ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส) สื่อสร้างสรรค์ ธุรกิจดิจิทัล 30204-2102 digital Business creative media วี ร ะ ศั ก ดิ์ เ ง า ง า ม
คำอธิบายรายวิชา คำอธิบายรายวิชา ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการและกระบวนการคิดสื่อ สร้างสรรค์ทางธุรกิจ องค์ประกอบและรูปแบบของสื่อดิจิทัล เทคนิคการสร้างสรรค์ สื่อข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง วิดีโอ ตามแนวคิด กลยุทธ์ เนื้อหาและการออกแบบให้ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจผลิตสื่อสร้างสรรค์ทาง ธุรกิจโดยใช้เครื่องมือดิจิทัลให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของธุรกิจ ที่กำหนด จุดประสงค์รายวิชา 1.เข้าใจหลักการ กระบวนการคิดสื่อสร้างสรรค์ทางธุรกิจ 2.สามารถผลิตสื่อสร้างสรรค์ทางธุรกิจ 3.มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีในการปฏิบัติงานด้วยความรับผิด ชอบ ซื่อสัตย์ ละเอียด รอบคอบ สมรรถนะรายวิชา 1.แสดงความรู้ หลักการกระบวนการคิดสื่อสร้างสรรค์ทาง ธุรกิจ 2.ออกแบบสื่อสร้างสรรค์ทางธุรกิจ 3. ผลิตสื่อสร้างสรรค์ทางธุรกิจ
สื่อดิจิทัล หมายถึง สื่อที่มีการนำเอาข้อความกราฟิกภาพเคลื่อนไหว เสียงมาจัดรูปแบบโดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ สื่อสารทางออนไลน์ สื่อผสม หมายถึงสื่อมัลติมีเดียที่ต้องอาศัยการใช้ คอมพิวเตอร์แสดงผลเป็นลักษณะการผสมสื่อหลายชนิดเข้า ด้วยกันโดยเน้นที่การเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้เห็นได้เลือกก่อนนำ มาใช้
สื่อดิจิตอล เป็นรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ มีข้อมูลถูกเก็บไว้ในระบบดิจิตอล
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การออกแบบชิ้นงานนำเสนอด้วยสี่อดิจิทัล หสล่ัวกนกใาหรญอ่จอะกมีแวิธบีกบากราดัรงนนี้ำเ สนอด ้วยส่อธุรกิจดิจิทัล 1. ) ความเรียบง่ายจัดทำสไลด์ให้ดูเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะ ทำได้ 2. ) มีความคงตัว: ในการนำเสนอสไลด์ซึ่งเป็นเนื้อหาใน เรื่องเดียวกัน 3. ) ใช้ความสมดุล: การออกแบบส่วนประกอบของ สไลด์ให้มีลักษณะของความสมดุลที่เลือกใช้ให้เหมือนกัน เพื่อความคงตัว 4. ) มีแนวคิดเดียวในสไลด์แต่ละแผ่น: สไลด์แผ่นหนึ่ง ๆ ต้องเป็นเนื้อหาของแต่ละแนวคิดเท่านั้น 5. ) สร้างความกลมกลืน: ใช้แบอักษรและภาพกราฟิกให้ เหมาะสมกับลักษณะของเนื้อหา 6. ) แบบอักษรไม่ใช่อักษรมากกว่า 2 แบบในสไลด์เรื่อง หนึ่ง 7. ) เนื้อหาและจุดนำข้อความ: ข้อความในสไลด์ควรเป็น เฉพาะหัวข้อหรือเนื้อหาสำคัญเท่านั้น 8. ) เลือกใช้กราฟิกอย่างระมัดระวัง: การใช้กราฟิกที่ เหมาะสมจะสามรถเพิ่มการเรียนรู้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 9. ) ความคมชัดของภาพควรใช้ภาพในรุปแบบ JPEG ที่ มีความคมชัดปานกลาง 10. ) เลือกต้นแบบสไลด์และแบบอักษรที่เหมาะสมกับ อุปกรณ์ร่วม: เนื่องจากการนำเสนอต้องมมีการเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์เข้ากับอุปกรณ์ร่วม
รูปที่ 1 หลักการออกแบบการนำเสนอ ด้วยธุรกิจดิจิทัล รูปที่ 2 หลักการออกแบบการนำเสนอ ด้วยธุรกิจดิจิทัล
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การใช้งานโปรแกรมนำเสนอด้วยสื่อดิจิทัล หลักการนำเสนอข้อมูลแ ละสร้างสื่อนำเสนอ การนำเสนองานหรือผลงานนั้น สื่อนำเสนอเปรียบเสมือน สะพานเชื่อมเนื้อหา ของผู้บรรยายไปยังผู้ฟั งและผู้ชม ดัง นั้นสื่อจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมาก สื่อที่ดี จะช่วยให้การ ถ่ายทอดเนื้อหาสาระทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้ฟั งและผู้ ชมจะสามารถ จดจำเนื้อหาสาระได้นานและเข้าใจใน เนื้อหาได้ดีมากขึ้น ความหมายการนำเสนอ การนำเสนอ ข้อมูล หมายถึง การสื่อสารเพื่อเสนอข้อมูล ความรู้ ความ คิดเห็น หรือความต้องการไปสู่ผู้ชม ผู้ฟั งโดยใช้เทคนิค หรือวิธีการต่าง ๆ อันจะทำให้บรรลุ ผลสำเร็จตามจุดมุ่ง หมายของการนำเสนอ รูปที่ 3 การใช้งานโปรแกรมนำเสนอ ด้วยสื่อดิจิทัล
จุดมุ่งหมายในการนำเสนอ 1. เพื่อให้ผู้ชมผู้ฟั งรับเข้าใจสาระสำคัญของการนำเสนอ ข้อมูล 2. เพื่อให้ผู้ชมผู้ฟั งเกิดความประทับใจและนำไปสู่ความ เชื่อถือในข้อมูลที่นำเสนอ รูปที่ 4 จุดมุ่งหมายในการนำเสนอ
หลักการพื้นฐานของการนำเสนอผลงาน ส่วนใหญ่จะมีวิธีการดังนี้ 1)การดึงดูดความสนใจ:โดยการออกแบบให้สิ่งที่ ปรากฏต่อสายตานั้นชวนมองและมีความสบายตา สบายใจขึ้นเมื่อชมการนำเสนอ 2) ความชัดเจนและความกระชับของเนื้อหา: ส่วนที่เป็น ข้อความต้องสั้น แต่ได้ใจความชัดเจนส่วนที่เป็นภาพ ประกอบต้องมีส่วนสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับ ข้อความ 3) ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย: เช่นกลุ่มเป้าหมาย เป็นเด็กการใช้สีสด ๆ และภาพการ์ตูนมีความเหมาะสม แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใหญ่และเนื้อหาที่นำเสนอเป็น เรื่องวิชาการหรือธุรกิจการใช้สีสันมากเกินไปและการ ใช้รูปการ์ตูนอาจทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือเพราะขาดภาพ ลักษณ์ของการเอาจริงเอาจัง รูปที่ 5 การดึงดูดความสใจ
หลักการเลือกซอฟต์แวร์และหลักการนำ เสนอผลงานโดยใช้ซอฟต์แวร์มีดังนี้ 1) ทำความเข้าใจกับงานที่เราต้องการนำเสนอก่อนการ เลือกระบบสารสนเทศมาใช้ในการนำเสนองานนั้นเรา ต้องเข้าใจถึงลักษณะงานที่เราต้องการนำเสนอก่อนว่า เป็นงานในลักษณะใดเช่นเป็นข้อความหรือมีการ คำนวณหรือเป็นงานที่เกี่ยวกับการค้นการเก็บรักษา ข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกระบบสารสนเทศที่ เหมาะสมกับงานนั้น ๆ 2) เลือกโปรแกรมสำเร็จรูปมา ใช้เมื่อทราบลักษณะของงานที่ต้องการนำเสนอแล้วเรา จะเลือกระบบสารสนเทศที่เหมาะสมกับการนำเสนอ งานนั้นงานบางอย่างเราอาจใช้ระบบสารสนเทศในกา รนํเสนอได้หลายอย่างเราอาจต้องเลือกว่าจะใช้ระบบ ใดผู้ใช้ต้องมีความเข้าใจในความสามารถของระบบนั้น โดยเฉพาะในส่วนของซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมว่า แต่ละโปรแกรมมีความสามารถใดบ้างเราอาจจะต้อง ทำการประเมินว่าโปรแกรมใดมีความเหมาะสมเพียงใด แล้วจึงเลือกโปรแกรมที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุด
3) จัดหาเครื่องมือตามความต้องการของซอฟต์แวร์ หรือโปรแกรมแต่ละโปรแกรมมี่ความสามารถไม่เหมือน กันขนาดของโปรแกรมก็ไม่เท่ากันทำให้ความต้องการ ของฮาร์ดแวร์ในการทำงานตามโปรแกรมนั้นแตกต่าง กันในคู่มือการใช้งานโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์นั้นจะ บอกข้อกำหนดของฮาร์ดแวร์ที่ต้องการสำหรับการใช้ งานไว้ว่าจะต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้างเราจะต้อง จัดหาฮาร์ดแวร์ให้ได้ตามข้อกำหนดนั้นเพื่อให้สามารถ ใช้งานซอฟต์แวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับระบบ โปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์นั้นส่วน ใหญ่สามารถนำมาใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์มาตรฐาน ที่มีขายทั่วไปได้เลยยกเว้นอุปกรณ์ประเภทเครื่องพิมพ์ ที่อาจเลือกได้ตามความต้องการว่าเป็นเครื่องพิมพ์สี ขาว / ดำหรือหลายสีจอภาพจะใช้ขนาดใหญ่ที่นิ้วหรือ ฮาร์ดดิสก์ที่อาจต้องดูขนาดความต้องการว่าซอฟต์แวร์ มี่ขนาดเท่าใดและฮาร์ดดิสก์จะพอใช้หรือไม่เพราะใน ไมโครคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องนั้นเรามักจะบรรจุ โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ไว้หลายชนิดและปริมาณแฟ้ม ข้อมูลที่มีอยู่เดิมอาจมากจนกระทั่งพื้นที่ที่เหลือไม่เพียง พอต่อการใช้งานโปรแกรมสำเร็จรูปใหม่นั้น
4) การใช้งานโปรแกรมในการใช้งานนั้นนอกาจากผู้ใช้ จะต้องทำความเข้าใจการทำงานของฮาร์ดแวร์ว่าใช้ งานอย่างไรแล้วรายละเอียดการใช้งานซอฟต์แวร์ก็ เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้จะต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อน การใช้งานส่วนใหญ่จะศึกษาจากคู่มือของโปรแกรม สำเร็จรูปนั้นเพื่อความเข้าใจในความสามารถก่อนปกติ แล้วคู่มือการใช้งานมาจากเจ้าของผู้ผลิตซอฟต์แวร์ซึ่ง มักจะอธิบายถึงความสามารถตามฟั งก์ชั่นที่มีอยู่ แต่มัก จะไม่ค่อยมีตัวอย่างการประยุกต์ใช้ผู้ใช้ต้องทดลองเอง จึงได้มีผู้ที่มีความรู้ความสามารถในโปรแกรมนั้น ๆ ทำ คู่มือการใช้งานในลักษณะการประยุกต์มีตัวอย่างของ งานแสดงให้เห็นทำให้สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วขึ้นและ ในปั จจุบันนี้มีการทำคู่มือการใช้งานในรูปของสื่อ คอมพิวเตอร์ที่เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นเช่นทำเป็นซีดีการใช้ งานเป็นต้นฉะนั้นผู้ใช้งานที่ยังไม่มีประสบการณ์จึงควร เรียนรู้จากคู่มือการใช้งานทําความเข้าใจให้ชัดเจนก่อน แล้วจึงลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
รูปที่ 6 โปรแกรมสำเร็จรูป รูปที่ 7 เครื่องมือตามความต้องการของซอฟแวร์
รูปแบบการนำเสนอข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์ ปั จจุบันที่นิยมใช้กันมี 2 รูปแบบคือ 1. การนำเสนอแบบ WEB PAGE เป็นรูปแบบการนำ เสนอที่ใช้บนอินเทอร์เน็ตการนำเสนอแบบนี้สามารถ สร้างการเชื่อมโยงที่สลับซับซ้อนระหว่างส่วนต่าง ๆ ตลอดจนสามารถสร้างการเชื่อมโยงเอกสารที่ต่างรูป แบบกันได้ แต่ต้องใช้เวลาในการจัดทำมากกว่ารูปแบบ อื่นและผู้จัดทำต้องมีความรู้ความชำนาญในโปรแกรมที่ ใช้สร้างเว็บเพจ รูปที่ 8 การนำเสนอแบบ WEB PAGE
2. การนำเสนอแบบ SLIDE PRESENTATION เป็นการ นำเสนอโดยใช้โปรแกรมนำเสนอซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้ ง่ายมากมีรูปแบบการนำเสนอให้เลือกใช้หลายแบบ สามารถเรียกใช้ตารางแผนภูมิหรือรูปภาพประกอบ และตกแต่งด้วยสีสันทั้งสีพื้นสีของตัวอักษรรูปแบบ ฟอนต์ของตัวอักษรได้ง่ายและสะดวกในปั จจุบันสื่อนำ เสนอรูปแบบ SLIDE PRESENTATION หรือสไลด์ ดิจิทัลมักจะสร้างด้วยโปรแกรมในกลุ่ม PRESENTATION เช่น MICROSOFT POWERPOINT, OFFICETLE IMPRESS เทคนิคการออกแบบสื่อนำ เสนอสื่อนำเสนอที่ดีความมีความโดดเด่นน่าสนใจจะ เน้นความคิด \"หนึ่งสไลด์ต่อหนึ่งความคิด“ รูปที่ 9 การนำเสนอแบบ SLIDE PRESENTATION
แนวทาง 3 ประการในการออกแบบ ได้แก่ 1) สื่อความหมายได้รวดเร็วสื่อนำเสนอที่ดีต้องสามารถ สื่อความหมายให้ผู้ฟั งผู้ชมได้อย่างรวดเร็วการ ออกแบบสื่อนำเสนอในประเด็นนี้ผู้ออกแบบจะต้อง ทราบกลุ่มเป้าหมายเนื้อหาสาระที่ต้องการนำเสนอ สถานที่และเวลาที่ต้องการนำเสนอเพื่อประกอบการ ออกแบบสื่อ 2) เนื้อหาเป็นลำดับสื่อนำเสนอที่ดีควรมี การจัดลำดับเนื้อหาเป็นลำดับมีระเบียบดูง่ายไม่สับสน 2.1) รูปแบบเนื้อหาสื่อนำเสนอแต่ละสไลด์ควรหลีก เลี่ยงการนำเสนอแบบย่อหน้าหากไม่สามารถหลีกเลี่ยง ได้ควรใช้เทคนิคการเน้นแนวคิดหลักในแต่ละย่อหน้า ด้วยสีที่โดดเด่น
2.2) แบบอักษรหัวข้อใหญ่กำหนดขนาดตัวอักษรใหญ่ กว่าหัวข้อย่อย -เลือกใช้แบบอักษรที่เหมาะสม -เปลี่ยนลักษณะของตัวอักษรนั้นใช้ตัวหนาในข้อความ ที่ต้องการเน้น -ใช้ช่องว่างในการจัดกลุ่มของเนื้อหาข้อความที่ ต้องการให้อ่านก่อนควรจัดไว้ที่ตำแหน่งมุมซ้ายบนของ หน้า -พิมพ์ตัวอักษรลงกรอบที่วางแบบไว้แล้วขึ้นหัวข้อก่อน แล้วจึงอธิบายอย่างละเอียด -ใช้สีที่แตกต่างกันหรือตัวอักษรสีสลับกัน 3) สื่อนำเสนอต้องสะดุดตาและน่าสนใจของผู้ดูผู้ ฟั งได้ซึ่งจุดเด่นนี้ได้มาจากขนาดของตัวอักษรที่ใหญ่ หรือจากการใช้สีที่แตกต่างออกไปรวมถึงการเลือกใช้ ภาพการใช้สีและการใช้ EFFECT ควบคุมการนำเสนอ ที่เหมาะสมประกอบการนําเสนอ 3.1) การใช้ภาพเนื่องจากภาพจะช่วยให้ผู้ชมผู้ฟั งสามา รถจดจําได้นานกว่าตัวอักษร
3.2) การใช้สีการเลือกใช้สีควรเลือกใช้สีที่ตัดกัน ระหว่างสีตัวอักษรสีวัตถุและสีพื้น 3.3) การใช้ EFFECT ควบคุมการนำเสนอไม่ควรใส่ EFFECT มากเกินไปเพราะจะส่งผลให้ผู้ชมผู้ฟั งสนใจ EFFECT มากกว่าเนื้อหาที่นำเสนอหรืออาจไม่สนใจ การนำเสนอเลยก็ได้อุปกรณ์ดิจิทัลที่ช่วยในการนำ เสนอผลงานมีดังนี้ 1. โพรเจกเตอร์ (PROJECTOR) เป็นอุปกรณ์ฉายภาพ ที่ใช้ในการนำเสนอโดยสามารถรองรับสัญญาณภาพ จากคอมพิวเตอร์เครื่องเล่นวีซีดีเครื่องเล่นดีวีดีและ เครื่องกำเนิดภาพอื่น ๆ แล้วแสดงผลขยายขนาดบนจอ รับภาพช่วยให้มองเห็นได้ไกลขึ้น รูปที่ 10 โปรเจคเตอร์ (projector)
2. วิชวลไลเซอร์ (VISUALIZER) เป็นอุปกรณ์ฉายภาพ ระบบดิจิทัลประเภทหนึ่งซึ่งพัฒนามาจากโอเวอร์เฮด หรือเครื่องฉายข้ามศีรษะใช้แสดงภาพวัตถุและเอกสาร สู่จอรับภาพที่มีอยู่จริงได้เลยโดยไม่ต้องดัดแปลง รูปที่ 11 วิชวลไลเซอร์ (visualizer)
3. กล้องถ่ายรูปดิจิทัล (DIGITAL CAMERA) เป็น อุปกรณ์รับภาพที่เปลี่ยนจากฟิล์มมาเป็นอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเมื่อถ่ายรูปที่ต้องการแล้วรูปจะถูก เก็บลงในหน่วยความจำ (MEMORY) ที่อยู่ในกล้องเมื่อ ต้องการดูรูปทำได้โดยการถ่ายข้อมูลจากหน่วยความจำ ลงบนเครื่องพิมพ์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ภาพที่ได้จะมี ขนาดตามที่ต้องการสามารถย่อหรือขยายปรับแสงหรือ เงาแล้วแต่ความพอใจหรือจะเพิ่มรูปแบบก็สามารถ ทำได้และเมื่อจะถ่ายใหม่ก็สามารถใช้หน่วยความ จำเดิมได้เลยโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อฟิล์ม รูปที่ 12 กล้องถ่ายรูปดิจิทัล (DIGITAL CAMERA)
4.กล้องถ่ายวีดิทัศน์ดิจิทัลเป็นอุปกรณ์รับภาพที่บันทึก ข้อมูลภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวและเสียงเก็บไว้ในหน่วย ความจำแบบแฟลชภายในกล้องสามารถย่อหรือขยาย ปรับแสงเงาของภาพได้และในปั จจุบันสามารถคัดลอก ข้อมูลลงในแผ่นดีวีดีได้เลยโดยไม่ต้องโอนลงในเครื่อง คอมพิวเตอร์ รูปที่ 13 กล้องถ่ายวิดีทัศน์ดิจิทัล
5. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและคอมพิวเตอร์ขนาดสมุด บันทึกหรือโน้ตบุ๊กเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สร้างงานนำเสนอ เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงอุปกรณ์อื่น ๆ เช่นโพรเจก เตอร์เพื่อนำเสนองานและใช้นำเสนองานผ่านจอภาพ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ รูปที่ 14 คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
6. เครื่องเล่นเสียงหรือเครื่องเล่น MP3 เป็นอุปกรณ์ซึ่ง บรรจุข้อมูลเสียงที่ใช้เล่นในคอมพิวเตอร์และสามารถ ถ่ายโอนข้อมูลเข้าไปในคอมพิวเตอร์ได้โดยข้อมูลเสียง นั้นใช้เทคโนโลยีบีบอัดให้มีขนาดเล็กลงมากกว่าข้อมูล เสียงปกติถึง 12 เท่าแม้ขนาดข้อมูลจะเล็กลง แต่ คุณภาพเสียงไม่ได้เสียไปอย่างไรก็ตามหากเรานำ ข้อมูลเสียงจากเครื่องเล่น MP3 ไปเล่นในเครื่อง คอมพิวเตอร์รุ่นเก่าจะได้เสียงในลักษณะกระตุกหรือ ใช้การไม่ได้เลย รูปที่ 15 เครื่องเล่น mp3
7. โทรศัพท์เคลื่อนที่บางรุ่นเป็นอุปกรณ์ตัวกลางที่ผู้ใช้ สามารถนำเสนองานที่สร้างด้วยซอฟต์แวร์ ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์ผ่านเครื่องโพรเจกเตอร์ได้ สะดวกง่ายต่อการติดตั้งเพียงเชื่อมต่อโพรเจกเตอร์เข้า กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านสายเคเบิลแล้วเชื่อมต่อ โทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยบลูทูธ รูปที่ 16 เครื่องเล่น mp3 ส่วนประกอบที่สำคัญในการนำเสนองานมีดังนี้ 1. การบรรยายสดเหมาะสำหรับการประชุมหรือสัมมนา ที่ต้องการให้ผู้ชมมีส่วนร่วม 2. การพากย์เหมาะสำหรับ เนื้อหาที่สามารถถ่ายทอดได้โดยไม่ต้องอาศัยการมีส่วน ร่วมของผู้ชม
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การใส่เทคนิคให้กับภาพด้วย สื่อดิจิทัล เมื่อคุณต้องนำเสนองานที่สำคัญ POWERPOINT เป็น หนึ่งในเพื่อนที่คู่ใจกับหลาย ๆ คนมากที่สุดในการ แสดงออกสามารถดึงดูดและเรียกความสนใจต่อ สายตาของผู้ฟั งเป็นอย่างดีในการใส่การเคลื่อนไหว (ANIMATIONS) ในสไลด์เป็นเพียงวิธีการง่ายๆซึ่งใน การบทเรียนนี้คุณจะได้เรียนการใส่ลูกเล่นการ เคลื่อนไหวลงใน MICROSOFT POWERPOINT รูปที่ 17 microsoft powerpoint
วิธีการใส่ ANIMATIONS ใน POWERPOINT มีดังนี้ 1. คลิกบนไอเทมที่ต้องการเพิ่ม ANIMATION บน สไลด์สามารถเพิ่มได้ทั้ง IMAGE (รูป), แผนผัง (CHART), หรือกล่องข้อความ (BLOCK OF TEXT) 2. หา ANIMATIONS บนแถบเครื่องมือ 3. ในเมนู ANIMATION จะมีไอคอนรูปดาวแตกต่างกัน ไปรูปดาวแต่ละอันจะแสดงให้เห็นถึงเอฟเฟคของ ANIMATION อันนั้น ๆ 4. คลิกเลือกเอฟเฟคให้กับไอเทมที่เราเลือกไว้จากขั้น ตอนที่ 1 ในตัวอย่างนี้เราจะเลือกใช้ FADE เพื่อให้ ข้อความนั้นค่อยๆปรากฏขึ้นมา 5. READ MORE เราจะใส่ลูกเล่นเคลื่อนไหวในการนำ เสนอผ่านโปรแกรม POWERPOINT อย่างไร?
รูปที่ 18 คลิกปุ่ม PREVIEW UL ANIMATIONS TAB เพื่อแสดงตัวอย่างของ ANIMATIONS
ราคา 200 บาท
Search
Read the Text Version
- 1 - 28
Pages: