Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทความมานุษยวิทยาดิจิทัล

บทความมานุษยวิทยาดิจิทัล

Published by Guset User, 2021-10-07 14:22:32

Description: บทความมานุษยวิทยาดิจิทัล

Search

Read the Text Version

82 ปีที่ 9 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – มีนาคม 2563 Vol. 9 No. 1 January – March 2020 มานษุ ยวิทยาดจิ ิทัลภายใตก้ รอบแนวคิดทฤษฎีเทคโนโลยสี ื่อกลาง* DIGITAL ANTHROPOLOGY UNDER THE CONCEPTUAL FRAMEWORK AND THEORY OF TECHNOLOGICAL MEDIATION สกุ มล มุ่งพฒั นสุนทร Sukamon Mungpattanasunthon มหาวิทยาลยั พะเยา University of Phayao E-mail: [email protected] บทคดั ย่อ บทความนมี้ วี ัตถปุ ระสงค์เพอื่ นาเสนอพฒั นาการและกรอบในการศึกษามานุษยวิทยา ดิจิทัล ผ่านแนวคิดทฤษฎี Technological Mediation Theory หรือ “ทฤษฎีเทคโนโลยี ส่ือกลาง”ซึ่งทาการศึกษาและสรุปออกมาเป็นกรอบแนวคิดสาหรับการศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างบทบาทของเทคโนโลยที ีม่ ีต่อมนุษย์และสังคมไว้ท้ังน้ีทฤษฎีดังกล่าวได้มีพัฒนาการมา จากสานักปรากฏการณ์นิยมท่ีมี มารต์ นิ ไฮเดก ผู้นาเสนอแนวคิดท่ีให้ตระหนักถึงบทบาทของ เทคโนโลยีทมี่ มี ากกว่าการเป็นแคว่ ตั ถสุ งิ่ ของ แลว้ มกี ารพัฒนาตอ่ ยอด มาสู่ยุคร่วมสมัยปัจจุบัน มาเป็นสานักหลังปรากฏการณ์นยิ มโดยมี ไอเดเวอร์บีค และโรเซน็ เบอร์เกอร์เป็นนักคิดท่ีสาคัญ และมีอทิ ธิพลต่อนักคดิ คนอ่ืนๆ ที่สนใจศึกษาในแง่มุมเดียวกันตลอดจนรวมไปถึงการศึกษา เทคโนโลยดี จิ ทิ ัลที่มีอิทธิพลต่อการกาหนดหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการดารงชีวิตของมนุษย์ให้ ไปส่คู วามเป็น Digitalization (ดิจทิ ัลไลซ์เซชั่น) หรือการทาให้กลายเป็นดิจิทัลซ่ึงการศึกษา มานษุ ยวิทยาดิจทิ ัลนั้นอาศยั ระเบียบวิธีวิจัยโดยทว่ั ไปในการศึกษาบทบาทของเทคโนโลยี และ รวมถึงเทคโนโลยดี จิ ิทัลมีผลต่อการจัดระเบียบความสัมพันธ์ของมนุษย์กับโลก และสังคม โดย การใชก้ ระบวนการศึกษาตามแนวทางท่เี ป็นทนี่ ยิ มของนักมานุษยวิทยา ท่ัวไปในปัจจุบัน เช่น การใช้วิธีการรายงานชวี ติ ประจาวัน คาสาคัญ: มานุษยวิทยาดิจทิ ลั ; ทฤษฎีเทคโนโลยีสื่อกลาง; กรอบแนวคิดในการศึกษาสังคม ดจิ ทิ ลั Abstract This article aimed to present evolution and conceptual framework to study Digital Anthropology through the concept of “Technological Mediation Theory”. This idea was to study and summarise the conceptual frame work of * Received November 10, 2020; Revised March 17, 2020; Accepted March 27, 2020

วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ 83 Journal of MCU Social Science Review the relations between technology roles to human and society in the previous articles. Therefore, the Technological Mediation Theory has been developed from Phenomenology approach. Martin Heidegger is the original philosopher who presented that the human should aware roles of technology more than being only objects. In contemporary era, the concept has been developed to Post phenomenology. Don Ihde, Peter Verbeek, and Robert Rosenberger are the influential thinker to other scholars in this field. Additionally, the outstanding studies are the influence of Digital Technology that shape or reshape human being and transforming to Digitalization. Generally, Digital Anthropology Studies base on research methodology to investigate the technological roles including Digital technology. Everyday life report is the popular technique that the anthropology chooses to explore social and cultural phenomena, then using the result to discuss and argue the data as Technological Mediation Theory by Don Ihde approaches. Keywords: Digital Anthropology; Technological Mediation Theory; Conceptual Framework of Digital Society บทนา มานษุ ยวิทยาดิจิทลั แท้จรงิ แล้วไมไ่ ดเ้ ป็นเรื่องใหม่ แตอ่ าจจะกลา่ วได้วา่ เป็นส่วนหนึ่งของ มานษุ ยวิทยาเทคโนโลยี ซง่ึ เปน็ ศาสตร์ท่มี กี ารศึกษามายาวนาน ในประเทศไทยปี พ.ศ.2562 ยัง ไม่พบว่ามีร ายวิชาน้ีแยกออกมาเฉพาะ หา กแต่มีรวมอยู่ในมานุษยวิทยาสังคมและหรือ มานุษยวิทยาวัฒนธรรม ทาให้พบวา่ เทคโนโลยเี ป็นส่วนหนึ่งที่ทาให้สังคมและวัฒนธรรมของ มนุษยม์ วี ิวฒั นาการตงั้ แต่สมัยอดตี มาจนปัจจุบัน ในรายวิชามานุษยวิทยาสงั คมและวัฒนธรรมเบื้องต้น จะมีการกล่าวถึงวิวัฒนาการ สงั คมของมนษุ ย์ โดยเริม่ จากมนุษย์ยคุ หิน มนุษย์ในยุคน้ันมีท่ีพักอาศัยอยู่ในถ้าเป็นหลัก มีวิถี ชวี ติ แบบเรร่ อ่ น และเกบ็ ของป่าลา่ สัตวเ์ พ่อื การดารงชวี ิต ซ่งึ มีเทคโนโลยีเบื้องต้นท่ีผลิตมาด้วย วิธกี ารท่ไี ม่ยงุ่ ยากซบั ซ้อน เชน่ การเอาหินมากะเทาะทาให้มีคมแล้วผกู กับไมไ้ ผ่ใช้ล่าสัตว์ รู้จักใช้ ไฟในการหงุ ตม้ รู้จักทาเคร่ืองนุง่ ห่มแบบงา่ ยๆ และมกี ารนาเขาสัตวม์ าเปน็ อาวุธ รวมถึงนาของมี คมต่างๆ ไปวาดภาพทฝ่ี าผนงั ถ้า เปน็ ต้น ในยคุ ต่อมาเมอื่ มนษุ ย์เริม่ มกี ารอยูร่ ่วมกันเป็นกลุ่ม แล้ว เริม่ ต้ังถิ่นฐานอยู่กับท่ีก็เรมิ่ มีการพฒั นาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือในการดารงชีวิตท่ีมีเทคนิควิธี สลับซับซ้อนมากขนึ้ เชน่ เรมิ่ มกี ารเพาะปลูกโดยใช้ไม้แหลมเปน็ เครอื่ งมือในการทาหลุมเพื่อปลูก พชื ไวร้ ับประทาน เร่ิมมีการทาระบบชลประทานเพ่ือกักเก็บน้าไว้ใช้ในยามหน้าแล้ง มีการทา เคร่ืองปัน้ ดินเผา โดยสร้างลายจากเชอื กทาบ หรือใช้ไม้ขีดเป็นรอยเพื่อสร้างลวดลาย และมี

84 ปีท่ี 9 ฉบับท่ี 1 มกราคม – มีนาคม 2563 Vol. 9 No. 1 January – March 2020 เทคนิควิธีในการถนอมอาหารไว้ทานในยา มหน้าหนาว เป็นต้น โดยสรุปแล้วการศึกษา มานษุ ยวทิ ยาสังคมและวฒั นธรรมของมนษุ ยย์ คุ แรกๆ ก็จะเป็นยุคหิน แล้วพัฒนามาสู่ยุคโลหะ ซึง่ ในยุคโลหะก็จะมีวิวัฒนาการของเทคโนโลยีโลหะมาเรื่อยๆ เป็นลาดับข้ัน จนมาถึงยุคของ เทคโนโลยใี นปจั จุบันนี้ เทคโนโลยที ีม่ บี ทบาทในชีวิตประจาวัน ของมนุษย์ส่วนใหญ่คงหนีพ้น เทคโนโลยีดจิ ทิ ัล สว่ นในหลกั สูตรการเรียนการสอนทางด้านมานุษยวิทยาในต่างประเทศหลายๆ แห่ง พบว่า รายวชิ ามานุษยวิทยาเทคโนโลยไี ดแ้ ยกออกจากมานษุ ยวิทยาสังคมและวัฒนธรรมมาเป็น ตัวเรียนตัวสอนท่ีมเี น้อื หาคาอธิบายท่ีแตกต่างกันอย่างเด่นชัด เช่น รายวิชาเทคโนโลยีกับ วัฒนธรรม (Technology and Cultures) ของ Massaschusetts Institute of Technology ซึ่งเป็นรายวิชาหนงึ่ ในหมวดสาขาวิชามานุษยวิทยา โดยเน้ือหากา รเรียนการสอนเน้นศึกษา ความสมั พนั ธ์ระหว่างเทคโนโลยีกบั วฒั นธรรมและการเมืองในการจัดลาดับขึ้นทางสังคมและ ประวตั ศิ าสตร์ ในรายวิชาท่ีมีเนื้อหาการเรียนการสอนท่ีคล้ายคลึงกันน้ียังพบในอีกหลายๆ มหาวทิ ยาลยั ในสหรัฐอเมริกา เช่น ท่ี The University of North Carolina System และ Tuff University ทต่ี า่ งกม็ ีการเปิดการเรยี นการสอนในรายวชิ ามานุษยวิทยาวิทยาศาสตร์และสังคม (Anthropology of Science and Society) และมานุษยวิทยาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Anthropology of Science and Technology) ตามลาดบั โดยเน้อื หาการเรียนการสอนเน้น ในจุดเดียวกนั คือ เนน้ การศกึ ษาความสมั พันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์และสังคมในแง่มุม ตา่ งๆ อกี ทงั้ ท่ี Standford University สหรัฐอเมรกิ า มหาวิทยาลัยช่ือดังที่ได้รับการจัดลาดับ ต้นๆ ของโลก ก็มีหมวดหัวข้อการวจิ ยั ท่ีเนน้ การศึกษาในด้าน มานุษยวิทยาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (Anthropology of Science and Technology) โดยเป็นหัวข้อการค้นคว้าวิจัยที่ เน้นทาการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในชีวิตประจาวันต่อผลกระทบที่มีอิทธิพลกับ ความสามารถของมนุษย์ในการประสบผลสาเรจ็ จนกระทัง่ มาในปจั จบุ ันนี้ มหาวิทยาลยั และสถาบันการศึกษาชั้นนาทั่วโลกได้มีการแตก แขนงรายวิชามานษุ ยวทิ ยาที่เกี่ยวขอ้ งกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาเน้นทาการศึกษาเทคโนโลยี ดจิ ิทลั เทคโนโลยีทไี่ ดร้ บั ความนิยมอยา่ งกว้างขวางในยุคทหี่ ลายสงิ่ หลายอยา่ งในโลกถูกจับหล่อ หลอมหรือเชือ่ มต่อเข้าสู่โลกออนไลน์ในแบบใช้สายหรือไร้สายก็ตาม ทาให้ศาสตร์ในด้าน มานุษยวทิ ยา ก็มกี ารแตกแขนงออกมาเป็นรายวชิ าที่เนน้ การศึกษาทางดา้ นมานุษยวิทยาดิจิทัล ตามยุคตามสมัยเพิ่มข้นึ มา เชน่ ท่ี University College London มกี ารเปิดหลกั สูตรปริญญาโท ทางดา้ นมานุษยวทิ ยาดิจิทัล ที่เน้นศึกษา และทาความเข้าใจวัฒนธรรมระหว่างมนุษย์กับ เทคโนโลยดี ิจทิ ลั เนน้ ในการวิเคราะห์และอภิปรายปรากฏการณ์ทางสังคมในวงกว้างท่ีบนสื่อ สังคมออนไลน์ ส่อื ดจิ ทิ ัลต่างๆ และรวมไปถึงการศึกษาการเมืองออนไลน์ อีกหนึ่งตัวอย่าง รายวชิ าในปจั จบุ นั ทน่ี า่ สนใจ คอื รายวิชามานษุ ยวทิ ยากับเทคโนโลยีในอินเดีย (Anthropology and Technology in India) ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National

วารสาร มจร สงั คมศาสตร์ปรทิ รรศน์ 85 Journal of MCU Social Science Review University) ในคาอธิบายรายวชิ าได้กลา่ วถึงการศกึ ษาผลกระทบของเทคโนโลยีทีม่ ตี ่อวัฒนธรรม และสงั คมของคนอินเดยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีในดา้ นสอื่ และดิจิทัล ผ่านมุมมองมานุษยวิทยาท่ี ทาให้เทคโนโลยมี ชี ีวิตจากการรายงานชีวิตประจาวันของผู้คนและสถาบันต่างๆ และผ่าน กระบวนการสารวจตรวจสอบสถาบนั หลกั ของอนิ เดยี ในด้านระบบสังคมและแบบฝึกปฏิบัติทาง วฒั นธรรม โดยมกี ารตั้งคาถาม เช่น พวกเรามีความหมายอย่างไรผ่านเทคโนโลยี อะไรคือ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างเทคโนโลยีกับการจัดลาดับทางสังคมและคุณค่าของวัฒนธรรม และ เทคโนโลยเี ป็นสว่ นหนง่ึ ในการปฏริ ูปเศรษฐกิจ การจดั รูปทางสงั คม และอัตลักษณ์ทางการเมือง อย่างไร ในสถานการณ์การศึกษาทางมานษุ ยวิทยาในปัจจุบัน การทีเ่ ราจะสามารถทาการศึกษา วัฒนธรรม สงั คมมนุษยใ์ นยุคสมัยเทคโนโลยีท่ีก้าวล้า มานุษยวิทยาดิจิทัลเป็นศาสตร์ท่ีกาลัง ไดร้ ับความสนใจนามาใชศ้ กึ ษาอธบิ ายปรากฏการณ์กระแสโลกยุคดิจิทัล ในด้านอิทธิพลและ ความสมั พันธ์ทีเ่ กิดขน้ึ ระหวา่ งมนษุ ย์ สังคม และเทคโนโลยไี ดอ้ ย่างเข้าใจทอ่ งแท้ ส่ิงที่ขาดไปเสีย ไมไ่ ด้ คือ เครื่องมอื สาหรับการศึกษา ซงึ่ เคร่อื งมอื เหลา่ นีเ้ ปรียบเสมอื นเป็นหัวใจสาคัญในการใช้ เป็นกรอบเพ่อื ทาการศกึ ษา ทาความเขา้ ใจ และตคี วามหมายปรากฏการณ์ต่างๆ ตลอดจนเพ่ือ นาข้อมูลท่ไี ดม้ าวิเคราะห์ สงั เคราะหก์ บั แนวคิดทฤษฎีที่มีมาแต่เดิม น่ันก็คือ ระเบียบวิธีวิจัย หรือระเบยี บวิธวี ทิ ยาน่ันเอง ดังนั้น การเขียนบทความในคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวน วรรณกรรมท่ีเกย่ี วข้องหรือเช่ือมโยงกับประวัติความเป็นมาที่เกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ และ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างมนษุ ย์ สังคมกบั เทคโนโลยี โดยมงุ่ หวงั เพอื่ ทจ่ี ะนาเสนอแนวคิดทฤษฎี และ ระเบียบวธิ วี ิจยั ของกล่มุ หลังปรากฏการณน์ ยิ ม ภายใตแ้ นวคดิ ทฤษฎีเทคโนโลยีสื่อกลาง ท่ีเน้น พ้ืนท่สี าคัญหรอื พระเอกอยา่ งสง่ิ ไมม่ ชี ีวิต ที่เราเรียกว่า เทคโนโลยี มากกวา่ การใหค้ วามสาคัญกับ ส่ิงมชี วี ิตอ่ืนๆ หรืออาจกล่าวได้ว่าแนวทางการศึกษานี้ ให้ความสาคัญกับส่ิงประดิษฐ์หรือ นวตั กรรมมากกว่าการใหค้ วามสาคัญกับรูปแบบนามธรรม ดังเช่น สังคม วัฒนธรรมท่ีมนุษย์ได้ ประดิษฐ์ขึ้นมาอยา่ งภาษา วรรณกรรม ศิลปะ เหมอื นอยา่ งท่นี กั วชิ าการในสมยั กอ่ นนยิ มกัน วัตถุประสงคก์ ารวิจยั 1. เพือ่ นาเสนอนยิ ามความหมายพัฒนาการความเป็นมาของมานุษยวทิ ยาดิจิทัล 2. เพอื่ นาเสนอกรอบแนวคิดทฤษฎีเทคโนโลยีส่ือสัมพันธ์เพื่อการศึกษามานุษวิทยา ดจิ ิทลั

86 ปที ่ี 9 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – มนี าคม 2563 Vol. 9 No. 1 January – March 2020 วิธีดาเนนิ การวิจยั 1..รูปแบบการ ศึกษา ใช้วิธีการ ศึกษากา รวิจัยเชิงเอกสา ร ( Research.on.The Documentary) 2. การเก็บรวบรวมขอ้ มูล เก็บรวบรวมขอ้ มลู ผา่ นเอกสาร งานวิจัยทเี่ ก่ียวข้อง บทความ วิจยั และบทความวชิ าการต่างๆ โดยเฉพาะบทความในตา่ งประเทศ 3. การวเิ คราะหข์ ้อมลู ใชก้ ารวิเคราะหข์ ้อมูลในแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้ การ วเิ คราะห์แบบจาแนกชนดิ ขอ้ มลู (Typological Analysis) โดยการลาดับข้ันตอนของเหตุการณ์ ทเี่ กดิ ข้ึน และจาแนกแยกแยะชนิดของขอ้ มูลเดียวกนั ไวด้ ้วยกนั จากวเิ คราะหค์ าหลัก หรือเนื้อหา หลักของแต่ละเอกสารที่ได้ทาการประมวลมา แล้วทากา รจัดหมวดหมู่ข้อมูล เชื่อมโยง ความสัมพนั ธข์ องข้อมูลท่ไี ด้จากการประมวลแลว้ สรุปออกมาเปน็ ผลการศึกษา ผลภาพ และการ อภปิ รายผลของข้อมูล ผลการวิจยั ประเดน็ ท่ี 1 นิยามความหมาย พัฒนาการความเป็นมาของมานุษยวิทยาดิจิทลั 1. พัฒนาการ ความเป็นมา และการก่อเกิดก่อนเข้าสู่ยุคการศึกษามานุษยวิทยา ดจิ ิทัล ในยุคศตวรรษท่ี 20 นกั มานษุ ยวทิ ยาอยา่ ง มัลโฟร์ (Malfour), มาเร็ตต์ (Marett) และ แฮดดัน (Haddon) ไดเ้ ร่มิ ระบุพื้นท่ีในการศึกษาวิจัยทางมานุษยวิทยาข้ึนมา 3 ด้าน ได้แก่ วัฒนธรรมวัตถุ, องคก์ ารทางสงั คม และมานุษยวทิ ยากายภาพ แต่การศึกษาทางด้านวัฒนธรรมท่ี เก่ยี วกบั วัตถแุ ละเทคโนโลยีก็ถกู พกั ไป เน่อื งจากถกู โจมตีวา่ การศึกษาเหล่าน้ีไมท่ ันยุคทันสมัย ใน ยุคนั้นนกั วิชาถกู หลอ่ หลอมใหม้ งุ่ ความสนใจไปทกี่ ารศึกษาภาษา ศิลปะ พิธีกรรม และองค์การ ทางสงั คมมากกวา่ การที่จะมาให้ความสนใจเกยี่ วกับการอรรถาธิบายถึงเทคนิควิธีและวัตถุโดย ปราศจากการพจิ ารณาองค์ประกอบทางดา้ นบริบททางสังคมและวัฒนธรรม (Pfaffenberger, 1992) ซง่ึ สอดคล้องกบั ที่ ทมิ อินโกลด์ (Ingold, 1997) ได้เขียนไว้ในบทความเรื่อง “EIGHT THEMES IN THE ANTHROPOLOGY OF TECHNOLOGY” ซึ่งได้มีการกล่าวในทานอง เดยี วกับการศึกษาของพีฟาฟเฟ็นเบอร์เกอร์ (Pfaffenberger, 1992) ท่ีกล่าวไว้ว่า ศาสตร์ ทางด้านมานุษยวทิ ยาเทคโนโลยี มีการศึกษาในพืน้ ที่ท่ยี ังจากัดหรอื ในวงแคบ ทาให้ไม่สามารถ ถกู พฒั นาจนนาไปสกู่ ารจัดระเบยี บวิชาความรู้ได้ อินโกลด์ได้อธิบายไว้ว่า ความเป็นจริงใน ประวัติการศึกษาทางด้า นมานุษยวิทยา ปรากฏให้เห็นเด่นชัดใน 2 แน วทาง การศึกษา ความสัมพันธ์ระหวา่ งเทคโนโลยกี บั สังคม ไดแ้ ก่ 1) การมอี ิทธพิ ลของเทคโนโลยี และ 2) ความ เป็นไปได้ของเทคโนโลยี สาระสาคญั ของการจดั ต้งั สถาบนั ทางสังคมในก่อนหน้าน้ีถูกกาหนดโดย ความจาเปน็ ในระบบปฏบิ ัตกิ ารของเทคโนโลยซี งึ่ มรี ะดับความซับซอ้ น และการเปล่ียนแปลงทาง สังคมก็ขนึ้ อยู่กบั การเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยีด้วยเชน่ กนั

วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ 87 Journal of MCU Social Science Review การศกึ ษาทางดา้ นมานุษยวิทยาเทคโนโลยมี พี ฒั นาการตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยี ในแต่ละยคุ มาเป็นลาดับขั้น ก่อนท่ีจะมาเข้าสู่ยุคดิจิทัล ในยุคก่อนหน้านี้ ศาสตร์ทางด้าน มานษุ ยวทิ ยาเองกไ็ ด้มีการศกึ ษาทสี่ นใจเก่ียวกับเทคโนโลยีส่ือ ซ่งึ อยใู่ นหัวข้อการศึกษาท่ีเรียกว่า มานษุ ยวิทยาสอ่ื (Media Anthropology) เร่ิมเปน็ ทร่ี ้จู ักในปี ค.ศ. 1950 จากผลการศึกษางาน ช้นิ แรกทางดา้ นชาติพันธ์วุ รรณาและวิทยาศาสตรส์ ังคมของสตูดโิ อฮอลลีวูด ในหนังสือท่ีมีชื่อว่า “Hollywood: The Dream Factory” โดย ฮอร์เทนส์ พาวเดอร์เมคเกอร์ (Powdermaker, 1951) ลกู ศษิ ยข์ องฟรานซ์ โบแอส (Franz Boas) ผลงานชิ้นนี้ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ จากนักวิชาการอืน่ ๆ ทาให้การศึกษาสือ่ สารมวลชนในมุมของมานุษยวิทยาถูกละทิ้งไปหลายปี จนกระท่งั มาในช่วงหลังสงครามโลกครั้งท่ี 1 การศึกษาท่ีเกี่ยวข้องกับส่ือสารมวลชนก็กลับมา เปน็ ศูนยก์ ลางอีกคร้งั การศกึ ษามานุษยวทิ ยาส่ือก็มีการพัฒนาการมาเร่ือยๆ จนกระทั่งมาถึง การศกึ ษาสอื่ ในพน้ื ทีอ่ อนไลน์ในปัจจบุ ัน เชน่ สอื่ สังคมออนไลน์ (Social Media) ในปัจจบุ ันนับตง้ั แตเ่ ทคโนโลยดี ้านการตดิ ต่อสือ่ สารพฒั นามาถงึ ยคุ ดิจิทัล การเชื่อมต่อ และตดิ ต่อส่ือสารกันผ่านโลกออนไลนห์ รือไซเบอรส์ เปซ เป็นการตดิ ตอ่ ส่ือสารที่ได้รับความนิยม จากคนทวั่ โลกมากทีส่ ุด จากสถิตขิ อง We Are Social and Hootsuite (Kemp, 2018) สถิติใน ปี 2019 พบว่า สือ่ โซเชยี ล เป็นส่ือท่ีได้รับความนิยมอย่างสูง จากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตรอบโลก ประมาณ 4,400 ลา้ นคน มีคนประมาณ 3,400 ล้านคนทม่ี บี ัญชโี ซเชีย่ ลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค ทวิต เตอร์ อินสตาแกรม ไลน์ วอทแอ็พ (Think about Wealth, 2019) เนือ่ งจากการเข้าถึงรูปแบบ ตดิ ตอ่ สื่อสารผ่านสอื่ สังคมออนไลนเ์ หล่าน้ีมคี วามสะดวกรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถ ติดต่อสือ่ สารกบั คนทอ่ี ยู่หา่ งไกลกันคนละซีกโลกได้สะดวกสบาย เข้าใชไ้ ดท้ ุกที่ทุกเวลา ส่งผลให้ การศกึ ษาสงั คม วัฒนธรรม และปรากฏการณ์ทางสังคมมีการย้ายฐานการศึกษาจากโลก ภายนอก มาสู่โลกภายในพืน้ ทีอ่ อนไลนก์ ันมากข้นึ ซึ่งในบทความนี้จะใช้คาวา่ “โลกภายนอกกับ โลกออนไลน์” แทนการใช้คาวา่ “โลกท่ีเปน็ จริงกบั โลกเสมอื นหรอื โลกสมมติ” เนื่องจากการใช้ คาในแบบหลังยงั เปน็ ข้อถกเถียง และเป็นประเด็นทน่ี ักวชิ าการยงั คน้ หาคาอธิบายความเป็นจริง ทเ่ี กดิ ข้นึ อยู่ จึงหลีกเล่ยี งที่จะใชค้ าในคู่ท่ีสองทท่ี าใหเ้ หมอื นมีความเหล่ือมล้าไม่เท่าเทียมระหว่าง โลกทัง้ 2 ใบน้ี จากผลงานการวิจัยของ แดเนียล มิลเลอร์ (Daniel Miller) อาจารย์ประจา ภาควิชามานุษยวิทยา ที่ University College London และคณะทางาน ของเค้า ได้ ทาการศึกษาโลกแห่งสังคมออนไลน์ จนเขียนออกมาเป็นหนังสือเรื่อง How the World Changed Social (Miller, 2012) ได้รบั การตอบรับและเป็นท่นี า่ สนใจของแวดวงนักวิชาการทั่ว โลก โดยเฉพาะอย่างยง่ิ กบั นักมานษุ ยวทิ ยา รวมถึงในประเทศไทย 2. แนวทางการศึกษามานุษยวทิ ยาดิจิทัล ในขณะทโี่ ลกกาลงั ถกู ทาให้เปน็ “ดจิ ิทัลภิวตั น์” (Digitalization) โดยกระบวนการการ ทาใหก้ ลายเปน็ ดิจทิ ลั ในทุกหนทุกแหง่ หรือการทาใหก้ ลายเป็นดจิ ทิ ลั จากการที่นานาประเทศ รวมถึงประเทศไทยมีการกาหนดนโยบาย และแผนเพ่อื จะกา้ วเข้าสยู่ คุ ดจิ ทิ ัลอย่างเต็มรูปแบบ มี

88 ปที ี่ 9 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2563 Vol. 9 No. 1 January – March 2020 การวางแผนทจี่ ะปรบั เปลย่ี นสังคม องค์กร และรปู แบบการดาเนินชวี ิตแบบเดิมให้กลายมาเป็น สงั คมยุคดิจิทลั ทท่ี ุกส่งิ ทุกอยา่ งใช้งานและพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหลัก เช่น รถไร้ คนขบั , โดรนในการขนสง่ , ผ่าตัดผ่านการประชมุ ทางไกลผ่านระบบวิดีโอ (VDO Conference), AI ตรวจจับใบหน้า และการส่อื สารผ่านระบบออนไลนด์ ้วยแอ็พปลิเคช่ันต่างๆ (Mungpattana sunthon, 2019) อกี ท้งั มกี ารสนับสนุนส่งเสริมใหม้ ีการใช้เทคโนโลยีดิจิทลั อยา่ งแพร่หลาย และ ครอบคลุมไปในทกุ กจิ วตั ประจาวนั ทเี่ ราจะพบว่า เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็ได้สัมผัสกับเทคโนโลยี สมยั ใหม่อย่างเทคโนโลยีดิจิทัลแลว้ อย่างน้อยก็โทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรือโทรทัศน์ในระบบ สัญญาณดจิ ิทลั เป็นต้น ปรากฏการณ์เหล่านี้กไ็ ด้รบั ความสนใจจากมานุษยวิทยา โดยเฉพาะใน มานษุ ยวทิ ยาแขนงใหม่อย่าง “มานุษยวิทยาดิจิทัล” ท่ีให้ความสาคัญของพื้นที่การศึกษา โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ มานุษยวทิ ยาดจิ ิทัล ตามคาจากัดความของทอม โบเอลล์สตอร์ฟฟ์ (Boellstorff, 2013) ทเ่ี ผยแพร่ในเว็บ Oxford Bibliographies Online ใหน้ ิยามมานุษยวทิ ยาดจิ ทิ ัลว่าหมายถึง การ รวมพืน้ ทคี่ วามสนใจการเปล่ียนแปลงทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั อินเตอร์เนต็ ทอี่ าจทาให้เกิดการจัดระเบียบ ปรากฏการณท์ างสังคมใหม่ทั้งหมด งานวิจัยในด้านนี้จะเป็นงานวิจัยท่ีนักมานุษยวิทยาที่ เกี่ยวข้องนาเสนอมุมมองที่มีคุณค่าเกี่ยวกับควา มสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับวัฒน ธรร ม มานุษยวิทยาดจิ ทิ ลั มีความใกลเ้ คยี งกับมานษุ ยวิทยาสงั คมวฒั นธรรมมากท่สี ุด พื้นที่ในการศึกษา ส่วนใหญ่ของมานุษวิทยาดิจิทัลจะร วมการศึกษาเก่ียวกับบุคคลที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลใน ชีวิตประจาวนั ของพวกเค้า โดยจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการเข้าร่วมบริบทวัฒนธรรม ออนไลน์ท่ีซึ่งไม่สามารถพบได้ท่ัวไปในสงั คมโลกทางกายภาพ นกั วชิ าการสว่ นใหญ่จะใช้ระเบียบ วิธวี ิจยั ชาตพิ ันธุ์วรรณาในการทาการศึกษาสังคมระดับเล็ก มีแค่เพียงบางส่วนที่ศึกษากับกลุ่ม สมาชิกเป็นรอ้ ยคน สว่ นการศกึ ษาวจิ ัยในงานช้ินแรกๆ มักจะอยู่ในหัวข้อเก่ียวกับเกมส์ และ ส่ือสารมวลชน จากการประมวลเอกสาร และงานวจิ ัยที่เก่ียวข้อง แนวทางการศึกษา แน วคิดทฤษฎี และระเบียบวิธีวิทยาท่ีเกยี่ วขอ้ งและได้รับความนิยมนามาใช้แพร่หลายในปัจจุบัน แนวทาง การศกึ ษามานษุ ยวทิ ยาดิจิทลั อาจจะแบ่งออกได้เป็น 2 แนวทาง ดังนี้คือ แนวทางที่หน่ึง แนวทางการศึกษามานษุ ยวิทยาดจิ ิทลั ดว้ ย “ทฤษฎีการบรรลุผล” (Theory of Attainment) ท่ีพัฒนาข้นึ มาโดยมลิ เลอรก์ บั ซนิ านนั (Miller, 2012) ซ่งึ อาจเรยี กไดว้ ่าเป็นแนวทางการศึกษา ของสาย University College London โดยแนวคิดทฤษฎีการบรรลุผลเสนอว่า เทคโนโลยี เหลา่ น้ไี มไ่ ดเ้ ปล่ียนความเป็นมนษุ ย์ของเราเลยแม้แต่น้อย แนวทางท่ีสอง การศึกษาทางด้าน มานษุ ยวิทยาเทคโนโลยี และมานุษยวิทยาดิจิทัล ท่มี พี ัฒนาการมาจากแนวคิดทางปรัชญา จาก ปรากฏการณ์นยิ มมาถงึ หลังปรากฏการณน์ ยิ ม โดยเน้นบทบาทของเทคโนโลยีท่ีมีอิทธิพลต่อการ กาหนดความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งเทคโนโลยกี ับมนษุ ย์ในสงั คม ไปจนถึงการที่มนุษย์ทาความเข้าใ จ โลกผ่านตวั กลางอย่างเทคโนโลยี ซ่ึงนาไปสู่การปรับเปล่ยี นบทบาท หนา้ ทข่ี องมนษุ ย์ในการดารง

วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปรทิ รรศน์ 89 Journal of MCU Social Science Review อยดู่ ้วย เชน่ แนวคิดของมารต์ นิ ไฮเดกเกอร์, ดอน ไอเด, ปีเตอร์ พอล เวอร์บีค, โรเบิร์ต โรเซ็น เบอร์เกอร์, สเตฟาโน กวั เลนิ และอาซเล่ คริ าน เป็นตน้ การพัฒนาแนวคดิ ทฤษฎี และระเบียบวธิ ีวทิ ยาของท้งั 2 แนวทาง โดยเบื้องต้นก็มีจุดที่ คลา้ ยคลึงกนั เชน่ 1) การศึกษาทเ่ี น้นศึกษาในเรอ่ื งความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์ และสงั คม 2) การศกึ ษาในดา้ นอทิ ธิพลของสงั คมที่มีต่อมนุษย์และสังคม แต่หากตัวแปร หรือ พ้นื ทีใ่ นการสารวจตรวจสอบอาจมกี ารใหค้ วามสาคัญและมกี ารนยิ ามคาจากัดความที่แตกต่างกัน ไป สาหรบั ในจุดท่แี ตกต่างกันของท้ัง 2 แนวทางนน้ั อาจกลา่ วไดว้ ่าแนวทางการศึกษาของสาย University College London ค่อนข้างมองเทคโนโลยีต่างๆ ในแง่บวก และมักตีความหมาย ของผลการศกึ ษาทีไ่ ด้ออกมาในลกั ษณะเป็นกลาง เช่น การมองว่าไมม่ ีโลกสมมติหรือโลกเสมือน จริง โลกออนไลนก์ ับโลกทีเ่ ราอยู่อาศยั และดารงอยู่ ต่างกเ็ ปน็ โลกที่มีความเป็นจริงด้วยกันทั้งคู่ เป็นตน้ ส่วนแนวทางการศึกษาในสายไฮเดกเกอร์ จะเน้นให้ตระหนักถึงตัวเทคโนโลยีที่มี อิทธิพลบตอ่ การกาหนดบทบาทและความเข้าใจของมนุษย์ที่มีต่อโลก สังคม และวัฒนธรรม มากกวา่ การเป็นแคว่ ัตถุหรอื ส่งิ ท่ไี มม่ ีชีวติ 3. จาก “ปรากฏการณ์นิยม”สู่ “หลังปรากฏการณน์ ิยม” มารต์ ิน ไฮเดกเกอร์ (Martin Heidegger) นักปรชั ญาผู้นาเสนอแนวคิดปรากฏการณ์ นิยม (Phenomenology) จ า กผล ง า น เขียน หนั งสือเรื่อง “ Question Concerning Technology” (Heidegger, 1977) มีเนื้อหาเกี่ยวกับการวิพากษ์เทคโนโลยีสมัยใหม่ ซ่ึง หมายถงึ เทคโนโลยที ่ีสรา้ งขน้ึ มาจากความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มองวา่ เทคโนโลยีสมัยใหม่มาพร้อม กบั วิธีคิดทว่ี า่ โลกนก้ี ลายเป็นวัตถแุ ละแหล่งทรพั ยากรพร้อมใช้ เพราะวา่ ความรแู้ บบวิทยาศาสตร์ เปน็ การศกึ ษาโลกในฐานะวตั ถุ ไฮเดกเกอร์เสนอแนวคดิ ท่วี ่า เทคโนโลยีเป็นกรอบที่กาหนดความ เขา้ ใจของเราท่ีมตี อ่ โลก (สกุ มล มุง่ พัฒนสุนทร, 2561) โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เทคโนโลยีกับมนษุ ยแ์ ละสังคมน้ัน ไฮเดกเกอร์ได้นาเสนอประเด็นไว้ว่า เราไม่ ควรท่ีจะมอง เทคโนโลยเี ปน็ เพยี งแค่วัตถุ แตเ่ ทคโนโลยีมีบทบาทมากกว่าท่ีมันเป็นอยู่ และให้ตระหนักถึง อทิ ธิพลของเทคโนโลยีทม่ี ีตอ่ ความสัมพันธต์ อ่ สร้างความเข้าใจ การตีความหมายของมนุษย์ท่ีมี ต่อสังคมและโลก ยกตวั อย่างการขยายความในเรอื่ งน้ี เชน่ ไฮเดกเกอร์วิพากษ์เทคโนโ ลยีเข่ือน ผลิตไฟฟา้ ที่กน้ั แมน่ ้าไรน์ว่า องคค์ วามรทู้ างด้านวิทยาศาสตรท์ าใหเ้ กดิ นวตั กรรมท่ีเข้าไปจัดการ กบั แมน่ า้ แล้วเปลยี่ นแมน่ ้าให้กลายเป็นแหล่งพลังงาน ซ่ึงเค้าแสดงทัศนะเก่ียวกับเรื่องนี้ว่า เทคโนโลยสี มยั ใหมก่ าลังตกี รอบความเขา้ ใจของเราให้มองเห็นความหมายของแม่น้าในแง่มุม ทรัพยากรเท่านนั้ ความคดิ เชน่ น้ีถือว่าเป็นอันตราย ถ้าหากเรามองโลกแค่ตามที่เทคโนโลยี กาหนดใหเ้ ราเพยี งอยา่ งเดยี ว แนวคดิ ของไฮเดกเกอรใ์ นฐานะผู้รเิ ริ่มแนวทางการศกึ ษาปรากฏการณ์นิยม ได้รับการ พัฒนาต่อยอดจนมาเปน็ กลุ่มแนวคิดหลังปรากฏการณ์นิยมท่ีมีนกั คดิ คนสาคญั อย่าง ไอเด (Ihde, 2009), กวั เลนิ (Gualeni, 2015), โรเซน็ เบอร์เกอร์ และเวอร์บีค (Rosenberger & Verbeek,

90 ปีท่ี 9 ฉบับที่ 1 มกราคม – มนี าคม 2563 Vol. 9 No. 1 January – March 2020 2015) ทต่ี ่างกพ็ ดู ถงึ การศึกษาเทคโนโลยีในมิตสิ มั พันธ์กบั การดารงอยู่ของมนษุ ย์ และไม่สามารถ ตัดขาดเทคโนโลยอี อกจากการมปี ฏิสัมพนั ธท์ างสงั คมกบั สังคมมนุษย์ได้ ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะ เป็นเพยี งวัตถุท่สี รา้ งจากความร้ทู างวิทยาศาสตร์ และถงึ แม้วา่ เทคโนโลยีไม่สามารถควบคุมหรือ หลอกลวงมนุษย์ได้ แต่มนษุ ย์เองก็ไม่สามารถควบคมุ เทคโนโลยีได้เช่นกัน เพราะมนุษย์ไม่ได้มี อิสระจากเทคโนโลยี คลา้ ยกบั วา่ มนุษยเ์ ราถูกผูกมัดไว้กับเทคโนโลยีไปแล้ว (สุกมล มุ่งพัฒน สนุ ทร, 2561) จากการศึกษาของนักวิชาการในสายน้ี “หลังปรากฏการณ์วิทยา” อาจสรุปไว้ว่า แนวทางการศึกษา หรือระเบียบวธิ ีวิทยาท่มี ลี กั ษณะการได้มาซ่ึงความรู้จากประสบการณ์หรื อ การทดลองมากวา่ ทฤษฎี แนวทางการศกึ ษาหรือระเบียบวธิ ีวจิ ัยของนักหลังปรากฏการณ์นิยม มกั จะมีพื้นฐานการวิเคราะหบ์ นขอ้ ความจากวารสารวทิ ยาศาสตร์และนิตยสาร หรืออาจจะมา จากประการณ์ชีวิตของตนเอง ซ่ึงการค้นหาจากเทคนิคชาติพันธ์ุวรรณาแบบอัตโนมัติอาจเป็น วิธีการที่สมบรู ณ์เพยี งพอตอ่ การนามาใชก้ บั สง่ิ ของทัว่ ไปทั้งในบา้ นและในท่ีสาธารณะ ( Aagaard, Friis, Sorenson, Tafdrup & Hasse, 2018) ดังน้ันในมุมมองของหลังปรากฏการณ์นิยม เทคโนโลยีมักจะปรากฏใหเ้ หน็ ในตาแหน่งท่ีเป็นรายบุคคลมากกว่าภาพรวม ( Aagaard, Friis, Sorenson, Tafdrup & Hasse, 2018) ประเด็นท่ี 2 นาเสนอกรอบแนวคดิ ทฤษฎเี ทคโนโลยีส่ือสัมพันธ์เพ่ือการศึกษามานุษ วทิ ยาดจิ ทิ ัล 1. แนวคิดทฤษฎี และระเบียบวธิ เี ทคโนโลยีสอื่ กลาง เทคโนโลยสี ื่อกลาง เป็นคาท่ีไดม้ าจากการประมวลเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องจาก นักวิชากา รใน สายหลังปรากฏกา รณ์นิยม โดยมาจา กคาภาษา อังกฤษ Technological Mediation จากการประมวลเอกสารและงานตา่ งๆ จากนักวชิ าการด้านน้ีในต่างประเทศ และ สรุปนัยยะของการสื่อความหมายได้ว่า Technological Mediation เป็นแนวคิดทฤษฎี และ ระเบียบวธิ ใี นการศกึ ษาเก่ยี วกบั รูปแบบและสญั ลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และโลก ผา่ นเทคโนโลยเี ปน็ สื่อกลาง หรอื เป็นตวั กลางระหว่างการทาความเข้าใจของมนษุ ยท์ ี่มีต่อโลก โดยสรปุ แล้ว เทคโนโลยีสื่อกลาง หมายถึง เทคโนโลยีเป็นส่ือกลางในการอธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างโลกกับมนุษย์ สังคม หรือการที่มนุษย์สร้างความเข้าใจต่อโลกผ่าน เทคโนโลยี นวตั กรรม หรอื เครื่องมอื ตา่ งๆ มนษุ ยจ์ ะเขา้ ใจโลกและสิ่งอ่นื ๆ ผ่านการเป็นตัวกลาง ของเทคโนโลยี ซง่ึ สิ่งที่มนษุ ยไ์ ดร้ ับรู้จากประสาทสมั ผสั ทผ่ี ่านเทคโนโลยีอาจจะเป็นแค่เพียงมุม มุมเดียวท่ีเราไดเ้ หน็ ได้ยนิ ได้ฟงั หรือได้สัมผัสจากความเป็นจริงของสรรพส่ิงท่ีดารงอยู่ ซ่ึง อาจจะมมี ากกว่าหรือน้อยกวา่ ท่ีเราไดส้ มั ผัส หรอื รับรู้ แล้วไปตีความหมายทาความเข้าใจโลก โลกในทีน่ ไ้ี มไ่ ดห้ มายถึงแค่โลกท่ีเราอยูอ่ าศยั แตห่ มายถงึ ทกุ ส่งิ ทกุ อย่างทอ่ี ยู่รอบๆ ตัวเรา ทั้งใน ระยะใกล้ หรอื ไกลกต็ าม ดงั น้ันเทคโนโลยี จึงเป็นตวั กาหนดความสัมพนั ธ์ ความเขา้ ใจของมนุษย์ ทม่ี ตี ่อสิง่ อ่นื ๆ มากกว่าการเปน็ แคว่ ัตถสุ ง่ิ ของทมี่ นุษยน์ ามาใช้ โลกจะเป็นในแบบท่ีเราเห็นหรือ

วารสาร มจร สงั คมศาสตรป์ รทิ รรศน์ 91 Journal of MCU Social Science Review เข้าใจผ่านเทคโนโลยีนั้นๆ เม่อื เทคโนโลยีเปลีย่ นไป ความเข้าใจโลกในแบบเดิมตามเทคโนโลยี เดิมก็เปลีย่ นไปดว้ ย ดังคากลา่ วของ ปีเตอร์ พอล เวอร์บีค (Rosenberger & Verbeek, 2015) ท่ีกล่าวไว้ว่า “...that is, as long as this particular technological mediation was active” หรอื “...มันจะเป็นเชน่ นตี้ ราบนานเทา่ นานท่ีเทคโนโลยีช้ินนี้จะยังทางานอยู่ ” เช่นใน การตวั อย่างของ อาซเล่ เอช คิราน (Asle H. Kiran) เกย่ี วกับการเปลีย่ นรูปของพระจันทร์ที่กา ลเิ ลโอเหน็ ครง้ั แรกผ่านกล้องโทรทรรศน์ ซ่งึ การมองเห็นขนาด รปู ร่าง และลักษณ์ของพระจันทร์ จะข้นึ อย่กู ับทัศวิสัยในการมองระยะไกลผ่านกลอ้ งโทรทรรศน์ เปน็ ต้น จากการศึกษาในงานเขยี นที่ผา่ นมาของผเู้ ขียนท้ัง 3 บทความทผ่ี ่านมา (สุกมล มุ่งพัฒน สนุ ทร, 2561 และ Mungpattanasunthon, 2019) ได้ทาการสรุปหัวใจสาคญั ของการศึกษาใน แนวมานุษยวิทยาเทคโนโลยี ตามหลกั ของแนวทางการศึกษาหลงั ปรากฏการณน์ ยิ มภายใต้กรอบ แนวคดิ ทฤษฎเี ทคโนโลยีสอื่ กลางได้ตามแผนภาพท่ี 1 ซึ่งเป็นการแสดงภาพความเชื่อมโยง ระหว่างความสมั พนั ธข์ องเทคโนโลยีท่ีมีอิทธิพลต่อการทาความเข้าใจของมนุษย์ต่อโลก แล้ ว อทิ ธพิ ลท่เี กดิ ขึน้ เหลา่ นีส้ ่งผลให้เกดิ การมีบทบาทของมนุษยใ์ นสังคมและวัฒนธรรม มนษุ ย์ กลุ่ม สมั พันธก์ นั กลุ่มหลงั ความเขา้ ใจ บทบาท สังคม ปรากฏการณ์ ปรากฏการณ์ โลก วัฒนธรรม เทคโนโลยี ภาพท่ี 1 แสดงกรอบแนวคิดในการศึกษา Technological Mediation ที่มา: สกุ มล ม่งุ พัฒนสุนทร (2561) หลักของแนวคดิ ทฤษฎี “เทคโนโลยสี ่อื กลาง” เรมิ่ แรกเกดิ จากการนาเสนอของดอน ไอ เด (Don Ihde) นักคิดในสายหลงั ปรากฏการณ์นิยม โดยใจความสาคัญของแนวคิดไอเดอยู่ท่ี การศึกษารปู แบบและสญั ลกั ษณข์ องความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และโลกใน 4 องค์ประกอบ ไดแ้ ก่ 1) Embodiment หรอื ศนู ย์รวม 2) Hermeneutic หรืออรรถปริวรรตศาสตร์ คือ ทฤษฎี ของการตีความ และการทาความเข้าใจตัวบทผ่านทางกระบวนการเชิงประจักษ์ ( Empirical) 3) Alterity = otherness หรือมีอะไรอย่างอื่น การทาความเข้าใจในตัวบทภายใต้เงื่อนไข วฒั นธรรมและประวตั ิศาสตร์ ความหมายของตัวบทถูกขยายออกไปเกินขอบเขตของข้อความ

92 ปีที่ 9 ฉบับท่ี 1 มกราคม – มนี าคม 2563 Vol. 9 No. 1 January – March 2020 4) Background คือ การนาเสนอแนวคดิ ทวี่ า่ สอื่ กลางอยา่ งเทคโนโลยมี ีอิทธิพลหรือผลกระทบ ตอ่ ท้งั มนุษยแ์ ละโลกอยา่ งไร นักวิชาการหลายคนทเ่ี ป็นลูกศษิ ยข์ องไอเด ในสายหลงั ปรากฏการณ์นิยม ได้มีการนา แนวคดิ ของเค้ามาศึกษาและพัฒนาต่อยอด แต่สาหรับในบทความน้ีขอยกมาหน่ึงกรอบวิธี การศึกษา ซ่งึ มชี อื่ ว่า “Two – sidedness” หรือ “สองขั้วตรงกันข้าม” โดย อาซเล่ คิราน (Asle H. Kiran) กรอบแนวคิดนี้เป็นหนึ่งในกรอบแนวคิดที่สาคัญตามสาย แนวคิดทฤษฎี เทคโนโลยีสือ่ กลาง ที่นามาใช้ในการศึกษาความสมั พันธ์ของเทคโนโลยีต่อมนุษย์และโลก ด้วย การแบ่งสองข้ัวตรงกนั ขา้ มสาหรบั เพอื่ การแปล วิเคราะห์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง เทคโนโลยีกับมนษุ ยแ์ ละโลก ออกเป็น 4 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 The ontological or existential dimension มติ ิของการดารงอยู่ ในมิตินี้จะมองว่าเทคโนโลยีถูกรวมเข้าไปกับ “โครงสร้าง เปดิ เผย – ปกปดิ ” (Revealing – concealing structure) โดยการต้งั คาถามว่า “อะไรคือโลก ที่เราค้นพบตัวเอง” ผา่ นเทคโนโลยตี า่ งๆ มติ ิที่ 2 Epistemological dimension มิติญาณวิทยา เป็นสองขว้ั ระหว่าง “โครงสร้างมากเกินจริง – น้อยเกินจริง” (Magnification – reduction structure) เป็นการศึกษาในมิตทิ ่ี เทคโนโลยมี ีบทบาทในการจดั รูปชนิดของความรู้ท่ีพวกเรามี เกย่ี วกับโลกอย่างไร ตวั อยา่ งในเรือ่ งของเทคโนโลยีกล้องโทรทรรศน์ ท่ีกาลิเลโอใช้ศึกษาดวง จันทร์ ก็เปน็ ตัวอย่างการศึกษาในมิตินี้ มิติที่ 3 The practical dimension มิติการปฏิบัติ การ เป็นตัวกลาง หรอื ส่อื กลางของเทคโนโลยีแสดงให้เห็นถึงระหว่าง “โครงสร้างที่เป็นไปได้ – ข้อจากดั ” (Enabling – Constraining structure) ท่ีมอี ิทธิพลตอ่ การกระทาและพฤติกรรมของ มนษุ ย์ มติ ทิ ่ี 4 The ethical dimension มติ ิจริยธรรม เป็นการนาเสนอผ่าน “โครงสร้างถูก หลอมรวม – ทาใหแ้ ปลกแยก” (Involving – alienating structure) ซ่ึงเทคโนโลยีสนับสนุน และล้มลา้ งความพยายามที่จะโกงสงิ่ ทีด่ สี าหรบั ตัวเราเอง Two – sidedness หรอื 2 ข้ัวตรงกันข้าม สามารถนามาสารวจ ตรวจสอบ คาดการณ์ ทานาย ประเมนิ อิทธพิ ลของเทคโนโลยที ม่ี ตี ่อการจัดรปู แบบของสังคม ถึงแมว้ ่าแนวคิดคู่ขนานนี้ ไม่ไดแ้ สดงถึงในแง่บวกหรอื ลบของเทคโนโลยี แต่ทุกๆ มิติของกรอบแนวคิดน้ีสามารถนามา ประเมนิ ความแตกตา่ งระหว่าง อะไรที่ถูกนามาวางตรงหน้าของความสนใจ หรือดึงดูดความ สนใจของพวกเรา กบั อะไรทีถ่ ูกผลัก ละท้งิ ถกู มองขา้ ม ไปไว้ข้างหลัง หรือการประเมินความ แตกต่างระหวา่ งอะไรทเ่ี รามองเหน็ เชงิ ประจักษ์ กบั สง่ิ ท่ีมองไมเ่ หน็ แต่มีอยู่ นอกจากมิติทั้ง 4 ที่ นาเสนอไปแลว้ นัน้ นกั วชิ าการทีส่ นใจการศกึ ษาโดยใช้แนวคิดทฤษฎีเทคโนโลยีส่ือกลางผ่าน กรอบแนวคิด 2 ข้วั ตรงกันข้าม ยังสามารถมองหา ค้นหา แล้วสร้างมุมมองหรือแว่นตาใน การศกึ ษาวิเคราะห์ในมติ ิอ่นื ๆ ได้อีก เช่น มิติในด้านการเมืองที่อาจจะทาการศึกษาสองข้ัว ตรงกนั ขา้ มระหว่าง “โครงสร้างการเป็นอิสระกับการกดขี่” โดยอาจจะใช้ส่ือกลางเทคโนโลยีใน มิตกิ ารสอ่ื สารที่แสดงถงึ คู่ของ “การทาให้ติดกนั กับการถอดออก” เป็นตน้

วารสาร มจร สังคมศาสตรป์ รทิ รรศน์ 93 Journal of MCU Social Science Review อภิปรายผล จากการประมวลเอกสาร และงานวจิ ยั ท่ีเกย่ี วข้องกับการศึกษาทางด้านมานุษยวิทยา เทคโนโลยี และมานษุ ยวิทยาดิจิทัล พบว่า ระเบียบวิธวี ิจยั เทคนคิ วธิ ี และเคร่อื งมือที่ได้รับความ นิยมจากนกั มานุษยวิทยามกั นามาใช้ในการเกบ็ ขอ้ มูลการศึกษาในด้านนี้ ไดแ้ ก่ ชาติพันธ์ุวรรณา (Ethnography) และการรายงานชีวิตประจาวัน (Report Everyday Life) นอกจากนี้ก็ยังมี เทคนิคการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลในรปู แบบอน่ื ๆ เช่น การสัมภาษณอ์ อนไลน์ การทาแบบสอบถาม ออนไลน์ รวมไปถึงการ ศึกษาอย่างมีส่วนร่วม ( Participant observation)การศึกษาด้วย ระเบยี บวธิ ีชาตพิ นั ธ์วุ รรณาเป็นวิธีการท่ีนักมานุษยวิทยาสงั คมวฒั นธรรม ใช้กันมาแต่ด้ังเดิม พอ มาถึงนกั มานษุ ยวทิ ยาเทคโนโลยี กไ็ ดม้ กี ารนามาประยุกตใ์ ช้เป็นชาติพัน ธุ์วรรณาตนเอง (Self – Ethnography) ในตัวอย่างงานการศึกษาของนักหลังปรากฏการณ์วิทยา เฟอร์นันโด เซโคมัน ดี (Fernando Secomandi) ได้ทา กา ร ศึกษา อุปกร ณ์เคร่ืองมือติดตา มตัว Self-tracking technology (Aagaard, Friis, Sorenson, Tafdrup & Hasse, 2018) หรือ เป็นระบบที่ช่วยให้ ผใู้ ช้เจาะลึกถึงรูปแบบกิจกรรมต่างๆ เช่น การวัดอตั ราการเผาผลาญของร่างกาย การวัดจานวน ครั้งการเดินต่อวนั การวดั อตั ราการเตน้ ของหัวใจ และกิจกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะกับเป้าหมายที่ ช่วยสนบั สนนุ การเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมและแก้ไขความเป็นอยู่หรือการดาเนินชีวิตประจาวั น ของผูใ้ ชใ้ ห้ดีข้นึ การศึกษาเทคโนโลยตี ิดตามตวั ของเซโคมันดนี ัน้ ใช้วิธีการสารวจตรวจสอบนัย ยะ และมติ กิ ารเปน็ ตัวกลางของเทคโนโลยรี ะหวา่ งมนุษย์กับโลก ผ่านเทคนิควิธีการสัมภาษณ์ เจาะลึก การสังเกตการณ์ โดยการศึกษาการใช้งานอินเตอรเ์ น็ตเพ่ือใหเ้ หน็ ถึงคุณค่าของการวิจัย เชิงประจกั ษ์ หรือการหาความจริงจากขอ้ มูลปฐมภมู ิ การศกึ ษาในแบบมานษุ ยวิทยาสงั คมวฒั นธรรมแบบดั้งเดิม เช่น การศึกษาวัฒนธรรม การทอผ้า สามารถที่จะทาการปรับประยุกต์นาแนวคิดทฤษฎีส่ือสัมพันธ์ส่ือสัมพันธ์มาใช้ วเิ คราะห์ได้ ดังตัวอย่าง ท่ผี เู้ ขยี นได้นาเสนอบทความงานวจิ ยั ในระดบั นานาชาติ ที่เขตปกครอง พิเศษฮ่องกง ในหัวข้อเรื่อง “Transforming Traditional Trade of the Hand-Woven Textile Community to Digital Trade: the case study of Tai Lue group at Toong Mork Village, Chiang Kham, Phayao, Thailand” (Mungpattanasunthon, 2 019 ) วิเคราะห์การเปล่ยี นผ่านรปู แบบการคา้ ขายแบบด้งั เดิมของกลุ่มทอผ้า มาเป็นการค้าขายผ่าน เทคโนโลยีส่อื ดิจทิ ลั อย่างโปรแกรมแชทไลน์ (Line) ซ่งึ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยชาติพันธ์ุวรรณา การ สมั ภาษณ์เจาะลึก และการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมในการศึกษา และอธิบายรูปแบบ วฒั นธรรมทมี่ ีการเปลีย่ นแปลงไปจากการนาเทคโนโลยสี ื่อดิจิทัลเข้ามาใช้ในการติดต่อซ้ือขาย เทคนคิ วิธีเกบ็ ขอ้ มูลทพ่ี ิเศษและแตกตา่ งไปจากเดิม คอื การสมั ภาษณแ์ บบเจาะลึกออนไลน์ผ่าน โปรแกรมแชทไลน์

94 ปีที่ 9 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – มนี าคม 2563 Vol. 9 No. 1 January – March 2020 นอกจากระเบียบวิธีวจิ ัยแบบชาติพนั ธ์วุ รรณนาทอ่ี าศยั การรายงานชีวิตประจาวัน ยังมี ระเบยี บวธิ ีวิจยั ในรูปแบบอนื่ ๆ ทน่ี ักวิชาการในด้านนใี้ ช้ศึกษาเทคโนโลยดี ิจิทลั เช่น การวิจัยแบบ มสี ่วนรว่ ม (Participant observation) ที่ แคทรนี เฮซ (Cathrine, H.) ท่ีไว้ในบทความเรื่อง Studying the Telescopes of Others: Toward a Postphenomenological Methodology of Participant Observation ท่ีใช้ระเบยี บวิธกี ารวิจัยอย่างมีส่วนร่วม กับช้ัน เรียนของเค้าในการเรยี นการสอนและการฝกึ ปฏบิ ัติในการใชเ้ ครอ่ื งมอื กลอ้ งโทรทรรศน์แต่ละตัว ซ่ึงในตวั อย่างน้ีสามารถนากรอบแนวคิด Two – sidedness หรือ 2 ข้ันตรงกันข้ามในมิติที่ 2 Epistemological dimension มิตญิ าณวิทยา ท่ีมีสองข้ัวระหว่าง “โครงสร้างมากเกินจริง – นอ้ ยเกนิ จรงิ ” (Magnification – reduction structure) เนื่องจากการใช้กล้องโทรทรรศน์แต่ ละตัวจะตอ้ งมกี ารปรับสมดุลในการมองเห็น ซึ่งมันอาจจะเกิดการเข้าใจต่อโลก หรือสิ่งท่ีเรา มองเหน็ ในแบบท่มี ากเกินจรงิ หรือนอ้ ยเกนิ จรงิ กไ็ ด้ อยา่ งไรก็ตามไม่ว่าจะใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบใด เทคนิคการเก็บข้อมูลโดยการ รายงานชีวิตประจาวัน ก็เป็นวิธีท่ีได้รับความนิยมนามาใช้ในทุกยุคทุกสมัย และถึงแม้ว่า เทคโนโลยีจะก้าวล้าไปเพยี งใด การนาเทคนคิ การรายงานชีวติ ประจาวันมาใช้ก็ยังสามารถปรับ ประยุกต์ใชไ้ ด้เสมอ องค์ความรู้จากการวจิ ยั การศกึ ษาทางด้านมานุษยวิทยาดจิ ทิ ัล เปน็ ศาสตร์ท่มี ีพัฒนาการมาจากมานุ ษยวิทยา สังคมวฒั นธรรม และมานุษยวิทยาเทคโนโลยี โดยในสมัยกอ่ นการศกึ ษาทางมานุษยวิทยาท่ีเกี่ยว เทคโนโลยีหรือสง่ิ ไมม่ ีชวี ิตจะไมค่ ่อยได้รับความสนใจในกลุ่มนักวชิ าการเท่าไหร่ แต่ในปัจจุบันน้ี โลกเราเข้าสยู่ ุคดจิ ิทัล สิ่งต่างๆ รอบตัวเราล้วนได้รับอิทธิพลหรือมีส่วนเก่ี ยวข้องกับดิจิทัล เทคโนโลยีไมว่ ่าทางใดกท็ างหนง่ึ ดงั นนั้ คงไม่อาจปฏิเสธได้วา่ ดจิ ทิ ัลเทคโนโลยีมีอิทธิพลต่อการ กาหนดบทบาท ความสัมพันธ์ระหวา่ งมนษุ ยก์ ับโลก เปน็ ตัวแปรหน่ึงที่สาคัญในการท่ีมนุษย์ใช้ เทคโนโลยดี ิจิทลั เป็นสือ่ ในการทาความเข้าใจโลกรอบตัวในมิติต่างๆ โดยแน วทางการศึกษา มานษุ ยวิทยาดจิ ิทลั ที่นกั วิชาการนยิ มนามาใช้อยา่ งแพร่หลายนนั้ หลกั ๆ มีอยู่ 2 แนวทาง คือ ใน แนวของสาย University College London และกลุ่ม Postphenomenology หรือหลัง ปรากฏการณ์นิยม แนวคดิ ทฤษฎเี ทคโนโลยีสื่อกลางของสายนักหลังปรากฏการณ์นิยม มีตัวแปรที่สาคัญ อยู่ 3 ตวั แปรหลกั คอื Human – Technology – World หรือ มนษุ ย์ – เทคโนโลยี – โลก ทั้ง 3 ตัวนี้มีความสัมพนั ธ์ซึง่ กนั และกนั โดยท่ีเทคโนโลยที าหนา้ ทีเ่ ปน็ เสมอื นส่อื กลางหรือตัวกลางใน การเชือ่ มต่อความสัมพันธแ์ ละความเข้าใจของมนษุ ยท์ ่ีมีตอ่ โลก เทคโนโลยีมีอิทธิพลหรือบทบาท ต่อการดารงอยู่ของมนษุ ย์ สังคม และวฒั นธรรม โดยระเบยี บวิธวี ิจัยท่ีนิยมนามาใช้ ได้แก่ ชาติ พันธ์ุวรรณา และการใช้เทคนิค การรายงานชวี ิตประจาวันในการเก็บข้อมูล

วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปรทิ รรศน์ 95 Journal of MCU Social Science Review Human Technology World ภาพที่ 2 แสดงตวั แปรท่ีสาคัญในแนวคดิ ทฤษฎีเทคโนโลยีสือ่ กลาง ของสายหลงั ปรากฏการณ์นยิ ม ท่มี า: สกุ มล มงุ่ พัฒนสนุ ทร (2561) ข้อเสนอแนะ บทความช้นิ นย้ี ังมขี ้อจากดั คือ เปน็ เพียงบทความที่ทาการศึกษาค้นคว้าวิจัยจากข้อมูล ทตุ ภิ ูมเิ ปน็ ส่วนมาก มบี างส่วนทีเ่ กิดจากข้อมลู ปฐมภูมิจากงานวิจัยของตนเอง ทาให้การศึกษา เชิงประจักษ์จากปรากฏการณ์ทเี่ กดิ ข้ึนจรงิ ตามหลักพ้นื ฐานทส่ี าคญั ตามการนาเสนอของไอเด ยัง ไมค่ ่อยถกู เติมเต็มเทา่ ใดนกั อกี ทง้ั การรวมรวมเนือ้ หาเกี่ยวกบั ระเบียบวิธวี ิจัยมานุษยวิทยาดิจิทัล ในบทความน้ีจะเนน้ การนาเสนอแนวคดิ ทฤษฎสี ื่อสมั พนั ธเ์ ป็นหลัก และนาเสนอแนวคิดทฤษฎี อน่ื ที่เป็นท่ีนิยมนามาใช้ศึกษาพ้ืนท่ีออนไลน์บางส่วน แต่ในความเป็นจริงการศึกษาสังคม วฒั นธรรม และความเป็นเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอิทธิพลต่อการดารงชีวิตของมนุษย์นั้น ยังมี แนวทางการศึกษา แนวคดิ ทฤษฎี และระเบยี บวธิ วี ิทยาในในศาสตร์ใกล้เคียงกันอ่ืนๆ อีก หลาย ศาสตรท์ ีย่ งั ไม่ไดท้ าการศึกษา หรือไมไ่ ด้นามากลา่ วถงึ ในที่น้ี เช่น แนวทางการศึกษาทางด้าน สังคมวิทยาท่มี ีแนวคิดทฤษฎเี ก่ยี วกับการประกอบสร้างทางสังคมของเทคโนโลยี แนวคิดของ มาร์กกบั โลกสมัยใหม่ท่ีเก่ียวข้องกับเทคโนโลยี และแนวคิดของฟูโกต์ต่อความคิดเกี่ยวกับ เทคโนโลยี เป็นต้น ดงั นั้น ทางผศู้ ึกษาจงึ มีข้อเสนอแนะดงั นี้ คือ นกั วจิ ัย หรือนักวิชาการ ควรที่ จะลองนาแนวคดิ ทฤษฎีเทคโนโลยสี ่ือกลาง รวมท้ังกรอบในการประเมิน 4 มิติ ไปทดลองใช้ใน การศกึ ษาสถานการณ์ หรือปรากฏการณ์ทเ่ี กิดข้นึ จริงในโลกดิจิทัลของสังคมไทย เพ่ือเป็นการ สารวจตรวจสอบความแมน่ ยา ความเช่ือถือได้ ตลอดจนความคงทีข่ องการนาแนวคิดทฤษฎีไปใช้ อธิบาย ทานาย เทียบเคียงกับปรากฏการณ์ทน่ี กั วิชาการในตา่ งประเทศได้ทาการศึกษาไว้ตอ่ ไป

96 ปีที่ 9 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – มีนาคม 2563 Vol. 9 No. 1 January – March 2020 เอกสารอา้ งองิ สกุ มล มุ่งพฒั นสนุ ทร. (2561). ยคุ แหง่ สังคม AI: หาก AI มาแทนที่มนุษย์. สบื คน้ 26 กุมภาพันธ์ 2561 จาก https://www.stou.ac.th/thai/grad_stdy/Masters/ฝสส/research. Aagaard, J., Friis, J. K. B., Sorenson, J., Tafdrup, O., & Hasse, C. (2018). Posthenomenological Methodologies. London: The Rowman & Littlefield Publishing Group. Inc. Boellstorff, T. (2013). Digital Anthropology. Oxford Bibliographies Online. Retrieved from https://www.oxfordbibliographies.com/view/document/ obo9780199766567/obo-9780199766567-0087.xml Gualeni, S. (2015). Virtual Worlds as Philosophical Tools: How to Philosophize with a Digital Hammer Hardcover. London: Pal-grave MacMillan. Heidegger, M. (1977). The Question Concerning Technology and Other Essays. Translated by William Lovitt. New York; London: Garland Publishing. Ihde, D. (2009). Postphenomenology and Technoscience. Edited by Leonore Langsdorf. The Peking University Lectures. Albany: SUNY Press. Ingold, T. (1 997). Eight Themes in The Anthropology of Technology. Social Analysis: The International Journal of Social and Cultural Practice, 41(1), 106-138. Kemp, S. (2018). Digital 2018 in 2018: World’s internet users pass the 4 billion mark. Retrieved from https://wearesocial.com/blog/2018/01/ global- digital-report-2018 Miller, D. (2012). Open access, scholarship, and digital anthropology. HAU: Journal of Ethnographic Theory, 2(1), 385–411. Mungpattanasunthon, S. (2019). Disruptive Technology reshapes human being, societies, roles and relations: the hypothesis of Technology Mediation. Retrieved from http://gscm.nida.ac.th/uploads/files/1550113978.pdf Pfaffenberger, B. (1992). Annu Rev Anthropol. Retrieved from https://pdfs. semanticscholar.org/8a67/8518d47c0c2e0be4fe2f7b585e4e909ce176.pdf Powdermaker, H. (1951). Hollywood: The Dream Factory An Anthropologist Looks at the Movie Makers. London : Secker & Warburg. Retrieved from https://mediaethnographies.files.wordpress.com2009/08/powderlarge.pdf

วารสาร มจร สงั คมศาสตร์ปริทรรศน์ 97 Journal of MCU Social Science Review Rosenberger, R. & Verbeek, P.P.C.C. (Eds.) (2015). Postphenomenological Investigations: Essays on Human-Technology Relations. (Postphenome - nology and the Philosophy of Technology). Lanham, MD: Lexington Book. Think about Wealth. (2019). The statistics of digital user around the world 2019. Retrieved from https://www.thinkaboutwealth.com/ digitalstatworld thailand2019/


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook