Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารประกอบการสอน เรื่อง วิทยาศาสตร์เบื้องต้น

เอกสารประกอบการสอน เรื่อง วิทยาศาสตร์เบื้องต้น

Published by jackhondajazz, 2016-07-07 04:34:12

Description: เอกสารประกอบการสอน เรื่อง วิทยาศาสตร์เบื้องต้น

Keywords: GES1102

Search

Read the Text Version

บทที่ 1 ความรู้เบ้ืองตน้ เก่ียวกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์วตั ถุประสงค์เมื่อศกึ ษาเน้ือหาในบทนีแ้ ล้ว เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นสามารถ 1. อธิบายความหมายและองคป์ ระกอบเทคโนโลยสี ารสนเทศได้ 2. เขา้ ใจถึงความหมายของระบบคอมพวิ เตอรไ์ ด้ 3. อธบิ ายประวตั ิของการพฒั นาระบบคอมพิวเตอร์ได้ 4. สามารถบอกความหมาย ความสาคญั การใชง้ าน และลกั ษณะสาคัญของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้ 5. สามารถบอกองค์ประกอบของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้ 6. สามารถนาความรไู้ ปเลือกซือ้ คอมพวิ เตอรไ์ ด้

บทที่ 1 ความรู้เบ้อื งตน้ เกี่ยวกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์ความนา ในภาวะปัจจุบนั ที่ท่วั ทุกมุมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็ นประเทศด้อยพฒั นาทางเศรษฐกิจและอตุ สาหกรรมหรือประเทศท่ีพฒั นาแล้วก็ตาม ตา่ งอย่ใู นภาวะที่ต้องมีการปรับตวั กนั อยา่ งมาก ประเทศไทยก็เช่นเดียวกนั ฉะนนั้ จงึ ถือได้วา่ เราทกุ คนนนั้ ตา่ งดาเนินชีวิตอยใู่ นชว่ งเวลาของการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะรูปแบบทางสงั คมท่ีเกิดขึน้ ตา่ งมีความต้องการท่ีจะรับทราบข้อมลู ขา่ วสาร และพงึ่ พาอาศยั ข้อมลู สารสนเทศในการดารงชีวิตประจาวนั มากขนึ ้ ทุกวนั ซึง่ ก็เป็ นผลสืบเนื่องมาจากแรงผลักดนั ของเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หรือท่ีเรียกกันว่า ITรวมถึงในการเรียนในระดบั อดุ มศกึ ษาซ่ึงต้องอาศยั การแสวงหาความรู้จากนอกห้องเรียนเป็ นอยา่ งมากเม่ือกลา่ วถึงเทคโนโลยีสารสนเทศส่ิงที่มกั ถกู กล่าวถึงตามมาคือ คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ซงึ่ ถือเป็ นสว่ นหนงึ่ และเป็นสิง่ สาคญั พืน้ ฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศตอนท่ี 1. ความหมายและองค์ประกอบเทคโนโลยสี ารสนเทศ เร่ืองท่ี 1.1 ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ สารสนเทศ หรือสารนิเทศ เป็ นศัพท์บัญญัติของคาว่า “Information” ราชบัณฑิตสถานกาหนดให้ใช้ได้ทงั้ สองคา ในวงการคอมพวิ เตอร์ การส่ือสาร และธุรกิจ นิยมใช้คาว่า “สารสนเทศ” สว่ นในวงการบรรณารักษศาสตร์ สารนิเทศศาสตร์ ใช้ว่า “สารนิเทศ” ความหมายกว้าง ๆ หมายถึงข้อมลู ขา่ วสาร ความรู้ตา่ ง ๆ ที่มีการบนั ทกึ อย่างเป็ นระบบตามหลกั วิชาการ เพ่ือนามาเผยแพร่ และใช้ในงานต่าง ๆ ทกุ สาขาไม่ว่าจะเป็ นเรองของการค้า การผลิต การบริการ การบริหาร การแพทย์ การสาธารณสขุ การศกึ ษา การคมนาคม การทหาร และอ่ืน ๆ เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หมายถึง เทคโนโลยีทกุ ด้านท่ีเข้ามาร่วมกนั ในกระบวนการจดั เก็บ สร้าง และสื่อสารสารสนเทศ ดงั นนั้ จงึ ครอบคลมุ เทคโนโลยี ตา่ ง ๆ ที่ใช้ในกระบวนการข้างต้น เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์จดั เก็บข้อมูล บนั ทึกและคืนค้น เครือข่ายส่ือสารข้อมลู อปุ กรณ์ส่ือสารและโทรคมนาคม เป็ นต้น รวมทงั้ ระบบท่ีควบคมุ การทางานของอุปกรณ์ เหลา่ นี ้เชน่ ระบบปฏิบตั กิ ารคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสาร เป็นต้น

นอกจากนีก้ ารใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในขณะนีเ้ ป็ นไปอย่างแพร่หลายมากมายนบั ไม่ถ้วนในทกุ กิจการ จนแทบจะกล่าวได้ว่ายคุ นีไ้ ม่มีใครไม่เคยไม่ได้ยินคาว่าเทคโนโลยีสารสนเทศหรือที่นิยมเรียกกันย่อ ๆ ว่า ไอที (IT) กนั แล้ว ดงั จะเห็นวา่ ในหม่ผู ้รู ู้และนกั วิชาการหลายท่านได้อธิบายถึงความหมายของคาวา่ เทคโนโลยีสารสนเทศไว้มากมายและคล้ายคลงึ กนั อาทิเชน่ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า สยามบรมราชกมุ ารี (2538: 4) ทรงอรรถาธิบายวา่ คาว่าเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ Information Technology ท่ีมกั เรียกวา่ ไอที (IT) นนั้ จะเน้นที่การจดั การกระบวนการดาเนนิ งานสารสนเทศหรือสารนิเทศ ในขนั้ ตอนตา่ งๆ ตงั้ แตก่ ารเสาะแสวงหา การวิเคราะห์การจัดเก็บ การจดั การ และการเผยแพร่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถูกต้อง ความแม่นยา และความรวดเร็วทนั ตอ่ การนาไปใช้ประโยชน์ ไพรัช ธัชยพงษ์ ผู้อานวยการสานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกลา่ วว่า เทคโนโลยีสารสนเทศเป็ นเทคโนโลยีท่ีเก่ียวกับการติดตอ่ เช่ือมโยง การจดั หา จดั เก็บ จดั การและเผยแพร่ข้อมลู ขา่ วสาร หรือท่ีเรียกวา่ สารสนเทศให้เกิดประโยชน์ในรูปของสื่อตา่ ง ๆ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงเทคโนโลยีสารสนเทศจะประกอบด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ การสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีอ่ืน ๆ ที่เก่ียวข้องกบั การนาข้อมลู ขา่ วสารมาใช้ ครรชิต มาลยั วงศ์ (2538: 24) อธิบายวา่ เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วยเทคโนโลยีสาคญั สองสาขา ได้แก่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม กล่าวคือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จะชว่ ยทางานด้านการจดั เก็บ บนั ทึก และประมวลผลข้อมูลให้รวดเร็วและถกู ต้อง ส่วนเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมจะช่วยส่งผลลพั ธ์ของการใช้งานคอมพิวเตอร์ไปยงั ผ้ใู ช้ท่ีอย่หู า่ งไกลได้อย่างรวดเร็วและสะดวก อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็ นสมยั ก่อน ๆ ยุคคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศจะหมายถงึ เทคโนโลยีการพิมพ์ กล้องถ่ายรูป เครื่องพมิ พ์ดดี โทรเลขและโทรศพั ท์ปัจจุบนั ได้มีนกั วิชาการบางท่านได้เปล่ียนชื่อเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่เป็ น เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Information and Communication Technology: ICT) ขณะเดียวกนั ทางองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวฒั นธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) กลับเรียกเทคโนโลยีเหลา่ นีว้ า่ \"Informatics\" หรือสนเทศศาสตร์ ซงึ่ หมายถึง วชิ าท่ีศกึ ษาเก่ียวกบั สารสนเทศ และการคานวณเพื่อคาดการณ์เหตกุ ารณ์ในอนาคต (ทกั ษิณา สวนานนท์ และ ฐานิศรา เกียรติบารมี 2546: 348)

สเุ มธ วงศ์พานิชเลิศ และนิตย์ จนั ทรมงั คละศรี อธิบายวา่ เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกบั การจดั หา วิเคราะห์ ประมวล จดั การและจดั เก็บ เรียกใช้หรื อแลกเปล่ียน และเผยแพร่สารสนเทศ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะอย่ใู นรูปแบบของภาพ ภาพเคล่ือนไหว เสียงข้อความ หรือตวั อกั ษร รวมไปถึงการนาสารสนเทศและข้อมลู ไปปฏิบตั ิตามเนือ้ หาของสารสนเทศนนั้เพื่อให้บรรลเุ ป้ าหมายของผ้ใู ช้ Moll (1983 อ้างถึงใน Jimba 1999: 80) ให้นิยามความหมายของคาว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ” วา่ เป็ นเทคโนโลยีตา่ ง ๆ ท่ีใช้ในการสร้างสรรค์ (Creation), จดั หา (Acquisition), จดั เก็บ(Storage), เผยแพร่ (Dissemination), ค้นคืน (Retrieval), จดั การ (Manipulation), และ ถ่ายทอด(Transmission) ข้อมลู หรือสารสนเทศ อาจกล่าวสรุปอย่างง่าย ๆ ได้ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT)หรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technologies: ICTs)ก็คือ เทคโนโลยีสองด้านหลกั ๆ ที่ประกอบด้วยเทคโนโลยีระบบคอมพิวเตอร์ และ เทคโนโลยีส่ือสารโทรคมนาคมที่ผนวกเข้าด้วยกนั เพ่ือใช้ในกระบวนการจดั หา จดั เก็บ สร้าง และเผยแพร่สารสนเทศในรูปต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็ นเสียง ภาพ ภาพเคลื่อนไหว ข้อความหรือตัวอักษร และตัวเลข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความถกู ต้อง ความแมน่ ยา และความรวดเร็วให้ทนั ตอ่ การนาไปใช้ประโยชน์ Souter (1999: 408) ให้ทรรศนะว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICTsจะชว่ ยอานวยความสะดวกในการพฒั นาประเทศใน 3 ลกั ษณะ ได้แก่ 1. การลงทนุ ภายในประเทศของธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัทธุรกิจระหว่างประเทศจะเลือกตดั สินใจเข้ามาลงทนุ ในประเทศท่ีพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเป็ นลาดบั แรกโดยอาศยั เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นตวั เชื่อมโยงหนว่ ยธรุ กิจในจดุ ตา่ ง ๆ ทว่ั โลก 2. การพฒั นาธุรกิจของกิจการภายในประเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารจะสนบั สนนุ การดาเนินธุรกิจของเจ้าของธุรกิจภายในประเทศ รวมถึงเจ้าของธุรกิจส่งออก ในด้านการตลาดข้ามพรมแดนระหวา่ งภมู ภิ าค (Regional cross-border markets) และการจ้างงาน 3. การรวมกลุ่มกันทางสังคมและวัฒนธรรม การแลกเปล่ียนทรัพยากรสารสนเทศระหว่างบุคคลและชุมชน เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารทาให้บคุ คล และชุมชนสามารถเข้าถงึ สารสนเทศอยา่ งไร้ขอบเขต สามารถใช้สารสนเทศตามความต้องการอยา่ งมีประสิทธิผล

สามารถเข้าไปเก่ียวข้องในเรื่องนโยบายการวางแผนและการพฒั นา ตลอดจนสามารถร่วมมือกบั ผ้อู ื่นในการดาเนนิ การในเรื่องท่ีเหน็ ตรงกนั หรือมีจดุ ประสงคร์ ่วมกนัรปู ท่ี 1.1 ตวั อยา่ งของเทคโนโลยสี ารสนเทศในปจั จบุ นัทม่ี า: http://www.publicdomainpictures.net/view-image.php?image=1967&picture=world-map1.2 องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ สรุป เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) หมายถึงเทคโนโลยีท่ีนามาใช้ในการประมวลผลข้อมูลต่างๆ ซึ่งครอบคลุมถึงการรับ-ส่ง การจัดเก็บ การเผยแพร่ การแปลง และการสืบค้นข้อมลู ทาให้การประมวลผลข้อมลู นนั้ ทาได้ง่ายขนึ ้ สะดวกขนึ ้ รวดเร็วขนึ ้ มีความถกู ต้องแมน่ ยามากขนึ ้ มีประสทิ ธิภาพมากยงิ่ ขนึ ้ ตวั อยา่ งของเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีพบเหน็ ได้ทว่ั ไป เร่ืองท่ี 1.2 องค์ประกอบของระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ 1.2.1 เทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เป็ นเทคโนโลยีท่ีมีความสาคัญอย่างยิ่งในการจัดการข้อมูลและประมวลผลข้อมลู ที่มีอยมู่ ากมายในปัจจบุ นั เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์หมายความถึงคอมพิวเตอร์เป็ นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ท่ีสามารถจดจาข้อมูลต่าง ๆ และปฏิบัติตามคาสั่งท่ีบอก เพ่ือให้คอมพิวเตอร์ทางานอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ให้ คอมพิวเตอร์นนั้ ประกอบด้วยอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ตอ่ เชื่อมกนั เรียกว่า าาร์ดแวร์(Hardware) และอุปกรณ์าาร์ดแวร์นีจ้ ะต้องทางานร่วมกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือท่ีเรียกกันว่าซอฟตแ์ วร์ (Software) (มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2546:4) และยังรวมถึงอุปกรณ์ทุกชนิดที่มีสมองกลคอมพิวเตอร์เป็ นองค์ประกอบภายในท่ีใช้ในการประมวลผลข้อมลู เชน่ สมาร์ทโฟน (Smartphone), เครื่องคดิ เลขชนดิ โปรแกรมได้ เป็นต้น 1.2.2 เทคโนโลยีส่ือสารโทรคมนาคม เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม เป็นส่งิ สาคญั ที่ทาให้การติดตอ่ ส่ือสารและการรับสง่ ข้อมลูสามารถทาได้อย่างรวดเร็ว ไมจ่ ากดั ระยะทางและสถานที่ ตวั อยา่ งของเทคโนโลยีส่ือสารโทรคมนาคมเชน่ โทรศพั ท์มือถือ การส่ือสารผา่ นดาวเทียม เคเบลิ ใยแก้วนาแสง ระบบแลน (Lan) และอนิ เทอร์เนต็เทคโนโลยีส่ือสารโทรคมนาคม ใช้ในการตดิ ตอ่ สื่อสารรับ/สง่ ข้อมลู จากที่ไกล ๆ เป็นการสง่ ของข้อมลู

ระหวา่ งคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือที่อยหู่ า่ งไกลกนั ซงึ่ จะชว่ ยให้การเผยแพร่ข้อมลู หรือสารสนเทศไปยงัผ้ใู ช้ในแหลง่ ตา่ ง ๆ เป็นไปอยา่ งสะดวก รวดเร็ว ถกู ต้อง ครบถ้วน และทนั การณ์ ซง่ึ รูปแบบของข้อมลู ท่ีรับ/สง่ อาจเป็นตวั เลข (Numeric Data) ตวั อกั ษร (Text) ภาพ (Image) และเสียง (Voice) ตวั อยา่ ง เชน่การสง่ ข้อมลู ตา่ ง ๆ ของยานอวกาศท่ีอยนู่ อกโลกมายงั เคร่ืองคอมพวิ เตอร์บนโลก เพ่ือทาการคานวณและประมวลผล ทาให้ทราบปรากฏการณ์ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งรวดเร็ว สาหรับกลไกหลกั ของการสื่อสารโทรคมนาคมมีองค์ประกอบพืน้ ฐาน 3 ส่วน ได้แก่ต้นแหลง่ ของข้อความ (Source/Sender), สื่อกลางสาหรับการรับ/สง่ ข้อความ (Medium), และส่วนรับข้อความ (Sink/Decoder) ดงั แผนภาพตอ่ ไปนี ้คอืต้นแหล่งของข้อความ สื่อกลาง จุดรับข้อความ แผนภาพแสดงกลไกหลักของการส่ือสารโทรคมนาคม 1.2.3 วิวัฒนาการของเทคโนโลยสี ารสนเทศ วิวัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศจากยุคอนาลอกสู่ยุคดิจิตอลนัน้ มีความเป็ นมาที่ยาวนานมากกว่าท่ีจะมาเป็ นเทคโนโลยีท่ี ใช้งานกนั อยใู่ นปัจจบุ นั นี ้ บางช่วงใช้เวลาในการค้นคิดนานเป็ นพนั ปี โดยไม่มีการเปล่ียนแปลง บางช่วงก็เร็วมาก หากสงั เกตจะเห็นว่าในปัจจุบนั การค้นคิดเทคโนโลยีเหล่านีเ้ ปลี่ยนไปอย่างเร็วมากจนผ้ใู ช้แทบจะตามไม่ทัน ซึ่งความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิวฒั นาการของเทคโนโลยีสารสนเทศจะชว่ ยทาให้มองภาพในอนาคตของเทคโนโลยีเหลา่ นีไ้ ด้ การวิวฒั นาทางด้านเทคโนโลยีแบง่ เป็ น 2 ด้านท่ีควบคกู่ ันมา คือ วิวฒั นาการทางด้านคอมพวิ เตอร์และวิวฒั นาการทางด้านการสื่อสาร ซึง่ จะหมายรวมถึงลกั ษณะของข้อมลู หรือสารสนเทศที่ใช้ในการสื่อสาร รายละเอียดของวิวฒั นาการของแต่ละเทคโนโลยีสามารถศึกษาได้จากรูปภาพตอ่ ไปนี ้





รูปท่ี 1.2 ภาพแสดงววิ ัฒนาการของเทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์ และวิวัฒนาการทางด้านการส่ือสาร (ท่ีมา: Using information technology: A practical introduction to computers &communications หน้า 4-8) 1.2.4 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้ในงานด้านตา่ งๆ ไมว่ ่าจะเป็น - ด้านการตดิ ต่อสื่อสาร เช่น โทรศพั ท์มือถือ (Mobile Phone), อีเมล์ (e-mail), โปรแกรมสนทนา(Chat), กระดานข่าว (Forum), เครือขา่ ยสงั คม (Social Network), การประชมุ ออนไลน์ (Teleconference) เป็ นต้น - ด้านการศึกษา เช่น บทเรียนออนไลน์ (e-learning), บทเรียนคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน (Computer-Aided Instruction: CAI) หนงั สืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ (e-book), ระบบทะเบียน เป็นต้น - ด้านการสืบค้นข้อมลู เช่น เว็บไซต์ google.com, yahoo.com, wikipedia.org, ระบบห้องสมดุเป็ นต้น - ด้านการตลาด เช่น แบบสอบถามออนไลน์, โฆษณาบนเว็บไซต์, ร้ านค้าอิเล็กทรอนิกส์(e-commerce) เป็นต้น - ด้านการเงิน-การบญั ชี เช่น ระบบบญั ชีธนาคาร, บญั ชีรายรับ-รายจ่าย, บญั ชีลกู หนี,้ บตั รเครดติ ,บตั รเตมิ เงิน, การทาธรุ กรรมทางการเงินผา่ นเวบ็ ไซตห์ รือโทรศพั ท์มือถือ เป็นต้น - ด้านวิศวกรรม เชน่ โปรแกรมจาลองการทางาน (Simulator), โปรแกรมช่วยวิเคราะห์ข้อมลู ,การควบคมุ ระบบจากระยะไกล เป็นต้น

- ด้านการแพทย์ เชน่ ระบบบญั ชีผ้ปู ่ วย, เครือขา่ ยข้อมลู ทางการแพทย์, สาธารณสขุ ทางไกล(Telemedicine), เทคโนโลยีการผา่ ตดั ระยะไกล เป็นต้น - ด้านการรักษาความปลอดภยั เช่น กล้องโทรทศั น์วงจรปิ ด(Closed-Circuit Television: CCTV),เคร่ืองอา่ นบตั ร, เครื่องอา่ นลายนวิ ้ มือ, ระบบแจ้งเตือนผา่ นโทรศพั ท์มือถือ เป็นต้นนอกจากนนั้ เทคโนโลยีสารสนเทศยงั สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้ได้อีกหลายด้าน โดยอาศยั เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์และการสื่อสารโทรคมนาคมที่ทนั สมยั ในปัจจบุ นั และมีแนวโน้มท่ีจะถกู พฒั นาให้มีประสิทธิภาพมากขนึ ้ และมีใช้อยา่ งแพร่หลายมากยงิ่ ขนึ ้ ในอนาคตตอนท่ี 2. องค์ประกอบของระบบคอมพวิ เตอร์ เร่ืองท่ี 2.1. องค์ประกอบของระบบคอมพวิ เตอร์ 2.1.1 ระบบคอมพวิ เตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยสว่ นตา่ ง ๆ ได้แก่ - าาร์ดแวร์ (Hardware) เป็นอปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตา่ งๆ ที่นามาเชื่อมตอ่ กนั เพื่อให้ทางานร่วมกนั ประกอบด้วยอปุ กรณ์ท่ีติดตงั้ อย่ภู ายในเคร่ือง เชน่ ซีพียู (CPU), เมนบอร์ด (Mainboard), แรม(RAM), และอปุ กรณ์ที่ติดตงั้ อยู่ภายนอก เช่น จอภาพ(Monitor), เคร่ืองพิมพ์ (Printer), อุปกรณ์เนต็ เวริ ์ค (Hub/Switch/Router) เป็นต้น - ซอฟต์แวร์ (Software) เป็ นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ท่ีถกู สร้างหรือเขียนขนึ ้ เพื่อควบคมุ การทางานของคอมพิวเตอร์ และเพ่ือใช้งานด้านต่างๆ เช่น ระบบปฏิบัติการ, โปรแกรมแก้ไขรูปภาพ,โปรแกรมจดั การเอกสาร เป็นต้น - บคุ ลากรทางด้านคอมพิวเตอร์ (Peopleware) ประกอบไปด้วยบคุ ลากรและผ้ทู ี่มีความรู้ผ้เู ชี่ยวชาญด้านตา่ งๆ ได้แก่ ผ้ใู ช้งาน (User), ช่างเทคนิค (Technician), นกั เขียนโปรแกรม (Programmer),วิศวกรซอฟต์แวร์ (Software engineer), ผ้พู ฒั นาซอฟต์แวร์ (Software Developer), นกั วิเคราะห์ระบบ(System Analyst), ผ้ดู แู ลระบบ (Administrator) เป็นต้น 2.1.2. ฮาร์ดแวร์คอมพวิ เตอร์ ชนิดของคอมพวิ เตอร์ จาแนกตามขนาดและประสิทธิภาพ ดงั นี ้ 1) ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) เป็ นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ มีประสิทธิภาพสูง ออกแบบมาเพ่ือรองรับการประมวลผลข้อมูลในปริมาณมาก ถูกใช้ ในทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ เช่น การวิเคราะห์สภาพอากาศ การวิเคราะห์

ภาพถ่ายดาวเทียม วิศวกรรมอากาศยานและอวกาศ หรือการจาลองระบบ (Simulation) ท่ีมี ความซบั ซ้อนมากๆ เป็นต้นรูปท่ี 2.1 ซเู ปอร์คอมพวิ เตอร์ท่ีมา: http://www.flickr.com/photos/argonne/3334947628/ 2) เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์ (Mainframe Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาด ใหญ่มีประสิทธิภาพสูง มีอัตราการรับ-ส่งข้อมูลสูง และรองรับผู้ใช้งานจานวนมาก มี วัตถุประสงค์หลักเพื่อควบคุมระบบเครื อข่ายคอมพิวเตอร์ในองค์กรขนาดใหญ่ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์อาจประกอบด้วยระบบย่อยที่เป็ นาบั /สวิตช์ (Hub/Switch) จานวน มากซ่ึงสามารถเพิ่มจดุ เชื่อมตอ่ ได้อีกตามขนาดและความต้องการใช้งานระบบเครือข่าย ขององค์กรรูปที่ 2.2 เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์ท่ีมา: http://goseerobert.com/2008/02/08/ibm-tapping-teens-for-mainframe-careers/

3) มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) เป็ นคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานหลกั เพื่อควบคมุ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกบั เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ แต่มีขนาดท่ีเล็กกว่าและมีคุณสมบัติที่รองลงมาจากเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ใช้สาหรับควบคุมระบบเครือขา่ ยในองค์กรขนาดกลางและขนาดเล็กรูปท่ี 2.3 มินคิ อมพวิ เตอร์ท่ีมา: http://www.flickr.com/photos/viagallery/3179536624/ 4) ไมโครคอมพวิ เตอร์ (Microcomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีใช้กันทั่วไปตามบ้านและสานักงานต่างๆ มีราคาไม่แพงมาก สามารถหาซือ้ ได้ง่าย มีรูปแบบการทางานที่หลากหลาย โดยแบง่ ออกเป็น คอมพวิ เตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซี (Personal Computer: รูปท่ี 2.4 คอมพิวเตอร์พีซี PC) บางครัง้ เรียกว่าคอมพิวเตอร์แบบตัง้ โต๊ ะ (Desktop) ประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลักคือเคส คอมพิวเตอร์ (Case) ซึง่ ภายในบรรจอุ ปุ กรณ์ที่สาคญั ต่างๆ จอภาพ (Monitor), เมาส์ (Mouse), และ คีย์บอร์ด (Keyboard) สามารถลงโปรแกรมและ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย

 คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค (Notebook) บางครัง้ เรียกว่า รูปท่ี 2.5 คอมพิวเตอร์โน้ตบ๊คุ คอมพิวเตอร์ชนิดวางตกั (Laptop) เป็ นคอมพิวเตอร์ แบบพกพาที่มีลกั ษณะการใช้งานและมีประสิทธิภาพ ใกล้เคียงกบั คอมพิวเตอร์พีซี โดยเป็ นการรวมอปุ กรณ์ ต่างๆ เข้ าไว้ ด้ วยกันทาให้ มีขนาดเล็กกว่าและมี แบตเตอรี่ในตวั เหมาะสาหรับพกพาไปใช้งานใน สถานที่ตา่ งๆ 5) อุปกรณ์สมองกลฝังตวั (Embedded devices) เป็ นอุปกรณ์ท่ีมีคุณสมบัติความเป็ นคอมพิวเตอร์อยู่ภายใน คือสามารถรับข้อมูล ประมวลผล และแสดงผลได้ แตเ่ ป็นการยอ่ สว่ นให้เหลือเพียงวงจรขนาดเลก็ ที่ตดิ ตงั้ อยภู่ ายในอปุ กรณ์ เชน่ แท็บเล็ตพีซี (Tablet PC) เป็ นคอมพิวเตอร์แบบ รูปที่ 2.6 แทบ็ เล็ตพีซี พกพาที่มี ลักษณะคล้ ายแผ่นกระดานสาหรั บเขี ยน และมีหน้าจอระบบสมั ผสั (Touch screen) ทางาน โดยการใช้มือหรือปากกาชนิดพิเศษสมั ผสั บนหน้าจอ มีขนาดเลก็ กะทดั รัด และมีนา้ หนกั เบา สะดวกตอ่ การ พกพา สมาร์ทโฟน (Smartphone) เป็ นโทรศพั ท์มือถือท่ีมี รูปท่ี 2.7 สมาร์ทโฟน คุณสมบตั ิท่ีทันสมัยอ่ืนๆ นอกเหนือจากการใช้โทร ออก รับสาย หรือส่งข้อความตัวอักษรท่ัวไป เช่น คุณสมบัติในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การติดตัง้ โปรแกรม เกมและแอพพลิเคชน่ั ตา่ งๆ เป็นต้น อุปกรณ์ ผู้ ช่ วยดิจิทัลส่ วนบุคคลหรื อพีดีเอ รูปที่ 2.8 พีดีเอ (Personal Digital Assistance: PDA/Palm) เป็ น คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ในระยะแรกท่ีมีการผลิตขนึ ้ นนั้ มีวตั ถปุ ระสงค์หลกั เพื่อใช้เพื่อใช้งานเชิงธุรกิจเสมือน ว่าเป็ นผู้ช่วยหรือเลขานุการส่วนตัว เช่น บันทึก หมายเลขโทรศพั ท์และนดั หมายต่างๆ แต่ในปัจจุบนั คณุ สมบตั ิเหล่านีถ้ ูกรวมเข้ากับสมาร์ทโฟน บางครัง้ เรียกวา่ พีดีเอโฟน (PDA Phone)

 เคร่ืองเล่นมัลติมีเดีย (Multimedia Player) เป็ น รูปที่ 2.9 เคร่ืองเลน่ มลั ตมิ ีเดีย คอมพิวเตอร์เพื่อความบนั เทิง ใช้สาหรับฟังเพลงหรือ ชมภาพยนตร์ เช่น เคร่ืองเล่นแผน่ ซีดี, เคร่ืองเลน่ ดีวีดี, เครื่องเล่นเพลง MP3 มีทงั้ ชนิดที่เป็ นเครื่องเลน่ แบบ พกพา และชนิดท่ีต้องใช้งานร่วมกบั จอโทรทศั น์ เคร่ืองเล่นเกม (Game Console) เป็ นอปุ กรณ์เพ่ือความบนั เทิงชนิดหน่ึงใช้สาหรับเล่นเกม มีทัง้ ชนิดท่ีเป็ นเคร่ืองเล่นแบบพกพา และชนิดที่ต้องใช้ งานร่วมกับจอโทรทัศน์ บางชนิดต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์ รูปที่ 2.10 เครื่องเลน่ เกมควบคมุ เกมหรือจอยสติ๊ก (Joystick) เครื่องเล่นเกมบางรุ่ นในปั จจุบันสามารถเล่นภาพยนตร์ หรื อมลั ตมิ ีเดียได้ด้วย เคร่ื องคิดเลขชนิดโปรแกรมได้ (Programmable Calculator) เป็ นเคร่ืองคิดเลขเพ่ือการคานวณทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มีคุณสมบัติในการสร้ างฟั งก์ชั่นเพื่อการคานวณหรือสามารถสร้ างกราฟและ รูปที่ 2.11 เคร่ืองคิดเลขชนิดโปรแกรมได้แผนภมู ไิ ด้ อุปกรณ์นาทาง (Navigator) เป็ นอปุ กรณ์ที่สามารถ อ่านข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์ (Global PositioningSystem: GPS) จากดาวเทียม เปรียบเทียบกบั ข้อมลูแผนที่เพื่อแสดงตาแหน่งปัจจุบัน รวมถึงสามารถ รูปที่ 2.12 อปุ กรณ์นาทางวิเคราะห์และคานวณหาเส้นทางที่เหมาะสมเพ่ือไปยงัจดุ หมายได้ เคร่ืองใช้ไฟฟ้ าอัตโนมัติ หรือเครื่องใช้ ไ ฟ ฟ้ า ช นิ ด โ ป ร แ ก ร ม ไ ด้ ห รื อ เครื่องใช้ไฟฟ้ าอจั ฉริยะ เชน่ เคร่ืองซกั ผ้า ที่สามารถกาหนดโปรแกรมการซกั ตาม ชนิดของผ้า และมีการตัง้ เวลาการซัก

ตามปริ มาณของผ้ า, หม้ อหุงข้ าวท่ี รูปท่ี 2.13 เครื่องใช้ไฟฟ้ าอตั โนมตั ิส า ม า ร ถ ตัง้ โ ป ร แ ก ร ม ก า ร หุง แ ล ะท า อ า ห า ร ไ ด้ ห ล า ย รู ป แ บ บ ,เ ค ร่ื อ ง ป รั บ อ า ก า ศ ที่ มี ร ะ บ บ เ ซ น เ ซ อ ร์ตรวจจับอุณหภูมิและสภาพอากาศภายในห้อง อุปกรณ์สมองกลฝังตวั ยังได้มีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาเรื่อยๆ ให้มีความทนั สมยั มีความเป็ นอจั ฉริยะมากขนึ ้ และมีขนาดที่เล็กลงเพื่อตอบสนองความต้องการของมนษุ ย์ และเพ่ือให้เกิดความสะดวกสบายในการใช้งาน จาแนกตามลกั ษณะการใช้งาน ดงั นี ้ 1) คอมพิวเตอร์เพ่ือการใช้งานทว่ั ไป เป็ นคอมพิวเตอร์ท่ีใช้ในบ้านหรือ สานกั งานทว่ั ไป มีลกั ษณะการทางานแบบอเนกประสงค์ สามารถตดิ ตงั้ โปรแกรมได้ หลายชนิดตามลกั ษณะของงาน เช่น การสร้างเอกสาร การนาเสนอ การคานวณด้าน บญั ชี ฟังเพลง ชมภาพยนตร์เลน่ เกมส์ ใช้งานอินเทอร์เน็ต และอ่ืนๆ เป็ นคอมพิวเตอร์ ท่ีมีราคาถกู และหาซือ้ ได้ทวั่ ไป ใช้งานงา่ ย ดแู ลและบารุงรักษาง่ายรูปที่ 2.14 คอมพวิ เตอร์เพื่อการใช้งานทว่ั ไป 2) คอมพิวเตอร์เพ่ืองานเฉพาะ หรือเรียกว่า สถานีงาน (Workstation) เป็นคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสงู สาหรับใช้ในงานทางวิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศาสตร์ ใช้ในการคานวณทางวิทยาศาสตร์หรือใช้ออกแบบกราฟิ กสามมิติ ในการวาง ผงั สานกั งานหรือห้องปฏิบตั ิการมกั จดั บริเวณสาหรับสถานีงานไว้ต่างหากแยกจาก คอมพิวเตอร์เพ่ือการใช้งานทวั่ ไป สถานีงาน อาจหมายถึงคอมพิวเตอร์ที่ถูกกาหนดให้ทาหน้าท่ีอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว เชน่ ใช้กบั ต้ถู ่ายสติ๊กเกอร์ ใช้กับต้เู อทีเอ็ม ใช้สาหรับพนักงานธนาคาร หรือใช้ควบคมุ เคร่ืองจกั ร

และระบบในโรงงานอตุ สาหกรรม เป็ นต้น ซง่ึ คอมพิวเตอร์ประเภทนีม้ กั จะใช้าาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เฉพาะซ่ึงมีใช้ในหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องเท่านนั้ มีค่าใช้จ่ายในการบารุงรักษาสูงเน่ืองจากต้องการผู้ชานาญเฉพาะทางรูปที่ 2.15 สถานีงาน 3) คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server Computer) เป็ นคอมพิวเตอร์ท่ีทา หน้าท่ีให้บริการข้อมูล ควบคุมการรับ-ส่งข้อมูลของคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Client) รวมถึงทาหน้าท่ีเป็ นบฟั เฟอร์ (Buffer) ซึ่งเก็บข้อมูลจากภายนอกท่ีถูกเรียกใช้โดย คอมพิวเตอร์ลูกข่ายทาให้การเรียกใช้ข้ อมูลเดียวกันนีใ้ นครัง้ ต่อๆไปทาได้เร็วขึน้ คอมพิวเตอร์ แม่ข่ายอาจใช้ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ มินิคอมพิวเตอร์ หรื อ ไมโครคอมพิวเตอร์มาทาเป็ นเครื่องแม่ข่ายก็ได้ ขึน้ อยู่กับขนาดของเครือข่ายและ จานวนเคร่ืองลกู ขา่ ย ClientComputers Hub/ Server Fire Router Inter Switch Computer wall netรูปท่ี 2.16 ลกั ษณะการเชื่อมตอ่ คอมพิวเตอร์แมข่ า่ ย1.5.2 ส่วนประกอบของคอมพวิ เตอร์คอมพิวเตอร์สว่ นบคุ คล (PC) ท่ีมีใช้งานทว่ั ไปในปัจจบุ นั สามารถแยกแยะสว่ นประกอบได้ดงั นี ้

1) เคส (Case) เป็นกลอ่ งทาด้วยโลหะ พลาสตกิ หรือวสั ดอุ ื่น มีรูปร่างที่ แตกตา่ งกนั ออกไป โดยมีหน้าท่ีหลกั คือใช้บรรจอุ ปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ท่ีเป็ นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ตา่ งๆไว้ภายใน ป้ องกนั ฝ่ นุ ละออง ความชืน้ แสงแดด หรือตวั แมลงท่ีอาจเข้าไปทาอนั ตรายตอ่ วงจรภายใน รวมถึงป้ องกนั ผ้ใู ช้จากไฟฟ้ าดดู จากการสมั ผสั ถกู อปุ กรณ์ไฟฟ้ าภายใน นอกจาก นัน้ เคสยังมีอุปกรณ์สาคัญคือสวิตช์ปิ ด-เปิ ดเครื่องคอมพิวเตอร์, ป่ ุมรีเซต, และไฟแสดง สถานะการทางานของเครื่อง เคสบางรุ่นอาจมีการตดิ ตงั้ พดั ลมระบายความร้อนเพ่ิมเติม หรือ ตดิ ตงั้ หลอดไฟเพ่ือความสวยงาม ซง่ึ สง่ ผลให้เคสมีราคาท่ีสงู ขนึ ้ และกินไฟมากขนึ ้ ตามไปด้วยรูปที่ 2.17 เคสคอมพวิ เตอร์ 2) อปุ กรณ์จ่ายไฟ (Power Supply Unit: PSU) เป็ นอปุ กรณ์ที่ใช้แปลง ไฟฟ้ ากระแสสลับให้เป็ นไฟกระแสตรงเพื่อจ่ายให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตงั้ อยู่ภายในเคส คอมพวิ เตอร์รูปท่ี 2.18 อปุ กรณ์จา่ ยไฟที่มา: http://www.jestineyong.com/?p=878 3) หน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู (Central Processing Unit: CPU) เป็ น สมองกลของคอมพิวเตอร์ ทาหน้ าที่ประมวลผลคาสั่งต่างๆ ซีพียูถือเป็ นอุปกรณ์ท่ีมี ความสาคญั มากที่สุดและเป็ นหัวใจหลักที่จะทาให้คอมพิวเตอร์สามารถทางานได้อย่างมี ประสทิ ธิภาพ ปัจจบุ นั มีผ้ผู ลิตซีพียรู ายใหญ่ ได้แก่ Intel และ AMD

รูปท่ี 2.19 ซีพียูที่มา: http://www.fayerwayer.com 4) แผงวงจรหลักหรือเมนบอร์ด (Mainboard/Motherboard) เป็ นแผงวงจรท่ีใหญ่ท่ีสดุ ที่ถกู บรรจอุ ยภู่ ายในเคส บนเมนบอร์ดจะมีชอ่ งสาหรับติดตงั้ อปุ กรณ์ตา่ งๆได้แก่ ซีพีย,ู แรม, การ์ดจอ, าาร์ดดสิ ก์, ออพติคอลไดรว์, และอปุ กรณ์อ่ืนๆ มีชดุ วงจรสาเร็จรูปท่ีใช้ในการควบคมุ การแสดงผลภาพ (On-board VGA Card), อุปกรณ์เชื่อมต่อเน็ตเวิร์ค(LAN), การ์ดเสียง (Sound Card) และอื่นๆ 24-pin ATX IDE SATA Chipsets Power Connector Connector Connectors Northbridge/ SouthbridgeRAM Slots Battery PCI Slots PCIe x16 Slot PCIe x1 SlotCPU SocketPS/2 Mouse USB Ports Audio i/oConnector connectors PS/2 Keyboard Parallel VGA Display Ethernet (LAN) Connector Connector Connector RS-232 (Printer) Port (COM) Portรูปที่ 2.20 เมนบอร์ดท่ีมา: http://www.alibaba.com/product-gs/212704008/G31T_LM_Mainboard.html

5) ชิปเซต (Chipset) เป็ นชดุ วงจรที่ใช้ควบคมุ การรับ-ส่งข้อมลู ระหว่าง ซีพียกู บั หนว่ ยความจาและอปุ กรณ์ภายนอกอ่ืนๆ เป็ นเทคโนโลยีท่ีมีการผลิตและพฒั นาควบคู่ ไปกบั ซีพียู ผ้ผู ลิตชิปเซตส่วนมากมกั เป็ นรายเดียวกบั ท่ีผลิตซีพียู เช่น Intel, AMD, SiS, VIA เป็นต้น ชิปเซตเป็นอปุ กรณ์ท่ีถกู ตดิ ตงั้ มากบั เมนบอร์ดแบบตายตวั ไมส่ ามารถถอดเปล่ียนได้รูปท่ี 2.21 ชปิ เซตที่มา: http://www.xbitlabs.com/articles/mainboards/display/epia-m10000_3.html 6) การ์ดแสดงผลภาพหรือการ์ดจอ (Video Graphics Array: VGA Card) เป็ นอปุ กรณ์ที่ใช้ในการประมวลผลสญั ญาณภาพเพื่อนาออกไปยงั หนว่ ยแสดงผลภาพ ตา่ งๆ เช่น จอภาพ (Monitor), จอโทรทศั น์ (TV), หรือเคร่ืองฉายภาพ (Projector) เมนบอร์ด บางรุ่นมีการ์ดจอติดตงั้ ในตวั แต่มีประสิทธิภาพไม่สูงมากใช้สาหรับงานทว่ั ไป การ์ดจอชนิด ตดิ ตงั้ แยกมีความจาเป็ นหากบนเมนบอร์ดไม่ได้มีการติดตงั้ การ์ดจอมาด้วย หรือเมื่อต้องการ ใช้งานคอมพิวเตอร์ในการแสดงผลภาพกราฟิ ก เชน่ เล่นเกมส์, ใช้งานโปรแกรมกราฟิ กตา่ งๆ, หรือชมภาพยนตร์ ปัจจบุ นั มีผ้ผู ลติ การ์ดจอชนิดตดิ ตงั้ แยกรายใหญ่ได้แก่ nVidia และ ATIรูปที่ 2.22 การ์ดจอท่ีมา: http://videocards.productwiki.com/nvidia-geforce-9400gt/

7) หน่วยความจาหลกั (Primary Storage) เป็ นอปุ กรณ์เก็บข้อมลู หรือชดุ คาสงั่ ท่ีจาเป็นตอ่ การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย หน่วยความจาถาวรหรือรอม (Read-Only Memory: รูปที่ 2.23 รอม ROM) ใช้สาหรับเก็บโปรแกรมประจาเครื่อง เช่น ไบออส (Basic Input-Output System: BIOS) และโปรแกรม ตรวจสอบการทางานของอุปกรณ์ภายในเครื่อง ซ่ึงถูก ติดตัง้ มาในขัน้ ตอนการผลิตและอยู่ถาวร ไม่สามารถ เปล่ียนแปลงแก้ไขข้อมลู ได้ และข้อมลู จะไมส่ ญู หายแมไ่ ม่ มีไฟเลีย้ งวงจร หน่วยความจาช่ัวคราว (Random Access Memory: RAM) เป็ นอปุ กรณ์เก็บข้อมลู ท่ีใช้ใน ระหวา่ งการประมวลผลของซีพียู ซงึ่ ข้อมลู ท่ีถกู เก็บไว้จะหายไปหากไมม่ ีไฟเลีย้ งหรือเม่ือทาการ ปิดเคร่ืองคอมพวิ เตอร์รปู ท่ี 2.24 แรมทม่ี า: http://www.laurentgbagbo-president.com/ram200pin/ 8) หนว่ ยความจาสารอง (Secondary Storage Device) เป็ นอปุ กรณ์ เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ใช้เก็บข้อมูลที่สร้ างขึน้ โดยผู้ใช้ หรือโปรแกรมต่างๆ ที่มีการติดตงั้ ใน ภายหลงั ไม่ว่าจะเป็ นระบบปฏิบตั ิการหรือโปรแกรมประยุกต์ตา่ งๆ สามารถรักษาข้อมูลไว้ได้ แม้ไมม่ ีไฟเลีย้ ง ประกอบด้วยส่ือเก็บข้อมูลแบบจานแม่เหลก็ (Magnetic Disk)  ฟลอปปี้ดิสก์ (Floppy Disk) นิยมเรียกอีกช่ือหนงึ่ วา่ “แผน่ ดิสก์” หรือ “ดิสเกตต์” (Diskette) เก็บข้อมลู โดยใช้แผน่ พลาสตกิ เคลือบสารแมเ่ หล็ก และห้มุ ด้วยพลาสติกแข็งเพ่ือความทนทาน ปัจจบุ นั ท่ียงั คงมีใช้อย่เู ป็ นแผ่นดสิ ก์ขนาด 3.5 นิว้ ซึ่งมีความจปุ ระมาณ 1.44 MB หาซือ้ ได้ ทวั่ ไปแตไ่ ม่เป็ นที่นิยมมากนกั เนื่องจากความจทุ ่ีน้อย และมีราคาใกล้เคียงกบั อปุ กรณ์อื่นที่มี

ความจมุ ากกวา่ แผน่ ฟลอปปี ด้ ิสก์ใช้อปุ กรณ์ฟลอปปี ด้ ิสก์ไดรว์ (Floppy Disk Drive: FDD) ใน การอา่ นและเขียนข้อมลู ซง่ึ มีชนดิ ตดิ ตงั้ ภายในและภายนอกรูปที่ 2.25 ฟลอปปี ด้ สิ ก์และฟลอปปี ด้ กิ ส์ไดรว์  ฮาร์ดดสิ ก์ (Hard Disk) หรือาาร์ดดสิ ก์ไดรว์ (Hard Disk Drive: HDD) เป็ นอปุ กรณ์เก็บข้อมลู ท่ีมีลกั ษณะเป็นจานแมเ่ หล็กหลายชนั้ มีหวั อ่านและเขียนข้อมลู ซึ่งสามารถลบและเขียนข้อมลู ใหมไ่ ด้หลายครัง้ ปัจจบุ นั าาร์ดดสิ ก์มีความจถุ ึงหนว่ ย TB มีทงั้ ชนิดตดิ ตงั้ ภายในและภายนอกรูปท่ี 2.26 าาร์ดดสิ ก์ท่ีมา: http://thebookyard.com/parts_imac_intel_21.php?cPath=34_165_225&page=3ส่ือเก็บข้อมูลด้วยแสง (Optical Disk) มีลกั ษณะเป็ นจานพลาสติกฉาบด้วยสารที่มีคณุ สมบตั ิในการสะท้อนแสง ซึ่งอ่านข้อมลู ด้วยวิธีการยิงแสงเลเซอร์ไปกระทบจานข้อมลู ส่วนที่เป็ นผิวเรียบจะสะท้อนแสงกลบั ได้ แต่สว่ นที่เป็ นหลมุจะไมม่ ีการสะท้อนกลบั ของแสง ทาให้คอมพวิ เตอร์เข้าใจในลกั ษณะของข้อมลู ดจิ ิทลั (0 กบั 1) ปัจจบุ นัส่ือเก็บข้อมลู ด้วยแสงมีหลายชนิดซง่ึ เป็ นที่รู้จกั กนั มีความจมุ ากและสว่ นใหญ่มีราคาไมแ่ พง ส่ือเก็บข้อมลู ชนิดนีใ้ ช้กบั อปุ กรณ์ประเภทออพตคิ อลไดรว์ (Optical Drive) หรือออพตคิ อลดิสก์ไดรว์ (OpticalDisk Drive: ODD) ซงึ่ แตล่ ะชนิดมีคณุ สมบตั ใิ นการอา่ นและเขียนแผน่ ข้อมลู ท่ีแตกตา่ งกนั ออกไป

CD CD-RW DVD DVD-R DVD+R-RDVD+R DVD- DVD+ DVD BD-RE DLDL RW RW RAMDVD+RW DVD Multi Blu-ray DriveDrive Drive DVD+RW Drive(External) Blu-ray Writer(External)รูปที่ 2.27 สื่อเก็บข้อมลู ด้วยแสงและออพตคิ อลไดรว์ชนิดตา่ งๆตารางท่ี 1.1 ส่ือเก็บข้อมลู ด้วยแสงชนดิ ตา่ งๆ และสญั ลกั ษณ์ประกอบ CD (Compact Disk) หรือเรียกวา่ “แผ่นซีดี” เป็ นแผ่นข้อมลู ที่ผา่ นการเขียนข้อมลู มาจากผ้ผู ลิต สามารถอา่ นได้อย่างเดียว แผน่ ซีดีปกตมิ ีความจปุ ระมาณ700 MB ยกเว้นแผน่ ซีดขี นาดเล็ก (Mini CD)  CD-R (Compact Disk-Recordable) เป็ นแผน่ ซีดีท่ีสามารถเขียน ข้อมูลได้ แต่ไม่สามารถลบหรือแก้ไขข้อมูลที่เขียนไปแล้วได้ บางรุ่น รองรับการเขียนข้อมลู เพ่ิมเตมิ จากที่เขียนไว้แล้ว (Multi-session)  CD-R (Compact Disk-Recordable) เป็ นแผน่ ซีดีที่สามารถเขียน ข้อมูลได้ แต่ไม่สามารถลบหรือแก้ไขข้อมูลท่ีเขียนไปแล้วได้ บางรุ่น

รองรับการเขียนข้อมลู เพิม่ เตมิ จากท่ีเขียนไว้แล้ว (Multi-session) CD-RW (Compact Disk-Rewritable) เป็ นแผ่นซีดีที่สามารถเขียน ข้อมูลได้ สามารถลบและเขียนข้อมลู ใหม่ได้ บางรุ่นรองรับการเขียน ข้อมลู เพ่ิมเตมิ จากที่เขียนไว้แล้ว (Multi-session) DVD (Digital Versatile Disk หรือ Digital Video Disk) หรือเรียกว่า “ดวี ีด”ี ถกู พฒั นามาจากแผน่ ซีดีโดยใช้แผน่ ท่ีมีขนาดเดียวกนั แตบ่ นั ทกึ ข้อมลู ได้มากกวา่ ในระยะแรกผลติ ขนึ ้ เพ่ือเก็บภาพยนตร์เป็ นหลกั ซึง่ ให้ ภาพและเสียงที่มีคณุ ภาพดีกว่า และสามารถบนั ทึกภาพยนตร์ได้ทัง้ เรื่อง มีความจปุ ระมาณ 4.7 GB (DVD5) มีขายทวั่ ไปและมีราคาถกู DVD-R (DVD-Recordable) เป็ นแผน่ ดีวีดีท่ีสามารถเขียนข้อมลู ลงใน แผน่ ได้ แต่ไม่สามารถลบหรือแก้ไขข้อมลู ที่เขียนไปแล้วได้ สามารถใช้ กับเคร่ืองเล่นดีวีดีได้ทุกชนิดรวมถึงเคร่ืองเล่นดีวีดี วีดิโอด้วย แต่มี ข้อจากดั ในการเขียนข้อมลู แบบมลั ตเิ ซสชน่ั DVD-RW (DVD-Rewritable) เป็ นแผน่ ดีวีดีที่สามารถเขียนข้อมลู ได้ สามารถลบและเขียนข้อมลู ใหมไ่ ด้หลายครัง้ แตย่ งั คงมีข้อจากดั ในการ เขียนข้อมลู แบบมลั ตเิ ซสชน่ั DVD+R และ DVD+RW เป็ นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า DVD-R และ DVD-RW ตามมาตรฐานของ DVD+RW Alliance โดยรองรับการเขียน แผน่ ที่ความเร็วสงู กว่า และรองรับการเขียนข้อมลู แบบมลั ติเซสชนั่ แต่ อาจใช้ไมไ่ ด้กบั เคร่ืองอา่ นแผน่ ท่ีผลิตออกมากอ่ นหน้านนั้ DVD+R DL (Double/Dual Layer) หรือ DVD9 มีชนั้ สาหรับเขียน ข้อมลู อยู่ 2 ชนั้ จงึ มีความจเุ ป็ น 2 เท่าของดีวีดีปกติคือประมาณ 8.54 GB แตม่ ีราคาสงู กวา่ แผน่ ดวี ีดที ว่ั ไป

ตารางที่ 1.1 ส่ือเก็บข้อมลู ด้วยแสงชนดิ ตา่ งๆ และสญั ลกั ษณ์ประกอบ (ตอ่ )  DVD-RAM ในระยะแรกมีการผลิตขนึ ้ เพ่ือใช้กบั กล้องวีดิโอ มีลกั ษณะ เป็นคาสเซต็ ซงึ่ ต้องใช้กบั ไดรว์อา่ นโดยเฉพาะ มีความสะดวกในการอ่าน เละเขียนข้อมลู เหมือนกบั าาร์ดดิสก์ทั่วไปโดยท่ีไม่ต้องใช้กระบวนการ เขียนแผ่น (Burning) มีคณุ สมบตั ิที่สามารถลบและเขียนใหม่ได้ถงึ หนึ่ง แสนครัง้ โดยประมาณ (ดีวีดีปกติได้ประมาณหนึ่งพนั ครัง้ ) และสามารถ เก็บข้อมูลไว้ได้นาน ต่อมามีการผลิตเพื่อให้ใช้กบั ไดรว์ทวั่ ไปได้ มีราคา คอ่ นข้างสงู และไมเ่ ป็ นที่นิยมใช้เนื่องจากมีอุปกรณ์เก็บข้อมลู ชนิดอื่นท่ี สะดวกกวา่ ปัจจบุ นั ใช้เป็นอปุ กรณ์สารองข้อมลู (Backup) หรืออปุ กรณ์ เกบ็ ข้อมลู ถาวร (Archival Storage)  Blu-ray Disk: BD เป็ นสื่อเก็บข้อมลู ด้วยแสงท่ีมีความจุมากถึง 25 GB สาหรับชนิด Single-layer และ 50 GB สาหรับชนิด Dual-layer ใช้เก็บ ภาพยนตร์ความละเอียดสูง (HD Video) และเกมส์กราฟิ กความ ละเอยี ดสงู เป็นหลกั ปัจจบุ นั ยงั มีการพฒั นาตอ่ เนื่องเพื่อให้แผ่นบลเู รย์มี ความจทุ ่ีมากขนึ ้ กวา่ เดิม - BD-R (Blu-ray Disk-Recordable) สามารถเขียน ข้อมลู ลงแผน่ ได้ - BF-RE (Blu-ray Disk-Rewritable) สามารถลบและ เขียนข้อมลู ใหมไ่ ด้  HD DVD (High-Definition/Density DVD) เป็ นส่ือเก็บข้อมลู ด้วยแสง อีกชนิดหน่ึงท่ีผลิตขึน้ เพื่อใช้ เก็บภาพยนตร์ และเกมกราฟิ กความ ละเอียดสูง แต่มีความจุเพียง 15 GB (Single-layer) และ 30 GB (Dual-layer) ซงึ่ น้อยกวา่ แผ่นบลเู รย์ จงึ ไมเ่ ป็นที่นิยมใช้ซง่ึ ใน ปัจจบุ นั ได้ ยตุ กิ ารพฒั นาไปแล้ว  Mini CD/DVD เป็นแผน่ ซีดี/ดีวีดีขนาดเลก็ ท่ีมีความจุน้อยกว่าแผ่นดิสก์ ขนาดปกติ ใช้เป็ นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลของกล้องวีดิโอบางรุ่น และ รองรับการใช้งานทั่วไปกรณีที่ต้องการพืน้ ท่ีเก็บข้อมูลเพียงเล็กน้อย สามารถใช้ได้กบั ไดรว์ทว่ั ไปท่ีสามารถใสแ่ ผน่ ดิสก์ขนาดเลก็ ได้ สื่อเก็บข้อมลู ด้วยแสงจาเป็นต้องใช้คกู่ บั เครื่องอา่ นหรือไดรว์ (Drive) ที่รองรับการอา่ นและเขียนแผน่ ประเภทดงั กลา่ ว ซึ่งไดรว์แตล่ ะชนิดมีคณุ สมบตั ใิ นการอา่ นและเขียนแผน่ ต่างกนั ดงั ตารางตอ่ ไปนี ้

ตารางท่ี 1.2 ความสามารถในการอา่ นและเขียนแผน่ ของออพติคอลไดรว์ชนิดตา่ งๆ CD CD-R CD- DVD DVD-R DVD+R DVD-RW DVD+RW DVD+R DL BD BD-R BD-RE BD-R DL BD-RE DLCD-ROM R R* RRW* - - - - - - -- - - -CD-RW drive R R/W R/W - - - - - - -- - - -DVD-ROM R R R R R* R* R* R* R* - - - - -DVD-RW drive R R/W R/W R R/W R* R/W R* R* - - - - -DVD+RW drive R R/W R/W R R R/W R R/W R* - - - - -DVD+RW DL drive R R/W R/W R R/W R/W R/W R/W R/W - - - - -BD-ROM RR R R R R R R R R R R R* R*BD-RE drive R R/W R/W R R/W R/W R/W R/W R/W R R/W R/W R* R*BD-RE DL drive R R/W R/W R R/W R/W R/W R/W R/W R R/W R/W R/W R/WR = สามารถอา่ นแผน่ ได้ R/W = สามารถอา่ นและเขียนข้อมลู ลงแผน่ ได้ - = ไมส่ ามารถอา่ นหรือเขียนข้อมลู ลงแผน่ ได้หมายเหตุ* ไดรว์รุ่นเกา่ อาจไมส่ ามารถอา่ นแผน่ รุ่นท่ีใหมก่ วา่ ได้ หากมีการบนั ทกึ โดยใช้เทคโนโลยีท่ีใหมก่ ว่า เคร่ืองเลน่ ชนิดท่ีเป็ นอปุ กรณ์เพ่ือความบนั เทงิ เชน่ เครื่องเลน่ Audio CD, เครื่องเลน่ Video CD, เครื่องเลน่ DVD Video, เครื่องเลน่ Blu-ray Video และเคร่ืองเลน่ เกมบางชนิด สามารถใช้ได้กบั แผน่ ที่มีการบนั ทึกเป็น Format ที่เครื่องสนบั สนนุ เทา่ นนั้ และบางรุ่นอาจไม่อา่ นแผน่ ท่ีข้อมลู ลิขสทิ ธิ์ไมถ่ กู ต้อง

อุปกรณ์เกบ็ ข้อมูลชนิดคงรูป (Solid-State Storage Device) เป็ นอปุ กรณ์เก็บข้อมูลที่เป็ นชิปหรือวงจรอิเล็กทรอนิกส์ท่ีไม่มีส่วนเคล่ือนท่ีในระหว่างการอ่านหรือเขียนข้ อมูล ทาให้ มีความเร็วในการอ่านและเขี ยนข้ อมูลสูงกว่าาาร์ดดิสก์และออพตคิ อลไดรว์ ประหยดั ไฟและไมม่ ีเสียงรบกวน  อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบแฟลช (Flash Memory Device) เป็ นอปุ กรณ์เก็บข้อมูลท่ี สามารถตอ่ พว่ งเข้ากบั เคร่ืองคอมพิวเตอร์ได้โดยตรงจากภายนอก มีช่ือเรียกที่แตกตา่ งกนั ตามลกั ษณะรูปร่างหรือการใช้งาน เช่น Flash Drive, Thumb Drive, Handy Drive, หรือ USB Drive  แฟลชการ์ด (Flash Memory Device) เป็ นอปุ กรณ์เก็บข้อมลู แบบแฟลชชนิดหนง่ึ ที่มี ลักษณะเป็ นการ์ด มีขนาดแตกต่างกันออกไป ใช้ กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ คอมพิวเตอร์ต่างๆ เช่น สมาร์ทโฟน กล้องดิจิทลั อปุ กรณ์นาทาง เป็ นต้น การเชื่อมตอ่ กบั คอมพิวเตอร์จาเป็ นต้องใช้เครื่องอ่านการ์ด (Card Reader) ชนิดของแฟลชการ์ดที่ใช้กนั ทว่ั ไป ประกอบด้วย - CF Card (Compact Flash Card) - SD Card (Secure Digital Card), MiniSD, MicroSD - xD Card (Extreme Digital Card) - Memory Stick, Memory Stick Duo, Memory Stick Micro M2 - MMC (Multimedia Memory Card) - Smart Mediaรูปที่ 2.28 อปุ กรณ์เก็บข้อมลู แบบแฟลชและเครื่องอ่านการ์ดที่มา: http://www.mediaduplicationsystems.com

27 Solid-State Drive: SSD เป็ นอปุ กรณ์เก็บข้อมลู ชนิด คงรูป ที่นามาใช้ แทนาาร์ดดิสก์ ไม่มีการหมุนหรือ เคลื่อนไหวระหว่างการทางาน ทาให้ไม่มีเสียงรบกวน และกินไฟน้อยกว่าาาร์ดดสิ ก์ แตใ่ นปัจจบุ นั SSD ยงั มี ความจนุ ้อยกวา่ าาร์ดดสิ ก์และมีราคาสงู กวา่ มาก รูปที่ 2.29 Solid-State Drive อุปกรณ์รับข้อมูล (Input Device) เป็นอปุ กรณ์ที่รับข้อมลู จากผ้ใู ช้ และส่งข้อมลู เข้าไปยงั เคร่ืองคอมพวิ เตอร์เพื่อประมวลผลที่ซีพียู แป้ นพิมพ์หรือคีย์บอร์ด (Keyboard) เป็ น รูปที่ 2.30 คีย์บอร์ด อุปกรณ์รับข้อมูลท่ีเป็ นข้อความตวั อกั ษรจาก ผู้ใช้ มีรูปแบบการเช่ือมต่อแบบ PS2 แบบ USB, รวมถึงแบบไร้สาย เมาส์ (Mouse) เป็ นอปุ กรณ์ควบคมุ ตาแหน่งของลกู ศร รูปท่ี 2.31 เมาส์ หรือพ้อยท์เตอร์บนหน้าจอ มีชนิดที่ใช้ลูกกลิง้ , ชนิดใช้ แสง (Optical Mouse), และชนิดที่ใช้แสงเลเซอร์ (Laser Mouse) มีรูปแบบการเช่ือมตอ่ แบบ PS2, แบบ USB, รวมถงึ แบบไร้สาย อุปกรณ์ควบคุมเกม (Game Controller)อุป กร ณ์ ส าห รั บ คว บคุมตัว ละ คร ภา ยใ นเ กม ได้ แ ก่จอยสต๊ิก (Joystick), พวงมาลยั , ปื นแสง, และอื่นๆใช้การเชื่อมตอ่ ผา่ น Game Port (เกา่ ) หรือ USBรูปที่ 2.32 อปุ กรณ์ควบคมุ เกมและ Game Port

28  ปากกาอิเล็กทรอนิกส์ (Stylus Pen) อปุ กรณ์ท่ี ใช้แทนเม้าส์สาหรับงานที่ต้องการรายละเอียดใน การเคล่ือนท่ีมาก เช่น งานเขียนแบบ บางชนิดใช้ ร่วมกับกระดานรองเฉพาะ เรียกว่าดิจิไทเซอร์ รูปท่ี 2.33 ปากกาอิเล็กทรอนกิ ส์ (Digitizer)  เคร่ืองสแกน (Scanner) ใช้สาหรับถ่ายข้อมลู ท่ี รูปที่ 2.34 เครื่องสแกน เป็ นกระดาษหรือรูปภาพให้เป็ นไฟล์ดิจิทัล เช่น .pdf หรือ .jpg ใช้การเช่ือมตอ่ ผา่ น Printer Port (เก่า) หรือ USB เทคโนโลยีเครื่องสแกนในปัจจบุ นั สามารถแก้ ไขข้ อความตัวอักษรที่สแกนจาก เอกสารได้ด้วย เรียกว่าเทคโนโลยีการรับรู้อกั ษร (Optical Character Recognition: OCR)  กล้องเว็บแคม (Web Camera) กล้องดจิ ิทลั สาหรับ รูปท่ี 2.35 กล้องเว็บแคม ถ่ายภาพลงเครื่ องคอมพิวเตอร์ หรื อใช้ ร่วมกับ รูปที่ 2.36 Visualiser โปรแกรมสนทนาตา่ งๆ รูปท่ี 2.37 ไมโครโฟน  Visualiser เป็ นอปุ กรณ์ที่มีลกั ษณะเป็ นกล้องสาหรับ ถ่า ย ภ า พ ห รื อเ อ ก ส า ร เ พ่ื อ น า ไ ป แ ส ดง บ น อุป ก ร ณ์ แสดงผลภาพต่างๆ โดยใช้ประกอบการบรรยายหรือ การประชมุ อปุ กรณ์ชนิดนีถ้ กู นามาใช้แทนเคร่ืองฉาย ภาพข้ามศีรษะ (Overhead) แบบเดิม โดยสามารถ ฉายภาพหรือเอกสารทว่ั ไปที่ไมใ่ ชแ่ ผน่ โปร่งใสได้  ไมโครโฟน (Microphone) ใช้รับสญั ญาณเสียงจาก ภายนอกเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เพ่ือการอัดเสียง, ร้องเพลง หรือใช้ร่วมกบั โปรแกรมสนทนาตา่ งๆ

29 9) อปุ กรณ์แสดงผล (Output Device) เป็ นอุปกรณ์ที่นาข้อมลู ท่ีผา่ นการประมวลผลจากเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ออกไปแสดงผลท่ีผ้ใู ช้ภายนอก ประกอบด้วยอุปกรณ์แสดงผลภาพ (Display) จอซีอาร์ ที (CRT Monitor) เป็ นอุปกรณ์ท่ีใช้กับ รูปท่ี 2.38 จอซีอาร์ที คอมพิวเตอร์ พีซี ประกอบด้ วยหลอดภาพขนาดใหญ่ (Cathode Ray Tube: CRT) แบบเดียวกับจอโทรทัศน์ ทางานโดยการยิงอิเล็กตรอนไปกระทบฉากเรื องแสง ด้านหน้า ทาให้เกิดเป็นภาพปรากฏขนึ ้ จอภาพชนิดนีม้ ีขนาด ใหญ่ ต้องอาศยั พืน้ ที่มากในการเก็บและตดิ ตงั้ มีนา้ หนกั มาก และมีความร้อนสงู ระหว่างใช้งาน ความละเอียดของภาพไม่ คมชดั เทา่ ท่ีควร ปัจจบุ นั ไมเ่ ป็นที่นิยมใช้ จอแอลซีดี (LCD Monitor) เป็ นหน้าจอท่ีประกอบไปด้วย ผลกึ เหลว (Liquid Crystal Display: LCD) โดยโมเลกลุ ของผลกึ เหลวจะเกิดการบดิ รูปเม่ือถกู กระต้นุ ด้วยไฟฟ้ า สง่ ผลให้แสงสีขาวจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ส่องมาจากด้ านหลังเกิดการหกั เหเป็ นแสงสีต่างๆ กันในแต่ละจุดซ่ึงรวมกนั เป็ นภาพบนหน้าจอ จอภาพชนิดนีม้ ีความคมชดั สงู มีนา้ หนกั เบา รูปที่ 2.39 จอแอลซีดีและไมร่ ้อนมากเทา่ จอซีอาร์ที แตม่ ีราคาคอ่ นข้างสงู จอพลาสมา (Plasma Display) ประกอบด้วยชนั้ ของ แผน่ กระจกซงึ่ ภายในบรรจกุ ๊าซเฉื่อย แบง่ การแสดงภาพออกเป็ นพิกเซล (Pixel) ย่อยๆ จานวนมาก เม่ือถูกก ร ะ ตุ้น ด้ ว ย ไ ฟ ฟ้ า แ ต่ล ะ พิ ก เ ซ ล จ ะ ป ล่ อ ย รั ง สีอลั ตราไวโอเลตไปตกกระทบฉากเรืองแสงเกิดเป็ นภาพขึน้ จอพลาสมาสามารถผลิตให้มีขนาดใหญ่มากๆ ได้ รูปที่ 2.40 จอพลาสมาแตก่ ินไฟมากและอาจเกิดความเสียหายหากมีการแสดงภาพนิง่ เป็นเวลานานๆ

30  จอแอลอีดี (LED Monitor) มีลกั ษณะการทางานคล้าย รูปท่ี 2.41 จอแอลอีดี กับจอแอลซีดี แต่ใช้ หลอดไดโอดเปล่งแสง (Light- รูปที่ 2.42 โปรเจคเตอร์ Emitting Diode: LED) เป็ นแหล่งกาเนิดแสงสีขาวแทน การใช้หลอดฟลอู อเรสเซนต์ ซงึ่ ส่งผลให้สามารถควบคมุ แสงได้ดีกว่า ภาพบนหน้าจอจะมีความคมชัดกว่าจอ แอลซีดีเนื่องจากความแตกตา่ งของส่วนมืด/สว่างชดั เจน และมองเหน็ ภาพชดั จากทกุ ด้าน  เคร่ืองฉายโปรเจคเตอร์ (Projector) เป็ นอปุ กรณ์ที่ใช้ ฉายภาพไปบนจอรับภาพขนาดใหญ่ สาหรับแสดงภาพ ให้คนจานวนมากได้เห็นพร้อมกันเช่น การประชมุ หรือ การสอนในห้องเรียนเคร่ืองพมิ พ์ (Printer) รูปที่ 2.43 เคร่ืองพมิ พ์ชนดิ หวั เขม็  เคร่ืองพิมพ์ชนิดหัวเข็ม (Dot Matrix Printer) ใช้ วิธีการกระแทกหัวเข็มไปกระทบผ้าหมึก (Ribbon) และกดลงไปบนกระดาษ มีราคาไม่สูงมากทัง้ ราคา เคร่ืองพมิ พ์และราคาหมกึ แตม่ ีข้อจากดั เร่ืองการพิมพ์ สี ทางานช้า และมีความคมชดั ไม่เทา่ เครื่องพิมพ์ชนิด อื่นๆ ปัจจบุ นั ยงั คงมีใช้ในงานพมิ พ์ใบเสร็จรับเงิน หรือ เอกสารท่ีใช้กระดาษคดั ลอกในตวั  เคร่ืองพมิ พ์เลเซอร์ (Laser Printer) ใช้วิธีการยิงแสงเลเซอร์ไปยงั ลกู กลิง้ เพื่อกระต้นุ ให้ เกิดประจุ จากนนั้ หมนุ ลกู กลิง้ ผา่ นผงหมึกเพ่ือให้ผงหมึกตดิ ไปกบั ลกู กลิง้ ตรงจดุ ที่มีประจุ อยู่ จากนนั้ เล่ือนกระดาษมารับผงหมกึ และเคล่ือนผา่ นความร้อนเพ่ือให้ผงหมกึ ตดิ แนน่ ไปกบั กระดาษ เคร่ืองพิมพ์ชนิดนีม้ ีความคมชดั มากกว่า แตม่ ีราคาสงู ทงั้ ราคาเครื่องพมิ พ์และราคาหมกึ กินไฟมากและมีความร้อนสงู ระหว่างการทางาน เคร่ืองพิมพ์เลเซอร์มีชนิดที่พิมพ์สีได้แต่มีหลกั การทางานท่ีซบั ซ้อนและมีราคาสงู รูปที่ 2.44 เคร่ืองพิมพ์เลเซอร์

31 เคร่ื องพิมพ์ ชนิดพ่ นหมึกหรื ออิงค์ เจ็ท (InkjetPrinter) ใช้วิธีการพ่นนา้ หมึกลงไปบนกระดาษ ณตาแหน่งที่ต้องการโดยตรง ซึ่งสามารถพิมพ์ได้ทงั้ แบบขาวดาและสี เคร่ืองพิมพ์และหมึกมีราคาไม่แพงมากปั จ จุบันมีเ ครื่ อง พิม พ์ อิง ค์ เจ็ ทข นาดใ หญ่ ส าหรั บการ รูปท่ี 2.45 เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทพมิ พ์ป้ ายโฆษณาหรือไวนลิ พล็อตเตอร์ (Plotter) เป็นเคร่ืองพิมพ์เอกสารที่มี รูปท่ี 2.46 พลอ็ ตเตอร์ ขนาดใหญ่โดยใช้กลไกควบคมุ ปากกาให้ขีดลงบน รูปที่ 2.47 เครื่องพิมพ์อเนกประสงค์ กระดาษโดยตรง ใช้กบั งานเขียนแบบแปลนหรือ แผนผังเป็ นหลัก ปั จจุบันมีบทบาทน้ อยลง เ น่ื อ ง จ า ก เ ค รื่ อ ง พิ ม พ์ แ บ บ อิ ง ค์ เ จ็ ท ข น า ด ใ ห ญ่ สามารถใช้งานได้เหมือนกัน และมีรูปแบบการ ทางานท่ีหลากหลายกวา่ เคร่ื องพิมพ์ อเนกประสงค์ (Multifunction Printer) เป็ นอปุ กรณ์ที่มีฟังก์ชนั่ การทางานอื่นๆ นอกเหนือจากการพิมพ์ เช่น สามารถใช้ เป็ น เครื่องสแกน เครื่องถ่ายเอกสาร หรือเครื่องแฟกซ์ ได้อุปกรณ์ขับเสียง (Audio Output Device) รูปท่ี 2.48 ลาโพง  ลาโพง (Speaker) เป็นอปุ กรณ์ที่ใช้แสดงข้อมลู ท่ีเป็ นเสียง ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ นเสียงเพลง เสียงสนทนา หรือเสียงการ ทางานของโปรแกรมต่างๆ ประกอบด้วยชดุ ลาโพงสองฝ่ัง ซ้าย-ขวา ป่ มุ ปรับความดงั และปลกั๊ สาหรับเชื่อมตอ่ เข้ากบั ช่องเสียบบนเมนบอร์ด อุปกรณ์ลาโพงจาเป็ นต้องใช้ ไฟเลีย้ งจากชุดแปลงไฟท่ีติดตงั้ ในตวั เพ่ือขยายสญั ญาณ หรือเพิ่มความดงั เสียง ในปัจจบุ นั มีลาโพงขนาดเล็กชนิดท่ี ใช้ไฟเลีย้ งจากพอร์ต USB

32  ซับวูฟเฟอร์ (Subwoofer) เป็ นลาโพงชนิดท่ีมีการแยก ส่วนขับเสียงทุ้ม-เสียงแหลม ออกจากกัน เพื่อแก้ปัญหา เสียงแตกของลาโพงแบบทวั่ ไป รูปที่ 2.49 ซบั วฟู เฟอร์  ซับวูฟเฟอร์ระบบเสียง 5.1 (5.1 Subwoofer) เป็ น อุปกรณ์ขับเสียงในระบบ 5.1 หรือระบบเสียงรอบ ทิศทาง (Surround) โดยแยกตวั ลาโพงสาหรับติดตงั้ ไว้ ในจุดต่างๆ เพ่ือให้เกิดเสียงสมจริงเหมือนกับอยู่ใน เหตุการณ์นัน้ ๆ มักใช้เพื่อการชมภาพยนต์ ซึ่งการ์ด เสียงบนเมนบอร์ ดจะต้ อง รองรับการใช้ งานอุปกรณ์ รูปที่ 2.50 ซบั วฟู เฟอร์ 5.1 ประเภทนีด้ ้วย  หูฟัง เป็ นอปุ กรณ์ท่ีใช้ฟังเสียงในแบบสว่ นตวั มีชนิดที่ รูปที่ 2.51 หฟู ัง ใช้เสียบหู (Earphone) ชนิดครอบหู (Headphone) และชนิดที่มีไมโครโฟนในตวั (Headset) ปัจจบุ นั มีหฟู ัง ไร้สายท่ีใช้การเชื่อมตอ่ ผา่ นบลทู ธู (Bluetooth) 10) อปุ กรณ์เครือขา่ ย (Network Device) เป็ นอปุ กรณ์ที่ใช้เชื่อมตอ่ คอมพิวเตอร์เข้ากบัระบบเครือขา่ ยภายใน (Intranet) และภายนอก (Internet)  Hub ใช้ในการเพิ่มจุดเช่ือมตอ่ ของเคร่ือข่าย โดยแบ่ง รูปที่ 2.52 Hub ช่องทางการติดต่อส่ือสาร (Bandwidth) ตามจานวน รูปที่ 2.53 Switch พอร์ตที่มีอยเู่ ทา่ ๆ กนั  Switch ทาหน้าท่ีเหมือนกบั Hub แตม่ ีคณุ สมบตั ใิ นการ จัดการแบ่งช่องทางการสื่อสารตามอัตราการรั บ -ส่ง ข้อมูลในแต่ละพอร์ต ทาให้การส่ือสารมีประสิทธิภาพ มากกวา่

33 Router เป็ นอุปกรณ์ท่ีใช้เชื่อมตอ่ ไปยงั ระบบเครือข่าย รูปที่ 2.54 Router อ่ืนๆ หรือเครือขา่ ยภายนอกเพ่ือการใช้งานอินเทอร์เน็ต เช่น ADSL Router บางชนิดรองรับการเชื่อมตอ่ แบบไร้ สาย (Wireless) 11) อปุ กรณ์ติดตงั้ ภายในอ่ืนๆ เป็ นอปุ กรณ์สาหรับติดตงั้ บนเมนบอร์ดโดยการเชื่อมต่อกบั PCI Slot เพื่อการใช้งานอปุ กรณ์เฉพาะอยา่ ง เช่น พอร์ต FireWire(IEEE1394), พอร์ต USB3 แตอ่ ปุ กรณ์บางชนิดไม่มีความจาเป็ นมากนกั เน่ืองจากมีการติดตงั้ มากับเมนบอร์ดแล้วจากผ้ผู ลิต เช่น การ์ดแลน (LAN Card), การ์ดเสียง(Sound Card) และอปุ กรณ์บางชนิดนิยมใช้แบบติดตงั้ ภายนอกมากกว่าเน่ืองจากสะดวกและมีประสิทธิภาพดีกว่า เช่น อุปกรณ์เช่ือมต่อเครือข่ายไร้ สาย (WirelessLAN: WLAN) และ โมเดม็ (Modem) เป็นต้นรูปท่ี 2.55 อปุ กรณ์ตดิ ตงั้ ภายในอ่ืนๆ สาหรับคอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ เช่น คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Notebook), เซอร์เวอร์คอมพิวเตอร์ (Server), หรือคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น เมนเฟรม (Mainframe) หรือซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) จะมีส่วนประกอบหลักที่เหมือนกัน แต่จะมีขนาด รูปร่างและคณุ สมบตั ขิ องอปุ กรณ์ที่แตกตา่ งกนั ออกไป

34ตอนท่ี 3. แนวทางในการเลือกซอื้ คอมพวิ เตอร์ เร่ืองท่ี 3.1. แนวทางการเลือกซือ้ คอมพวิ เตอร์พีซี มีแนวทางในการเลือกซือ้ ได้หลายวิธี ได้แก่ 3.1.1 เลือกซือ้ คอมพิวเตอร์แบบมียี่ห้อ ซึ่งเป็ นคอมพิวเตอร์จดั ชดุ สาเร็จจากบริษัทท่ีมีช่ือเสียงและมีความนา่ เช่ือถือ เช่น ACER, BenQ, Compaq, Dell เป็ นต้น มีอปุ กรณ์ท่ีสาคญั ครบชดุ ได้แก่ เคสและอปุ กรณ์ภายใน, จอภาพ, เม้าส์และคีย์บอร์ด, และอาจมีอปุ กรณ์เสริมเช่นลาโพงเป็ นชุดคอมพิวเตอร์ท่ีผ่านการตรวจสอบแล้วว่าสามารถใช้งานร่วมกันได้ มีการรับประกันและมีบริการซอ่ มถึงที่ (On-site Service) 3.1.2 เลือกซือ้ คอมพิวเตอร์แบบจัดชุดสาเร็จจากร้ านค้าท่ัวไป เป็ นชุดคอมพิวเตอร์ประกอบเสร็จที่เลือกและตดิ ตงั้ อุปกรณ์โดยผ้ชู านาญการ แตก่ ารรับประกนั เป็ นการรับประกนั จากทางร้านและระยะเวลาการรับประกนั ของอปุ กรณ์แตล่ ะชนิ ้ อาจไมเ่ ทา่ กนั 3.1.3 เลือกซือ้ อปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์มาประกอบเอง หรือสงั่ ประกอบคอมพิวเตอร์โดยใช้อุปกรณ์ตามที่ผู้ซือ้ กาหนด วิธีนีจ้ ะได้ชุดคอมพิวเตอร์ท่ีตรงตามความต้องการมากที่สุด และใช้งบประมาณท่ีมีอยู่ได้ค้มุ ค่ามากที่สุด แต่ผ้ซู ือ้ จะต้องมีความรู้ด้านาาร์ดแวร์เป็ นอย่างดี และต้องแนใ่ จวา่ อปุ กรณ์ทกุ ชนิ ้ สามารถทางานร่วมกนั ได้ เร่ืองการรับประกนั จะเป็ นไปตามอปุ กรณ์แตล่ ะชิน้แยกจากกนั เร่ืองท่ี 3.2. ส่งิ ท่คี วรคานึงถงึ ในการเลือกซือ้ คอมพวิ เตอร์พซี ี 3.2.1 หากเป็นการประกอบคอมพิวเตอร์เอง อปุ กรณ์ทงั้ หมดจะต้องสามารถทางานร่วมกนั ได้ ซง่ึ เป็ นสิ่งที่สาคญั ท่ีสดุ ปกตคิ อมพิวเตอร์นนั้ ได้ถกู ออกแบบมาให้ป้ องกนั การใสอ่ ปุ กรณ์ผดิ ชนดิ โดยจะไมส่ ามารถใสอ่ ปุ กรณ์นนั้ ลงในชอ่ งเสียบ (Slot หรือ Socket) ท่ีกาหนดได้หากเป็ นอปุ กรณ์คนละชนิดกนั 3.2.2 คณุ สมบตั ขิ องอปุ กรณ์ทงั้ หมดควรพอดีกบั ความต้องการ โดยพิจารณาจาก รูปแบบการใช้งาน หากใช้งานทว่ั ไปเช่น พิมพ์งาน นาเสนองาน ใช้งานอินเทอร์เน็ตทว่ั ไป อีเมล์ เลน่ เกมทวั่ ไป ควรเลือกอปุ กรณ์ที่มีคณุ สมบตั ปิ านกลาง ราคาไม่แพงมาก แตส่ าหรับการใช้งานในลกั ษณะท่ีต้องใช้การประมวลผลขนั้ สงู หรือการประมวลผลทางกราฟิ ก ก็จาเป็ นต้องใช้คอมพิวเตอร์ท่ีมีคณุ สมบตั ทิ ่ีสงู ขนึ ้ และมีราคาแพงขนึ ้ ความต้องการขนั้ ต่าของโปรแกรมที่ใช้ โดยหากมีความจาเป็ นต้องใช้งานโปรแกรมเฉพาะทางบางอยา่ ง ให้พิจารณาจากคณุ สมบตั ขิ นั้ ต่าของคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้โปรแกรมนนั้ ได้(System Requirements) ซ่ึงจะมีระบุไว้บนผลิตภัณฑ์เสมอ คอมพิวเตอร์ที่เลือกซือ้ จะต้องมี

35คณุ สมบตั ิไม่ต่าไปกว่านนั้ และหากต้องใช้งานโปรแกรมเฉพาะทางหลายโปรแกรม ให้พิจารณาจากโปรแกรมที่ต้องการคณุ สมบตั สิ งู สดุ อปุ กรณ์ทงั้ หมดควรทางานเสริมซ่งึ กนั และกนั ไมค่ วรมีอปุ กรณ์ใดที่มีคณุ สมบตั ิต่าเกินไป จนถ่วงประสิทธิภาพโดยรวมทงั้ หมดของเคร่ือง และไมม่ ีอปุ กรณ์ใดที่มีคณุ สมบตั ิสูงเกินไปซึ่งจะเป็ นการสิน้ เปลืองเนื่องจากประสิทธิภาพโดยรวมของเคร่ืองถูกจากัดด้วยอุปกรณ์อื่นๆ ท่ีมีคณุ สมบตั ติ ่ากวา่ 3.2.3 เปรียบเทียบราคาและความค้มุ คา่ ท่ีจะซือ้ บางครัง้ อปุ กรณ์ที่มีคณุ สมบตั สิ งู กวา่ มีราคาท่ีสูงกว่าเพียงเล็กน้อย จึงควรเลือกชนิดท่ีดีกว่า แต่ในบางครัง้ คณุ สมบตั ิท่ีสูงกว่านนั้ ส่งผลเพียงเล็กน้อยต่อประสิทธิภาพของเครื่อง จึงไม่ควรจ่ายแพงกว่าเพื่อคุณสมบตั ิที่ไม่จาเป็ นควรสอบถามความคดิ เหน็ จากผ้ทู ่ีเคยใช้งานมาแล้วหลายๆ คนเพื่อใช้ประกอบการตดั สินใจ หรือค้นหาข้อมลู จากเว็บไซตเ์ กี่ยวกบั การเลือกซือ้ คอมพิวเตอร์ สรุปการเลือกซือ้ เครื่องคอมพวิ เตอร์ จะต้องคานงึ ถึงสง่ิ ตอ่ ไปนี ้ 1. งบประมาณในการจดั ซือ้ 2. ประเภทของงานท่ีนาคอมพวิ เตอร์มาใช้ 3. สมรรถนะของเครื่อง 4. ความสามารถในการ Upgrade ในอนาคต รายละเอียดเกี่ยวกบั เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ หลกั ๆ โดยทว่ั ไปมีดงั นี ้ 1. รุ่นและความเร็วในการประมวลผลของ CPU 2. ชนดิ และขนาดของหนว่ ยความจา RAM 3. ขนาดของหนว่ ยความจาแคช (Cache Lever 2) 4. ขนาดความจขุ องาาร์ดดสิ ก์ (Hard disk) คอมพิวเตอร์พีซีโดยทวั่ ไปในปัจจบุ นั เป็ นระบบมลั ตมิ ีเดีย สามารถดหู นงั ฟังเพลง เลน่ เกมและเช่ือมตอ่ อินเตอร์เนต็ ได้ การพิจารณารายละเอียดของเคร่ืองควรดทู ่ีความเหมาะสมในการนามาใช้งานมากกว่าการตดั สนิ ใจซือ้ ตามแฟชน่ั หรือการเลือกซือ้ รุ่นใหมล่ า่ สดุ เพ่ือให้เป็นคนทนั สมยั ซงึ่ จะทาให้เสียคา่ ใช้จา่ ยแพงเพราะอีกไมน่ านก็จะตกรุ่น ราคาก็จะลดลงมาด้วยและยงั เส่ียงตอ่ ความไมส่ มบรู ณ์ของเครื่อง เนื่องจากยงั มีข้อผิดพลาดในการผลิต จะต้องมีการปรับปรุงอีกเทคนิคของการซือ้ เครื่องคอมพิวเตอร์คือ ควรซือ้ เคร่ืองในรุ่นท่ีต่ากวา่ รุ่นท่ีออกใหม่ 1 รุ่น จะได้เคร่ืองคอมพิวเตอร์ท่ีมีประสทิ ธิภาพในราคาถกู

36 เร่ืองท่ี 3.3. แนวทางการเลือกซือ้ คอมพวิ เตอร์โน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ โน้ ตบ๊ ุคต่างจากคอมพิวเตอร์ พี ซี ตรงท่ี อุปกรณ์ ส่วนใหญ่ ของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ถูกติดตงั้ แบบถาวร ไม่สามารถถอดเปล่ียนหรือสั่งประกอบได้ ดงั นนั้ การเลือกซือ้ จะสามารถเลือกเฉพาะรุ่นที่มีจาหน่ายเท่านนั้ โดยพิจารณาจากคณุ สมบตั ิและอปุ กรณ์ที่อย่ภู ายในรวมถึงงบประมาณท่ีมีอยู่ ปัจจบุ นั มีเว็บไซต์หลายแห่งที่รวบรวมคอมพิวเตอร์โน้ตบ๊คุ รุ่นตา่ งๆ ที่มีจาหน่ายในปัจจบุ นั ซ่ึงบางเว็บไซต์มีระบบท่ีสามารถสามารถคดั กรองเฉพาะคอมพิวเตอร์รุ่นที่มีคุณสมบตั ิและราคาตรงกับท่ีผู้ใช้กาหนดได้ รวมถึงมีการแสดงความคิดเห็นจากผู้ใช้คนอื่นๆประกอบการตดั สินใจเลือกซือ้ ด้วย

37สรุป เทคโนโลยีสารสนเทศเป็ นเทคโนโลยีที่ถกู พฒั นาขึน้ เพ่ืออานวยความสะดวกแก่มนษุ ย์ในการประมวลผลข้อมลู ในรูปแบบตา่ งๆ ซงึ่ คอมพวิ เตอร์ถือเป็ นเทคโนโลยีที่สาคญั อย่างหนึง่ และเป็ นพืน้ ฐานของการพัฒนาเทคโนโลยีในด้านอ่ืนๆ คอมพิวเตอร์ที่พบเห็นได้ในปัจจุบนั แบ่งได้หลายประเภทตามขนาด ประสิทธิภาพ และรูปแบบการใช้งาน เช่น คอมพิวเตอร์พีซีที่มีใช้ตามบ้านและสานักงานต่างๆ คอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือโน้ตบุ๊ค รวมถึงคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเช่นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตพีซี และอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ เช่น เคร่ืองพิมพ์ เคร่ืองสแกน กล้องดิจิทลัลาโพง เป็ นต้น การเลือกซือ้ คอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ผ้ซู ือ้ ควรศกึ ษารายละเอียดของอปุ กรณ์ต่างๆ เพื่อที่จะเลือกซือ้ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม หากเป็ นคอมพิวเตอร์พีซีอาจเลือกซือ้แบบท่ีมีย่ีห้อ แบบจดั ชดุ สาเร็จ หรือแบบประกอบเอง โดยมีหลกั พิจารณาที่สาคญั คือประสิทธิภาพเพียงพอต่อการทางาน ความต้องการขัน้ ต่าของโปรแกรมที่ใช้ และลักษณะงานเช่น เป็ นงานเอกสารทวั่ ไป งานออกแบบกราฟิ ก หรือเป็ นคอมพิวเตอร์เพ่ือความบนั เทิงเละเล่นเกม หากผ้ใู ช้มีความรู้เรื่องาาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์และคุณสมบัติของอุปกรณ์ต่างๆ จะทาให้สามารถเลือกคอมพิวเตอร์ได้เหมาะสมกับลกั ษณะงาน และเหมาะสมกับงบประมาณท่ีมีอยู่ ดงั คาพูดที่ว่า“ไม่มีคอมพิวเตอร์รุ่นใดที่ดีท่ีสดุ และเหมาะสมท่ีสดุ สาหรับทกุ คน แตจ่ ะมีคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สดุ และเหมาะสมท่ีสดุ สาหรับคนแตล่ ะคน” ส่วนคอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ รวมถึงอปุ กรณ์บางอย่างที่มีราคาแพง ผู้ซือ้ ควรพิจารณาคุณสมบัติ ประสิทธิภาพ และความจาเป็ นในการใช้งาน รวมถึงควรสอบถามความคดิ เหน็ จากผ้ทู ี่เคยใช้งานมากอ่ นประกอบการตดั สนิ ใจ

38คาถามท้ายบท 1. จงยกตวั อย่างเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีใช้ในการติดต่อสื่อสารมา 1 อย่าง วิเคราะห์และ อธิบายว่าเทคโนโลยีดงั กล่าวส่งผลกระทบตอ่ การดารงชีวิตทงั้ ด้านบวกและด้านลบอยา่ งไร บ้าง 2. หากต้องการคอมพิวเตอร์ที่ใช้พกพาได้สะดวก นา้ หนกั เบา ไม่เป็ นอุปสรรคต่อการเดินทาง ใช้เพ่ือการตดิ ตอ่ ธรุ กิจและนาเสนองานนอกสถานท่ี ควรเลือกใช้คอมพวิ เตอร์ชนดิ ใด 3. ออพติคอลไดรว์ชนิดใดเหมาะสาหรับคอมพิวเตอร์เพ่ืองานเอกสารและอินเทอร์เน็ตทว่ั ไปท่ี ไมไ่ ด้ใช้เพื่อความบนั เทงิ หรือเลน่ เกม 4. จอภาพท่ีเหมาะกบั คอมพิวเตอร์พีซีในปัจจบุ นั คือจอชนดิ ใด 5. การซือ้ คอมพิวเตอร์จานวนมากสาหรับงานในสานักงานควรเลือกซือ้ แบบใดระหว่าง คอมพวิ เตอร์มีย่ีห้อ คอมพิวเตอร์จดั ชดุ สาเร็จ หรือคอมพิวเตอร์สง่ั ประกอบ เพราะเหตใุ ด

39 เอกสารอ้างองิครรชติ มาลยั วงศ์. ก้าวไกลไปกับคอมพวิ เตอร์: สาระคอมพวิ เตอร์ท่ขี ้าราชการต้องรู้. กรุงเทพฯ: ศนู ย์เทคโนโลยีอิเลก็ ทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แหง่ ชาติ, 2538.ทกั ษิณา สวนานนท์ และฐานิศรา เกียรตบิ ารมี. พจนานุกรมศัพท์คอมพวิ เตอร์และ อนิ เทอร์เน็ต. พิมพ์ครัง้ ท่ี 10. ฉบบั ปรับปรุงใหมต่ ลอดเลม่ . กรุงเทพฯ: วี.ที.ซี. คอมมวิ นิเคชนั่ , 2546.“วชิ าเทคโนโลยีสารสนเทศ.” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก: http://www.uni.net.th/~08_2543/chap01/1.1.html 2543.มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช. สาขาวชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. เอกสารการ สอนชุดวชิ า คอมพวิ เตอร์เบือ้ งต้น หน่วยท่ี 1-7. พิมพ์ครัง้ ท่ี 9. นนทบรุ ี: มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช, 2546.รอม หริ ัญพฤกษ์. “แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในต้นคริสต์ศตวรรษท่ี 21.” สารานุกรมไทย สาหรับเยาชน: โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั . 25 (2544): 245-267.ยืน ภวู่ รวรรณ. “ไอทีกบั แนวโน้มโลก.” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://thaidet.hypermart.net/comp/tech_it.html [ม.ป.ป.].สเุ มธ วงศพ์ านชิ เลศิ และนิตย์ จนั ทรมงั คละศรี. “สงั คมสารสนเทศแหง่ ทศวรรษหน้า.” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก:http://www.info.tdri.or.th/library/quarterly/white- pp/wb14.htm 2538. สืบค้น 19 กมุ ภาพนั ธ์ 2547.วิโรจน์ ชัยมูล และ สุพรรษา ยวงทอง (2552).ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี สารสนเทศ. กรงุ เทพฯ: โปรวิชั่น.คูม่ อื คอมพิวเตอร์เบอ้ื งต้น ฉบบั สมบูรณ์. (2547). กรงุ เทพฯ: โปรวิชน่ั .Jimba, S.W. Information technology and underdevelopment in the Third World. Library Review 48,2 (1999): 79-83.Pintelon, L., Preez, N.D., and Puyvelde, F.V. Information technology: Opportunity for maintenance management. Journal of Quality in Maintenance Engineering 5,1 (1999): 9-24.

40Souter, D. The role of information and communication technologies in democratic development. The Journal of Policy, Regulation and Strategy for Telecommunications Information and Media 1,5 (1999): 405-417.Whittaker, B. What went wrong? Unsuccessful information technology projects. Information Management & Computer Security 7/1 (1999): 23-29.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook