การทดสอบดว้ ยประกายไฟ งานทดสอบแบบทาลายสภาพ 2103-2003 By Rapeeporn Kansomchon (PTE)
สาระการเรยี นรู้ 01 หลกั การทดสอบดว้ ยประกายไฟ 02 สว่ นประกอบของประกายไฟ 03 ลกั ษณะของประกายไฟ
หลกั การทดสอบดว้ ยประกายไฟ การทดสอบชนิดน้ีใชไ้ ดเ้ ฉพาะเหลก็ เป็นสว่ นใหญเ่ พราะโลหะประเภทท่ีไม่ใช่เหลก็ จะไม่มีประกายไฟ ขณะเจยี ระไน การ ทดสอบควรใชห้ นิ เจยี ระไนรอบสูงและมีฉากท่ีมืดเพ่อื ใหเ้ หน็ ประกายไฟชดั เจน โดยจะ สงั เกตสี ลกั ษณะลาแสง และลกั ษณะดาวท่ี แตกกระจาย ดว้ ยความจาเป็นท่ตี อ้ งการทราบวา่ เหลก็ กลา้ ท่ี นามาใชง้ านเป็นชนิดไหน มีอะไรผสมอยู่ การสง่ ช้ินตวั อยา่ งไปทดสอบใน หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเคมเี พอ่ื ใหท้ ราบ สว่ นผสมอยา่ งละเอยี ดน้ันใชเ้ วลานาน แต่ในบางกรณีไม่มีความจาเป็นตอ้ งทราบอยา่ งละเอยี ด วสั ดเุ หลก็ แต่ละชนิดมีสว่ นเน้ือท่แี ตกต่างกนั เม่ือนาไปเจยี ระไนกบั ลอ้ หนิ เจยี ระไนจะเหน็ ประกายไฟ พงุ่ ออกมา เพราะ สว่ นเจอื ตา่ ง ๆ ในเหลก็ เม่อื เสยี ดสลี อ้ เจยี ระไนจะเกดิ ความรอ้ นสูง เม่ือสมั ผสั กบั ออกซิเจน ในอากาศจะถูกไหมห้ รอื เปล่ยี นสภาพเกดิ เป็นสแี ละประกายไฟในลกั ษณะตา่ ง ๆ ซ่ึงจะทาใหท้ ราบถงึ ชนิด ของเหลก็ ไดโ้ ดยการสงั เกตรูปร่างและสขี องประกายไฟ การสงั เกตสี และลกั ษณะของประกายไฟจะ สงั เกตเหน็ ไดช้ ดั ในบรเิ วณท่มี ีความมืด การตรวจวดั สว่ นผสมทางเคมีของเหลก็ กลา้ ดว้ ยการเจยี ระไน (Spark Test) เป็นวิธกี ารกาหนด จาแนกชน้ั คุณภาพของ เหลก็ กลา้ ขน้ั ตน้ ซ่ึงจะทาใหส้ ามารถระบสุ ว่ นผสมทางเคมขี องเหลก็ กลา้ โดยประมาณได้ การทดสอบประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบต่าง ๆ
สว่ นประกอบของประกายไฟ สว่ นประกอบของประกายไฟท่เี กดิ จากการทดสอบโดยการเจยี ระไนดูประกายไฟมี ดงั น้ี 1) สปารค์ รูท (Root of Spark) ประกอบดว้ ย มมุ ของประกายไฟ (Angle of Streamline) 2) เสน้ ลาแสง (Streamline) ประกอบดว้ ย สคี วามสวา่ ง ความยาว ความหนา จานวนเสน้ ลาแสง 3) ประกายไฟ (Burst) ประกอบดว้ ย รูปรา่ ง ขนาด จานวนประกายไฟ และผงเหลก็ เหลก็ กลา้ ท่ี มี ปรมิ าณคารบ์ อนและสารเจอื แตกต่างกนั ประกายไฟท่ไี ดจ้ ากการเจยี ระไนจะแตกต่างกนั ออกไป
สว่ นประกอบของประกายไฟ เน่ืองจากการเจยี ระไนเป็นวธิ กี ารทดสอบท่ใี ชก้ ารขูดผิวของเหลก็ ออกเป็นเศษโลหะขนาดเลก็ ดว้ ย ความเรว็ สูง จงึ ทาใหเ้ กดิ ความรอ้ นและธาตตุ ่าง ๆ ท่ผี สมรวมอยูใ่ นเน้ือเหลก็ จะเกดิ การตดิ ไฟโดยการรวม กบั ออกซิเจนในอากาศอยา่ งรวดเรว็ ในลกั ษณะคลา้ ยกบั ระเบดิ ซ่ึงจะมีผลทาใหเ้ กดิ แสงสี และลกั ษณะ รูปรา่ งการเกดิ ไฟท่แี ตกต่างกนั ตามชนิดและปรมิ าณของธาตทุ ่ผี สมเตมิ ลงในเหลก็ กลา้ กอ้ นน้นั ๆ การตดิ ไฟ ของคารบ์ อนในเหลก็ ทา ใหเ้ กดิ แสงสที ่แี ตกตา่ งกนั เหลก็ กลา้ เหลก็ กลา้ คารบ์ อน
ลกั ษณะของประกายไฟ การตรวจสอบช้ินงานโดยการดูประกายไฟน้นั สามารถจาแนกชนิดโลหะอยา่ งหยาบ ๆ โดยท่โี ลหะ นอกกลมุ่ เหลก็ จะไม่เกดิ ประกายไฟ เม่อื ถกู บั หนิ เจยี ระไน สว่ นโลหะในกลมุ่ เหลก็ จะมปี ระกายไฟแตกต่างกนั ออกไปตามชนิดหรอื สว่ นผสมของธาตตุ า่ ง ๆ 1) เหลก็ กลา้ คารบ์ อนตา่ 2) เหลก็ กลา้ คารบ์ อนตา่ -เจอื ตา่ ลกั ษณะการแตกของประกายไฟท่ีพบเป็ นลกั ษณะแฉก 3-4 แฉกกระจายอยูท่ วั่ ไป ลกั ษณะการแตกของประกายไฟ จะพบธาตโุ มลบิ ดีนมั ซ่ึงมีลกั ษณะ เสน้ ลาแสง มีความยาวและความสวา่ งมาก ประกายเรยี บ เป็ นปลายหอกบรเิ วณปลายประกายไฟมากข้ึน
ลกั ษณะของประกายไฟ 3) เหลก็ กลา้ คารบ์ อนปานกลาง 4) เหลก็ กลา้ คารบ์ อนสูง ลกั ษณะประกายไฟท่พี บเป็ นประกายแฉกแบบหลายขน้ั กระจายอยูท่ วั่ ไป ลกั ษณะประกายไฟท่ีพบมีลกั ษณะประกายแบบเดนไรท์ (Dendrite) ขนาดคอ่ นขา้ ง ความยาวของเสน้ ลาแสงและความสวา่ งนอ้ ยกว่ากลมุ่ เหลก็ กลา้ คารบ์ อนตา่ เลก็ กระจายอยูอ่ ยา่ งหนาแน่น เสน้ ลาแสงสน้ั หนา และสขี องลาแสงเขม้ ข้ึน
ลกั ษณะของประกายไฟ 5) เหลก็ กลา้ เจอื สูงและเหลก็ กลา้ ไรส้ นิม 6) เหลก็ กลา้ เจอื สูงและเหลก็ กลา้ เคร่อื งมือรอบสูง ลกั ษณะท่ีพบเป็ นเสน้ ลาแสงสสี ม้ แดง เม่ือสงั เกตใกล้ ๆ พบว่าเสน้ ลาแสงมีลกั ษณะ ลกั ษณะท่ีพบเป็ นเสน้ ลาแสงสแี ดงเขม้ ท่ีปลายเสน้ ลาแสงมีลกั ษณะเป็ นหาง เป็ นคล่นื หรอื เสน้ ประซ่ึงเกดิ จากธาตโุ ครเมียมสูง และพบประกายแบบปลายหอก จ้งิ จอก ซ่ึงเกดิ จากธาตทุ ง้ั สเตน และเม่ือสงั เกตใกล้ ๆ พบวา่ เสน้ ลาแสงมี ลกั ษณะเป็ นคล่นื หรอื เสน้ ประซ่งึ เกดิ จากธาตุ โครเมียม
ลกั ษณะของประกายไฟ 7) เหลก็ กลา้ เจอื สูงและเหลก็ กลา้ เครอ่ื งมือ 8) เหลก็ รอบสูง ลกั ษณะเสน้ ลาแสงท่พี บเป็นสสี ม้ มปี ระกายรูปดอกไมซ้ ่งึ เกดิ จากธาตโุ ครเมียมกระจายอยู่ทวั่ ไป ลกั ษณะประกายขาดตอนเป็ นช่วง มีประกายแตกของธาตคุ ารบ์ อนเลก็ นอ้ ย เสน้ ลาแสงบางและสน้ั มาก
Thank you - THE END -
Search
Read the Text Version
- 1 - 10
Pages: