Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore งบประมาณu

งบประมาณu

Published by l2omantic.not, 2021-02-19 07:59:14

Description: งบประมาณu

Search

Read the Text Version

การบริหารงบประมาณ ขอบข่ายของงานบรหิ ารงบประมาณ 1. การจดั ทำและเสนอของบประมาณ 1.1 การวิเคราะหแ์ ละพัฒนานโยบายทางการศกึ ษา 1.2 การจดั ทำแผนกลยทุ ธ์หรือแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา 1.3 การวิเคราะห์ความเหมาะสมการเสนอของบประมาณ 2. การจัดสรรงบประมาณ 2.1 การจดั สรรงบประมาณภายในสถานศึกษา 2.1 การเบกิ จ่ายและการอนุมัติงบประมาณ 2.3 การโอนเงินงบประมาณ การโอนเงิน ให้เป็นไปตามขั้นตอนและวิธีการที่กระทรวงการคลัง กำหนด 3. การตรวจสอบ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล และรายงานผลการใช้เงินและผลการดำเนินงาน 3.1 การตรวจสอบ ตดิ ตาม การใช้เงิน และผลการดำเนินงาน 3.2 การประเมินผลการใช้เงินและผลการดำเนนิ งาน 4. การระดมทรพั ยากรและการลงทุนเพอ่ื การศกึ ษา 4.1 การจัดการทรัพยากร 4.2 การระดมทรัพยากร 4.3 การจดั หารายได้และผลประโยชน์ 4.4 กองทุนกูย้ ืมเพื่อการศึกษา 4.5 กองทุนสวัสดกิ ารเพอื่ การศึกษา 5. อาหารกลางวนั 6. การบริหารการบญั ชี 6.1 การจัดทำบญั ชีการเงนิ 6.2 การจัดทำรายงานทางการเงนิ และงบการเงิน 6.3 การจัดและจัดหาแบบพมิ พบ์ ัญชี ทะเบยี น และรายงาน 7. การบริหารพัสดุและสินทรัพย์ 7.1 การจัดทำระบบฐานข้อมูลสินทรพั ยข์ องสถานศึกษา 7.2 การจัดหาพสั ดุ 7.3 การกำหนดแบบรูปรายการหรอื คณุ ลกั ษณะเฉพาะและการจดั ซื้อจัดจ้าง 7.4 การควบคมุ บำรุงรักษา และจำหน่ายพสั ดุ

2. การบริหารงานงบประมาณ ความหมายของงบประมาณ งบประมาณ หมายถึง การแสดงออกอยา่ งเปน็ ทางการถงึ นโยบาย แผนงาน วตั ถปุ ระสงค์ และเปา้ หมายที่ไดก้ ำหนดไวล้ ว่ งหนา้ โดยผ้บู ริหารระดับสงู สดุ ขององค์การ (รัฐบาล) งบประมาณ หมายถึง แนวทางท่ีรัฐได้กำหนดไวล้ ่วงหน้าเกี่ยวกบั การจัดหาเงินและแนวทางที่ใช้เงนิ และแนวทางทีจ่ ะใช้เงนิ นัน้ ไปในกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของประเทศในรอบระยะเวลา งบประมาณ หมายถึง แผนรวมที่แสดงไว้เป็นจำนวนเงินแสดงถึง การดำเนินการทุกโครงการใน ระยะเวลาหนงึ่ แผนน้ีรวมถงึ การประมาณการการบรหิ าร กจิ กรรมโครงการคา่ ใช้จา่ ย และทรพั ยากรทีจ่ ำเปน็ ต้องใช้ ประสิทธิ์ หัตศิลป์ (2551, หน้า 13) ได้ให้ความหมายของงบประมาณว่า หมายถึง แผนการ ดำเนนิ งานของรัฐบาลท่แี สดงรายจ่ายตามวัตถุประสงคพ์ ร้อมกับจำนวนรายรบั แหลง่ ทม่ี า ของรายรับในช่ัวระยะเวลาหนึ่งอันเป็นการประมาณหรอื คาดคะเน กจิ กรรม โครงการ ตลอดจน คา่ ใชจ้ า่ ย ละการใชท้ รพั ยากรท่จี ำเป็นในการสนับสนุนการดำเนนิ งานใหบ้ รรลุตามวตั ถปุ ระสงค์ ความสำคัญของงบประมาณ ศิริพงศ์ เศากายน (2548, หนา้ 9-10) ไดก้ ลา่ วถงึ ความสำคัญของงบประมาณดังนี้ ประการแรก รัฐบาลใชง้ บประมาณเปน็ เคร่ืองมอื ในการบริหารราชการแผน่ ดนิ ตามท่ีไดแ้ ถลงนโยบาย ไว้ กล่าวคือ นโยบายและสิ่งต่าง ๆ ที่รัฐบาลตั้งใจจะทำเพื่อพัฒนาหรือเพ่ือแก้ปัญหาของประเทศถูกกำหนด เปน็ แผนงานและโครงการต่าง ๆ ในแผนการใชจ้ า่ ยของรฐั บาล และรฐั บาลเองสามารถใชแ้ ผนงานหรอื โครงการ เหล่านั้นตรวจสอบการทำงานในหน่วยงานของรัฐบาลเพ่ือที่จะพิจารณาว่า หน่วยงานต่าง ๆ สามารถทำงาน บรรลเุ ปา้ หมายไต้มากนอ้ ยแค่ไหนและมปี ระสิทธิภาพ ในการทำงานอยา่ งไร ประการที่สอง ในทางเศรษฐกิจรัฐบาลสามารถใช้งบประมาณทำงานเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายในทาง เศรษฐกิจ เช่น เรื่องการพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การรักษา เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การ แก้ปัญหาการกระจายรายได้ของสังคม หรือการกระจายความเจริญสูภ่ มู ิภาค ประการที่สาม ในทางการเมอื ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือควบคุมและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ตั้งแต่ข้ันการอนุมตั งิ บประมาณ การแปรญตั ติ การตรวจการใช้จา่ ยของรัฐบาล โดยทั่วไปประเทศท่ีปกครองใน ระบอบประชาธิปไตยนั้นจะให้ความสำคัญต่อกฎหมายงบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลเสนอ ต่อรัฐสภามาก กล่าวคือ ถ้าร่างกฎหมายงบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลเสนอไม่ได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภาเท่ากับรัฐสภา ไม่ให้ความไว้วางใจรัฐบาลในการบริหารประเทศ ซึ่งจะมีผลทำให้รัฐบาล จะต้องลาออกหรือยุบสภาเพือ่ ให้มี การเลือกตังใหม่ หรือเพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตดั สินว่าสิ่งที่ รัฐบาลจะทำหรอื งบประมาณที่เสนอต่อรัฐสภาน้นั

ถกู ต้องหรอื ไม่ ถา้ ประชาชนเห็นวา่ รฐั บาล ทำในสงิ่ ทีถ่ กู ต้องประชาชนกจ็ ะเลอื กพรรครฐั บาลกลบั เข้ามาบริหาร ประเทศอีก สรุปได้ว่า งบประมาณเป็นเครื่องมือในการบริหารสถานศึกษา เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาของ สถานศกึ ษา จะถูกกำหนดเป็นแผนงาน โครงการ ซงึ่ สามารถตรวจสอบได้ การบรหิ ารงบประมาณของสถานศกึ ษา การบริหารงบประมาณของสถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคล จะมุ่งเน้นความเป็นอิสระ ในการบริหาร จัดการ มีความคล่องตัวสูง โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยยึดหลักการบริหารมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และ บริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน สถานศึกษามีการจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา รวมทั้งจัดหารายได้จากการบริการเพื่อประโยชน์ ทางการศึกษา ส่งผลให้เกิดคุณภาพที่ดีขึ้นต่อผู้เรียน ซึ่ง กระทรวงศึกษาธิการได้วางขอบข่าย การบริหารงบประมาณ 7 ด้าน คือ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2546 หน้า 39-40) 1. การจดั ทำและเสนอของบประมาณ 2. การจดั สรรงบประมาณ 3. การตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล รายงานผลการใช้เงิน และผลการดำเนนิ งาน 4. การระดมทรัพยากร และการลงทุนเพอ่ื การศึกษา 5. การบรหิ ารการเงนิ 6. การบรหิ ารการบัญชี 7. การบรหิ ารพสั ดแุ ละสนิ ทรพั ย์ ขอบข่ายการบรหิ ารงบประมาณสถานศกึ ษาในแตล่ ะด้านมีรายละเอียดตังต่อไปน้ี คือ 1. การจัดทำและเสนอของบประมาณ นติ ยา นวลนิม่ (2532, หน้า 187) กล่าววา่ งบประมาณมลี ักษณะเปน็ แผนงาน ชนดิ หนึ่ง ท่เี กีย่ วกับการใชจ้ ่ายเงิน ดังนั้นการจดั ทำงบประมาณจงึ เป็นการกำหนดเกย่ี วกับ การใช้จา่ ยเงินไว้ล่วงหนา้ โดย มแี นวทางการดำเนนิ งาน ดังนี้ 1. การวเิ คราะห์และพฒั นานโยบายทางการศึกษา 2. วิเคราะหท์ ศิ ทางและยุทธศาสตรข์ องหน่วยงานเหนือสถานศึกษา ได้แก่ เป้าหมาย เชงิ ยุทธศาสตร์ระดับชาติ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ แผนปฏิบตั ิ ราชการของกระทรวงศกึ ษาธิการ แผนพฒั นาการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน แผนพัฒนาการศึกษาสำนักงาน เขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา 3. ศึกษาข้อตกลงผลการปฏิบัติงานและเป้าหมายการให้บริการสาธารณะทุกระดับ ได้แก่ เป้าหมายการให้บรกิ ารสาธารณะ (Public Service Agreement : PSA) ข้อตกลงการจัดทำผลผลิต (Service Delivery Agreement : SDA) ขอ้ ตกลงผลการปฏิบตั งิ านของเขตพนื้ ทแี่ ละผลการดำเนินงานของสถานศึกษา ท่ตี อ้ งดำเนินการ เพ่ือให้บรรลขุ อ้ ตกลงทสี่ ถานศกึ ษาทำกับ เขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษา

4. ศึกษาวิเคราะห์ วจิ ัยการจัดและพฒั นาการศกึ ษาของสถานศกึ ษา ตามกรอบทศิ ทาง ของเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาและตามความตอ้ งการของสถานศึกษา 5. วเิ คราะห์ผลการดำเนนิ งานของสถานศึกษาตามขอ้ ตกลงทท่ี ำกบั เขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษา ดา้ นปริมาณ คุณภาพ เวลา ตลอดจนต้นทุน ตอ้ งคำนวณดน้ ทุนผลผลิตขององคก์ รและผลผลิตงาน/โครงการ 6. จดั ทำขอ้ มูลสารสนเทศผลการศึกษา วิเคราะห์ วิจยั เพื่อใชใ้ นการวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมทีม่ ีผลกระทบต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษา 7. เผยแพรข่ อ้ มูลสารสนเทศใหเ้ ขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาและสาธารณะชนรับทราบ 8. การจัดทำแผนกลยุทธ์ หรือแผนพัฒนาการศึกษาบุคลากรทางการศึกษานักเรียน คณะกรรมการสถานศกึ ษา และชุมชนหรอื ผู้มีสว่ นได้ส่วนเสยี จะตอ้ ง เข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมดำเนนิ การ ดงั น้ี 9. ทบทวนภารกจิ การจัดการศกึ ษาของสถานศึกษาและศึกษารายงานข้อมลู สารสนเทศ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง 10. วิเคราะห์สภาพแวดล้อมของสถานศึกษาที่มีผลกระทบต่อการจัดการศึกษา (SWOT) และ ประเมนิ สถานภาพของสถานศกึ ษา 11. กำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ (Mission) และเป้าประสงค์ (Corporate Objective) ของสถานศึกษา 12. กำหนดกลยทุ ธข์ องสถานศกึ ษา 13. กำหนดผลผลิต (Outputs) ผลลัพธ์ (Outcomes) และตัวชี้วัดความสำเร็จ (Key Performance Indicators : KPIs) โดยจัดทำเปน็ ข้อมลสารสนเทศ 14. กำหนดเป้าหมายระยะปานกลางของผลผลิตในเชิงปริมาณ คณุ ภาพผลลัพธ์ ท่สี อดคล้องกบั ผลการปฏิบัติงานของสถานศกึ ษาทีจ่ ะทำร่างขอ้ ตกลงเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษา 15. จดั ทำรายละเอียดโครงสรา้ ง แผนงาน งาน/โครงการ และกิจกรรมหลัก 16. จัดให้รับฟ้งความคิดเหน็ จากผ้ทู ีเ่ กี่ยวข้อง เพ่ือปรบั ปรงุ 17. จดั ทำรายละเอยี ดแผนงบประมาณ แผนงาน งานโครงการใหม้ ีความเชอ่ื มโยงกับ ผลผลิตและผลลัพธ์ตามตัวชี้วัดความสำเร็จของสถานศึกษา พร้อมวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของ แผนงาน งาน/โครงการ เมือ่ เขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาแถลงนโยบาย แผนพฒั นามาตรฐานการศกึ ษา ขั้นพืน้ ฐาน หลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการจัดต้ังงบประมาณ ให้สถานศึกษาดำเนินการจัดทำกรอบประมาณ การรายจ่ายระยะปานกลาง (Medium Term Expenditure Framework : MTEF) โดยวิเคราะห์นโยบาย หนว่ ยเหนือทมี่ ีการเปลีย่ นแปลงไป จากเดมิ วิเคราะหผ์ ลการดำเนินงานปงี บประมาณท่ผี ่านมาของสถานศึกษา เพื่อปรับเป้าหมายผลผลิตที่ต้องการดำเนินการใน 3 ปีข้างหน้าพร้อมกับปรับแผนงาน งาน/โครงการ และ กจิ กรรมหลักใหส้ อดคล้องกับประมาณรายไตข้ องสถานศึกษาทงั จากเงินงบประมาณ และเงนิ นอกงบประมาณ

18. จัดทำคำขอรับงบประมาณของสถานศึกษา และกรอบประมาณการ รายจ่ายระยะปานกลาง (MTEF) เสนอตอ่ เขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา เพอื่ พจิ ารณาความเหมาะสม สอดคลอ้ งเชิงนโยบาย 19. จัดทำร่างข้อตกลงบริการผลผลิต (ร่างข้อตกลงผลการปฏิบตั ิงาน) ของสถานศึกษาที่จะตอ้ ง ทำกับเขตพ้ืนที่การศึกษาเม่ือไต้รับงบประมาณ โดยมีเป้าหมายการให้บริการ ที่สอดคล้องกบั แผนกลยทุ ธ์ของ สถานศกึ ษา โดยผ่านความเหน็ ชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา การจดั ทำและเสนอของบประมาณนนั้ ถอื ว่าเปน็ ขนั้ ตอนแรกของกระบวนการบริหาร งบประมาณ การบริหารจัดการงบประมาณมีประสิทธิภาพมากนอ้ ยเพียงใดนัน้ ขึ้นอยู่กบั นโยบายทางการศึกษา การมีส่วน ร่วมของทุกฝา่ ยในการจัดทำกลยทุ ธห์ รือแผนพัฒนาการศึกษาสถานศกึ ษาจะต้องใหค้ วามสำคัญ การจัดสรรงบประมาณ ในปจั จุบันกระทรวงศึกษาธกิ ารจดั สรรงบประมาณใหส้ ถานศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ในรูปของเงนิ อดุ หนนุ ทำ ให้สถานศึกษามีอิสระที่ดำเนินการบรหิ ารจัดการงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพตาม ลำดับความสำคัญของ ภารกิจและสอดคล้องกับหลักการบริหาร โดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน (School - Based Management ะ SBM) ซึ่งสถานศกึ ษามแี นวดำเนินการ ดงั นี้ 1. การจดั สรรงบประมาณภายในสถานศึกษา 1.1 จัดทำข้อตกลงบรกิ ารผลผลิตของสถานศึกษากับเขตพนื้ ที่การศกึ ษาเม่อื ได้รับงบประมาณ 1.2 ศึกษาข้อมลู การจัดสรรงบประมาณท่ีสำนกั งานคณะกรรมการ การศึกษาขนั้ พ้ืนฐานแจ้งผ่าน เขตพ้ืนท่กี ารประถมศกึ ษา แจง้ ให้สถานศึกษาทราบในเรอ่ื งนโยบายแผนพัฒนา มาตรฐานการศึกษา ขนั้ พืน้ ฐาน หลักเกณฑ์ ข้ันตอน และวธิ กี ารจัดสรรงบประมาณ 1.3 ตรวจสอบกรอบวงเงินงบประมาณทไ่ี ตร้ ับจากหลกั เกณฑ์และวธิ กี ารจัดสรร ท่ีเขตพนื้ ที่การศึกษาแจ้ง ตลอดจนตรวจสอบวงเงินนอกงบประมาณท่ไี ด้จากแผนกการระดมทรัพยากร 1.4 วิเคราะห์กิจกรรมตามภารกิจงานที่จะต้องดำเนินการตามมาตรฐาน โครงสร้างสายงานตาม แผนงาน งาน/โครงการของสถานศกึ ษา เพื่อจัดลำดับความสำคัญ และกำหนดงบประมาณ ทรัพยากรของแต่ ละสายงาน งาน/โครงการ ให้เป็นไปตามกรอบวงเงนิ งบประมาณทไ่ี ด้รับและวงเงนิ นอกงบประมาณตามแผน ระดมทรัพยากร 1.5 ปรับปรุงกรอบงบประมาณรายจ่ายระยะปานกลาง (MTEF) ให้สอดคล้องกับกรอบวงเงินท่ี ไดร้ ับ 1.6 จัดทำรายละเอียดแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ ซึ่งระบุแผนงาน งาน/โครงการท่ี สอดคล้องวงเงนิ งบประมาณที่ได้รบั และวงเงนิ นอกงบประมาณทไี่ ด้ตามแผนระดม ทรัพยากร 1.7 จดั ทำรา่ งข้อตกลงผลผลติ ของหน่วยงานภายในสถานศึกษาและกำหนดผรู้ บั ผดิ ชอบ 1.8 นำเสนอแผนปฏบิ ตั กิ ารประจำปงี บประมาณ และรา่ งขอ้ ตกลงผลผลติ ขอความ เหน็ ชอบต่อคณะกรรมการสถานศึกษา

1.9 แจ้งจดั สรรวงเงินและจัดทำขอ้ ตกลงผลผลิตใหห้ น่วยงานภายใน สถานศึกษารบั ไปดำเนินการ ตามแผนปฏิบัติการประจำปงี บประมาณ 2. การเบกิ จา่ ยและการอนุมตั ิงบประมาณ 2.1 แผนการใช้งบประมาณรายไตรมาสโดยกำหนดปฏิทินปฏิบัติงาน รายเดือนให้เป็นไปตาม แผนปฏิบตั ิการประจำปงี บประมาณ สรปุ แยกเป็นรายไตรมาสเป็นงบบุคลากร งบอดุ หนนุ งบลงทุน (แยกเปน็ ค่าครุภัณฑ์ และค่ากอ่ สร้าง) และงบดำเนินการ (ตามนโยบายพิเศษ) 2.2 เสนอแผนการใช้งบประมาณวงเงินรวมเพ่ือขออนมุ ตั ิเงนิ ประจำงวด เป็นรายไตรมาสผ่านเขต พ้ืนที่การศึกษาไปยังคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐานรวบรวมเสนอ ต่อสำนกั งบประมาณ 2.3 เบิกจ่ายงบประมาณประเภทต่าง ๆ ใหเ้ ป็นไปตามแผนปฏิบัติการ ประจำปแี ละอนุมัติการใช้ งบประมาณของสถานศึกษาตามประเภทรายการทไ่ี ดร้ บั งบประมาณ 3. การโอนเงินงบประมาณ การโอนเงินให้เป็นไปตามขั้นตอน วิธีการที่กระทรวงการคลัง กำหนดการจัดสรรงบประมาณ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปของเงินอุดหนุน ทำให้สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาและพัฒนาคุณภาพ การศึกษาไต้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับภารกิจและความต้องการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัด การศึกษาสามารถกำหนดทิศทางการศึกษาเพอ่ื สนองตอบต่อการพัฒนาและความต้องการของทอ้ งถน่ิ ได้ จาก การที่สถานศึกษามสี ภาพเป็นนิติบุคคล กระทรวงศึกษาธิการได้กระจาย อำนาจการบริหารงบประมาณไปยัง สถานศึกษา โดยมุ่งหวังให้ทกุ ฝา่ ยมีส่วนรว่ มในการจัดการศึกษา การบริหารงบประมาณสอดคล้องกับภารกจิ และความต้องการ มีความคล่องตัวและมีอิสระ มากขึ้น ทำให้การจัดสรรงบประมาณไปยังสถานศึกษาจาก หมวดเงนิ ประเภทต่าง ๆ เปน็ เงินอดุ หนนุ 4. การตรวจสอบ ตดิ ตาม ประเมินผล และรายงานผลการใช้เงนิ และผลการดำเนนิ งาน การตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการใชเ้ งนิ และผลการดำเนนิ งาน ต้องมีการกำหนด ดัชนีชี้วัดกรอบและโครงสร้างการประเมิน และรายงานผลการใช้เงินและผลการดำเนินงานที่ชัดเจน มี ระยะเวลาในการตรวจสอบท่ีแนน่ อน และทสี่ ำคัญข้อมูลท่ีรายงานต้องแสดงความสมั พนั ธร์ ะหว่างงบประมาณ หรือทรัพยากรที่จัดสรรกับผลงานที่เกิดขึ้นตลอดจนการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการดำเนินงาน ซึ่งจะเป็น ข้อมูลเพ่ือการ วางแผนในข้ันตอนตอ่ ไปซึ่งมแี นวทางการดำเนินการ ดังน้ี 4.1 การตรวจสอบตดิ ตามการใช้เงินและผลการดำเนนิ งาน 4.1.1 จัดทำแผนการตรวจสอบ ติดตามการใชเ้ งนิ ท้งั เงินงบประมาณและเงนิ นอกงบประมาณ ของสถานศึกษาให้เป็นไปตามแผนปฏบิ ตั กิ ารประจำปีงบประมาณและแผนการใช้ งบประมาณรายไตรมาส 4.1.2 จัดทำแผนการตรวจสอบ ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อตกลงการให้บรกิ ารผลผลิต ของสถานศกึ ษาให้เปน็ ไปตามแผนปฏบิ ัติการประจำปงี บประมาณ และแผนการใช้งบประมาณรายไตรมาส 4.1.3 จดั ทำแผนการกำกบั ตรวจสอบติดตามและป้องกนั ความเสยี่ งสำหรับ โครงการที่มคี วาม เส่ียงสงู

4.1.4 ประสานแผนและดำเนินการตรวจสอบ ติดตามและนิเทศให้เป็นไปตามแผนการ ตรวจสอบ ติดตามของสถานศกึ ษา โดยเฉพาะโครงการท่มี ีความเสยี่ งสูง 4.1.5 จดั ทำข้อสรปุ ผลการตรวจสอบ ติดตาม และนเิ ทศ พรอ้ มทงั เสนอข้อปัญหาที่อาจทำให้ การดำเนินงานไม่ประสบผลสำเรจ็ เพ่ือให้สถานศึกษาเร่งแก้ปัญหาได้ทนั สถานการณ์ 4.1.6 รายงานผลการดำเนนิ การตรวจสอบต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน 4.1.7 สรุปข้อมูลสารสนเทศที่ได้และจัดทำรายงานข้อมูลการใช้งบประมาณ และผลการ ดำเนินงานของสถานศกึ ษาเปน็ รายไตรมาสตอ่ เขตพืน้ ท่ีการศกึ ษา 4.2 การประเมนิ ผลการใช้เงินและผลการดำเนินงาน 4.2.1 กำหนดปัจจยั หลกั ความสำเรจ็ และตวั ช้วี ดั ของสถานศกึ ษา 4.2.2 จัดทำตัวชี้วัดความสำเร็จของผลผลิตท่ีกำหนดตามข้อตกลงการใช้ บริการผลผลิตของ สถานศกึ ษา 4.2.3 สร้างเครื่องมือเพื่อการประเมินผล ผลผลิตตามตัวชี้วัดความสำเร็จที่กำหนดไว้ตาม ขอ้ ตกลงการให้บรกิ ารผลผลิตของสถานศึกษา 4.2.4 ประเมินแผนกลยทุ ธ์ และแผนปฏิบตั ิการประจำปขี องสถานศกึ ษา และจดั ทำ รายงานประจำปี 4.2.5 รายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และเขตพื้นที่ การศกึ ษา การตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการใช้เงินและผลการดำเนินงาน การใช้เงิน และ ผลการดำเนนิ งานเป็นการนำเสนอข้อมูลทางการเงิน และผลการดำเนินงานของหนว่ ยงานให้แกบ่ คุ คลภายนอก ทีเ่ กี่ยวขอ้ งทราบถงึ ผลการดำเนนิ งานวา่ บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ หรอื ไม่ มคี วามสามารถในการบรหิ ารการเงนิ ให้เกิด ประสิทธิผลอย่างไร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะมี ความหมายต่อการตัดสินใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นตัวชี้วัด ความสามารถนำพาหน่วยงาน ของผู้บริหารสถานศกึ ษาได้เป็นอยา่ งดี 5.ระดมทรพั ยากรและการองทนุ เพ่อื การศกึ ษา จากงบประมาณอันจำกัดของรฐั บาล กระทรวงศึกษาธิการจึงไม่สามารถที่จัดสรร งบประมาณให้กบั สถานศึกษาได้อย่างเพียงพอกับความต้องการและสนองตอบต่อภารกิจ อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ดังน้ัน สถานศึกษาจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนา การศึกษา และระดมสรรพกำลงั เพือ่ สรรหาทรัพยากรจากแหล่ง อื่น ๆ มาชดเชยให้เพียงพอต่อความต้องการ ดงั มขี ัน้ ตอนการดำเนนิ การ ดงั นี้ 5.1 การจัดการทรัพยากร 5.1.1 ประชาสัมพันธใ์ หห้ น่วยงานภายในสถานศึกษาและสถานศึกษาในเขตพืน้ ที่ การศึกษา ทราบรายการสนิ ทรพั ย์ของสถานศกึ ษาเพื่อใชท้ รพั ยากรร่วมกนั 5.1.2 วางระบบการใช้ทรัพยากรอย่างมปี ระสิทธิภาพร่วมกบั บคุ คลและหนว่ ยงาน

ทงั้ ภาครัฐและเอกชน 5.1.3 สนบั สนุนให้บุคลากรและสถานศกึ ษาร่วมมือกันใช้ทรพั ยากรในชมุ ชนให้เกิดประโยชน์ ต่อกระบวนการจัดการเรยี นการสอนของสถานศึกษา 5.1.4 สำรวจขอ้ มูลนักเรยี นที่มีความตอ้ งการไต้รับการสนับสนนุ ทุนการศึกษาตามเกณฑ์การ รับทุนทุกประเภท ตั้งกรรมการพิจารณาคัดเลือกนักเรียนเพื่อรับทุน การศึกษาโดยตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก พร้อมกับใหม้ ีการจดั ทำข้อมูลสารสนเทศใหเ้ ป็นปัจจบุ ัน 5.1.5 ศกึ ษา วเิ คราะหแ์ หลง่ ทรัพยากร บุคคล หนว่ ยงาน องค์กรและท้องถ่นิ ที่มีศักยภาพให้ การสนบั สนุนการจัดการศึกษา ตลอดจนติดต่อประสานความรว่ มมือ อย่างเป็นรูปธรรม 5.1.6 จัดทำแผนการระดมทรพั ยากรทางการศึกษาและทุนการศึกษาโดยกำหนดวธิ กี าร แหลง่ การสนับสนุน เป้าหมาย เวลาดำเนินงานและผู้รับผิดชอบเสนอแผนการระดมทรัพยากรทางการศึกษาและ ทุนการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อขอความเห็นชอบและดำเนินการในรูปคณะกรรมการ 4.2.6 เกบ็ รักษาเงินและเบกิ จ่ายไปใช้ตามแพนปฏิบัติการประจำปี ท่ตี ้องใชว้ งเงินเพมิ่ เติมให้เปน็ ไปตามระเบียบของ ทนุ การศกึ ษาและระเบียบว่าดว้ ยเงนิ นอกงบประมาณทง้ั ตามวตั ถุประสงค์และไมก่ ำหนดวตั ถุประสงค์ 6. การจดั หารายได้และผลประโยชน์ 6.1 วเิ คราะหศ์ กั ยภาพของสถานศกึ ษาท่ีดำเนินการจัดหารายไดแ้ ละสินทรพั ย์ในส่วนที่จะนำมาซึ่ง รายได้และผลประโยชน์ของสถานศกึ ษา เพอ่ื จัดทำทะเบยี นข้อมูล 6.2 จัดทำแนวปฏิบัติ หรือระเบียบของสถานศึกษาเพื่อจัดหารายได้ และบริหารรายไต้และ ผลประโยชนต์ ามแตล่ ะสภาพของสถานศกึ ษา โดยไมข่ ดั ต่อกฎหมาย และระเบียบทีเ่ ก่ียวขอ้ ง 6.3 จัดหารายไดแ้ ละผลประโยชน์ และจัดทำทะเบียนคุม เกบ็ รักษาเงนิ และเบกิ จ่าย ให้เปน็ ไปตามกฎหมายและระเบยี บท่ีเก่ยี วขอ้ ง 7. กองทนุ กยู้ มื เพื่อการศกึ ษา 7.1 สำรวจประเภทกองทนุ และจัดทำข้อมูลยอดวงเงินและหลักเกณฑ์เองทุน 7.2 สำรวจความต้องการของนกั เรยี นและคดั เลือกเสนอให้กยู้ ืมของแต่ละกองทุนตามหลักเกณฑ์ที่ กำหนด 7.3 ประสานการกู้ยมื กบั หนว่ ยปฏิบตั ทิ เ่ี กีย่ วขอ้ ง 7.4 สรา้ งความตระหนักแกผ่ กู้ ู้ยมื 7.5 ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และรายงานผลการใช้เงินและผลการดำเนนิ งาน 8. กองทนุ สวัสดิการเพื่อการศกึ ษา 8.1 จัดระบบสวัสดิการเพ่ือการศึกษาของสถานศึกษาให้สอดคล้อง และเป็นไปตามกฎหมายทัง การจัดหาและการใชส้ วัสดกิ ารเพอื่ การศกึ ษาวางระเบียบการใช้เงินสวสั ดกิ าร 8.2 ดำเนนิ การจดั สวัสดิการให้เป็นไปตามระเบียบกำกับ ติดตาม ตรวจสอบให้เปน็ ไปตามระเบียบ การระดมทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการบริหาร จัดการทรัพยากรอันมี

อย่างจำกัด ให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด เพียงพอต่อภารกิจ ของสถานศึกษาทั้ง 4 งาน คือ งาน วิชาการ งานบุคลากร งานแผนงานงบประมาณ งานบริหารทั่วไป สนองตอบต่อการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา และสนับสนุนเดก็ ด้อยโอกาสไตเ้ ป็นอย่างดี 9. การบรหิ ารการเงนิ การบริหารการเงิน หมายถึงการบรหิ ารเงินท่สี ถานศกึ ษาไดร้ บั อนุญาตให้ก่อหน้ีผูกพนั ไดต้ ามวตั ถุประสงค์ในแผนงาน งานโครงการต่าง ๆ ในระยะเวลาที่กำหนด และในหมวดรายจา่ ยตามที่กำหนด ไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ในปจั จุบนั สถานศึกษามภี ารกจิ ที่สำคญั ในการบรหิ ารการเงนิ ดงั นี้ 1. การรบั เงนิ เม่อื สถานศกึ ษาไดร้ ับแจง้ การจัดสรรงบประมาณ สถานศึกษาทำการ เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรพั ย์ หรือประเภทกระแสรายวนั กับธนาคารท่ีเปน็ รฐั วิสาหกจิ และแจ้ง เลขท่ีบัญชีเงินฝากธนาคารให้หนว่ ยงานทีโ่ อนเงินให้แก่สถานศกึ ษาทราบพร้อมกับตรวจสอบจำนวนเงินที่ได้รับ จัดสรรกบั จำนวนเงินท่ีได้รับโอนว่าถกต้องตรงกนั หรอื ไม่ เม่อื ตรวจสอบแล้วยอดเงินถกู ตอ้ งตรงกนั สถานศึกษา จะตอ้ งออกใบเสรจ็ รับเงินของสถานศกึ ษา ลงวนั ท่ใี ห้แก่หนว่ ยงานท่ีโอนเงินให้ 2. เมอ่ื สถานศกึ ษาไตร้ บั การโอนเงินเขา้ บัญชเี ปน็ ที่เรยี บร้อย สถานศึกษาจะตอ้ งจัดทำหลักฐานการรับ เงิน เช่น 2.1 สำเนาใบเสรจ็ รับเงิน 2.2 สมุดคฝู่ ากธนาคาร สำหรบั การรับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 2.3 ใบนำฝาก ใบเบิกถอน สำหรับการรบั ฝากเงนิ ถอนคืน 2.4 คูฉ่ บบั สัญญายมื เงินสำหรบั การรบั เงินยืมจากส่วนราชการตน้ สงั กัด 2.5 หนงั สอื รับรองการหกั ภาษี ณ ที่จา่ ย สำหรับกรณกี ารหักภาษี ณ ท่จี า่ ยไปบันทกึ ลงในทะเบียน คุมเงินแตล่ ะประเภททไ่ี ตร้ บั เงนิ ตามคมู่ อื ระบบการควบคุมการเงนิ ของหนว่ ยงานยอ่ ย 3. ทกุ วนั ทีม่ ีการรบั จา่ ยเงิน สถานศึกษาต้องให้เจ้าหน้าที่ท่รี ับผิดชอบสรุป จำนวนเงินคงเหลือแต่ละ ประเภทท่ีปรากฏในทะเบียนคมุ ต่าง ๆ เพอื่ ทำรายงานเงนิ คงเหลอื ประจำวันวา่ ถกู ตอ้ งตรงกันหรือไม่ เพ่อื เสนอ กรรมการเก็บรักษาเงินที่ผู้บริหารสถานศึกษาแต่งตั้ง และเสนอให้ผู้บริหารสถานศึกษาลงนามกรณีการเก็บ รักษาเงินทีม่ ีรูปแบบดังตอ่ ไปน้คี อื 3.1 เงินสดในมือ สามารถเก็บที่ตู้นิรภัยของสถานศึกษาไต้ แต่ถ้าไม่มีตู้นริ ภัยให้ทำบันทึกการรบั เงินเพอื่ เก็บรักษาหรอื นำฝากตู้นริ ภยั ของอำเภอ 3.2 กรณีท่ีไม่สามารถเก็บรกั ษาเงินสดได้ให้สถานศกึ ษาดำเนินการ ดังน้ี คือ นำฝากธนาคารที่เป็น รัฐวิสาหกิจหรอื นำฝากคลัง 4.การจ่ายเงิน เมื่อเจ้าหน้าที่การเงินไต้รบั อนุมัติการเบิกจ่ายเงินเป็นลายลักษณ์ อักษรจากผู้บริหาร สถานศึกษาแล้ว ให้ตรวจสอบจำนวนเงินคงเหลือจากทะเบียนคุมและสมุดคู่ฝาก ธนาคารว่ามีจำนวนเงิน สามารถจา่ ยใหแ้ กเ่ จา้ หน้ไี ต้ กรณจี า่ ยเงินเงินสดใหเ้ จ้าหนา้ ที่การเงินเขยี น

ใบถอนเงนิ ธนาคารจ่ายใหแ้ ก่เจ้าหน้ี พร้อมจัดทำหลกั ฐานการจ่าย เชน่ ใบเสรจ็ รับเงิน บัญชกี รณีจ่ายเงิน โดยการโอน หรอื ใบเสรจ็ รับเงินกรมสรรพากร กรณีนำเงิน หกั ภาษี ณ ท่ีจา่ ยสง่ กรมสรรพากร 5. การนำเงนิ สง่ สถานศึกษาสามารถดำเนนิ การไตต้ ามข้นั ตอนตอ่ ไปนค้ี ือ 5.1 การนำฝาก ไดแ้ ก่ เงนิ บรจิ าค เงินประกนั สัญญา เงนิ ทรพั ยส์ ิน เงนิ ประกันซอง ฯ สถานศึกษา จะต้องออกหลักฐานการรับฝากเงินให้แก่เจ้าของเงิน พร้อมกับบันทึก ลงในทะเบียนคุมเงินนอกงบประมาณ ประเภทเงินฝาก รายงานเงินคงเหลือประจำวัน และจัดทำ ใบนำฝาก บันทึกในสมุดคู่ฝากเพื่อนำฝากส่วน ราชการตน้ สงั กดั หากเม่ือครบกำหนดต้องจ่าย คอื สถานศึกษาตอ้ งทำใบเบิกเงินเมื่อไดร้ ับเงนิ ครบล้วนถูกต้อง แล้วให้บันทึกในสมุดคู่ฝาก ทะเบียนคุมเงินและรายงานเงินคงเหลือประจำวัน และจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิรับเงนิ โดยตรง 5.2 กรณนี ำสง่ เงินเป็นรายไตแ้ ผน่ ดินซึง่ สถานศกึ ษาไมส่ ามารถนำไปใช้ได้ เช่นคา่ จำหน่ายพสั ดุ ให้ สถานศึกษาออกใบเสร็จรบั เงิน และบันทึกยอดเงนิ ลงในทะเบียนคุมเงิน ประเภทเงินรายไต้แผน่ ดิน บันทึกใน รายงานเงินคงเหลอื ประจำวัน ทำหนังสอื นำส่งเงินรายไต้ แผน่ ดิน โดยนำส่งอย่างน้อยเดอื นละ 1 ครั้ง หรือถ้า วนั ใดมีเงนิ สดเกนิ 10,000 บาท ใหน้ ำสง่ ภายใน 7 วันทำการ 6. การบริหารงบประมาณงบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนท่ัวไป รายการเงนิ อดุ หนุนคา่ ใช้จ่ายใน การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ค่าใช้จ่ายรายหัว) ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 หมวด 3 มาตรา 43 ได้บัญญัติไว้ว่า “บุคคลย่อมมีสทิ ธิเสมอกันในการรับการศึกษาข้ันพื้นฐานไม่นอ้ ยกว่าสิบ สอง ปี ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” และพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545 หมวด 2 มาตรา 10 ได้บัญญัตไิ วว้ ่า “การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้อ งจัดให้ อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” และหมวด 8 มาตรา 60 ได้บัญญัติ ไว้ว่าให้รัฐจัดสรร งบประมาณแผ่นดินให้กับการศกึ ษาในฐานะทีม่ ีความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนาทย่ี ่งั ยนื ของประเทศโดยจัดสรร เป็นเงินงบประมาณเพื่อการศึกษา โดยมีแนวทางการใช้งบประมาณเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณงบเงิน อุดหนนุ ประเภทเงนิ อดุ หนุนทว่ั ไป รายการเงินอุดหนุนค่าใชจ้ า่ ยในการจดั การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน (ค่าใช้จ่าย รายหัว) เกิดประโยชนต์ อ่ การเรยี นการสอนไดม้ ากท่สี ดุ จงึ กำหนดแนวปฏบิ ตั ิดงั น้ี 1.ใหส้ ถานศึกษาจดั ทำแผนการปฏิบตั ิงานประจำปขี องสถานศกึ ษาท่ีสอดคลอ้ ง กบั นโยบายและชุดเนน้ ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน 2.เสนอแผนการปฏิบตั งิ านประจำปีของสถานศึกษาผ่านความเหน็ ชอบ ต่อคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพน้ื ฐาน 3.รายงานผลการดำเนินงานของสถานศึกษาให้สาธารณชนไตร้ ับทราบ

แนวทางการบริหารงบประมาณ รายการคา่ จัดการเรียนการสอน (เงนิ อดุ หนุนรายหวั ) วัตถุประสงค์ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณ งบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป เงินอุดหนุน ค่าใชจ้ า่ ยในการจัดการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน รายการคา่ จดั การเรียนการสอน (เงนิ อดุ หนุนรายหัว) แก่ สถานศกึ ษาในการจดั การเรยี นการสอนใหไ้ ด้ประโยชน์สูงสุดในการพัฒนานกั เรยี นคุณภาพผู้เรียน ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 พระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาตพิ ุทธศักราช 2542และที่แก้ไข เพมิ่ เตมิ (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2562 แนวทางการใช้งบประมาณ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณงบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป เงินอุดหนุน คา่ ใช้จา่ ยในการจัดการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน รายการค่าจัดการเรยี นการสอน (เงนิ อุดหนุนรายหวั ) เกิด ประโยชนต์ ่อการเรียนการสอนได้มากท่สี ุด จึงกำหนดแนวปฏบิ ัติ ดังนี้ 1. ให้สถานศึกษาจดั ทำแผนปฏบิ ัติการประจำปีของสถานศกึ ษาท่สี อดคลอ้ งกับภารกิจของ สถานศึกษานโยบายและจดุ เน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน 2. นำเสนอแผนปฏบิ ตั กิ ารประจำปขี องสถานศกึ ษา เพ่อื ใหค้ ณะกรรมการสถานศกึ ษา ขัน้ พ้นื ฐานเห็นชอบ 3. รายงานผลการดำเนินงานของสถานศึกษาให้สาธารณชนได้รบั ทราบ 4. การใชจ้ า่ ยงบประมาณต้องสอดคลอ้ งกับแผนปฏิบัตกิ ารประจำปขี องสถานศกึ ษา 5. การเบิกจ่ายงบประมาณ งบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป ให้ถือปฏิบัติตาม หนงั สือกระทรวงการคลงั ลักษณะการใช้งบประมาณ การใช้งบประมาณงบเงินอุดหนุน ประเภทเงนิ อุดหนนุ ทัว่ ไป เงินอดุ หนนุ ค่าใช้จ่ายในการ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน รายการค่าจัดการเรียนการสอน (เงินอุดหนุนรายหัว) ให้ปฏิบัติตาม ระเบยี บของทางราชการทเ่ี กย่ี วข้อง โดยสามารถใช้ในลกั ษณะ 3 ประเภทงบรายจา่ ย ดงั นี้ 1. งบบุคลากร ค่าจ้างช่ัวคราว เชน่ จา้ งครูอัตราจ้างรายเดือน พนักงานขบั รถ นักการ ภารโรง เปน็ ต้น 2. งบดำเนนิ งาน 2.1 คา่ ตอบแทน เชน่ คา่ ตอบแทนวิทยากร ค่าตอบแทนวทิ ยากรวิชาชีพท้องถิน่

2.2 ค่าใช้สอย เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะ ค่าจ้างซ่อมแซม ค่าจ้างเหมา บรกิ ารคา่ พาหนะพานักเรยี นไปทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ 2.3 ค่าวัสดุ เช่น ค่าวัสดุการศึกษา ค่าเครื่องเขียน ค่าวัสดุ เวชภัณฑ์ ค่าซ่อมแซม บำรงุ รกั ษาทรพั ย์สนิ 2.4 ค่าสาธารณปู โภค เช่น คา่ น้ำ ค่าไฟฟา้ ค่าโทรศพั ท์ เป็นตน้ 3. งบลงทนุ 3.1 คา่ ครภุ ัณฑ์ เชน่ จัดซอื้ อปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ เครอื่ งถา่ ยเอกสาร 3.2 คา่ ที่ดินและสงิ่ กอ่ สรา้ ง รายจา่ ยเพือ่ ประกอบดัดแปลง ต่อเตมิ หรอื ปรับปรงุ ทีด่ นิ และ/หรอื สงิ่ ก่อสร้าง เช่น คา่ จดั สวนค่าถมดนิ ถนน สะพาน บอ่ น้ำ ฯลฯ

แนวทางการบริหารจดั การงบประมาณ รายการคา่ จัดการเรียนการสอน (เงินอดุ หนนุ ปจั จัยพื้นฐานสำหรบั นักเรียนยากจน) นกั เรยี นยากจน หมายถึง นกั เรยี นยากจนท่มี รี ายได้เฉล่ียต่อครวั เรอื นไม่เกนิ 3,000 บาท/ เดือนและผ่านเกณฑ์ระบบการคัดกรองปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนที่ส ำนักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานกำหนด วตั ถุประสงค์ เพอื่ ใหส้ ถานศกึ ษาสามารถบริหารจัดการ เงนิ อดุ หนนุ ปัจจยั พ้นื ฐานสำหรับนักเรียนยากจน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนกลุ่มเป้าหมายได้รับประโยชน์ ส่งผลในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษา เกณฑก์ ารพิจารณาจัดสรร จัดสรรให้นักเรียนที่ยากจนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของ สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยกเว้นสถานศึกษาสังกัดสำนัก บรหิ ารงานการศึกษาพิเศษโดยมีเกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้ 1. นกั เรียนยากจน ใหพ้ จิ ารณาคัดกรองจากนักเรยี น ดังน้ี 1.1 เบ้อื งตน้ ใหพ้ ิจารณาจากครอบครัวทม่ี รี ายได้เฉลย่ี ตอ่ เดอื นไม่เกิน 3,000 บาท 1.2 เม่อื ผา่ นเกณฑก์ ารพิจารณา ขอ้ 1.1 แลว้ จะพจิ ารณาเกณฑส์ ถานะครัวเรอื นเพอื่ จัด ระดับความยากจน ดงั นี้ 1.2.1 ครอบครวั มภี าระพึ่งพิง ได้แก่ ในครอบครัวมีคนพิการหรือผู้สูงอายเุ กนิ 60 ปี หรอื มคี นอายุ 15 - 65 ปี วา่ งงาน (ท่ไี ม่ใช่นักเรียน/นกั ศึกษา) หรอื เป็นพอ่ แมเ่ ล้ียงเดีย่ ว 1.2.2 สภาพที่อยู่อาศยั สภาพบา้ นชำรุดทรุดโทรม หรอื บา้ นทำจากวัสดุพืน้ บ้าน เช่น ไม้ไผใ่ บจาก หรือวัสดเุ หลอื ใชห้ รอื อยบู่ ้านเชา่ หรอื ไม่มหี ้องสว้ มในทอ่ี ยู่อาศยั และบรเิ วณ 1.2.3 ไมม่ รี ถยนตส์ ่วนบคุ คลหรอื รถปกิ อัพหรือรถบรรทกุ เลก็ หรอื รถตูห้ รือรถไถ/ รถเกี่ยวขา้ ว/รถอแี ต๋น/รถอื่น ๆ ประเภทเดยี วกนั เป็นเกษตรกรทไ่ี ม่มีท่ีดินทำกิน (รวมเช่า) ไม่เกิน 1 ไร่ หรอื ไมม่ ที ่ดี ินเป็นของตนเอง 1.3 ระดบั ความยากจน การพิจารณาคัดกรองนักเรียนยากจน จะพิจารณาด้วยวิธีการแบบวัดรายได้ทางอ้อม Proxy Means Tests หรือ PMTs ซึ่งเป็นประมาณการรายได้ตามสถานะของครัวเรือนนักเรียน และทำการสร้างตัวชี้วัดความยากจนในรูปคะแนนความขาดแคลนทุนทรัพย์ของนักเรียน (ระดับ

ความยากจน)ที่มีคะแนนความขาดแคลนทุนทรัพย์ มีค่าระหว่าง 0 (ยากจนน้อย) ถึง 1 (ยากจน มากท่ีสุด) ระดบั ความขาดแคลนทนุ ทรพั ยโ์ ดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ไดแ้ ก่ 1.3.1 กลุ่มทห่ี นึ่ง ระดบั ยากจนพิเศษ (คะแนน มากกว่า 0.91 ขึ้นไป) 1.3.2 กลมุ่ ทีส่ อง ระดบั ยากจน (คะแนน 0.71 – 0.90) 1.3.3 กลุ่มท่สี าม ระดบั ใกล้จน (คะแนน 0.51– 0.70) 2. การจัดสรรงบประมาณ การจดั สรรงบประมาณจดั สรรจะจัดใหน้ ักเรียนยากจน 2 กลุ่ม คอื กลุม่ ระดับยากจนและ ระดับยากจนพิเศษ โดยจัดสรรระดับประถมศึกษา คนละ 500 บาท/ภาคเรียน (1,000 บาท/ปี) และระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ คนละ 1,500 บาท/ภาคเรยี น (3,000 บาท/ปี) การใชจ้ ่ายงบประมาณ 1. วธิ กี ารใชจ้ า่ ยงบประมาณเงินอุดหนุนปัจจัยพ้ืนฐานนักเรียนยากจน สามารถดำเนินการ ได้ 2 วธิ ี ดังน้ี 1.1 สถานศึกษาสามารถดำเนินการจ่ายเป็นเงินสดให้แก่นักเรียนโดยตรง โดยให้ สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการจ่ายเงิน อย่างน้อย 3 คน โดยใช้ใบสำคัญรับเงินเป็นหลักฐาน หรือ 1.2 สถานศกึ ษาจัดหาปัจจยั พนื้ ฐานทีจ่ ำเป็นใหแ้ ก่นักเรียนยากจนโดยตรง ตามรายชอ่ื ท่ีไดร้ ับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน ดังนี้ 1.2.1 คา่ หนังสือเรยี นและอปุ กรณก์ ารเรยี น 1.2.2 คา่ เสื้อผา้ และวัสดเุ ครอื่ งแต่งกายนกั เรียน 1.2.3 คา่ อาหารหรือคูปองค่าอาหาร 1.2.4 ค่าพาหนะในการเดนิ ทางหรือจา้ งเหมารถรับ – ส่งนักเรยี น 1.2.5 ค่าใชจ้ า่ ยที่นกั เรยี นยากจนต้องการจ าเปน็ ในการดำรงชวี ติ ประจำวนั นอกเหนือจาก 4 รายการขา้ งตน้ 2. กรณีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบรหิ ารพัสดุภาครฐั พ.ศ. 2560 ระเบยี บกระทรวงการคลังวา่ ดว้ ยการจดั ซื้อจดั จา้ งและการ บรหิ ารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงทีเ่ ก่ยี วข้อง 3. กรณนี กั เรยี นยากจนทีไ่ ดร้ ับจัดสรรตามรายชือ่ ในบญั ชีจดั สรรนักเรยี นยากจน มกี ารย้าย ลาออกและไมส่ ามารถรับเงนิ รายการปจั จัยพื้นฐานสำหรับนกั เรียนยากจนได้ใหส้ ถานศึกษาส่งคนื เงินอดุ หนุนของนกั เรียนที่ไดร้ บั จดั สรร ดังน้ี

3.1 โรงเรียนปกติให้ส่งคืนเงินอุดหนุนรายการดังกล่าวให้กับสำนักงานเขตพื้นท่ี การศึกษาต้นสงั กัด 3.2 เพื่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะดำเนินการรวบรวมส่งงบประมาณกลับคืน ส่วนกลาง 3.3 โรงเรียนที่เป็นหน่วยเบิกจ่าย ให้ส่งคืนเงินอุดหนุนรายการดังกล่าวกลับคืน สว่ นกลาง ทั้งนี้ ขอให้ส่งหลักฐานการส่งคนื เงิน (ระบุประเภทรายการและจำนวนเงนิ แต่ละรายการ ที่ส่งคืน) พร้อมหนงั สอื น าส่งแจง้ ให้ส านกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐานทราบ แนวทางการดำเนินงาน 1. ระดบั สถานศกึ ษา 1.1 สำรวจข้อมูลนักเรียนยากจน และรายงานข้อมูลในระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียน รายบุคคล(Data Management Center : DMC) ประเภทเด็กดอ้ ยโอกาส (เดก็ ยากจน) 1.2 รายงานข้อมลู ในระบบคัดกรองปัจจัยพ้นื ฐานนักเรียนยากจน (C0nditional Cash Transfer : CCT) ตามแบบขอรับทนุ การศกึ ษานักเรยี นยากจน (แบบ นร.01) ในระยะเวลาที่ กำหนดเพอื่ เสนอขอรับการสนบั สนุนงบประมาณ 1.3 จัดสรรงบประมาณใหน้ กั เรียนตามรายชื่อท่ไี ด้รบั จดั สรรและติดตาม ควบคุม กำกับให้นกั เรยี นใชจ้ ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามความตอ้ งการจำเป็น 1.4 ส่งงบประมาณกลับคนื สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษากรณนี กั เรียนไม่สามารถมารับ เงนิ ได้ 1.5 รายงานผลการดำเนนิ งาน 2. ระดับสำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษา 2.1 แต่งตั้งคณะกรรมการ ก ากบั ตดิ ตาม ตรวจสอบและรายงานผลการดำเนนิ งาน 2.2 รวบรวมส่งงบประมาณสง่ กลบั คนื ส่วนกลาง กรณีนักเรยี นไมส่ ามารถมารบั เงนิ ได้ 2.3 นอกจากนี้ ตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 มาตรา 5 (2) สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดทำโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจน พิเศษแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfer : CCT) สนับสนุนเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข โดยน าข้อมูลเด็กกลุ่มระดับยากจนพิเศษมาคัดกรองเป็นนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข ตั้งแต่ระดับชั้น ป.1 – ม.3 เพิ่มเติมคนละ 3,000 บาท/คน/ปี โดยเงินอุดหนุนดงั กล่าว สำนักงาน

กองทุนเพือ่ ความเสมอภาคทางการศกึ ษา (กสศ.) เปน็ ผู้ดำเนินการจัดสรรและกำหนดแนวทางการ บรหิ ารงบประมาณ

แนวทางการบรหิ ารจัดการงบประมาณ ค่ากจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น หลักเกณฑก์ ารเบิกจ่ายค่าใช้จา่ ยในการจัดกจิ กรรมเพ่อื เสรมิ สร้างความรู้ใหก้ บั นกั เรียน เพื่อให้การเบิกจ่ายค่าใช้จา่ ยในการจัดกิจกรรมเพ่ือเสรมิ สรา้ งความรู้ให้กับนักเรียน ได้แก่ การพานกั เรียนไปร่วมกิจกรรมวิชา การกิจกรรมคุณธรรม/ลูกเสือ/เนตรนาร/ี ยุวกาชาด หรือทัศน ศกึ ษาตามแหลง่ เรียนร้ทู ง้ั ในและนอกโรงเรียน ตามนโยบายสนบั สนุนคา่ ใชจ้ า่ ยในการจัดการศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้จ่ายจากงบเงินอุดหนุนที่โรงเรียนได้รับให้ เป็นไปในแนวทางเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน จึงกำหนดหลกั เกณฑ์การ เบิกจ่ายค่าใช้จา่ ยในการจัดกจิ กรรมเพ่ือเสรมิ สรา้ งความรใู้ หก้ ับนกั เรียน ดงั นี้ 1. การวางแผนกิจกรรมต่าง ๆ ต้องให้ภาคี 4 ฝ่าย (ผู้แทนครู ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทน ชุมชนและผแู้ ทน นกั เรยี น) และคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พ้นื ฐานมสี ว่ นร่วมและพิจารณา 2. การพิจารณาสถานท่สี ำหรับการจดั กิจกรรมรวมท้งั การพักแรมให้เลอื กใชบ้ รกิ ารสถานท่ี ของสว่ นราชการ รฐั วิสาหกจิ หรือหนว่ ยงานอืน่ ของรฐั เป็นลำดับแรก กรณจี ำเป็นตอ้ งจัดกิจกรรม ในสถานที่ของเอกชนให้อยู่ใน ดุลพินิจของผู้อำนวยการโรงเรียน โดยคำนึงถึงความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด และวงเงนิ ท่ีอยใู่ นความรับผิดชอบ สำหรับค่าใชจ้ ่ายในการจัดกจิ กรรม/การแข่งขัน แบง่ เป็น 2 กรณี กรณีท่ี 1 โรงเรียนเปน็ หนว่ ยงานผู้จัดกจิ กรรม/การแขง่ ขันใหเ้ บิกจา่ ยคา่ ใชจ้ า่ ยได้ เทา่ ทจ่ี า่ ยจรงิ ดังน้ี 1. ค่าใช้จ่ายเก่ยี วกบั การใชแ้ ละแตกต่างสถานที่จดั กจิ กรรม 2. ค่าวสั ดตุ า่ งๆ สำหรบั การจัดกจิ กรรม 3. คา่ ถ่ายเอกสาร คา่ พมิ พเ์ อกสารและสง่ิ พิมพ์ 4. คา่ หนงั สือสำหรับการจัดกจิ กรรม 5. คา่ เชา่ อุปกรณ์สำหรบั การจดั กจิ กรรม 6. ค่าอาหารวา่ งและเครอ่ื งด่ืม ไมเ่ กนิ ม้อื ละ 50 บาทต่อคน 7. ค่าเข้าชมสถานทแ่ี หลง่ เรยี นรู้ 8. ค่าสาธารณูปโภค 9. ค่าสมนาคณุ วิทยากร 9.1 หลกั เกณฑ์การจา่ ยค่าสมนาคุณวิทยากร

1) กรณีเปน็ การบรรยายใหค้ วามรู้กับนกั เรียน ให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรไดไ้ มเ่ กิน 1 คน 2) กรณีเป็นการแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม ซึ่งได้กำหนดไว้ในโครงการหรือหลักสูตรการ จัดกิจกรรมและจำเป็นต้องมีวิทยากรประจำกลุ่มให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรได้ไม่เกินกลุ่มละ 2 คน 3) การนบั ชัว่ โมงการบรรยายหรอื ทำกิจกรรมใหน้ บั ตามเวลาที่กำหนดในตารางการ จัดกิจกรรมโดยแต่ละชั่วโมงต้องกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้านาที กรณีกำหนดเวลาไม่เกิน 50 นาที แต่ไมน่ อ้ ยกว่า 25 นาที ให้จา่ ยค่าสมนาคณุ วทิ ยากรไดก้ ึง่ หน่ึง 9.2 อัตราค่าสมนาคณุ วทิ ยากร 1) วิทยากรเป็นบุคลากรของรัฐให้ได้รับค่าสมนาคุณวิทยากรได้ไม่เกิน ชั่วโมงละ 600 บาท 2) วิทยากรที่มิใช่บุคลากรของรัฐให้ได้รับค่าสมนาคุณวิทยากรได้ไม่เกินชั่วโมงละ 1,200 บาท ทงั้ นี้ ใหใ้ ชแ้ บบใบสำคญั รับเงินสำหรบั วิทยากร 10. ค่าอาหารสำหรับการจัดกิจกรรมมื้อละไม่เกิน 80 บาท หรือกรณีจำเป็นต้องจัด กิจกรรม ในสถานท่ีของเอกชนใหเ้ บิกจา่ ยได้เท่าทจ่ี ่ายจริงแตไ่ มเ่ กินม้อื ละ 150 บาท 11. กรณีที่ไม่สามารถจัดอาหารให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทุกมื้อ หรือจัดอาหารให้เพียง บางม้อื ใหเ้ บกิ ค่าใชจ้ ่าย ดงั น้ี 11.1 สำหรับครใู ห้เบิกจ่ายค่าเบ้ียเลีย้ งเหมาจ่าย 11.1.1 โดยคำนวณเวลาตั้งแตเ่ วลาที่เดินทางออกจากสถานทอ่ี ยู่หรอื สถานที่ปฏิบัติ ราชการ ตามปกติจนกลับถึงสถานท่ีอยูห่ รือสถานที่ปฏิบัติราชการปกติแล้วแต่กรณี (นับเวลา 24 ชวั่ โมง = 1 วนั สว่ นทเี่ กนิ 24 ชว่ั โมง หากนับไดเ้ กนิ 12 ชวั่ โมง ให้นบั เพ่ิมอกี 1 วนั ) 11.1.2 นำจำนวนวันทั้งหมด (ตามข้อ 1) คูณ กับอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายตาม สทิ ธิ 11.1.3 นับจำนวนมื้ออาหารทจ่ี ดั ให้ตลอดการจัดกิจกรรม 11.1.4 คำนวณค่าอาหารทั้งหมดโดยให้คิดค่าอาหารมื้อละ 1 ใน 3 ของอัตราค่า เบยี้ เลี้ยงเหมาจา่ ยท่ไี ดร้ บั 11.1.5 นำจำนวนเงินค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายที่คำนวณได้ตาม (ข้อ 1.11) หักด้วย จำนวนเงินคา่ อาหารทีค่ ำนวณไดต้ าม (ขอ้ 3.1.11.4)ส่วนท่เี หลือเปน็ ค่าเบยี้ เลี้ยงท่ีจะได้รบั

11.2 สำหรบั นักเรยี นใหเ้ บิกจ่ายเป็นคา่ อาหารในลกั ษณะเหมาจา่ ยในอัตราดังน้ี ที่ การจดั อาหารต่อวัน เบิกค่าอาหารในลกั ษณะเหมาจา่ ย 1 จัดอาหาร 2 มื้อ คนละไม่เกนิ 80 บาทต่อวัน 2 จดั อาหาร 1 มื้อ คนละไม่เกนิ 160 บาทต่อวนั 3 ไมจ่ ัดอาหารทง้ั 3 มื้อ คนละไม่เกิน 240 บาทตอ่ วัน 12. ค่าเช่าที่พักตามที่หน่วยงานให้บริการที่พักเรียกเก็บหรือกรณีจำเป็นต้องพักใน สถานทข่ี องเอกชน ใหเ้ บิกจ่ายไดเ้ ท่าที่จา่ ยจรงิ แตไ่ มเ่ กินอตั ราทก่ี ำหนด ดังนี้ คา่ เช่าห้องพักคู่ ไม่เกนิ คนละ 600 บาทตอ่ วนั ค่าเชา่ พักพักเดีย่ ว ไมเ่ กนิ คนละ 1,200 บาทต่อวัน 13. ค่าจา้ งเหมาพาหนะรบั -สง่ ครแู ละนักเรียนไปรว่ มกิจกรรม/ขนส่งอปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการจัด กจิ กรรม 14. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้บริการสุขาให้เบิกได้ตามอัตราที่หน่วยงานที่ให้บริการ เรียก เกบ็ 15. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้บริการพยาบาลให้เบิกได้ตามอัตราที่หน่วยงานที่ให้บริการ เรียกเกบ็ 16. คา่ ใช้จา่ ยในการจัดประกวดหรอื แขง่ ขนั 16.1 ค่าตอบแทนกรรมการตัดสิน 16.1.1 กรรมการท่เี ปน็ บคุ ลากรของรฐั เบิกจา่ ยได้ในอัตราไมเ่ กนิ คนละ 600 บาทตอ่ วนั 16.1.2 กรรมการทีม่ ิไดเ้ ป็นบุคลากรของรัฐเบิกจา่ ยได้ในอัตราไมเ่ กินคนละ 1,200 บาท ต่อวนั 16.1.3 ค่าโล่หรือถ้วยรางวัลหรือของรางวัลที่มอบให้ผู้ชนะการประกวดหรือแข่งขัน เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคณุ ช้นิ ละไม่เกิน 1,500 บาท 17. คา่ ใชจ้ า่ ยอนื่ ท่ีจำเป็นสำหรับการจดั กจิ กรรม กรณีที่ 2 โรงเรียนพานักเรียนไปร่วมกิจกรรม/ร่วมการแข่งขันกับโรงเรียนอื่นหรือ หน่วยงานอ่ืนซึง่ เป็นผ้จู ัดกิจกรรม/การแข่งขนั ให้เบกิ จา่ ยคา่ ใช้จ่ายได้ดงั นี้ 1. สำหรบั ครู 1.1 กรณโี รงเรียนอืน่ หรือหน่วยงานอน่ื ซ่งึ เป็นผ้จู ดั กจิ กรรม/การแขง่ ขนั

มกี ารจดั อาหาร ทพี่ ัก และพาหนะใหแ้ ล้ว ใหง้ ดเบกิ ค่าใช้จา่ ยดงั กล่าว 1.2 กรณโี รงเรียนอื่นหรือหนว่ ยงานอ่นื ซ่งึ เปน็ ผจู้ ัดกิจกรรม/การแข่งขัน ไม่จัดอาหาร ที่พัก พาหนะทั้งหมดหรือจัดให้บางส่วนให้เบิกค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือส่วนที่ขาดส ำ หรับครูตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป ราชการ ยกเว้น 1) ค่าเช่าทีพ่ ักใหเ้ บกิ ได้เทา่ ที่จา่ ยจรงิ ไมเ่ กินคนละ 600 บาทตอ่ วนั สำหรบั คา่ เช่าหอ้ งพักคู่ และไม่เกนิ คนละ 1,200 บาทตอ่ วนั คา่ เช่าหอ้ งพกั เดย่ี ว 2) คา่ เบี้ยเลย้ี งเดนิ ทางใหค้ ำนวณเช่นเดียวกนั กบั กรณีที่ 1 ขอ้ 11.1 2. สำหรบั นักเรียน 2.1 กรณโี รงเรยี นอนื่ หรือหนว่ ยงานอนื่ ซงึ่ เป็นผู้จัดกจิ กรรม/การแข่งขนั มีการจัดอาหาร ท่พี ัก และพาหนะให้แลว้ ใหง้ ดเบิกคา่ ใชจ้ า่ ยดงั กลา่ ว 2.2 กรณโี รงเรยี นอ่นื หรอื หนว่ ยงานอ่ืนซึ่งเปน็ ผู้จัดกิจกรรม/การแข่งขนั ไมจ่ ัดอาหาร ท่ี พกั พาหนะท้ังหมดหรือจัดใหบ้ างส่วน ให้เบิกคา่ ใช้จา่ ยทง้ั หมดหรอื ส่วนท่ขี าดให้กับนกั เรียน ดังน้ี 1) ค่าอาหารในลกั ษณะเหมาจ่าย ตามขอ้ 11.2 (ส่วนของนักเรียน) 2) ค่าเช่าทพ่ี ักเหมาจา่ ยไม่เกนิ คนละ 500 บาทต่อวนั 3) ค่าพาหนะให้เบิกจ่ายได้ตามสิทธิของข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไประดับ ปฏิบัตงิ าน (เทียบเทา่ ระดับ 1-4) 4) ใช้แบบใบสำคัญรับเงินค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมสำหรับนักเรียน เอกสาร หมายเลข 2 เปน็ หลกั ฐานการจา่ ย 3. ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นสำหรับการพานักเรียนไปร่วมกิจกรรม/ร่วมการแข่งขันหมาย เหตุการพิจารณาเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้คำนึงถึงความจำเป็น เหมาะสม ประหยัดภายใน วงเงนิ ท่ีอยใู่ นความรับผดิ ชอบเทา่ นัน้ และต้องไมเ่ ป็นเหตุในการเรยี กเก็บเงินจากผู้ปกครองเพ่มิ เติม ด้วย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook