Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วัสดุในชีวิตประจำวัน

วัสดุในชีวิตประจำวัน

Published by rongksiriporn228, 2019-08-01 01:46:14

Description: วัสดุในชีวิตประจำวัน

Search

Read the Text Version

วสั ดุในชวี ิตประจําวนั

คํานํา ตํารางการออกแบบพฒั นาคอรสแวรไ ดเ รยี บเรียงขนึ้ เพอ่ื ใชประกอบการเรียนการสอนสาํ หรบั ศกึ ษา ครุศาสตรบ ัณฑติ สาขาคอมพิวเตอร คณะครุศาสตร ตลอดจนอารย นักวิชาการและบคุ คลทส่ี นใจ โดยผู เขียนไดเ รยี บเรยี งเนอ้ื หาจากหนังสอื ตาํ รา เอกสาร งานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวของกับคอมพิวเตอร และเทคโนโลยี ทางการศกึ ษา รวมทัง้ ความรแู ละประสบการณใ นการ จัดการเรียนการสอน ผูเขยี นไดแบงเนอ้ื หาของเอกสาร ตํารา เลมน้ีไว9หัวขอ เรอื่ ง โดยเรียบเรียงตงั้ แตความรเู บอื้ งตนเกี่ยวกับคอรส แวร การออกแบบและพฒั นาคอรส แวร การออกแบบ หนา จอ มัลตเิ ดยี ซอฟตแ วรส าํ หรบั การพฒั นาคอรส แวรก ารประเมินคอรสแวร อีกทง้ั ไดท ําการเรยี บเรียง เนอ้ื หาใหเปน ไปตามลําดับขัน้ ตอนทง่ี ายตอ การศกึ ษา

ส า ร บั ญ 1วัสดุธรรมชาติ 1 หนา 2วัสดุสังเคราะห 2 3ไม 3 4โลหะ 4 5พลาสติก 5 6ยาง 6

วัสดุในชีวิตประจาํ วัน 1วสั ดใุ นธรรมชาติ 2วัสดสุ งั เคราะห 3ไม 4โลหะ 5พลาสตกิ 6ยาง

วัสดุธรรมชาติ จําแนกได เปน 3ประเภท 1.วัสดุธรรมชาติ ประเภทพืชไดแก ตนไม ชนิดตางๆ เชน ฟางขาว มีจาํ นวนมากใน แตละครั้งของการเก็บ เก่ียว มีการนําฟองขาว มาใชในงานประดิษฐตาง ไป เชนนําไปยัดเปนไส แทนนุนในหมอนเชิดรูป สามเหล่ียม ทาํ ตะกรา พวกหรีด หุน เปนตน

2.วัสดุสังเคราะหหรือวัสดุท่ีถูกปรุงแตงข้ึนไหม วัสดุสังเคราะหหรือวัสดุที่ถูกปรุงแตงข้ึนใหม เปนผลิตภัณฑทางวิทยาศาสตร ที่เกิดจากการ สังเคราะหสารเคมีหรือวัสดุธรรมชาติดวย กรรมวิธีตางๆ การนําวัสดุสังเคราะหมาใชใน การสรางประดิษฐผลงาน ควรเลือกใชวัสดุทีมี ราคาถูกและหาไดงายดังตอไปนี้ พลาสติก พลาสติก เปนสารสังเคราะห ประเภทโพลีเบอร มีลักษณะออนตัวในขณะผลิต หรือใชความรอนทําใหออนตัว สามารถนาํ ไปใช หลอ อัดหรือฉีดเปนรูปตางๆ เชนนาํ มาประดิษฐ ทอน้ํา เกาอี้ ถุงใสของ ขวด ถวยชาม รถของ เลน ลูกปด เปนตน

3.ไมเ ปน วัสดทุ ี่ทําจากแกน แลนลาํ ดัยของตนไม สวน ใหญเ ปน ไมยนื ตนโดยแบงเปน ไมเน้อื แหง เชน ไมเต็ง ไมแ ดง และไมออ น เชน ไมส กั ไมยางพารา ไมโ อก โดยนยิ ามแลวไม จะหามายถงึ เน้อื เย้อื ไซเล็มช้ันท่สี อง ของตม ไมแ ตในความเขา ใจไมอ าจเปน สวนประกอบทาํ มาจากไมด ว ย ไมสามารถใชป ระโยชนไดห ลากหลายประการ ประโยชนอยางหนงึ่ คอื ใชเ ปนเชื้อเพลิงเชน ถานหรอื ฟน บางคร้งั ใชในงานศิลปะ ทาํ เฟอรนิเจอรทาํ อาวุธ หรือเปนวสั ดุกอ สรางตง้ั แต มนษุ ยเริ่มสามารถสราง บานทีอ่ ยูอาศยั หรอื เรือ โดยเรอื แทบทกุ ลาํ ใน ชว ง80ทํามาจากไมแทบทั้งสิ้น ซง่ึ ในปจ จบุ นั บานหรือ เรือทาํ มาจากไม เรมิ่ มีจาํ นวนลดลง โดยปจจบุ ัน มี การนําวสั ดุอน่ื มาใชใ นการสรา งแทน แตวาไมย งั คงมี ความสําคัญในดานการสง เสรมิ โครงสรา งแทน โดย เฉพาะอยา งยงิ่ ในการสรางหลังคาและของ ประดบั นอกบาน ไมทใ่ี ชใ นงานกอ สรา งรูจ กั กนั ในชือ่ ไม แปรรูป

โลหะ (METALS) โลหะ คื อ วั สดุ ท่ี ได จากการถลุ งสิ นแร ต างๆ โลหะ ท่ี นาํ มาใช งานส วนใหญ จะผ านการปรั บปรุ งสมบั ติ ให ดี ขึ้ นก อนนํามาใช งานโลหะเป นตั วนาํ ความร อน และไฟฟ า มี ความแข็ งแรงสู ง มี ความคงทนทน ถาวร ไม เสื่ อมสเป นวั ตถุ ที บแสบ ทาทานต อการ กั ดกร อนโลหะแบ งออก ได เป น 2 ประเภทคื อ โลหะกลมุ เหล็ก (FERROUS METALS) คือ โลหะทมี่ เี หล็ก เปน สว นประกอบหลัก แบง ออก โลหะนอกกลุมเหล็ก(NON- เปนเหล็กกลา (STEEL) และ FERROUS METALS) คอื โลหะทีไ่ มม ี เหลก็ หลอ (CAST LRON) ซึ่งมี เหลก็ เปน สว นประกอบ ดงั น้นั โลหะ ธาตคุ ารบอนผสมอยใู นปรมิ าณ แระเภทนี้จะไมเ กดิ สนมิ และไมดูดตดิ ที่ตางกนั ตง้ั แต0.1%ไปจนถงึ กับแมเ หลก็ เชน อะลมู เิ นียม 4.0% คารบอนทผี่ สมลงในเหล็ก ทองแดง สังกะสี ทองเหลือง มผี ลตอความแขง็ และเปราะของ เหล็ก โดยทว่ั ไปโลหะกลุมเหลก็ จะเกดิ สนมิ และมสี บตั ดิ ดู ติดกบั แมเ หล็กได

พลาสติ ก(PLASTICS) พลาสติ ก คื อ วั สดุ สั งเคราะห ท่ี มนุ ษย สร างขึ้ น ส วนใหญ เป นผลผลิ ตได รั บจากการกลั่ นนาํ้ มั นดิ บ ป จจุ บั นพลาสติ กนํามาใช สร างส่ิ งของเครื่ องใช มากมายและมี บทบาทอย างยิ่ งต อการดําเนิ น ชี วิ ตประจาํ วั น พลาสติ กแบ งออกได เป น2ประเภท คื อ เทอรโมพลาสติก จะ เ ท อ ร์ ไ ม เ ซ ต ติ ง ออ นตัวและหลอมเหลว พ ล า ส ติ ก เ ป น เม่อื ไดรับความรอ นและ พ ล า ส ติ ก ที ส ม บั ติ จะแขง็ ตวั เมื่อทําใหเ ยน็ พิ เ ศ ษ คื อ ท น ท า น ลงพลาสตกิ ท่ีแข็งตัว ต่ อ ก า ร เ ป ลี ย น แ ป ล ง อุ ณ ภู มิ แ ล ะ ท น แลวสามารถนาํ มา ป ฏิ กิ ริ ย า เ ค มี ไ ด้ ดี หลอมซ้าํ ไดด วยความ รอ น

ยาง  ย า ง คื อ วั ส ดุ ที มี ค ว า ท ยื ด ห ยุ่ น ถู ก นาํ ไ ป แ ป ร รู ป เ พื อ ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ ในการ ส ร้ า ง สิ ง ข อ ง เ ค รื อ ง ใ ช้ ห ล า ย ช นิ ด ส า ม า ร ถ เ เ บ่ งออก เปน ประเภท คื อ ย า ง ธ ร ร ม ช า ติ คื อ ผ ล ผ ลิ ต ที่ ไ ด จ า ก ต น ย า ง เ ม่ื อ ย า ง อ ยู ใ น ส ภ า ว ะ อุ ณภู มิ ตาํ่ จ ะ แ ข็ ง ก ร ะ ด า ง เ ม่ื อ ย า ง อ ยู ใ น ส ภ า ว ะ อุ ณภู มิ สู ง จ ะ อ อ น น่ิ ม มี ค ว า ม ยื ด ห ยุ น สู ง ทน ต อ ก า ร สึ ก ห ร อ แ ต ไ ม ทน ต อ ตั ว ทาํ ล า ย พว ก น้ํา มั น ป โ ต เ ลี ย ม

อางองิ สถาบันสง เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี เทคโนโลย(ี การออกแบบอละเทคโนโลย)ี โรงพมิ พ แหง จุฬาลงกรณ มหาวทิ ยาลัย ศูนยหนงั สอื เเหง จุฬาลงกรณ มหาวทิ ยาลัย2561หนา57

จัดทําโดย ด.ญ.ศริ ิพร รอ งแกว ชน้ั ม.2/4 เลขที่34 รายวิชา ออกแบบและเทคโนโลยี นาํ เสนอ คณุ ครภู ทั ราวรรณ อทุ ธสิงค


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook