Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 7 สิ่งมหัศจรรค์

7 สิ่งมหัศจรรค์

Published by coux8520, 2018-01-23 21:57:06

Description: 7 สิ่งมหัศจรรค์

Search

Read the Text Version

7 ส่งิ มหศั จรรย์ของโลก

7 สงิ่ มหศั จรรย์ของโลก คอื สงิ่ กอ่ สร้างท่ีมีความยง่ิ ใหญ่ และโดดเดน่ ท่สี ดุ ในโลกซง่ึ จะมีทงั้ หมด 7 แหง่ ด้วยกนั และมมี านานหลายยคุ หลายสมยั แล้วคะ่ ซง่ึ สว่ นใหญ่สถานทเี่ หลา่ นนั้ จะมเี รื่องราวท่เี กีย่ วโยงกบั ประวตั ศิ าสตร์ของโลกด้วยเชน่ กนัและนอกจากสง่ิ มหศั จรรย์ยคุ ใหมข่ องโลก เรามาเท้าความไปถึงสงิ่ มหศั จรรย์ของโลกในยคุ ก่อนกนั ด้วยคะ่ วา่ มที ี่ไหนบ้าง

11. ชีเชน อติ ซา (Chichen Itza) : เมก็ ซโิ ก ชีเชนอติ ซา เป็นภาษามายา แปลวา่ ต้นทางแหง่ ความสขุ สบายของประชาชน ตงั้ อยทู่ างภาคตะวนั ออกเฉียงใต้ของประเทศ เม็กซิโก เป็นแหลง่ โบราณคดีท่ีสร้างขนึ ้ โดยชาวมายนั ซง่ึ สร้างขนึ ้ เพอ่ื เป็นอนสุ รณ์ของเทพเจ้า ชีเชนอติ ซา มรี ูปทรงเป็นสามเหลย่ี มลดขนั้ เป็นชนั้ ๆ พนื ้ ท่รี าว 6.4 ตารางกิโลเมตร วหิ ารทใ่ี หญ่สดุ มชี ื่อวา่ “วิหารแหง่ นกั รบ” สร้างขนึ ้ ในคริสต์ศตวรรษท่ี 12 หลงั จากสร้างวิหารเกา่ แหง่ ชกั โมล ตรงกลางสร้างเป็นปราสาทเหลย่ี มทบึ สงู ขนึ ้ ไป ใช้เป็นที่ทา พิธีสงั เวยเทพเจ้าโดยใช้เดก็ สาวโยนลงไปถวายเทพเจ้า ณ ที่นนั้ นอกจากนใี ้ นสว่ นของพีระมดิ แหง่ เทพเจ้าคคู ลุ คาน ซง่ึ ถือเป็น พรี ะมดิ แหง่ สดุ ท้าย และเป็นพรี ะมดิ ทก่ี ลา่ วได้วา่ ยงิ่ ใหญ่ทีส่ ดุ ของอารยธรรมมายาด้วย

22. คริชตู เรเดงโตร์ (Cristo Redentor) : บราซิล รูปปัน้ พระเยซูคริสต์ ตงั้ อยทู่ ่ียอดเขากอร์โกวาดู ประเทศบราซลิ นอกจากจะเป็นสง่ิ ก่อสร้างท่ีมีความหมายถึงศรัทธาที่ยงิ่ ใหญ่ ยงั เป็นสญั ลกั ษณ์ทท่ี าให้เมืองริโอ เดอ จาเนโร โดง่ ดงั ไปทวั่ โลกอกี ด้วย รูปปัน้ พระคริสต์นมี ้ ีความสงู ถึง 38 เมตร ได้รับการออกแบบโดยเอโตร์ ดา ซลิ วา กอชตา ชาวบราซลิ และสร้างโดยปอล ลนั ดอฟ สกี ประตมิ ากรชาวฝรั่งเศสถึง 5 ปีด้วยกนั ทีน่ ีถ่ ือเป็นอนสุ าวรีย์ทมี่ ชี ื่อเสยี งมากท่ีสดุ แหง่ หนงึ่ ของโลก และเป็นที่ยดึ เหนย่ี วทาง จิตใจของชาวบราซิลอกี ด้วย ทาให้ในแตล่ ะปีจะมีนกั ทอ่ งเที่ยวเดินทางมายงั สถานท่แี หง่ นรี ้ าว 1.8 ล้านคนทีเดยี ว

33. กาแพงเมืองจนี (Great Wall of China) : จนี กาแพงเมอื งจีนนี ้สร้างขนึ ้ จีนสมยั สมยั ราชวงศ์ฉิน เพอื่ ปอ้ งกนั การรุกรานจากชนเผา่ มองโกล และเติร์กในอดตี และหลงั จากนนั้ ยงั มีการสร้างกาแพงตอ่ อกี หลายครงั้ ด้วยกนั มคี วามยาวทงั้ สนิ ้ กวา่ 21,196.18 กิโลเมตร ครอบคลมุ พนื ้ ท่ี 15 มณฑลทวั่ ประเทศ ถือเป็นสง่ิ ก่อสร้างโดยฝีมือมนษุ ย์ทย่ี าวที่สดุ ในโลกเทา่ ทเี่ คยมีมา ความยงิ่ ใหญ่ และประวตั ิศาสตร์อนั ยาวนานนี่เอง ทาให้กาแพงเมอื งจีนนอกจากจะเป็น 1 ใน 7 มหศั จรรย์ของ โลกแล้ว ยงั เป็น 1 ในมรดกโลก ทอี่ งค์กร UNESCO คดั เลอื กอกี ด้วย

44. มาชูปิ กชู (Machu Picchu) : เปรูเมอื งสาบสญู แหง่ อนิ คา หรือ มาชปู ิกชู แหง่ นี ้เป็นซากอารยธรรมโบราณของชาวอินคา ตงั้ อยบู่ นเทอื กเขาสงู ในประเทศเปรู อยสู่ งู กวา่ระดบั นา้ ทะเลถงึ 2,350 เมตร ทต่ี งั้ ของเมอื งนคี ้ อ่ นข้างกนั ดารยากทจี่ ะเข้าถงึ เพราะตงั้ อยบู่ นท่ีราบสงู แอนดิส ลกึ เข้าไปในป่าอเมซอนและอยเู่ หนือแมน่ า้ อรุ ุบมั บา หลงั จากอาณาจกั รอินคาลม่ สลายจากการพา่ ยแพ้สงครามให้กบั ชาวสเปน และโรคระบาด เมืองแหง่ นกี ้ ็ได้หายสาบสญู ไปกวา่ 3 ศตวรรษ และได้ถกู ค้นพบโดยนกั โบราณคดชี าวอมเริกนั ไฮแรม บิงแฮม ในปีค.ศ. 1911นอกจากนี ้มาชปู ิกชู เป็นหลกั ฐานท่ีสาคญั ของจกั รวรรดิอินคา องค์กร UNESCO จงึ ได้กาหนดให้ มาชปู ิกชูเป็นมรดกโลก โดยเป็นสถานที่ทอ่ งเท่ียวท่ีคนนิยมไปศกึ ษาประวตั ิศาสตร์

55. นครเปตรา (Petra) : จอร์แดนนครเปตรา ซอ่ นตวั อยา่ งลกึ ลบั ในหบุ เขาวาดี มซู า หบุ เขาที่ตงั้ อยรู่ ะหวา่ งทะเลสาบเดดซี กบั ทะเลอคั บาในประเทศจอร์แดน นครนใี ้ นสมยั โบราณนนั้ เป็นนครแหง่ การค้าขนาดใหญ่ เป็นเมอื งหลวงของชนเผา่ นาบาเชียนซง่ึ เป็นชนเผา่ ที่อาศยั อยทู่ างตอนใต้ของประเทศจอร์แดนในสมยั ก่อน และถกู ละทงิ ้ เป็นเวลานานกวา่700 ปี ซงึ่ ได้ถกู ค้นพบโดยนกั สารวจชาวสวติ เซอร์แลนด์ โจฮนั น์ ลคุ วิก เบิร์กฮาร์ท ในปี ค.ศ. 1812

6 6.โคลอสเซียม (Colosseum) : อติ าลี โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬาโบราณทยี่ ิ่งใหญ่ที่สดุ ในขณะนนั้ สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตงั้ อยใู่ จกลางกรุงโรมนี ้เร่ิมสร้างขนึ ้ ใน สมยั จกั รพรรดเิ วสเปเซียน แหง่ จกั รวรรดิโรมนั และสร้างเสร็จในสมยั ของจกั รพรรดไิ ททสั ใช้เวลาการก่อสร้ างถึง 10 ปีด้วยกนั ท่ีแหง่ นี ้ มีห้องสาหรับขงั ทาส นกั โทษ และสตั ว์ดรุ ้าย เช่น สงิ โต เสอื โดยจะให้ทาสส้กู นั เองจนกวา่ จะเหลอื ผ้รู อดชีวิตเพยี งคนเดียว หรือให้ส้กู ับ สงิ โต เพอื่ เป็นความบนั เทงิ ให้แกผ่ ้ชู ม ผ้ทู ่รี อดตายจากการตอ่ ส้จู ึงจะได้รับอสิ รภาพโคลอสเซียม เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอฐิ และหนิ ทราย วดั โดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สงู 57 เมตร สามารถจผุ ้ชู มได้ประมาณ50,000 คน นอกจากนยี ้ งั มกี ารออกแบบอยา่ งชาญฉลาด โดยสร้างให้สนามกีฬามีลกั ษณะเป็นรูปวงรี เพือ่ ให้ผ้ชู มรู้สกึ เข้าใกล้นกั กีฬาและมีการออกแบบทางระบายนา้ เพือ่ ไมใ่ ห้นา้ ทว่ มขงั ในสนามขณะเกิดฝนตกอีกด้วย โคลอสเซยี มจึงกลายเป็นต้นแบบของสนามกีฬาตา่ งๆ ในปัจจบุ นั

7 7.ทชั มาฮาล (Taj Mahal) : อนิ เดยี สสุ านหินออ่ น ทชั มาฮาล แหง่ นี ้ผ้คู นเชื่อวา่ เป็นสถาปัตยกรรมแหง่ ความรักท่ีสวยทส่ี ดุ ในโลกที่สร้างขนึ ้ โดยสมเด็จพระ จกั รพรรดแิ หง่ จกั รวรรดโิ มกลุ ผ้มู รี ักมน่ั คงตอ่ พระมเหสขี องพระองค์ทชั มาฮาล ตงั้ อยใู่ นสวนริมฝั่งแมน่ า้ ยมนุ า ในเมืองอาครา สว่ นทีม่ ชี ื่อเสยี งท่ีสดุ คอื หลมุ ศพของพระนางมมุ ตซั มาฮาล ซงึ่ ถกู สร้างด้วยหินออ่ นสขี าว ศิลาแลง ประดบั ลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดบั จากมติ รประเทศ ได้รับคารับรองวา่ สร้างขนึ ้ ด้วยสดั สว่ นท่ีวจิ ิตรและงดงามท่ีสดุ รวมถงึ ยงั ได้รับการยกยอ่ งวา่ เป็นตวั อย่างชนั้ เลศิ ของสถาปัตยกรรมมฆุ ลั ในอนิ เดยี ท่ีนี่ต้องใช้แรงงานในการกอ่ สร้างถงึ 20,000 คน และใช้เวลากอ่ สร้างถงึ 20 ปี

8สงิ่ มหศั จรรย์ของโลก นนั ้ ไมใ่ ช่เร่ืองใหมข่ องโลกนีแ้ ตอ่ ยา่ งใด มนั อยคู่ ่กู บั ผ้คู นมาแทบทกุ ยคุ ทกุ สมยั ถึงขนาดมคี าโบราณในภาษากรีกเพ่ือใช้เรียกสง่ิ เหลา่ นีว้ า่Themata แปลวา่ ต้องไปเหน็ ให้ได้ แน่นอนวา่ ก่อนจะมีส่งิ มหศั จรรย์ในยุคปัจจุบันท่ีเรารู้จกั อยแู่ ล้ว ไมว่ ่าจะเป็น กาแพงเมอื งจีน ทชั มาฮาล โคลอสเซียม ฯลฯ ทงั ้ หมดนีเ้ป็นของที่เรารู้แน่ชดั ว่าถกู สร้างขนึ ้ แตส่ าหรับ สง่ิ มหศั จรรย์ของโลกยคุ โบราณนนั ้ มนั กลบั ดลู กึ ลบั จนเกือบ ออกไปทางเรื่องปรัมปราซะด้วยซา้ บางอย่างยงั หลงเหลือซากปรักให้เราได้ชม แต่ บางอยา่ งก็แทบไมม่ ีหลกั ฐานยืนยนั เลย มีเพียงคาบอกเลา่ จากตาราโบราณเท่านนั ้

9 แผนท่ี 7 สง่ิ มหศั จรรย์ของโลก ยคุ โบราณสาหรับสงิ่ มหศั จรรย์ของโลกยคุ โบราณนนั ้ จะอย่ใู นช่วงประมาณ 5,000 ปีก่อนคริสตกาล ถึงปีคริสตศกั ราช 500 โดยเร่ืองราวของสงิ่ เหลา่ นีถ้ กู พบเป็นครัง้ แรกในงานเขียนของกวีชาวกรีก นามวา่ แอนตเิ พเตอร์แหง่ ไซดอน (Antipator of Saidon)ซงึ่ นบั เป็นการจดั ทาบญั ชี 7 สงิ่ มหศั จรรย์ของโลกเป็นบญั ชแี รกของมนษุ ยชาตอิ ีกด้วยแตส่ ว่ นใหญ่เป็นสงิ่ ก่อสร้างในแถบเมดเิ ตอเรเนียนตะวนั ออก (เชื่อว่าน่าจะเพราะยงั ไมม่ ีการเดนิ เรือไปยงั ทวีปอน่ื ๆ แพร่หลายเท่ายคุ ถดั มา) มที งั ้ หมด ดงั นี ้

101. มหาพีระมดิ แห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza)มหาพีระมดิ ของกษัตริย์คฟู ู ริมฝั่งตะวนั ตกของแมน่ า้ ไนล์ในอยี ิปต์ มอี ายรุ าว 2,690 ปีกอ่ นคริสตกาล หรือเกา่ แกก่ วา่ นนั้ เป็นสง่ิ มหศั จรรย์เพยี งอยา่ งเดยี วทเี่ กา่ แก่ที่สดุ และยงั คงตงั้ อยจู่ นยืนยงจนปัจจบุ นั ใช้สาหรับเป็นทเี่ ก็บรักษาพระศพฟาโรห์คฟู ู (Khufu) สร้างขนึ ้ ด้วยก้อนหินทรายทรงสเี่ หลย่ี มประกอบกนั กวา่ 2.3 ล้านก้อน สร้างยาวนานกวา่ 20 ปี ใช้แรงงานไมต่ ่ากวา่ 100,000 ชีวติ ปัจจบุ นั วิธีการสร้างพีระมดิ แหง่ กีซายงั คงเป็นปริศนา ด้วยความทหี่ นิ แตล่ ะก้อนมนี า้ หนกั หลายตนั (ชิน้ ท่ใี หญ่ที่สดุ หนกั ถงึ 200 เมตริกตนั หนกั เทา่ ชิน้ สว่ นเรือไททานิค) แตเ่ ทคโนโลยีในขณะนนั้ ยงั ไมม่ ีระบบปัน้ จนั่ ไมร่ ู้จกั แม้กระทงั่ ล้อเลอ่ื น มีเพียงหลกั ฐานเป็น ภาพแกะสลกั นนู ต่าบนฝาผนงั หนิ ซง่ึ แสดงการเคลอื่ นย้ายเทวรูปหนิ ขนาดใหญ่ด้วยแรงคนนบั ร้อยลากเข็นไปบนแคร่ไม้ ใช้การราดนา้ เพื่อช่วยลดแรงเสยี ดทาน แตน่ น่ั ยงั ไมส่ ามารถตอบเราได้วา่ พวกเขาใช้วธิ ีใดลาเลยี งหนิ ขนึ ้ สบู่ ริเวณก่อสร้างในระดบั สงู ขนึ ้ เร่ือยๆ จน เทยี บเทา่ ตกึ 40 ชนั้ ในยคุ ปัจจบุ นั ได้ ถงึ ขนาดทมี่ ที ฤษฎีวา่ พีระมดิ แหง่ เมอื งอยี ิปต์นนั้ อาจจะไมใ่ ชฝ่ ีมอื ของมนษุ ย์ในสมยั ของอยี ปิ ต์ โบราณ แตอ่ าจจะเป็นฝีมอื ของชาวแอตแลนตสิ หรือไมก่ ็ มนษุ ย์ตา่ งดาว นน่ั เลย

112. สวนลอยแหง่ บาบโิ ลน (HANGING GARDENS OF BABYLON) มีการบรรยายถึงสวนแหง่ นไี ้ ว้วา่ มพี นื ้ ทก่ี วา่ 400 ตารางฟตุ สร้างสงู ขนึ ้ ไปเป็นชนั้ ๆ อดุ มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพนั ธ์ุ มีระบบชกั รอกเพ่ือรถนา้ ต้นไม้จากชนั้ บน แล้วปลอ่ ยให้ไหลลงตามชนั้ ตา่ งๆ พระเจ้าเนบคู าดเนสซาร์ท่ี 2ทรงให้สร้างไว้เพ่ือเป็นอทุ ยาน พกั ผอ่ นของพระมเหสขี องพระองค์ เพอื่ บรรเทาความคดิ ถงึ บ้านเกดิ ของพระนาง

123. เทวรูปซสู ที่โอลมิ เปีย (The Statue of Zeus at Olympia)

134. วหิ ารอาร์ทิมสี (The Temple of Artemis at Ephesus) ที่นถี่ กู เผาทาลายอยหู่ ลายครงั้ ครัง้ แรกในวนั ท่ี 21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล ซงึ่ ตรงกบั วนั ประสตู ขิ องอเลก็ ซานเดอร์มหา ราช ซง่ึ ในภายหลงั พระองค์ก็ต้องการทจี่ ะบรู ณะวหิ ารนขี ้ นึ ้ มา แตช่ าวเมืองก็ปฎเิ สธ และเลอื กท่ีจะบรู ณะกนั ใหมเ่ องโดยลดขนาด วิหารให้เลก็ ลง ตอ่ มาก็ถกู ทาลายอีกโดยพวกโกธสจ์ ากเยอรมนั ทบี่ กุ เข้ามาโจมตี เมื่อปี ค.ศ. 262 จนต้องบรู ณะกนั อีกครัง้ สดุ ท้าย วหิ ารก็ถกู ทาลายอีกโดยกลมุ่ ชาวคริสต์ นาโดย Saint John Chrysostom ในปีค.ศ.401 ปัจจบุ นั หลงเหลอื เพียงซากเสาเทา่ นนั้

145. สสุ านแหง่ ฮาลคิ าร์นสั ซสั (Mausoleum at Halicarnassus)

15 6. เทวรูปโคโลสซูสแหง่ เกาะโรดส์ (Colossus of Rhodes)ตงั้ อยใู่ นทะเลเอเจียน ประเทศกรีซ เป็นรูปสาริดขนาดใหญ่ของสรุ ิยเทพ หรือเฮลอิ อส (Apollo) สงู ประมาณ 33 เมตร กอ่ สร้างระหวา่ ง 292-280 ปีก่อนคริสตกาล ตงั้ ตระหงา่ นบริเวณปากอา่ วของเกาะโรดส์ ถกู ทาลายโดยแผน่ ดนิ ไหวหลงั การสร้างเพยี ง 56 ปีถงึ กระนนั้ ซากของเทวรูปนกี ้ ็ยงั เป็นจดุ แลนด์มาร์คของผ้คู นในแถบนตี ้ อ่ มาถงึ 800 ปี ในประวตั ศิ าสตร์มบี นั ทกึ วา่ แคส่ ว่ นนวิ ้ ของรูปปัน้ นีก้ ็มีขนาดใหญ่กวา่ ไซส์รูปปัน้ ปกติของยคุ นนั้ แล้ว

167. ประภาคารฟาโรส แหง่ อเลก็ ซานเดรีย (Lighthouse of Alexandria)




Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook