Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore pdf_20230804_130159_0000

pdf_20230804_130159_0000

Published by kritsakorn062000, 2023-08-04 05:58:17

Description: pdf_20230804_130159_0000

Search

Read the Text Version

ประวัติของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ด.ช.กฤษกร อินทุใสย์ เลขที่2 ม.1/10

ไอน์สไตน์เกิดในเมืองอุล์ม ราชอาณาจักรเวือร์ทเทิมแบร์ค สมัย จักรวรรดิเยอรมัน ห่างจากเมืองชตุทการ์ทไปทางตะวันออก ประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่ งในปั จจุบันคือรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิม แบร์ค ประเทศเยอรมนี บิดาของเขาชื่อว่า แฮร์มานน์ ไอน์สไตน์ เป็นพนักงานขายทั่วไปซึ่ งกำลังทำการทดลองเกี่ยวกับเคมีไฟฟ้ า มารดาชื่อว่า พอลลีน โดยมีคนรับใช้หนึ่ งคนชื่อ คอช ทั้งคู่ แต่งงานกันในโบสถ์ในสตุ๊ทการ์ท (เยอรมัน: STUTTGART-BAD CANNSTATT) ครอบครัวของเขาเป็นชาวยิว (แต่ไม่เคร่งครัด นัก) อัลเบิร์ตเข้าเรียนในโรงเรียนประถมคาธอลิก และเข้าเรียน ไวโอลิน ตามความต้องการของแม่ของเขาที่ยืนยันให้เขาได้เรียน เมื่อเขาอายุได้ห้าขวบ พ่อของเขานำเข็มทิศพกพามาให้เล่น และ ทำให้ไอน์สไตน์รู้ว่ามีบางสิ่ งบางอย่างในพื้นที่ที่ว่างเปล่า ซึ่ งส่ ง แรงผลักเข็มทิศให้เปลี่ยนทิศไป เขาได้อธิบายในภายหลังว่า ประสบการณ์เหล่านี้คือหนึ่ งในส่ วนที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เขา ในชีวิต แม้ว่าเขาชอบที่จะสร้างแบบจำลองและอุปกรณ์กลได้ใน เวลาว่าง เขาถือเป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ช้า สาเหตุอาจเกิดจากการที่เขา มีความพิการทางการอ่านหรือเขียน (DYSLEXIA) ความเขินอาย ซึ่ งพบได้ทั่วไป หรือการที่เขามีโครงสร้างสมองที่ไม่ปกติและหา ได้ยากมาก (จากการชันสู ตรสมองของเขาหลังจากที่ไอน์สไตน์ เสี ยชีวิต) เขายกความดีความชอบในการพัฒนาทฤษฎีของเขาว่า เป็นผลมาจากความเชื่องช้าของเขาเอง โดยกล่าวว่าเขามีเวลา ครุ่นคิดถึงอวกาศและเวลามากกว่าเด็กคนอื่น ๆ เขาจึงสามารถ สามารถพัฒนาทฤษฎีเหล่านี้ได้ โดยการที่เขาสามารถรับความรู้ เชิงปั ญญาได้มากกว่าและนานกว่าคนอื่น ๆ

ไ อ น์ ส ไ ต น์ เ ริ่ ม เ รี ย น ค ณิ ต ศ า ส ต ร์ เ มื่ อ ป ร ะ ม า ณ อายุ 12 ปี โดยที่ลุงของเขาทั้งสองคนเป็นผู้อุป ถัมถ์ความสนใจเชิงปั ญญาของเขาในช่วงย่าง เข้าวัยรุ่นและวัยรุ่น โดยการแนะนำและให้ยืม หนังสื อซึ่ งเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และ คณิตศาสตร์ ใน พ.ศ. 2437 เนื่องมาจากความล้มเหลวใน ธุรกิจเคมีไฟฟ้ าของพ่อของเขา ทำให้ครอบครัว ไอน์สไตน์ย้ายจากเมืองมิวนิก ไปยังเมืองพาเวีย (ใกล้กับเมืองมิลาน) ประเทศอิตาลี ในปี เดียวกัน เขาได้เขียนผลงานทางวิทยาศาสตร์ชิ้น หนึ่ งขึ้ นมา (คือ \"การศึกษาสถานะของอีเธอร์ใน สนามแม่เหล็ก\") โดยที่ไอน์สไตน์ยังอาศัยอยู่ใน บ้ า น พั ก ใ น มิ ว นิ ก อ ยู่ จ น เ รี ย น จ บ จ า ก โ ร ง เ รี ย น โดยเรียนเสร็จไปแค่ภาคเรียนเดียวก่อนจะลา ออกจากโรงเรียนมัธยมศึกษา กลางฤดูใบไม้ผลิ ในปี พ.ศ. 2438 แล้วจึงตามครอบครัวของเขา ไปอาศัยอยู่ในเมืองพาเวีย เขาลาออกโดยไม่ บอกพ่อแม่ของเขา และโดยไม่ผ่านการเรียน หนึ่ งปีครึ่ งรวมถึงการสอบไล่ ไอน์สไตน์เกลี้ย กล่อมโรงเรียนให้ปล่อยตัวเขาออกมา โดยกล่าว ว่ า จ ะ ไ ป ศึ ก ษ า เ ป็ น นั ก ศึ ก ษ า แ พ ท ย์ ฝึ ก หั ด ต า ม คำ เชิญจากเพื่อนผู้เป็นแพทย์ของเขาเอง โรงเรียน ยินยอมให้เขาลาออก แต่นี่หมายถึงเขาจะไม่ได้ รั บ ใ บ รั บ ร อ ง ก า ร ศึ ก ษ า ชั้ น

แม้ว่าเขาจะมีความสามารถชั้นเลิศในสาขาวิชา คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แต่การที่เขาไร้ ความรู้ใด ๆ ทางด้านศิลปศาสตร์ ทำให้เขาไม่ ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าสถาบันเทคโนโลยี แห่งสหพันธ์สวิสในเมืองซือริช (เยอรมัน: EIDGENÖSSISCHE TECHNISCHE HOCHSCHULE หรือ ETH) ทำให้ครอบครัวเขา ต้องส่ งเขากลับไปเรียนมัธยมศึกษาให้จบที่อา รอในสวิตเซอร์แลนด์ เขาสำเร็จการศึกษาและ ได้รับใบอนุปริญญาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2439 และสอบเข้า ETH ได้ในเดือนตุลาคม แล้วจึงย้ายมาอาศัยอยู่ในเมืองซือริช ในปี เดียวกัน เขากลับมาที่บ้านเกิดของเขาเพื่อเพิก ถอนภาวะการเป็นพลเมืองของเขาในเวอร์เทม บูรก์ ทำให้เขากลายเป็นผู้ไร้สั ญชาติ ใน พ.ศ. 2443 เขาได้รับประกาศนียบัตร สำ เ ร็ จ ก า ร ศึ ก ษ า จ า ก ส ถ า บั น เ ท ค โ น โ ล ยี แ ห่ ง ส ม า พันธรัฐสวิส ได้รับสิ ทธิ์พลเมืองสวิสในปี พ.ศ. 2444 และ พ.ศ. 2448 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เรียนจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยซือริ ช[14]

มิเลวา มาริค ภรรยาของ ไอน์สไตน์ ก่อนหน้านี้ เขามีแฟนคนแรกตอนเรียนมัธยมชื่อ มารี วินเทเลอร์ แต่ต้องแยกย้ายกันไปเมื่อเขาเข้าเรียน มหาวิทยาลัย ไอน์สไตน์มีบุตรสาวหนึ่ งคนกับมิเลวา มาริค ชื่อว่า ไล แซล (LIESERL) คาดว่าเกิดในตอนต้นปี พ.ศ. 2445 ที่ เมือง NOVI SAD[19] ไอน์สไตน์แต่งงานกับมิเลวาเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2446 แม้จะถูกมารดาคัดค้านเพราะนางมีอคติกับชาว เซิร์บ และคิดว่ามาริคนั้น \"แก่เกินไป\" ทั้งยัง \"หน้าตา อัปลักษณ์\"[20][21] ความสั มพันธ์ของคนทั้งสองค่อน ข้างจะเป็นส่ วนตัวและเป็นคู่ชีวิตที่มีสติปั ญญา ใน จดหมายฉบับหนึ่ งถึงหล่อน ไอน์สไตน์เรียกมาริคว่า \"สิ่ ง มีชีวิตที่เสมอกันกับผม ผู้ซึ่ งแข็งแรงและมีอิสระเฉกเช่น เดียวกัน\"[22] มีการถกเถียงกันอยู่เป็นบางคราวว่า มา ริคมีอิทธิพลต่องานของไอน์สไตน์บ้างหรือไม่ อย่างไร ก็ตาม นักประวัติศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์ต่างลงความ เห็นเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่มี[23][24][25] บุตรคนแรกของ ไอน์สไตน์กับมิเลวา คือ ฮั นส์ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เกิด เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 ที่กรุงแบร์น ประ เทศสวิตเซอร์แลนด์ บุตรคนที่สองคือ เอดูอาร์ด เกิดที่ซื อริชเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2453

อัลเบิร์ตกับมาริคหย่ากันเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2462 หลังจาก แยกกันอยู่ 5 ปี ในวันที่ 2 มิถุนายนปี เดียวกันนั้น ไอน์สไตน์แต่งงานกับ เอลซา โลเวนธาล (นี ไอน์สไตน์) นางพยาบาลที่ช่วยดูแลอภิบาล ระหว่างที่เขาป่ วย เอลซาเป็นญาติ ห่างๆ ทั้งทางฝั่ งพ่อและฝั่ งแม่ของ ไอน์สไตน์ ครอบครัวไอน์สไตน์ช่วย กันเลี้ยงดู มาร์ก็อต และ อิลเซ ลูกสาวของเอลซาจากการแต่งงาน ครั้งแรกของเธอ[26] แต่ทั้งสองคน ไม่มีลูกด้วยกัน อยู่ด้วยกันตลอดจน เธอป่ วยเสี ยชีวิตในปีคศ 1936

ช่วงตินวัยเด็กขอ งอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ไอน์สไตน์เกิดในเมืองอุล์ม ราชอาณาจักรเวื อร์ทเทิมแบร์ค สมัยจักรวรรดิเยอรมัน ห่าง จากเมืองชตุทการ์ทไปทางตะวันออกประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่ งในปั จจุบันคือรัฐบาเดิน-เวื อร์ทเทิมแบร์ค ประเทศเยอรมนี บิดาของเขา ชื่อว่า แฮร์มานน์ ไอน์สไตน์ เป็นพนักงานขาย ทั่วไปซึ่ งกำลังทำการทดลองเกี่ยวกับเคมี ไฟฟ้ า มารดาชื่อว่า พอลลีน โดยมีคนรับใช้ หนึ่ งคนชื่อ คอช ทั้งคู่แต่งงานกันในโบสถ์ในส ตุ๊ทการ์ท (เยอรมัน: STUTTGART-BAD CANNSTATT) ครอบครัวของเขาเป็นชาวยิว (แต่ไม่เคร่งครัดนัก) อัลเบิร์ตเข้าเรียนใน โรงเรียนประถมคาธอลิก และเข้าเรียน ไวโอลิน ตามความต้องการของแม่ของเขาที่ ยืนยันให้เขาได้เรียน

เมื่อเขาอายุได้ห้าขวบ พ่อของเขานำเข็มทิศพกพามา ให้เล่น และทำให้ไอน์สไตน์รู้ว่ามีบางสิ่ งบางอย่างใน พื้นที่ที่ว่างเปล่า ซึ่ งส่ งแรงผลักเข็มทิศให้เปลี่ยนทิศ ไป เขาได้อธิบายในภายหลังว่าประสบการณ์เหล่านี้ คือหนึ่ งในส่ วนที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เขาในชีวิต แม้ว่าเขาชอบที่จะสร้างแบบจำลองและอุปกรณ์กล ได้ในเวลาว่าง เขาถือเป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ช้า สาเหตุ อ า จ เ กิ ด จ า ก ก า ร ที่ เ ข า มี ค ว า ม พิ ก า ร ท า ง ก า ร อ่ า น ห รื อ เขียน (DYSLEXIA) ความเขินอายซึ่ งพบได้ทั่วไป หรือการที่เขามีโครงสร้างสมองที่ไม่ปกติและหาได้ ยากมาก (จากการชันสู ตรสมองของเขาหลังจากที่ ไอน์สไตน์เสี ยชีวิต) เขายกความดีความชอบในการ พั ฒ น า ท ฤ ษ ฎี ข อ ง เ ข า ว่ า เ ป็ น ผ ล ม า จ า ก ค ว า ม เ ชื่ อ ง ช้ า ของเขาเอง โดยกล่าวว่าเขามีเวลาครุ่นคิดถึง อวกาศและเวลามากกว่าเด็กคนอื่น ๆ เขาจึง สามารถสามารถพัฒนาทฤษฎีเหล่านี้ได้ โดยการที่ เขาสามารถรับความรู้เชิงปั ญญาได้มากกว่าและ นานกว่าคนอื่น ๆ

วาระสุ ดท้ายของชีวิต ในช่วงปลายทางของชีวิตไอน์สไตน์พยายาม คิ ด ค้ น ท ฤ ษ ฎี ที่ จ ะ ส า ม า ร ถ อ ธิ บ า ย แ ร ง พื้ น ฐ า น ธรรมชาติทุกชนิดได้ภายในทฤษฏีเดียวเรียกว่า ทฤษฎีสนามรวม (UNIFIED FIELD THEORY) แต่ไม่สำเร็จ วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2498 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (ALBERT EINSTEIN) นัก ฟิสิ กส์ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 20 เสี ยชีวิตด้วย โรคหัวใจวาย ที่เมืองพรินซ์ตัน รัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกา ด้วยวัย 76 ปี ทฤษฎีในฝั นของ ไอน์สไตน์คงต้องรอยอดอัจฉริยะคนใหม่มาสาน งานต่อให้ลุล่วง แต่ผลงานของเขานั้นมากมาย และยิ่งใหญ่มากแทบไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์คนหนึ่ งจะ ทำได้

งานในสำนักงาน สิ ทธิบัตร หลังจากจบการศึกษา ไอน์สไตน์ไม่สามารถหางานสอน หนังสื อได้ หลังจากเพียรพยายามอยู่เกือบสองปี พ่อ ของอดีตเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่ งก็ช่วยให้เขาได้งานทำที่ สำนักงานสิ ทธิบัตรในกรุงแบร์น[15] ในตำแหน่งผู้ช่วย ตรวจสอบเอกสาร หน้าที่ของเขาคือการตรวจประเมิน ใบสมัครของสิ ทธิบัตรในหมวดหมู่อุปกรณ์แม่เหล็กไฟฟ้ า ในปี พ.ศ. 2446 ไอน์สไตน์ก็ได้บรรจุเข้าเป็นพนักงาน ประจำ หลังจากถูกมองข้ามมานานจนกระทั่งกลายเป็นผู้ เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจักรกล[16] ไอน์สไตน์กับเพื่อนหลายคนที่รู้จักกันในแบร์น ได้รวม กลุ่มกันเป็นชมรมเล็กๆ สำหรับคุยกันเรื่องวิทยาศาสตร์ และปรัชญา ตั้งชื่อกลุ่มอย่างล้อเลียนว่า \"THE OLYMPIA ACADEMY\" พวกเขาอ่านหนังสื อร่วมกันเช่น งานของปวงกาเร แม็ค และฮู ม ซึ่ งส่ งอิทธิพลต่อ แนวคิดด้านวิทยาศาสตร์และปรัชญาของไอน์สไตน์ มาก[17] ตลอดช่วงเวลาเหล่านี้ ไอน์สไตน์แทบจะไม่ได้เข้าไปข้อง เกี่ยวใดๆ กับชุมชนทางฟิสิ กส์ เลย[18] งานที่สำนักงาน สิ ทธิบัตรของเขาโดยมากจะเกี่ยวกับปั ญหาเรื่องการส่ ง สั ญญาณไฟฟ้ าและการซิงโครไนซ์ทางเวลาระหว่าง ระบบไฟฟ้ ากับระบบทางกล ซึ่ งเป็นสองปั ญหาหลักทาง เทคนิคอันเป็นจุดสนใจของการทดลองในความคิดยุคนั้น ซึ่ งในเวลาต่อมาได้ชักนำให้ไอน์สไตน์ไปสู่ ผลสรุปอันลึก ซึ้ งเกี่ยวกับธรรมชาติของแสงและความเกี่ยวพันพื้นฐาน ระหว่างอวกาศกับเวลา[16][17]


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook