Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือความรู้เรื่อง-อารยธรรมเมโสโปเตเมีย1

หนังสือความรู้เรื่อง-อารยธรรมเมโสโปเตเมีย1

Published by pattaraponchaiyachot, 2020-04-05 08:07:09

Description: หนังสือความรู้เรื่อง-อารยธรรมเมโสโปเตเมีย1

Search

Read the Text Version

Mesopotamia เมโสโปเตเมยี เป็ นแหล่งอารยธรรมทมี่ คี วามเก่าแก่ทส่ี ุด แห่งหน่ึง เมโสโปเตเมยี แปลว่า ดนิ แดนระหว่างแม่นา้ สองสายคือ แม่นา้ ไทกรีสและยูเฟรทสี (ปัจจุบนั คือ ดนิ แดนส่วนใหญ่ของประเทศอริ ัก) ระหว่างสองฝ่ังแม่นา้ ท้งั สองสายเป็ นพืน้ ดนิ ทมี่ คี วามอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่ การเพาะปลูก

บทนำ เมโสโปเตเมยี Mesopotamia เมโซโปตามอี าเป็ น เมโสโปเตเมยี เป็ นแหลง่ อารยธรรมทีม่ คี วาม คากรีกโบราณ ตามรปู ศพั ทแ์ ปลวา่ \"ท่ี เกา่ แกท่ ีส่ ดุ แหง่ หนงึ่ เมโสโปเตเมีย แปลว่า ดนิ แดนระหว่างแมน่ า้ สองสายคือ แมน่ า้ ไท ระหวา่ งแมน่ า้ \" (meso = กลาง + potamia = กรีสและยเู ฟรทีส (ปัจจบุ นั คือดนิ แดนส่วน แมน่ า้ ) โดยมีนยั หมายถึง \"ดนิ แดนระหว่าง ใหญข่ องประเทศอิรกั ) ระหว่างสองฝัง่ แมน่ า้ แมน่ า้ แมน่ า้ ไทกริสกบั ยเู ฟรทีส\" ดนิ แดน ทงั้ สองสายเป็ นพ้ืนดนิ ทม่ี คี วามอดุ มสมบรู ณ์ ดงั กลา่ วนเ้ี ป็ นสว่ นหนง่ึ ของ \"พระจนั ทรเ์ สย้ี ว เหมาะแกก่ ารเพาะปลกู ทาใหก้ ลมุ่ ชนชาติ อนั อดุ มสมบรู ณ\"์ (Fertile Crescent) ซ่ึงเป็ น ตา่ งๆเขา้ มาทามาหากนิ และสรา้ งอารยธรรม ดนิ แดนรปู ครึ่งวงกลมผืนใหญ่ ทอดโคง้ ขนึ้ ไป ขน้ึ รวมทง้ั ถ่ายทอดอารยธรรมจากกลมุ่ หนง่ึ จากฝัง่ ทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนยี นไปจรดอ่าว สกู่ ลมุ่ หนง่ึ ทาใหเ้ กิดอารยธรรมแบบผสม เปอรเ์ ซีย

สารบญั > บทนา > สมยั อาณาจกั รสเุ มเรยี น > บาบโิ ลน > อาณาจกั รคาลเดยี หรอื บาบโิ ลเนยี ใหม่ > สรปุ อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

สมยั อาณาจกั รสเุ มเรยี น เมื่อประมาณ 4,000 ปีกอ่ นคริสตศ์ กั ราชชาวสุเมเรยี นไดอ้ พยพเขา้ มาตงั้ ถิ่นฐานใน บริเวณดนิ ดอนสามเหลย่ี ม (Delta) ปากแมน่ า้ ไทกรสี -ยเู ฟรตสี ซง่ึ เรยี กกนั ในเวลาตอ่ มา วา่ ดนิ แดนซเู มอร์ ในระยะแรกชุมชนชาวสุเมเรยี นเป็ นหมบู่ า้ นยุคหนิ ใหม่ หมบู่ า้ นเหลา่ น้ีได้ ขยายตวั ข้นึ เป็ นชุมชนวดั และในเวลาตอ่ มา ชุมชนวดั แตล่ ะแหง่ ไดพ้ ฒั นาข้ึนเป็ นเมือง ท่ี สาคญั ไดแ้ กเ่ มืองเออร(์ Ur) เมอื งอเิ รค (Ereck) เมืองอริ ิดู (Eridu) เมอื งลากาซ (Lagash) และเมอื งนิปเปอร์ (Nippur) แตล่ ะเมืองมชี มุ ชนเล็กๆ ทร่ี ายรอบอยูเ่ ป็ นบรวิ าร ทาใหม้ ีลกั ษณะเป็ นรฐั ขนาดเล็กทเ่ี รียกวา่ นครรฐั (City State) นครรฐั เหลา่ น้ีตา่ งปกครอง เป็ นอสิ ระแกก่ นั ในขณะทช่ี าวสุเมเรียน สถาปนานครรฐั ข้นึ ทางตอนลา่ งของลุม่ แมน่ า้ ไท กรสี - ยเู ฟรตสี หลายนครรฐั ชนกลุม่ อน่ื ๆ ก็ไดส้ ถาปนานครรฐั ของตน ในบริเวณตอน เหนือข้นึ ไปอกี หลายแหง่ แตม่ คี วามเจริญทางอารยธรรมดอ้ ยกวา่ นครรฐั ของชาวสุเมเรยี น ในดนิ แดนซเู มอรก์ ็ตามแตภ่ าษาทใี่ ชส้ บื มาจากรากเดยี วกนั คอื ภาษาอนิ โด-ยโู รเปียน อนั เป็ นตน้ กาเนิดจากภาษาลาตนิ

> การปกครอง พระหรอื นกั บวชมอี านาจมาก พระมีอานาจในการปกครอง แผน่ ดนิ และเป็ นประมุขสูงสุดเรียกวา่ Patesi ทาการปกครองใน นามของพระเจา้ ดูแลควบคมุ กจิ การภายในนครรฐั > เศรษฐกจิ และสงั คม อาชพี หลกั คอื เกษตรกรรม มคี วามชานาญ มีการใชร้ ะบบ ชลประทาน ขุดคลองระบายนา้ ทาการเพาะปลูกโดยเป็ นไรข่ นาด ใหญ่ ปลกู ผลไม้ ประดษิ ฐค์ นั ไถ เคร่ืองหยอดเมล็ด มกี ารเล้ียง สตั ว์ เครือ่ งปั้นดนิ เผา มีมาตราชงั่ ตวงวดั การทอผา้ และยอ้ มผา้ มีการแบง่ ชนชน้ั ทางสงั คมเป็ น 3 กลุม่ คอื > ชนชน้ั สูง ไดแ้ ก่ กษตั ริย์ พระราชวงศ์ พระชนั้ ผูใ้ หญ่ ขุนนาง > ชนชนั้ สามญั เป็ นเสรชี น ลูกจา้ งของขุนนาง ทาส > ชาวตา่ งประเทศและเชลยสงคราม หรอื อาชญากรทถี่ ูกลงโทษ > การเขยี นหนงั สอื ชาวสุเมเรียนเป็ นชนชนาตแิ รกในเมโสโปเตเมียทร่ี ูจ้ กั การเขยี น หนงั สอื ตง้ั แต่ 3000 ปีกอ่ นครสิ ตกาล โดยการประดษิ ฐอ์ กั ษรรูป ลิม่ หรือทเ่ี รยี กวา่ คนู ิฟอรม์ (Cuneiform) ภายหลงั ไดด้ ดั แปลง แกไ้ ข มกี ารคดิ เครือ่ งหมายตา่ งๆ เพื่อใชแ้ ทนภาพ

สถาปั ตยกรรม วรรณกรรม ศาสนา สว่ นใหญก่ อ่ สรา้ งดว้ ยอฐิ ปฎทิ ิน มีนิยาย กาพย์ กลอน ซงึ่ ทอ่ งจา เนื่องจากมีดนิ เหนียว ตอ่ ๆกนั มา งานสว่ นใหญเ่ ก่ียวกบั มีสว่ นสาคญั มากในชวี ติ ของ บรเิ วณน้ีมาก มสี อง เป็ นแบบจนั ทรคติ เดอื นหนึ่งมี ศาสนา เชน่ บทสวด คาโคลงสดดุ ี ชาวสุเมเรียน พระดารง ประเภทคอื อฐิ ตากแหง้ ประมาณ 29.5 วนั ปีหนึ่งมี 12 เทพเจา้ ฯลฯ ทเี่ ดน่ ทส่ี ุดคอื มหา (Sun dried brick) และอฐิ เดอื น ปีหน่ึงมี 354 วนั เดอื น กาพยก์ ิลกาเมช (Gilgamesh) ตาแหนง่ ในการปกครองและ เผาไฟ (baked brick) ซง่ึ หนึ่งแบ่งออกเป็ น 4 สปั ดาหๆ์ ปรากฏในจารกึ 12 แทง่ ดว้ ยกนั ตาแหน่งสาคญั อน่ื ๆ นบั ถือ ป้ องกนั ความช้นื ไดด้ ี ใช้ ละ 7-8 วนั วนั หน่ึงแบ่งเป็ น ซงึ่ เป็นเรอื่ งราวของวรี บุรุษกิลกา พระเจา้ หลายองคพ์ รอ้ มๆกนั สรา้ งยกพ้ืน กาแพงและ กลางวนั 6 ชว่ั โมง กลางคนื 6 เมซซงึ่ เป็ นกษตั รยิ ช์ าวอูรุก สเุ ม มีการสรา้ งหอวหิ ารใหญโ่ ต สว่ นก่อสรา้ งทต่ี อ้ งการ ชว่ั โมง (1 ช.ม. = 2 ช.ม. ใน เรยี นมีอานาจปกครองบรเิ วณซู เรียกวา่ ซกิ กแู รต (Ziggurat) ความมนั่ คงถาวร ปัจจบุ นั ) เมอรเ์ กือบพนั ปี ตอ่ มาพวกชนเผา่ เป็ นวดั ทม่ี ีรูปรา่ งคลา้ ยปิรามิด เซเมติคแทรกซมึ ทางตะวนั ตก ทาเป็ นชน้ั ๆสรา้ งข้นึ ดว้ ยอฐิ ผูน้ าชนเผา่ คอื พระเจา้ ซารก์ อน เพื่อเป็ นทปี่ ระทบั ของเทพเจา้ แหง่ แอคคดั ไดย้ กกาลงั กองทพั ลง มาในเขตซเู มอร์

.......... บาบโิ .ล..น............ .............. ............... เม่ือ 612 ปีกอ่ นครสิ ตศ์ กั ราช พวกคา ลเดยี น (Chaldean) ซงึ เป็นชนเผา่ ฮบี รู ทางทิศตะวนั ออกเฉยี งใตข้ องลุม่ แม่นา้ ไทกริส-ยเู ฟรทสี ก็สามารถเขา้ ยดึ กรุงนิเน เวหไ์ ดส้ าเร็จ และสถาปนากรุงบาบิโลนข้นึ เป็นเมืองหลวงอกี ครงั้ หนึ่ง และจดั ตง้ั เป็น อาณาจกั รบาบิโลเนียข้นึ มา อาณาจกั รบา บิโลเนียใหมเ่ ป็นอาณาจกั รทรี่ ุง่ เรอื งมาก ในสมยั พระเจา้ เนบูคดั เนซซาร์ (Nebuchadnezzar, 605-562 ปีกอ่ น ครสิ ตศ์ กั ราช)

อาณาจกั รคาลเดยี หรอื บาบโิ ลเนยี ใหม่ อาณาจกั รเจรญิ รุง่ เรอื งในสมยั พระเจา้ เนบูคดั เนซซาร์ สามารถยกทพั ไปพิชติ เมืองเยรูซาเลม และกวาดตอ้ นเชลย ชาวยิวมายงั กรงุบาลิโลน มสี รา้ งพระราชวงั และวหิ ารขนาด ใหญบ่ นฝ่ังแมน่ า้ ยเู ฟรทสี และเหนือพระราชวงั มีการสรา้ ง สวนขนาดใหญ่ เรยี กวา่ สวนลอยแหง่ บาบิโลเนีย ถือวา่ เป็น สง่ิ มหศั จรรยข์ องโลกยุคโบราณเพราะสามารถใชค้ วามรูท้ าง ชลประทาน ทาใหส้ วนลอยเขียวขจตี ลอดทงั้ ปี

สรุ ยิ ุปราคา ชาวคาลเดยี นเป็ นชาตแิ รกท่ีรเิ รม่ิ นาเอา ความรทู้ างดาราศาสตรม์ าทานายโชคชะตาของมนุษย์ ต่อมาอาณาจกั รบาบโิ ลเนยี ใหม่ถูกกองทพั เปอรเ์ ซยี โดย การนาของพระเจา้ ไซรสั มหาราช เขา้ ยดึ ครองและผนวก เป็ นส่วนหนง่ึ ของจกั รวรรดเิ ปอรเ์ ซยี จงึ นบั ไดว้ ่า ประวตั ศิ าสตรข์ องดนิ แดนแถบเมโสโปเตเมียในยุคโบราณ ไดส้ ้นิ สดุ ลงไปดว้ ย

สรปุ อารยธรรมเมโสโปเตเมยี > กาเนดิ ในล่มุ แม่นา้ สองสายคือ ไทกรสิ และยูเฟรตสิ เป็ นแหล่ง อารยธรรมแรกของโลกเม่ือประมาณ 3500 ปี ก่อนค.ศ. เนอื่ งจาก เป็ นแหล่งนา้ อดุ มสมบรู ณท์ ่ามกลางดนิ แดนทะเลทรายและภเู ขา (ปัจจบุ นั ไดแ้ ก่ประเทศอริ กั ) > บรเิ วณที่ราบที่แม่นา้ ทง้ั สองสายบรรจบกนั และไหลลงสทู่ ะเล อ่าว เปอรเ์ ซยี เรยี กว่า “บาบโิ ลเนยี ” > โดยเหตุน้ี ทาใหม้ ีชนหลายกล่มุ หลายเผ่าผลดั กนั มาตงั้ ถนิ่ ฐาน และมีอานาจในดนิ แดนแถบน้ี 3500 BC.ชนเผ่าสเุ มเรยี น Sumerian ร่งุ รวี เพ่งคุณ หมู่1 รปศ. 16122077


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook