ปัญหายาเสพตดิ
โดย ไทยรฐั ออนไลน์ 18 ธ.ค. 2561
“ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ” หมายความวา่ สารเคมหี รือวตั ถชุ นดิ ใด ๆ ซึ่งเมื่อเสพ เขา้ สรู่ า่ งกายไมว่ า่ จะโดยรบั ประทาน ดม สบู ฉีด หรือดว้ ยประการใด ๆ แลว้ ทาให้ เกิดผลตอ่ รา่ งกายและจติ ใจในลกั ษณะสาคญั กบั ใหร้ วมตลอดถึงพืชหรือสว่ นของพืช ท่ีเป็ นหรือใหผ้ ลผลติ เป็ นยาเสพตดิ ใหโ้ ทษหรืออาจใชผ้ ลิตเป็ นยาเสพตดิ ใหโ้ ทษและ สารเคมีท่ีใชใ้ นการผลิตยาเสพตดิ ใหโ้ ทษดว้ ย - พระราชบญั ญตั ิยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ. ๒๕๒๒
ผลตอ่ รา่ งกายและจิตใจของผเู้ สพในลกั ษณะสาคญั 1. ผเู้ สพจะเกิดความตอ้ งการเสพทงั้ ทางรา่ งกายและจิตใจอย่าง รนุ แรง 2. ตอ้ งเพิ่มขนาดหรือปริมาณของสารเสพตดิ นนั้ ขน้ึ เร่ือยๆ 3. ตอ้ งตกอย่ใู ตอ้ านาจบงั คบั อนั เกดิ จากฤทธ์ิของสารเสพตดิ นน้ั ๆ ทาใหห้ ยดุ ไมไ่ ดแ้ ละเกดิ อาการขาดยา เมอื่ ไมไ่ ดเ้ สพ 4. ผเู้ สพจะมสี ขุ ภาพร่างกายท่ีทรดุ โทรมลง
ประเภทของสารเสพตดิ • จาแนกตามการออกฤทธ์ิต่อระบบประสาทสว่ นกลาง ได้ 4 ประเภท คือ 1. กดประสาท ไดแ้ ก่ ฝ่ิ น มอรฟ์ ี น โคเคอีน เฮโรอีน โซเดยี มเซโคบาร์ บิทาล(เหลา้ แหง้ ) ไดอะซีแฟม แล็กเกอร์ คลอไดอะซีป๊ อกไซด์ ทินเนอร์ กาว ฯลฯ 2. กระตนุ้ ประสาท ไดแ้ ก่ แอมเฟตามนี (ยาบา้ ยามา้ ยาขยนั ) อีเฟดนี (ยาอี) โคเคอีน กระทอ่ ม ฯลฯ
ปร1ะ.เภ1ทของสารเสพตดิ 2. 1 3. หลอนประสาท ไดแ้ ก่ DMT LSD เห็ดขค้ี วาย และสารระเหยตา่ งๆ 4. ออกฤทธิ์ผสมผสาน ซึ่งครงั้ แรกกระตนุ้ ประสาท แตเ่ มอ่ื เสพมากขนึ้ ก็จะกดประสาท และ ทาใหป้ ระสาทหลอนได้ ไดแ้ ก่ กญั ชา กระทอ่ ม
ประเภทของสารเสพตดิ • จาแนกตามพระราชบญั ญตั ิยาเสพติดใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522 และฉบบั แกไ้ ข เพิ่มเติม (ฉบบั ที่5) พ.ศ. 2545 จาแนกได้ 5 ประเภท คือ 1. ยาเสพตดิ ชนดิ ใหโ้ ทษรา้ ยแรง ไดแ้ ก่ เฮโรอีน อะซีทอรฟ์ ี น แอมเฟตามนี ฯลฯ 2. ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษทวั่ ไป ไดแ้ ก่ ฝิ่ นมอรฟ์ ี น โคเคอีน เอธลิ มอรฟ์ ี น ฯลฯ 3. ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษชนดิ เป็ นตารบั ยาที่มียาเสพตดิ ใหโ้ ทษ ประเภทที่ 1และ 2 ปรงุ ผสม อยดู่ ว้ ย ไดแ้ ก่ ยาแกไ้ อ ยาแกท้ อ้ งเสียท่ีมฝี ิ่ น โคเคอีนเป็ นสว่ นผสม 4. สารเคมที ่ีใชใ้ นการผลิตยาเสพตดิ ใหโ้ ทษประเภท 1 และ 2 ไดแ้ ก่ อะเซตลิ คอไรด์ อะเซตกิ แอนไฮไดรด์ 5. พืชเสพตดิ ใหโ้ ทษ ไดแ้ ก่ กญั ชา กระทอ่ ม เห็ดขค้ี วาย ซึ่งจดั เป็ นยาเสพตดิ ท่ีไมเ่ ขา้ ประเภท 1 และ 4
สาเหตขุ องการตดิ สารเสพตดิ ใหโ้ ทษ • สาเหตทุ างดา้ นบคุ คล 1. ถกู ชกั ชวน 2. สภาพความกดดนั ทางครอบครวั เชน่ การทะเลาะกนั ของพอ่ แม่ 3. ความจาเป็ นในการประกอบอาชพี เชน่ คนขบั รถหรือลกู เรือในทะเล 4. เกิดความเจ็บป่ วยทางกายหรือทางจิตใจ อาจมกี ารใชส้ ารเสพตดิ เพ่ือ บรรเทาอาการป่ วยทางกายและทางจิตบางชนดิ นานตดิ ตอ่ กนั จนตดิ ยาได้ 5. ถกู หลอกลวงโดยผรู้ บั ไมท่ ราบว่าส่งิ ที่ตนรบั มาเป็ นสารเสพตดิ หรือโดยการ ผสมปลอมปนกบั อาหาร ของขบเค้ียว
สาเหตขุ องการตดิ สารเสพตดิ ใหโ้ ทษ • สาเหตจุ ากตวั ยาหรอื สารเสพติด ตามปกตแิ ลว้ ตวั ยาหรือสารเสพ ตดิ จะไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ ปัญหาใดๆ ถา้ คนไม่ นามาใช้ แตเ่ มอื่ บคุ คลใชย้ าหรือสารเสพ ตดิ คณุ สมบตั เิ ฉพาะของสารนนั้ จะทาให้ เกดิ การเสพตดิ ได้ ทง้ั นขี้ นึ้ อย่กู บั ชนดิ และ ขนาดของสารเสพตดิ ท่ีใช้
สาเหตขุ องการตดิ สารเสพตดิ ใหโ้ ทษ • สาเหตจุ ากสภาพแวดลอ้ ม 1. อย่ใู นแหลง่ ทมี่ กี ารซื้อ-ขาย หรือเสพ สารเสพตดิ 2. สภาพแวดลอ้ มบงั คบั โดยเฉพาะผทู้ ่ีตดิ สารเสพตดิ แลว้ ตอ้ งการจะ เลิกเสพเมอ่ื เขา้ รบั การรกั ษาหายแลว้ สงั คมอาจจะไมย่ อมรบั แหลง่ งานปฏิเสธการรบั เขา้ ทางาน เนอ่ื งจากมปี ระวตั ติ ดิ สารเสพติด จงึ ทา ใหต้ อ้ งกลบั ไปอยใู่ นสงั คมสารเสพตดิ เชน่ เดมิ
โทษและพษิ ภยั ของสารเสพตดิ 1. ตอ่ ผเู้ สพ ทาใหส้ ขุ ภาพทรดุ โทรมทงั้ ร่างกายและจิตใจ เกิดโรคตา่ งๆ 2. ตอ่ ครอบครวั กอ่ ใหเ้ กดิ ความเดอื ดรอ้ น สญู เสียรายได้ เกิดความ ไมส่ งบสขุ ภายในครอบครวั 3. ตอ่ สงั คม กอ่ ใหเ้ กิดปัญหาอาชญากรรม 4. ตอ่ ประเทศชาติ ทาใหส้ ญู เสยี เศรษฐกิจจานวนมหาศาล และบ่อน ทาลายความมนั่ คงของชาติ
การบาบดั รกั ษาผตู้ ดิ สารเสพตดิ การบาบดั รกั ษาผตู้ ดิ สารเสพตดิ หมายถึง การดาเนนิ งานเพื่อแกไ้ ขสภาพ ร่างกายและจติ ใจของผตู้ ดิ สารเสพตดิ ใหเ้ ลิกจากการเสพ และสามารถกลบั ไป ดารงชวี ิตอยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งปกติ สามารถแบง่ ระบบการรกั ษาออกเป็ น 3 ระบบ คือ 1. ระบบสมคั รใจ หมายถึง การที่ผตู้ ิด สารเสพตดิ สมคั รใจ มคี วามพรอ้ มท่ีจะ เขา้ รบั การบาบดั รกั ษาใน สถานพยาบาลตา่ งๆ ทง้ั ของรฐั และ เอกชน
การบาบดั รกั ษาผตู้ ดิ สารเสพตดิ 1. 1 2. ระบบตอ้ งโทษ หมายถึง การที่ผตู้ ดิ สารเสพตดิ กระทาความผดิ และถกู คมุ ขงั จะตอ้ งเขา้ รบั การบาบดั รกั ษาในสถานพยาบาลท่ีกาหนดไวต้ ามกฎหมาย 3. ระบบบงั คบั หมายถึง การใชก้ ฎหมายบงั คบั ตามพระราชบญั ญตั ฟิ ื้ นฟู สมรรถภาพผตู้ ดิ ยาเสพตดิ พ.ศ. 2534 โดยการตรวจพิสจู นห์ าสารเสพตดิ หากตรวจพบวา่ มีสารเสพตดิ ในร่างกาย ผเู้ สพตดิ จะตอ้ งเขา้ รบั การ บาบดั รกั ษาในสถานพยาบาลที่จดั ตง้ั ขนึ้ ตาม พ.ร.บ. ดงั กลา่ วเป็ นระยะเวลา 6 เดอื น หรืออาจจะขยายหรือลดระยะเวลา การบาบดั รกั ษาได้ แตร่ วมแลว้ ไม่เกนิ 3 ปี เพอ่ื ใหก้ ารบาบดั รกั ษาผตู้ ดิ สารเสพตดิ ไดอ้ ยา่ งเด็ดขาด
การป้ องกนั ปัญหายาเสพตดิ การป้ องกนั ตนเอง 1. ไมท่ ดลองเสพสงิ่ ท่รี วู้ ่ามภี ยั เพราะอาจจะ ทาใหต้ ดิ ไดง้ า่ ย 2. เลือกคบเพื่อนท่ีดี พยายามหลีกเล่ียง เพ่ือนทช่ี อบชกั จงู ไปในทางเสอื่ มเสีย 3. รจู้ กั ใชว้ ิจารณญาณในการแกป้ ัญหา แต่ หากว่าไมส่ ามารถแกไ้ ขเองได้ ก็ควรจะ ปรึกษากบั พ่อแมห่ รือญาตผิ ใู้ หญ่ที่ไวใ้ จได้
ก2าร. ป1้ องกนั ปัญหายาเสพตดิ 3. 1 4. การสรา้ งทกั ษะชวี ิต โดยเฉพาะทกั ษะการปฏิเสธเมอื่ ถกู เพอ่ื นชกั ชวนให้ เสพสงิ่ เสพตดิ ตอ้ งรจู้ กั ปฏิเสธอยา่ งนมุ่ นวล โดยการชแี้ จงผลเสยี ของสิ่ง เสพตดิ ตอ่ การเรียนและอนาคต การรจู้ กั ปฏิเสธอย่างจริงจงั และจิตใจ แนว่ แนจ่ ะทาใหเ้ พ่ือนเกรงใจไมก่ ลา้ ชวน 5. ศึกษาหาความรู้ เพื่อใหร้ เู้ ทา่ ทนั โทษพิษภยั ของยาเสพตดิ 6. ระมดั ระวงั เรื่องการใชย้ า เพราะยาบางชนดิ อาจทาใหเ้ สพตดิ ได้ 7. ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็ นประโยชน์
การป้ องกนั ปัญหายาเสพตดิ การป้ องกนั ในครอบครวั • สรา้ งความรกั ความอบอ่นุ และความสมั พนั ธอ์ นั ดรี ะหว่าง สมาชกิ ในครอบครวั • รแู้ ละปฏิบตั ติ ามบทบาทหนา้ ที่ของตนเอง • ดแู ลสมาชกิ ในครอบครวั ไมใ่ หข้ อ้ งเกยี่ วกบั ยาเสพตดิ • ใหก้ าลงั ใจและหาทางแกไ้ ข หากพบว่าสมาชกิ ในครอบครวั ติด ยาเสพตดิ
การป้ องกนั ปัญหายาเสพตดิ การป้ องกนั ในโรงเรยี น • ครคู วรใหค้ วามรเู้ กย่ี วกบั โทษและอนั ตรายของสง่ิ เสพติดใหก้ บั นกั เรียน • จดั ใหม้ กี ิจกรรมนนั ทนาการในโรงเรียนใหเ้ พียงพอและสนบั สนนุ ใหน้ กั เรียนไดร้ ่วมกจิ กรรมนนั ทนาการตา่ งๆ • สอนใหเ้ ด็กรจู้ กั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ กิดประโยชน์
การป้ องกนั ปัญหายาเสพตดิ การป้ องกนั ชมุ ชน 1. การใหค้ วามรู้ โดยการอบรมแกท่ กุ คนในชมุ ชนใหเ้ ห็นโทษหรืออนั ตรายจากสงิ่ เสพตดิ 2. เสริมกิจกรรมยามว่าง โดยการสง่ เสริมอาชพี แกช่ มุ ชนยามว่าง เชน่ การเย็บเสอื้ ผา้ การทา รองเทา้ เป็ นตน้ 3. ตงั้ ศนู ยร์ บั แจง้ เบาะแสเกยี่ วกบั สิ่งเสพตดิ เมอ่ื พบว่ามแี หลง่ เสพ แหลง่ คา้ หรอื ผลติ ยาเสพตดิ ภายในชมุ ชนแจง้ ใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีทราบทนั ที ท่ี... * สานกั งาน ป.ป.ส. โทร. 02-2459414 หรือ 02-2470901-19 ตอ่ 258 โทรสาร 02-2468526 * ศนู ยร์ บั แจง้ ขา่ วยาเสพตดิ สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ โทร. 1688 4. เขา้ ร่วมโครงการชมุ ชนปลอดสิ่งเสพตดิ ตา่ งๆ ทงั้ ทท่ี างราชการจดั ขนึ้ และชมุ ชนคิดริเริ่มขน้ึ มา
การป้ องกนั ปัญหายาเสพตดิ รฐั บาล 1. การใหก้ ารศึกษาแกป่ ระชาชนอยา่ งทวั่ ถึง 2. แกไ้ ขปัญหาเศรษฐกิจและสงั คมอยา่ งจริงจงั และจดั สรรงบประมาณในการป้ องกนั และปราบปรามสิ่งเสพตดิ 3. จดั บคุ ลากรและหนว่ ยงานในการป้ องกนั และปราบปรามสิ่งเสพตดิ ใหเ้ พียงพอ และ ดาเนนิ การอยา่ งตอ่ เนอื่ ง 4. การบงั คบั ใชก้ ฎหมายอยา่ งจริงจงั บางครงั้ เจา้ หนา้ ท่ีตารวจบางคนที่ดแู ลดา้ นสง่ิ เสพตดิ ก็ปลอ่ ยปละละเลย หรือทาการคา้ ส่งิ เสพตดิ เสยี เอง ทาใหก้ ารปราบปรามไม่ ไดผ้ ลเทา่ ท่ีควร ดงั นน้ั รฐั บาลจึงควรเขม้ งวดกบั ผกู้ ระทาผดิ และลงโทษผกู้ ระทาผดิ อยา่ งจริงจงั และตอ่ เนอื่ ง
วธิ กี ารแกไ้ ขในความคิดของนกั เรียน 1. สง่ เสริมใหเ้ ยาวชนออกกาลงั กายหรือทากจิ กรรมยามวา่ งที่เป็ นประโยชนเ์ ชน่ เลน่ ดนตรี วาดรปู เพื่อลดความสนใจในดา้ นยาเสพตดิ แลว้ หนั มาสนใจกิจกรรม อยา่ งอื่นแทน 2. ชว่ ยกนั รณรงคใ์ หโ้ รงเรียนเป็ นโรงเรียนสขี าวปลอดจากยาเสพตดิ โดยการจดั นทิ รรศการเกยี่ วกบั อนั ตรายท่ีเกดิ จากยาเสพตดิ หรือจดั การฟังบรรยายใน หัวขอ้ เกี่ยวกบั ยาเสพตดิ 3. สรา้ งชมรมหรือกลมุ่ งานภายในโรงเรียนและทาความรว่ มมอื กบั องคก์ ร ภายนอกเพอ่ื จดั กจิ กรรมกระตนุ้ ใหเ้ ยาวชนหันมาสนใจกิจกรรมยามวา่ ง แทน การสนใจยาเสพตดิ
อา้ งอิง การป้องกนั ปัญหายาเสพติด. สืบคน้ เม่ือ 18 ธนั วาคม 2561. จาก https://sites.google.com/site/payhayasephtidnichumchn/kar-pxngkan-payha-ya- seph-tid-kae-khrxbkhraw-khxng-tnxeng พรบ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522. สืบคน้ เมื่อ 18 ธนั วาคม 2561. จาก https://sites.google.com/site/drugsacttopunish25221979/phrb-ya-seph-tid-hi- thos- ph-s-2522 Jaksurachet Thawudomchai. (2560). ยาเสพติด. สืบคน้ เมื่อ 18 ธนั วาคม 2561. จาก https://sites.google.com/site/yasephtid000/neuxha จับยาบ้าลอตมหึมา 10 ล้านเมด็ ที่เชียงราย ผบ.ตร.บินด่วนแถลงพรุ่งนี.้ สืบคน้ เมื่อ 18 ธนั วาคม 2561. จาก https://www.thairath.co.th/content/1447766
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: