การประเมนิ เชงิ ระบบโครงการการปอ้ งกนั และแก้ปญั หายาเสพตดิ ของโรงเรยี นสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) นงนารถ ยทุ ธนาวา โรงเรียนสเุ หรา่ เสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) บทคัดย่อ การประเมนิ ครงั้ น้ีมวี ัตถุประสงคเ์ พ่ือ 1) ประเมินเชิงระบบโครงการการป้องกันและแก้ปญั หายาเสพติด ของโรงเรียนสุเหร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) โดยใช้รูปแบบการประเมิน CIPIEST Model ใน 7 ด้าน ได้แก่ ด้านบริบท (Context evaluation) ด้านปัจจัยนาเขา้ (Input evaluation) ดา้ นกระบวนการ (Process evaluation) ดา้ นผลกระทบ (Impact evaluation) ด้านประสิทธิผล (Effectiveness evaluation) ดา้ นความย่งั ยืน (Sustainability evaluation) และดา้ นการถ่ายทอดส่งตอ่ (Transportability evaluation) 2) เพ่ือศกึ ษาผลการดาเนนิ โครงการ การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในดา้ นความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากยาเสพติดของ นักเรียนโรงเรยี นสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) 3) เพอ่ื ศึกษาความพงึ พอใจต่อการดาเนนิ โครงการการปอ้ งกนั และแกป้ ัญหายาเสพติดของครู คณะกรรมการดาเนินโครงการ นกั เรยี น ผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และ 4) เพ่ือเปรียบเทียบความรูเ้ ก่ียวกบั การป้องกันการเสพยาเสพติดของนักเรยี น โรงเรยี นสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ก่อนและหลงั การดาเนินโครงการจาแนกตามระดับชน้ั การประเมินแบง่ เปน็ 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การประเมนิ กอ่ นดาเนนิ โครงการมกี ารเก็บข้อมูล 2 ขั้นตอน 1) การประเมินความต้องการจาเป็น (PNImodified) ท้ัง 7 ด้าน โดยสอบถามความคิดเห็นเก่ียวกับสภาพปัจจบุ ันและ สภาพท่พี ึงประสงคข์ องการดาเนนิ โครงการ กลมุ่ ตวั อย่าง ได้แก่ ครู คณะกรรมการดาเนินโครงการ คณะกรรมการ สถานศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน และผปู้ กครองนกั เรียน จานวน 76 คน และ 2) ประเมนิ ดา้ นบริบท (Context) และด้านปัจจัย นาเข้า (Input) เกบ็ ข้อมลู จากการสมั ภาษณ์คณะกรรมการดาเนนิ โครงการ จานวน 12 คน ระยะที่ 2 การประเมนิ ระหว่างดาเนินการ ด้านกระบวนการ (Process) โดยสอบถามคณะกรรมการดาเนนิ โครงการ จานวน 28 คน และ ระยะท่ี 3 การประเมินผลหลังการดาเนินงานสนิ้ สดุ มีการเกบ็ รวบรวมข้อมลู 6 ขน้ั ตอน 1) โดยการสอบถามความคดิ เหน็ 7 ดา้ น ของคณะกรรมการดาเนินโครงการ 28 คน 2) การประเมินด้านผลกระทบ ด้านประสิทธิผล ด้านความย่งั ยนื และ ด้านการถา่ ยทอดส่งต่อ โดยสอบถามผปู้ กครองนักเรยี น และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐาน จานวน 56 คน และสอบถามความคิดเหน็ ท้ัง 4 ดา้ น จากนักเรียน จานวน 30 คน 3) สัมภาษณ์ความคิดเห็นของคณะกรรมการ สถานศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน และผู้ปกครองนักเรียน จานวน 21 คน 4) การสงั เกตเพ่ือการประเมินพฤติกรรมการป้องกัน ตนเองจากยาเสพติดของนกั เรยี นโรงเรยี นสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ได้แก่ นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1-6 รวม 42 คน และนักเรยี นระดบั อนุบาล 1-2 รวม 6 คน รวมทง้ั ส้นิ 48 คน 5) การประเมินความพงึ พอใจตอ่ การดาเนิน งานโครงการ จาแนกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ได้แก่ ครู คณะกรรมการดาเนินโครงการ และคณะกรรมการ สถานศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน จานวน 36 คน กลุ่มที่ 2 เป็นนักเรยี น (ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3-6) และผปู้ กครองนักเรยี น จานวน 52 คน กลมุ่ ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ นักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 3-6 แบบเจาะจงโดยใช้นักเรยี นทั้งหมด จานวน 30 คน ข้อมูลได้จาก 1. ทาแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นเรอื่ งการปอ้ งกนั และแก้ปัญหายาเสพติด และ 2. ตอบแบบวดั เจตคติเก่ยี วกบั การป้องกันและแกป้ ัญหายาเสพติด เครือ่ งมือท่ใี ชเ้ ก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสมั ภาษณ์ แบบสังเกต และแบบทดสอบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน และสูตรคานวณความต้องการจาเป็น PNImodified
2 ตอนท่ี 1 ผลการประเมนิ เชิงระบบโครงการ พบวา่ ระยะที่ 1 ก่อนดาเนินโครงการ ได้แก่ 1) ครู คณะกรรมการดาเนนิ โครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน และผปู้ กครองนักเรียนมีความคดิ เห็นต่อ สภาพปจั จุบันของโครงการ ทัง้ 7 ด้าน ในภาพรวมมคี วามคิดเห็นระดบั ปานกลาง ส่วนคา่ ความคดิ เห็นต่อสภาพที่ พึงประสงค์ของโครงการ โดยรวมมีความคิดเห็นระดับมากท่ีสุด 2) ผลการจดั ลาดบั ความต้องการจาเป็นท้ัง 7 ดา้ น เรยี งลาดับความต้องการจาเป็นจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ดา้ นการถ่ายทอดส่งต่อ ดา้ นความยงั่ ยืน ด้านประสิทธผิ ล ดา้ นกระบวนการ ดา้ นผลกระทบ ด้านปจั จัยนาเข้า และลาดับสุดท้าย ได้แก่ ด้านบริบท 3) ผลการสัมภาษณ์ ผ้บู รหิ ารและคณะกรรมการดาเนินโครงการดา้ นบรบิ ท และด้านปัจจยั นาเขา้ คือ ควรมีการกาหนดบทบาทหน้าที่ แบง่ งานไว้ชัดเจนและทาอย่างเป็นระบบ นักเรียนสว่ นใหญม่ ีจิตสานกึ ในการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด มคี วามกระตือรือรน้ และมีพฤตกิ รรมเปลย่ี นแปลงไปในทางที่ดีขึ้น 4) ผลการประเมนิ ระยะท่ี 2 คณะกรรมการ ดาเนนิ โครงการมคี วามคดิ เห็นดา้ นกระบวนการ โดยรวมค่าเฉล่ยี อย่ใู นระดบั มากทส่ี ุด ผลการประเมนิ ระยะท่ี 3 การประเมนิ ผลหลังการดาเนนิ งานโครงการ ทงั้ 4 ดา้ น ได้แก่ ด้านผลกระทบ ด้านประสิทธผิ ล ดา้ นความย่ังยนื และดา้ นการถา่ ยทอดส่งต่อ พบว่า 5) คณะกรรมการดาเนนิ โครงการความคิดเห็นเก่ียวกับผลผลติ โดยรวมความ คิดเห็น อยใู่ นระดับมากทีส่ ุด 6) ผูป้ กครองนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน มีความคิดเห็นทั้ง โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากทส่ี ดุ 7) นักเรยี นมีความคิดเห็นทั้งโดยรวมและรายดา้ นอยู่ ในระดับมากทสี่ ุด ตอนที่ 2 ผลการศึกษาการดาเนินโครงการในด้านความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมการป้องกนั ตนเองจาก ยาเสพติดของนักเรียนโรงเรยี นสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) พบวา่ ผลการทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ก่อนและหลงั เรยี นเร่ือง “การป้องกนั และแก้ปัญหายาเสพตดิ ” 1) กลุ่มแรกนกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 3-4 โดยรวม คะแนนก่อนเรียนได้ร้อยละ 46.47 หลังเรียนได้คะแนนร้อยละ 82.35 กลุ่มทสี่ องนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5-6 โดยรวมคะแนนก่อนเรียนไดร้ ้อยละ 45.83 หลังเรียนได้คะแนน ร้อยละ 91.25 2) นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3-6 มีเจตคติทางบวกต่อการแก้ไขและป้องกนั ยาเสพตดิ ทกุ ข้อ 3) ผลการสงั เกตพฤติกรรมการป้องกนั ตนเองจาก ยาเสพติดของนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมาก 4) ผลการสัมภาษณค์ วามคดิ เหน็ ของผู้ปกครองนักเรยี นและ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านการบรรลุวัตถุประสงค์ของการดาเนนิ งานโครงการ ไดแ้ ก่ ชมุ ชน บา้ นสมอเอกและชุมชนตลาดคลอง 16 ยินดีร่วมและสนบั สนุนโครงการการป้องกนั และแก้ปญั หายาเสพตดิ ของ โรงเรียนสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ต่อไป ส่วนด้านคุณลักษณะของนักเรียนตามโครงการ พบว่านักเรียน เผยแพร่ความรู้การป้องกนั และแก้ปัญหายาเสพติดสู่ชุมชนบ้านสมอเอกและชุมชนตลาดคลอง 16 อยา่ งเข้มแข็ง ตอนที่ 3 ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการดาเนินงานโครงการ จาแนกได้ 2 กลุม่ ดังนี้ 1) ครู คณะกรรมการดาเนินโครงการ และคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพนื้ ฐานโดยรวมมีความพงึ พอใจระดบั มากทสี่ ุด 2) นักเรยี นและผูป้ กครองนักเรียน โดยรวมมีความพึงพอใจระดบั มาก ตอนที่ 4 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนนความรู้ความเขา้ ใจในภาพรวม พบวา่ การป้องกนั และแก้ปญั หายาเสพตดิ ก่อนและหลังดาเนินโครงการการป้องกันและแกป้ ัญหายาเสพติด คะแนนเฉล่ยี หลังและ กอ่ นดาเนนิ โครงการของนักเรยี นทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกนั อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ .05 ความเปน็ มาและความสาคัญของการประเมิน ปัญหายาเสพติดเปน็ ปัญหาสาคัญของประเทศไทยท่ีเป็นภัยร้ายแรงตอ่ มวลมนุษยชาติ เป็นตวั ทาลาย ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ท่ีตกเป็นทาสยาเสพติด ประชากรที่ตดิ ยาเสพติดย่อมเป็นบุคคลทข่ี าดประสิทธิภาพ
3 ขาดแรงจงู ใจในการทางานและประกอบกจิ กรรมต่าง ๆ ทัง้ ยังเปน็ อุปสรรคตอ่ การพฒั นาประเทศ และนาไปสู่ การสร้างปัญหาสังคมมากมาย ทาใหร้ ฐั ต้องสูญเสยี งบประมาณในการป้องกนั ปราบปรามท้ังผูค้ ้าและผูเ้ สพยาเสพติด เม่ือสารวจครวั เรือนเพื่อประมาณการจานวนผู้เกี่ยวข้องกับสารเสพติด ในปี พ.ศ. 2558 (สานักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพตดิ , 2558) จากการศึกษาของสานกั งานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปราม ยาเสพติด พบว่าการแพร่ระบาดของสารเสพตดิ รุนแรงข้ึนท้ังทางปริมาณ (จานวนผูเ้ ก่ียวข้อง) และความหลากหลาย ของตวั ยาสารเสพตดิ ชนิดต่าง ๆ มคี วามเชื่อมโยงกนั ทั้งดา้ นอุปทาน และอุปสงค์ การใชส้ ารเสพติดมีทว่ั ประเทศ และกระจายอยู่ทุกเพศ และกลุม่ อายุ โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มเพมิ่ มากข้ึนเป็นเพศหญิงและเยาวชน การแพร่ระบาด มีลกั ษณะเป็นพลวัต มีการแพรร่ ะบาดอย่างต่อเน่ืองของสารเสพตดิ บางชนดิ การกลับมาแพรร่ ะบาดใหม่และ สญั ญาณเตือนของสารตัวใหม่ การประเมินเปน็ กจิ กรรมท่ีสาคัญและมีประโยชนต์ ่อการดาเนินงานทุกประเภท ไม่วา่ จะเปน็ การดาเนนิ งาน ขององค์กรหรือการดาเนินงานของโครงการ เพราะการประเมินเปน็ กลไกทดี่ ีและจาเปน็ สาหรบั ผบู้ รหิ ารองค์กร หรอื ผบู้ ริหารโครงการ ผลการประเมินและข้อเสนอแนะจากผู้ประเมนิ จะเป็นข้อสนเทศที่ผู้บริหาร องค์กรหรือ ผู้บริหารโครงการสามารถนามาใช้ประกอบการพิจารณาในการปรบั ปรุงและพัฒนาการดาเนินงานขององค์กร หรอื ของโครงการได้อย่างมาก (อุทัย ดุลยเกษม, 2552) ดงั นั้นการประเมินผลการดาเนินงานการประเมินเชงิ ระบบ ถือเป็นแนวทางหนึ่งทม่ี ีความสาคญั ต่อการพัฒนาคุณภาพการดาเนนิ งานการป้องกนั และแก้ปัญหายาเสพติด สอดคล้องกับผลการวิจยั ของ สรุ ศักด์ิ หลาบมาลา และรสสุคนธ์ มกรมณี (2551) ท่ีพบวา่ ควรมีการประเมิน ประสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ลของระบบการศึกษาไทยโดยรวม โดยบุคคลท่สี ามเพอื่ เปน็ แนวทางในการพัฒนา ระบบการบริหารการศกึ ษาให้มปี ระสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล และมีนวัตกรรมทางการศกึ ษามากยิ่งขึ้น เมื่อพจิ ารณา กจิ กรรมการประเมินย่อมมลี กั ษณะท่ีใกล้เคียงกบั กิจกรรมการวจิ ัยเป็นอยา่ งมาก ทง้ั ในแง่ความผกู พันอย่างลึกซึ้ง ทม่ี ตี ่อระเบียบวธิ ีทางวิทยาศาสตร์ การออกแบบ (Design) เครื่องมือและการวเิ คราะห์ ดว้ ยเหตนุ ้จี ึงมีการมองว่า การประเมนิ เป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (ศิริชยั กาญจนวาสี, 2550) รูปแบบการประเมินเชงิ ระบบ ClPIEST (Context-input-process-impact-effectiveness-sustainability- transportability) ของสตัฟเฟิลบีม และชิงค์ฟลิ ด์ (Stufflebeam & Shinkfied, 2007 อ้างถงึ ใน รตั นะ บัวสนธ์, 2556) ที่ถือเปน็ แนวทางการวิจัยเชงิ การประเมนิ รูปแบบหนึ่งท่ีมีความเหมาะสมกับการประเมินโครงการทีส่ ะท้อน ถึงการติดตามและประเมินผลการดาเนินงานท่นี าไปสู่การพฒั นาปรบั ปรุงตามแนวคิดการประเมินความก้าวหน้า (Formative evaluation) และในชว่ งการติดตามผลสาเร็จของการดาเนินงาน ซ่ึงนาไปใช้ในการตัดสินใจตามแนวคิด การประเมินผลสรุป (Summative evaluation) โดยมีรปู แบบการประเมิน คือ การประเมินบรบิ ท (Context evaluation) การประเมินปจั จยั นาเขา้ (Input evaluation) การประเมินกระบวนการ (Process evaluation) การประเมินผลกระทบ (Impact evaluation) การประเมินประสิทธผิ ล (Effectiveness evaluation) การประเมนิ ความยั่งยนื (Sustainability evaluation) และการประเมินการถา่ ยทอดส่งต่อ (Transportability evaluation) โรงเรยี นสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) เปน็ โรงเรียนระดับประถมศึกษาขนาดเล็ก จัดการศึกษา ระดับช้ันอนุบาล-ประถมศึกษาปที ี่ 6 ชุมชนส่วนใหญ่นบั ถือศาสนาอสิ ลาม ประชาชนมีฐานะค่อนข้างยากจน ประกอบอาชีพเกษตรกรทานา เล้ียงสัตว์ ฐานะทางเศรษฐกิจของนกั เรียนมตี ้ังแต่ระดับดี ระดับปานกลาง และระดบั ตา่ ซึง่ นักเรียนส่วนใหญม่ าจากครอบครวั ท่ีมฐี านะทางเศรษฐกิจอยใู่ นระดับตา่ จานวนค่อนข้างมาก นักเรยี นส่วนใหญจ่ งึ มีพ้ืนฐานทางครอบครวั ทค่ี ่อนข้างแตกต่างกนั จึงทาให้ต้องมีการปรับตัวเข้าหากันค่อนขา้ งสูง
4 และนอกจากนี้นกั เรยี นโรงเรียนสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) สว่ นมากมปี ัญหาครอบครัวแตกแยก ต้องอาศยั อยูก่ ับปยู่ ่า ตายาย หรอื ญาติพีน่ ้อง จึงทาใหน้ ักเรียนเกิดปัญหาขึน้ ไมส่ ามารถตัดสินใจและแก้ไข ปัญหาได้ อาจตัดสนิ ใจไมถ่ ูกต้อง หันไปพึง่ พายาเสพติด รวมถงึ การถูกชักนาไปในทางท่ผี ิด เม่ือนกั เรียนถูกชกั ชวน ก็เกดิ ความคึกคะนอง อยากรู้ อยากลอง หรือในเวลาน้นั นักเรียนมปี ัญหาท่ีไม่สามารถแก้ไขได้ หาทางออกไม่พบ จงึ หลวมตัวเข้าไปในกลุ่มเครือขา่ ยวัยรนุ่ กลุ่มนั้นไดง้ ่าย ทาให้เกิดปัญหาข้ึนตามมา และจากสถติ ิการจบั กมุ คดี ยาเสพตดิ ของสถานีตารวจภูธรฉมิ พลี อาเภอบางน้าเปร้ยี ว จังหวดั ฉะเชิงเทรา ระหว่างเดือนมกราคม-ธนั วาคม พ.ศ. 2563 เจา้ หน้าที่ตารวจไดด้ าเนนิ การจบั กุมคดียาเสพติดไดร้ วม 38 คดี เฉล่ีย 3 คดีต่อเดือน (สถานี ตารวจภธู รฉิมพลี, 2563) จะเห็นไดว้ ่าสภาพแวดล้อมเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นทน่ี ่าวิตกของโรงเรียนสุเหร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) และสถานศึกษาในพ้ืนที่ใกลเ้ คียง รวมถึงมติทีป่ ระชุม ผปู้ กครองนักเรยี น ผนู้ าชมุ ชน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน คณะครูโรงเรียนสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) และหนว่ ยงาน ที่เกี่ยวข้องในวันท่ี 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ได้เหน็ พอ้ งต้องกันท่ีจะการประเมนิ เชิงระบบโครงการการป้องกนั และแกป้ ัญหายาเสพติดของโรงเรียนสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) จากปญั หาดังกลา่ วผู้ประเมินในฐานะผอู้ านวยการโรงเรียนสเุ หรา่ สมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ไดต้ ระหนกั ถึงความสาคัญของการพัฒนานกั เรียนให้มีจติ สานึกในการต่อตา้ นยาเสพติด จงึ ได้นานโยบายการปอ้ งกนั และ แก้ไขปัญหายาเสพติดของรฐั บาลมาจัดทาเปน็ การประเมินเชิงระบบโครงการการป้องกนั และแก้ปัญหายาเสพตดิ ของโรงเรียนสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) โดยใช้รปู แบบการประเมิน CIPIEST Model ของสตฟั เฟิลบีม และชงิ คฟ์ ลิ ด์ (Stufflebeam & Shinkfied, 2007 อา้ งถึงใน รตั นะ บัวสนธ์, 2556) ประเมินใน 7 ดา้ น ไดแ้ ก่ ด้านบริบท (Context) ดา้ นปจั จยั นาเข้า (Input) ดา้ นกระบวนการ (Process) ด้านผลกระทบ (Impact) ด้าน ประสทิ ธผิ ล (Effectiveness) ด้านความยัง่ ยืน (Sustainability) ดา้ นการถา่ ยทอดส่งต่อ (Transportability) โดยทาการประเมนิ เปน็ 3 ระยะ คือ กอ่ นดาเนนิ โครงการ ระหว่างดาเนินโครงการและหลังโครงการสิน้ สดุ เพื่อนาข้อมูลที่ได้จากการประเมินมาใชป้ รับปรุง การวางแผนพฒั นาปรบั ปรุงโครงการ และการดาเนินงาน การป้องกันและแกป้ ัญหายาเสพติดของโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธผิ ล และคุณภาพสู่ความย่ังยนื ต่อไป วตั ถปุ ระสงค์การประเมิน 1. เพ่อื ประเมินเชิงระบบโครงการการป้องกันและแก้ปญั หายาเสพตดิ ของโรงเรียนสุเหร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) โดยใชร้ ปู แบบการประเมิน CIPIEST Model ใน 7 ดา้ น ได้แก่ ดา้ นบรบิ ท (Context evaluation) ด้านปจั จัยนาเข้า (Input evaluation) ด้านกระบวนการ (Process evaluation) ดา้ นผลกระทบ (Impact evaluation) ดา้ นประสิทธผิ ล (Effectiveness evaluation) ดา้ นความย่งั ยืน (Sustainability evaluation) และดา้ นการถ่ายทอดสง่ ต่อ (Transportability evaluation) 2. เพอื่ ศึกษาผลการดาเนนิ โครงการการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพตดิ ในด้านความรู้ เจตคติ และพฤตกิ รรมการป้องกนั ตนเองจากยาเสพติดของนักเรียนโรงเรยี นสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) 3. เพ่ือศึกษาความพึงพอใจต่อการดาเนินโครงการการปอ้ งกนั และแก้ปัญหายาเสพติดของครู และคณะกรรมการดาเนนิ โครงการ นกั เรียน ผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พื้นฐาน 4. เพื่อเปรยี บเทยี บความรู้เกี่ยวกบั การป้องกนั การเสพยาเสพติดของนักเรียนโรงเรยี นสุเหร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ก่อนและหลังการดาเนินโครงการ จาแนกตามระดับชั้นเรียน
5 กรอบแนวคิดการประเมิน การประเมนิ แบบ CIPIEST Model โครงการปอ้ งกันและแกป้ ญั หายาเสพตดิ ของโรงเรยี นสุเหร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ของ Stufflebeam and Shinkfield (2007 อ้างถึงใน รัตนะ บวั สนธ,์ 2556) ประเมนิ บริบท ประเมนิ ปจั จัยนาเข้า ประเมินกระบวนการ การประเมนิ ผลกระทบ (Context) (Input) (Process) (Impact evaluation) ความตอ้ งการและ ความพรอ้ มของครู การวางแผน การประเมนิ ประสทิ ธผิ ล ความจาเปน็ นักเรียน ผู้ปกครอง การดาเนนิ งาน (Effectiveness นักเรียน ตามแผน evaluation) ความเหมาะสมของ ความสามารถ วตั ถุประสงค์ ความร้คู วามเขา้ ใจ การประเมินความย่ังยืน หน่วยงาน งบประมาณวสั ดุ บรหิ ารโครงการ (Sustainability การกากบั ติดตาม/ evaluation) ความเปน็ ไปได้ของ อปุ กรณแ์ ละสถานที่ โครงการ การบริหารจัดการ การประเมนิ ผล การประเมินการถา่ ยทอด ระบบข้อมลู การนาผลไป สง่ ต่อ (Transportability ความสอดคล้องกบั evaluation) ของส่งิ ท่ี นโยบายหนว่ ยงาน สารสนเทศ ปรบั ปรุงพัฒนา ได้รบั การประเมิน ต้นสงั กดั ประเมนิ ระหว่างดาเนินการ ประเมนิ ก่อนดาเนนิ โครงการ กิจกรรมตามโครงการการป้องกันและแกป้ ญั หายาเสพตดิ ประเมินหลังดาเนนิ การ โดยใชว้ ธิ ีวทิ ยาการวิจยั เชงิ ปรมิ าณและเชิงคณุ ภาพ 3 ผลท่เี กดิ จากการดาเนนิ โครงการการปอ้ งกัน ความรเู้ กี่ยวกับการปอ้ งกนั การเสพยาเสพตดิ และแก้ปญั หา ยาเสพตดิ ของ เจตคตติ ่อการป้องกนั การเสพยาเสพตดิ โรงเรยี นสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) พฤติกรรมการป้องกนั ตนเองจากยาเสพตดิ ความพึงพอใจต่อการดาเนินโครงการ ขอบเขตของการประเมนิ โครงการ การประเมินเชิงระบบโครงการการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดของโรงเรียนสุเหร่าสมอเอก (ธนาคาร กรุงเทพ 15) ครัง้ นี้ใช้รปู แบบการประเมินแบบจาลอง CIPIEST Model ของ Stufflebeam and Shinkfied (2007 อ้างถงึ ใน รตั นะ บวั สนธ,์ 2556) ใน 7 ด้าน ไดแ้ ก่ ด้านบรบิ ท ด้านปัจจยั นาเขา้ ด้านกระบวนการ ด้านผลกระทบ ด้านประสิทธผิ ล ด้านความยั่งยืน ด้านการถ่ายทอดส่งต่อ โดยมีขอบเขตตามวตั ถุประสงค์ทางการประเมินของโครงการ ดงั นี้
6 1. ขอบเขตเน้ือหาการประเมนิ เนอื้ หาการประเมนิ เชิงระบบโครงการการป้องกนั และแกป้ ัญหายาเสพติดของโรงเรยี นสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) มีการดาเนินการ 3 ระยะ ดงั น้ี 1) ระยะก่อนดาเนินโครงการฯ ประเมินใน 2 ด้าน คอื ดา้ นบริบท (Context) และด้านปัจจัยนาเขา้ (Input) 2) ระยะระหวา่ งดาเนินโครงการฯ ประเมินใน 1 ด้าน คือ ดา้ นกระบวนการ (Process) 3) ระยะหลงั ส้นิ สดุ โครงการฯ ประเมนิ ใน 4 ดา้ น คอื ด้านผลกระทบ (Impact) ดา้ นประสทิ ธผิ ล (Effectiveness) ดา้ นความยัง่ ยืน (Sustainability) และดา้ นการถ่ายทอดและส่งต่อ (Transportability) 2. ขอบเขตของประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง/ กลุ่มผใู้ ห้ขอ้ มูลหลกั (Key informants) 2.1 ประชากร ไดแ้ ก่ ผ้ทู ่เี กี่ยวข้องกับโครงการป้องกนั และแกป้ ญั หายาเสพติดของโรงเรียน สเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ได้แก่ ครู จานวน 5 คน นกั เรยี นระดับชั้นอนุบาลถึงชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรยี นสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) จานวน 57 คน ผปู้ กครองนักเรียน 57 คน (อตั ราสว่ น 1: 1) คณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน จานวน 9 คน ผูน้ าชมุ ชน จานวน 5 คน (นายก อบต. รองนายก อบต. กานันตาบลดอนฉิมพลี ผใู้ หญ่บา้ น และผูช้ ว่ ยผู้ใหญบ่ ้าน หมู่ 17 บา้ นสมอเอก) เจ้าหน้าท่ีสาธารณสุข จานวน 5 คน ตารวจ โครงการ D.A.R.E. จานวน 5 คน คณะกรรมการมัสยิด จานวน 5 คน รวมท้ังส้ิน 148 คน 2.2 กลุ่มตวั อย่างและกลุม่ ผใู้ หข้ อ้ มูลหลัก (Key informant) กลุ่มตัวอยา่ งและกลมุ่ ผ้ใู หข้ ้อมูลหลักเป็นแหลง่ ข้อมลู ทเี่ กี่ยวข้องกบั การดาเนนิ โครงการปอ้ งกัน และแกป้ ัญหายาเสพตดิ ของโรงเรยี นสุเหร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) จานวน 10 กลุ่ม ดังนี้ 2.2.1 กลมุ่ ตัวอยา่ งท่ีใหข้ ้อมูลโดยการตอบแบบสอบถามสภาพการดาเนนิ งานปัจจุบัน และ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ (เพ่ือศึกษาและเรียงลาดบั ความตอ้ งการจาเป็น) จากองค์ประกอบการประเมินทง้ั 7 ด้าน กล่มุ ตัวอย่าง ได้แก่ ครู คณะกรรมการดาเนนิ โครงการป้องกนั และแกป้ ัญหายาเสพตดิ คณะกรรมการสถานศึกษา ขนั้ พืน้ ฐาน และผู้ปกครองนกั เรยี น จานวน 108 คน (จากประชากร 148 คน) กาหนดขนาดกล่มุ ตวั อย่าง โดยใชต้ ารางการสุม่ กลุ่มตัวอยา่ งของเครจซแี ละมอรแ์ กน (Krejcie & Morgan, 1970, p. 97) 2.2.2 กล่มุ ทใี่ หข้ ้อมลู โดยการสมั ภาษณ์ ได้แก่ คณะกรรมการดาเนนิ โครงการ สมั ภาษณ์ เกีย่ วกับความพร้อมและความเหมาะสมของโครงการดา้ นบริบท และปจั จยั นาเข้ารวม จานวน 12 คน ได้มา จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) (โดยเลอื กจากผ้ทู ่ีมปี ระสบการณ์การปฏิบตั หิ น้าที่ปอ้ งกัน และแก้ปัญหายาเสพตดิ ในปกี ่อน ๆ กลุ่มละ 2 คน) 2.2.3 กลุ่มท่ใี ห้ข้อมูลโดยการตอบแบบสอบถามระหวา่ งการดาเนนิ โครงการ ด้านกระบวนการ ได้แก่ คณะกรรมการดาเนินโครงการป้องกันและแกป้ ญั หายาเสพติดของโรงเรียนสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคาร กรุงเทพ 15) ท้ังส้ินจานวน 28 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง 2.2.4 กลมุ่ ทใี่ หข้ ้อมูลโดยการตอบแบบสอบถามหลงั การดาเนินโครงการ ทง้ั 4 ดา้ น ได้แก่ คณะกรรมการดาเนนิ โครงการป้องกนั และแก้ปัญหายาเสพติดของโรงเรยี นสุเหร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ท้ังสนิ้ จานวน 28 คน ได้มาจากการเลอื กแบบเจาะจง 2.2.5 กลุ่มที่ให้ข้อมูลโดยการตอบแบบสอบถามหลังการดาเนนิ โครงการ 4 ด้าน ไดแ้ ก่ ผู้ปกครองนักเรยี น และคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน จานวน 56 คน (จากประชากร จานวน 66 คน) กาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใชต้ ารางการสมุ่ กลุ่มตัวอย่างของ เครจซี และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970)
7 2.2.6 กล่มุ นกั เรยี นท่ีให้ข้อมูลโดยการตอบแบบสอบถามหลังการดาเนนิ โครงการ 4 ดา้ น จานวน 30 คน ไดม้ าจากการเลอื กแบบเจาะจงจากนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 3-6 ทุกคน 2.2.7 การสมั ภาษณ์ความคดิ เหน็ ของผปู้ กครองนกั เรยี น และคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพน้ื ฐานหลังการดาเนนิ งานโครงการดา้ นการบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ของการดาเนนิ งานโครงการการป้องกนั และ แกป้ ัญหายาเสพตดิ ของโรงเรียนสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) และด้านคุณลักษณะของนักเรียนตาม โครงการจาแนกเป็นผ้ปู กครองของนักเรียนช้ันละ 2 คน รวมจานวน 16 คน และคณะกรรมการสถานศกึ ษา ข้นั พ้ืนฐาน จานวน 5 คน รวมจานวน 21 คน ไดม้ าจากการเลอื กแบบเจาะจง 2.2.8 กลุ่มทใ่ี ห้ข้อมูลโดยจากการสงั เกตพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากยาเสพตดิ ได้แก่ นักเรยี น จานวน 48 คน มาจากการเลือกแบบเจาะจง (นักเรยี น ป. 1-6 ทุกคน รวม 42 คน ชน้ั อนุบาล 1-2 ชั้นละ 3 คน รวม 6 คน) ผสู้ ังเกต ได้แก่ ผู้ประเมิน และครูประจาช้นั 2.2.9 กล่มุ ตัวอยา่ งที่ใหข้ ้อมูลโดยการตอบแบบสอบถามความพงึ พอใจต่อการดาเนนิ โครงการฯ ตามความคิดเหน็ หรือความรสู้ ึกของผู้เกย่ี วขอ้ งทงั้ หมด แบ่งเปน็ 2 กลุ่ม กลมุ่ แรก ได้แก่ ครู คณะกรรมการดาเนนิ โครงการ และคณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน จานวน 36 คน (จากประชากร จานวน 39 คน) กลุ่มท่ีสอง ได้แก่ นักเรียน (ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3-6) และผปู้ กครองนักเรียนจานวน 52 คน (จากประชากร จานวน 60 คน) กาหนดขนาดกลมุ่ ตัวอยา่ งใชต้ ารางการสุ่มกลุ่มตวั อยา่ งของเครจซี และ มอรแ์ กน (Krejcie & Morgan, 1970) 2.2.10 กลุม่ ท่ที าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิและแบบวดั เจตคติเก่ยี วกับการป้องกันและ แกป้ ญั หายาเสพตดิ โดยนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3-6 จานวน 30 คน จากการเลือกแบบเจาะจง 3. ระยะเวลาทใี่ ช้ในการประเมิน ตงั้ แต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563 ถงึ เดอื นมีนาคม พ.ศ. 2564 4. ตัวแปรท่ีศึกษา 4.1 ตัวแปรอิสระ ได้แก่ การดาเนนิ กจิ กรรมโครงการการป้องกนั และแกป้ ญั หายาเสพตดิ ของ โรงเรยี นสเุ หรา่ สมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) โดยใช้รูปแบบการประเมินตามแบบจาลอง CIPIEST Model 4.2 ตัวแปรตามผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ไดแ้ ก่ ความรเู้ กยี่ วกับการป้องกันการเสพยาเสพตดิ เจตคติ ตอ่ การป้องกนั การเสพยาเสพติด พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากยาเสพติด ความพึงพอใจต่อการดาเนินโครงการ เคร่ืองมอื ท่ีใชใ้ นการประเมนิ เชงิ ระบบ การประเมนิ เชงิ ระบบโครงการการป้องกนั และแก้ปัญหายาเสพตดิ ของโรงเรยี นสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) ครั้งนใ้ี ช้รปู แบบการประเมนิ แบบจาลอง CIPIEST Model ใน 7 ด้าน มเี คร่อื งมอื ทใ่ี ชใ้ น การประเมินทั้ง 3 ระยะ ไดแ้ ก่ 1. แบบสอบถาม จานวน 7 ฉบบั ได้แก่ ฉบับท่ี 1 แบบสอบถามความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั สภาพปัจจุบัน และสภาพที่พึงประสงค์ต่อโครงการฯ ฉบบั ที่ 2 แบบสอบถาม ความคิดเห็นระหวา่ งการดาเนินโครงการฯ ดา้ นกระบวนการ ฉบับที่ 3 แบบสอบถามประเมินความคิดเหน็ ต่อผลหลังสิ้นสดุ การดาเนินโครงการฯ ด้านผลกระทบ ด้านประสิทธิผล ดา้ นความยงั่ ยืน และด้านการถา่ ยทอดส่งต่อ ฉบับที่ 4 แบบสอบถาม ความคิดเห็นต่อผลทีเ่ กดิ ข้นึ หลังส้นิ สุดโครงการ ดา้ นผลกระทบ ดา้ นประสทิ ธผิ ล ดา้ นความย่ังยนื และ
8 ด้านการถ่ายทอดสง่ ตอ่ ฉบับท่ี 5 แบบประเมนิ ผลทเ่ี กิดข้ึนหลังดาเนนิ งานตามโครงการฯ ดา้ นผลกระทบ ด้านประสิทธผิ ล ด้านความยั่งยืนและดา้ นการถ่ายทอดส่งต่อ ฉบับท่ี 6 แบบสอบถามความพึงพอใจต่อ การดาเนินโครงการฯ จานวน 2 ฉบับ 2. แบบสัมภาษณ์ จานวน 2 ฉบับ ได้แก่ แบบสัมภาษณฉ์ บบั ท่ี 1 สมั ภาษณ์เชิงลึกความคิดเห็น ก่อนการดาเนนิ โครงการฯ เป็นแบบสัมภาษณเ์ ชงิ ลึกแบบมโี ครงสรา้ ง (Structured interview) ในดา้ นบรบิ ท และด้านปจั จยั นาเข้า แบบสัมภาษณฉ์ บบั ท่ี 2 สมั ภาษณ์ความคิดเห็นหลังสน้ิ สดุ การดาเนนิ โครงการฯ เป็นแบบสัมภาษณ์แบบมโี ครงสร้าง (Structured interview) ในด้านการบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ และดา้ นคุณลักษณะ ของนักเรียนตามโครงการ 3. แบบสังเกต 1 ฉบับ เป็นแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการป้องกนั และแกป้ ญั หายาเสพติดของนักเรียน โรงเรยี นสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) เปน็ แบบสังเกตแบบก่ึงมีโครงสร้าง 4. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน จานวน 2 ฉบับ เป็นแบบทดสอบความรู้เกีย่ วกับ การปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหายาเสพตดิ เป็นข้อสอบแบบเลอื กตอบ 4 ตวั เลือก 5. แบบวัดเจตคตเิ ก่ียวกับการป้องกันและแกป้ ัญหายาเสพตดิ จานวน 1 ฉบบั เป็นแบบวดั เจตคติ เก่ียวกับการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด การสรา้ งเคร่ืองมือและหาคุณภาพเคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการประเมิน จากกรอบแนวคิดการประเมนิ สามารถสร้างเคร่อื งมือทใ่ี ช้ในการประเมินไดด้ ังน้ี 1. การสรา้ งแบบสอบถามความคดิ เห็นต่อโครงการฯ เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นต่อโครงการฯ ฉบบั ที่ 1-6 ตามลาดบั ข้ันตอน ดงั นี้ 1.1 ศกึ ษาโครงการฯ ให้ได้รายละเอียดเนื้อหาเกี่ยวกบั การดาเนินงานโครงการฯ 1.2 ศกึ ษาเอกสาร หลักการ แนวคิดทฤษฎีและเอกสารงานวิจัยทเ่ี กีย่ วข้องกับการประเมนิ โครงการโดยใช้รปู แบบการประเมินโครงการแบบ CIPIEST Model 1.3 วเิ คราะห์กรอบแนวคิด (Conceptual study) โดยใช้รปู แบบการประเมินเชงิ ระบบโครงการ แบบ CIPIEST Model จากการวิเคราะห์เอกสาร (Documentary analysis) ที่ได้จากการศึกษาจากเอกสาร นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ และงานวจิ ัยท่ีเกีย่ วข้อง เพื่อเปน็ กรอบในการสรา้ งแบบสอบถาม 1.4 วิเคราะห์ขอบข่ายวตั ถุประสงค์ ตัวแปรศึกษา และนิยามศัพท์เฉพาะ 1.5 วเิ คราะหห์ ลักการสร้างเครอ่ื งมือท่ดี ี ตามแนวการสรา้ ง (บญุ ชม ศรสี ะอาด, 2560) 1.6 สร้างแบบสอบถามชนิดมโี ครงสรา้ ง ใหค้ รอบคลุมเนื้อหาการประเมินเพ่ือใชใ้ นการประเมนิ เชิงระบบโครงการฯ เปน็ แบบมาตราสว่ นประมาณคา่ 5 ระดับ และใหค้ รอบคลุมเนื้อหาทีต่ อ้ งการประเมินตาม รปู แบบ CIPIEST Model ใน 7 ด้าน ได้แก่ ดา้ นบรบิ ท (Context) ดา้ นปจั จัยนาเข้า (Input) ด้านกระบวนการ (Process) ดา้ นผลกระทบ (Impact) ดา้ นประสิทธผิ ล (Effectiveness) ด้านความยัง่ ยนื (Sustainability) และดา้ นการถา่ ยทอดสง่ ต่อ (Transportability) 1.7 นาแบบสอบถามโครงการฯ ใหผ้ ู้ทรงคณุ วฒุ ิ 5 คน เพ่ือตรวจสอบความสอดคล้อง (IOC) เนือ้ หาข้อคาถามกับวตั ถปุ ระสงค์
9 1.8 นาแบบสอบถามไปหาความเทีย่ งตรงเชงิ ประจกั ษ์ (Face validity) โดยให้ผู้ทรงคุณวฒุ ิ 5 คน ตรวจสอบและประเมนิ คณุ ภาพเชิงเน้ือหา และความเหมาะสมของภาษาทใ่ี ช้ โดยการหาคา่ ดชั นีความ สอดคล้อง IOC (Item of objective congruence) 1.9 นาแบบสอบถาม และแบบประเมนิ โครงการการป้องกนั และแก้ปญั หายาเสพติดของ โรงเรียนสุเหร่าสมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) มาปรบั ปรุงแก้ไขให้สมบรู ณย์ ิ่งข้ึน 1.10 นาแบบสอบถาม และแบบประเมินตามโครงการฯ ไปทดลองใช้ (Try-out) ในโรงเรยี น สเุ หร่าปากคลอง 20 สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาฉะเชงิ เทรา เขต 1 กบั ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา ครผู สู้ อน คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้นื ฐาน จานวน 24 คน นักเรยี นและผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสเุ หร่า ปากครอง 20 จานวน 30 คน ทีไ่ มใ่ ช่กลุ่มตัวอย่างในการประเมินคร้งั นี้ เพ่ือหาคา่ อานาจจาแนกโดยการวิเคราะห์ ค่าสมั ประสิทธส์ิ หสมั พันธ์รายข้อรายรวม (Item-total correlation) ใช้สูตรสัมประสิทธ์สิ หสัมพันธ์อย่างง่าย ของเพียร์สนั (Pearson’s simple correlation) และหาคา่ ความเชอื่ ม่นั ของแบบสอบถามแบบประเมินท้ัง ฉบับ โดยใชส้ ตู รการหาค่าสมั ประสิทธิอ์ ัลฟา (Alpha coefficient) ของครอนบัค (Cronbach, 1974) 2. แบบสัมภาษณ์ความเห็นต่อโครงการฯ จานวน 2 ฉบับ มกี ารสรา้ งและหาคุณภาพ ดังนี้ 2.1 ศกึ ษารปู แบบของเคร่ืองมือที่จะใช้เป็นแบบสมั ภาษณ์แบบมโี ครงสรา้ งแบบปลายเปิด 2.2 สร้างแบบสัมภาษณแ์ บบมีโครงสร้างแบบปลายเปดิ (Open ended) 2.3 นาแบบสัมภาษณท์ ้ัง 2 ฉบบั ไปขอความอนุเคราะหจ์ ากผ้ทู รงคุณวุฒิจานวน 5 คน ชุดเดมิ ตรวจสอบความเท่ียงด้านเน้อื หา (Content validity) 2.4 ปรบั ปรงุ แบบสมั ภาษณ์ตามขอ้ เสนอแนะของผู้ทรงคุณวฒุ ิ 2.5 จัดพิมพแ์ บบสมั ภาษณไ์ วเ้ กบ็ รวบรวมขอ้ มลู ต่อไป 3. การสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจต่อโครงการฯ มกี ารสรา้ งและหาคุณภาพ ดงั น้ี 3.1 ศกึ ษารายละเอยี ดของโครงการ คานยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ เอกสารแนวทางการดาเนนิ งาน ตามโครงการฯ งานวิจยั ท่ีเกยี่ วขอ้ งกับความพึงพอใจต่อโครงการ เพื่อกาหนดประเด็นการเขียนคาถาม 3.2 ศึกษาการเขียนข้อคาถาม และการสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจจากเอกสารคานิยาม ศพั ทเ์ ฉพาะ และหนงั สอื ท่ีเกย่ี วข้อง 3.3 สร้างขอ้ คาถามให้ครอบคลุมเนื้อหาการสอบถามความพงึ พอใจท่เี ก่ยี วข้องกบั โครงการฯ ประเด็นความคิดเห็นของผูร้ ว่ มโครงการทุกคน ผปู้ ระเมินจึงออกแบบแบบสอบถามความพึงพอใจทเี่ ก่ยี วข้อง กบั โครงการฯ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดบั ได้แก่ มากทสี่ ดุ มาก ปานกลาง น้อย และน้อยทีส่ ุด 3.4 นาแบบสอบถามความพึงพอใจตอ่ โครงการฯ ไปหาความเทย่ี งตรงเชิงประจกั ษ์ (Face validity) โดยให้ผู้ทรงคณุ วุฒิ 5 คนชุดเดมิ ตรวจสอบและประเมนิ คุณภาพเชงิ เน้ือหา และความเหมาะสม ของภาษาท่ีใช้ และตรวจสอบความสอดคล้อง (IOC) เนือ้ หาคาถามกับนิยามศพั ทเ์ ฉพาะ 3.5 นาแบบสอบถามให้ผทู้ รงคณุ วฒุ ิท้งั 5 คน ประเมนิ ความสอดคล้องของแบบสอบถาม ความพงึ พอใจตอ่ โครงการฯ โดยการหาคา่ ดัชนีความสอดคลอ้ ง IOC (Item of objective congruence) ว่ามคี วามเหมาะสมตามรายการในแบบประเมนิ ความสอดคล้อง
10 3.6 นาแบบสอบถามความพึงพอใจตอ่ โครงการฯ มาปรบั ปรงุ แก้ไขใหส้ มบรู ณ์ยิง่ ข้นึ 3.7 นาแบบสอบถามความพึงพอใจต่อโครงการการปอ้ งกันและแก้ปัญหายาเสพตดิ ของ โรงเรยี นสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ไปทดลองใช้ (Try-out) ในโรงเรียนสุเหรา่ ปากคลอง 20 สานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาฉะเชิงเทรา เขต 1 กับผบู้ ริหารสถานศึกษา ครูผ้สู อน จานวน 17 คน เพ่ือหาค่าอานาจจาแนก โดยการวเิ คราะห์ค่าสมั ประสทิ ธส์ิ หสัมพันธร์ ายขอ้ รายรวม (Item-total correlation) ใชส้ ตู รสมั ประสิทธิ์สหสัมพนั ธ์อย่างง่ายของเพียร์สนั (Pearson’s simple correlation) และหาค่าความเชื่อมั่น ของแบบสอบถามท้ังฉบบั โดยใช้สูตรการหาค่าสัมประสิทธอ์ิ ัลฟา (Alpha coefficient) 3.8 นาแบบสอบถามความพึงพอใจตอ่ โครงการฯ ที่มคี วามเช่อื ม่นั ไปใช้ในการประเมิน หลงั ส้ินสุดโครงการ 4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปอ้ งกนั ตนเองจากยาเสพติดของนักเรียนโรงเรยี นสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) ใช้วเิ คราะห์รายละเอยี ดเก่ียวกับนยิ ามศพั ท์เฉพาะพฤติกรรมทเ่ี ป็นผลจากการปฏิบตั ิ ตามการดาเนนิ โครงการ ซ่งึ เปน็ พฤติกรรมที่พงึ ประสงค์ มีการสร้าง ดงั น้ี 4.1 ศึกษารายละเอียดของโครงการ เอกสารแนวทางการดาเนนิ งานตามโครงการฯ งานวจิ ัยท่ี เกีย่ วข้องกบั การดาเนินโครงการฯ เพอื่ กาหนดประเด็นการเขยี นข้อสังเกต 4.2 ศึกษาการเขียนข้อคาถาม และการสร้างแบบสงั เกตจากเอกสารและหนงั สือท่ีเก่ียวข้อง 4.3 สรา้ งขอ้ คาถามใหค้ รอบคลุมเนื้อหาการสงั เกตทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั พฤตกิ รรมการป้องกันตนเอง จากยาเสพตดิ ของนักเรียนทุกระดบั ช้นั ผสู้ งั เกต คือ ผ้ปู ระเมินและครูผูส้ อนประจาชนั้ ทุกคนแบบสังเกตทสี่ รา้ ง ขึ้นเป็นแบบมาตราสว่ นประมาณคา่ 5 ระดับ ไดแ้ ก่ มากท่สี ุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยท่ีสุด 4.4 นาแบบสงั เกตไปหาความเท่ียงตรงเชงิ ประจกั ษ์ (Face validity) โดยให้ผู้ทรงคณุ วุฒิ 5 คน ชุดเดมิ ตรวจสอบและประเมินคณุ ภาพเชงิ เนื้อหา และความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้ และตรวจสอบความ สอดคล้อง (IOC) เน้ือหาคาถามกบั นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ 4.5 นาแบบสงั เกตใหผ้ ทู้ รงคุณวฒุ ทิ ง้ั 5 คน ประเมินความสอดคล้องของแบบสังเกตพฤตกิ รรม การปอ้ งกนั ตนเองจากยาเสพติดของนักเรยี น โดยการหาค่าดชั นีความสอดคล้อง IOC (Item of objective congruence) ว่ามคี วามเหมาะสมตามรายการในแบบประเมนิ 4.6 นาแบบสงั เกตมาปรบั ปรุงแกไ้ ขให้สมบูรณ์ย่งิ ขึ้น ตามข้อเสนอแนะของผทู้ รงคณุ วฒุ ิ 4.7 นาแบบสังเกตพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากยาเสพติดของนักเรยี นโรงเรียนสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) ไปทดลองใช้ (Try-out) กบั นักเรียนโรงเรยี นสุเหรา่ ปากคลอง 20 จานวน 12 คน (นกั เรียน ป1-6 ชน้ั ละ 2 คน) ผูส้ งั เกต ได้แก่ ผู้ประเมินและครูประจาชนั้ 4.8 นาแบบสังเกตพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากยาเสพติดของนักเรยี นโรงเรยี นสเุ หรา่ สมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ที่มคี ุณภาพ ไปใช้ในการสังเกตหลังส้ินสดุ โครงการฯ กับกล่มุ ตวั อย่างกล่มุ ท่ี 9 ตอ่ ไป 5. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน “ความรเู้ กย่ี วกับการป้องกนั และแก้ไขปัญหายาเสพติด” มขี ้ันตอนการสรา้ ง ดังนี้ 5.1 ศึกษาวัตถุประสงคแ์ ละเนื้อหาสาระจากโครงการการป้องกันและแก้ปญั หายาเสพตดิ ของ โรงเรียนสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15)
11 5.2 สร้างตารางทว่ี ิเคราะห์วัตถุประสงคแ์ ละเน้ือหาสาระ “การป้องกันและแกป้ ัญหายาเสพติด” เพ่อื สร้างแบบทดสอบความรู้ จานวน 2 ฉบบั (นาไปใช้กบั นักเรียนชน้ั ป.3-4 และชัน้ ป.4-1 กล่มุ ละ 1 ฉบบั ) 5.3 ร่างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน“การป้องกนั และแกป้ ัญหายาเสพติด”ฉบับละ จานวน 15 ข้อ ตอ้ งการใชจ้ ริง ฉบับละ 10 ข้อ 5.4 นาร่างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น “การป้องกนั และแก้ปญั หายาเสพติด” ทีเ่ ป็น แบบทดสอบแบบเลอื กตอบ 4 ตวั เลอื ก โดยใหผ้ ู้ทรงคณุ วฒุ ิชุดเดิม ตรวจสอบและประเมินคุณภาพเชงิ เนื้อหา และความเหมาะสมของภาษาที่ใช้ และทาการวเิ คราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้องของเครื่องมือ (IOC) 5.5 นาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียน “การป้องกันและแกป้ ัญหายาเสพตดิ ” ใช้กับ นักเรยี นระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3-4 และช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5-6 โรงเรียนสเุ หร่าปากคลอง 20 ท่ีไม่ใช่ กล่มุ ตัวอย่าง จานวน 2 กลุม่ ๆ ละ 30 คน เพือ่ หาคา่ ความยากง่ายและค่าอานาจจาแนก 5.6 นาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น“การป้องกันและแกป้ ัญหายาเสพตดิ ” ใช้เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู กบั นักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3-4 และชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5-6 ของโรงเรียนสุเหร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ต่อไป 6. การสร้างแบบวดั เจตคติต่อโครงการการแก้ไขและป้องกันยาเสพติด ผู้ประเมินดาเนนิ การสรา้ ง ดงั น้ี 6.1 ผู้ประเมนิ ศกึ ษาตาราเอกสารและงานวจิ ัยทีเ่ กย่ี วข้องกับเจตคติต่อการแกไ้ ขและปอ้ งกันยาเสพตดิ 6.2 ผ้ปู ระเมินศกึ ษาแบบสอบถามท่เี กี่ยวขอ้ งกบั เจตคตขิ อง วรรณา ขาวนิ่ม (2548) 6.3 ผู้ประเมนิ ไดส้ รา้ งแบบสอบถามเจตคตติ ่อโครงการการแก้ไขและป้องกนั ยาเสพติด โดยนาแนวคิดที่ไดจ้ ากข้อ 6.1 และ 6.2 มาประยกุ ต์ 6.4 ผปู้ ระเมินนาแบบสอบถามเจตคตติ ่อการแก้ไขและป้องกันยาเสพติดทส่ี ร้างข้นึ จานวน 30 ข้อ ไปหาความเที่ยงตรงโดยให้ผทู้ รงคุณวฒุ ิชดุ เดิม จานวน 5 คน ข้อความในแบบสอบถามท่ีสรา้ งขึ้นใหส้ อดคลอ้ ง กบั นิยามศัพท์เฉพาะ แลว้ ผู้ประเมินนามาปรับปรงุ แก้ไขตามขอ้ เสนอแนะของผูท้ รงคุณวุฒิ 6.5 ผปู้ ระเมินนาแบบสอบถามท่สี รา้ งขนึ้ และไดป้ รับปรุงแลว้ นน้ั ไปทดลองใช้ (Try out) กับนักเรยี นของโรงเรียนสเุ หร่าปากคลอง 20 ที่มิใช่กล่มุ ตวั อยา่ งชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3-6 ช้นั ละ 10 คน รวม 40 คน แลว้ นาแบบสอบถามมาตรวจให้คะแนนเพื่อหาคา่ อานาจจาแนกโดยการวเิ คราะหค์ า่ สัมประสิทธ์ิ สหสัมพนั ธ์รายข้อรายรวม (Item-total correlation) ใชส้ ตู รสมั ประสทิ ธ์สิ หสมั พนั ธ์อย่างงา่ ยของเพยี ร์สนั (Pearson’s simple correlation) และหาค่าความเชือ่ ม่ันของแบบสอบถามทั้งฉบบั โดยใชส้ ูตรการหา คา่ สัมประสิทธิ์อลั ฟา (Alpha coefficient) ของครอนบัค (Cronbach, 1974) 6.6 ผู้ประเมินนาแบบสอบถามที่คดั เลือกแลว้ ในข้อ 6.5 จานวน 30 ข้อ มาหาคา่ ความเชือ่ มน่ั (Reliability) โดยหาค่าสมั ประสทิ ธิ์แอลฟา (-Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) การดาเนินการประเมิน และเก็บรวมรวมขอ้ มูล ผู้ประเมินได้ดาเนนิ การประเมินและการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ตามข้ันตอน ดังนี้ 1. จัดประชมุ ชแี้ จงคณะกรรมการเพือ่ กาหนดขอบเขตและผ้รู บั ผดิ ชอบตามโครงการฯ 2. ดาเนินการสมั ภาษณ์โดยใช้แบบสมั ภาษณ์ฉบับท่ี 1 กับกล่มุ ผใู้ ห้ข้อมลู กลมุ่ ท่ี 2
12 3. นาแบบสอบถามความคดิ เห็นไปเกบ็ ขอ้ มูลจาก ครู คณะกรรมการดาเนินโครงการนักเรยี น ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3-6 ผู้ปกครองนักเรยี น (สดั สว่ น 1: 1) และคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พื้นฐาน ตามระยะการดาเนินการ 3 ระยะ คือ 3.1 ประเมนิ ก่อนดาเนนิ โครงการฯ ระยะเวลา 1 เดือน ดงั น้ี 1. เกบ็ รวบรวมข้อมูลสภาพ ปจั จบุ ันและสภาพท่ีพึงประสงคข์ องการดาเนินโครงการทง้ั 7 ดา้ น โดยใชแ้ บบสอบถามกับกล่มุ ตวั อย่าง ทุกกลุม่ ยกเว้นนักเรยี น 2. เกบ็ ขอ้ มลู ด้านบรบิ ท (Context) โดยใช้แบบสมั ภาษณช์ ุดท่ี 1 กับกลุ่มตวั อยา่ งท่ี 3 3.2 ประเมินระหวา่ งดาเนินโครงกาฯ ระยะเวลา 6 เดือน เป็นการประเมินด้านกระบวนการ (Process) โดยใชแ้ บบสอบถาม ฉบบั ท่ี 2 กับกลมุ่ ตัวอย่าง กลมุ่ ท่ี 4 3.3 ประเมนิ หลังสน้ิ สดุ โครงฯ การระยะเวลา 4 เดอื น คอื สอบถามความคดิ เหน็ การดาเนนิ โครงการฯ ทัง้ 4 ด้าน จากกลุ่มตัวอย่างกลุ่มท่ี 4 และ 2. สอบถามความคดิ เห็นการดาเนนิ โครงการฯ ด้านผลกระทบ (Impact) ดา้ นประสทิ ธผิ ล (Effectiveness) ดา้ นความยั่งยืน (Sustainability) ด้านการถ่ายทอดสง่ ต่อ (Transportability) 4. เกบ็ รวบรวมข้อมลู จากแบบสอบถาม แบบประเมิน แบบสังเกต กลับคืนมาครบทุกฉบบั คดิ เป็น ร้อยละ 100 5. ดาเนนิ การสัมภาษณผ์ ูป้ กครองนักเรียนและคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน 6. นาข้อมลู ที่ไดม้ าไปวิเคราะหผ์ ลของข้อมูล และหาค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และนาไป เทียบกบั เกณฑ์ทกี่ าหนดเพื่อนาเสนอตอ่ ไป 7. ดาเนินการสอบถามความพึงพอใจของกลุ่มตวั อยา่ งตามท่ีกาหนดดว้ ยแบบสอบถามความพึงพอใจ 8. เกบ็ รวบรวมข้อมลู จากแบบสอบถามความพึงพอใจกลับคนื มาครบทกุ ฉบับ คดิ เปน็ ร้อยละ 100 9. นาข้อมลู ท่ีได้มาไปวเิ คราะหผ์ ลของข้อมูล และหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน และนาไป เทยี บกับเกณฑ์ท่กี าหนดเพื่อนาเสนอ 10. ทดสอบความรู้และวดั เจตคตเิ กย่ี วกับการป้องกันและแกป้ ัญหายาเสพตดิ ของนักเรียน 11. จัดประชุมเพื่อสรุปผลการดาเนินงานโครงการฯ และรายงานผลการประเมนิ ตามโครงการฯ ต่อไป สถิติที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมูล 1. สถิตพิ ้นื ฐาน ได้แก่ คา่ เฉล่ยี ร้อยละ (%) ค่าเฉลยี่ ( X ) และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D) 2. การทดสอบสมมติฐานใชส้ ถิตคิ า่ t-test dependent sample 3. การหาค่าดัชนคี วามต้องการจาเป็น (Priority needs index) เพ่ือจดั ลาดับความต้องการจาเปน็ โดยการคานวณจากสูตรต่อไปนี้ (สุวิมล ว่องวาณชิ , 2558) PNImodified = (I D) D = (I= …ท่คี าดหวัง ; D =.. ท่เี ป็นจริง) ผลการประเมิน ตอนที่ 1 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูลตามวตั ถุประสงค์ข้อที่ 1 การวเิ คราะห์ระยะที่ 1 ผลการประเมินก่อนดาเนนิ โครงการการปอ้ งกนั และแก้ปัญหายาเสพติด ของโรงเรยี นสเุ หรา่ สมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) ไดแ้ ก่ 1) ผลการประเมินความคิดเหน็ ของครู คณะกรรมการ
13 ดาเนนิ โครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และผู้ปกครองนกั เรียนต่อสภาพปจั จบุ นั และสภาพ ทีพ่ งึ ประสงค์ของการดาเนนิ โครงการฯ พบว่า ความความคิดเห็นต่อสภาพปัจจุบนั ของโครงการฯ ท้งั 7 ดา้ น ในภาพรวมมีความคดิ เหน็ ระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายดา้ นพบว่าด้านผลกระทบมีความคดิ เห็นใน ระดับมาก นอกน้ันมีความคดิ เห็นในระดับปานกลางทุกด้าน ส่วนคา่ เฉลยี่ ความความคิดเห็นตอ่ สภาพที่พงึ ประสงค์ ของโครงการฯ ในภาพรวมมีความคิดเห็นระดับมากท่ีสดุ และเม่ือพจิ ารณาเป็นรายด้านมคี วามคิดเห็นระดบั มากที่สดุ ทุกด้าน 2) ผลการวเิ คราะหค์ วามต้องการจาเป็น (Need assessment) โดยนาขอ้ มูลผลการศึกษา สภาพปจั จุบัน และสภาพที่พึงประสงคใ์ นขอ้ 1) มาหาคา่ ดชั นคี วามตอ้ งการจาเปน็ (Priority needs index) เพ่ือจัดลาดับความต้องการจาเป็นของโครงการฯ ท้งั 7 ดา้ น ลาดับความต้องการจาเป็นในการดาเนนิ โครงการฯ เรยี งลาดับความต้องการจาเป็นจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ดา้ นการถ่ายทอดส่งต่อ ด้านความย่ังยืน ด้านประสิทธผิ ล ดา้ นกระบวนการ ด้านผลกระทบ ด้านปัจจยั นาเข้า และด้านบริบท ผลการสัมภาษณ์คณะกรรมการดาเนินโครงการ จานวน 12 คน เป็นการสอบถามก่อนการดาเนินโครงการฯ ในด้านบริบทสรปุ 3 ประเด็นแรก ได้แก่ (1) ควรมี การกาหนดบทบาทหนา้ ทีแ่ บ่งงานไวช้ ดั เจน และทาอยา่ งเป็นระบบ (2) หนงั สอื ตา่ ง ๆ ทีเ่ ป็นความร้เู พม่ิ เติมมี น้อยมาก และ (3) คุณสมบตั ิของครผู ้สู อนและบุคลากรในโรงเรยี นมคี วามเหมาะสมเพราะสว่ นใหญเ่ ปน็ ครูที่มี ความรคู้ วามสามารถและประสบการณใ์ นหลกั การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดเป็นอย่างดี ส่วนดา้ นปัจจัย นาเขา้ สรุป 3 ประเด็นแรก ได้แก่ (1) นกั เรียนสว่ นใหญม่ ีจติ สานึกในการป้องกนั และแกป้ ัญหายาเสพตดิ มีความ กระตือรอื รน้ และมีพฤติกรรมเปลย่ี นแปลงไปในทางทดี่ ีขึ้น (2) นกั เรียนสามารถนาความรู้ท่ีได้รับจากการเรียนไปใช้ ในชวี ติ ประจาวันได้ และ (3) นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ ก่ียวกับการป้องกนั ยาเสพตดิ ไปปฏิบตั ิไดแ้ ละสามารถ แนะนาบุคคลอ่นื ได้ ผลการวิเคราะห์ระยะที่ 2 การประเมินระหว่างการดาเนนิ งานโครงการฯ ในดา้ นกระบวนการ 4) ผลการวิเคราะห์การประเมินระหวา่ งการดาเนินงานโครงการฯ ในดา้ นกระบวนการตามความคดิ เหน็ ของ คณะกรรมการดาเนินโครงการ โดยรวมอย่ใู นระดบั มากทสี่ ดุ เมอ่ื พจิ ารณาเป็นรายขอ้ มีความคดิ เห็นในระดบั มากท่สี ุด จานวน 31 ข้อ เรยี งลาดับค่าเฉล่ียความคดิ เหน็ จากมากไปหานอ้ ย 2 ลาดบั แรก ได้แก่ (1) ฝึกอบรมครู ผ้ปู กครอง นกั เรยี นใหด้ ูแลนักเรยี นโดยไม่ใหไ้ ปยุ่งเกี่ยวกบั ยาเสพตดิ และ (2) ให้ติดตามเอาใจใสน่ กั เรียนที่มีพฤติกรรมเส่ียง อยา่ งต่อเนือ่ งและจรงิ จงั ผลการวิเคราะหร์ ะยะที่ 3 การประเมินผลหลงั การดาเนนิ งานโครงการฯ ไดแ้ ก่ 5) ผลการประเมินความคิดเห็นของคณะกรรมการดาเนนิ โครงการหลังการดาเนนิ งานโครงการฯ ทัง้ 4 ดา้ น พบวา่ ความคิดเหน็ โดยรวมอยู่ในระดับมากทสี่ ดุ เมื่อพิจารณาเป็นรายดา้ น มีความคิดเห็นในระดับมากจานวน 1 ด้าน ไดแ้ ก่ ด้านความยงั่ ยนื (Sustainability) ส่วนดา้ นอนื่ นอกจากน้ีมีความคดิ เหน็ ในระดับมากท่ีสุดทุกด้าน 6) ผลการประเมนิ ความคิดเห็นของผปู้ กครองนักเรยี นและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้นื ฐานหลงั การดาเนินงาน โครงการการป้องกันฯ ทง้ั โดยรวมและรายดา้ นอยูใ่ นระดับมากที่สุด เรยี งตามลาดับคา่ เฉล่ยี จากมากไปหาน้อย ดงั นี้ ดา้ นผลกระทบ ด้านการถา่ ยทอดสง่ ตอ่ ดา้ นความยัง่ ยืน และดา้ นประสิทธิผล 7) ผลการประเมนิ ความ คดิ เห็นของนกั เรียนหลังการดาเนินงานโครงการฯ ทงั้ โดยรวม และรายดา้ นอยใู่ นระดับมากทส่ี ดุ เรยี งลาดับ ตามคา่ เฉลย่ี จากสูงไปหาตา่ ดังน้ี ดา้ นประสทิ ธิผล ด้านผลกระทบ ดา้ นการถา่ ยทอดส่งต่อ และดา้ นความย่ังยนื ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ตามวัตถุประสงค์ข้อท่ี 2 1. ผลการทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนก่อนและหลงั เรียนเรือ่ ง “การปอ้ งกนั และแกป้ ัญหา ยาเสพตดิ ” กลุ่มแรกนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3-4 จานวน 13 คน โดยรวมคะแนนก่อนเรียน ได้ร้อยละ
14 46.47 หลังเรียนได้คะแนน ร้อยละ 82.35 เม่ือจาแนกเป็นชน้ั เรียนปรากฏว่า ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 มผี ลการเรียน หลงั เรยี น คิดเป็นรอ้ ยละ 74.28 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 มีผลการเรียน คดิ เป็นร้อยละ 88.00 กลมุ่ ทส่ี อง นักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5-6 จานวน 17 คน โดยรวมคะแนนก่อนเรียน ได้ร้อยละ 45.83 หลังเรยี น ได้คะแนน รอ้ ยละ 91.25 เม่อื จาแนกเปน็ ชนั้ เรียนปรากฏว่าช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 มีผลการเรียนหลังเรียน คดิ เป็นร้อยละ 94.44 และชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 มีผลการเรียน คิดเป็นร้อยละ 89.33 2. ผลการประเมนิ เจตคติของนักเรยี นใน 3 ประเดน็ ได้แก่ ด้านความร้เู กีย่ วกับการต้านยาเสพติด ต่อโครงการฯ ดา้ นความรูส้ ึกเกย่ี วกับการต้านยาเสพตดิ และด้านแนวโน้มทจ่ี ะแสดงพฤติกรรมตอ่ โครงการฯ ใช้เกณฑ์การประเมินค่าความหมายเจตคติตามแนวคดิ ของ วิเชยี ร เกตุสิงห์ (2538) ในการวิจัยครัง้ นี้ คา่ เฉลย่ี ทัง้ โดยรวม และเมื่อพิจารณาเป็นรายขอ้ คะแนนเฉลีย่ อยูร่ ะหวา่ ง (X = 4.37-4.69) ซง่ึ แปลความหมายไดว้ ่า นักเรียนมีเจตคติทางบวกต่อการแก้ไขและป้องกนั ยาเสพติดทุกข้อ 3. ผลการสงั เกตพฤติกรรมการปอ้ งกนั ตนเองจากยาเสพติดของนักเรยี นโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมอ่ื พิจารณาเปน็ รายขอ้ มีการปฏบิ ตั ิอย่ใู นระดับมากท่สี ดุ 5 ขอ้ เรยี งลาดบั ตามคา่ เฉล่ียจากสูงไปหาต่าดังนี้ (1) นกั เรียนรักษาสุขภาพดว้ ยการออกกาลงั กาย รับประทานอาหารอย่างเพียงพอกับความตอ้ งการของร่างกาย (2) นักเรียนจะปฏิเสธทันทีเสมอเม่ือเพือ่ นนายาเสพตดิ มาและชวนให้เสพยาเสพติด (3) นักเรียนจะหลีกเลย่ี ง การคบเพอื่ นทเี่ ก่ียวข้องกบั ยาเสพตดิ (4) นักเรยี นไม่เก่ยี วข้องกับยาเสพตดิ เพราะโรงเรยี นมีระเบียบลงโทษ ขนั้ รา้ ยแรง และ 5) นกั เรียนระมัดระวังบุคคลแปลกหน้าทใ่ี หส้ ิง่ ของเพอื่ จูงใจให้ใช้ยาเสพติด 4. ผลการสมั ภาษณ์ความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พื้นฐานและผูป้ กครองนักเรียน หลงั การดาเนนิ งานโครงการ พบวา่ ผใู้ หส้ มั ภาษณเ์ หน็ ด้วยกบั การดาเนนิ โครงการ เกินร้อยละ 50 ทุกข้อ เม่อื พจิ ารณาด้านการบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ของการดาเนินงานโครงการฯ มคี วามถี่ระหวา่ ง 14-21 ข้อเสนอ ขอ้ ท่ีมีความถจี่ ากมากไปหาน้อย 2 ข้อแรก ได้แก่ (1) ชมุ ชนบ้านสมอเอกและชมุ ชนตลาดคลอง 16 ยินดรี ่วม และสนบั สนนุ โครงการฯ และ (2) ท่านตอ้ งการใหโ้ รงเรยี นดาเนนิ การโครงการฯ ต่อไป ส่วนดา้ นคณุ ลกั ษณะ ของนักเรียนตามโครงการฯ พบวา่ มีความถรี่ ะหวา่ ง 15-21 ข้อที่มคี วามถ่จี ากมากไปหาน้อย 2 ข้อแรก ไดแ้ ก่ (1) นกั เรียนเผยแพร่ความรู้การป้องกันและแกป้ ัญหายาเสพตดิ สชู่ มุ ชนบ้านสมอเอกและชมุ ชนบา้ นตลาดคลอง 16 อยา่ งเขม้ แขง็ และ (2) ท่านมีความพึงพอใจต่อการดาเนินการโครงการการปอ้ งกนั และแกป้ ัญหายาเสพติด ของโรงเรยี นสุเหร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ตอนที่ 3 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการดาเนินงานโครงการฯ จาแนกได้ 2 กลุ่ม ดงั น้ี 1) ผลการศกึ ษา ความพึงพอใจต่อการดาเนินงานโครงการฯ ตามความคดิ เหน็ ของครู คณะกรรมการดาเนินโครงการ และ คณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน โดยรวมมคี วามพึงพอใจระดบั มากท่ีสดุ เม่ือพจิ ารณาเป็นรายขอ้ มคี วามพึงพอใจระดับมากทสี่ ุด 17 ข้อ เรียงลาดับคา่ เฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ข้อ ไดแ้ ก่ (1) มีการจัดสรร งบประมาณในการจัดกจิ กรรมตา่ ง ๆ อย่างเพยี งพอ (2) มีการดาเนนิ การทเี่ ปน็ ระบบทาใหก้ ารปฏิบตั ิชดั เจน ตรงวัตถปุ ระสงค์ (3) บ้าน วัด และโรงเรยี นร่วมมือ เอาใจใสด่ ูแล ช่วยเหลอื เด็ก 2) ผลการศึกษาความพึงพอใจ ตอ่ การดาเนนิ งานโครงการตามความคิดเห็นของนกั เรยี นและผูป้ กครองนักเรยี น โดยรวมมคี วามพึงพอใจ ระดับมาก เม่อื พจิ ารณาเป็นรายขอ้ มีความพึงพอใจระดบั มากทส่ี ุด 10 ข้อ เรยี งลาดับค่าเฉล่ียจากมาก
15 ไปหาน้อย 3 ข้อ ได้แก่ (1) มีการจัดหาและจัดสรรงบประมาณในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเพียงพอ (2) มีการดาเนินโครงการท่เี ป็นระบบระเบียบทาให้การปฏบิ ตั ชิ ัดเจนตรงวัตถปุ ระสงค์ (3) การร่วมโครงการ ทาให้มีความคิดสรา้ งสรรค์ คิดสง่ิ ใหม่ ๆ ท่เี กดิ ประโยชนน์ าไปใชก้ ับชีวิตประจาวันในชุมชนบ้านสมอเอก และชมุ ชนตลาดคลอง 16 ตอนที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 4 การวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บคะแนนความร้คู วามเข้าใจในภาพรวมก่อนและหลงั ดาเนนิ โครงการฯ ดงั น้ี 1. ผลการวเิ คราะห์เปรียบเทียบคะแนนความรูค้ วามเขา้ ใจในภาพรวมการป้องกันและแกป้ ญั หา ยาเสพติดก่อนและหลังดาเนนิ โครงการฯ พบวา่ คะแนนเฉลยี่ กอ่ นและหลงั ดาเนนิ โครงการฯ ของนักเรยี น ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3-4 มคี วามแตกต่างกนั อยา่ งมีนัยสาคัญทางสถติ ิท่ี .05 2. ผลการวเิ คราะหเ์ ปรียบเทียบคะแนนความรู้ความเขา้ ใจในภาพรวมการป้องกนั และแก้ปัญหา ยาเสพตดิ ก่อนและหลังดาเนินโครงการฯ พบว่า คะแนนเฉลีย่ ก่อนและหลงั ดาเนนิ โครงการฯ ของนักเรยี น ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5-6 มีความแตกต่างกนั อย่างมนี ยั สาคัญทางสถิติที่ .05 สรปุ ผลการประเมนิ การดาเนนิ งานโครงการการปอ้ งกันและแก้ปัญหายาเสพติดของโรงเรยี นสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ดา้ นบรบิ ท สรปุ วา่ โรงเรียนต้องมีการจดั การทดี่ ีอย่างเป็นระบบและนโยบายโรงเรยี น สอดคลอ้ งกับโครงการท่ีเกย่ี วกบั การจดั กิจกรรมการปอ้ งกันและแกป้ ัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล ด้านปจั จัยนาเขา้ สรุปวา่ เชิญผู้ปกครองนักเรยี น และชุมชน ใหเ้ ข้ามามสี ว่ นร่วมในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมต่าง ๆ ทีโ่ รงเรยี นจดั ขึ้นในทุกข้นั ตอน และควรหางบประมาณ จากแหลง่ อืน่ เพิ่มเติม ด้านกระบวนการ สรุปว่ามกี าร ประชาสัมพนั ธ์ และติดตอ่ ประสานงานกับผเู้ กย่ี วข้องกบั โครงการ รวมถงึ การนิเทศ ตดิ ตามผลการดาเนินงาน และการส่งเสริมให้ทุกคนมสี ว่ นร่วมและเห็นคุณคา่ ของการป้องกนั และแก้ปัญหายาเสพติด มีการเสนอแนะว่า นกั เรียนมีนสิ ยั รักส่ิงแวดล้อม และได้เรยี นรู้การป้องกันและแกป้ ัญหายาเสพติดจากการฝึกปฏบิ ตั จิ รงิ และการเรียนรู้ ทาใหส้ ามารถสรา้ งองคค์ วามรไู้ ด้ดว้ ยตนเอง ด้านผลกระทบ สรุปวา่ ครูมกี ารวางแผน ออกแบบ แผนการจดั การเรยี นรู้ และดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีหลากหลายให้กบั ผู้เรียน ด้านประสิทธิผล สรุปวา่ ผู้เรียนมคี วามรอบรู้ การป้องกันและแกป้ ญั หายาเสพตดิ ด้านรูปลักษณ์ ด้านคุณสมบตั ิ และดา้ นพฤติกรรมการเสพ ด้านความย่ังยนื สรุปว่าผู้เรียนมีจติ สานึกการป้องกนั และแก้ปัญหายาเสพตดิ นาไปใชใ้ นวถิ ชี วี ติ ของตน และเผยแพร่สู่ชมุ ชนอย่าง ต่อเนอ่ื งสบื ไป สว่ นดา้ นการถา่ ยทอดส่งต่อ สรปุ ว่า โรงเรยี นเปน็ แหล่งรวบรวมภูมิปญั ญาทอ้ งถน่ิ เกยี่ วกับการป้องกนั และแกป้ ญั หายาเสพติด เพื่อเปน็ สถานท่ีแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ และเผยแพร่ใหแ้ กผ่ ้เู รยี น ผ้ปู กครอง ชุมชน โรงเรียน สมาชกิ โรงเรียนสขี าว หอ้ งเรยี นสีขาว และหนว่ ยงานอนื่ ๆ ทสี่ นใจ และโรงเรยี นมขี ้อมลู สารสนเทศเก่ียวกับ การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดเผยแพร่ให้แก่ผ้เู ขา้ ศึกษาดงู าน และบนเว็บไซตข์ องโรงเรยี น ขอ้ เสนอแนะ ข้อเสนอแนะสาหรบั ชุมชน 1. ชมุ ชนควรร่วมมือระหวา่ งโรงเรียนกับชุมชน ครู นักเรียน และผ้ปู กครองนักเรียนในการดาเนิน โครงการการป้องกนั และแก้ปัญหายาเสพติดของโรงเรียนสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) 2. ชมุ ชนควรใชโ้ รงเรยี นเปน็ แหล่งข้อมูลการปอ้ งกันและแกป้ ัญหายาเสพติด
16 ข้อเสนอแนะสาหรบั โรงเรยี น 1. โรงเรยี นสเุ หร่าสมอเอก (ธนาคารกรงุ เทพ 15) สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษา ฉะเชงิ เทรา เขต 1 ควรมโี ครงการการป้องกนั และแกป้ ัญหายาเสพตดิ ปีการศึกษา 2564 ต่อไป 2. โรงเรยี นควรเปน็ แหลง่ รวบรวมกลยทุ ธ์การป้องกันและแก้ปญั หายาเสพตดิ และการเกบ็ รักษา เพื่อประโยชนท์ างการศกึ ษา และเผยแพร่สภู่ ายนอก 3. โรงเรียนควรมกี ารเชือ่ มต่อดว้ ยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นการสร้างเครือขา่ ยทางการศึกษา แลกเปล่ยี นขอ้ มูลการเรียนรทู้ รัพยากรท่สี ามารถสื่อสารกันได้ทัว่ ประเทศ 4. โรงเรียนควรใชโ้ ครงการเป็นส่อื ที่ก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกบั ชุมชน ครู นกั เรียน และผปู้ กครองนักเรียน 5. โรงเรยี นควรจัดทาข้อมลู การป้องกันและแกป้ ัญหายาเสพตดิ นาขึ้นเวบ็ ไซต์ เพอื่ เป็นการเผยแพร่ ผลการดาเนินงานโครงการ และเป็นแนวทางในการสร้างเครอื ขา่ ยกบั ทั้งองค์การภายนอกและภายในโรงเรียน ขอ้ เสนอแนะสาหรบั ผบู้ รหิ าร 1. ผู้บรหิ ารควรประเมินโครงการฯ ตอ่ เนื่องทุกปี 2. ผ้บู รหิ ารควรใช้ข้อมูลสารสนเทศสาหรับผู้บรหิ าร ประกอบการตัดสินใจเก่ียวกับการดาเนิน โครงการฯ และนาวิธีการประเมินไปใช้ในโครงการอน่ื ของโรงเรยี นตอ่ ไป .3 ผ้บู รหิ ารควรเข้าใจเห็นประโยชน์และความสาคัญของโครงการฯ 4. ผู้บริหารควรส่งเสริมและสนบั สนนุ ใหค้ รูไดใ้ ชโ้ ครงการการป้องกันและแกป้ ัญหายาเสพตดิ ในการจัดการเรียนรู้ในกิจกรรมการเรยี นการสอนอย่างต่อเน่ืองและให้ถือว่าการใช้โครงการ ในกจิ กรรมการเรียนรู้ ในการเรยี นการสอนเป็นส่วนหน่งึ ของการประเมินความดคี วามชอบประจาปีด้วย 5. ผูบ้ ริหารควรมีการสรา้ งขวญั กาลังใจแกค่ รูโดยเปน็ แบบอย่างทดี่ ี ปรึกษาและช่วยเหลอื ตามความเหมาะสม 6. ผบู้ รหิ ารควรเน้นการดาเนินโครงการฯ โดยการบรหิ ารแบบมีส่วนร่วม เป็นการรว่ มมอื ร่วมคดิ รว่ มปฏิบตั ิกบั ผู้เกย่ี วขอ้ งทกุ คน ข้อเสนอแนะสาหรบั ครู 1. ครโู รงเรยี นสุเหรา่ สมอเอก (ธนาคารกรุงเทพ 15) ควรเตรียมการทจี่ ะเข้ารว่ มโครงการฯ 2. ครคู วรบูรณาการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนสาระ “การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด” กับทกุ กลุม่ สาระวิชา 3. ครูควรศึกษาใหเ้ ขา้ ใจเหน็ ประโยชน์และความสาคัญของโครงการฯ 4. ครคู วรสร้างเครือขา่ ยโครงการการป้องกนั และแกป้ ัญหายาเสพติดเพือ่ ประสานประโยชน์และ แลกเปลย่ี นเรยี นรใู้ นการจดั กิจกรรมต่าง ๆ รว่ มกัน 5. ในการดาเนินงานตามโครงการ ครูควรดาเนนิ การตามคู่มอื ให้ครบทุกขน้ั ตอนและสามารถปรบั กจิ กรรมโครงการให้เหมาะสมและสอดคล้องกบั บริบทของโรงเรียน ข้อเสนอแนะสาหรบั นกั เรยี น 1. นกั เรยี นควรจะมีจิตสานกึ ทดี่ ใี นการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด ก่อให้เกดิ การพัฒนา ทางจิตใจควบคู่ไปกับการเรยี นรู้ ทาใหม้ ีสมาธิในการเรียนการทางานมากข้ึน
17 2. นกั เรียนจะเติบโตเปน็ ผใู้ หญ่ทด่ี ีควรผ่านโครงการฯ 3. นกั เรยี นควรปฏิบตั ิรู้จกั ใช้วธิ กี ารที่มีอยู่รอบตวั รู้จักตงั้ คาถาม หาคาถาม ช่างสังเกตและคน้ คว้า รจู้ กั การป้องกันและแก้ปญั หายาเสพติดต่อไป 4. นกั เรยี นควรเผยแพรค่ วามรู้เกย่ี วกบั การปอ้ งกนั และแก้ปญั หายาเสพติดแกเ่ พื่อนและผู้ปกครอง ตลอดจนผ้เู ก่ยี วข้องกบั นักเรยี นต่อไป ข้อเสนอแนะเพ่อื การประเมินครง้ั ต่อไป 1. ควรศึกษาปัจจยั ท่สี ่งผลต่อความสาเรจ็ ของการดาเนินโครงการการป้องกันและแก้ปญั หายาเสพติด และโครงการอ่ืนทโี่ รงเรยี นรบั ผิดชอบ 2. ทาการประเมนิ โครงการ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการมสี ว่ นรว่ มของคณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพนื้ ฐาน ผูน้ าชุมชน คณะกรรมการประจามัสยดิ ครตู ารวจโครงการ D.A.R.E. และเจา้ หนา้ ทส่ี าธารณสขุ กบั สถานศึกษาเพื่อเปน็ ข้อมูลในการบริหารโครงการ และสร้างความเข้าใจและร่วมมอื ทีด่ ีตอ่ กนั ต่อไป เอกสารอา้ งองิ บญุ ชม ศรสี ะอาด. (2560). การวิจัยเบือ้ งต้น (พมิ พ์ครงั้ ที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวรี ิยาสาส์น. รตั นะ บวั สนธ.์ (2556). รูปแบบการประเมนิ CIPP และ CIPPIEST มโนทัศน์ทีค่ ลาดเคลือ่ นและถูกต้องในการใช้. วารสารศิลปากรศกึ ษาศาสตร์วิจัย, 5(2), 63. วรรณา ขาวนิม่ . (2548). เสรภี าพหนงั สือพมิ พไ์ ทย. อุตรดติ ถ์: มหาวทิ ยาลัยราชภฏั อตุ รดติ ถ์ วเิ ชยี ร เกตสุ งิ ห์. (2538). ค่าเฉล่ยี และการแปลความหมาย. ข่าวสารวจิ ยั ทางการศึกษา, 18(3), 8-11. ศิริชยั กาญจนวาส.ี (2550). การวเิ คราะห์พหุระดบั : Muti-level analysis (พิมพ์คร้ังที่ 4). กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย. สถานีตารวจภธู รฉิมพลี. (2563). รายงานสถติ ิการจับกุมคดียาเสพติดปี พ.ศ. 2563. ฉะเชงิ เทรา: สถานีตารวจภธู ร ฉิมพลี อาเภอบา้ นนา้ เปร้ียว จังหวดั ฉะเชิงเทรา สรุ ศกั ด์ิ หลาบมาลา และรสสุคนธ์ มกรมณ.ี (2551). รูปแบบนวัตกรรมทสี่ ่งเสรมิ การเรียนรู้คณุ ธรรม จริยธรรม ของต่างประเทศ. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร.์ สานกั งานคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามยาเสพตดิ . (2558). แผนยทุ ธศาสตรก์ ารป้องกันและแกไ้ ข ปัญหายาเสพตดิ พ.ศ. 2558-2562. กรงุ เทพฯ: สานักยทุ ธศาสตร์ สานักงานคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามยาเสพตดิ . อทุ ัย ดลุ ยเกษม. (2552). ยทุ ธศาสตร์ สันตวิ ธิ ีกบั กระบวนทัศน์ การแก้ปัญหาความรุนแรงในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้. สงขลา: มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร.์ Cronbach, L. J. (1974). Essential of psychological. New York: Paper & Row. Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: