ชุดแบบฝึก รายวิชาสังคมศึกษา ภูมิศาสตร์ สำหรับนักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปี ที่1-6 คุณครู สุดารัตน์ ป้ อมหิน
เอกสารประกอบการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เอลนีโญ ลานีญา โดย คุณครู สุดารัตน์ ป้ อมหิน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
คำนำ เอกสารประกอบการเรียนรู้เล่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเรียนรู้ ซึ่งจะศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล ข่าวสาร สร้างความรู้ ความเข้าใจ สร้างทักษะกระบวนความคิด แสวงหา ความรู้ในการเป็นพลโลก (Global Citizenship) ตระหนักถึงแนวทางการแก้ปัญหาความขัด แย้ง (Conflict Resolutiong) เข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้ง ผลกระทบของการพัฒนา และเหตุผลความจำเป็นของการแก้ปัญหา เข้าใจทางเลือก และผลที่ตามมาต่อผู้อื่นในภาวะ ความขัดแย้ง สร้างความเป็นธรรม ความถูกต้องความดสมอภาค ในสังคมเห็นคุณค่าสิทธิ มนุษยชน ไม่ทำลายโลกรู้จักอนุรักษ์ทรัพยกรเพื่อคนรุ่นหลัง ตระหนักในประโยชน์ และ คุณค่าของแหล่งธรรมชาติมีจำกัด มีความรับผิดชอบในความต่อเนื่องและความสำพันธ์กัน ระหว่างสังคม เศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมสู้การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ในระดับชุมชน ระดับประเทศ และโลก เข้าใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก ความแตกต่างด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ศิลปวัฒนธรรม ที่แตกต่างกันรวมถึงรู้จัก เรียนรูัและใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของคนทั่วโลก ด้วยความหลากหลาย (Diversity) ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารประกอบการการเรียนรู้ เรื่อง เอลนีโญ-ลา นีญา เล่มนี้จะช่วยให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น และช่วยสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ เรียนร่วมกันพัฒนาโลกอย่างยั่งยืน ผู้จัดทำ นางสาวสุดารัตน์ ป้ อมหิน
สารบัญ เนื้อหา หน้ า เอลนีโญ ลมสินค้า /ลักษณะ 5 การเกิด 8 ผลดี /ผลเสีย 9 ใบงาน 11 เฉลย 14 บรรณานุกรม 15 16
หน่วยการเรียนรู้ที่1 5 เรื่องเอลนีโญ-ลานีญา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 เรียนเรียงโดย นางสาว สุดารัตน์ ป้อมหิน มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ส 5. 1 รู้และเข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ ตระหนักถึงความสัมพันธ์ของ สรรพสิ่งที่ปรากฎในระวางที่ ซึ่งมีผลต่อกันและกันในระบบธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือ ทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหา ข้อมูล ภูมิสารสนเทศ ซึ่งนำไปสู้การใช้และการจัดการอย่างมี ประสิทธิภาพภาพ ผลการเรียนรู้ ผู้เรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์เอลนีโญ-ลานีญา จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.อธิบายความหมายของเอลนีโญ-ลานีญาได้ 2.วิเคราะห์ลักษณะและสาเหตุของการเกิดเอลนีโญ-ลานีญาได้ 3.ระบุตำแหน่งการเกิดเอลนีโญ-ลานีญาได้ 4.จำแนกผลดีของผลเสียของปรากฏการณ์เอลนีโญ-ลานีญาได้ 5.ตระหนักในความสำคัญของแนวทางการป้ องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดเอลนีโญ-ลานีญาได้ สาระสำคัญ เอลนีโญ เป็นการไหลย้อนกลับของผิวน้ำทะเลที่อุ่น จากบริเวณเส้นศูนย์สูตรทางมหาสมุทร แปซิฟิ กตะวันออกไปแทนที่กระแสน้ำเย็นที่ไหลอยู่เดิมตามบริเวณเส้นศูนย์สูตรทางมหาสมุทร แปซิฟิกตะวันตก และบบริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปเอริกาใต้ อุณหภูมิผิวน้ำ ทะเลได้แผ่ขยายกว้าง ส่งผลกระทบต่อการหมุนเวียนของบรรยายแผ่ขยายกว้างออกไป ทำให้ ชาวประมงเดือดร้อน และมักจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม พวกเขาจึงขนามกระแสน้ำอุ่นนี้ว่า EL Nino ส่วนลานีญา La Nian เป็นปรากฏการณ์ที่ตรงกันข้ามกับเอลนีญา คือ มีลักษณะคล้า งคลึงกับสภาวะปกติ แต่รุนแรงกว่า เพราะกระแสลมสินค้าตะวันออกมีกำลังแรง ทำให้ระดับ น้ำทะเลบริเวณทางซีกตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกสูงกว่าปกติ ลมสินค้า (Trade wind) ยกตัวอย่าง เหนือบริเวณประเทศอินโดนีเซีย ทำให้เกิดฝนตกหนัก กระแสน้ำเย็นใต้มหาสมุทร ยกตัวขึ้นแทนที่กระแสน้ำอุ่นพื้นผิวมหาสมุทรแปซิฟิกทางซีกตะวันตก ก่อให้เกิดธาตุ อาหาร ฝุงปลาชุกชุม ตามบริเวณชายฝั่งประเทศเปรู
6 “ เอลนีโญ ” มีชื่อเรียกอยา่งเป็นทางการวา่ “El Niño - Southern Oscillation” หรือเรียกอยา่ง สั้นๆ วา่ “ENSO” เป็นคาที่ใช้เรียกปรากฏการณ์ธรรมชาติทางสมุทรศาสตร์ หรือการเคลื่อน ตวัของกระแสน้ำในโลกน้ี้ในช่วง 30 ปีที่ผา่นมา จึงได้มีการตรวจวัดอากาศ และ ทำการ วิจัยเพื่อเพิ่มพูนขีดความสามารถในการพยากรณ์ ปรากฏการณ์นี้จนกระทั่ง 10 ปีที่ผา่ นมาจึงได้มีความเขา้ใจถึงการเกิด และการคงอยู่ของ เอลนีโญ จนสามารถทำนายการ เกิดเอลนีโญได้ ความหมายของเอลนีโญ คำว่า “เอลนีโญ” เป็นภาษาสเปน คำว่า เอลนีโญ หมายถึง เด็กชายเล็กๆ แต่หากเขียน นำด้วยอกัษร ตัวพิมพ์ใหญ่ “เอลนีโญ จะหมายถึง ทารกพระเยซูคริสต์” แต่สาหรับ ชาว เปรู คำนี้จะมีความหมาย เพิ่มเติมคือ หมายถึงกระแสน้ำอุ่นที่ไหลเลียบชายฝั่งเปรูลงไป ทางใต้ทุกๆ 2–3 ปีหรือกว่า นั้นและไดต้้งชื่อกระแสน้ำ อุ่นนี้ว่า เอลนีโญ ราวศตวรรษที่ 20 การที่ตั้งชื่อว่า เอลนีโญ เนื่องจากจะมีน้ำอุ่นปรากฏอยู่ตามชายฝั่งเปรู เป็นฤดูๆ โดยเริ่มประมาณช่วงคริสต์มาส (ช่วงฤดูร้อนของซีกโลกใต้ซึ่งตรงกับ ช่วงฤดู หนาวของซีกโลกเหนือ) กระแสน้ำอุ่นนี้จะไหลเข้าแทนที่กระแสน้ำเย็นที่อยู่ตามชายฝั่ง เปรู นานประมาณ 2–3 เดือน บางครั้งกระแสน้ำอุ่น ที่ปรากฏเป็นระยะๆตามชายฝั่ง ประเทศเปรูและเอกวาดอร์ อาจจะอยู่นานเกินกวา่ 2–3 เดือนซึ่งบางครั้งอาจจะยาวนาน ข้ามไปปีถัดไป ทำ ใหเ้กิดผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยา บริเวณชายฝั่งทะเล ซึ่ง เกี่ยวข้องกับปลา นก ที่กินปลาเป็นอาหาร กิจกรรมที่เกี่ยวกับการประมง และ เกษตรกรรม ฝนที่ตกหนักเนื่องจาก เอลนีโญ ทางเอกวาดอร์ใต้และเปรูเหนือ บางครั้งทำ ใหเ้กิดความเสียหายในหลายๆเมืองจนประมาณปลายทศวรรษ ที่1990 จึงมีหลายสิบคำ จำกัดความของเอลนีโญ ตั้งแต่ง่ายๆ จนถึงซับซ้อนปรากฏอยู่ในบทความและหนังสือ ดา้ นวิทยาศาสตร์ทั่วไป ดังตัวอย่างของคำจำกัดความว่า เอลนีโญ คือ ช่วง12 ถึง18 เดือนที่ อุณหภูมิผิวน้ำทะเล ทางครึ่งซีกดา้นตะวนัออกของมหาสมุทรแปซิฟิก เขตร้อนอุ่นกว่า ปกติ เป็ นต้น เอลนีโญที่มีขนาดปานกลาง หรือรุ่นแรงจะเกิดขึ้นไม่สม่ำ เสมอเฉลี่ย ประมาณ 5–6 ปีต่อครั้ง ราวศตวรรษที่ 20 การที่ตั้งชื่อว่า เอลนีโญ เนื่องจากจะมีน้ำอุ่นปรากฏอยู่ตามชายฝั่งเปรู เป็นฤดู ๆโดย เริ่มประมาณช่วงคริสต์มาส (ช่วงฤดูร้อนของซีกโลกใต้ซึ่งตรงกับช่วงฤดู หนาวของซีกโลกเหนือ)กระแสน้ำอุ่น
7 นี้จะไหลเข้าแทนที่กระแสน้ำเย็นที่อยู่ตามชายฝั่งเปรูนานประมาณ 2–3 เดือนบางครั้ง กระแสน้ำอุ่นที่ปรากฏ เป็นระยะๆตามชายฝั่งประเทศเปรูและเอกวาดอร์อาจจะอยู่นานเกิน กว่า 2–3 เดือน ซ่ึ่งบางครั้งอาจจะยาวนานข้ามไปปีถัดไป ทำใหเ้กิดผลกระทบต่อระบบ นิเวศวิทยา บริเวณชายฝั่งทะเลซึ่งเกี่ยวข้องกับปลา นกที่กินปลา เป็นอาหาร กิจกรรมที่ เกี่ยวกับการประมง เกษตรกรรม ฝนที่ตกหนักเนื่องจากเอลนีโญทางเอกวาดอร์ใต้และ แผนที่โลก เปรูเหนือ บางครั้งทำให้เกิดความเสียหายในหลายๆเมืองจนประมาณปลายทศวรรษ ที่1990 จึงมีหลายสิบคำจำกัดความของเอลนีโญ ต้้งแต่ง่ายๆ จนถึงซับซ้อ นปรากฏ อยู่ใน บทความและหนังสือด้านวิทยาศาสตร์ทั่วไป ตัวอย่างของคำจำกัดความว่า เอลนีโญ คือ ช่วง 12 ถึง 18 เดือนที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทางครึ่งซีก ด้านตะวันออก ของมหาสมุทรแปซิฟิก เขตร้อนอุ่นกว่า ปกติ เป็นต้น เอลนีโญ ที่มีขนาดปานกลางหรือรุนแรงจะเกิดขึ้น ไม่ สม่ำเสมอ เฉลี่ยประมาณ 5 – 6 ปีต่อครั้ง แม้ว่า ที่ผ่านมาเอลนีโญจะมีความหมายมากมาย แต่ปัจจุบันคำๆ นี้มีความหมายวา่ “การอุ่นขึ้นอย่าง ผิดปกติของน้ำทะเลบริเวณตอน กลาง และตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน ซึ่งเกิดจากการอ่อน
8 กำลังลมของลมสินค้า (trade wind )”คำจำกัดความ ของเอลนีโญ แม้จะมี มากมายแต่เราก็สามารถสรุปลกัษณะบางอย่างซึ่งเป็ นลักษณะปกติของเอลนีโญ ได้ดังนี้ ลักษณะของปรากฏการณ์ เอลนี โญ การอุ่นขึ้นผิดปกติของผิวน้ำทะเล ของกระแสน้ำอุ่นที่ไหลลงทางใต้ตามชายฝั่ง ประเทศเปรู และ เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิผิวน้ำ ทะเลที่สูงขึ้นทางด้านตะวันออก และตอนกลางของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตร ปรากฏ ตามชายฝั่งประเทศเอกวาดอร์ และ เปรูเหนือ (บางครั้งประเทศชิลี) และเชื่อมโยงกบัการเปลี่ยนแปลงของ ความกดอากาศที่ระดับน้ำทะเล มักเกิดร่วมกับการอ่อนกาลังลงของลมค้าที่พัด ไปทางทิศตะวันตก บริเวณแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรและจะเวยีนเกิดซ้า แต่ช่วง เวลาไม่สม่ำ เสมออาจเกิดแต่ละครั้งนาน 12–18 เดือน สาเหตุการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ –ลานีญา สาเหตุที่ทา ใหเ้กิดปรากฏการณ์เอลนีโญ – ลานีญา คือ สาเหตุมาจากมนุษย์เพ ราะมนุษยเ์ป็นผู้แพร่ควันพิษขึ้นสู่ชั่น บรรยากาศของโลก ด้วยการเผาไหมเ้ชื้อ เพลิง ตลอดจนสิ่งอื่นๆขึ้นสู่อากาศ จึงทำให้โลกของ เราเกิดความร้อนมากขึ้น และทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปสะสมที่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งทำให้โลก ของเรา มีอุณหภูมิสูงขึ้น จึงเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทำใหโ้ลกของเราเกิดความผิดปกติ เกิดขึ้น มีความปรวนแปรของกระแสน้ำ ทำใหสัตวน้ำ ตายเป็นจำนวนมาก และประเทศไทยเรายังได้รับ ผลกระทบ คือ น้ำ ทะเลอนัดามันเย็นลง ในช่วงเดือนธนัวาคม - เมษายน และเกิดน้ำ ร้อนใน อ่าวไทยใน เดือน พฤษภาคม ปัญหาที่ตามมาก็คือการขาดแคลนน้ำ และโรค ระบาดที่ติดต่อทางน้ำ เช่น อหิวาตกโรคท้องร่วง ควันไฟก่อใหเ้กิดปัญหาที่เกี่ยว กับทางเดินหายใจและโรคอื่นๆ เป็นต้น
9 การเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ตามปกติเหนือน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน หรือมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตร จะ มีลมค้า ตะวันออกพัดปกคลุมเป็นประจำ ลมนี้จะพัดพาผิวหน้ าน้ำ ทะเลที่อุ่นจากทางตะ วนัออก (บริเวณชายฝั่งประเทศเอกวาดอร์ เปรู และชิลีตอนเหนือ ) ไปสะสมอยู่ทางตะวัน ตก (ชายฝั่งอินโดนีเซียและออสเตรเลีย) ทำให้บรรยากาศเหนือบริเวณแปซิฟิกตะวันตก มี ความชื้นเนื่องจากขบวนการระเหยและมีการก่อตัวของเมฆและฝน บริเวณ ตะวันออก และตะวันออก เฉียงใต้ของทวีปเอเชีย รวมทั้งประเทศต่างๆที่เป็นเกาะอยู่ในแปซิฟิกตะวัน ตก ขณะที่ทางตะวันออกของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตร มีการไหลขึ้นของกระแสน้ำเย็นระดับ ล่างขึ้นไปยังผิวน้ำ และทำ ใหเ้กิดความแห้งแล้งบริเวณชายฝั่ง ทวีปอเมริกาใต้แต่เมื่อลม สินค้าตะวันออกมีกำลังอ่อนกวา่ ปกติ ลมที่พัดปกคลุมบริเวณด้านตะวันออกของ เกาะ ปาปัวนิวกินีจะเปลี่ยนทิศทางจาก ตะวันออกเป็นตะวันตก ทำให้เกิดคลื่นใต้ผิวน้ำ พัดพา เอามวลน้ำอุ่นที่ สะสมอยู่บ ริเวณแปซิฟิกตะวันตก ไปแทนที่น้ำเย็นทางแปซิฟิก ตะวนัออก เมื่อมวลน้ำอุ่นได้ถูกพัดพาไปถึงแปซิฟิกตะวันออก (บริเวณชายฝั่งประเทศเอกวาดอร์) ก็จะ รวมเข้ากับผิวน้ำทำให้ผิวหน้ า้น้ำ ทะเลบริเวณนี้อุ่นขึ้นกว่าปกติและน้ำอุ่นนี้จะค่อยๆ แผ่ ขยายพื้นที่ไปทางตะวันตกถึงตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลใหบริเวณที่มีการก่อ ตัวของเมฆและฝนซ่ึ่งปกติจะอยู่ทางตะวันตกของ มหาสมุทรแปซิฟิกเปลี่ยนแปลงไปอยู่ที่ บริเวณตอนกลาง และตะวันออก บริเวณดังกล่าวจึงมีฝนตกมากกว่าปกติ ในขณะที่ มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกซึ่งเคยมีฝนตกมากกลับจะมีฝนน้ อยและเกิดความแห้งแล้ง ขนาดของปรากฎการณ์เอลนีโญ นักวิทยาศาสตร์ได้แบ่งขนาดของเอลนีโญ ออกเป็นอ่อน มากอ่อน ปานกลาง รุนแรง และรุนแรงมาก จากการ ศึกษาของ Quinn et al. กล่าวไว้ว่า “ ปรากฏการณ์ยิ่ง มีความรุนแรงมากเท่าไร ปริมาณความเสียหาย การถูกทำลายและมูลค่า ความเสียหายยิ่งสูงมากเท่านั้น ” พวกเขาได้อธิบายถึงความรุนแรงโดยผนวกเอาการ เปลี่ยนแปลงทางกายภาพของมหาสมุทรกับผลกระทบที่เกิดขึ้นบนพื้ นทวปี เขา้ด้วยกัน ดังนี้ 1. ขนาดรุนแรงมาก –ปริมาณฝน ตกสูงมากที่สุด มีน้ า ท่วม และเกิดความเสียหายใน ประเทศเปรู มีบางเดือนในช่วงฤดูร้อน และฤดูใบไม่ร้วงของซีกโลกใตที่อุณหภูมิ ผิวน้ำ ทะเลบริเวณชายฝั่งสูงกว่า ปกติ มากกวา่ 7 °C 2. ขนาดรุนแรง–ปริมาณฝนตกสูงมาก มีน้ำ ท่วมตามบริเวณชายฝั่ง มีรายงานความเสีย หายในประเทศเปรู มีหลายเดือนในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม่ร่วงของซีกโลกใต้ที่อุณหภูมิ ผิวน้ำ ทะเลบริเวณชายฝั่งสูงกว่า ปกติ 3–5 °C
10 3. ขนาดปานกลาง –ปริมาณฝกตกสูงกว่าปกติมีน้ำ ท่วมตามบริเวณชายฝั่งความเสียหายที่ เกิดขึ้น ในประเทศเปรูอยู่ในระดับต่ำ โดยทั่ว ๆ ไปอุณหภูมิผิวน้ำ ทะเลบ ริเวณชายฝั่งใน ช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง ในซีกโลกใต้จะสูงกว่า ปกติ2–3 °C นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ นำมาใช้กำหนดขนาดของเอลนีโญ ซึ่งรวมถึงตำแหน่งของแอ่งน้ำอุ่น (warm pool)ใน มหาสมุทรแปซิฟิ กเขตศูนย์สูตรบริเวณพื้ นผิวมหาสมุทรซึ่ งปกคลุมด้วยแอ่งน้ำอุ่นที่ผิดปกติ หรือความลึก (ปริมาตร)ของแอ่งน้ำอุ่นนั้น ยิ่ง แอ่งน้ำอุ่นมีอาณาบริเวณกว้างและมีปริมาตร มากปรากฏการณ์จะยิ่ง มีความรุนแรง เพราะจะมีความร้อนมหาศาล ซึ่งจะมีผลต่อ บรรยากาศเหนือบริเวณน้้น 4. ในกรณีที่เอลนีโญมีกำลังอ่อน ลงบริเวณน้ำอุ่นมักจะจำกัดวงแคบอยู่เพียงแค่ชายฝั่ง ตะวันตกของ อเมริกาใต้แต่กรณีเอลนีโญขนาดรุนแรงบริเวณที่มีน้ำอุ่นผิดปกติ จะแผ่กว้าง ปกคลุมทั่วท้้งตอนกลางและ ตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตร ผลกระทบของ เอลนีโญต่อปริมาณฝนและอุณหภูมิในประเทศไทย จากการศึกษาสภาวะฝนและอุณหภูมิ ของประเทศไทยในปีที่เกิดเอลนีโญ ไม่สามารถหาข้อสรุป เกี่ยวกับสภาวะฝนในปีนั้นได้ ชัดเจนนั่น คือปริมาณฝนของประเทศไทยมีโอกาสเป็นไปได้ทั้งสูงกว่าปกติและ ต่ำกว่าปกติ หรืออาจกล่าวได้ว่าช่วงกลางและปลายฤดูฝนเป็นระยะที่เอลนีโญ มีผลกระทบต่อปริมาณฝน ของประเทศไทยไม่ชดัเจนจากผลการศึกษาพอสรุปได้กว้างๆ ว่าหากเกิดเอลนีโญ ปริมาณ ฝนของประเทศไทยมีแนวโน้ มว่า จะต่ำกว่าปกติ โดยเฉพาะฤดูร้อนและต้นฤดูฝน ในขณะที่ อุณหภูมิของอากาศจะสูงกว่าปกติเฉพาะอยา่งยิ่ง ในกรณีที่เอลนีโญ มีขนาดรุนแรงผลกระ ทบดงักล่าวจะชดัเจนมากขึ้น ลานีญา (La Niña) ลานีญากำเนิดจากภาษาสเปน หมายถึง “ เด็กหญิง” เป็นปรากฎการณ์บรรยากาศมหาสมุทร ซึ่งเกิดขึ้นตรงข้ามกับเอลนีโญ และเป็น ส่วนหนึ่งของเอลนีโญ ที่เกิดความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ในช่วง ที่เกิดลานีญา อุณหภูมิพื้นผิวน้ำ ทะเลตลอดมหาสมุทรแแปซิฟิ กตอนกลางด้านตะวันออกแถบ เส้นศูนย์สูตรจะต่ำกว่า ปกติ3-5 °C ลานีญา หรือที่บางทีเรียกอยา่งไม่เป็นทางการวา่ “ แอน ติเอลนีโญ ” เป็นปรากฎการณ์ตรงกนัขา้มกับ เอลนีโญ ซึ่งปรากฎการณ์เอลนีโญ นี้จะเป็น ช่วงที่อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอย่างน้ อย 0.5 °C และ ผลกระทบของลานีญามักจะ ตรงกันข้ามกับของเอลนีโญ เอลนีโญเป็นปรากฎการณ์ที่มีชื่อเสียง เนื่องจากเป็น สาเหตุที่มี ผลกระทบร้ายแรงต่อสภาพอากาศของทั้งชายฝั่ง ชิลี เปรูและออสเตรเลียรวมทั้งหลาย ประเทศ ลานีญา มักเกิดขึ้นหน้ างปรากฏการณ์เอลนีโญขนาดรุนแรง
ผลดีและผลเสียของการเกิดเอลนีโญ –ลานีญา 11 1. ผลดีของการเกิดเอลนีโญ –ลานีญา 1.1 ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น เช่น สหรัฐอเมริกา และเปรูสามารถเพาะปลูกข้าว สาลี และได้ผลผลิตเป็นจำนวนมากไม่ตอ้งซื้อข้าวจากต่างประเทศ เอลนีโญมีผลให้พืชเจริญ เติบโตอย่างรวดเร็ว จึงช่วยให้ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นแก๊ส ชนิดหนึ่งที่ทำ ใหเ้กิดปรากฏการณ์ เรือนกระจกค่อยๆ ลดลงองค์การนาซาได้นำข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม เพื่อทำนายการเปลี่ยนแปลงของอากาศ ที่สืบเนื่องจาก เอลนีโญ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 1.2 ให้ผลดีกับชาวประมง เนื่องจากกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้ซูโอแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นอาหารของปลาซาลมอน เพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปลาซาลมอนมีปริมาณ เพิ่มขึ้น ทำให้ชาวประมงไม่ต้องออกเรือไปห่างฝั่งเหมือนแต่ก่อน 1.3 สำหรับประเทศไทยก็ไดร้ับผลดีบ้างเช่นกัน เนื่องจากปลา และสัตว์น้ำ ที่อาศัยชุกชุมใน บริเวณ มหาสมุทรแปซิฟิกแถบ ทวีปอเมริกาใต้จะอพยพหนีความผันผวนของกระแสน้ำ มายังแถบทวีปเอเชีย ทำให้ปลาในทะเลไทยชุกชุมมากขึ้น ชาวประมงก็จะมีรายได้มากขึ้น จากการจับปลาและสัตว์น้ำ 1.4 ทำให้ธุรกิจบางชนิดได้รายได้ดี เช่น เจ้าของรีสอร์ท สำหรับ ผู้มาเล่นสกีมีรายได้เพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากหิมะ ตกเป็นจำนวนมาก ทำให้นักสกีเดินทางมา เล่นสกีเป็นจำนวนมากนอกจากนี้เอลนีโญ ยังทำให้คลื่นในมหาสมุทรมีขนาดใหญ่ เหมาะแก่ การเล่นกระดานโต้คลื่น 1.5 ผลกระทบที่มีต่อการเกิดพายุหมุนเขตร้อนพายุหมุนเขตร้อน คือ พายุที่ก่อตัวเหนือ มหาสมุทรในเขตร้อน มีความรุนแรง 3 ระดับ คือ พายุดุีเปรสชั่น พายุโซนร้อนและไต้ฝุ้น (ถ้าเกิดทางตะวันตกของ มหาสมุทรแปซิฟิก ตอนเหนือ และในทะเลจีนใต้เรียกว่าไต้ฝุ่น แต่ถ้าเกิดในมหาสมุทรแอตแลนติคเหนือ เรียกว่าพายุเฮอร์ริเคน ) เอลนีโญ ทำให้พายุที่มี ความรุนแรงระดับ พายุโซนร้อนและพายุเฮอร์ริเคนที่เกิดทาง เหนือของมหาสมุทร แอตแลนติก มีจำนวนลดลงค่อนข้างชัดเจน ด้านตะวันออกและด้านตะวันตกของ มหาสมุทรแปซิฟิ กเหนือ 1.6 บริเวณชายฝั่งประเทศเปรูซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีป อเมริกาใต้ หรือทางด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ใกล้เส้นศูนย์สูตรจะมีน้ำเย็นใต้ มหาสมุทรพัดขึ้นมายังผิวน้ำ กระบวนการนี้คือการพัดขึ้นมาแทนที่ของกระแสน้ำเย็นจากใต้ มหาสมุทรขึ้นมาตามบริเวณชายฝั่งอันเป็นผล เกิดจากลมสินค้าตะวันออกเฉียงใต้ที่มีกำลัง แรงพัดขนานฝั่งบวกกับการหมุนรอบตัวเองของโลก ขณะที่ลมบวกกับการหมุนของโลก ผลักดัน ให้ผิวน้ำ เบื้องบนที่อุ่นพัดห่างจากฝั่งไป น้ำเย็นข้างล่างที่อดุมด้วยแร่ธาตุ อาหาร สำหรับแพลงก์ตอนพืชจะพัดขึ้นมาแทนที่ผิวน้ำอุ่นที่ถูกพัดพาไป บริเวณชายฝั่งที่มีกระแส น้ำเย็นพัดขึ้นมาแทนที่จะเป็นบริเวณที่เหมาะ ที่สุดสำหรับการเจริญพนัธุ์ของปลาทะเล ทั่ว โลกจะมีบริเวณเช่นนึ้อยู่ 5 บริเวณใหญ่ๆ คือ 1. บริเวณชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนีย(ชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา) 2. ชายฝั่งประเทศเปรู(ชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้) 3.ชายฝั่งประเทศนามิเบีย(ชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา) 4. ชายฝั่งประเทศโมริตาเนีย(ชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา) 5.ชายฝั่งประเทศโซมาเลีย(ชายฝั่งด้านตะวันออกของทวีปแอฟริกา) ปกติลมสินค้าตะวัน ออกเฉียงใต้จะพัดอยู่เป็นประจำบริเวณเขตร้อนในซีกโลกใต้ (ระหว่างเส้นศูนย์สูตรและ ละติจูด 30 องศาใต้)
12 การไหลของกระแสน้ำโดยปกติจะเคลื่อนที่ตามทิศทางลม เป็นผลให้กระแสน้ำหรือคลื่น เคลื่ อนที่จากชายฝั่ งประเทศเปรูไปยังฝั่ งแปซิฟิ กตะวันตกหรือฝั่ ง ออสเตรเลีย อินโดนีเซียคลื่นที่ เคลื่อนที่ไปใกลช้ายฝั่งประเทศอินโดนีเซียจะชะลอความเร็วลง เนื่องจากมีแรงต้านจากฝั่ง แต่คลื่นที่อยู่กลางมหาสมุทรยังคงมีความเร็วมากกว่า จึง เคลื่อนที่ขึ้นหนุนหน้ าคลื่นเดิมทำให้ระดับน้ำทะเลบริเวณแปซิฟิกตะวันตกมีระดับสูงกว่า ฝั่งแปซิฟิกตะวันออก ซึ่งผลจากการเคลื่อนที่ของคลื่นดังกล่าว ทำให้สภาพอากาศ บริเวณฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก(ประเทศอินโดนีเซียออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินี) มีความชุ่มชึ้นมีฝน แผนที่แสดงโซนต่างๆ ของโลก ที่เผชิญวิกฤตเอลนีโญ ตกชุกและใน ขณะที่ฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก (ประเทศเปรู เอกวาดอร์ ชิลี) มีความอุดม สมบูรณ์ สัตว์น้ำ เป็นผลจากกระแสน้ำเย็นข้างล่างที่อุดมด้วยแร่ธาตุอาหารปลาจะพัดขึ้น มาแทนที่ผิวน้ำอุ่นที่ถูกพัดพาไป ทำให้บริเวณชายฝั่งเป็นบริเวณที่เหมาะที่สุดสำ หรับการ เจริญพันธุ์ของปลาทะเล 2.ผลเสียของการเกิดเอลนีโญ –ลานีญา 2.1 ทำให้พื้นที่ที่เคยชุ่มชึ้นเกิดแห้งแล้งและพื้นที่ที่เคยมีฝนตกน้ อย เกิดภาวะน้ำท่วม พื้นที่เพาะปลูกในอินโดนีเซียที่เคยอุดมสมบูรณ์สามารถเพาะปลูกข้าวได้ผลดีกลับ เกิด ความแห้งแล้ง เพาะปลูกข้าว ไม่ได้ผลเนื่องจากปีที่ผ่านมาอากาศแห้งแล้งฝนไม่ตก ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้เกิดไฟป่าลุกลามจนทำให้เกิดหมอกควัน พิษปกคลุมไปทั่ว ภูมิภาคเอเชียตะวนัออกเฉียงใต้และประเทศไทยได้รับผลกระทบจากหมอก ควัน พิษ จากอินโดนีเซีย ส่งผลถึงสุขภาพประชากรในปีพ.ศ. 2540 มีปริมาณฝนตกน้ อยในทุก ภาค น้ำในเขื่อน 14 บางเขื่อน มีปริมาณไม่มากส่งผลต่อเนื่องถึงฤดูแล้งกลางปี พ .ศ. 2541 ซึ่งทางราชการได้ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนใช้น้ำกันอย่างประหยัด 2.2 ในระหว่างปี พ.ศ. 2504 -2533 ทำให้อุณหภูมิของอากาศเปลี่ยนแปลงองค์การ อุตุนิยมวิทยา โลกกล่าวว่า อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า ที่เคยปรากฏมา ถึง 0.5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิอากาศที่สูงขึ้นมีผลต่อการ แพร่พันธุ์ของจุลินทรีย์บางชนิด ประเทศเคนยาใน ช่วงเวลาที่มีปรากฏการณ์เอลนีโญ พบวา่ มีผลกระทบ ต่อ ผู้คน และสัตวเ์ลี้ยงล้มตาย เป็นจำนวนมากเนื่องจากอากาศร้อนจัด บางประเทศมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น บางประเทศมี อุณหภูมิลดลงหนาวจัด หิมะตกมาก ทำให้ระบบนิเวศเสียสมดุล อุณหภูมิของน้ำใน มหาสมุทรสูงขึ้นมีผลให้ การเจริญเติบโตและปริมาณของไฟโตแพลงก์ตอนลดลง ปลาซึ่ง กินไฟโตแพลงก์ตอน เป็นอาหาร ต้องหา แหล่งอาหารใหม่ และเนื่องจากอุณหภูมิสูงขึ้น จึงต้องอพยพขึ้นไปทางเหนือ สัตว์ที่กินปลา เช่น แมวน้ า และ สิงโตทะเลจึงขาดอาหาร และมีอตัราการตายเพิ่มขึ้น 2.3 กรณีการเกิดไฟไหมป้่าอย่างรุนแรงในบริเวณเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียว ของ ประเทศ อินโดนีเซีย เมื่อปี พ .ศ. 2540 ซ่ึงควันไฟและเถา้ถ่านจากการลุกไหม้ได้ลอยฟุ้ง ไปปกคลุมประเทศใกลเ้คียง 5 ประเทศ คือ สิงคโปร์มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์บางส่วน และหลายจังหวัดในภาคใต้ของประเทศไทย ก่อใหเ้กิดการแปรปรวนของสภาพลมฟ้ า อากาศในเขตภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทำลายสุขภาพ
13 ของประชาชนนับ หมื่นๆคนที่อาศยัอยู่ในบริเวณนั้น ตลอดจนมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวการปศุสัตว์และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในหลายบริเวณพื้นที่ป่า ถูกไฟเผาผลาญไปเป็นบริเวณ กว้างถึง 3.7 ลา้นไร่ไฟได้ทำลายทุ่งหญ้า ป่าพรุป่าผลัดใบ และลุกลามเขา้ไปทำลายป่ าดิบชื้ นอีกด้วย แนวทางแก้ไข แนวทางแก้ไขปั ญหาของปรากฏการณ์ธรรมชาติ เอลนีโญ คือ ขึ้นอยู่กับมนุษย์ทุกคนว่า จะสามารถช่วยโลกของเราไม่ให้ร้อนขึ้น เช่น ช่วย กันรักษาความสะอาดของชุมชนไม่ทำให้มีขยะเน่าเสีย เพราะถ้ามีขยะ มากก็จะทำให้เกิด การทำลายชั้นบรรยากาศของโลกได้ ช่วยกันปลูกต้นไม้เพราะถ้ามีต้นไม้จำนวนมาก ก็จะ สามารถช่วยลดความร้อนให้กับโลกได้
14 ชื่อ นามสกุล ชั้น อาจารย์ ใบงานที่1 8 ด้าน แเรืบ่อบงฝึเกอลหันดีโทญักษ-ะลคาวนีาญมสาำพันธ์เชื่อมโยง แนวคิด รายการวิเคราะห์ พลโลก การพึ่งพาอาสัยซึ่งกัน แหละกัน ความเป็นธรรมทาง สังคม สิทธิมนุษยชน ค่านิยมและการตระหนัก การรับรู้สถานการณ์ การพัฒนาอย่างยั่งยืน การแก้ปัญหาความขัดแย้ง ความหลากหลาย
15 ชื่อ Date: ชั้น อาจารย์ เฉลยใบงานที่1 8 ด้าน แเรืบ่อบงฝึเกอลหันดีโทญักษ-ะลคาวนีาญมสาำพันธ์เชื่อมโยง แนวคิด รายการวิเคราะห์ พลโลก เกี่ยวข้องกับบ้างประเทศในอดีต เช่น เปรู เอกวาดอร์ ชิลี ไทย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย ปาปัวนิวกินีสหรัฐอเมริกา นามิเบีย โม การพึ่งพาอาสัยซึ่งกัน ริตาเนีย โซมาเลียแต่ปัจจุบันมีผลกระทบกับประชากรทั้งโลก แหละกัน ทุกประเทศต้องตระหนักถึงภัยพิบัติของ เอลนีโญ-ลานีญา ซึ่งก็ ความเป็นธรรมทาง เป็น จากการกระทำของมนุษย์ฉะนั้น เราต้องหยุดพฤติกรรม สังคม ของมนุษย์ที่ จะส่งผลร้ายต่อโลกและย้อนกลับมาที่มนุษย์เช่น 1. ใหค้วามรู้แก่ประชากรของประเทศตนเอง 2. ออกกฎหมาย สิทธิมนุษยชน คุม้ครองสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ 3. รณรงคใ์หม้ี การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีความเป็นธรรมในสังคม เพราะส่วนใหญ่ประเทศที่พัฒนา แล้วรารวยมั่งคงมักจะใช้อ้ำนาจในการแสวงหาผลประโยชน์จาก กลุ่ม ประเทศยากจนปล้นทรัพยากรและแร่ธาตุโดยหารู้ไม่ว่า่ เมื่อเกิด เอลนีโญ-ลานีญาข้ึนแลว้ ผลกระทบนั้นจะไม่เลือกที่รัก มักที่ชังจะได้รับผลกระทบกันทุกคน การเกิดเอลนีโญ-ลานีญาไม่เกี่ยวขอ้งกบั สิทธิมนุษยชน (Human Rights) ค่านิยมและการตระหนัก ควรสร้างค่านิยมที่ดีและถูกต้องในการอยู่อาศัยร่วมกันในโลกใบ การรับรู้สถานการณ์ นี้ว่า ทำอย่างไรเราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างรู้-รักษ์-ปกป้ องโลกของ เรา และเห็นความสำคัญ ของปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น เพราะการก ระทำของมนุษยแ์ละรับรู้ร่วมกันว่าภัยพิบัติกำลังคุกคามโลก การพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนาอย่างยั่งยื่น มนุษย์ทั้งโลกต้องให้ความร่วมมือกันไม่ เผาป่าไม่ตัดไม้ทำลายป่าไม่ระเบิดภูเขาไม่ทิ้งสิ่งปฏิกลูลงแม่น้ า ทะเล และมหาสมุทรให้รู้จักนำของเก่ามาใช้หลายๆคร้ังและรู้จัก ใช้ทรัพยากรอย่างประหยดัและคุ้มค่า การแก้ปัญหาความขัดแย้ง (Conflict Resolution) ของการเกิด เอ ลนีโญ-ลานีญา ทุกประเทศไม่ต้องทะเลาะกันไม่ต้องโทษใครผิด ใคร การแก้ปัญหาความขัดแย้ง ถูกให้ร่วมมือกัน ปกป้ องรักษโ์ลก ทำอย่างไรจะแก้ปัญหา เอลนีโญ- ลานีญา เช่น ร่วมกันปลูกป่าร่วมกันอนุรักษ์ถ้าทุกประเทศ ให้ความ สำคัญ กับการแก้ปัญหาความขัดแย้งก็จะลดลง ความหลากหลาย ความหลากหลาย (Diversity) ที่ทำให้เกิดเอลนีโญ-ลานีญา เช่น อุณหภูมิของกระแสน้ำอุ่นเพิ่มขึ้น ชั้นบรรยากาศเบาบางลมเปลี่ยน ทิศทาง ฯลฯ
16 บรรณานุกรม ข้อมูลจาก : http://www.pantipplaza.com/page.php? aid=123&tmid ข้อมูลจาก http://www.pandadumnam.com/scoop_laNiñ a.htm
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: