Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การสอนในส่วนของเนื้อหา Storytelling

การสอนในส่วนของเนื้อหา Storytelling

Published by krusarttraining, 2020-05-15 04:51:24

Description: วัตถุประสงค์ของการสร้างบทเรียนนี้เพื่อใช้ในการประกอบการศึกษาเรื่อง การสอนในส่วนของเนื้อหา Storytelling

Keywords: storytelling

Search

Read the Text Version

เอกกนก พนาดารง งานจดั การความรู้ การเขยี นเรื่องเลา่ ดว้ ยเทคนคิ การเล่าเร่อื ง (Story telling) “การเล่าเร่ือง (Story telling)” เป็นการบอกเล่าเรื่องราวความรู้ต่างๆ ท่ีอยู่กับตัวบุคคล (Tacit knowledge) จากประสบการณ์การดาเนินชีวิต เรื่องท่ีซาบซ้ึง ประทับใจ หรือได้จากการศึกษา การทางานที่ สั่งสมเป็นทักษะแนวปฏิบัติท่ีดี หรือจากพรสวรรค์ ให้ บุคคลอ่ืนฟัง เพื่อให้ผู้ฟังสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับการ ทางานของตนเองได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาเริ่มต้นศึกษาใน เรื่องนนั้ ๆ ใหม่ โดยกระบวนการเล่าเร่ืองน้ีจัดเปน็ เคร่ืองมือ ด้านการจัดการความรู้ที่สามารถจัดเป็นทรัพย์สินทาง ปัญญาทส่ี มั ผสั ไมไ่ ด้ ซง่ึ การถ่ายทอดเรื่องราวสามารถทาได้ หลายรปู แบบ เช่น รปู แบบการเขียนเรื่องเล่า การเล่าเร่ือง ผ่านส่ือตา่ งๆ (คลปิ วดิ ีโอ สไลดน์ าเสนอ) เป็นตน้ หลกั การและแนวทางการเขยี นเรอ่ื งเล่า การเขียนเรื่องเล่าเป็นท้ังศาสตร์และศิลป์ ซ่ึงทุกคนสามารถเขียนได้ดี โดยมีการฝึกฝน จนเกดิ ประสบการณ์ของแต่ละบุคคล เมื่อฝึกฝนมาก ทักษะ/เทคนิคการเขียนจะมากขึ้นตาม โดยมีรูปแบบท่ีไม่ เหมอื นใครและไมม่ ีใครเหมือน สาหรบั หลักการและเทคนิคข้ันตอนในการเขยี นเร่อื งเลา่ มีรายละเอียด ดงั น้ี 1. หัวใจของเร่ือง เปน็ ข้อท่ีควรใหค้ วามสาคัญอันดับแรก ซ่ึงเป็นประเด็นที่เราจะส่ือสารกับผู้อ่านใน เร่ืองเล่าเร่ืองน้ีว่าคืออะไร และยังเป็นตัวช่วยกรองว่าเหตุการณ์ไหนท่ีเราควรจะใส่เข้ามาในเร่ือง โดยลกั ษณะหวั ใจของเรอ่ื งที่ดี ควรเป็นประเด็นใหมท่ ีผ่ ้คู นไมเ่ คยรบั ร้มู ากอ่ นและกระทบวงกวา้ ง 2. โครงเร่ือง (Plot) สรุปเร่ืองราวทั้งหมดของเร่ืองเล่าอย่างย่อ ซ่ึงควรมี 3 – 4 บรรทัด หรือ 3 - 4 ประโยค 3. การเดินเรื่อง ไม่จาเป็นต้องเรียงตามลาดับเวลาตามโครงเร่ืองเสมอไป สามารถสลับไปมาได้ แต่ หัวใจสาคัญอยู่ท่ีการอนุญาตให้เรื่องราวหรือเหตุการณ์เป็นตัวเล่าเร่ือง ไม่ใช่ให้เราเป็นคนตัดสิน เรื่องราวทเี่ ล่า ซง่ึ จะทาให้เรือ่ งเลา่ มพี ลงั หลักการสาคญั ของการเขียนเรื่องเลา่ การเขียนเรื่องเล่าถ้ามีองค์ประกอบที่ครบถ้วน เรื่องเล่าน้ันจึงจะน่าสนใจ ทาให้ผู้อ่านเข้าถึงเรื่องราว เข้าใจประเด็นของเรื่องเล่าน้ันตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีคาถามเกิดข้ึนเม่ืออ่านจบ โดยองค์ประกอบของการเขียน เรอื่ งเลา่ มี 4 ประการ (ภาพที่ 1) การเขียนเร่ืองเล่า ดว้ ยเทคนิคการเลา่ เร่ือง (Story telling) หนา้ 1/3

เอกกนก พนาดารง งานจดั การความรู้ องคป์ ระกอบ 1 องคป์ ระกอบ 2 องค์ประกอบ 3 องค์ประกอบ 4 เปดิ ตวั ละคร ดาเนินเรือ่ งให้ สร้างฉาก เขม็งเกลยี ว การคลีค่ ลาย สู่จดุ สาคญั ของเร่ือง นาผอู้ า่ นสู่โลก ของเร่อื งเล่า ภาพท่ี 1 องคป์ ระกอบของการเขียนเรื่องเลา่ สาหรับการเขียนเร่ืองเลา่ ให้ดี องค์ประกอบสาคญั มีดงั นี้ 1. การปูพื้น ทาให้เร่ืองเล่ามีพลังในการนาเสนอโดยมี 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ การเกร่ินนา เป็นการ บอกว่าเรอ่ื งที่เล่าน้ีจะเกย่ี วกบั อะไร และการสร้างฉาก เป็นการให้ฉากของเรื่องราวว่าเร่ืองเกิดข้ึน ท่ีไหน สถานการณ์เช่นใดกอ่ นการนาเสนอตัวละคร 2. แนะนาตัวละคร ตวั ละครไมค่ วรเปิดตัวพรอ้ มกนั ควรเปดิ ทลี ะตัว จะทาให้เรื่องน่าติดตาม ซึ่งการ เปิดตัวละครนั้นไม่มีรูปแบบท่ีตายตัว โดยหลักการสาคัญคือ แนะนาตัวละครแต่พอสมควรแล้ว เดนิ เร่ืองไปเรื่อยๆ ท่ีสาคัญ เร่ืองราวหรือเหตุการณ์ที่ตัวละครพบเจอต้องมีความสาคัญ หรือมีปม ขัดแย้ง ซง่ึ มกั ใสเ่ ข้ามาตอนกลางเรอื่ ง หลังจากปูเรอื่ งราว และแนะนาตัวละครเสรจ็ แล้ว 3. จุดเด่นของเรื่อง (Highlight) หรือปมขัดแย้ง (Tension) มีความสาคัญต่อเร่ืองเล่ามาก เป็นสว่ นท่ีทาให้คนอ่านชวนติดตามหรือลนุ้ เปน็ ระยะ และเอาใจช่วยตัวละครให้ฟันฝ่าอุปสรรคไป ไดใ้ นทา้ ยเรอ่ื ง แต่ไมค่ วรมมี าก และไมค่ วรเกนิ 2 – 3 เหตกุ ารณ์สาคัญ 4. ส่วนสรุป หรือคลค่ี ลายเหตกุ ารณ์ ไมจ่ าเป็นต้องสรปุ ท้ายเรือ่ งเสมอไป หรือสรุปเป็นข้อๆ แต่ต้อง หาบทสรุปท่ีรับกับหัวใจของเร่ือง โดยการสรุปที่ดี ควรสรุปด้วยเร่ืองราวสั้นๆ แสดงให้เห็นการ คลี่คลายของเหตุการณ์ หรือปมขัดแย้งท่ีได้ขมวดปมไว้ และสิ่งสาคัญอีกประการหนึ่งคือผู้เขียน ต้องสรุปให้เปน็ บทเรียนของชีวิต เพือ่ ให้ผู้อ่านนาไปใชเ้ ปน็ กรณศี ึกษาได้ เทคนคิ การเขียนเร่อื งเล่า 1. การถ่ายทอดเร่ืองราว ควรบอกเล่าด้วยภาษาและสไตล์การเขียนท่ีเข้าใจง่าย การย่อหน้า และ การเขยี นในแตล่ ะยอ่ หน้า หลักการสาคญั คือ แต่ละย่อหน้าตอ้ งมใี จความเดียวกันทั้งย่อหน้า และ ไมค่ วรเกิน 7 – 10 ประโยคหรอื บรรทัด การเขียนเร่ืองเลา่ ดว้ ยเทคนคิ การเล่าเรื่อง (Story telling) หน้า 2/3

เอกกนก พนาดารง งานจดั การความรู้ 2. การเขียนโดยใช้บทสนทนาในการดาเนินเรื่อง ต้องสร้างภาพให้คนอ่านได้รับรู้ไปพร้อมกันว่าใคร ทาอะไรอยู่ คาพูดแต่ละคาใครเป็นคนพูด พูดในอารมณ์และสถานการณ์อย่างไร ต้องอธิบาย ทา่ ทางให้ชัดเจน 3. การเขียนบรรยายฉาก ตัวละคร เหตุการณ์และเรื่องราว ต้องให้คนอ่านเห็นว่าเกิดอะไร (What) เกิดขึ้นกับใคร (Who) ท่ีไหน (Where) เม่ือไหร่ (When) ซึ่งเป็นการบรรยายลักษณะตามที่ เกิดข้ึนจริง และท่ีสาคัญ การเขียนเชิงคุณภาพต้องบรรยายเชิงคุณภาพหรือเร่ืองราวเหตุการณ์ (Narration) เชิงคุณภาพที่จะอธิบายว่าเป็นอย่างไร (How) และอธิบายให้รู้ถึงเบื้องหลัง เหตกุ ารณ์ หรือทม่ี าท่ไี ปของเหตกุ ารณว์ า่ ทาไม (Why) จงึ เกดิ เหตกุ ารณ์นขื้ ้นึ 4. วิธีการสรุปประเด็น เช่ือมต่อ หรือส่งต่อประเด็นในแต่ละตอน ต้องสรุปให้ได้ว่า เรื่องเล่านี้มี ความสาคัญต่อหวั ใจหรือประเด็นหลักของเร่ืองอยา่ งไร 5. การเปิดเร่ือง ต้องเป็นเรื่องราว เหตุการณ์ หรือฉากที่สะท้อนให้เห็นว่ามีความสัมพันธ์กับ เนื้อเรื่อง หรอื ประเดน็ หลักของเร่ือง 6. หากมีการอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ หนังสือ หรือจากแหล่งอ่ืนๆ ควรระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน ควรระมดั ระวัง ในการพาดพงิ ถึงบคุ คล หน่วยงาน ซ่งึ อาจทาให้เกิดความเสยี หาย 7. วิธีการสรุปและทิ้งท้าย เป็นส่วนสาคัญที่สุดเท่ากับส่วนข้ึนต้นก็ว่าได้ โดยหลักการส่วนน้ีจะ นาเสนอขอ้ เสนอทเ่ี ราคิดว่าเปน็ ไปได้ หรอื เป็นสว่ นท่แี สดงความคิดรวบยอดของทงั้ เรือ่ งที่เขยี น สรุปได้ว่า “การเขียนเร่ืองเล่า ถ้ามีการวางโครงเรื่องท่ีดี กาหนดองค์ประกอบชัดเจน จะเป็น ตวั กาหนดทศิ ทางการเขียนไม่ให้หลงประเด็น เนื้อหาจะเรียงลาดับความสาคัญและเช่ือมโยงกัน อีกส่วนหนึ่งที่ มีความสาคัญอย่างย่ิงคือ ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า เรื่องท่ีเขียนมีวัตถุประสงค์ในการเขียนเพื่ออะไร ซึ่ง วัตถปุ ระสงค์จะเปน็ ตวั กาหนดรปู แบบการนาเสนอ การใชภ้ าษา และลักษณะของเนื้อหา โดยประโยชน์ที่ได้รับ จากการเขียนเรื่องเล่า จะทาให้เราได้ผ่อนคลาย ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ ไตร่ตรองความคิดที่ผ่านมาว่าเรา คิดอย่างไรกับสิ่งท่ีเกิดข้ึน ทาให้เกิดการเรียนรู้ไปอีกขั้น และเก็บไว้เป็นความรู้ เป็นตานานแห่งความ ภาคภมู ิใจ” เอกสารอ้างองิ 1. เกรียงศักดิ์ เจรญิ วงศ์ศักด์.ิ เขยี นบทความอย่างไรใหน้ า่ อ่าน. กรงุ เทพฯ : ซัคเซสมีเดยี , 2547. 2. วิจารณ์ พานชิ . การจดั การความร้ฉู บับนักปฏิบัติ. กรงุ เทพฯ : สขุ ภาพใจ, 2548. 3. ปวณี อร พรหมณ.ี เทคนคิ การเล่าเรอ่ื ง. 2554. เข้าถึงได้จาก https://www.gotoknow.org/posts/456068 4. วฒั นาวรรณ บุญกณุ ะ. Narrative Medicine เรอื่ งเล่าทางการแพทย์. 2557. เขา้ ถงึ ได้จาก http://www.med.cmu.ac.th/hospital/nis/km/journal/talk_stories_wattanawan.pdf การเขยี นเร่ืองเล่า ด้วยเทคนคิ การเลา่ เร่ือง (Story telling) หน้า 3/3


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook