ก คำนำ คมู่ ือรู้จักชมุ ชนปำกนำประแส เรือ่ ง “ตระกูลเชอื สำยจนี ในปำกนำประแส ” ฉบับนีได้ จัดทำขึนเพือ่ เป็นค่มู ือประกอบกำรจัดกำรเรยี นรู้เกยี่ วกับแหลง่ เรียนร้ใู นชุมชนในเรอ่ื งกำรตังถ่ินฐำน ของคนจีนในชมุ ชนปำกนำประแส กำรประกอบอำชีพ วฒั นธรรมประเพณี ควำมเชอ่ื วถิ ีชวี ิตเขำ้ กบั คนไทยในท้องถน่ิ ดงั นันคณะผู้จดั ทำไดเ้ ห็นควำมสำคัญกำรเรยี นรู้เรื่อง “ตระกูลเชือสำยจีนในประแส ” เพ่ือให้คนรุ่นหลังได้เรยี นร้รู ำกเหง้ำของตนเอง และเปน็ ประโยชน์แกน่ กั เรยี นและผู้สนใจทวั่ ไปได้ใช้ เปน็ แหล่งศกึ ษำคน้ คว้ำ อำ้ งอิงใหเ้ กดิ ประโยชนไ์ ดต้ ำมควำมเหมำะสม คณะผจู้ ัดทำ
ข สารบัญ หน้า ก คำนำ ข สำรบญั 1 สำรบัญ ๕ ตระกลู เชอื สำยจนี ในปำกนำประแส.................................................................................... ๑๑ กลมุ่ จนี แต้จว๋ิ ……………………………………………………………………………………………………....... ๑๓ กลมุ่ จีนฮกเกยี น……………………………………………………………………………………….................. 1๕ กล่มุ จนี ไหหลำ...................................................................................................................... 1๘ บทสรปุ ................................................................................................................................. 1๙ เอกสำรอ้ำงองิ ...................................................................................................................... คณะผู้จดั ทำ………………………………………………....................................................................
1 “ตระกลู เชอื้ สายจีนในปากน้าประแส ” ชาวจนี เปน็ กลมุ่ ชาตพิ ันธท์ ่ีอพยพเข้ามาตดิ ต่อค้าขายในประเทศไทยเปน็ เวลานานต้ังแต่ ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 14 และเม่ือถึงคริสตศ์ ตวรรษที่ 16 ก็ได้เขา้ มาตงั้ ถิน่ ฐานอยู่ในอยธุ ยาและสมรสกบั หญิงไทย ชาวจีนทเ่ี ขา้ มาตง้ั ถิ่นฐานในประเทศไทยคอ่ ย ๆ กลายเป็นคนไทยไปในท่สี ดุ ปัจจบุ ันมักมีแต่ คนไทยเช้ือสายจีนมากกวา่ คนจีนท่ยี งั รักษาสถานภาพคนต่างดา้ วไว้ ชาวจนี ทเ่ี ขา้ มาพานักอย่ใู นภาคกลาง ของประเทศไทยประกอบดว้ ยชาวจนี 5 กลุม่ ภาษาพดู คอื แต้จ๋วิ กวางตุ้ง ฮกเก้ียน ไหหลา และแคระ ทัง้ ๕ กลมุ่ นตี้ งั้ อยูท่ างภาคตะวันออกเฉยี งใต้ของประเทศจีน ชาวจีนจะเดนิ ทางมายังประเทศไทยทางเรือ โดยผ่านทางทะเลจีนใต้ แลน่ เข้าอา่ วไทยและลอ่ งเขา้ มาในลาน้าเจ้าพระยา ในระยะแรกจะเดนิ ทางโดย เรอื สาเภา ต่อมาเมือ่ มเี รอื กลไฟในครสิ ตศ์ ตวรรษที่ ๑๙ จงึ เปล่ยี นมาเดนิ ทางโดยเรือกลไฟ ในบรรดาจีนทงั้ ๕ กลุม่ จีนแต้จวิ๋ เปน็ กล่มุ ท่มี ีมากท่สี ดุ รองลงมา กวางตงุ้ ฮกเกยี้ น ไหหลา และแคระ ชาวจีนแตล่ ะกลุ่มภาษามกั จะ ตง้ั ถิ่นฐานในพน้ื ที่ต่าง ๆ กนั ท้ังนขี้ ึน้ อยู่กับ เสน้ ทางการเดนิ ทางมายังประเทศไทย เส้นทาง การอพยพยา้ ยถิ่นหลังจากมาถึงประเทศไทย ชมุ ชนชาวจนี ที่ตง้ั ข้นึ ก่อนซึ่งทาหน้าทีเ่ ปน็ สถานที่ แรกรบั สาหรับชาวจนี รุ่นต่อ ๆ มา ชาวจนี แต้จ๋วิ เป็นกลุ่มภาษาท่ีมจี านวนมากท่สี ุดในประเทศไทย และในภาคกลางจะตั้งถิ่นฐานตามชายฝงั่ ทะเล ตะวนั ออก เรอ่ื ยมาตั้งแต่ จงั หวัดตราด จนั ทบรุ ี ระยอง ชลบุรี ฉะเชงิ เทรา จนถึงกรงุ เทพฯ ภาพใบสา้ คญั ถ่นิ ทอ่ี ยู่ ที่มา: ปากน้าประแสในสายธารประวตั ศิ าสตร์ เจา้ กรงุ ธนบุรหี รอื พระเจา้ ตากสินซ่งึ มีจานวนร่วมร้อยลา เดินทางผา่ นระยอง จันทบรุ ี ฉะเชงิ เทรา มาจนถึงแม่นา้ เจ้าพระยาและแล่นไปถงึ อยุธยาในท่ีสุด เส้นทางเดนิ เรอื และการยกทัพในครัง้ นั้นยงั มรี อ่ งรอยมาจนถึงปัจจุบัน นับต้งั แต่การอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในศตวรรษที่ ๑๗ แลว้ ชาวจนี ไดเ้ ดนิ เดินทางลกึ บง่ บอกวา่ บรเิ วณดังกลา่ วเป็นท่ีอาศยั ของชาวจนี มาหลายชั่วคนแล้ว) ปากนา้ ประแส ทน่ี ่าสงั เกตที่ ปากน้าประแสในอดีต เปน็ สถานท่ชี ุมชนทีม่ ชี าวจีนอาศยั อยเู่ ป็นจานวนมาก และเปน็ ยา่ นการค้าและ ทา่ เรอื ท่ีสาคัญของเมอื งแกลงในอดีต แต่หลังจากที่ไดม้ ีการสร้างถนนสุขุมวทิ และเปิดให้ใช้ได้หลงั คมู่ ือรจู้ ักชุมชนประแส เล่มที่ 2 เรอื่ ง ตระกูลเชื้อสายจีนในปากน้าประแส โรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม
2 สงครามโลกครงั้ ทส่ี องแล้ว ปรากฏว่าประแสลดความสาคัญลง ทาให้ชาวจีนทอี่ าศยั อยู่ท่ปี ากน้าประแส ไดอ้ พยพมาทามาหากินท่ีตลาดสามยา่ นหรือที่อาเภอแกลงในปัจจบุ ันแทน ซงึ่ อาชีพหลักของ ชาวจีนแตล่ ะกลมุ่ ภาษาจะแตกต่างกนั แล้วแตค่ วามถนัด เช่นชาวจีนแตจ้ ิ๋วจะมีอาชีพค้าขายของชา ภาพพาหนะในการขนส่งของรา้ นขายของชา ทมี่ า : นางกหุ ลาบ โชคเศรษฐกจิ คู่มือรจู้ ักชุมชนประแส เล่มที่ 2 เรอื่ ง ตระกูลเชือ้ สายจนี ในปากน้าประแส โรงเรยี นชมุ ชนวัดตะเคียนงาม
อาชีพประมง อาชีพการทาน้าปลา 3 ชาวไหหลาจะมอี าชีพต่อเรือ โรงสี ภาพการทาน้าปลา ขายกาแฟ ขายอาหาร ทาประมง ท่ีมา : สมดุ ภาพเมืองระยอง ชาวจนี แคระจะมีอาชีพเยบ็ ผา้ ทาทอง บางอาชีพ เชน่ คา้ ขาย อาจจะมที ั้งชาวจีนแต้จิว๋ จีนไหหลา และจนี แคระ ภาพการต่อเรอื ท่ีมา : สมุดภาพเมืองระยอง คูม่ อื รู้จกั ชุมชนประแส เล่มที่ 2 เรอ่ื ง ตระกูลเช้ือสายจนี ในปากนา้ ประแส โรงเรียนชมุ ชนวดั ตะเคียนงาม
4 ชุมชนปากนา้ ประแสมีลกั ษณะเปน็ เมืองท่า กล่าวคอื เป็นชุมชนตดิ ชายฝั่งทะเล ประกอบกบั มี แมน่ า้ ประแสไหลผา่ น ทาใหง้ ่ายตอ่ การติดตอ่ คา้ ขายกบั คนตา่ งพืน้ ท่ี จงึ ทาใหก้ ล่มุ คนท่ีอาศัยอยทู่ ี่น้ีมี ความผสมผสานกันทางเช้ือชาติ โดยกลมุ่ ที่พบมากทส่ี ดุ คอื กลมุ่ ชาวจนี กล่มุ ชาวจีนท่ีมาอาศยั อยูใ่ น ชมุ ชนปากน้าประแส สนั นิษฐานวา่ เริม่ เขา้ มาตั้งถนิ่ ฐานเมื่อราว 100 ปเี ศษที่ผา่ นมา โดยอาศยั มากบั เรือสินคา้ ท่เี ข้ามาทาการคา้ กับสยามในขณะน้นั ซงึ่ แตจ้ ๋ิว ไหหลา และฮกเกีย้ น คือ กลุ่มชาวจีน 3 กลุม่ หลักทอ่ี พยพมาตงั้ รกรากทชี่ ุมชนปากนา้ ประแส โดยเลือกประกอบอาชีพที่เกยี่ วข้องกับประมง คา้ ขาย และรับจา้ ง จนในปัจจุบันสามารถสรา้ งตวั และกลายเปน็ กลุ่มธุรกิจที่สร้างเงินให้กับชุมชนแหง่ น้ี ภาพรา้ นกาแฟเจก้ เล้ยี ง ท่ีมา : นางสาวจรี วรรณ ช้านาญช่าง ค่มู ือรู้จกั ชมุ ชนประแส เล่มท่ี 2 เรอื่ ง ตระกลู เช้อื สายจีนในปากน้าประแส โรงเรยี นชมุ ชนวดั ตะเคยี นงาม
5 1 กลุ่มจีนแตจ้ ิว๋ แต้จวิ๋ แปลตามตัวอักษรจีนได้ว่า “ชาวราชวงศถ์ ัง” โดยกลุ่มจีนแต้จิ๋วมีถน่ิ กา้ เนดิ เดมิ ทาง ตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งในบรเิ วณมณฑลกวางตุ้งกลุ่มจนี แต้จิว๋ ส่วนมากมาจากเมอื ง แต้จวิ๋ อ้าเภอเก่งไฮ้ ซ่ึงตัง้ อยรู่ ิมทะเล เมืองแต้จวิ๋ เมือ่ พ.ศ. 1134 เกิดปญั หาน้าอย่างรุนแรง โดยท่ีมาของ ค้าวา่ เส่ยี จิวหรอื แต้จิว๋ มีความหมายวา่ เมืองที่กระแสน้าเอ่อท้นกลับไปกลับมาอย่เู สมอ แต้จิว๋ เปน็ ท่ีอุดม สมบรู ณ์ แต่ภัยธรรมชาติรนุ แรง และเป็นเมืองปดิ ทางบกแต่เปดิ ทางทะเล ซ่งึ ปจั จยั ทางภมู ิศาสตร์ดังกล่าว ท้าให้ได้มีการหล่อหลอมใหจ้ ีนแต้จิว๋ มอี ตั ลักษณ์ของตนเองต่างจากจนี อ่นื ๆ อย่างชัดเจน (ถาวร สกิ ข โกศล, 2554: 33-34) แต้จวิ๋ เปน็ เมอื งขงจ้ือชายทะเล ซง่ึ มีการเรียนรพู้ ฒั นาตนเองมากกว่าท่ีมกั จะยึดไป เปน็ ขนุ นาง โดยมีคา้ กล่าวที่ว่า “ไปถึงมณฑลกวางตงุ้ แล้วตอ้ งไปให้ถึงแต้จ๋วิ ถงึ แต้จิว๋ แล้วต้องไปใหถ้ ึง สะพานเซยี งจือ” สะพานดงั กลา่ วเป็นสญั ลักษณข์ องแต้จ๋ิวแห่งความย่งิ ใหญ่ของจนี เพราะอุดมไปดว้ ย ศิลปะและวัฒนธรรมอันโดดเด่น ในเร่ืองการเปน็ เมืองแหง่ น้าท่ีกล่าวมา ทา้ ให้กลุ่มจีนแต้จิ๋วต้องประสบกับปัญหาเรื่องน้า ที่เป็น เหตุผลทา้ ใหก้ ลมุ่ จีนแตจ้ วิ๋ ส่วนใหญไ่ ด้มีการอพยพเคล่ือนย้ายไปอยู่ยังดินแดนใหม่ และปัญหาเร่ืองยุค คอมมวิ นิสต์ทชี่ าวนามักจะขายขา้ วไดร้ าคาน้อย จากการถูกกดข่ี (สมยศ ศุภกจิ ไพบูลย์, 2560: 287-289) เป็นอกี หนึ่งเหตผุ ลของการ อพยพไปยงั ดินแดนใหมด่ ้วยเช่นกนั และหนึง่ ในดินแดนใหม่ท่ีกล่มุ จีนแตจ้ วิ๋ เลือกมาอยู่อาศัยคือ บริเวณประเทศไทย จีนแต้จิ๋วท่ีอพยพเขา้ มาช่วงแรกตั้งแต่ในสมัยอยุธยา สว่ นมาก อาศยั อยูบ่ รเิ วณแม่นา้ เจ้าพระยาและตามบรเิ วณภาคกลาง ในสมัยพระเจา้ ตากสนิ มหาราช คนจีนแตจ้ ิว๋ จา้ นวนมากและได้รบั สทิ ธพิ ิเศษจึงเรยี กวา่ “จีนหลวง” เนอ่ื งจากสมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชมเี ชอ้ื สาย แต้จว๋ิ และในชว่ งนัน้ การอพยพเขา้ มาของกลมุ่ จนี แต้จิว๋ จงึ มีจ้านวนมากกว่าจีนอน่ื ๆ จากการเกบ็ ขอ้ มลู ใน ปากน้าประแส พบกลุ่มคนท่ีสามารถระบุตวั ตนเองไดว้ ่ามบี รรพบรุ ษุ เปน็ คนจนี แตจ้ วิ๋ ซ่งึ เป็นกลมุ่ คนที่ถูก คน้ พบมากทส่ี ุด โดยไดม้ ีการใหเ้ หตผุ ลถึงการเข้ามายงั ปากน้าประแสเพราะเนื่องจากปญั หาขา้ วยากหมาก แพง การท้ากินไมส่ ะดวกในประเทศจนี และเน่อื งด้วยปัญหาคอมมิวนสิ ต์ จึงท้าให้บรรพบุรุษของตนได้ อพยพมาอยู่ประเทศไทย การเขา้ มาของคนจนี แต้จว๋ิ มีระยะช่วงเวลาทีใ่ กลเ้ คียงกันจากการเก็บข้อมูล ซึ่งมี ความแตกตา่ งจากขอ้ มูลในหนงั สอื สว่ นใหญ่ ท่ีมักมกี ารระบถุ ึงในช่วงเวลาตั้งแต่สมยั อยุธยาจนถึงต้นกรงุ รตั นโกสินทร์ เน่ืองจากข้อมลู ที่ได้เป็นขอ้ มลู จากความทรงจ้าของผู้ที่เป็นรนุ่ หลานของผ้ทู ่ีอพยพเข้ามา โดยสว่ นใหญ่มีอายุประมาณ 60 - 80 ปี ขอ้ มูลทีไ่ ด้ส่วนใหญจ่ ึงเปน็ ขอ้ มลู ที่ได้จากความทรงจ้าตามคา้ บอก เล่า ซึง่ เปน็ ชาวจนี ท่ีอพยพมาในชว่ งหลงั ตง้ั แต่สมัยรัชกาลท่ี 6 - 8 โดยอพยพมามากในช่วงสงครามโลก คร้งั ท่ี 2 (พ.ศ. 2482 - 2488) ชาวจนี ท่ีอพยพเข้ามายังปากน้าประแสในช่วงเวลาตัง้ แต่สมัยรชั กาลท่ี 6 - 8 ที่กลา่ วมาไดน้ า้ ความรวู้ ทิ ยาการอาชีพในความเป็นจนี แต้จ๋ิวมาเผยแพรย่ งั ปากนา้ ประแสด้วยเช่นกัน โดยในประเทศจนี ณ ขณะนั้นมกี ารพฒั นาภมู ิปญั ญาความร้ตู า่ ง ๆ จงึ น้ามาซงึ่ การทชี่ าวจนี อพยพไปอยู่ อยา่ งดนิ แดนใหม่ได้มีการนา้ ภมู ิปัญญาความรู้ติดตวั มาและมาเผยแพรผ่ า่ นการประกอบอาชีพ อาชพี ทสี่ า้ คญั ที่ชาวจนี ได้มาเผยแพรย่ งั ชุมชนปากน้าประแส คือ อาชีพหมอ อาทิ หมอจับเสน้ ค่มู ือรู้จักชมุ ชนประแส เลม่ ที่ 2 เรอ่ื ง ตระกูลเชื้อสายจนี ในปากน้าประแส โรงเรยี นชมุ ชนวดั ตะเคียนงาม
6 หมอท้าคลอด หมอรกั ษาและหมอยา โดยชาวจีนกลุ่มดงั กล่าวไดเ้ ขา้ มาตงั้ รกรากในชมุ ชนปากนา้ ประแส และมีการเผยแพรภ่ ูมิปัญญาความรูด้ ังกลา่ วมาสคู่ นกลุ่มต่าง ๆ ในชมุ ชนปากน้าประแสต้ังแต่ในอดีตจนถงึ ปัจจุบัน โดยจากการเกบ็ ข้อมูลพบว่ามหี มอสมุ มุกดาสนทิ หมอเต่ากวั เซียง แซ่แต้ และหมอจรญู ศลิ ปทอง โดยในปัจจบุ นั ลูกหลานของชาวจนี ท่เี ปน็ หมอมักไมม่ ีการสบื ทอดอาชีพการเป็นหมอตามบรรพ บุรษุ เน่ืองจากในปัจจุบันวทิ ยาการทางการแพทย์ตะวนั ตกไดเ้ ข้ามาแทนทภ่ี ูมิปญั ญาความรดู้ ั้งเดมิ ของ ชาวจนี ภาพรา้ นขายยาแพทย์แผนโบราณ ทีม่ า : นางสาวภาวณิ ี ยอดบรบิ รู ณ์ คู่มือร้จู ักชมุ ชนประแส เล่มที่ 2 เรอ่ื ง ตระกลู เชื้อสายจนี ในปากน้าประแส โรงเรยี นชุมชนวัดตะเคียนงาม
7 โดยในบทความของกลุม่ จีนแต้จ๋ิวจะยกตวั อยา่ งความสัมพันธท์ างเครือญาติของ คุณศวิ ลิ ัย วลานิรันดร์พันเทยี น ท่สี ามารถแสดงใหเ้ ห็นถึงประวตั ิศาสตร์ของชมุ ชนปากนา้ ประแสผ่านความสัมพันธ์ ทางเครือญาติได้เป็นอยา่ งดี ภาพแผนผงั เครือญาตแิ สดงความสมั พนั ธ์ระหว่างกลุ่มคนไทยและจนี ของตระกลู ลานิรนั ดร์พันเทยี น ทีม่ า : หนงั สอื ณ ประแส (ร์) กระแสชีวิตของคนปากนา้ ตระกลู วลานิรันดร์พนั เทยี น 2. นางละออง วงหงส์ (เสียชีวิต) 1. นายเตา่ กัวเซียง แซแ่ ต้ (เสียชีวติ ) 4. นางไอเพชร แซแ่ ต้ 3. คุณจู ไม่ทราบนามสกลุ 6. นายตเ๋ี ล็ก แซแ่ ต้ (เสยี ชวี ิต) 5. นายรุง่ โรจน์ ชัยชล 8. นางไอเซียง ไม่ทราบนามสกุล(เสยี ชวี ิต) 7. นายต๋ใี หญ่ แซแ่ ต้ (เสยี ชวี ิต) 10. นางศิวิลยั วลานริ นั ดรพ์ ันเทยี น 9. นายฉลาด วลานริ นั ดร์พนั เทียน (เสยี ชีวติ ) 12. นายพนั ศักดิ์ ชัยชล 11. นางยุพิน ชัยชล 14. ไมท่ ราบชื่อ 13. ไมท่ ราบชื่อ 16. ไมท่ ราบช่ือ 15. นายวรี วฒั น์ ไมท่ ราบนามสกลุ 17. นางสาวจิรนนั ท์ วลานิรันดรพ์ ันเทียน คมู่ ือรู้จักชุมชนประแส เล่มท่ี 2 เรอ่ื ง ตระกลู เชอ้ื สายจีนในปากนา้ ประแส โรงเรียนชุมชนวดั ตะเคียนงาม
8 แผนผังเครือญาติ ดงั กล่าว เป็นการแสดงให้เห็นถงึ ทีม่ าของ คุณศวิ ลิ ัย วลานิรันดร์พันเทยี น ที่เป็นลกู ครงึ่ ไทยจนี โดยมคี ุณพอ่ เปน็ คณุ หมอชาวจนี ชอ่ื เต่ากวั เซยี ง ท่เี ข้ามาท้างานในบริเวณปากนา้ ประแสและได้มีการแต่งงานกับคนไทย คอื คุณแม่ละออง วงหงส์ ทา้ ใหเ้ หน็ ถงึ ความสมั พันธ์ของคนจนี และ คนไทยตั้งแต่ในยุคอดีตหรือประมาณ 80 ปที ี่แล้ว และในรุ่นของคุณศวิ ิลยั วลานิรันด์พนั เทยี น ไดม้ ีการ แต่งงานกับชาวแม่กลอง (คุณฉลาด วลานิรันดร์พนั เทียน) ท่ีไดเ้ คล่ือนยา้ ยมาท้างาน บรเิ วณกรมหลวงใน การรบั จ้างปักเสา ทา้ ใหไ้ ด้มกี ารแต่งงานระหวา่ งลูกคร่งึ ไทยจีนและคนไทยโดยแท้เกดิ ข้นึ ความสัมพันธ์ ทางเครือญาติดังกลา่ วไดส้ ะท้อนใหเ้ หน็ ถึความสมั พันธร์ ะหว่างคนไทยกับคนจีน โดยผ่านการแตง่ งาน ของคุณศรีวลิ ัย วลานริ นั ด์พันเทยี น ท่ีมีการเลือกอาศัยอยู่ยังปากน้าประแส เปน็ การยืนยนั ถึงความ เจริญรุ่งเรืองของปากน้าประแสเปน็ อยา่ งมาก จงึ มีการเลือกที่จะเขา้ มาต้ังถ่ินฐานอยู่กับฝา่ ยหญงิ ภาพคณุ ศวิ ิลยั วลานิรันดรพ์ ันเทียน กล่มุ คนจีนแต้จิว๋ ทม่ี า : ณ ประแส (ร์) กระแสของคนปากน้า คมู่ อื ร้จู กั ชุมชนประแส เลม่ ท่ี 2 เรอ่ื ง ตระกูลเชื้อสายจนี ในปากนา้ ประแส โรงเรยี นชุมชนวัดตะเคยี นงาม
9 นอกจากอาชีพความเปน็ หมอที่ไดก้ ล่าวมาของกลุ่มจีนแต้จิ๋วท่ไี ด้มาเผยแพรย่ งั ปากน้าประแสแลว้ โดยดั้งเดิมลักษณะการท้ามาหากนิ ของคนจีนแต้จิว๋ ส่วนใหญ่จะเปน็ ในเรื่องการคา้ ตัง้ แต่ในสมัยราชวงศ์ถงั คนจีนแตจ้ ว๋ิ ไดร้ ับการกลอ่ มเกลาจากลัทธขิ งจ้อื ทา้ ให้เป็นคนสขุ มุ ละเอียดอ่อน แม้กระทง่ั การท้านาใช้ ความละเอยี ดพิถีพิถนั มกั ถกู ขนานนามว่าเป็น “พวกยิวแห่งบูรพาทิศ ” แต่ในปัจจบุ นั ในประเทศจนี ยกให้ คนจนี แตจ้ ๋วิ เปน็ “ผิวแห่งประเทศจนี ” เพราะคนจนี แต้จิว๋ ทา้ ธุรกิจและการคา้ เก่งที่สดุ คลา้ ยยวิ มคี า้ กล่าวทวี่ า่ “มกี ระแสนา้ ขึ้นลงท่ไี หน มจี ีนแต้จิว๋ ท่นี ั่น” คนจีนแต้จวิ๋ มักมบี ทบาททางด้านเศรษฐกจิ แม้ ไม่ได้ เปน็ จนี กลุม่ ใหญ่ จนี แต้จิว๋ เป็นจีนทีฉ่ ลาดหลักแหลม มีไหว พริบปฏภิ าณสูง มีชน้ั เชิงการคา้ แพรว พราว นิสัยทโ่ี ดดเด่นของจนี แตจ้ วิ๋ คอื อยู่กบั ความเป็นจริงปรับตวั ยดื หยนุ่ ไปตามสถานการณไ์ ด้เก่ง คนจีน แต้จ๋ิวมักจะไปอยูท่ ี่ไหนกไ็ ด้ ขอใหท้ ้ามาหากนิ ไดม้ ั่งคั่ง ในเรื่องเงินคนจนี แตจ้ ิว๋ มกั จะยอมเสียก้าได้กอบ (ถาวร สกิ ข โกศล, 2554: 16-21) โดยมองวา่ กลมุ่ จีนแตจ้ ๋ิวการเดินทางออกทะเล ค้าขายมีอยู่ใน สายเลือด (สมยศ ศภุ กจิ ไพบูลย์, 2560 : 259) โดยความเชอ่ื ของกล่มุ จีนแตจ้ ิว๋ มีความเคารพนับถือท่าน ผ่านหลีเป็นเทพเจ้าแห่งความรา้่ รวยเป็นผทู้ ่ปี ระสบความสา้ เรจ็ ในชวี ติ ทง้ั ทางดา้ นการเมืองการปกครอง และการคา้ ภาพรา้ นขายของช้า ท่มี า : คณุ สุพรรณี สกุลอานนท์ คู่มอื รจู้ ักชุมชนประแส เล่มท่ี 2 เรอ่ื ง ตระกูลเชอ้ื สายจีนในปากน้าประแส โรงเรยี นชุมชนวดั ตะเคยี นงาม
10 ปัจจบุ นั ตระกลู ใหญ่ของชาวจีนแต้จว๋ิ ในชมุ ชนปากนา้ ประแสคือ “แซ่ต้ัง” หลงั จากที่รฐั บาลให้ เปลยี่ นจากแซ่มาเป็นนามสกุลไทยราวปี พ.ศ. 2511 ชาวแซ่ตง้ั จึงเปลย่ี นนามสกลุ มาใชเ้ ป็น เออื้ เฟอ้ื เอ้อื ตระกลู เจริญพร และธนะสาร เป็นตน้ ภาพนายภาณุ ธนะสาร และนายไชยรตั น์ เอื้อตระกูล ตระกูลเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว ท่มี า : หนงั สือ ณ ประแส (ร์) กระแสชวี ิตของคนปากน้า ค่มู ือร้จู กั ชุมชนประแส เล่มที่ 2 เรอ่ื ง ตระกูลเช้ือสายจีนในปากนา้ ประแส โรงเรียนชมุ ชนวัดตะเคยี นงาม
11 2. กลมุ่ จีนฮกเกีย้ น ชาวฮกเก้ยี นหรือชาวฮกโล่ คือ ชนเผ่าจีนฮกเกยี้ นที่อพยพมาจากทางตอนของมณฑลฮกเก้ียน (ฝู เจี้ยน) เมอื งหลักคือเอห้ มงึ (เซีย่ เหมิน) พ้นื ทขี่ องชาวฮกโล่อยตู่ ้งั แต่เมอื งเอ้หมงึ ลงมาจนถงึ เขตมณฑล กวางตุ้ง เป็นชนเผา่ จีนฮกเกยี้ นที่มีมากทสี่ ุดในบรรดา 2 กลุ่ม สา้ เนยี งการพูดเป็นส้าเนียงฮกเก้ยี นใตห้ รอื หมิ่นหนา ชาวฮกโล่ นอกจากจะเปน็ คา้ เรียกของชนเผ่าจนี ฮกเกย้ี นที่อพยพมาจากตอนใตข้ องมณฑล ฮกเก้ยี นแลว้ ยังเป็นคา้ เรียกชาวไต้หวันดว้ ย ชาวไต้หวันส่วนใหญ่เรียกแทนตวั เองว่า ฮกโล่ หรอื ถา้ ตรงกับ ภาษาองั กฤษ คือ Taiwanese (ชาวฮกเกี้ยน, 2562: ออนไลน)์ ฮกเก้ียน หรอื ฝเู จย้ี น เป็นกลุ่มคนจนี ท่ี ส่วนมากจะอพยพมาจากจนี ตอนใตข้ อง มณฑลฝูเจ้ยี นหรือมณฑลฮกเกย้ี น โดยเร่มิ อพยพมาในชว่ งของ สงครามตา่ ง ๆ ชาวจีนฮกเกยี้ นเป็นหนึง่ ในกลมุ่ ของชาวจีนโพน้ ทะเล มีจ้านวนประชากรส่วนใหญอ่ ยใู่ น แถบเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ โดยประชากรสว่ นใหญจ่ ะอาศัยอยใู่ นหลากหลายจังหวดั และประเทศ อาทิ ภูเก็ต ตรัง สงขลา ปนี งั สงิ คโปร์ และมปี ระชากรจา้ นวนมากท่ีสดุ ใน ประเทศมาเลเซีย อินโดนเี ซยี และ ฟิลิปปินส์ ซ่ึงจา้ นวนประชากรจนี ฮกเกีย้ นในไทย ประกอบไปด้วยประมาณ 7% ท่ัวประเทศไทย (สมยศ ศุภกิจไพบูลย์, 2560 : 265) และจากการอพยพไปยังประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะทางตอนใต้และประเทศ มลายู จึงก่อให้เกิดวฒั นธรรมผสมผสานภาษาพูดและเข้าใจกันเฉพาะกลุ่ม นายชม วิเศษศิลปานนท์ เชอื้ สายชาวจนี ฮกเก้ยี น ทีม่ า : หนังสือ ณ ประแส (ร์) กระแสชีวิตของคนปากน้า คูม่ ือรจู้ กั ชมุ ชนประแส เล่มที่ 2 เรอ่ื ง ตระกลู เช้ือสายจีนในปากน้าประแส โรงเรยี นชมุ ชนวดั ตะเคียนงาม
12 อาชพี ของชาวฮกเกยี้ นไทยในช่วงแรกชาวฮกเกีย้ นได้เข้ามาเป็นกลุ เี หมอื งแร่ ในตอนตน้ กอ่ นทจ่ี ะไป ประกอบอาชีพอื่น ๆ อาชีพของชาวฮกเกีย้ นสว่ นใหญท่ ีเ่ ห็นได้ ชัดคอื การรับราชการ โดยรบั ต้าแหน่ง ต่าง ๆ ทีส่ ้าคัญมากมาย ทั้งต้าแหน่งข้าหลวง ใหญ่ ขุนนาง ไปจนถงึ คหบดี เพราะชาวจีนฮกเกยี้ นมีความ เชยี่ วชาญดา้ นการเดนิ เรือ มากกว่าชาวจีนกลมุ่ อนื่ สา้ หรับชาวจีนฮกเกี้ยนในชุมชนปากน้าประแสนัน้ คือ กลุม่ ตระกูล “แซ่ตนั๋ ” โดยมศี าลเจ้าประจา้ ตระกูลอยู่ในชมุ ชน คือศาลเจ้าพอ่ แซ่ตน๋ั ในปัจจบุ นั ไม่มีการใช้ แซ่เพ่ือบอกถงึ สายตระกูลแล้ว แตเ่ ปลีย่ นเปน็ นามสกลุ ไทย ได้แก่ แสงมณี แสงแก้ว แสงเจรญิ และ วิเศษศลิ ปานนท์ เปน็ ตน้ ภาพภายในศาลเจา้ พ่อแซ่ตั๋น ทีม่ า : หนงั สือ ณ ประแส (ร์) กระแสชีวติ ของคนปากนา้ คู่มอื รจู้ กั ชุมชนประแส เล่มท่ี 2 เรอ่ื ง ตระกลู เชือ้ สายจีนในปากน้าประแส โรงเรยี นชมุ ชนวดั ตะเคยี นงาม
13 3. กลุ่มจนี ไหหลํา ไหหลา้ เป็นชาวจีนที่อพยพมาจากเกาะไหหล้าของจนี มณฑลไหหลา้ หรือไหห่ นาน เป็นมณฑล ของสาธารณรฐั ประชาชนจีนทม่ี ีขนาดเล็กที่สุด ต้งั อย่ทู างใตส้ ุดของประเทศ ประกอบด้วยเกาะหลายเกาะ ในทะเลจีนใต้ โดยเกาะท่ใี หญ่ที่สุดคือ เกาะไหหลา้ ซึง่ มชี ่องแคบฉยุ งโจวคัน่ กลางระหวา่ งคาบสมุทรเหลย์ โจว ของมณฑลกวางตุ้งกบั เกาะไหหล้า เม่ือชาวจีนพูดเกีย่ วกับ \"ไห่หนาน\" ในภาษาจนี มักจะหมายถึง เฉพาะเกาะไหหล้า เม่อื พูดถึงมณฑลไหหลา้ จะใชค้ า้ วา่ \"ไหห่ นานเฉงิ \" (เหม่ยล่ี, 2562 : ออนไลน)์ ชาว ไหหลา้ จะมีเป็นจ้านวนมากทเี่ กาะสมุย เกาะพะงัน จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี ดงั ปรากฏไดเ้ หน็ จากศาลเจ้าจีน หลายแหง่ บนเกาะสมยุ และเกาะพะงนั มีหลกั ฐานการอพยพต้ังแตส่ มัยปลายกรงุ ศรีอยธุ ยา ซงึ่ ชาวจีน สามารถกลมกลืนกับชาวไทยได้ดี โดยสว่ นมากมาจากต้าบลอ่นุ เชยี ว ชาวจนี กลมุ่ น้ีจะช้านาญทางด้านการ ทา้ เหมือง ขุดค้าแร่ ท้าโรงงานไม้ และเกง่ ต่อเรือ ในชมุ ชนปากน้าประแส มีค้าบอกเล่าว่า “ชาวไหหลา้ เน้นอยตู่ อนล่างของชมุ ชนปากน้าประแส ตอนบนของประแสทา้ ค้าขาย ตอนลา่ งท้า ประมง” (ยพุ า การญุ 80 ป,ี สัมภาษณ์: 20 พฤษภาคม 2562) พบวา่ ปจั จุบันสว่ นมากครอบครวั ชาวจนี ไหหล้าในชมุ ชนปากน้าประแสเปน็ กล่มุ ทม่ี ฐี านะร่้ารวย ส่วนใหญ่มีการประกอบอาชพี ประมง บ้างทา้ ค้าขายควบไปดว้ ย ซึ่งเป็นตรงตามสิ่งท่ีค้าบอกเล่า เพราะพื้นทใี่ นการท้าประมงจะอยูท่ ี่พ้ืนทีต่ อนล่างของ ชมุ ชนปากน้าประแส เพราะเปน็ ฝง่ั ทตี่ ิดกับทา่ เรอื ภาพการท้าอาชีพประมง ทม่ี า : หนงั สือสมดุ ภาพเมอื งระยอง คู่มือรูจ้ ักชุมชนประแส เลม่ ท่ี 2 เรอ่ื ง ตระกลู เชอ้ื สายจนี ในปากน้าประแส โรงเรยี นชุมชนวัดตะเคยี นงาม
14 ครอบครวั ชาวจีนไหหลา้ คือ ครอบครัวช่างทอง ของคุณยม ช่างทอง เปน็ ผู้นา้ กานา้ เขา้ มายงั ชมุ ชนปากน้าประแส ได้จ้างปากหนวด(ครกู านา้ ) มาสอนในประแส มกี ารท้าอาชพี ประมงมาต้งั แตบ่ รรพ บุรุษ โดยไดแ้ ตง่ งานกับชาวจีนไหหลา้ ทีเ่ ปน็ คนดั้งเดมิ ของปากน้าประแสนนั้ ก็คือคุณต้นื ชา่ งทอง ใน ปจั จบุ ันครอบครัวของคณุ ยม ช่างทองไดม้ ีการเคลื่อนย้ายไปทา้ งานยงั จงั หวัดต่าง ๆ และตา่ งประเทศ โดย มีการอาศัยอยยู่ ังปากน้าประแสในบางส่วน และไมไ่ ด้มีการสืบทอดความเปน็ จนี ไหหลา้ ท่ีเดน่ ชดั ภาพ คณุ ยม ชา่ งทอง ชาวจนี ไหหล้าผนู้ า้ กานา้ เขา้ มายงั ปากนา้ ประแส ที่มา : หนังสอื ณ ประแส (ร์) กระแสชีวติ ของคนปากน้า คู่มอื รจู้ ักชมุ ชนประแส เลม่ ท่ี 2 เรอ่ื ง ตระกลู เช้อื สายจีนในปากนา้ ประแส โรงเรยี นชมุ ชนวดั ตะเคยี นงาม
15 สรุปการเข้ามาต้ังถน่ิ ฐานของชาวจนี ในชุมชนปากนํา้ ประแส การศกึ ษาเรื่องการเข้ามาตง้ั ถ่นิ ฐานของชาวจนี ในชุมชนปากน้าประ แส สันนิษฐานวา่ เรม่ิ เขา้ มาต้ังถนิ่ ฐาน เมือ่ ราว 100 ปีท่ผี า่ นมา ในช่วงเวลา ตงั้ แต่รชั กาลที่ 6 - 8 จะเห็นไดจ้ าก รอ่ งรอยวถิ ชี วี ติ การประกอบอาชพี ของ คนจนี ในชมุ ชน ไดแ้ ก่ อาชพี ประมง ชายฝ่งั มกี งสีโรงโปะ๊ จา้ ย อาชพี ทาไร่ ทาสวน อาชีพคา้ ขาย รา้ นขายยาโคว้ เอ๊ยี ะรกั ท่ีมา : สมดุ ภาพเมืองระยอง ค้าขายสินคา้ จากอาชีพประมง อาชีพทาไร่ ทาสวน มีการตัง้ โรงงานทาขนมของคนจีนไม่ได้ ทาขนมเพยี งอยา่ งสองอยา่ ง แต่ทาขนมเคร่ืองจนั อบั ครบชดุ เช่น ถ่ัวตดั งาตดั ถวั่ เคลอื บหวาน ตงั กวยแฉะ (ฟัก) ถ่ัวทุบๆ ขนมโก๋ ขนมเปย๊ี ะ ขนมขี้แมว นางศรีสนุ นั ท์ ศิริพรมนัส ร้านท้าขนมจนั อบั ของชุมชนปากน้าประแส ท่มี า : นางสาวจรี วรรณ ชา้ นาญช่าง คมู่ อื รู้จกั ชมุ ชนประแส เล่มท่ี 2 เรอ่ื ง ตระกลู เชอื้ สายจีนในปากน้าประแส โรงเรยี นชุมชนวัดตะเคยี นงาม
16 โรงงานจีนตเี หลก็ มีโรงยาฝน่ิ และ การค้าในสมยั นั้นถ้าจะใหส้ ะดวกจะตอ้ งมชี อื่ ยี่ห้อ การคา้ ทีเ่ ป็นภาษาจนี ซง่ึ ในสมยั นั้นถือว่าเปน็ ภาษา การค้า และท่ีตลาดปากน้าประแสน้ันมีองค์กรกงสี ของคนจนี ดาเนนิ การผกู ขาดรบั -สง่ สนิ ค้าระหว่าง รา้ นคา้ กับเรือสินคา้ ท่วี ิ่งรบั ส่งสนิ คา้ ประจา นอกจากนั้นยงั มโี รงเรียนสอนภาษาจนี ภาพโรงเรียนสอนภาษาจนี กงลี่เผยเฉยี ว ทมี่ า : สมดุ ภาพเมืองระยอง คู่มือร้จู ักชมุ ชนประแส เล่มที่ 2 เรอื่ ง ตระกลู เชือ้ สายจนี ในปากน้าประแส โรงเรียนชุมชนวัดตะเคยี นงาม
17 ส่ิงทแ่ี สดงให้เห็นถึงการตง้ั ถน่ิ ฐานของคนจนี ในชุมชนปากนา้ ประแส คอื การสร้างศาลเจา้ ทา ให้เกดิ วฒั นธรรมและประเพณีของคนจีนทย่ี ังคงปฏบิ ัติกันอย่ใู นชุมชน เชน่ การไหว้เจา้ ตรษุ จีน การเชิด สิงโต การแต๊ะเอยี สารทจนี เชง็ เม้ง ไหวพ้ ระจันทร์ การกนิ เจทโี่ รงเจ ซ่งึ เปน็ ศนู ย์ รวมของชุมชนอีกแห่งหนง่ึ ในวนั เทศกาลกินเจ อกี ทั้งยงั พบศาลเจ้าจีนหลายแห่งในชมุ ชน รวมไปถงึ ศาลเจา้ ประจาแซ่ของคนจนี ส่ิง เหลา่ นแี้ สดงใหเ้ หน็ ถึงการผสมผสานทาง วฒั นธรรม ความเช่ือ วถิ ีชีวิตเข้ากับคนไทย จนหลอมรวมให้เกิดเป็นปากน้าประแสที่มี เสน่ห์จนถงึ ทกุ วนั นี้ ภาพพธิ ีงานศพ ทมี่ า : สมดุ ภาพเมืองระยอง คู่มือรจู้ ักชมุ ชนประแส เลม่ ที่ 2 เรอื่ ง ตระกลู เชือ้ สายจนี ในปากน้าประแส โรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม
18 เอกสารอา้ งอิง ถาวร สกิ ขโกศล. (2554). แตจ้ วิ๋ : จนี กลุ่มน้อยทยี่ งิ่ ใหญ่, กรงุ เทพฯ : มตชิ น. ธวชั ชยั สนั ตสิ ขุ , เตม็ สมติ นิ ันทน.์ (2528), การอนรุ กั ษธ์ รรมชาตใิ นประเทศไทยในแง่การพัฒนาสงั คม และเศรษฐกจิ . (วารเ์ รน วาย บลอ็ คเคลแมน,บรรณาธกิ าร). กรุงเทพฯ: สยามสมาคม, แผนกธรรมชาตวิ ทิ ยา. ประแส...ทีเ่ คยอยู่ (2561) (พิมพ์ในงานอนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณพี ิเศษ นางกิมหลวน บรู ณกจิ เศรษฐรักษ์ ณ ฌาปนกจิ กองทัพอากาศ วดั พระวรวิหาร แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรงุ เทพมหานคร พฤษภาคม. พรรณี ฉตั รพลรกั ษ์ และคณะ (2529), สังคมจนี ในประเทศไทย : ประวัตศิ าสตรเ์ ชงิ วิเคราะห์, กรุงเทพฯ: มลู นิธิ โครงการตา้ ราสงั คมศาสตรแ์ ละมนุษยศาสตร์. เสยี ง เสถียรสตุ . (2529), ประวตั วิ ัฒนธรรมจนี . พิมพค์ ร้ังท่ี 3. กรุงเทพฯ : ส้านกั พิมพ์ ก.ไก่. วริศรา ภานวุ ัฒน.์ (2556). ตํานานเศรษฐไี ทย. กรุงเทพฯ : แสงดาว. สมยศ ศุภกจิ ไพบลู ย์. (2560), จีน-ไทยผกู พันฉนั พีน่ ้อง. กรุงเทพฯ : ย้อนรอย. ธนิต โตอดิเทพย์. (2556). “ววิ ฒั นาการเศรษฐกจิ ชุมชนชาวประมงปากน้าประแส.” วิทยานิพนธป์ รัชญา ดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าไทยศกึ ษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั บูรพา. วนิดา เจริญศขุ . (2532), “นามสกลุ ของคนไทยเชอื้ สายจีน : การวิเคราะหท์ างอรรถศาสตร์ชาติพนั ธุ์” วิทยานพิ นธ์ ปรญิ ญาอักษรศาสตรมหาบณั ฑิต ภาควชิ าภาษาศาสตร์ บณั ฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลัย. ศูนย์วิจัยทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ังอา่ วไทยฝ่ังตะวนั ออก. (2554). “แนวทางการจัดการข้อมลู ทรัพยากรทางทะเลและชายฝัง่ โดยชมุ ชนบนพน้ื ฐานของภูมิปญั ญาท้องถนิ่ บรเิ วณปากแม่น้าประแส จังหวดั ระยอง” ม.ป.ท. อังคณา แก้วคา้ หา. (2550). “แนวทางการพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วเชิงนเิ วศล่มุ นา้ ประแสจังหวัดระยอง”. วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญาการวางแผนภาคและเมืองมหาบัณฑติ สาขาวิชาการวางแผนภาค ภาควชิ าการ วางแผนภาคและเมือง คณะ สถาปตั ยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย คู่มอื รจู้ ักชมุ ชนประแส เล่มที่ 2 เรอ่ื ง ตระกลู เช้ือสายจีนในปากน้าประแส โรงเรยี นชุมชนวดั ตะเคียนงาม
19 คณะผู้จดั ทาํ 1. นางอัญชลี สารสวุ รรณ์ ผ้อู า้ นวยการโรงเรยี นชมุ ชนวดั ตะเคยี นงาม 2. นางlk;เสาวลักญ์ ธรรมเกษร รองผูอ้ ้านวยการโรงเรยี นชมุ ชนวดั ตะเคยี นงาม 3. นางสาวจีรวรรณ ชา้ นาญช่าง ครชู ้านาญการพิเศษโรงเรียนชุมชนวดั ตะเคยี นงาม 4. นางสาววนัสนนั ท์ โพธิส์ ุ ครโู รงเรยี นชมุ ชนวัดตะเคยี นงาม 5. นายกฤตคณุ ัชญ์ ฉตั รถี ครูโรงเรยี นชมุ ชนวดั ตะเคยี นงาม คู่มือรจู้ กั ชุมชนประแส เลม่ ท่ี 2 เรอื่ ง ตระกลู เช้ือสายจีนในปากน้าประแส โรงเรยี นชุมชนวดั ตะเคยี นงาม
Search
Read the Text Version
- 1 - 23
Pages: