Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ระบบสุริยะ

ระบบสุริยะ

Published by tkatekum, 2020-06-29 00:36:46

Description: ระบบสุริยะ

Search

Read the Text Version

การศึกษาใบความรู้ของศูนย์วทิ ยาศาสตร์เพอื่ การศึกษาพิษณุโลก เรื่อง ระบบสรุ ยิ ะ ชอ่ื ..............................................................สกลุ ..................................................... ชั้น..........................................................โรงเรยี น................................................... วนั ท.่ี ..............เดอื น........................................................พ.ศ................................. ศูนยว์ ิทยาศาสตร์เพอ่ื การศึกษาพิษณุโลก 666 หมู่ 6 ถนนเล่ียงเมืองพิษณโุ ลก – สุโขทัย ต.ทา่ ทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000 30/2563

ที่มาข้อมูล ระบบสุริยะ ธนากิต, นานาถาม - ตอบ ดาราศาสตร์, กรงุ เทพฯ : สวุ ีรยิ าสาสน์ 2554. บทนำ กนก จันทรข์ จร คู่มือดดู าว พิศษิ ฐ์การพมิ พ์, กรงุ เทพฯ 2530. วภิ ู รุโจปการ, เอกภพ เพ่อื ความเขา้ ใจในธรรมชาติของจักรวาล, นานมบี คุ ส์พับสิเคชั่นส์ ระบบสุริยะเป็นระบบที่พึ่งพาอาศัยพลังงานจากดาวฤกษ์ ที่ส่องแสงให้กับ กรงุ เทพฯ 2547. ดวงดาวภายในระบบ ซ่งึ การศึกษาระบบสุรยิ ะในปจั จุบันจำเป็นต้องศึกษาอย่างต่อเน่ือง https://www.britannica.com/biography/Galileo - Galilei เพื่อที่จะปรับนิเวศสำหรับดวงดาวต่าง ๆ หรือการค้นคว้าในอดีตที่ไม่รู้ว่า จักรวาลนี้ https://sites.google.com/a/tupr.ac.th/solar - system/daw - phuth เริ่มต้นมาอย่างไร เริ่มมีการนิยามระบบสุริยะภายหลังการศกึ ษาดาราศาสตร์ในสมัยของ https://sites.google.com/site/specctec/pharkic-kar-sarwc-xwkas กาลเิ ลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) นักฟิสิกส์และนักคณิตศาสตร์ ขาวอติ าลี ที่สนใจใน https://sites.google.com/site/wirutm13/daw - sukr เรื่องดาราศาสตร์ในช่วงศตวรรษที่ 16 โดยการนำเทคโนโลยีในสมัยนั้นสังเกต https://sunflowercosmos.org/A00-01-solar_system.html ปรากฏการณ์บนท้องฟา้ น่ันคือการใช้กลอ้ งโทรทรรศนแ์ บบหักเหแสง https://sites.google.com/site/gonkgonkscience/rabb-suriya https://tcrn.ch/3cTK4K8 ในชว่ งเวลาแหง่ การทดลองของกาลิเลโอได้คน้ พบดวงจันทร์ 4 ดวงแรกของดาว https://bit.ly/2LIZzWaT ,https://bit.ly/2ZkQbTD พฤหัสบดี ที่ถูกตั้งชื่อตามเทพีของเทพซุส ที่ประกอบด้วย ดวงจันทร์ยูโรปา (Europe) https://bit.ly/2LH0hWY, https://bit.ly/3cN74uf ดวงจันทรค์ ัลลิสโต (Callisto) ดวงจนั ทร์แกนิมีด (Ganymeda) และดวงจันทร์ไอโอ (Io) https://online.pubhtml5.com/lyqw/frrp/#p=17 ทำให้แนวคิดโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลถูกเปลี่ยนไปตามแนวคิดของนิโคลาส https://www.thairath.co.th/news/society/1503871 โคเปอร์นิคัส (Nicolaus Copernicus) ที่เสนอไว้ว่า ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของ https://ngthai.com/science/18525/meet-hippocamp/ จักรวาล และทกุ อยา่ งโคจรรอบดวงอาทติ ย์ ทำให้มีการศึกษาขอ้ มลู ดาราศาสตร์ภายหลัง https://www.bbc.co.uk/newsround/34778784 การทดลองของกาลิเลโออยา่ งตอ่ เน่ือง https://www.happylongway.com/what-is-the-aurora/ https://thaiastro.nectec.or.th/library/article/261 จนสามารถพัฒนาอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อมาตอบสนองการศึกษา https://ngthai.com/science/23134/planets ดาราศาสตร์ในแต่ละยุคสมัยได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีการแบ่งแยกประเภทของกลุ่มดาว สืบค้นข้อมูลทั้งหมดในวันท่ี 12 - 25 มถิ ุนายน 2563 บนทอ้ งฟา้ ออกเปน็ หลายกลมุ่ ใชใ้ นการระบขุ อบเขตของดวงดาวในจักรวาล ผู้เรียบเรียงโดย วา่ ท่ีร้อยตรธี งชัย เกตคุ ำ นกั วทิ ยาศาสตร์

2 19 ภาพท่ี 1 แสดงการทำนายระบบการโคจรของดวงดาวในจักรวาล โดยภาพ ก) แสดงการ 4. ดาวเคราะหใ์ นระบบสรุ ยิ ะ ประกอบดว้ ยดาวอะไรบ้าง ทำนายการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของดวงดาวในจักรวาล ตามแนวคิดของเซอร์ นิโคลาส ............................................................................................................................. .............. โคเปอร์นิคัส และภาพ ข) แสดงการทำนายการโคจรรอบโลกของดวงดาวต่าง ๆ ..................................................................................................................... ...................... ตามแนวคดิ ของปโตเลมี ............................................................................................................................. .............. ............................................................................................... ............................................ ดวงอาทิตย์ ............................................................................................................................. .............. 5. โลก เปน็ ดาวเคราะหด์ วงที่เทา่ ไรในระบบสุริยะ มสี ว่ นประกอบกี่ช้ัน ชนั้ อะไรบ้าง เป็นดาวฤกษ์ที่มีอายุประมาณ 4,500 ลา้ นปี มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของ ............................................................................................................................. .............. สิ่งมีชีวิตบนโลกและการโคจรของดาวดวงอื่น ๆ แสงของดวงอาทิตย์ใช้เวลาเดินทาง .............................................................................................................. ............................. มาถึงโลกเป็นเวลา 8 นาที มีความเร็วในการเคลื่อนที่ประมาณ 299,792,458 เมตรต่อ ............................................................................................................................. .............. วินาที ระยะทางห่างจากโลกประมาณ 149.6 × 106 กิโลเมตร และมีมวลประมาณ ........................................................................................................................................... 1,989,100 × 1034 กิโลกรัม ภายในดวงอาทิตย์จะมีการหลอมตัวของสสารที่อยู่ในตัว ............................................................................................................................. .............. คือ ไฮโดรเจน จำนวน 90.965% ฮีเลียม 8.889% และธาตุอื่น ๆ จำนวน 0.146% .......................................................................................................................................... ที่ประกอบด้วยธาตุออกซิเจน คาร์บอน นีออน ไนโตรเจน เหล็ก แมกนีเซียม ซิลิคอน 6. ดาวเคราะห์ดวงใดบ้างทมี่ ีวงแหวน และแตล่ ะดวงดาวมีวงแหวนก่ชี ั้น กำมะถนั ที่เกิดจากการทำปฏกิ ริ ิยารวมตวั ของสสาร ท่เี รียกว่า “ปฏกิ ริ ยิ าฟวิ ชนั่ (Fusion Reaction) ...................................................................................................................... ....... ............................................................................................................................. .............. .............................................................................................................. ............................. ............................................................................................................................. .............. ........................................................................................................................................... ............................................... ครูพ่เี ลยี้ ง

18 3 แบบทดสอบความรูเ้ ก่ียวกับระบบสุริยะ ส่วนประกอบของดวงอาทิตย์ที่เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะที่มีการแบ่งส่วน 1. ทฤษฎีทว่ี ่าโลกเปน็ ศูนย์กลางจักรวาลเกดิ ข้ึนจากแนวคิดของนักวทิ ยาศาสตร์ทม่ี นี าม เป็น 2 ส่วนคือ ส่วนชั้นในที่มีการถ่ายเทความร้อนภายในดวงอาทิตย์ โดยแต่ละชั้น ว่าอะไร คดิ คน้ ในชว่ งไหน ภายในดวงอาทิตย์จะมีอณุ หภูมิสามารถถา่ ยเทไปยังพน้ื ผิวของดวงอาทิตยไ์ ด้ ............................................................................................................................................. 1. แกนกลาง (core) ของดวงอาทิตย์มีการรวมตัวของก๊าซไฮโดรเจน 2 โมเลกุล ............................................................................................................................................. เข้าด้วยกัน เพื่อเกิดแก๊สฮีเลียม และมีการถ่ายเทความร้อน 2 รูปแบบ คือ การนำความ ............................................................................................................................................. ร้อนและการพาความรอ้ น ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. 2. ชั้นแผ่รังสี (Radiative Zone) เป็นชั้นที่แกนกลางของดวงอาทิตย์มีการเข้า รงั สีความรอ้ น มายังผิวของดวงอาทิตย์ เป็นการถา่ ยเทความรอ้ นในรปู แบบการแผ่รังสี 2. กาลิเลโอ ทำการทดลองอะไร ทท่ี ำให้ทฤษฎีของเซอร์ นิโคลาส โคเปอรน์ ิคัสไดก้ าร ยอมรับในหมนู่ ักวทิ ยาศาสตร์ 3. ช้นั กา๊ ซรอ้ นหมนุ วน (Convection) คอื ชน้ั ทีก่ า๊ ซร้อนมีการหมนุ วนอยู่ภายใน ดวงอาทิตยจ์ ากกระดับที่ตำ่ ไปยังพืน้ ผวิ และตกกลบั มายงั ตำแหนง่ เดิม เพื่อพาความร้อน ............................................................................................................................................. ไปตำแหน่งหนึ่งของพื้นผิวดวงอาทิตย์ ซึ่งในชั้นนี้จะมีการหมุนวนของก๊าซในรัศมี ............................................................................................................................................. ประมาณ 400,000 กิโลเมตร ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. อีกส่วนเปน็ ชั้นบรรยากาศของพื้นผิว ที่มีการถ่ายเทความร้อนในอุณหภูมิทีค่ งที่ ............................................................................................................................................. โดยมีการแบง่ ช้นั ยอ่ ยภายในช้ันบรรยากาศของพ้นื ผวิ ออกเปน็ 3 ช้ัน คอื 3. กาลเิ ลโอคน้ พบดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี กด่ี วง มีดวงจันทร์ทม่ี ีชอื่ อะไรบ้าง 1. ชนั้ โฟโตสเฟยี ร์ (Photosphere) เปน็ ชั้นผวิ ล่างสดุ ของดวงอาทิตย์ มอี ณุ หภูมิ ภายในชนั้ นี้ประมาณ 5,700 – 5,800 เคลวิน (5,700 – 5,800 K) เป็นส่วนทรงกลมแห่ง ............................................................................................................................................. แสง ที่มีการพาความร้อนจากแกนกลางของดวงอาทิตย์สู่ชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ ............................................................................................................................................. ที่มีความหนาประมาณ 400 กโิ ลเมตร ความสงู จากพนื้ ผิวประมาณ 850 กโิ ลเมตร ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. 2. ชั้นโครโมสเฟียร์ (Chromosphere) เป็นชั้นทรงกลมแห่งสี ที่แสดงถึงสีของ ............................................................................................................................................. ดวงอาทติ ย์ทเี่ กดิ จากอุณหภูมิภายในช้ันท่คี วามร้อน 6,000 – 10,000 K จะให้แสงสีแดง เรอ่ื ๆ มคี วามสงู จากพน้ื ผวิ 900 – 3,000 กโิ ลเมตร เป็นช้นั ทีด่ วงอาทิตย์มมีการร้อนระอุ เหมือนกับเปลวเพลิง เรียกว่า “เปลวเพลิงสุริยะ (Prominence)” ทำให้เห็นเป็นสีชมพู เปน็ ชน้ั ทม่ี ผี ลสำคัญต่อการเกิดอปุ ราคา

4 17 3. ชั้นโคโรนา (Corona) เป็นชั้นที่มีการเปล่งแสงของดวงอาทิตย์เสมือนกับ พื้นผิวของดาวเนปจูนถูกสังเกตผ่านการสำรวจของยานวอยเอเจอร์ 2 ที่ทำให้ทราบว่า มงกุฎ (ภาษาละติน คำว่า “โคโรนา” แปลว่า มงกุฎ) ที่แผ่ออกมาประมาณ 1,000,000 ดาวเนปจูนมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50,000 กิโลเมตร มีองค์ประกอบของซิลิกอน เหล็ก กิโลเมตร เป็นชั้นที่มีพื้นที่มากที่สุด แต่ให้แสงสว่างน้อยมาก มีอุณหภูมิภายในสูงถึง ที่ถูกห่อหุ้มด้วยน้ำ มีเทน และแอมโมเนีย เป็นดาวที่มีวงแหวนเบาบาง 4 วง มีวงแหวนที่กว้าง 2,000,000 K ท่สี ดุ ประมาณ 5,800 กิโลเมตร ความหนา 10 เซนติเมตร อยหู่ า่ งจากดวงอาทิตยป์ ระมาณ 4,500 ล้านกิโลเมตร ทำให้โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นระยะเวลา 165 ปี หมุนรอบตัวเป็นเวลา 16.11 ช่ัวโมง ดวงจันทร์ของดาวเนปจูนมีการค้นพบ 14 ดวง โดยล่าสุดถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 2019 มีชื่อว่า “ฮิปโปแคมป์” ถูกตั้งชื่อตามสัตว์พาหนะของเทพโพไซดอน มีลักษณะส่วนบนเป็นม้า ส่วนล่างเป็นหางปลา เป็นดาวบริวารที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 34 กิโลเมตร โดยสำรจของกล้อง โทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล นอกจากนดี้ วงจนั ทร์ขนาดใหญ่ทส่ี ุดของดาวเนปจนู คือ ดวงจันทร์ไทร ตัน มีขนาด 2,700 กิโลเมตร มีอุณหภูมิพื้นผิวประมาณ -235 ๐C จากการแข็งตัวของมีเทนและ คารบ์ อนไดออกไซด์ รองลงมาเป็นดวงจนั ทร์ โปรทอี สุ เนอร์ริด ลาร์ริซา และกาลาเทีย ภาพท่ี 2 แสดงส่วนประกอบของดวงอาทิตย์ การนำความรอ้ น (Conduction) คอื ความรอ้ นทีม่ ีการถ่ายเทผ่านตวั กลาง ภาพท่ี 10 ภาพ ก) แสดงส่วนประกอบของดาวเนปจนู ภาพ ข) แสดงรปู ปนั้ โพไซดอนท่ี ถูกนำมาตั้งช่ือเปน็ ชื่อดาวที่ค้นพบโดยวลิ เลียม เฮอรเ์ ชล การพาความร้อน (Convention) คือ ความร้อนที่ตัวกลางได้รับความร้อน และเคล่อื นท่ไี ปกบั ความร้อนยังอกี วัตถุหนง่ึ ได้ การแผ่รังสี (Radiation) คือ ความร้อนที่มีการแผ่คลื่นความร้อนไปยังวัตถุหนึ่งให้มี อุณหภูมิเท่ากบั คลืน่ ทีแ่ ผร่ งั สีความร้อนออกมา

16 5 ภาพที่ 9 แสดงส่วนประกอบภายในดาวยูเรนัส รูปปั้นอูรานอส ที่เป็นปู่ของเทพซุส และดวง ดาวเคราะห์ในระบบสรุ ยิ ะ จนั ทรข์ นาดใหญ่ทัง้ 5 ดวงของดาวยเู รนัส ทป่ี ระกอบดว้ ย ไททาเนีย โอบีรอน อัมเบรยี ล แอเรียล เป็นดวงดาวที่โคจรรอบดาวฤกษ์ด้วยแรงโน้มถ่วง ที่ทำให้ดวงดาวถูกดึงเข้าหา และมิแรนดา ดาวฤกษ์ ซึ่งในอดีตจะมีการค้นพบดวงดาวต่าง ๆ มากมายใกล้ดวงอาทิตย์ และมีการ ดาวเนปจูน (Neptune) กำหนดประเภทของดวงดาวโดยสหพันธดาราศาสตร์สากล (IAU: International Astronomical Union) นยิ ามดาวเคราะห์ในระบบสรุ ิยะวา่ รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “ดาวเกตุ” หรือ “ดาวสมุทร” ที่มีสีดาวเปรียบเสมือนสีน้ำ ทะเลครามดุจสีน้ำเงิน สำหรับดาวเนปจูนถูกตั้งตามชื่อเทพแห่งมหาสมุทรที่มีนามว่า 1. มที ิศการโคจรรอบดวงอาทิตย์ “โพไซดอน” ของชาวกรีก ที่ครอบครองมหาสมุทรและแหล่งน้ำในโลก ดาวเนปจูนเกิดจากการ 2. มีมวลที่สามารถเอาชนะแรงโน้มถ่วงของดวงดาว ที่ส่งผลความสมดุลไฮโดรสแตติก คาดการณท์ างคณิตศาสตร์และการทดลองสงั เกตตำแหน่งท่ีไดจ้ ากการคำนวณ ทีม่ องเหน็ ดวงดาว (hydrostatic equilibrium; เช่น ทรงเกือบกลม) ผ่านกลอ้ งโทรทรรศน์บนหอดูดาวนครเบอร์ลนิ ประเทศเยอรมัน จากการทดลองสังเกตการณ์ของ โจฮันน์ กอล (Johann Galle) ทท่ี ดลองสังเกตตามผลการคำนวณของอรู แบง เลอรแ์ วรเี ย (Urbain 3. ไมม่ ีวตั ถุอืน่ หรือขนาดของดวงดาวท่ีใกล้เคยี งอยู่ใกล้วงโคจรเดียวกัน Le Verrier) และจอห์น คูซ อดัมส์ (John Couch Adams) โดยค้นพบตำแหน่งของดาวเนปจูน จากการนิยามของ IAU .ในช่วงปี พ.ศ. 2549 ทำให้มีดาวเคราะห์ทีโ่ คจรรอบดวงอาทิตย์ เมอื่ วันท่ี 1 ตลุ าคม ค.ศ.1846 จำนวน 8 ดวง ประกอบดว้ ย ดาวพธุ ดาวศกุ ร์ โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจนู การแบง่ ประเภทของดาวเคราะหใ์ นระบบสรุ ิยะ ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มดาวเคราะห์ชั้นใน (Inner Planets) เป็นดาวเคราะห์ประเภทหนิ มพี น้ื ดินเปน็ องค์ประกอบ รวมถึงการคาดการณ์ว่า มีแหล่งน้ำภายในดวงดาว โดยในกลุ่มดาวประเภทนี้จะมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ดาวเคราะห์ หิน (Terrestrial Planets) “ จะประกอบด้วย ดาวพธุ ดาวศกุ ร์ โลก ดาวองั คาร กลุ่มดาวเคราะห์ชั้นนอก (Out Planets) เป็นกลุ่มดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ ที่มีแก๊สเป็น องค์ประกอบ เรียกว่า “ดาวเคราะห์แก๊ส (Javian Planets)” และอาจจะมีองค์ประกอบของจุด เยือกแข็งของแก๊สภายในดวงดาว ที่จะประกอบด้วยดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจนู

6 15 ในปัจจุบันได้มีการส่งยานอวกาศออกไปสำรวจพื้นผิวและระบบนิเวศภายในแต่ละ ดาวยเู รนัส (Uraus) ดวงดาวในระบบสุริยะอย่างต่อเนื่อง จนสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และจัดสรรองค์ความรู้ ให้กับรุ่นหลังที่สนใจในเรื่องดาราศาสตร์ได้ศึกษา ตลอดการศึกษาข้อมูลทางธรณีวิทยา การ ดาวยูเรนัสค้นพบโดยวิลเลียม เฮอร์เชล (William Hershel) ในวันที่ 13 คาดการณค์ วามเป็นไปไดข้ องการมอี ยู่ของส่ิงมีชีวติ บนดาวดวงอื่น ๆ มนี าคม ค.ศ.1781 เป็นดาวท่ีมีชนั้ บรรยากาศเต็มไปด้วยก๊าซไฮโดรเจนและฮเี ลียมปะปน อยู่จำนวนมากเหมอื นกบั ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ โดยมีการปะปนของก๊าซแอมโมเนีย ดาวพธุ (Mercury) ก๊าซมีเทน ดาวยเู รนสั อยหู่ า่ งจากดวงอาทิตย์ประมาณ 2,870 ลา้ นกโิ ลเมตร มีระยะเวลา โคจรรอบดวงอาทิตย์ประมาณ 84 ปี มีการสับเปลี่ยนฤดูกาลขั้วดาวอย่างน้อย 2 ๐C เป็นดาวเคราะห์ดวงแรกท่ีอยู่ใกล้ดวงอาทติ ย์เป็นระยะทาง 60 ลา้ นกิโลเมตร โคจรรอบ ในรอบ 42 ปี โคจรรอบตัวเองเป็นระยะเวลาประมาณ 17.24 ชั่วโมง รศั มขี องดาวยูเรนัสประมาณ ดวงอาทติ ย์เป็นเวลา 88 วันของโลก เป็นดาวเคราะห์ท่เี ปรียบเสมือนดาวทีถ่ ูกแผดเผาตลอดเวลา 25,559 กิโลเมตร เป็นดาวที่มีวงแหวนเบาบางกว่าดาวเสาร์ แต่มีวงแหวนที่มากกว่าดาวเสาร์ถึง โดยจะมสี ว่ นหนา้ หันเขา้ หาดวงอาทิตย์ทำให้มีอุณหภูมิสงู ถงึ 467 ๐C และส่วนหลังมีความหนาว 13 ชั้น ที่มีขนาดกว้างประมาณ 7 – 12 กิโลเมตร หนา 300 – 500 เมตร จากการเก็บข้อมูลการ เย็นของก้อนน้ำแข็ง ที่มีอุณหภูมิถึง -183 ๐C ไม่มีชั้นบรรยากาศปกคลุม ภายในดวงดาวจะมี สำรวจของยานวอยเอเจอร์ 2 องค์ประกอบของธาตุออกซิเจน โซเดียม ไฮโดรเจน และฮีเลียม มีการค้นพบร่องรอยการชนของ อุกกาบาตที่ไม่มีการเผาไหม้ภายในดาวพธุ จนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ประมาณ 1,300 กิโลเมตร แต่เดิมดาวยูเรนัสเคยใช้ชื่ออื่นมากมายอย่าง Georgium sidus หรือดาวของพระเจ้า ที่มชี อ่ื วา่ “แอ่งคาโลริส (Caloris Basin) มีแนวผาชัน (Scarp) สูงประมาณ 3 กิโลเมตร ท่เี รยี งราย จอร์จ ที่วิลเลียม เฮอร์เชลเสนอชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติให้พระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งประเทศอังกฤษท่ี กนั หลายรอ้ ยกิโลเมตร ความเข้มสนามแม่เหล็กภายในดาวพุธท่มี คี ่าน้อยกวา่ โลก 1% ทรงอปุ ถมั ภก์ ารศึกษาดาราศาสตรข์ องตน รวมถงึ หมูน่ ักดาราศาสตร์เรยี กดาวดวงน้วี ่า “ดาวเฮอร์ เชล” จนในปี ค.ศ. 1850 โจฮันน์ โบด ( Johann E. Bode) เสนอคำว่า “ยูเรนัส” แทนการเรียก ดาวพุธ มีชื่อเรียกสากลว่า “Mercury” เป็นเทพเจ้าแห่งการส่งสารของชาวกรีก ดาวเฮอร์เชล โดยยูเรนัสเป็นอีกชื่อหนึ่งของปู่ของเทพซุสที่มีนามว่า “อูรานอส” สำหรับคนไทย ท่ีมคี วามรวดเรว็ ในการส่งสาร เปรยี เสมอื นการโคจรรอบของดาวพุธ และการแผดเผาของดวงดาว เรยี กดาวดวงน้ีวา่ “ดาวมฤตย”ู ภายใต้ฐานความเย็นของน้ำแข็ง ที่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เตาไฟแช่แข็ง” ดาวดวงนี้มีการส่ง ยานสำรวจพน้ื ผวิ ของดาวเมอ่ื ปี ค.ศ. 1974 – 1976 ท่ที ำให้มีการค้นพบรงั สีภายในดวงดาว อย่าง ดวงจันทร์ของดาวยูเรนัสมีการค้นพบถึง 27 ดวง มีดวงจันทร์ที่มีรัศมีมากกว่า 200 รังสอี ัลตรา้ ไวโอเลต รังสีอินฟราเรด คล่นื วทิ ยุ พลาสมา เป็นการเก็บข้อมลู ของยานมารีเนอร์ 10 กิโลเมตร ได้แก่ ไททาเนีย (Titania) โอบีรอน (Oberon) ที่ค้นพบโดยวิลเลียม เฮอร์เชล (Mariner 10) ในปี ค.ศ.1781 อัมเบรียล (Umbriel) แอเรียล (Ariel) ค้นพบโดยวิลเลียม ลาสเซอร์ (William Lassell) ในปี ค.ศ. 1851 และมิแรนดา (Miranda) ค้นพบโดยเจอราร์ด ไคเปอร์ (Gerard Kuiper) ในปี ค.ศ. 1948

14 7 ช่องว่างระหว่างทำให้มีการแบ่งแยกการเรียงตัวของเศษน้ำแข็งและฝุ่นขนาด เล็กในวงแหวนที่สามารถแบ่งแยกความสว่างของวงแหวนได้อย่างช่องว่างแคสสินี (Cassini Division) ที่อยู่ระหว่างวงแหวนบีและวงแหวนเอ มีขนาดความกว้างประมาณ 4,200 กิโลเมตร เป็นช่องที่มีแรงรบกวนจากดวงจันทร์ไมมาสที่ก่อให้เกิดเศษชิ้นส่วน ภายในวงแหวน และช่องเองเก้ (Encke Division) เป็นช่องว่างที่มีความกว้าง 325 กิโลเมตร ทอ่ี ยู่รอบนอกวงแหวนเอทส่ี ังเกตเปน็ เสน้ บางผ่านกลอ้ งโทรทรรศน์ ภาพ 8 แสดงการเรยี งชั้นวงแหวนดาวเสาร์ และภาพวาดเทพโครนอส เทพแห่งการเพาะปลูก ภาพท่ี 3 แสดงส่วนประกอบของดาวพธุ และรูปป้ันเทพเมอร์ควิ รี เปน็ เทพแห่งการสอื่ สาร ดวงจันทร์ของดาวเสาร์มีการค้นพบถึง 82 ดวง เป็นดาวบริวารที่มีจำนวนมาก ดาวศุกร์ (Venus) ที่สุดในระบบสุริยะ โดยมีการค้นพบดวงจันทร์ 20 ดวงล่าสุดในวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ภายหลังการวเิ คราะห์ข้อมลู การสำรวจของยานแคสสินที ี่ปฏบิ ัติภารกจิ ส้ินสุด เป็นดาวเคราะห์ลำดับดวงที่ 2 ที่มีความสวยงามในยามค่ำคืนบนฟากฟ้าตะวันตก ลงเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ.2560 โดยดวงจันทร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์คือ เรียกว่า “ดาวประจำเมือง” และช่วงรุ่งเช้าของฟากฟ้าตะวันออก เรียกว่า “ดาวประกายพรึก” ดวงจันทร์ไททัน ที่มีขนาด 5,150 กิโลเมตร รองลงมาจะเป็นดวงจันทร์เรีย (Rhea) ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 110 ล้านกิโลเมตร ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นเวลา 243 วัน ไอแอพพิทัส (lapetus) ไดโอนี และทีดิส ตามขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็กของดวงจันทร์ ในรูปแบบตามเข็มนาฬิกา เป็นดาวที่ไม่มีดวงจันทร์เหมือนกับดาวพุธ เปรียบเสมือนดวงดาวที่ ของดาวเสาร์ สวยงามจงึ มีช่อื เรียกสากลวา่ “Venus” ดาวศุกร์มีชั้นบรรยากาศห่อหุ้ม ภายในดาวศุกร์มีพื้นที่ราบและภูเขาไฟอยู่จำนวนมาก ที่มีการระเบิดและไหลของลาวาอยู่ตลอดเวลา มีอุณหภูมิค่อนข้างเฉลี่ยคงที่ 464 ๐C ที่สามารถ หลอมตะกวั่ ใหล้ ะลายได้ กลุม่ ก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ 96.5% และก๊าซไนโตรเจน 3.5% การสำรวจพื้นผิวของดาวศุกร์ที่ได้จากภารกิจของยานอวกาศที่ถูกส่งออกไปศึกษา ระบบนิเวศของดาวศุกร์อยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการมารีเนอร์ เป็นโครงการศึกษาอวกาศ ขององคก์ ารนาซา (NASA : National Aeronautics and Space Administration) และโครงการ

8 13 ต่าง ๆ ในการส่งยานอวกาศอกไปสำรวจดาวศุกร์ ที่จะทำให้มีข้อมูลใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อ วงแหวนดี (D Ring) เป็นวงแหวนชั้นในสุดของดาวเสาร์มีขนาด 62,000 การศกึ ษาและพฒั นาองค์ความรู้ทางด้านดาราศาสตร์ใหม้ ีความกา้ วหนา้ มากยิ่งขึน้ กิโลเมตรจากศูนย์กลางของดาวเสาร์ มีลักษณะวงแหวนที่จางจากการสังเกตผ่านกล้อง โทรทรรศน์ขนาดเลก็ ภาพท่ี 4 แสดงส่วนประกอบของดาวศุกร์ และรูปปน้ั เทพีแหง่ ความสวยงามที่มีนามว่า “วีนสั ” โลก (Earth) วงแหวนซี (C Ring) เป็นวงแหวนลำดับถัดมาจากวงแหวนดีที่จางมีความกว้าง โลก เป็นดาวเคราะหล์ ำดับท่ี 3 ที่เชอ่ื ว่าเป็นดาวดวงเดยี วท่ีค้นพบส่งิ มีชวี ติ อาศัย ประมาณ 17,500 กิโลเมตร มีความหนา 80 – 150 เมตร สามารถสังเกตผ่านกล้อง โทรทรรศนใ์ นช่วงเวลาท่สี ภาพอากาศเออื้ อำนวย อยู่ และมรี ะบบนิเวศท่ีสมบูรณ์ท่ีเหมาะสมกับการดำเนนิ ชวี ิตของสง่ิ มชี ีวิต ซ่ึงในปัจจุบัน มีการค้นพบดวงดาวใหม่ท่ีมีระบบนิเวศคล้ายโลก ที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบและร่วมถึงแร่ วงแหวนบี (B Ring) เป็นวงแหวนที่สว่างที่สุด มีความกว้าง 25,500 กิโลเมตร ธาตุท่สี ำคญั ตอ่ การดำรงชวี ิตของสิ่งมชี ีวติ เช่น ออกซิเจน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน ฯลฯ หนา 1.21 – 1.76 กิโลเมตร ท่ีมีความสามารถในการสะท้อนแสงแตกต่างกัน จากการ คาดการณ์ของนักดาราศาสตร์ทว่ี งแหวนบี เปน็ การเรียงตัวของเศษวัตถุทห่ี ลงเหลือจาก ส่วนประกอบของโลกมี 3 ส่วน ที่เปลือกโลก ชั้นเมนเทิล (Mantle) ที่มีความ ช้ันวงแหวนดแี ละวงแหวนซี หนาประมาณ 2,800 กิโลเมตร มีชั้นหินหนืดเป็นองค์ประกอบ ชั้นแก่นโลก จะเป็นชัน้ ที่ สิ่งมีชีวิตและความสมบูรณ์ของธรรมชาติภายในโลก โดยจะแบ่งย่อยออกเป็น 2 ชั้น คือ วงแหวนเอ (A Ring) ทีม่ ีความสว่างนอ้ ยกว่าวงแหวนบี มขี นาดจ๋ิวและมีช่องว่าง แก่นชน้ั ใน (Inner Core) และแก่นชนั้ นอก (Outer Core) ซึง่ การดำรงชวี ิตของส่ิงมีชีวิต ภายในอยู่จำนวนมาก โดยวงแหวนเอสามารถสังเกตผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่ทำให้เส้น ในโลกจะอาศัยอย่ตู ามแหลง่ น้ำ มหาสมทุ ร ท่ีมีหลายมหาสมุทร โดยเฉพาะมหาสมทุ ร แบง่ ระหว่างวงแหวนเอและวงแหวนบีบริเวณชอ่ งแคสสนิ ี วงแหวนเอฟ วงแหวนจี และวงแหวนอี (F Ring, G Ring and E Ring) เป็นวง แหวนที่จางมากจนแทบมองไม่เห็นจากโลก โดยวงแหวนทั้ง 3 ชั้น มีความกว้างรวม 308,000 กิโลเมตร หนา 100 – 1,000 กิโลเมตรที่เต็มด้วยฝุ่นขนาดเล็กสะท้อนแสงได้ น้อยมาก นอกจากนี้มีควงจันทร์โคจรผ่านวงแหวนทั้ง 3 ชั้นนี้อย่างดวงจันทร์ไมมาส (Mimas) เอนเซเลดุล (Enceladue) ทีดิส (Tethys) เทเลสโซ (Telesto) คาลิปโซ (Calypso) ไดโอนี (Dione) และเฮเลน (Helene)

12 9 ดาวเสาร์ แปซิฟิกจะมีขนาดใหญ่ที่สุด และทวีปทั้ง 7 ทวีป ประกอบด้วย ทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป ดาวเสาร์เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 6 ที่ถูกตั้งชื่อตามเทพเจ้าแซทเทิร์น (Saturn) ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปแอฟริกา ทวีปแอนตาร์ติกา และมีดวงจนั ทร์เป็นดาวบริวาร ที่เชื่อว่าเป็นเพแห่งการเพาะปลูกของชาวโรมัน และเปรียบเสมือนเป็นบิดาของเทพ ซุสที่มีนามว่า “โครนอส (Cronos)” ดาวเสาร์เปน็ ดาวที่มคี วามสวยงามของวงแหวนที่มี ภาพที่ 5 แสดงสว่ นประกอบของโลก การค้นพบว่ามี 7 ชั้นด้วยกัน ภายหลังการยืนยันลักษณะวงแหวนของดาวเสารข์ องยาน ดาวองั คาร (Mars) สำรวจต่าง ๆ ที่ทำใหท้ ราบข้อมลู ที่ชัดเจนของวงแหวนของดาวเสาร์ ดาวอังคาร ดาวเคราะห์ลำดับที่ 4 มีมวลประมาณ 0.107 เท่าของโลก บรรยากาศภายในดาวเสาร์ประกอบด้วยแก๊สไฮโดรเจน 75% ฮีเลียม 25% ที่มี รัศมีประมาณ 3,397 กิโลเมตร ภายในดาวอังคารจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การปะปนของแก๊สมีเทน อีเทน รวมถึงแอมโมเนียที่มลี ักษณะแขง็ อยใู่ นยอดเมฆ ที่ทำให้ ก๊าซไนโตรเจน อาร์กอน และปกคลุมด้วยน้ำแข็งทั้งสองขั้วของดาวอังคารที่ทำให้มี มอี ณุ หภมู ปิ ระมาณ – 173 ๐C มีสนามแมเ่ หล็กท่เี บาบางกวา่ ดาวพฤหัสบดี 20 เทา่ แต่มคี วาม อุณหภมู สิ งู ถึง -87 ๐C ถึง - 5 ๐C รวมถงึ การกระจายตัวของฝนุ่ สีแดงของสนิมเหล็กที่เป็น เข้มสนามแม่เหล็กสูงกว่าโลกเป็นพันเท่าที่ทำให้เกิดฟองแม่เหล็กขนาดใหญ่สามารถห่อหุ้มดาว สารประกอบออกไซด์ของเหล็ก มองเห็นจากภายนอกดวงดาวผา่ นกล้องโทรทรรศน์เปน็ เสารแ์ ละดวงจนั ทรใ์ กล้เคยี งของการเกิดปรากฏการณ์ออโรราบนดาวเสารใ์ นรูปแบบหกเหลี่ยมได้ สีแดงเปรียบเสมือนการนองเลือดของสงคราม จึงถูกตั้งชื่อสากลว่า “มาร์ส (Mars)” ดาวเสารส์ ามารถบรรจโุ ลกไดถ้ ึง 763 ดวง เปน็ ดาวทม่ี ขี นาดใหญก่ ว่าโลกถงึ 9 เทา่ (รศั มีประมาณ เปน็ ช่อื เทพแหง่ สงครามของชาวกรีก 60,268 กโิ ลเมตร ใชเ้ วลาในการหมุนรอบตวั เองเป็นเวลา 10.66 ชัว่ โมง และโคจรรอบดวงอาทิตย์ เป็นระยะเวลา 29.4 ปี ซึ่งเกิดจากดาวเสาร์อยู่ห่างดวอาทิตย์เป็นเท่าของโลกหรือระยะทาง ประมาณ 1,427 ลา้ นกิโลเมตร วงแหวนของดาวเสารม์ ีการคน้ พบในช่วงแรกปี ค.ศ.1610 โดยกาลิเลโอ กาลิเลอี คน้ พบว่าดาวเสาร์เป็นดาวที่มหี ูจับอยู่ จนปี ค.ศ. 1659 ครสิ เตียน ฮอยเกนส์ (Christian Huygens) ใช้กลอ้ งโทรทรรศน์ทม่ี ีความละเอยี ดกวา่ กล้องโทรทรรศนก์ าลเิ ลโอสังเกตใช้สงั เกตพบวา่ ดาว เสาร์เปน็ ดาวท่ีมีวงแหวงนเป็นรูปวงแบนโคจรรอบดาวเสาร์ ภายหลังการค้นพบลกั ษณะวงแหวน ดาวเสาร์ไดม้ ีการส่งยานไพโอเนียร์ 11 ออกไปสำรวจดาวเสารใ์ นปี ค.ศ. 1979 พบว่าในวงแหวน ดาวเสารไ์ มไ่ ด้เปน็ จานแบนขนาดใหญ่อย่างเดยี ว แต่ภายในวงแหวนจะประกอบดว้ ยเศษหินและ นำ้ แขง็ ขนาดจว๋ิ มากมาย ท่ีทำให้คน้ พบวงแหวนทมี่ ชี น้ั ย่อยเพยี ง 3 ช้ัน ในระหว่างปี ค.ศ. 1980 ของยานวอยเอเจอร์ ซ่งึ ต่อมามีการคน้ พบเพิ่มอีก 4 ชนั้ สามารถแบ่งขนาดการเรียงตัวของวง แหวนไดด้ ังต่อไปน้ี

10 11 ดาวอังคารโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นเวลาประมาณ 687 วัน มีดวงจันทร์ 2 ดวง ดาวพฤหัสบดี (Juiter) โคจรรอบดาวองั คาร โดยถกู ต้งั ตามชือ่ ลูกของเทพมารส์ กับเทพวี ีนัส คือดวงจันทร์โฟบอส ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 5 ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ (Phobos) มลี กั ษณะคล้ายหัวมันฝร่งั ทม่ี ีขนาด 27×21.6×18.8 กิโลเมตร และดวงจันทร์ ไดมอส (Deimos) มลี ักษณะคล้ายหอมหัวใหญ่ ที่มีขนาด 15×12.2×11 กโิ ลเมตร สามารถบรรจุโลกได้ถึง 1,300 ดวง มีรัศมีประมาณ 71,492 กิโลเมตร อยู่ห่างจากดวง อาทติ ยป์ ระมาณ 52 หนว่ ยดาราศาสตร์ โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นเวลา 11.86 ปี ใช้เวลา ปัจจุบันดาวอังคารมีการสำรวจพบยอดภูเขาจำนวนมาก ที่ถูกนำมาสร้างเป็น ในการหมุนรอบตวั เองเป็นเวลา 10 ชั่วโมง สถานที่สมมติอยู่ของทวยเทพของชาวกรีก คือภูเขาไฟโอลิมปัส (Olympus Mons) ที่มีความสูงประมาณ 26 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีการค้นพบภูเขาไฟที่เงียบสงบในดาว ภายในดาวพฤหัสจะมีการรวมตัวของกล่มุ แกส๊ ไฮโดรเจนและฮีเลยี ม 75:25 และ อังคารอย่าง ภูเขาไฟอาร์เชีย มอนส์ (Arisa Mons) ภูเขาไฟพาโวนิส มอนส์ (Pavonis การปกคลุมของแก๊ส แอมโมเนียม แอมโมเนีย มีเทน ไฮโดรเจนซัลไฟด์ และน้ำเป็น Mons) ภูเขาไฟอัสเครอสุ มอนส์ (Ascraeus Mons) ทางตอนเหนือของดาวองั คาร จะมี องคป์ ระกอบ มีอณุ หภูมิ -148 ๐C ภายนอกดาวพฤหสั บดจี ะมองเห็นแถบเข็มขัดลายเมฆ ท่ีราบตำ่ ขนาดใหญ่ท่ีมชี ื่อว่า “บริเวณแวสทิทาส บอเรลสิ (Vastitas Borestis) และแอสิ สีน้ำตาลแดงประกอบกับดวงตาขนาดใหญ่ของดาวพฤหัสที่เรียกชื่อดาวยักษ์ตาเดียว เดเลีย แพลนนิเซีย (Acidalia Planitia) ทางตอนใต้มีการค้นพบแอ่งขนาดใหญ่ดว้าง และมีชื่อสากลว่า จูปิเตอร์ (Juipter) ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ในระบบสุริยะ ตั้งตามช่ือ 2,000 กิโลเมตรลึก 6 กิโลเมตร ที่มีชื่อว่า “แอ่งเฮลลาส (Hellas Planitia)” ที่เกิดจาก เทพเจ้าสูงสุดที่ปกครองสวรรค์ ผู้คนบนโลกอย่างเทพซุส สำหรับดาวงตาของดาวพฤหัส การพุง่ ชนของอกุ กาบาตภายในดาวองั คาร นอกจากน้มี ีการค้นพบร่องรอยของน้ำท่ีทำให้ ที่มองเห็นจากกล้องโทรทรรศน์ เป็นพายุหมุนของพายุที่มีความรุนแรงของรอยต่อ มีการคาดการณ์ถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารตามแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์ ระหว่างโซนกับเข็มขัดของดาวพฤหัสบดี นอกจากนี้ยังมีการค้นพบวงแหวนของดาว จนมีการสง่ ยานอวกาศออกไปสำรวจพืน้ ผวิ ดาวอังคารในอกี 10 ปีขา้ งหนา้ พฤหัสบดีจากการถ่ายภาพของยานวอยเจอร์ 1 (Voyager I) ปัจจุบันมีการค้นพบดวง จนั ทรเ์ พ่ิมเตมิ ภายหลังการคน้ พบของกาลเิ ลโอมีดวงจันทร์ถงึ 79 ดวง ภาพท่ี 6 แสดงสว่ นประกอบของดาวองั คาร ดวงจันทรข์ องดาวองั คาร ได้แก่ โฟบอส ภาพที่ 7 แสดงสว่ นประกอบของดาวพฤหัสบดี และดวงจันทรก์ าลเิ ลียนทป่ี ระกอบดว้ ย และไดมอส รูปปั้นเทพแหง่ สงครามทมี่ ีนามว่า “มาร์ส” ไอโอ ยูโรปา แกนิมีด คลั ลสิ โต


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook