บทท่ี 1 บทนาํจุดประสงค 1. เพ่อื ใหเ ขา ใจขอ แตกตา งระหวา งแอนาลอกกับดิจิตอลได 2. เพอ่ื ใหร จู ักใชงานวงจรดิจติ อลทมี่ ปี ระโยชนโดยตรงกับคอมพวิ เตอร การเก็บรวบรวมขอมูล การออกแบบวงจรควบคมุ ระบบตา ง ๆบทนํา เนอื้ หาในบทเรยี นนี้จะแนะนาํ ใหนกั ศกึ ษาไดร ูจักดิจติ อลอิเล็กทรอนกิ ส นักศกึ ษาจะไดศ ึกษาถงึวงจรดิจิตอล และรวู ามกี ารนาํ วงจรดจิ ติ อลในรปู แบบตา งๆ ไปใชกับเคร่อื งมอื และอปุ กรณไ ฟฟาในชวี ิตประจาํ วนั เชน การสรางเครอ่ื งมือวัดสถานะลอจกิ ของวงจรดิจิตอล เพ่อื การทดลองวดั สญั ญาณดจิ ิตอล ท่ีเปน ลอจกิ สงู และต่ํา (Low และ High) สญั ญาณดิจติ อลท่วี ัดไดน้จี ะใชวงจรวัดสถานะลอจิกดว ยไดโอด เปลงแสง LED (Light-Emitting-Diode) เม่อื เรียนจบบทเรียนนี้ นกั ศึกษาสามารถที่จะปฏิบตั งิ านและใชลอจกิ โพรบ (Logic probe) ตา งๆ ในการทดสอบสัญญาณดิจิตอล1.1 ความรเู บือ้ งตนเก่ยี วกับวงจรดิจิตอล ดจิ ติ อลอิเล็กทรอนิกสเปนโลกของเครอ่ื งคํานวณ คอมพิวเตอร วงจรตวั เลข และเลขฐานสอง0 และ 1 น้ีคอื ความรูท่ีนาตนื่ เตน ของวงจรดิจติ อลอเิ ล็กทรอนิกส เพราะวาการใชง านวงจรดจิ ติ อลไดขยายตวั อยา งรวดเร็วและมคี วามสําคัญมากยงิ่ ขนึ้ วงจรดิจิตอลขนาดเลก็ ๆ 1 วงจร สามารถบรรจุทรานซิสเตอร ไดโอดและตัวตานทานไดเปนพัน ๆ ตัว นักศึกษาจะเหน็ วงจรดิจติ อลไดใ นทกุ ๆ ทใ่ี นการทาํ งานทุกวันนี้ เชน ท่ีรา นคา ไดติดตงั้ ระบบดจิ ติ อลเพอ่ื คํานวณเงิน เครอื่ งคาํ นวณขนาดกระเปาจนกระทัง่ ปจจุบันไดกลายมาเปน เครอ่ื งคอมพวิ เตอรสว นตวั และคอมพวิ เตอรโ นต บคุ รวมท้งั ดิกชั่นนารีท่ีพดู ได ทกุ ขนาดของคอมพิวเตอรแสดงถึงระบบท่ีซบั ซอ นดวยความเร็วและแนนอน ในโรงงานเครื่องจักรกลตา ง ๆ ไดใ ชวงจรดิจติ อลในการควบคุมงาน นาฬกิ าดิจิตอลตัวเลข นาฬิกาขอ มือ ควบคมุการทํางานของเครอื่ งยนต หรอื แมแตช างเครอื่ งจะใชเ ครอ่ื งมอื วัด เชน โวลตมเิ ตอรแ ละเคร่ืองนบั ความถ่ีทีเ่ ปนดิจติ อลแทนการใชเ ครอ่ื งมือแบบเขม็ ชี้ ผทู ่ที ํางานเกี่ยวกบั การทาํ งานดานอิเล็กทรอนกิ ส จะตองศึกษาใหเขาใจเกี่ยวกับวงจรดจิ ิตอลอเิ ลก็ ทรอนิกสใหม ากท่ีสุด เพือ่ ท่ีจะไดท ําการออกแบบและสรางวงจรดิจติ อลรูปแบบตาง ๆ ขนึ้ ใชงานในชีวิตประจาํ วนั การทํางานที่เก่ยี วของกบั ระบบไฟฟาและอเิ ล็กทรอนิกสน น้ั นกั ศึกษาจะตอ งรูจกั และใชง านในระบบแอนนาลอก ตวั อยา งเชน วงจรในรูป 1.1 (a) จะมสี ัญญาณแอนนาลอก หรอื แรงดันไฟฟาซงึ่เปลยี่ นแปลงไปตามการเคล่ือนที่ของโพเทนชอิ อมิเตอร เชน เม่ือโพเทนชอิ อมิเตอรม ีการเคลือ่ นที่ข้ึนแรงดนั จากจุด A ถึง B คอ ยๆ เพมิ่ ข้นึ จนถึง 5 โวลต ในทํานองเดยี วกันเม่อื ปรบั เปลีย่ นโพเทนชอิ อมเิ ตอร โดยหยดุ โพเทนชิออมเิ ตอรท่ีจดุ กง่ึ กลาง เราสามารถวัดแรงดันเอาทพุตไดค ร่งึ หนึง่ ของ 5 โวลตแลถาปรับโพเทนชิออมเิ ตอรไปท่ตี ําแหนง อนื่ ๆ กจ็ ะไดแ รงดนั ทีเ่ อาทพ ตุ มีคาระหวาง 0 และ 5 โวลต 1
ระบบแอนนาลอก คือ ระบบที่มกี ารเปลยี่ นแปลงของสัญญาณแรงดัน ซึ่งเปนตัวแปรผันในดานอนิ พุตอยา งเปน เชงิ เสน (Linear) รูปที่ 1.1 a) สญั ญาณแอนาลอ็ กทไี่ ดจากการปรบั โพแทนชิโอมิเตอร b)รปู คล่ืนสญั ญาณแอนาลอ็ ก ระบบดิจติ อลและสัญญาณในระบบดจิ ิตอล แสดงในรูป 1.2 (a) โดนตวั กําเนิดสญั ญาณรูปคล่นืสเี่ หลย่ี ม (Square wave generator) จะสรางรูปสเ่ี หลี่ยมขนึ้ บนจอของออสซิลโลสโคป สัญญาณดจิ ติ อลที่ถูกสรางขึ้น จะมีคาแรงดัน 2 ระดบั เทาน้ัน คือจะเปน +5 v หรือท่ี 0 v ตามไดอะแกรมรปู 1.2 (b) แรงดันท่จี ดุ A จะเคลื่อนท่ีจาก +5 v ถึง 0 v และแรงดนั จะหยุดสาํ หรบั เวลาท่ี 0 v แรงดนัทั้งสองน้ีคือสัญญาณดิจติ อล ในวงจรดจิ ติ อลอเิ ล็กทรอนกิ สแ รงดันจะมี 2 ระดบั ดังกลาวคือ High และLow แรงดนั ดา น High จะเปน +5 v และดาน Low จะเปน 0 v เราจะเรยี กดา นแรงดัน High (+5 v) วาลอจิก 1 และแรงดนั Low (0 v) วา ลอจิก 0 วงจรท่ีทาํ งานดวยสญั ญาณ High และ Low จะเรียกวา วงจรดิจิตอล เราอาจจะกลาวอางถงึดจิ ิตอลอิเล็กทรอนิกสไดวา เปน โลกของลอจิก 0 และ 1 และอยา ลมื วา แรงดันในรูป 1.2 (b) เปน ลักษณะของแรงดัน ทน่ี ักศึกษาจะนําไปใชไดในงานดิจติ อลอเิ ลก็ ทรอนิกสเ ทาน้ัน สัญญาณดิจิตอลดงั แสดงในรปู 1.2 (b) สามารถสรา งใหก ําเนดิ โดยงา ยหลายวธิ ี เชน การใชสวติ ซปด – เปด หรือสัญญาณดิจติ อลทีถ่ ูกสรา งโดยทรานซสิ เตอร ทาํ งานในลักษณะของวงจรมลั ติไวเบรเตอรจนกระทง่ั สัญญาณดิจิตอลอเิ ลก็ ทรอนิกส ที่สรา งโดยวงจรรวม (ICs หรือ Integrated Circuit) เครื่องมือวัดมาตรฐาน เชน Volt-ohm-Milliammiter (VOM) แสดงในรปู 1.3 (a) น้ี เปนตัวอยา งของเคร่ืองมือวดั 2
แบบอนาลอก แรงดัน ความตานทานกระแส วดั ไดโดยใช VOM เข็มจะเคลื่อนที่เพือ่ แสดงใหเห็นถึงปริมาณตา ง ๆ ที่ทําการวดั รูปท่ี 1.2 ภาพของสญั ญาณดิจติ อลทแ่ี สดงบนจอออสซลิ โลสโคป เครื่องมอื วดั ชนิดดจิ ิตอล (Digital Multimeter (DMM)) ดงั แสดงในรูป 1.3 (b) นี้ เปน ตวั อยางการวดั ดวยระบบดิจติ อล กระแส ความตานทานและแรงดนั จะวดั ไดโ ดยDMM บนจอจะข้ึน ตัวเลขแสดงปรมิ าณทางไฟฟาทวี่ ัดไดท นั ที โดยไมต องอานคา จากสเกล เชน เครอื่ งมือวดั แบบอนาลอก DMM จะเปนตัวอยางของการดัดแปลงวงจรดิจติ อลซงึ่ มาจากระบบอนาลอก ทิศทางของการเกิดวงจรดจิ ติ อลจะเกิดข้นึโดยการพัฒนาของวศิ วกรไฟฟา ทําใหค นท่วั ไปไดใชงานระบบดจิ ิตอลอยา งสะดวกและกวา งขวางมากยง่ิ ขึ้น รูปที่ 1.3 a) แอนาล็อกมัลติมเิ ตอร b) ดจิ ิตอลมลั ติมเิ ตอร 3
1.2 ดจิ ิตอลอิเลก็ ทรอนกิ สท ีใ่ ชงานไดอยา งแพรห ลาย ดจิ ิตอลอิเลก็ ทรอนิกสไดเจริญเติบโตเรว็ มาก โดยการแพรหลายของไมโครคอมพวิ เตอร(Microcomputers) ถึงแมวาไมโครคอมพวิ เตอรจะมกี ารใชง านมานานแลวไมนอยกวา 1 ทศวรรษ มีมากมายกวา 10 ลาน เครือ่ ง เชน ท่อี ยูในบา น โรงเรียน ธรุ กิจและสถานที่ทาํ งานของรฐั บาล เปน ตน ไมโครคอมพวิ เตอรสามารถนํามาดัดแปลงใหเ หมาะสมกับงานไดท ุกรปู แบบ เชน ใชใ นบานเปนคอมพิวเตอรใ ชเลน วดี ิโอเกม หรือควบคมุ ระบบไฟฟา ท่โี รงเรียนนักเรียนใชคอมพิวเตอรเพอ่ื สามารถบรรลุเปา หมายในการสะกดตวั อกั ษร เลขคณิตการเขียน ครูผูสอนจะใชคอมพวิ เตอรสําหรับ งานจดั พิมพเ อกสารงานประมวลผลและทดสอบ ในธุรกจิ กจ็ ะใชคอมพวิ เตอรใ นกระบนการควบคุมบญั ชีเงนิ เดือน ควบคุมการสตอ็ กสินคา ทํารายงานสงของในโรงงาน จนกระทง่ั ในโรงงานอุตสาหกรรมอัตโนมตั ไิ มโครคอมพิวเตอรไ ดปรับปรุงมาควบคุมเคร่ืองกลหนุ ยนตในการทํางานแทนมนษุ ย ไมโครคอมพวิ เตอรไ ดถกู ออกแบบมาจากวงจรรวม (Integrated circuit) ท่ที ําหนาทป่ี ระมวลผลเรียกวา ไมโครโปรเซสเซอร (Microprocessors) ย่งิ ไปกวาน้วี งจรจาํ นวนมาก ทาํ เปน ไมโครคอมพวิ เตอรไมโครคอมพวิ เตอรแ ละไมโครโปรเซสเซอรและสารกึง่ ตวั นาํ ไดเ ร่มิ มาเปนคอมพวิ เตอรสว นตวั และคอมพวิ เตอรเ ครอ่ื งเล็ก ๆ ละราคาถูกลง เครื่องคาํ นวณแบบกระเปาห้ิว ซง่ึ เปนตัวอยา งของระบบดิจิตอลอิเลก็ ทรอนกิ สท ี่ใชกันอยา งแพรหลาย เคร่ืองคํานวณท่มี รี าคาตง้ั แต 50 บาท จนกระทั่งรนุ ทีม่ ีสวนประกอบซบั ซอนซง่ึ ออกแบบโดยนักวศิ วกรและนกั วทิ ยาศาสตร เปน เครอื่ งคาํ นวณทีม่ ีราคาหลายพนั บาท จะมีสวนประของโปรแกรมการคาํ นวณ สามรถตอเขากับระบบภายนอกและเครอ่ื งพิมพได โปรแกรมการคาํ นวณจะบรรจุในคอมพวิ เตอรเครอ่ื งเล็ก จะเหน็ วา นกั วิยาศาสตร นักวิศวกร ชา งเทคนิคและบุคคลทว่ั ไป สามารถใชประโยชนใ นงานท่ีเกย่ี วขอ งกบั ระบบดจิ ติ อลไดเปนอยา งมาก รปู ที่ 1.4 ภาพของคอมพิวเตอรโนทบุค คอมพวิ เตอรน ํามาใชร วมกับวงจรขนาดใหญและเทคโนโลยีขนั้ สูง คอมพวิ เตอรโนต บุก ดังแสดงในรปู 1.4 เปน สง่ิ ท่มี องเห็นไดอยา งชัดเจนถงึ ความสามารถทสี่ งู ขึน้ ในขนาดที่เลก็ ลงเปน ทน่ี ิยมใชกันอยางมากในงานธุรกิจและการโฆษณา 4
นาฬิกาจบั เวลาดจิ ิตอลเปนอีกเทคโนโลยหี น่ึงของอิเล็กทรอนิกส ซ่งึ นาฬิกาดิจิตอลจะมรี ะบบฟง กชั่นและตวั แปรตา งๆ ซึ่งมรี าคาต่าํ มาก ตัวอยาง เชน นาฬิกาดิจิตอลแบบ The “wrist watch” แสดงดงั รูป 1.5 ซ่งึ เปน สวนประกอบของคอมพวิ เตอรขนาดเล็ก ผลิตโดย บริษทั ไซโกะ (Seiko) นาฬกิ าน้ีสามารถทําหนา ที่เปนกราฟขอมูล สามารถตอ เขา กบั โปรแกรมคอมพวิ เตอรภายนอกและภายในตวั มนั มีไมโครคอมพวิ เตอรแสดงผลดวยจอแอลซีดี (LCD) มีหนว ยความจําภายในขนาด 2 กโิ ลไบต (a) (b) รูปที่ 1.6 (a) นาฬิกาดิจิตอล (b) ระบบควบคมุ การผลิตดวยคอมพิวเตอร 5
หนุ ยนตและเครือ่ งควบคมุ ดว ยระบบคอมพิวเตอรอ่ืน ๆ เปนเทคโนโลยีทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สท ่ีกา วล้ําหนา หุนยนตเปน ความชางคิดของนกั ประดษิ ฐระบบและการเคล่อื นทีท่ ่ีสรางขึ้น หุน ยนตเปนเครื่องกลที่สามารถกระทําไดเ หมอื นมนษุ ย คอมพิวเตอรข องหนุ ยนตส ามารถปอนโปรแกรมใหการปฏิบตั ิงานแตกตางและลําดับขั้นตอน การศึกษาเพือ่ ใหเขา ใจเก่ยี วกับเทคโนโลยีของหุนยนต เรยี กวา Robotics หนุ ยนตม กี ารทํางานหลายแบบ แขนของมนั ถูกออกแบบมาใหจับสิ่งของตาง ๆ ตัวอยาง เชนหนุ ยนตอ นุกรม ER ผลติ โดยบริษัท Eshed Robotec ของประเทศอิสราเอล เปนหนุ ยนตทส่ี รางขน้ึ มาเพอื่ใชใ นการศึกษาและอุตสาหกรรม ซง่ึ เปน ทีร่ จู ักดงั แสดงในรปู ท่ี 1.6 (a) และหุนยนตแ บบ SCARA ผลิตโดยบรษิ ัท Electronica Veneta สามารถควบคมุ โดยคอมพวิ เตอร ซง่ึ มันจะมีการเคลื่อนไหวโดนกลไก จะมีอิเลก็ ทรอนกิ สเซน็ เซอรสามารถโปรแกรมโดยภาษา คอมพิวเตอรท ี่ใชเ ปนคอมพวิ เตอรสว นบุคคลทว่ั ไปดงัรูป 1.6 (b) ในการศกึ ษาระบบควบคุมการผลติ ดว ยคอมพิวเตอรท เี่ ปนระบบอตั โนมัตหิ รอื ท่ีรจู ักกนั ในชอื่ ยอ วาระบบซิม (CIM; Computer Integrated Manufacturing) จะมีการใชห ุน ยนตท ค่ี วบคุมดวยโปรแกรมคอมพิวเตอรหลายตวั ดงั ตัวอยา ง การทํางานซมิ ของ Eshed Robotec ในรูป 1.6 (c) และระบบซิมของ Electronica Veneta (อิตาล)ี ในรูป 1.6 (d) a) คาปาซแิ ตนซแ ละมลั ติมิเตอร 6
b) เครอ่ื งนบั ความถึ่ รูปท่ี 1.7ดจิ ติ อลมัลตมิ ิเตอร (DMMs) อานคา ความตานทานภายนอก แรงดนั และคากระแสในรปู 1.7 (a) ซงึ่ มีDMM หลาบรูปแบบซ่ึงใชก าํ ลงั ไฟตํา่ จอ LCD สาํ หรับอานตัวที่แสดงผลต้ังแต 3 ½ หลัก DMM มีแบตเตอรท่ี ําหนา ท่จี ายแรงดนั กระแสตรง 0.7% โอหม มเิ ตอร ใชสาํ หรบั วัดคาความตานทานทตี่ าํ่ มันจะทราบขอ มูลโดยกดสวติ ช และมกี ระแสตรงอตั โนมตั ิในการเลอื ก ซง่ึ มีขนาดเล็กและมีน้าํ หนกั เพยี ง 3 ออนซ ดิจิตอลคาพาซิแตนซม เิ ตอร เปนอีกการพฒั นาหน่ึงของอเิ ล็กทรอนิกส ซึ่งแสดงในรปู 1.7 (b) ซึง่ใชว ดั หาคาความจุของคาพาซิเตอร การนบั ความถี่เปน มาตราฐานของเครือ่ งมือทดสอบทพี่ บมากในหองทดลอง ซึ่งมคี วามแมน ยาํและมีจอบอกคาความถข่ี องกระแสสลบั สญั ญาณจะมตี งั้ แต 100-1, 00,000 Hz ดังแสดงในรูป 1.7 (c) ดจิ ิตอลอิเลก็ ทรอนิกสไ ดสรางความบนั เทิงในบา นอยางมากมาย ซ่งึ แตก อ นออกแบบโดยใชระบบอนาลอก แตม าบดั นีไ้ ดใชระบบดิจิตอลในโทรทัศนและระบบเสียง ไดมีการสรา งความบันเทิงอยางตอเนือ่ ง โดยนาํ ตั้งดจิ ิตอลและอนาลอกมาใชร วมกนั บรษิ ทั ท่มี ีช่อื เสยี งในการผลติ เคร่อื งดนตรีระบบดจิ ิตอล เชน FM Digital Synthesizer คือบริษัท ยามาฮา ซึง่ แสดงดังรปู 1.8 รูปที่ 1.8 FM Digital Synthesizer 7
วงจรดจิ ิตอลอเิ ล็กทรอนิกส เปน เทคโนโลยที ่ีมีความลา้ํ สมัย ไมโครโปรเซสเซอรใ นวงจรควบคุมของรถยนต ในการควบคุมระบบหวั ฉดี อิเล็กทรอนิกส ภายในจะมไี มโครโปรเซสเซอรท ําหนา ที่ประมวลผลและส่งั การระบบฉีดนํา้ เช้อื เพลิงอตั โนมัติ ใหเหมาะสมกบั อตั ราเรง และความเรว็ ของรถ รวมทง้ัไมโครโปรเซสเซอรท ใ่ี ชค วบคุมระบบเบรก ABS และตัวเซนเซอรอ เิ ล็กทรอนิกสแบบตา ง ๆ ดงั แสดงในรปู1.9 รปู ที่ 1.9 ภายในของกลองควบคุมการจดุ ระเบดิ ของรถยนต สําหรบั รถยนตห รู ซงึ่ แสดงในรปู 1.10 จะมีระบบวดั ความเร็วรอบดวยระบบดจิ ิตอล และมีจอระบบแผนท่นี าํ ทางอตั โนมตั ิ รับขอมูลโปรแกรมจากประเทศตา ง ๆ ทางดานซายของเครือ่ งมอื และดา นขวาจะมรี ะบบจอแสดงตวั เลขของลอ เปนตน รปู ท่ี 1.10 การตกแตงภายในของรถยนต นิสสนั 8
นอกจากนี้แลวภายในบา นนกั ศึกษามชี ิน้ สว นของเครือ่ งมือดจิ ิตอล เชน นาฬกิ า เครื่องวัดอณุ หภูมิเคร่ืองวัดความเร็วลมและทิศทาง และเคร่ืองวัดความกดดนั ของอากาศ เปนการหาสภาวะอากาศโดยใชคอมพิวเตอร ซึง่ แสดงในรูป 1.11 (a) ใชร ะบบไมโครโปรเซสเซอรว ัดและทดสอบสภาวะอากาศ รูปที่ 1.11 เคร่ืองวเิ คราะหสภาวะอากาศ เมอ่ื เรว็ ๆ น้รี ะบบดิจิตอลมีการใชง านอยา งกวา งขวาง ในระบบการควบคุมอณุ หภูมิความรอ นและความเย็นในบา นพกั อาศัย โดยเคร่ืองควบคุมความรอน (Thermostats) อเิ ล็กทรอนิกส การประดิษฐเครอ่ื งไมโครเวฟสําหรบั อุนอาหาร การผลิตเคร่ืองซกั ผา อตั โนมัตแิ ละเครื่องเปาผม สวนของไมโครโปรเซสเซอรจ ะใชก ันมากในการควบคุมวงจรดจิ ติ อล แมกระท่งั ในหองนาํ้ ของนกั ศกึ ษาคงมีเทอรโมมิเตอรด จิ ิตอลเพ่อื ใชง านในชีวิตประจําวนั ดังแสดงในรปู 1.11 (b) รูปที่ 1.11 (b) เครือ่ งวัดอณุ หภูมิ 9
1.3 ทําไมตองเปน ระบบดิจิตอล ผอู อกแบบระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส รวมท้งั ชา งเทคนิคทีต่ อ งทํางานเกีย่ วขอ งกบั ระบบ ซึง่ มีท้ังระบบอนาลอกและระบบดิจติ อล ผูอ อกแบบตอ งตัดสินใจวา จะใชร ะบบอนาลอกหรอื ระบบดิจิตอล หรอื การรวมทั้งสองระบบเขาดว ยกนั ชา งเทคนคิ ตองสรางแบบเดมิ หรอื ความยุงยากและซอมดจิ ิตอล อนาลอกและระบบรวมกนั ตวั อยาง เชน การใชอิเลก็ ทรอนิกสระบบอนาลอก สาํ หรบั การวัดระดบั ของเหลวทอ่ี ยใู นถงั ดงั ในรปู 1.12 อินพตุ ในระบบเปน ความตานทาน ขบวนการท่นี ํามาใชโดยกฎของโอหม (Ohm’s Law) จากสูตรI = V/R ดานเอาทพ ตุ มีเครือ่ งมอื ชีว้ ดั ขนาดของระดับนา้ํ ในถังในระบบอนาลอก ตามรปู 1.12 น้ําจะขึ้นความตานทานอินพตุ จะตกครอ ม ความตานทานจะลดคา R เพราะกระแสจะเพม่ิ ขน้ึ กระแสเพ่ิมเพราะนํ้าในถงั สูงข้ึน รูปท่ี 1.2 ระบบแอนาลอ็ กทใี่ ชวดั ระดบั น้าํ ในถงั ดวยลกู ลอยระบบแอนะลอกในรปู ท่ี 1.12 จะใชง านไดดี เม่ือมรี ะบบประมวลผลขอ มูลท่วี ัดไดแ ละแสดงผลดวยเครือ่ งมือวดั แบบเข็ม ระบบดิจิตอลตองมีขอมูลเพอ่ื ใชในการคาํ นวณหรือจอแสดงตวั เลขและ / หรอื ซง่ึ ตอ งมีศูนยเตรียมการในการวัดของเหลวท่ีอยูใ นถงั ของระบบดจิ ติ อล ดงั แสดงในรปู ที่ 1.13 รูปท่ี 1.13 ระบบดิจติ อลใชว ดั ระดบั นํา้ ในถัง 10
อนิ พตุ จะมีคา ความตานทานซึ่งมนั จะเปนระบบอนาลอก คาความตานทานจะเปล่ียนจากระบบอนาลอกไปเปนระบบดิจติ อลดว ยวงจรแปลงสญั ญาณ อนาลอกเปน ดจิ ติ อล (Analog-to-Digital) สวนหนวยประมวลผลกลาง (The CenterProcessing Unit (CPU)) ของคอมพิวเตอรสามารถทจี่ ะนาํ ขอมูลจากระดับนํา้ ที่วัดไดมาทําการคํานวณสง่ิ ทไ่ี หลเขาออก การคาํ นวณเวลาทน่ี ํา้ จะเต็มถงั เปนตน1.4 ผลทไี่ ดในการใชด จิ ติ อลแทนระบบอนาลอก 1. ราคาไมแ พงสามารถใชต ดิ ตอ เชอื่ มโยงระบบภายนอกไดงาย 2. สามารถลดเวลาในการอานคาของขอมูล 3. สามารถนําขอ มูลมาใชสาํ หรบั การคาํ นวณคาอื่น ๆไดจ ํานวนมาก 4. ระบบสามารถออกแบบใหง ายตอ การออกแบบระบบท่ีใชใ นการควบคุม 5. ระบบสามารถโปรแกรมและแสดงผลของการควบคุมไดเ ปน รูปธรรมในความจรงิ แลว ขอ จํากดั ของระบบดจิ ิตอล จะมอี ยูเ พียงสองอยา งดงั นี้ 1. ในโลกของความจรงิ เปนระบบอนาลอก 2. อนาลอกเปน ระบบท่มี ีการตอบสนองอยางรวดเร็ว1.5 สญั ญาณดจิ ิตอลสรา งไดอยางไร สญั ญาณดิจิตอลมีระดบั แรงดัน 2 ระดบั สวนมากวงจรของนักศกึ ษาจะใชระดับแรงดนั ท่ีมี 0 V(GND) และ +5 V เรียกวา ระดบั แรงดนั TTL เพราะจะใชก บั วงจรรวมท่ีมโี ครงสรางเปนทรานซิสเตอรลอจิก สญั ญาณดจิ ิตอลชนดิ TTL สามารถสรา งไดโ ดยใชสวติ ซทางกล ดงั วงจรสวติ ซท่ีแสดงในรปู 1.14(a) สัญญาณทีเ่ กิดขึน้ จากการเคลื่อนทีข่ ึ้นลงของสวิตซในการเกิดคลน่ื ของดิจิตอลทางดานขวา เวลาในคาบt1 แรงดนั จะเปน 0 หรอื Low และ t2 แรงดันจะเปน +5 V หรือ High หรือ t3 แรงดนั จะเปน 0 V อีกครั้งหรอื Low และท่ี t4 จะเปน +5 V อีกคร้งั หรอื High ขอเสยี ของสญั ญาณดิจิตอลทีส่ รา งโดยสวติ ซทางกล คือ รูปคล่ืนของสัญลกั ษณดจิ ติ อลที่เปลยี่ นสภาวะลอกจกิ Low ไป High (พจิ ารณาจุด A ในรปู 1.14 (b)) จะเกดิ การหนว งของสัญญาณสวติ ซ(Damping) จาก Low และกลบั ไป High อีกครง้ั ซ่งึ จะเกิดในระยะเวลาทีส่ ั้นมาก (พิจารณาทจี่ ดุ B)สญั ญาณดจิ ติ อลท่สี รางไดจะมรี ปู คลืน่ เปน Low, High, Low และ high หมายเหตุ รปู ที่ 1.14 (b) แสดงระดับของแรงดัน High และ Low เปน ยานท่ีวงจรดจิ ติ อลไมสามารถกาํ หนดสภาวะลอจกิ Low หรือ High ได การแกไขการหนวงสัญญาณดิจิตอลจากสวิตซทางกล หรอื Debouncing นน้ั สามารถแกไ ขไดโดยใชวงจร Debouncing latch ดงั รูป 1.14 (c) การใชวงจงจร Debouncing รว มกับสวิตซท างกลนกั ศกึ ษาจะใชอุปกรณท างดจิ ติ อล ซ่ึงในวงจร เรียกวา ฟลิปฟลอป (Flip-flops) และจะเรยี นรายละเอียดเพมิ่ เติม ในระบบวงจรดจิ ิตอล 2 (ลอจิกเชงิ อนั ดับ) ดงั รูป 1.14 (c) ดา นเอาทพ ุตเวลาของ t1 เปน Low 11
จะมีแรงดนั เกอื บเทากบั 0 V และ t2 ทางเอาทพุตเปน High มันจะมีแรงดันประมาณ +5 V และ t3 1เปนLow และ t4 เปน High ดังแสดงในรูป 1.14 (c) รูปที่ 1.14 (a) รูปคลนื่ การเกิดการเดงของหนา สมั ผัส (Bounce) รูปที่ 1.14 (b) สัญญาณดจิ ิตอลทีม่ ีวงจรแกก ารเดงของหนา สัมผสั อกี วิธหี น่ึงในการสรางสญั ญาณดิจิตอลแบบ Low และ High นั้น เราอาจจะนําสวติ ซปมุ กด(Push-button-switch) มาใชง านแทนได ซึ้งใชสรา งสญั ญาณดจิ ติ อลดงั กลาว ถา กดปมุ ลงจะกําเนิดสัญญาณ High ถาปลอยปุมที่กดจะกาํ เนดิ สญั ญาณ Low ดงั แสดงวงจรในรปู 1.15 (a) รูป 1.15 (a) การกําเนิดสญั ญาณดวยวธิ ีการใฃสวติ ชแบบกดปมุ (Push button switch) 12
รูป 1.15 (b) การกําเนดิ สัญญาณดว ยวธิ ีการใฃสวิตชแ บบกดปมุ รวมกับวงจร one-short multivibrator เมื่อปมุ กดจะเปน High ทก่ี ําเนดิ ดา นเอาทพตุ เปน +5 V เมอื่ ปลอ ยปุมท่ีกดแรงดันดานเอาทพุตจะไมมีวงจรเปดระหวางแหลงจา ยกบั เอาทพ ตุ วงจรพิเศษท่ีกําเนดิ สัญญาณพลั สด ิจติ อลเปน รูปแบบพลั สเ ดี่ยว (Single shot pulse) ดงั แสดงในรปู 1.15 (b) แสดงสวติ ซป ุมกดท่ีตอ กับวงจร One-shot multivibrator ขณะทที่ ําการกดปุมสญั ญาณพัลสท างบวกจะออกทางวงจร One-shot ความกวา งของพัลสท างเอาทพ ุทขึน้ อยกู ับการออกแบบวงจรมัลตไิ วเบรเตอร ซึง่ นักศึกษาสามารถกําหนดคาความกวา งของพัลสไ ดต ามตองการ สาํ หรบั การสรา งสัญญาณดิจิตอลท่กี าํ เนิดพลั สไดอ ยางตอเนอื่ ง ตองใชวงจร Multivibrator (MV)อีกชนิดหนงึ่ เรยี กวา วงจรอะสเตเบิล มัลตไิ วเบรเตอร (Astable multivibrator) หรอื Free-runningmultivibrator ในวงจรดิจิตอลมนั คือ ตวั กําเนิดสัญญาณนาฬกิ า (Clock) สัญญาณทกี่ ําเนิดตวั Free-running MV ไมต อ งการสญั ญาณสวิตซจ ากภายนอกหรือสญั ญาณจากภายนอก ลกั ษณะรูปคล่ืนสัญญาณนาฬกิ าทกี่ ําเนิดไดของ Free-running MV จะแสดงในรปู 1.16เคร่อื งกําเนดิ สัญญาณชนิด Free-running MV จะกําเนิดสญั ญาณพลั สต อ เนอ่ื ง มีระดบั แรงดันตาม แบบของ TTL ซง่ึ เอาทพุตแสดงในรปู 1.16 จะเปน Low ที่ประมาณ 0 Vและ High ทป่ี ระมาณ +5 V ในหองทดลองนักศึกษาจะตองการใชสัญญาณดิจติ อลทง้ั สองลักษณะ คือสัญญาณดจิ ิตอลท่ใี ชปุมกดและสญั ญาณดจิ ิตอลแบบ Free-running clocks ท่กี ําเนดิ สัญญาณดิจิตอลตามระดบั สญั ญาณแรงดันของระบบ TTL ซง่ึ แสดงในรูป 1.14, 1.15 และ 1.16 ในหอ งทดลองนักศึกษาสามารถใชสวิตซก าํ เนิดสญั ญาณลอกจกิ การใชว งจรแลตช (Latch) ชวยในการลด Debouncing ในรปู1.14 (c) หรืออาจใชส ญั ญาณพัลสในการทริกวงจรดิจิตอล โดยการใชสวิตซรวมกบั วงจร One-shotmutivibrator ซง่ึ แสดงในรูป 1.15 (b) หรอื ทายท่ีสุดนกั ศึกษาอาจจะตองใชพ ัลส ดิจิตอลชนิด TTL อยางตอเน่ือง ซงึ่ กาํ เนิดจากวงจร Free-running MV มันจะทําใหเกิดสญั ญาณพลั สตามท่ีนกั ศึกษาตอ งการ ซ่ึงแสดงในรูป 1.16 รปู ที่ 1.16 วงจรกาํ เนิดสัญญาณพลั สดิจิตอลแบบตอ เนือ่ งแบบ Free Running Multivibrator 13
วงจรรวมขนาดเลก็ ทีใ่ ชอ ุปกรณสว นประกอบภายนอกเพียงเล็กนอย เชน ตวั ตานทานตวั เก็บประจุและตัวทรานซิสเตอร สวนประกอบจะใชง านไดงายและมรี าคาต่าํ ซึ่งวงจรรวมเหลา นส้ี ามารถทําหนา ที่สรางสัญญาณพัลสไ ดเ ชน เดียวกบั วงจร Free-running MV ดงั แสดงในรปู 1.17 (a) รปู ท่ี 1.17 (a) วงจรกาํ เนิดสัญญาณนาฬกิ าทีใ่ ชแ ผงวงจรรวม (IC) ตงั้ เวลาเบอร 555 วงจรกําเนดิ สัญญาณนาฬิกาจะผลิตความถ่ีทีต่ ่าํ (1-2 Hz) ในระดบั เอาทพ ุต TTL วงจร Free-running MV ใชวงจรรวมตงั้ เวลาเบอร 555 โดยใชตัวตา นทานและตวั เก็บประจแุ ละแหลงจายขนาด 5 V เม่ือนาํ วงจรรวมต้งั เวลาเบอร 555 ในรปู 1.17 (a) มาประกอบลงแผงตอ วงจรทดลองชนดิ Photobread ดังรปู 1.17 (b) โดยตอ ขา 1 เขากับ GND และตอ ขา 4 เขากับแหลงจาย +5 V เอาทพ ุตสัญญาณดิจิตอลแบบ TTL จะปรากฏที่ขา 3 ดังรูป 1.1.7 (b) รูปท่ี 1.1.7 (b) การตอ สายวงจรกาํ เนดิ สญั ญาณนาฬกิ า ดวยแผงวงจรรวม (IC) ตัง้ เวลาเบอร 555 ประกอบลงแผงตอ วงจรทดลองชนดิ Photo bread 14
1.6 การทดสอบสัญญาณดิจิตอล ในการสรางวงจรดจิ ิตอลน้ัน การเลือกอปุ กรณที่ใชในการทดสอบสภาวะลอจิก โดยการทดสอบทางดานเอาตพ ุตของวงจรดิจิตอลจะตอ งมีหลักพิจารณา ดงั ตัวอยางวงจรในรปู 1.18 (a) อนิ พตุ เราใชสวิทช SPDT และแหลงจายไฟฟาขนาด + 5 v. เอาทพ ตุ ที่จะแสดงสภาวะลอจิกคอื หลอด LED มตี ัวตานทาน 150 Ω ตอ อนุกรมเพ่อื จาํ กดั กระแสทไี หลผานในหลอด LED เมอ่ื สวทิ ชในรปู 1.18 (a) อยทู ี่ตาํ แหนง High (สงู ) + 5 v. เปนการจา ยแรงดัน 5 v. ไดท างดานขั้วแอโนด ของ LED , LED จะเกดิ การไบแอสตรง กระแสจะไหลขน้ึ แลหลอด LED จะสวา ง ถาสวิทชอยูในตาํ แหนง Low (ลา ง) ข้ัวของแอโนดและแคโทดของLED จะลงดนิ และมันจะไมสวา ง การวัดในคร้งั น้สี ภาวะทส่ี วางหมายถงึ High และสภาวะดบั หมายถึง Low นค่ี อื หลักการเบือ้ งตน ในการวดั และทดสอบสญั ญาณดิจิตอล รปู ที่ 1.18 (a) วงจร LED แสดงผลของสภาวลอจิกอยางงา ย ในการดสู ัญญาณลอจกิ ทางเอาทพุตของวงจรดจิ ิตอลที่ใชใ นการวัดในรูป 1.18 (b) เปน วงจรอยางงายของของสวิตชลอจิก จากอินพตุ สวทิ ชลอจกิ จะทาํ งานเหมือนรูป 1.18 (a) ทางดานเอาทพุตนนั้ LEDจะตอความตานทานจาํ กดั กระแสอนุกรมอยู เม่ือสวทิ ชลอจกิ ในรปู 1.18 (b) กําเนิดสญั ญาณ Low หลอดLED เมือ่ สวทิ ชลอจกิ ผลิตสัญญาณ High หลอด LED จะสวา ง รูปที่ 1.18 (a) แสดงการตอ ลอจกิ สวติ ชเ ขา กับ LED เพอื่ แสดงผลสภาวะลอจกิ 15
อีกตัวอยา งหน่ึงของการใช LED แสดงสภาวะลอจิกทางดานเอาทพตุ แสดงในรูป 1.19 หลอดLED จะตอภายนอกเหมือนทีแ่ สดงในครัง้ กอน สภาวะ High หลอดจะสวา งและสภาวะ Low หลอดจะไมสวา ง หลอด LED ในรปู 1.19 จะมีทรานซิสเตอรต อตรงทางดา นอินพุต วงจรทรานซสิ เตอรในรปู 1.19 นี้ตอ ข้ึนเพื่อขบั LED ในระบบทต่ี องการแสดงผลดว ย LED ขนาดใหญหรอื จํานวนหลายๆดวง เนอ่ื งจากทรานซิสเตอรสามารถชวยขยายกระแสใหเพียงพอตอการขับ LED ขนาดใหญๆ ได รูปที่ 1.19 วงจรทรานซสิ เตอรอ ขน้ึ เพอ่ื ขับ LED ที่ตองการแสดงผลดวย LED ขนาดใหญหรือจํานวน หลายๆ ตัว พจิ ารณาเอาตพ ุตของวงจรแสดงสภาวะลอจกิ ซึ่งใช LED 2 หลอด แสดงในรูป 1.20 เม่ืออินพตุเปน High (+5 V.) LED ตัวลา งจะแสดงตัวบนจะดับ เมื่ออินพุตเปน Low (GND) LED ตวั บนจะสวา งสว นตัวลางจะดบั ถา จุด Y ในวงจรในรูป 1.20 ถาไมมสี ัญญาณ High หรือ Low หรือไมตอ จดุ ใด ๆ ในวงจร LED ทง้ั คูจะสวาง รปู ท่ี 1.20 วงจรแสดงสภาวะลอจกิ สูงและลอจกิ ตํา่ ดวย LED 2 ดวง 16
ในวงจรไฟฟาแรงดนั เอาตพตุ จากวงจ รสามารถวัดไดโ ดยโวลตมิเตอร ในทาํ นองเดียวกนั วงจรดจิ ิตอลท่ีใชส ัญญาณลอจกิ แบบ TTL แรงดันจาก 0 ถึง 0.8 V. คือสภาวะลอจิก Low และแรงดนั ระหวา ง2 ถึง 5 V. คอื สภาวะลอจกิ High แรงดันระหวาง 0.8 ถงึ 2 V. ไมม ขี อบเขตและสัญญาณดงั กลาวในวงจรTTLถอื วา ไมม ีสภาวะลอจกิ เปนสัญญาณในยา นสัญญาณรบกวน รูปท่ี 1.21 วงจรลอจิกโปรบที่ใชว งจรรวม (IC) ตั้งเวลาเบอร 555 เครื่องมอื ทใ่ี ชใ นการวดั ระดับลอจิกเอาตพตุ ของวงจรดิจติ อล คอื ลอจกิ โพรบ (Logic probe) ซง่ึมีราคาไมแพง นักศกึ ษาสามารถสรา งขน้ึ เองไดโ ดยดจู ากรปู 1.21 (a) ลอจิกโพรบใชในการวดั ระดบั ลอจกิในวงจร TTL ข้ันตอนในการใช คือ 1. ตอ สายแดง + 5 V. ท่แี หลง จายแรงดนั + 5 V. ของวงจรท่ีทดสอบ 2. ตอ สายดํา (GND) ไปท่ี GND ของวงจรที่ทดสอบ 3. ตอสายท่ี 3 (TTL) ไปท่ี GND ของวงจรทีท่ ดสอบ 4. แตะปลายของหวั วัด (Probe tip) กบั จดุ ท่ีจะทดสอบในวงจร 5. LED จะแสดงในรปู 1.21 (a) ถาสวา งทั้งคแู สดงวา สภาวะทางลอจิกท่ีวัดได คอื จดุ ท่ไี มใ ชขอบเขตระหวา ง High และ Low (ยานรบกวน) ถา มีลอจกิ High, LED High จะตดิ และถาเปนลอจิกLow, LED Low จะติด ลอจิกโพรบในรปู 1.21 (a) สามารถใชก ับวงจรดิจิตอลแบบ (CMOS) ได (CMOS คือComplementary Metal Oxide Semicondutor) ถาใชลอจิกโพรบ จะใชว ัดระดับของลอจิกของซมี อส สายท่ี 3 (TTL) จะไมตอ ใชงาน สายสีแดงจะตอเขาตําแหนง (+) ของแหลงจา ยและสายสีดาํ จะตอGND นาํ ปลายของหัววดั แตะทดสอบท่ีจดุ ซีมอสของวงจรดจิ ิตอล และไฟ LED จะบอกคา ซมี อสเปน Highและ Low 17
วงจรการทาํ งานของลอจิกโพรบดังกลาว แสดงในรูป 1.21 (b) โดยใชวงจรรวมต้งั เวลาเบอร 555จะใชในวงจรนกี้ ับแรงดันแรงดนั ของแหลงจา ยตงั้ แต 5 v. ถงึ 18 v. วงจร TTL จะใชแ รงดนั ในการปฏิบตั งิ านเพยี ง 5 v. วงจรซีมอสใชแรงดันสงู สดุ 15 v. ซึ่งจะแสดงการตอ วงจรในรปู 1.21 (b) สายสแี ดงจะตอ เขา กับดานบวกของแหลงจาย และสายสีดาํ จะตอ ท่ี GND ถา วงจรทดสอบเปน ทีทีแอล สายทที ีแอล (GND) จะตอกับ GND ถาวงจรทดสอบเปนซีมอส สายทีทแี อล (GND) จะไมตอ ใชง าน อินพตุ ของลอจกิ โพรบจะแสดงบนดานซา ยในขา 2 และขา 5ของIC ถา อินพตุ เปน High ไฟดานบน (D5) จะสวา งและถา อินพุตไมต อ สญั ญาณใด ๆ ไฟทั้งคูจะสวาง (D5และ D6) วงจรลอจกิ โพรบในรูป 1.21 มกี ารตอบสนองทีแ่ ตกตา งกัน ระหวางวงจรดจิ ติ อลท่ีใชข อซมี อสและวงจรดจิ ติ อลท่ีใชทีทีแอล รปู ที่ 1.22 แสดงทที ีแอลและซมี อส ในลกั ษณะของรอ ยละของคาระดับแรงดนั ในแหลงจา ย สาํ หรับแหลง จา ยทที แี อลซงึ่ ใชแหลงจาย 5 v. ลอจิกโพรบนจี้ ะตรวจสอบสภาวะลอจิกHigh ดวยแรงดันตง้ั แต 2 v. ถึง 5 v. และสภาวะลอจิก Low ตง้ั แต 0.8 v. จนถึง 0 v. ในหอ งทดลองของนกั ศกึ ษาสามารถทจ่ี ะสรางลอจิกโพรบขึ้นใชงานเองได ดังแสดงในรูป 1.21หรอื นักศกึ ษาจะตอ งใชล อจิกโพรบในการตรวจสอบการทาํ งานของวงจรดิจิตอล การปฏิบัตงิ านและความแตกตา งของวงจรดิจติ อลแบบซมี อสและทีทแี อล นักศกึ ษาจึงจําเปน ตอ งศกึ ษาใหเ ขาใจเกยี่ วกับนักศกึ ษาลักษณะของวงจรดจิ ติ อลทั้ง 2 แบบอยางชัดเจน รปู ท่ี 1.22 แผนภาพแสดงกาํ หนดสภาวะลอจกิ ท่ีระดับแรงดันตางๆ ของไอซีทที แี อลและซมี อส1.7 สรปุ 1. สัญญาณแอนะลอกมคี วามเปน เชิงเสน และมคี วามตอ เนื่องของระดับแรงดนั สญั ญาณดิจิตอลจะแสดงระดับแรงดนั เพยี ง 2 ระดบั เทา น้ัน คือ High และ Low (+5 V. และ 0 V.) 2. คอมพวิ เตอรรวมอยูในไมโครคอมพวิ เตอร ทําข้ึนจากสวนประกอบที่ใชในวงจรรวมดจิ ิตอลท้ังสิ้น และการคาํ นวณจะเปน ระบบดจิ ิตอล 3. เครื่องมืออิเล็กทรอนิกสที่ทนั สมัยมีสว นตาง ๆ ของระบบแอนะลอกและระบบดิจติ อลใชง านรวมกนั 18
4. ระดับของสภาวะลอจกิ จะมีการเปลี่ยนแปลงเกดิ ข้นึ ในวงจรดิจติ อล ทใ่ี ชวงจรรวมชนดิ ทีทแี อลและวงจรรวมชนิดซมี อส ซึ่งอางถงึ ระดบั High , Low และยานสัญญาณรบกวน (Noise Margin) ดังแสดงในรปู 1.22 5. วงจรดจิ ิตอลใชง านกนั อยางกวา งขวางและสามารถหาไดงายและมีราคาตํา่ วงจรดิจิตอลมีประโยชนโ ดยตรงกับคอมพวิ เตอร การเก็บรวบรวมขอมูล การออกแบบวงจรควบคมุ ระบบตา ง ๆ 6. Monostable และ Astable Multivibrators ใหก าํ เนดิ สญั ญาณดิจิตอลเรียกวาOne-shot และ Free-running multivibretors โดยลําดับ 7. สภาวะลอจกิ ในวงจรดจิ ติ อลสามารถตรวจสอบไดด ว ย LED หรอื อาจใชโ วลตม ิเตอร หรือลอจิกโพรบ จะพบเครือ่ งมอื เหลานี้ในหองทดลองของนกั ศึกษา แบบฝกหดั บทที่ 1จงตอบคําถามตอ ไปนี้ 1. ดจิ ติ อลอิเล็กทรอนิกสท นี่ ําไปใชใ นงานเคร่อื งมือวัดไฟฟา ใหประโยชนด ีกวาระบบแอนลอก อยา งไร 2. ขอ แตกตา งที่ชัดเจนระหวางแอนลอกอิเลก็ ทรอนกิ สและดจิ ติ อลอิเล็กทรอนกิ สค ืออะไร 3. จงบอกวิธีการทนี่ กั ศึกษาจะวัดสัญญาณดจิ ิตอลมาอยางนอย 2 วิธี 4. จงบอกถึงความแตกตา งระหวางสภาวะลอจกิ ของวงจรรวมดิจิตอลแบบทีทีแอล (TTL) และแบบ ซีมอส (CMOS) มาโดยละเอยี ด 5. จงบอกหนา ท่กี ารทาํ งานของลอจิกโพรบมาพอเขาใจ 6. ในวงจรดจิ ิตอล ลอจิก High และลอจิก Low มีความหมายอยางไร? 7. วงจรรวมต้ังเวลาเบอร 555 นํามาสรา งเปน ตวั กาํ เนดิ สญั ญาณดจิ ติ อลความถ่ี 10 Hz ไดห รอื ไม ทาํ ไดอยางไร 8. คน ควาหาวธิ ีการสรา งตวั กาํ เนดิ สัญญาณดิจิตอล โดยใชว ิธอี ื่น นอกจากการใชว งจรรวมตัง้ เวลา เบอร 555 9. ไดโอดเปลงแสง (LED) นํามาใชวัดสญั ญาณลอจิกของวงจรดิจติ อลไดหรอื ไม? ถา ไดค วรใชว งจร ใดจงึ จะดีที่สดุ ยกตวั อยางพรอ งทง้ั ใหเหตผุ ล 10. จงสรปุ ถงึ ขอ ดแี ละประโยชนข องระบบดิจิตอลอิเล็กทรอนิกสม าอยางละ 4 ขอ 19
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: