Q&A Science
1. 1.อะไรคือส่งิ ท่ไี ดจากการสงั เคราะหดวยแสง
กระบวนการสังเคราะหแสง สารตงั้ ตน คอื คารบอนไดออกไซด และ นาํ้ ผลติ ภัณฑท่ไี ด คือ นํ้าตาล นํ้า แกสออกซิเจน
2.เคร่อื งตรวจวดั และบนั ทึกการเกดิ แผนดนิ ไหว เรยี กวาอะไร
“ไซสโมโลจี (seismology)” ทํางานโดยรบั คลื่นไหวสะเทือนแลวแปลงเปนสญั ญาณ ไฟฟา
3. ช้นั เปลือกโลก (Crust) เปนเสมือนผิวดานนอกที่ปกคลมุ โลก ประกอบไปดวยอะไรบาง
แบงออกไดเปน 2 บรเิ วณ 1.เปลือกโลกภาคพ้นื ทวปี คอื สวนทเ่ี ปนแผนดินทั้งหมด ประกอบดวย ธาตซุ ลิ ิคอน (Si) และอะลูมเิ นียม (Al) เปนสวนใหญ 2.เปลอื กโลกใตมหาสมุทร คือ เปลือกโลกสวนท่ีถกู ปกคลมุ ดวยนํา้ ประกอบดวยธาตุซลิ ิคอน (Si) และแมกนเี ซียม (Mg)
4. เซลลสืบพันธุ (sex cell) มีหนาทอ่ี ะไร
เซลลสบื พนั ธุ (sex cell) มหี นาที่อะไรนาํ ขอมูลทางพันธุกรรมจากพอแมถายทอด ใหแกลกู
5.สิ่งมีชวี ติ ชนิดใดไมมีเยอื่ หุมเซลล และเยอ่ื หุมเซลลประกอบดวยสารหลกั 2 ชนดิ คอื อะไรบาง
เยือ่ หุมเซลลเปนโครงสรางทพ่ี บในสง่ิ มชี วี ิตทกุ ชนิดยกเวนไวรัสประกอบดวย สารหลัก2 ชนดิ คอื ฟอสโฟลิพดิ และโปรตนี ฟอสโฟลิพิดจะจัดเรียงตัวเปน 2 ชนั้ ซง่ึ จะหนั สวนทีไ่ มชอบนาํ้ (สวนหาง)เขาหากัน และหนั สวนที่ชอบนา้ํ (สวนหวั ) ออกจากกนั โดยมีโมเลกุลของโปรตนี กระจายตวั แทรกอยรู ะหวางโมเลกุลของฟอสโฟลพิ ดิ
6. เยื่อหมุ เซลลทาํ หนาท่อี ะไร
ทาํ หนาทีห่ อหมุ เซลล และรักษาสมดลุ ของสารภายในเซลลโดย ควบคุมการผานเขาออกของสารระหวางเซลลกับสิง่ แวดลอม ภายนอก ดงั น้ันเย่ือหมุ เซลลจึงมีคุณสมบตั เิ ปนเยือ่ เลอื กผาน (Semipermeable Membrane)
7. ไซโทพลาซมึ ( Cytoplasm ) มลี กั ษณะเปนของเหลวประกอบดวยสารที่ สําคญั อะไรบาง
ไซโทพลาซมึ ประกอบดวยสารทีส่ ําคญั ปนอยู คอื โปรตนี ไขมนั คารโบไฮเดรต และเกลอื แรตางๆ รวมทง้ั ของเสียทเ่ี กดิ ขึน้ ไซโทพลาซึมเปนศูนยกลางการทาํ งานของเซลลเก่ียวกับ เมตาโบลซิ มึ ท้งั กระบวนการสรางและสลายอนิ ทรยี สาร
8. การถายโอนความรอนมีก่วี ธิ ี
การถายโอนความรอน มี 3 วธิ ี 1.การนาํ ความรอน 2.การพาความรอน 3.การแผรงั สี
9. การถายโอนความรอนวิธีใด ที่เกิดขน้ึ ในของเหลวและแกส
การพาความรอน เปนการถายโอนความรอนโดยตัวกลางหรอื โมเลกลุ ของสาร เคล่ือนท่ไี ปดวยซงึ่ จะเกิดขึน้ ในของเหลวและแกส เพราะสสารสามารถเคลือ่ นท่ีไดอยางอสิ ระ เชน เผาไฟในเตาจนเกิดความรอน แลวใชพดั ลมพัดลมจะพาเอาความรอน ออกไป
10. วัตถทุ ีไ่ มนาํ ความรอนหรือยอมให ความรอนผานไดนอยมาก เรยี กวาอะไร
ฉนวนความรอน (heat insulator) เชน ไม พลาสตกิ แกว น้าํ (ของเหลว) และอากาศ (แกส)
11. ดาวเคราะหชั้นใน มอี กี ชอ่ื เรยี กวาอะไร และประกอบดวยดาวอะไรบาง
ดาวเคราะหชั้นใน หรอื ดาวเคราะหใกลโลก โดยมากประกอบดวยสวนประกอบหิน มีความหนาแนนสงู และไมมีระบบวงแหวนรอบตัวเอง มี 4 ดวง ไดแก ดาวพุธ ดาวศุกร โลก และดาวอังคาร
12. ดาวเคราะหช้ันนอก สามารถเรยี กไดอีกชื่อหน่ึงวาอะไร เพราะเหตุใดถึงเรยี กชือ่ นั้น และประกอบดวยดาวอะไรบาง
ดาวเคราะหชั้นนอก มีอกี ชอื่ หนึง่ วาดาวแกสยกั ษ (บางคร้งั เรยี กวา ดาวเคราะหโจเวยี น) เพราะเปนดาวเคราะหที่มี ขนาดใหญ มี 4 ดวง ไดแก ดาวพฤหัสบดี ตาวเสาร ดาวยูเรนสั และดาวเนปจนู
13.ดาวประกายพรกึ เปนชอื่ เรยี กของดาวดวงใด
ดาวศกุ ร (เหน็ ในเวลาเชามืด) ถาเห็นในเวลาหวั ค่าํ เรยี กวา ดาวประจาํ เมอื ง
14. ดวงจนั ทรทาํ ใหเกดิ ปรากฏการณ ในขอใด
ปรากฏการณน้าํ ขนึ้ -นา้ํ ลง เเปนผลมาจากแรงดงึ ดดู ทด่ี วงจนั ทรและดวงอาทติ ยกระทาํ ตอโลก โดย ดวงจนั ทรจะมีอิทธพิ ลตอโลกมากกวาดวงอาทติ ย แรงดงึ ดดู ของดวงจนั ทรจึงมอี ทิ ธพิ ลทาํ ใหเกดิ นาํ้ ขึ้นนา้ํ ลงมากกวาดวง อาทติ ย
15. ผลกระทบของน้าํ ข้นึ -น้าํ ลงคอื อะไร
น้าํ ข้นึ -น้ําลง มผี ลตอการเพิ่มหรอื ลดของระดบั น้าํ ในมหาสมุทร 1. การที่นํา้ ลงอาจทาํ ใหบริเวณชองทางเดินเรอื ต้ืนเขนิ การเดินเรอื จงึ ไมสะดวก ดงั น้ัน นักเดินเรือจงึ ตองคอยติดตามการเกดิ น้าํ ขน้ึ และน้าํ ลงอยเู สมอ 2. สงผลตอระดบั น้ําบริเวณปากแมน้าํ การทน่ี ้ําขึน้ ทาํ ใหนํา้ ในมหาสมทุ รไหลเขาสแู มนํา้ นาํ้ เพิม่ ขึ้นสูง ทวมบานเรือนท่ีอยู รมิ ชายฝง 3. เกดิ นา้ํ เค็มและนํ้าจืดผสมผสมกนั เปนนํา้ กรอย 4. หากมีน้ําขน้ึ หนุนสูงมากเกนิ ไปอาจทาํ ใหพชื สวนหรอื การเกษตรเสียหายได เปนตน
16. ดาวเทยี มดวงแรกมชี ื่อวาอะไร
รสั เซยี (สหภาพโซเวียต) วนั ที่ 4 ตลุ าคม ค.ศ. 1957 สหภาพโซเวียตไดสรางดาวเทียมดวงแรกของโลก ชื่อวา\"สปตุ นกิ 1\"
17.ไทรอส เปนดาวเทยี มท่ใี ชในงานใด
ดาวเทียมพยากรณอากาศดวงแรก โดยถูกพฒั นาข้ึนมาเพอ่ื ศกึ ษาความเปนไป ของกลุมเมฆ
17.ไทรอส เปนดาวเทยี มท่ใี ชในงานใด
ดาวเทียมพยากรณอากาศดวงแรก โดยถกู พฒั นาข้นึ มาเพ่ือศึกษาความเปนไป ของกลมุ เมฆ ดาวเทียมไทรอส-1 (TIROS-1)
18.ผูท่คี นพบประจไุ ฟฟาในบรรยากาศคอื ใคร
เบนจามนิ แฟลงคลนิ
19. ฝนกรดเปนผลมาจากการสะสมของกาซ ใดในอากาศ
กาซซัลเฟอรไดออกไซด กาซไนโตรเจนไดออกไซด และ กาซคารบอนไดออกไซด
20. ผลกระทบจากปรากฏการณฝนกรดคอื อะไร
ความเสียหายตอแหลงน้าํ และสิ่งมชี วี ติ : ฝนกรดทําใหนาํ้ มีสภาวะเปนกรดมากขึ้น, พดั พา สารพิษตางๆในดินลงสแู หลงน้ํา สงผลเสียตอสตั วชนิดตางๆ โดยเฉพาะสงิ่ มีชีวติ ที่อาศัยอยู ในนํา้ ,ทําใหระบบนเิ วศเสยี สมดลุ ผลเสยี ตอสขุ ภาพของมนุษย: ฝนกรดเปนมลพิษทางอากาศชนิดหนึ่งทีส่ รางความระคาย เคอื งตอผวิ หนงั ดวงตา ระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร เนือ่ งจากการบริโภค นา้ํ ฝนที่เพิง่ ตกลงมาใหมๆอาจเสย่ี งตอการดมื่ นํ้าที่มีสภาวะเปนกรดและมสี ารพิษปนเปอน
Search
Read the Text Version
- 1 - 43
Pages: