนักเรียนในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม 4.3 การประเมนิ ผลจากการสังเกตพฤตกิ รรมนักเรียน 4.4 การประเมินผลจากการสังเกตคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ หน้า | 4
แบบทดสอบก่อนเรียน 12 Tense ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6 กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ คำชแี้ จง 1. แบบทดสอบชดุ น้ี มจี ำนวน 20 ขอ้ เปน็ แบบปรนัย 4 ตวั เลอื ก 2. ใหน้ กั เรียนเลอื กตอบข้อทถี่ กู ตอ้ งท่ีสดุ เพยี ง 1 ขอ้ เท่าน้นั โดยทำเครอ่ื งหมาย 3. ให้เวลาในการทำแบบทดสอบ 20 นาที 1. The girl _______ to the zoo last month. A) go B) goes C) went D) gone 2. My uncle _____ a postman. A) is B) am C) are D) be 3. What is signal words in Future simple tense? A) always B) often C) this morning D) next week 4. Are ______ playing basketball? A) he B) she C) they D) it 5. We __________ T.V. at 8.00 o’clock last night. A) watch B) are watching C) was watching D) were watching 6. He will be finishing his work ____________. A) yesterday B) at 7 o’clock C) right now D) in the afternoon 7.Robert ________ in Bangkok for 4 years. A) has lived B) have lived C) has been living D) have been living 8. Tony had ______ a new mobile phone since March. A) buy B) buys C) buying D) bought 9. He will clean the car _________. A) today B) yesterday C) at the moment D) next week 10. How long has ______ been learning history? A) she B) you C) I D) we หน้า | 5
11. ________ you play volleyball yesterday? A) Did B) Will C) Had D) Have 12. London ______ the capital city of England. A) am B) is C) has been D) have been 13. Supawan __________ a letter now. A) write B) writes C) is writing D) has written 14. The nurse usually ____________ her work at 6 PM. A) finish B) finishes C) has finished D) is finishing 15. What verbs are used in Past simple tense? A) went B) eats C) playing D) written 15. What verbs are used in Present continuous tense? A) drink B) drank C) drunk D) drinking 16. What verbs are used in Future continuous tense? A) eat B) ate C) eaten D) eating 17. What verbs are used in Present perfect tense? A) go B) went C) gone D) going 18. Which sentence is Past simple tense? A) I have been sitting here for two hours. B) Nicole will have reading book for 3 hours by 6 p.m. C) Film cooked lasagna for him sisters. D) I think David will be a policeman. 19. Which sentence is Present continuous tense? A) I have been sitting here for two hours. B) Nicole will have reading book for 3 hours by 6 p.m. C) Film cooked lasagna for him sisters. D) Alice is studying in the university. 20. Which sentence is Future simple tense? A) Jennifer will come to the party. B) We studied math last Friday. C) I walk to school every day. D) I am studying at Watruak school. หน้า | 6
Unit 1: Tense • Tense คอื อะไรกนั นะ? Tense (กาล) คอื รูปแบบของคำกริยาทม่ี ีการเปลย่ี นรปู หรือเติมคำกริยาชว่ ยตามหลัก ไวยากรณ์ เพื่อขยายความใหก้ ับเหตุการณห์ รือการกระทำนนั้ ทำใหเ้ ราทราบเก่ียวกบั • เวลาทเ่ี กดิ ได้แก่ อดตี (past), ปจั จุบนั (Present), และอนาคต (Future) • ลกั ษณะของการเกดิ ได้แก่ ธรรมดา (Simple), ต่อเนื่อง (Continuous หรือ Progressive), สมบูรณ์ (Perfect) และ สมบูรณต์ ่อเนือ่ ง (Perfect continuous หรอื perfect progressive) ซง่ึ รวมทั้งหมดมี 12 Tense รูปแบบ Tense โดยทัว่ ไปจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกนั ท้ังอดีต ปจั จุบนั และอนาคต ตัวอย่างเชน่ ถ้าเรารู้ว่าเหตกุ ารณ์ลกั ษณะใดต้องใช้ present simple เหตกุ ารณ์ทำนองเดียวกัน ในอดีต ก็จะใช้ past simple ถา้ เกดิ ในอนาคต กต็ ้องใช้ future simple ดงั รปู และสำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นัน้ นกั เรียนจำเปน็ ทจ่ี ะต้องเรียนรู้ Tense ดังตอ่ ไปน้ี 1. Past simple tense 2. Present simple tense 3. Future perfect tense 4. Past continuous tense 5. Present continuous tense 6. Future continuous tense 7. Past perfect tense 8. Present perfect tense ซึ่งนักเรยี นสามารถเรียนรู้ได้ในบทเรียนต่อ ๆ ไป หน้า | 7
Unit 2: Verb forms • Verb form อกี หนงึ่ เรื่องควรรกู้ อ่ นเรียนเรือ่ ง Tense เนื่องจากในเรื่องของ Tense นัน้ เป็นการเลา่ เรอื่ งต่างๆในห้วงเวลา ทัง้ 3 ชว่ ง ไม่วา่ จะ เปน็ อดีต ปัจจุบนั หรืออนาคตก็ตาม ซ่งึ ในท้ัง 12 Tense น้นั มกี ารใช้ Verb หรอื คำกริยาในทกุ Tense ซ่งึ แตล่ ะ Tense นน้ั มีการใช้ Verb หรือคำกริยาทีแ่ ตกต่างกนั • โดยทัว่ ไปคำกรยิ าเปลย่ี นรปู นัน้ (หรือผนั คำ) ได้ 5 แบบ เพื่อให้สอดคล้องกบั ประธาน ของประโยค หรอื แสดง Tense (กาล), Voice (วาจก) และ Mood (มาลา) รปู ของคำกริยา รปู แบบ ใชก้ บั Base form หรอื infinitive V1 • Present simple tense ในประธานพหพู จน์ (รปู ทย่ี งั ไมไ่ ดผ้ นั ) เช่น walk, swim, play, eat, speak, ….. • Infinitive with to คอื to + V1 เชน่ to go, to run, to see ฯลฯ เพอื่ ใช้เปน็ noun, Adjective หรอื adverb ก็ได้ • Infinitive without to คอื V1 ใช้ตามหลงั คำกริยาช่วย do/does/did และกรณีตามหลัง Modal verbs (can/may/must…) Past form (รปู อดตี ) V2 หรอื V1+ -ed • past simple tense (กาลอดีตธรรมดา) Past participle หรอื V3 หรอื V1+ -ed • perfect tense (กาลสมบรู ณ)์ รูปแบบ Perfect participle (have) + V3 Present participle • past participle ใช้เปน็ adjective ขยาย S from (รปู ทล่ี งทา้ ยดว้ ย s) คำนาม เช่น walked, written V1 + -ing • continuous tense (กาลตอ่ เนอื่ ง) รปู แบบ (be) + V1 + -ing • present participle ใชเ้ ปน็ Adjective ขยายคำนาม เช่น walked, written • gerund ใช้เป็น noun เชน่ walking, writing V1 + -s • Present simple tense (มีประธานเอกพจน์ และ pronoun he, she, it) เชน่ walks, speaks หน้า | 8
การผนั คำกรยิ าทใ่ี ชบ้ อ่ ย • กฎการเตมิ -ing คำกริยาที่เติม -ing มีการใช้งานเป็น continuous tense (กาลต่อเนื่อง), present participle (Verbal ที่ทำหน้าที่ขยาย noun) และ gerund (Verbal ที่ทำหน้าที่เป็น noun) โดยมีกฎการเติม -ing ดงั ตาราง คำกรยิ าท่ัวไป เติม -ing ไดท้ นั ที eat >> eating (กนิ ) drink >> drinking (ดื่ม) คำกรยิ าที่ลงท้ายด้วย e ตดั e ออก แล้วเตมิ -ing go >> going (ไป) (แต่ไม่อ่านออกเสยี ง e) make >> making (ทำ) write >> writing (เขยี น) dance >> dancing คำกริยาทีล่ งท้ายดว้ ย y เตมิ -ing ได้ทันที (เต้นรำ) play >> playing (เล่น) cry >> crying (รอ้ งไห)้ try >> trying (พยายาม) คำกรยิ าท่ีลงท้ายดว้ ย ie เปลี่ยน ie เป็น y แล้วเติม die >> dying (ตาย) -ing lie >> lying (นอน) tie >> tying (มัด) คำกริยาพยางคเ์ ดยี ว เติมตัวสะกดอกี ตวั แล้วเตมิ sit >> sitting (นง่ั ) สระตัวเดียว ตวั สะกดตวั เดียว -ing run >> running (ว่ิง) swim >> swimming (วา่ ยนำ้ ) คำกริยาสองพยางค์ ลงเสียง เติมตัวสะกดอีกตัว แลว้ เติม prefer >> preferring หนักทพ่ี ยางค์หลัง -ing (ชอบมากกว่า) refer >> referring (อา้ งองิ ) หน้า | 9
การผนั คำกรยิ าทใ่ี ชบ้ อ่ ย • กฎการเตมิ -ed มีกฎการเตมิ -ed ดงั ตาราง คำกรยิ าทว่ั ไป เติม -ed ได้ทันที listen >> listened (ฟัง) talk >> talked (พูดคยุ ) คำกริยาทล่ี งท้ายดว้ ย e เตมิ -d ไดท้ นั ที watch >> watched (ด,ู เฝ้าดู) คำกรยิ าที่ลงท้ายดว้ ย y เปลีย่ น y เป็น i ก่อน แลว้ loved >> loved (รกั ) แตห่ นา้ y เปน็ พยญั ชนะ เตมิ ed like >> liked (ชอบ) smile >> smiled (ยิ้ม) คำกรยิ าท่ีลงท้ายด้วย y เติม -d ไดท้ นั ที hurry >> hurried แต่หนา้ y เป็นสระ (รบี เร่ง) study >> studied (เรียน) คำกริยาพยางค์เดียว เตมิ ตัวสะกดอีกตัว แลว้ เติม cry >> cried (ร้องไห)้ play >> played (เล่น) สระตวั เดยี ว ตัวสะกดตัวเดยี ว -ed stay >> stayed (อยู่) enjoy >> enjoyed (สนุกสนาน) stop >> stopped (หยดุ ) plan >> planned (วางแผน) fit >> fitted (พอดี, ตดิ ต้ัง) หน้า | 10
การผนั คำกรยิ าทใี่ ชบ้ อ่ ย • กฎการเตมิ -s หรอื -es คำกรยิ าทเ่ี ตมิ -s หรือ -es ใชใ้ น present simple สำหรบั ประธานเอกพจน์ และ he, she, it มีกฎการเตมิ -s และ -es ดังตาราง คำกรยิ าท่ัวไป เติม -s ไดท้ ันที drink >> drinks (ดม่ื ) eat >> eats (กนิ ) swim >> swims (ว่ายนำ้ ) คำกริยาที่ลงท้ายด้วย s, ss, เติม -es ได้ทันที และอ่าน catch >> catches (จบั ) ch, sh, x, z ออกเสยี งอซิ หรอื เอซ kiss >> kisses (จบู ) teach >> teaches (สอน) wash >> washes (ลา้ ง) buzz >> buzzes (ส่งเสยี งหงึ่ ๆ) คำกรยิ าท่ลี งท้ายดว้ ย o fix >> fixes (ซอ่ ม) เตมิ -es ไดท้ นั ที และไม่ตอ้ ง go >> goes (ไป) อา่ นออกเสียง do >> does (ทำ) คำกรยิ าทีล่ งท้ายด้วย y เติม -s ได้ทันที buy >> buys (ซือ้ ) แต่หนา้ y เป็นสระ play >> plays (เล่น) say >> says (พดู ) คำกริยาท่ลี งท้ายด้วย y ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม fly >> flies (บิน) แต่หนา้ y เป็นพยญั ชนะ -es cry >> cries (ร้องไห้) study >> studies (เรยี น) หน้า | 11
Exercise 1 Direction: fill -ing, -ed, -s or -es by following verbs. จงเตมิ - ing, -ed, -s or -es ในคำกรยิ าต่างๆท่ีกำหนดให้ Base form Fill -ing Fill -ed Fill -s, -es Play Work Cook Listen Walk Like Help Stop Enjoy Clean Cry Talk หน้า | 12
Unit 3: Simple Tense • Simple Tense (กาลธรรมดา) “Past simple tense” Past Simple Tense ใช้ในเหตกุ ารณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว หรือ ใชบ้ อกในเรื่อง ทเ่ี ปน็ กจิ วตั รประจำในอดตี หรอื เคยไปทไี่ หนในอดีตมาแลว้ - ใชก้ บั เรื่องทเี่ กดิ ขน้ึ ในอดตี และจบสนิ้ ลงไปเรียบรอ้ ยแลว้ สังเกตงา่ ย ๆ วา่ มกั จะมกี ารระบชุ ว่ งเวลาไว้ด้วยว่าเกดิ ขึ้นเมอ่ื ไหร่ รปู แบบประโยค ประเภทประโยค โครงสร้างประโยค ตวั อย่างประโยค ประโยคบอกเล่า Subject + Verb2. I went to the park yesterday. ***ประธานเอกพจน์ และ He, She, It จะเตมิ -s หรือเติม -es ท้ายคำกริยา*** ประโยคปฎิเสธ Subject + did not I didn’t go to the park + Verb1. yesterday. ประโยคคำถาม Did + S + Verb1? Did you go to the park yesterday? และมักมีการใช้ Key word บอกเวลาซึ่งจบไปแล้ว ที่พบบ่อย ๆ ในประโยค Past Simple Tense ได้แก่ yesterday, last , ago โดยใช้ร่วมกับคำบอกเวลา อนื่ ๆ เช่น last last + เวลา/ วนั / last hour, last night, last Monday, last สัปดาห์/ เดอื น/ฤด/ู ปี week, last month, last summer, last winter, last year ago วนิ าที / นาที/ 5 minutes ago, 3 day ago, 2 weeks ช่วั โมง/ วนั / สปั ดาห/์ ago, 1 month ago, 4 years ago เดอื น/ ปี + ago หน้า | 13
ตวั อยา่ งการเลอื กใช้ 1. เหตกุ ารณท์ เี่ กดิ ขนึ้ และสน้ิ สดุ แลว้ ในอดตี (ครง้ั เดียว / หลายคร้ัง / ไม่เคยเกดิ กไ็ ด้) PAST PRESENT FUTURE - Mr. Johnson died last year. คุณจอหน์ สนั ตายปีทแ่ี ลว้ - He once saw the train. เขาเคยเห็นรถไฟเพยี งคร้งั เดียว - The girl went to the museum last month. เด็กหญิงเคยไปพพิ ธิ ภณั ฑเ์ มอ่ื เดอื นท่แี ล้ว 2. ลำดับเหตุการณท์ ี่เกิดขน้ึ ตอ่ ๆกนั ในอดีต 12 PAST PRESENT FUTURE - Yesterday, when I came back home, I took a bath, watched T.V.. เมื่อวานน้เี มือ่ ฉันกลบั บ้าน ฉนั อาบนำ้ และดูโทรทศั น์ - When Nut was young, he did not use to get up late. ตอนนัทยังเป็นเด็กเขาไมเ่ คยตน่ื สาย 3. ใช้ past continuous คู่กับ past simple ในกรณีที่ ... เหตุการณ์หน่ึง ดำเนินอยู่ ใช้ past continuous (เส้นสีฟา้ ) แล้วมเี หตกุ ารณเ์ กิดข้ึนและสิน้ สุดลง ใช้ past simple (เสน้ สชี มพ)ู ใช้คำเช่อื ม when while/as 1 2 PAST PRESENT FUTURE - I was crossing the road when the traffic light changed. ฉันกำลังขา้ มถนน เมอ่ื ไฟจราจรเปลี่ยน หน้า | 14
4. สง่ิ ทเ่ี กดิ ขนึ้ เปน็ ปกตนิ ิสยั หรอื เกดิ ขน้ึ สมำ่ เสมอในอดตี - This time last year I studied in the university. เวลานเ้ี ม่ือปีทแ่ี ล้วฉนั ศกึ ษาอยใู่ นมหาวิทยาลัย 5. การเปลย่ี น Tense ในประโยค direct speech (คำพดู ของผพู้ ดู โดยตรง) เปน็ indirect speech (การนำคำพดู มาเลา่ ตอ่ เปน็ ประโยค) - He said, “I love you”. (direct speech = present simple) เขาพูดวา่ “ผมรักคุณ” - He said that he loved her. (direct speech = past simple) เขาบอกเธอว่าเขารกั เธอ รหสั สอี กั ษร : สนี ำ้ เงนิ = คำกรยิ าชว่ ย , สแี ดง = คำกรยิ าแท้ หน้า | 15
Exercise 2 Direction: Write the sentences below in the past simple. จงเขยี นประโยคตอ่ ไปน้ีในรูปแบบ Past simple He goes to bed early. Answer: He went to bed early. Does she exercise? Answer: Did she exercise? They play video games. Answer: ___________________________________________________ They don’t study history. Answer: ___________________________________________________ Do you enjoy sports? Answer: ___________________________________________________ He doesn’t drink tea. Answer: ___________________________________________________ Jenny works at a hotel. Answer: ___________________________________________________ Do you swim? Answer: ___________________________________________________ She has a car Answer: ___________________________________________________ หน้า | 16
“Present simple tense” Present แปลว่า ปัจจุบัน ดังนั้น Present Simple Tense จึงเป็นประโยคที่ มีโครงสร้างแบบงา่ ย ๆ เพ่อื ใช้พดู ถึงเหตกุ ารณใ์ นปจั จบุ ันนั่นเอง รปู แบบประโยค ประเภทประโยค โครงสร้างประโยค ตัวอยา่ งประโยค ประโยคบอกเล่า Subject + Verb.1 They play football every + Object evening. + (คำบอกเวลา). Jim gets up at 6.00 o’clock every morning. ***ประธานเอกพจน์ และ He, She, It จะเติม -s หรอื เตมิ -es ทา้ ยคำกริยา*** ประโยคปฎเิ สธ Subject + Verb to They don’t play football do + not + Verb.1 + every evening. Object Jim doesn’t get up at 6.00 + [คำบอกเวลา]. o’clock every morning. ประโยคคำถาม Verb to do + Do they play football every Subject + Verb1 evening? + Object Does Jim get up at 6.00 + (คำบอกเวลา)? o’clock every morning? และมักมีการใช้ Key word ที่แสดงถึงว่าทำอยู่ปัจจุบันหรือทำมาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน เช่น every day, every year, now and then, from time to time, always, usually, normally, often, sometimes, seldom, once a day, twice a day. หน้า | 17
ตวั อยา่ งการเลือกใช้ 1.เหตกุ ารณส์ น้ั ๆ ทเ่ี กดิ ซำ้ ๆ มาตลอด PAST PRESENT FUTURE - Paul goes to school at 07.30 every morning. พอลไปโรงเรยี น 07.30 เชา้ ทุกวัน - Nicky plays golf every weekend. นกิ กีเ้ ล่นกอล์ฟทกุ วนั หยุดสดุ สัปดาห์ 2.เหตกุ ารณป์ จั จบุ นั หลายเหตกุ ารณท์ เี่ กดิ ขนึ้ ตอ่ ๆกนั ประโยคซ้อนทีม่ ีคำเชือ่ ม when, while, if, whenever, as soon as, before, until, after 12 PAST PRESENT FUTURE - If rains a lot in Bangkok, it floods. ถ้าฝนตกหนักในกรงุ เทพ นำ้ ทว่ มแน่ - When I pass the exam, I am very happy. เวลาทีฉ่ ันสอบผ่าน ฉันมคี วามสขุ มาก 3.ส่ิงทเ่ี กดิ ขน้ึ เปน็ ปกติ สงิ่ เปน็ จรงิ ตามธรรมชาติ สงิ่ ทเ่ี ปน็ จรงิ ในปจั จบุ นั สง่ิ ที่ เปน็ ความเชอ่ื - The moon moves around the earth. ดวงจันทร์โคจรรอบดวงอาทิตย์ - My father is a policeman. พ่อของฉันเปน็ ตำรวจ หน้า | 18
4.ใช้กับคำกริยาแสดงความรู้สึก สภาวะจิตใจ เช่น like, love, hate, think ฯลฯ - He likes animals. เขาชอบสตั ว์ - I love my dogs very much. ฉนั รักฝงู สนัขของฉนั มากๆ 5.ใชใ้ นความหมายเวลาอนื่ (อดตี และอนาคต) ใชเ้ ลา่ เรอ่ื งเหตกุ ารณห์ รอื การ กระทำในอดตี - Sunthonphu is one of the greatest novelists in Thai. สุนทรภู่เปน็ หนึ่งในนกั ประพนั ธผ์ ู้ยิ่งใหญ่ของไทย 6.กำหนดการทกี่ ำลงั จะเกดิ ขนึ้ ในอนาคตอนั ใกล้ - The concert begins at 9 p.m. การแสดงดนตรเี ร่มิ เวลา 3 ทมุ่ - The department store open at 10 a.m. and close at 9 p.m. หา้ งสรรพสินค้าเปดิ เวลา 10 โมงเช้า ปิดเวลา 3 ทุ่ม หน้า | 19
Exercise 3 Direction: Fill in the blanks to complete the sentences. Use the words in the box below. จงเติมคำในชอ่ งว่างใหส้ มบรู ณ์ โดยใชค้ ำทีก่ ำหนดให้ในกล่องขอ้ ความด้านล่าง read do have sings does watches travel drinks walk eats don't doesn't 1. John eats breakfast at six o’clock in the morning. 2. I often ________________ books in my free time. 3. A: ________________ you like to study English? B: Yes, I do. 4. My father always ________________ songs in the shower. 5. A: Does Julie work on Saturdays? B: No, she ________________. 6. Would you like to ________________ to Hawaii on our next holiday? 7. I live close to my company, so I can ________________ to work. 8. Mr. Smith always ________________ tea in the afternoon. 9. My classmate ________________ his favorite TV show after class. 10. I’m sorry. I don't have time to talk to you now. 11. A: ________________ your cousin have a job? B: Yes, she does. 12. I don’t ________________ a pen. Could I please borrow your pen? หน้า | 20
“Future simple tense” Future Simple Tense เป็น Tense ที่พูดถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อันใกล้ เชน่ ฉนั จะทำน่ัน ฉันจะทำน่ี รปู แบบประโยค ประเภทประโยค โครงสรา้ งประโยค ตัวอยา่ งประโยค ประโยคบอกเล่า Subject + will I will go to the hospital ประโยคปฎิเสธ + Verb1 tomorrow. ประโยคคำถาม + Object. -------- ------------- She is going to do her Subject + Verb to be + going to + homework tonight. Verb1. I will not go to the hospital Subject + will not tomorrow. (won't) + Verb1 ------------- + Object. She is not going to do her -------- Subject + Verb to homework tonight. be +not + going to + Verb1. Will you go to the hospital Will/Shall + Subject tomorrow? + Verb1? -------- ------------- Verb to be + Is she going to do her Subject + going to + Verb1. homework tonight? หน้า | 21
และมกั มีการใช้ Key word ที่แสดงถงึ อนาคต เช่น tomorrow, soon, later, afterward, tonight, next week, next month, next year, next time ตัวอย่างการเลือกใช้ 1.เหตกุ ารณส์ นั้ ๆ ทเ่ี กดิ ซำ้ ๆ มาตลอด PAST PRESENT FUTURE - I think Taylor will be a soldier soon. ฉนั คิดว่าเทย์เลอรจ์ ะไดเ้ ปน็ ทหารเร็วๆนี้ - I do not know where I will be this time next year. ฉันไม่ร้วู า่ ฉันจะอยู่ทีไ่ หนในเวลานีข้ องปหี นา้ 2.ใชก้ บั การใหส้ ัญญา หรอื การเสนอส่งิ ๆ หนง่ึ ใหผ้ อู้ นื่ - I will give you a lift to the market if you want to. ฉนั จะไปส่งเธอท่ีตลาดเองถา้ เธอตอ้ งการ - Will you have some more juice? คณุ จะรับนำ้ ผลไม้เพมิ่ หนอ่ ยไหม 3.ใชก้ บั เหตกุ ารณท์ เ่ี พง่ิ คดิ ไดว้ า่ จะทำเดย๋ี วนน้ั ไมม่ กี ารเตรยี มตวั มาก่อนลว่ งหนา้ วา่ จะทำ - Kate: Can we go to the department store? เราไปหา้ งสรรพสินค้ากนั ดีไหม Marie: We’ll see. ขอฉนั คดิ ดูกอ่ นนะ หน้า | 22
Exercise 4 Direction: Change the sentences to question sentence and negative sentence in Future simple. จงเปล่ยี นประโยคต่อไปนี้เปน็ (a. ประโยคคำถาม / b. ประโยคปฏิเสธ) 1. My mother is going to buy food. a. Is my mother going to buy food? b. My mother is not going to buy food. 2. We will go to the beach tomorrow. a. Will we go to the beach tomorrow? b. We will not go to the beach tomorrow. 3. They are going to paint their houses. a. ………………………………………………………………………………………………………………………… b. ………………………………………………………………………………………………………………………… 4. We will wash our cars this afternoon. a. ………………………………………………………………………………………………………………………… b. ………………………………………………………………………………………………………………………… 5. She is going to have breakfast this morning. a. ………………………………………………………………………………………………………………………… b. ………………………………………………………………………………………………………………………… หน้า | 23
Unit 4: Continuous tense • Continuous Tense (กาลตอ่ เนอื่ ง) “Past continuous tense” เราใช้ past continuous tense เพอ่ื อธบิ ายการกระทำหรอื ส่ิงที่เกิดข้นึ ก่อน หนา้ นี้ ซงึ่ เกดิ ขึ้นในอดีตแต่ยงั คงเกดิ ขนึ้ เร่ือยมาจนถงึ เวลาที่พูด หรือสามารถกล่าวได้ใน อีกนัยหนึง่ ว่า past continuous tense ใชอ้ ธิบายส่ิงทีเ่ กดิ ขน้ึ ในอดีตแต่ในปจั จบุ ันยัง ไมเ่ สรจ็ สมบรู ณ์ รปู แบบประโยค ประเภทประโยค โครงสร้างประโยค ตัวอยา่ งประโยค ประโยคบอกเลา่ Subject + was/were We were working. + V -ing. He was playing football. ประโยคปฎเิ สธ Subject + was/were We were not working. + not + V -ing. He was not playing football. ประโยคคำถาม Was/Were + Were we working? Subject + V -ing? Was he playing football? และมักมีการใช้ Key word ที่แสดงถึงว่าทำมาตัง้ แต่อดีตจนถงึ ปัจจุบันกย็ ังทำ อ ย ู ่ เ ช ่ น at…, at this time, at the moment, at that time, at this time, yesterday, at this time last Monday, at 9 o’clock last night, at 6 o’clock yesterday evening, yesterday. หน้า | 24
ตวั อยา่ งการเลอื กใช้ 1. เหตกุ ารณท์ ก่ี ำลงั เกดิ ขน้ึ ณ เวลาใดเวลาหนง่ึ ในอดตี PAST PRESENT FUTURE - We were watching T.V. at 9.00 o’clock last night. พวกเรากำลังดูโทรทศั น์อยูเ่ มื่อ 3 ทุม่ คืนวานนี้ - This time last week, I was still enjoying my holiday. เขาเคยเหน็ รถไฟเพียงคร้ังเดียว 2. ใช้ past continuous คู่กับ past simple ในกรณีที่เหตุการณ์หนึ่งที่กำลังดำเนินอยู่ ใช้ past continuous (เส้นสีฟ้า) แล้วมเี หตุการณห์ นึง่ เกิดแทรกขึ้นมา ใช้ past simple (เส้นสชี มพู) ใช้คำเชอ่ื ม while when หรอื as 2 1 FUTURE PAST PRESENT - Tommy was eating pizza when the telephone rang. ทอมมีก่ ำลังรบั ประทานพซิ ซา่ อยขู่ ณะทีโ่ ทรศพั ท์ดงั ข้นึ 3. เหตุการณืในอดีต 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้ง 2 เหตุการณ์จะใช้ past continuous ใช้คำเช่อื ม while หรอื as PAST PRESENT FUTURE - While I was swimming, my friend was playing football. ขณะทฉ่ี ันกำลังวา่ ยนำ้ เพื่อนของฉันกำลงั เล่นฟตุ บอล - Yesterday when I thought you were studying, you were listening to music. เมือ่ วาน ขณะทฉ่ี ันคดิ ว่าเธอกำลังเรยี น เธอกลบั กำลงั ฟงั เพลง หน้า | 25
4. เหตกุ ารณใ์ นอดตี ทเ่ี กดิ ซำ้ บอ่ ยๆ ในประโยคมกั มี adverb บอกความถ่ี เชน่ always, often, seldom, usually - He was always swimming every Saturday. เขามักวา่ ยน้ำทุกๆ วนั เสาร์ - Were you often going to temple? เม่ือกอ่ นคุณไปวดั บ่อยๆ ใชไ่ หม? 5. เหตกุ ารณท์ ย่ี งั ไมเ่ กดิ แตม่ กี ารเตรยี มการไวว้ า่ จะเกดิ แนน่ อน - At the airport, I met my uncle were flying to Tokyo. ท่ีสนามบินฉันพบลุงของฉันทก่ี ำลังจะบินไปโตเกียว 6. ใชก้ บั กรยิ าบางตวั ทแ่ี สดงความคาดหวงั ,ตง้ั ใจ แต่จรงิ ๆแล้วเหตกุ ารณ์ไมไ่ ด้เกดิ เชน่ go, come, intend, except, look forward, plan, arrange - I except that Juno was coming at last night. ฉนั คาดวา่ จโู นจ่ ะมาถึงตง้ั แต่เมือ่ คืนวาน (แต่ไม่ได้มา) หน้า | 26
Exercise 5 Direction: Look at the pictures and answer the questions below. ให้นักเรียนดูรูปภาพและตอบคำถามต่อไปน้ี 1. What was Jake doing at 8:00 a.m.? He was getting up. _____________________________________ 2. What was Jake’s father doing at 5:30 p.m.? _________________________________________________ 3. What was Jake’s father doing at 11:15 a.m.? _________________________________________________ 4. What was Jake doing at 2:00 p.m.? _________________________________________________ 5. What was Jake’s father doing at 8:00 a.m.? _________________________________________________ 6. What was Jake doing at 11:15 a.m.? _________________________________________________ หน้า | 27
“Present continuous tense” Present Continuous Tense ห ร ื อ Present Progressive Tense สรุปง่ายๆ คือ เป็นเท็นส์ที่ใช้บอกการกระทำที่กำลังเกิดข้ึน หรือการกระทำที่กำลังจะ เกดิ ขึน้ ในอนาคต ซงึ่ เป็นการวางแผนไวเ้ ปน็ ที่เรยี บรอ้ ยแล้ว รูปแบบประโยค ประเภทประโยค โครงสรา้ งประโยค ตัวอย่างประโยค ประโยคบอกเล่า Subject + Verb to We are reading newspaper be + Verb -ing + now. Object + (คำบอกเวลา) ประโยคปฎิเสธ Subject + Verb to We are not reading be + not + newspaper now. Verb -ing + object + (คำบอกเวลา) ประโยคคำถาม Verb to be + Are we reading newspaper Subject + Verb -ing now? + object + (คำบอกเวลา)? และมักมีการใช้ Key word ที่แสดงถึงปัจจุบัน เช่น now, right now, nowadays, today, at the moment, in these days, this month, this year, this week, this semester, this quarter. หน้า | 28
ตวั อยา่ งการเลอื กใช้ 1. เหตกุ ารณท์ ก่ี ำลงั เกดิ ขนึ้ ในขณะทพี่ ดู PAST PRESENT FUTURE - I am reading a novel. ฉนั กำลงั อ่านหนงั สือนยิ าย - She is swimming at the pool. หลอ่ นกำลงั ว่ายนำ้ ท่สี ระวา่ ยนำ้ - Are you enjoying the party? คุณกำลงั สนกุ กับงานเลย้ี งไหม? 2. เหตุการณ์หรือกำหนดการแนน่ อนวา่ กำลงั จะเกิดขน้ึ ในอนาคตอันใกล้ - They are leaving for China tomorrow. พวกเขากำลงั จะไปจนี พรงุ่ น้ี - I am seeing the dentist tomorrow. ฉันจะไดพ้ บหมอฟนั พร่งุ นี้ 3. เหตกุ ารณท์ ่ีเกดิ ขน้ึ ชว่ งเวลาปจั จุบนั แตอ่ าจจะไมไ่ ด้กำลงั เกดิ ขึ้นในขณะพดู - This semester my son is studying hard. เทอมน้ลี ูกชายของฉันเรียนหนักมาก - Suwimon is studying at Watruak school. สุวิมลกำลังศึกษาทีโ่ รงเรยี นวดั รวก หน้า | 29
Exercise 6 Direction: Complete the sentences below. Use ‘ing’ verb forms. ให้นกั เรยี นเตมิ เต็มประโยคด้านลา่ งใหส้ มบูรณ์ โดยใชค้ ำกรยิ าทเี่ ตมิ – ing 1. I am (watch) ______w_a__tc_h__in_g________ TV with my family. 2. Why are you (stop) _____________________ the car? 3. Julia is (have) _____________________ lunch in the cafeteria. 4. My wife and I are (plan) _____________________ to travel next summer. 5. Richard is (pay) _____________________ his telephone bill. 6. I am (talk) _____________________ to my friend on the phone. 7. She is (show) _____________________ the report to her boss. 8. My friends are (meet) _____________________ each other in New York. 9. I am (fill) _____________________ the bucket with water. 10. The barber is (cut) _____________________ my hair. 11. Are you (eat) _____________________ breakfast now? 12. I think our team is (win) _____________________ the game! หน้า | 30
“Future continuous tense” Future Continuous Tense เปน็ tense ทใี่ ช้บอกว่า “กำลังทำในอนาคต” คือ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต จะมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอยู่ มีประโยชน์ มากในการนดั หมายเวลาใหร้ ู้วา่ เวลาน้ีใครจะอย่ทู ไ่ี หน ทำอะไรอยู่ รูปแบบประโยค ประเภทประโยค โครงสร้างประโยค ตวั อยา่ งประโยค ประโยคบอกเลา่ Subject + will + be I will be studying English at + Verb -ing. 10 o’clock tomorrow. ประโยคปฎเิ สธ Subject + will not I will not be studying English be + Verb -ing. at 10 o’clock tomorrow. ประโยคคำถาม Will + Subject + be Will I be studying English at + Verb -ing? 10 o’clock tomorrow? และมักมกี ารใช้ Key word ที่แสดงถงึ อนาคต เชน่ tomorrow, soon, later, afterwards, tonight, next week, next month, next year, next time หน้า | 31
ตวั อยา่ งการเลอื กใช้ 1. เหตกุ ารณท์ กี่ ำลงั จะเกดิ ขนึ้ แนน่ อนตามกำหนดเวลาในอนาคต - All day tomorrow Alice will be playing tennis with friends. วันพร่งุ นท้ี ง้ั วนั อลิซจะไปเลน่ เทนนสิ กับเพอื่ นๆ - What time will you be leaving tomorrow? พร่งุ น้ีคณุ จะออกไปเวลาเท่าไหร่ 2. ใช้ future continuous คกู่ ับ present simple ในกรณีที่ เหตุการณ์หนึ่งที่คาดว่าจะกำลังดำเนินการในอนาคต ใช้ future continuous (เสน้ สีฟา้ ) แลว้ มอี ีกเหตุการณ์เกิดแทรกกลางน้นั ใช้ present simple (เส้นสชี มพู) - I hope it will not be raining tomorrow when I clean the car. ฉันว่าฝนจะไมต่ กในวันพรุ่งน้ขี ณะทีฉ่ ันลา้ งรถ - I think when I will be forgiving about his action. Dean apologizes me. ฉันคดิ วา่ เวลาที่ฉันใหอ้ ภยั การกระทำของเขา ดนี จะขอโทษฉัน หน้า | 32
3. เหตกุ ารณห์ รอื การกระทำทเ่ี กดิ ขนึ้ เปน็ ปกติ ณ ชว่ งเวลาหนงึ่ ในอนาคต - Every Sunday my mother will be shopping at department store. ทุกๆวนั อาทิตย์ แม่ของฉนั จะไปซือ้ ของทห่ี า้ งสรรพสนิ คา้ - After dinner our family will be watching the football match together. หลงั เวลาอาหารเยน็ ครอบครัวของเราจะดกู ารแขง่ ขนั ฟตุ บอลรว่ มกนั 4. Future continuous ของ be + going to มรี ูปแบบ be going to + be + Verb -ing - Tomorrow I won’t be home. I am going to be studying at library. พรงุ่ น้ีฉันจะไมอ่ ยู่บ้าน ฉันจะไปอ่านหนังสือทห่ี ้องสมดุ หน้า | 33
Exercise 7 Direction: Use the words to write sentences with Future Continuous. Use ‘will be’ or ‘won’t be’ or ‘won’t’. ให้นักเรยี นเติมเต็มประโยคดา้ นล่างให้สมบูรณ์ โดยใชค้ ำกริยาท่ีเติม – ing 1. (I / not travel / next week) ___I_w__o__n_’_t__b_e__t_r_a_v__e_l_i_n_g__n__e_x__t_w__e__e_k__. ___________________________________ 2. (Sam / study / at two o’clock) __________________________________________________________________________ 3. (you / work / tonight?) __________________________________________________________________________ 4. A: (she / study?) __________________________________________________________________________? 5. (they / not drive / tomorrow) __________________________________________________________________________ 6. A: (you / sleep?) __________________________________________________________________________ 7. (we / watch TV / tonight) __________________________________________________________________________ 8. (Mr. Smith / fly to Italy / soon) __________________________________________________________________________ 9. (the sun / set / at seven o’clock) __________________________________________________________________________ 10. A: (we / eat / soon?) __________________________________________________________________________? หน้า | 34
Unit 5: Perfect tense • Perfect Tense (กาลสมบูรณ)์ “Past perfect tense” เราใช้ past perfect tense เพื่ออธบิ ายถงึ สิ่งท่เี กิดขึ้นก่อนหน้าช่วงที่พึ่งผ่าน มา เพอื่ ใหเ้ กดิ ความชดั เจนว่า มสี ิง่ หน่งึ เกิดข้นึ ก่อนและมอี ีกสิ่งหนงึ่ เกิดข้ึนตามมาทีหลัง โดยทั้ง 2 สิ่งนี้เกิดขึ้นในอดีต และไม่สำคัญว่าสิ่งใดจะถูกกล่าวก่อนหรือหลัง การใช้ tense นจ้ี ะบอกใหเ้ หน็ อยา่ งชัดเจนเองว่า ส่ิงใดเกิดขึ้นกอ่ น รปู แบบประโยค ประเภทประโยค โครงสรา้ งประโยค ตัวอย่างประโยค ประโยคบอกเลา่ Subject + had + V3 He had cleaned his room. ประโยคปฎิเสธ Subject + had not + He had not cleaned his room. V3. ประโยคคำถาม Had + Subject + Had he cleaned his room? V3? และมกั มกี ารใช้ Key word ท่แี สดงถงึ อดีต เชน่ already, just, never หน้า | 35
ตวั อยา่ งการเลอื กใช้ 1. เหตกุ ารณท์ ด่ี ำเนนิ การมาจนเสรจ็ สมบรู ณ์ ณ เวลาหนงึ่ ในอดตี ในประโยคมกั มี adverb บอกเวลาท่ีเหตุการณ์นนั้ เสรจ็ สมบรู ณ์ PAST PRESENT FUTURE - Kim had finished study English at 3.00 p.m. last Sunday. อาทติ ยท์ ่ีแล้วคมิ ไดเ้ รียนภาษาอังกฤษเสรจ็ เวลาบา่ ย 3 โมง (คิมอาจจะเร่มิ เรียนเวลาเทีย่ ง จดุ เวลาที่เรม่ิ เรยี นเป็น past simple tense สว่ นระยะเวลาหลังจาก เท่ยี งถึงบ่าย 3 เปน็ past perfect tense) - Lilly had bought a new computer since February. ลลิ ลี่ซื้อคอมพิวเตอรเ์ คร่อื งใหมต่ งั้ แตเ่ ดือนกุมภาพนั ธ์ 2. ใช้ past perfect คกู่ บั past simple ในกรณีที่ เหตุการณท์ ่เี กดิ ขนึ้ ก่อนและเสรจ็ กอ่ น ใช้ past perfect (เส้นสฟี ้ เหตกุ ารณท์ เี่ กิดภายหลงั ใช้ past simple (เสน้ สีชมพู) ใชค้ ำเช่อื ม when หรอื after 12 PAST PRESENT FUTURE - Lidia had already left when we got there. ลิเดียออกไปแล้ว เมอ่ื พวกเราไปถึง - Lidia had left before we got there. ลเิ ดียออกไปกอ่ นพวกเราไปถงึ - When I had forgotten the book to school, my friend lent his book for me. เม่ือฉันลมื เอาหนังสือไปโรงเรียน เพ่ือนของฉันจะให้ฉันยืมหนังสือ หน้า | 36
3. การเปลยี่ น tense ของประโยค Indirect - direct speech ประโยค direct speech (คำพูดของผู้พดู โดยตรง) ใช้ past simple ประโยค indirect speech (การนำคำพูดมาเล่าต่อ) จะใช้ past perfect - He said, “I drove to Pattaya yesterday”. เขาพดู ว่า “ฉันขับรถไปพทั ยาเมอ่ื วานน้”ี (direct speech) - He said that he had driven to Pattaya yesterday. เขาพดู ว่าเขาได้ขับรถไปพัทยาเมือ่ วานน้ี (indirect speech) หน้า | 37
Exercise 8 Direction: complete the sentences ให้นักเรยี นเตมิ เต็มประโยคดา้ นลา่ งให้สมบรู ณ์ 1. James said he ____h_a_d_____ already (see) ____s_e_e_n__________ the movie last year. 2. I got lost because I (forget) __________ _________________ to bring a map. 3. They (not study) __________ _________________ English before last year. 4. She (live) __________ _________________ in Leeds before she moved to London. 5. The baby (fall asleep) __________ _________________ before eight o’clock. 6. I (not think) __________ _________________ of that question before. 7. Sue got wet because she (not bring) __________ _________________ an umbrella. 8. He (own) ___________ _________________ his car for a year before he sold it. หน้า | 38
“Present perfect tense” present perfect tense ใช้เพื่อระบุความเชื่อมโยงระหว่างปัจจุบันและอดตี เวลาที่สิ่งนั้น ๆ เกิดขึ้น คือ ก่อนหน้านี้หรือในอดีตแต่ไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน และให้ ความสนใจกบั ผลลพั ธม์ ากกว่าตัวการกระทำเอง รปู แบบประโยค ประเภทประโยค โครงสร้างประโยค ตัวอย่างประโยค ประโยคบอกเล่า Subject + has / She has studied English since have + V3. July. ประโยคปฎเิ สธ Subject + has / She has not studied English have + not + V3 since July. ประโยคคำถาม Has/Have + Subject Has she studied English since + V3? July? และมักมีการใช้ Key word ในประโยคเช่น already, just, never, finally, recently, at last, ever, so far, up to now, since, for. หน้า | 39
ตวั อยา่ งการเลอื กใช้ 1. เหตกุ ารณใ์ นอดตี ทดี่ ำเนนิ มาถงึ ขณะทพี่ ดู ในประโยคมกั มีคำ since (ตั้งแต่ บอกจดุ เรม่ิ ตน้ ของเหตุการณ)์ for (บอก ช่วงเวลา) PAST PRESENT FUTURE - I have studied English in a language school since 2010. ฉันเรียนในโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษตงั้ แตป่ ี 2010 - Simon has lived in Bangkok for 3 years. ไซม่อนอยูท่ ีก่ รงุ เทพฯ เป็นเวลา 2 ปีแล้ว 2. เหตกุ ารณใ์ นอดตี ทเ่ี สรจ็ สมบรู ณไ์ ปแลว้ แตย่ งั สง่ ผลถงึ ปจั จุบนั ขณะพดู - Nadia has arrived in Bangkok, last year. นาเดียมาถึงกรุงเทพฯ เม่อื ปที แี่ ล้ว (ตอนน้ยี งั อยู่) - Bella has lost a wallet. เบลลา่ ทำกระเปา๋ เงินหาย (ยังหาไม่เจอ) 3. เหตกุ ารณท์ เ่ี พงิ่ เสรจ็ ไมน่ านหรอื เกอื บเสรจ็ และยงั มีสง่ ผลถงึ ขณะทพ่ี ดู ในประโยคมักมี adverb บอกเวลา เชน่ just, finally, recently, already, yet. - Mark has just arrived. มารค์ เพ่งิ จะมาถึง - Matt has not eaten breakfast yet. แมททย์ งั ไม่ได้รบั ประทานอาหารเชา้ หน้า | 40
4. เหตกุ ารณใ์ นอดตี ทเี่ คยเกดิ ระบเุ วลาแนน่ อนไมไ่ ด้ มีคำ ever (มกั เปน็ ประโยคคำถาม) หรือ เหตุการณใ์ นอดีตที่ไมเ่ คยเกิด มีคำ never (มักเป็นประโยคปฏเิ สธ) - I have already seen that movie. ฉันเคยดหู นังเรอ่ื งน้มี าแลว้ - They have moved into a new house. พวกเขายา้ ยไปอยบู่ า้ นใหมแ่ ลว้ - Have you ever seen airplane? คณุ เคยเห็นเครื่องบนิ มาก่อนหรอื เปลา่ - He has never played golf. เขาไม่เคยเล่นกอลฟ์ มากอ่ นเลย 5. เหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขนึ้ บอ่ ยๆ ตงั้ แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั - I have seen your father many times since I move in London. ฉันไดพ้ บกับพ่อของคณุ หลายคร้ังตั้งแตต่ อนทฉ่ี ันย้ายไปอยู่ลอนดอน หน้า | 41
Exercise 9 Direction: Write the sentences below in the present perfect tense. ให้นักเรียนเขียนประโยคด้านลา่ งในรปู แบบของ present perfect tense. 1. I saw a penguin. ___I_h__a_v_e__s_e_e_n__a__p_e_n__g_u_i_n_._________________________________________ 2. Did they eat breakfast? __________________________________________________________________ 3. Jennifer didn’t finish her homework. __________________________________________________________________ 4. Did they meet the president? __________________________________________________________________ 5. He was a teacher. __________________________________________________________________ 6. Were you in jail? __________________________________________________________________ 7. I didn’t clean my room. __________________________________________________________________ 8. Was she sick? __________________________________________________________________ 9. Did he swim in the ocean? __________________________________________________________________ 10. They didn’t arrive. __________________________________________________________________ หน้า | 42
Unit 6: คากรยิ า 3 ช่อง หน้า | 43
หน้า | 44
หน้า | 45
หน้า | 46
หน้า | 47
แบบทดสอบหลังเรยี น 12 Tense ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ คำช้ีแจง 1. แบบทดสอบชดุ นี้ มีจำนวน 20 ขอ้ เป็นแบบปรนยั 4 ตัวเลอื ก 2. ให้นักเรยี นเลือกตอบข้อทถ่ี ูกตอ้ งทีส่ ดุ เพียง 1 ขอ้ เท่าน้นั โดยทำเครอื่ งหมาย 3. ใหเ้ วลาในการทำแบบทดสอบ 20 นาที 1. The girl _______ to the zoo last month. A) go B) goes C) went D) gone 2. My uncle _____ a postman. A) is B) am C) are D) be 3. What is signal words in Future simple tense? A) always B) often C) this morning D) next week 4. Are ______ playing basketball? A) he B) she C) they D) it 5. We __________ T.V. at 8.00 o’clock last night. A) watch B) are watching C) was watching D) were watching 6. He will be finishing his work ____________. A) yesterday B) at 7 o’clock C) right now D) in the afternoon 7.Robert ________ in Bangkok for 4 years. A) has lived B) have lived C) has been living D) have been living 8. Tony had ______ a new mobile phone since March. A) buy B) buys C) buying D) bought 9. He will clean the car _________. A) today B) yesterday C) at the moment D) next week 10. How long has ______ been learning history? A) she B) you C) I D) we หน้า | 48
11. ________ you play volleyball yesterday? A) Did B) Will C) Had D) Have 12. London ______ the capital city of England. A) am B) is C) has been D) have been 13. Supawan __________ a letter now. A) write B) writes C) is writing D) has written 14. The nurse usually ____________ her work at 6 PM. A) finish B) finishes C) has finished D) is finishing 15. What verbs are used in Past simple tense? A) went B) eats C) playing D) written 15. What verbs are used in Present continuous tense? A) drink B) drank C) drunk D) drinking 16. What verbs are used in Future continuous tense? A) eat B) ate C) eaten D) eating 17. What verbs are used in Present perfect tense? A) go B) went C) gone D) going 18. Which sentence is Past simple tense? A) I have been sitting here for two hours. B) Nicole will have reading book for 3 hours by 6 p.m. C) Film cooked lasagna for him sisters. D) I think David will be a policeman. 19. Which sentence is Present continuous tense? A) I have been sitting here for two hours. B) Nicole will have reading book for 3 hours by 6 p.m. C) Film cooked lasagna for him sisters. D) Alice is studying in the university. 20. Which sentence is Future simple tense? A) Jennifer will come to the party. B) We studied math last Friday. C) I walk to school every day. D) I am studying at Watruak school. หน้า | 49
Search
Read the Text Version
- 1 - 49
Pages: