Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่ 1 หลักการเบื้องต้นของระบบนิวแมติกส์

หน่วยที่ 1 หลักการเบื้องต้นของระบบนิวแมติกส์

Published by สุภกิจ บุญทอง, 2023-06-13 08:49:31

Description: หน่วยที่ 1 หลักการเบื้องต้นของระบบนิวแมติกส์

Search

Read the Text Version

เอกสารประกอบการสอน งานนิวแมติกส์และไฮดรอลิกส์เบื้องต้น รหัสวิชา2100-1010 หน่วยทที่ 1 หลักการเบื้องต้นของระบบนิวแมติกส์ ครูสุภกิจ บุญทอง สาขาวิชาเทคนิคอุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคนิคชุมพร

แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๑ สอนครั้งที่ ๑ - 2 เรื่อง หลักการเบ้อื งตนของระบบนิวแมตกิ ส

2 แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๑ เวลาเรียนรวม ๗๒ ชั่วโมง ช่อื วชิ า. งานนิวแมติกสแ ละไฮดรลิกสเบือ้ งตน สอนครั้งท่ี ๑-2 ชือ่ หนวย หลักการเบ้อื งตนของระบบนวิ แมติกส ช่อื เรอ่ื ง หลักการเบื้องตน ของระบบนวิ แมติกส จำนวน 8 ชวั่ โมง หวั ขอ เร่อื ง 1.1 ความหมายของระบบนิวแมตกิ ส 1.2 ประวตั ิความเปน มาของระบบนิวแมติกส 1.3 ขอดีขอเสียของระบบนวิ แมติกส 1.4 กฎเบอื้ งตน ของระบบนิวแมตกิ ส 1.5 คณุ สมบตั ิทางฟสิกสข องอากาศ สาระสำคัญ นวิ แมตกิ สเ ปนระบบสงกำลงั โดยอาศยั ลมเปน ตวั กลาง โดยแนวคิดของเทชิเบียส ชาวกรีก เมื่อ 2000 ปกอ น และใน ค.ศ. 1883 ถกู ใชในระบบเบรกลมรถไฟของเยอรมนั หลังจากนนั้ ไดถกู พัฒนาอยางตอเนอื่ งและใชม าก ในอตุ สาหกรรม มีขอ ดใี นเร่ืองไมระเบดิ ประหยดั คา ใชจ าย ระบบนวิ แมติกสจ ะอาศัยความสมั พันธระหวางความดัน แรง อุณหภูมิ ปริมาตรและความชืน้ สมรรถนะหลกั (สมรรถนะประจำหนว ย) แสดงความรเู กยี่ วกบั หลักการเบอื้ งตน ของระบบนิวแมติกส สมรรถนะยอย (สมรรถนะการเรยี นร)ู สมรรถนะท่ัวไป (ทฤษฏี) ๑ แสดงความรูเกยี่ วกับความหมายของระบบนวิ แมตกิ ส 2 แสดงความรเู กย่ี วกบั ประวตั คิ วามเปนมาของระบบนิวแมตกิ ส ๓ แสดงความรูเก่ียวกับ ขอ ดีขอ เสยี ของระบบนวิ แมติกส ๔ แสดงความรเู กี่ยวกบั กฎเบ้ืองตน ของระบบนิวแมติกส ๕ แสดงความรูเกี่ยวกบั คณุ สมบตั ิทางฟส กิ สของอากาศ สมรรถนะที่พงึ ประสงค (ทฤษฏ)ี เม่ือผูเรยี นไดศึกษาเน้ือหาในบทน้ีแลว ผเู รียนสามารถ ๑ อธบิ ายความหมายของระบบนิวแมติกสไดถกู ตอง ๒ อธิบายประโยชนของระบบนิวแมติกสไ ดถกู ตอ ง ๓ อธบิ าย ขอ ดีขอ เสยี ของระบบนวิ แมตกิ สไ ดถกู ตอง ๔ อธิบายกฎเบื้องตนของระบบนวิ แมตกิ สไดถ กู ตอ ง ๕ อธิบายคุณสมบัติทางฟส กิ สของอากาศไดถูกตอ ง สมรรถนะท่ัวไป (ปฏบิ ตั )ิ ๑ แสดงทกั ษะในการนำตัวอักษรหนา ขอความดานขวามือ มาเติมลงหนา ตัวเลขดา นซายมอื ใหส ัมพนั ธ กันไดอ ยางถกู ตอง 2 แสดงทกั ษะในการ. ทำเครอ่ื งหมายถูก หนาขอ ทถ่ี ูก หรอื ผดิ หนา ขอ ท่ีผดิ ไดอยา งถูกตอ ง สมรรถนะที่พึงประสงค (ปฏบิ ตั ิ) เมอ่ื ผูเรียนไดศึกษาเนอ้ื หาในบทน้แี ลว ผูเ รยี นสามารถ ๑ การนำตวั อกั ษรหนา ขอความดา นขวามอื มาเตมิ ลงหนาตัวเลขดานซา ยมือใหสัมพนั ธกันไดอยา ง ถกู ตอง ๒ การทำเคร่ืองหมายถกู หนา ขอ ที่ถกู หรอื ผิด หนาขอที่ผดิ ไดอยา งถกู ตอง

3 ช่ือเรือ่ ง แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑ เวลาเรยี นรวม ๗๒ ชั่วโมง ชอื่ วชิ า. งานนวิ แมติกสแ ละไฮดรลิกสเ บ้อื งตน สอนคร้งั ท่ี ๑-2 ชอ่ื หนวย หลกั การเบอ้ื งตน ของระบบนวิ แมติกส จำนวน 8 ชวั่ โมง หลักการเบื้องตนของระบบนิวแมตกิ ส กิจกรรมการเรียนการสอน ในการจัดการเรยี นการสอนรายวชิ างานนิวเมติกสแ ละไฮดรอลกิ สเบื้องตน ไดก ำหนดกจิ กรรมการเรียนการสอนให ผูเรียนเกดิ การเรียนรูโดยใชวธิ กี ารจัดการเรยี นรูฐานสมรรถนะเชิงรุก (Active Learning Competency Based) ดานเทคนิค การจัดการเรียนการสอนแบบ MAIP โดยมขี ั้นตอนในการดำเนนิ กิจกรรมการเรียนการสอน ดังน้ี กจิ กรรมการเรียนการสอน (สอนครงั้ ที่ ๑ ) เวลา ๔ ช่วั โมง/สปั ดาห ๑.ผูส อนช้ีแจงรายละเอียดเกีย่ วกับจดุ ประสงคร ายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคำอธบิ ายรายวิชา การวัดและประเมินผลการ เรยี นรายวชิ า คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคของรายวชิ า และขอ ตกลงในการจดั การเรียนการสอนในรายวิชา ๒.ผูสอนแสดงตวั อยางเกย่ี วกับหลกั การเบือ้ งตน ของระบบนิวแมติกส ๓.ผูสอนถา ยทอดความรใู นหนวยท่ี ๑ เรือ่ หลักการเบือ้ งตน ของระบบนวิ แมตกิ ส ๔.ผสู อนแสดงใบงานเรอื่ งหลกั การเบื้องตน ของระบบนิวแมติกสและอธบิ ายขัน้ ตอนวธิ ีการในการปฏบิ ัติงานตามใบงาน ๕.ผสู อนใหผูเรยี นปฏบิ ัติงานหลกั การเบอื้ งตนของระบบนวิ แมติกสตามใบงานเรือ่ งหลกั การเบอื้ งตน ของระบบนวิ แมตกิ ส ๖.ผสู อนประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านของผเู รยี นและใหผูเรียนสรุปสาระสำคัญของเรือ่ งทีเ่ รยี นประจำสัปดาห กิจกรรมการเรยี นการสอน (สอนครงั้ ที่ ๒ ) เวลา ๔ ชวั่ โมง/สปั ดาห ๑.ผสู อนแจง จดุ ประสงคก ารเรียนประจำสปั ดาห และนำเขา สูบ ทเรียน ๒.ผูส อนถายทอดความรูในหนวยที่ ๑ เรอ่ื งหลักการเบื้องตนของระบบนวิ แมตกิ ส ๓.ผูสอนแสดงใบงานเรื่องหลักการเบือ้ งตน ของระบบนวิ แมติกสแ ละอธบิ ายข้ันตอนวธิ ีการในการปฏิบตั งิ านตามใบงาน ๔.ผสู อนใหผ ูเรยี นปฏบิ ัติงานหลักการเบื้องตนของระบบนิวแมตกิ สต ามใบงานเร่อื งหลักการเบอ้ื งตนของระบบนิวแมติกส ๕.ผูสอนประเมินผลการปฏิบัตงิ านของผูเรยี นและใหผูเ รียนสรปุ สาระสำคญั ของเร่ืองทีเ่ รยี นประจำสัปดาห

ชื่อเรื่อง แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑ 4 ชอื่ วชิ า. งานนวิ แมตกิ สแ ละไฮดรลกิ สเบื้องตน ชอ่ื หนวย หลักการเบ้ืองตนของระบบนิวแมตกิ ส วลาเรียนรวม ๗๒ ช่วั โมง หลกั การเบอ้ื งตนของระบบนิวแมตกิ ส สอนครั้งที่ ๑-2 จำนวน 8 ชว่ั โมง ส่อื การสอน ๑.เอกสารประกอบการสอน ๒.เอกสารประกอบการเรยี น ๓.ส่ือนำเสนอ PowerPoint 4.สือ่ การสอน Program Fluid SIM Pneumatics V 4.2 English งานท่มี อบหมาย/กจิ กรรม ใหนักเรียนทำแบบฝก เสรมิ ทักษะตามใบงานทายหนวยการเรยี นท่ี ๑ การวัดและประเมินผล วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ วัดผล/ประเมินผล - ทำแบบฝกเสรมิ ทกั ษะทาย - แบบฝก เสริมทักษะทาย - ผา นเกณฑรอ ยละ ๖๐ หนวย หนว ย - ผา นเกณฑร อ ยละ ๘๐ ๑.สมรรถนะท่พี ึงประสงค - ประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ - แบบประเมินคุณลกั ษณะ ๒.คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค อนั พึงประสงค ประสงค (Attitude)

5 แผนการจัดการเรียนรูที่ ๑ เวลาเรียนรวม ๗๒ ชั่วโมง ชอ่ื วิชา. งานนิวแมติกสแ ละไฮดรลกิ สเ บอ้ื งตน สอนครั้งท่ี ๑-2 ชือ่ หนวย หลกั การเบือ้ งตน ของระบบนิวแมตกิ ส หนว ยที่ ๑ หลกั การเบอ้ื งตน ของระบบนวิ แมตกิ ส จำนวน 8 ชัว่ โมง หนวยที่ ๑ หลกั การเบือ้ งตนของระบบนิวแมติกส 1.1 ความหมายของระบบนิวแมติกส ความหมายของระบบนิวแมติกสลวนเกี่ยวของกับอากาศทั้งสิ้น เพราะลักษณะการทำงานของ ระบบนิวแมติกส เปนการนำลมมาใชเปนพลังงานขับดันใหอุปกรณตาง ๆ เคลื่อนที่ เชน ใชสงกำลังใหวาลวเลื่อนไป–มา เพ่ือ ควบคมุ ใหล กู สบู เล่ือนเขา–ออก หรอื ควบคุมใหมอเตอรลมหมนุ ทวน–ตามเขม็ นากิ า เปน ตน 1.2 ประวตั คิ วามเปนมาของระบบนวิ แมตกิ ส เมื่อ 2000 ปก อน เทซิเบียส (Ktesibios) ชาวกรกี ใชก ารอัดลมเปน ตนกำลงั ยิงอาวุธ ค.ศ. 1883 ใชใ นระบบเบรกลมในรถไฟของเยอรมัน ค.ศ. 1835 ใชใ นระบบสง เอกสารทางทอลมของออสเตรีย 1.3 ขอดี ขอเสยี ของระบบนิวแมตกิ ส ขอดีของระบบนิวแมตกิ ส 1. ไมมีการระเบิด หรือลุกไหมเ ปน เปลวไฟ จึงประหยัดคา ใชจ ายเกย่ี วกบั การปองกันความปลอดภัย 2. ความเร็วของเคร่อื งมอื ทีใ่ ชระบบนวิ แมตกิ ส ใหความเรว็ ในการทำงานสูง 1–2 m/s 3. เมื่อใชงานแลว สามารถระบายลมออกสบู รรยากาศไดทนั ทีโดยไมต อ งเดนิ ทอ ทางนำกลับมาใชอ ีก 4. สามารถนำลมที่อดั ตัวแลวเกบ็ ไวใ นถังและนำไปใชง านไดท ันที 5. ถาใชงานอปุ กรณนวิ แมติกสจนเกนิ กำลัง อุปกรณกย็ ังมีความปลอดภยั 6. สามารถปรับความเร็วในการทำงานไดโ ดยใชอุปกรณควบคุมความเรว็ และสามารถทำใหรอบในการทำงาน สูงถงึ 8,000 รอบตอ วนิ าที 7. สามารถปรับความดันลมอดั ใหม ีคา มากนอ ยไดตามตอ งการ โดยใชอปุ กรณค วบคมุ ความดัน 8. ความสะอาดของระบบนวิ แมติกสด มี าก เพราะมชี ุดปรับคุณภาพลมกอนนำไปใชง าน 9. ระยะชกั ของกา นสบู สามารถปรบั แตงระยะชักใหส ัน้ หรือยาวไดตามตอ งการ 10.สามารถทำงานไดท ่รี ะดับความแตกตา งของอุณหภมู ิ ขอเสียของระบบนวิ แมติกส 1. บางครั้งมกี ารเพิ่มอปุ กรณน ิวแมติกสเขามาในวงจรโดยไมคำนึงถงึ ความสามารถของเคร่ืองอัดลม ซึ่งอาจจะ ทำใหเ ครือ่ งจักรทำงานคลาดเคล่ือนได 2. ลมทไี่ ดมาจากการอดั ตวั ในระบบนิวแมติกสจะมีความชื้นปนอยูและเม่อื ความดนั ลดลงจะทำใหเกดิ หยดนำ้ ขึน้ ได 3. การทำงานของระบบนิวแมติกสมักจะมีเสียงดัง เพราะจะตองมีการระบายลมทิ้งออกสูบ รรยากาศ จึงจำเปน จะตอ งมตี วั เกบ็ เสยี ง 4. ความดนั ของลมอัดในระบบนวิ แมตกิ สจะเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิ ถาอุณหภมู ิสงู ความดัน กจ็ ะสูง และถาอณุ หภูมติ ่ำความดนั ก็จะตำ่ ลงดวย 5. ถาตองการแรงในการใชงานมากเสนผานศูนยก ลางของลูกสบู จะตอ งมีขนาดโตขึน้ เพ่ือทีจ่ ะใหได แรงตามตอ งการ ซ่งึ ลกู สูบในระบบนิวแมตกิ สจ ะมีขนาดจำกดั

6 แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑ เวลาเรยี นรวม ๗๒ ชวั่ โมง ชื่อวชิ า. งานนิวแมติกสแ ละไฮดรลกิ สเบือ้ งตน สอนครัง้ ท่ี ๑-2 ช่ือหนว ย หลกั การเบ้ืองตน ของระบบนิวแมติกส หนวยที่ ๑ หลักการเบือ้ งตน ของระบบนิวแมติกส จำนวน 8 ชัว่ โมง หน่วยที่ ๑ หลักการเบือ้ งตนของระบบนิวแมตกิ ส 1.4 กฎเบอ้ื งตนของระบบนิวแมตกิ ส 1.4.1 ความดันอากาศ คือ แรงดันของอากาศที่กระทำตอวัตถุในแนวตั้งฉาก หนวยวัดแรงดันอากาศสากล นิยมใช กันมอี ยดู งั นี้ Pa = ปาสคาล N/m2 = นวิ ตนั /ตารางเมตร kg/cm2 = กิโลกรมั /ตารางเซนตเิ มตร PSI = ปอนด/ตารางนวิ้ bar = บาร 1.4.2 ความดันบรรยากาศ (Atmospheric Pressure) หมายถึง แรงดันของอากาศที่กดลงมายังพื้นโลก เนื่องจากพ้ืนโลกสูงต่ำไมเ ทากัน ความดันบรรยากาศจงึ เปลี่ยนแปลงตามไปดวย ที่ระดับความสูงเพิ่มขึ้นความดันบรรยากาศจะ ลดลง ดงั นั้นจงึ ไดก ำหนดเอาระดับน้ำทะเลเปน ระดับมาตรฐานในการวัดคาความดนั บรรยากาศ ซึ่งมคี า 14.7 PSI หรือ 1.033 kg/cm2 หรือ 1.014 bar 1.4.3 ความดนั สมบูรณ (Absolute Pressure) หมายถึง ความดันแทจ รงิ ท่วี ัดเปรียบเทยี บกบั ความดนั สญุ ญากาศ ดังน้นั ความดนั บรรยากาศจงึ เปนความดันสัมบรู ณด วย 1.4.4 ความดันเกจ (Gauge Pressure) หมายถึง ความดันที่วัดเปรียบเทียบกับความดันบรรยากาศ จะมีคา เปนบวกเมอ่ื มีความดนั สูงกวา ความดันบรรยากาศ และความดนั เกจที่ตำ่ กวาความดันบรรยากาศ จะมีคาเปน ลบ 1.4.5 ความสัมพันธของความดัน ความดันบรรยากาศ ความดันสัมบูรณ และความดันเกจ มีความสัมพันธกนั ดังแสดงดวยสมการ ความดันสัมบรู ณ (Pa) = ความดันบรรยากาศ + ความดนั เกจ (Pg) 1.4.6 อณุ หภูมิ หมายถึง ระดับความรอ นของสารตัวกลางที่สภาวะตา ง ๆ หนว ยวัดอุณหภมู ทิ ่ีนิยมใช คอื องศา เคลวนิ (K) กบั องศาเซลเซยี ส (oC) ทรี่ ะดับอุณหภูมิ 0oC = 273 K –273oC = 0 K การเปลยี่ นแปลงคา อณุ หภมู ทิ กุ 1oC จะทำใหเ กิดการเปลยี่ นแปลง 1 K เชน กัน 1.4.7 ความชื้น หมายถึง ปริมาณของไอน้ำที่ปะปนอยูในอากาศ ความชื้นสามารถรวมตัวกันและกลั่นตัวเปน หยดนำ้ ได ซงึ่ ขึ้นอยกู บั อุณหภมู แิ ละสภาวะของอากาศในขณะนั้น ๆ หนว ยวดั ความชน้ื วัดเปน กรัมตอลกู บาศกเ มตร (g/m3) 1.4.8 ความชื้นอิ่มตัว หมายถึง ระดับความชื้นสูงสุดที่อากาศสามารถดูดซับไวได ณ ระดับอุณหภูมิหนึ่ง เชน ที่ ระดบั อุณหภูมิ 51oC อากาศสามารถดูดซับความชืน้ ไดส ูงสุด 86.9 g/m3 เปนตน 1.4.9 ความช้นื สมั บรู ณ หมายถึง ความช้ืนทม่ี ีอยูจ ริงในอากาศ 1.4.10 ความชื้นสัมพัทธ หมายถึง สัดสวนของความชืน้ สัมบรู ณตอความชืน้ อิม่ ตัว สามารถเขียนเปนสมการได ดังนี้ ความชน้ื สมั พทั ธ = ความช้ืนสัมบรู ณ × 100 ความช้นื อมิ่ ตัว ความชน้ื สัมพทั ธมหี นวยเปน เปอรเ ซน็ ต

7 แผนการจดั การเรียนรูท ่ี ๑ เวลาเรียนรวม ๗๒ ชว่ั โมง ชอ่ื วิชา. งานนวิ แมตกิ สและไฮดรลกิ สเ บื้องตน สอนครัง้ ท่ี ๑-2 ช่ือหนวย หลักการเบอ้ื งตนของระบบนิวแมตกิ ส หนวยที่ ๑ หลักการเบอื้ งตนของระบบนวิ แมตกิ ส จำนวน 8 ชั่วโมง 1.5.2VTก21ฎข=องชาVTร22ล (Charl’s Law) จากกฎของชารลจะไดสมการดงั น้ี V1 = ปริมาตรเร่ิมตน (m3) V2 = ปริมาตรสุดทา ย (m3) T1 = อุณหภมู เิ รมิ่ ตน (K) T2 = อุณหภูมสิ ดุ ทา ย (K) 1.5.3PPก21 ฎข=องเกTTย22ลสู แซก (Gay–Lussac’s Law) จากกฎของลสู แซกจะไดสมการดังน้ี P1 = ความดนั เริ่มตน (bar) P2 = ความดนั สดุ ทาย (bar) T1 = อุณหภูมเิ ริม่ ตน (K) T2 = อุณหภมู ิสุดทา ย (K) 1.5.4 กฎทั่วไปเกี่ยวกับกาซ เปนการรวมเอากฎของบอยลและชารลเขาดวยกันภายใตสภาวะใด ๆ ที่กาซ เปลี่ยนแปลงท้ังความดPัน1อ×Tุณ1Vห1ภมู =ิ แลPะป2 ร×Tมิ2าVต2ร จะไดสมการดังน้ี P1 = ความดนั เรม่ิ ตน (bar) V1 = ปรมิ าตรเร่มิ ตน (m3) P2 = ความดนั สดุ ทา ย (bar) V2 = ปริมาตรสุดทาย (m3) T1 = อณุ หภูมิเรม่ิ ตน (K) T2 = อุณหภมู ิสุดทา ย (K)

8 ภาคผนวก ส่ือการสอน

9 สอ่ื การสอน power point หนวยที่ 1 หลกั การเบ้อื งตนของระบบนวิ แมตกิ ส

10 ภาคผนวก บันทกึ หลงั สอน

11 บนั ทึกหลังสอน สัปดาหที่ 1 ชอ่ื วิชา งานนิวเมติกสแ ละไฮดรลิกสเบอ้ื งตน รหสั วชิ า 20101–2010 แผนกวิชา ชางยนต สอน 17 พ.ค. 6 หนว ยที่ 1 รายการสอน หลกั การเบอ้ื งตน ของระบบนิวแมตกิ ส จำนวน 4 ช่วั โมง ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2565 จำนวนผเู รียน ชัน้ ปวช.2/4 กลมุ 7 จำนวน 15 คน เขา เรียน คน ขาดเรียน คน 1. เนื้อหาที่สอน (สาระสำคัญ) นวิ แมตกิ สเปนระบบสง กำลงั โดยอาศยั ลมเปน ตวั กลาง โดยแนวคิดของเทชิเบยี ส ชาวกรีก เมือ่ 2000 ปกอน และใน ค.ศ. 1883 ถูกใชในระบบเบรกลมรถไฟของเยอรมัน หลังจากนั้นไดถูกพัฒนาอยาง ตอเนื่องและใชมากในอุตสาหกรรม มีขอดีในเรื่องไมระเบิด ประหยัดคาใชจาย ระบบนิวแมติกสจะอาศัย ความสมั พันธร ะหวา งความดนั แรง อุณหภมู ิ ปรมิ าตรและความช้นื 2. ผลการสอน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. ปญหา อปุ สรรค ทเ่ี กดิ ขึน้ ในระหวา งการเรยี นการสอน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. แนวทางการแกป ญ หาของครผู ูสอน (แนวทางการทำวจิ ัย) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชอื่ ...........................................ผสู อน (นายสภุ กิจ บุญทอง) ................../............................/....................... ลงช่อื ...........................................หัวหนาแผนก ลงชอ่ื ...........................................หัวหนางาน หลกั สตู รฯ (นายสมศกั ดิ์ หลวงนา) (นายสุวทิ ย ธานรี ตั น) ................../............................/....................... ................../............................/....................... ลงชื่อ ...........................................รองผอู ำนวยการฝายวชิ าการ (นายประเสรฐิ ถึงวสิ ยั ) ................../............................/......................

12 บนั ทึกหลงั สอน ช่ือวชิ า งานนวิ เมติกสแ ละไฮดรลิกสเบื้องตน สปั ดาหท่ี 2 รหัสวิชา 20101–2010 แผนกวชิ า ชางยนต วนั ท่ีสอน 24 พ.ค. 65 หนว ยท่ี 1 รายการสอน หลักการเบื้องตน ของระบบนวิ แมติกส จำนวน 4 ชั่วโมง ภาคเรยี นที่ 1 ปการศกึ ษา 2565 คน เขา เรยี น คน ขาดเรยี น จำนวนผเู รยี น ชั้น ปวช.2/4 กลมุ 7 จำนวน 15 คน 1. เนื้อหาทสี่ อน (สาระสำคัญ) นิวแมติกสเ ปนระบบสง กำลังโดยอาศยั ลมเปน ตัวกลาง โดยแนวคิดของเทชิเบยี ส ชาวกรกี เม่อื 2000 ปกอน และใน ค.ศ. 1883 ถูกใชในระบบเบรกลมรถไฟของเยอรมัน หลังจากนั้นไดถูกพัฒนาอยาง ตอเนื่องและใชมากในอุตสาหกรรม มีขอดีในเรื่องไมระเบิด ประหยัดคาใชจาย ระบบนิวแมติกสจะอาศัย ความสัมพันธร ะหวางความดนั แรง อุณหภมู ิ ปรมิ าตรและความชนื้ 2. ผลการสอน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. ปญหา อุปสรรค ทเ่ี กิดข้ึนในระหวางการเรียนการสอน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. แนวทางการแกปญหาของครูผสู อน (แนวทางการทำวิจยั ) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ ...........................................ผูสอน (นายสุภกิจ บญุ ทอง) ................../............................/....................... ลงช่ือ ...........................................หวั หนาแผนก ลงช่อื ...........................................หวั หนา งาน หลกั สตู รฯ (นายสมศกั ดิ์ หลวงนา) (นายสุวทิ ย ธานรี ตั น) ................../............................/....................... ................../............................/....................... ลงชอื่ ...........................................รองผอู ำนวยการฝา ยวชิ าการ (นายประเสริฐ ถึงวสิ ัย) ................../............................/.......................