รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 เรื่อง เครื่องบีบอัดขวดพลาสติกด้วยแรงกดในแนวดิ่ง จัดทำโดย 1. เด็กหญิงกรกมล สิงห์โต 2. เด็กชายกนกภัทร ตันติวัฒนา 3. เด็กชายนภัทร จิรโรจนานนท์ โรงเรียนเทศบาลเมืองสุโขทัย สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ปีการศึกษา 2566
รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 เรื่อง เครื่องบีบอัดขวดพลาสติกด้วยแรงกดในแนวดิ่ง จัดทำโดย 1. เด็กหญิงกรกมล สิงห์โต 2. เด็กชายกนกภัทร ตันติวัฒนา 3. เด็กชายนภัทร จิรโรจนานนท์ โรงเรียนเทศบาลเมืองสุโขทัย สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ปีการศึกษา 2566
ข สงิ หาคม 2566 กติ ตกิ รรมประกาศ โครงงานเล่มนี้สำเร็จลงได้ด้วยความกรุณาจากครูมนสิกานต์ สงวนธีรพงศ์ และ ครูอิงครัต ที่พึ่ง ครูที่ปรึกษาโครงงานที่ได้ช่วยเหลือให้คำปรึกษาและคำแนะนำเป็นอย่างดี ตลอดจน ตรวจสอบและแนะแนวทางแกไ้ ขขอ้ บกพร่องต่าง ๆ จนโครงงานเลม่ นี้สำเรจ็ สมบูรณ์ ขอขอบคุณ ลงุ ไสว อินนอ้ ย ชา่ งไม้ ที่คอยให้ความชว่ ยเหลือในการจัดทำเครอื่ งบีบอัดขวดน้ำ พลาสติกด้วยแรงกดในแนวดิง่ ในครั้งน้ี ขอขอบคุณเพื่อนผรู้ ่วมทำโครงงานทคี่ อยชว่ ยเหลือและคอยใหก้ ำลงั ใจกนั เสมอมา คณะผู้จัดทำ
ค ช่อื โครงงาน เครื่องบบี อัดขวดพลาสติกด้วยแรงกดในแนวดงิ่ ผู้จดั ทำโครงงาน 1. เด็กหญงิ กรกมล สงิ ห์โต 2. เด็กชายกนกภทั ร ตันตวิ ฒั นา 3. เดก็ ชายนภัทร จริ โรจนานนท์ ครูที่ปรึกษา 1. นางสาวมนสิกานต์ สงวนธีรพงศ์ 2. นายอิงครตั ท่ีพ่งึ โรงเรียน โรงเรียนเทศบาลเมืองสุโขทัย บทคดั ย่อ การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) เป็นแนวทางการพัฒนาท่ีตอบสนอง ความต้องการของคนรุ่นใหม่ การบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ ความครอบคลุมทางสังคม และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันปัญหา ด้านส่ิงแวดลอ้ มและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟมุ่ เฟอื ยกำลังเป็นท่ีให้ความสนใจของหลายฝ่าย เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ปัญหาเรื่องขยะ นับเป็นปัญหาหนึ่งของโรงเรียน สาเหตุเนื่องมาจาก นักเรียนมีจำนวนมากขึ้น ขยะจึงเพิ่มขึ้น และขยะที่พบประจำ นั่นคือ ขวดนำ้ พลาสตกิ ซ่ึงเป็นขยะทีจ่ ัดไดว้ ่ามีเกิดขึ้นทกุ วนั เนอ่ื งจากนักเรยี นต้องดมื่ นำ้ สะอาด จำเป็นต้อง ซือ้ นำ้ ด่มื บางคร้ังด่ืมไม่หมดเม่อื ทิง้ ลงถังขยะทำให้น้ำบางส่วนจากขวดไหลรวมกบั ขยะอ่ืน เป็นแหล่ง เพาะพันธุ์เชื้อโรคและแบคทีเรยี อีกทั้งยังส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทางโรงเรียนเทศบาลเมืองสุโขทัยได้ ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง จึงมีการจัดตั้งธนาคารขยะ โดยให้ นักเรียนนำขยะรีไซเคิลของห้องมาขายให้กับธนาคาร คณะผู้จัดทำโครงงาน ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการบริหารจัดการพื้นที่ในการจัดเก็บขยะรีไซเคิล โดยเฉพาะขวดน้ำพลาสติก โดยเริ่มต้นจาก การบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บขยะในห้องเรียนแต่ละห้องก่อน จึงได้จัดทำเครื่องบีบอัดขวดน้ำ พลาสติกด้วยแรงกดในแนวดิ่ง เพื่อเพิ่มจำนวนขยะให้จัดเก็บในพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัดของห้องเรียน อีกทั้งเป็นการคดั แยกขยะให้สะอาด ไมม่ ีน้ำเหลือภายในขวดหรือของเหลวปนเปอื้ นกับขยะอ่ืน เพอ่ื ลด การเกดิ การสะสมของแบคทเี รียท่ีทำให้เกิดกลิ่นท่ไี ม่พงึ ประสงค์ ผลการทดลอง พบว่า เคร่อื งบีบอดั ขวดน้ำพลาสตกิ ด้วยแรงกดในแนวดิง่ สามารถบีบอัดขวด นำ้ พลาสติกได้ และขวดนำ้ พลาสติกท่ีถกู บีบอดั แล้ว สามารถจดั เก็บในพ้นื ทจี่ ดั เกบ็ ไดจ้ ำนวนมากขึน้
ง สารบาญ หน้า ข กติ ติกรรมประกาศ ค บทคัดยอ่ ง สารบาญ 1 บทที่ 1 บทนำ 1 3 ทม่ี าและความสำคญั ของปัญหา 3 จุดประสงค์การศึกษา 3 สมมติฐานการศกึ ษา 3 ตวั แปรทีศ่ ึกษาคน้ คว้า 3 นิยามเชิงปฏิบัตกิ าร 4 ขอบเขตการศกึ ษาค้นควา้ 4 ระยะเวลาในการศกึ ษาค้นควา้ 5 ผลทีค่ าดวา่ จะไดร้ บั 5 บทท่ี 2 เอกสารท่ีเกย่ี วข้อง 8 เอกสารเกย่ี วกบั เปา้ หมายการพฒั นาแห่งสหัสวรรษ (SDGs) 10 เอกสารเก่ยี วกบั ขยะ 12 เอกสารเกี่ยวกับการรไี ซเคลิ 14 เอกสารท่ีเก่ียวข้องกับแนวคดิ 3Rs รักษ์โลก เอกสสารท่เี กี่ยวข้องกับแรง มวล นำ้ หนัก และกฎการเคล่อื นท่ีของนวิ ตนั
บทท่ี 3 วธิ ีการดำเนินการ จ วัสดอุ ุปกรณ์ ขัน้ ตอนการสรา้ งและใชเ้ ครือ่ งบีบอดั ขวดพลาสติกด้วยแรงกดในแนวด่งิ 17 17 บทที่ 4 ผลการดำเนินการ 18 บทที่ 5 สรุปผล อภปิ ราย และข้อเสนอแนะ 19 23 สรุปผลการทดลอง 23 อภิปรายผล 23 ขอ้ เสนอแนะ 24 ประโยชน์ 25 บรรณานกุ รม 26 27 ภาคผนวก 28 31 ภาคผนวก ก การนำเคร่อื งบบี อัดขวดนำ้ พลาสติกดว้ ยแรงผลกั ไปใชจ้ ริง 32 ประวตั ิคณะผู้จัดทำ ประวตั ิครูทปี่ รึกษาโครงงาน
บทที่ 1 บทนำ ทมี่ าและความสำคัญของปญั หา การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) เป็นแนวทางการพัฒนาที่ตอบสนอง ความต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ลิดรอนความสามารถในการตอบสนองความต้องการ ของคนรุ่นหลัง (Brundtland Report, 1987) การบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ (economic growth) ความครอบคลุมทางสังคม (social inclusion) และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (environmental protection) ในการประชุม สมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2558 ณ สำนักงานใหญ่ สหประชาชาติ ประเทศไทยและประเทศสมาชิกสหประชาชาติรวม 193 ประเทศ รว่ มลงนามรับรอง วาระการพฒั นาท่ียงั่ ยนื ค.ศ. 2030 (2030 Agenda for Sustainable Development) ซึ่งเปน็ กรอบ การพัฒนาของโลกเพื่อร่วมกันบรรลุการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายในปี ค.ศ. 2030 โดยกำหนดให้มีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป็นแนวทางให้แต่ละประเทศดำเนินการร่วมกัน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 17 เป้าหมาย ประกอบไปด้วย 169 เป้าหมายย่อย (SDG Targets) ที่มีความเป็นสากล เชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน และกำหนดให้มี 247 ตัวชี้วัด เพื่อใช้ ติดตามและประเมินความก้าวหน้าของการพฒั นา โดยสามารถจดั กลุ่ม SDGs ตามปัจจัยที่เช่อื มโยงกัน ใน 5 มติ ิ (5P) ไดแ้ ก่ (1) การพัฒนาคน (People) ใหค้ วามสำคัญกับ การขจัดปญั หาความยากจนและ ความหวิ โหย และลดความเหลือ่ มลำ้ ในสังคม (2) สงิ่ แวดลอ้ ม (Planet) ให้ความสำคญั กับการปกป้อง และรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาติและสภาพภูมอิ ากาศเพอื่ พลเมอื งโลกรนุ่ ต่อไป (3) เศรษฐกิจและความ มั่งคั่ง (Prosperity) ส่งเสริมใหป้ ระชาชนมคี วามเปน็ อยู่ทีด่ ีและสอดคลอ้ งกับธรรมชาติ (4) สันติภาพ และความยุติธรรม (Peace) ยึดหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีสังคมที่สงบสุข และไม่แบ่งแยก และ (5) ความเป็นหุ้นส่วนการพฒั นา (Partnership) ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลือ่ น วาระการพฒั นาที่ย่ังยืน ปัจจุบันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือยกำลังเป็นที่ ให้ความสนใจของหลายฝ่าย เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เกิดจากการกระทำ กิจกรรมของมนษุ ย์ท่ีไดก้ ระทำมาต้งั แต่เร่ิมปฏิวตั อิ ตุ สาหกรรม การพฒั นาเทคโนโลยี การใชท้ รัพยากร อย่างไม่มีประสิทธิภาพจึงทำให้ทรัพยากรลดลงอย่างรวดเร็ว การเพิ่มขึ้นของประชากรมนุษย์ อยา่ งรวดเร็ว ซึ่งมผี ลกระทบตอ่ ชวี ิตความเป็นอยู่ของมนุษย์เปน็ ส่วนใหญ่ ผลกระทบท่ีมีต่อมนุษย์และ สังคม ได้แก่ ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาภาวะโลกร้อน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่
2 ทุกหน่วยงาน องคก์ ร รวมถึงสถาบนั การศึกษาต่างๆ ต้องมีความตระหนกั ถงึ ปัญหาน้ี การจัดกิจกรรม เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่ใครคนใดคน หนึ่ง ที่จะต้องร่วมกันรณรงค์รู้จักใช้อย่างคุ้มค่าและต้องพยายามรักษาให้ยาวนาน โดยเฉพาะ สิง่ แวดลอ้ มท่อี ยู่ใกล้ตวั ตอ้ งมคี วามหลากหลาย จงู ใจให้ทุกคนเกดิ ความสนใจและตระหนกั ในท่ีสุด ปัญหาเรื่องขยะนับวา่ เป็นปัญหาหนึ่งของโรงเรียน สาเหตุเนื่องมานักเรียนมีจำนวนมากขึ้น ขยะจึงเพิม่ ข้ึน สถานประกอบการต่าง ๆ มีมากขึ้น และสิ่งที่ตามมาอย่างเล่ียงไม่ไดค้ ือ ขยะมีจำนวน มากขึ้นตามไปด้วย จนกระทั่งการกำจัดขยะไม่สมดุลกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนขยะ และขยะที่พบ ประจำ นั่นคือ ขวดน้ำพลาสติก ซึ่งเป็นขยะที่จัดได้ว่ามีทุกวัน เนื่องจากนักเรียนต้องดื่มน้ำสะอาด จำเป็นตอ้ งซือ้ น้ำดื่ม บางคร้ังดืม่ ไม่หมด เม่ือทิ้งลงถังขยะทำใหน้ ำ้ บางส่วนจากขวดไหลรวมกับขยะอ่ืน เปน็ แหลง่ เพาะพนั ธุ์เชอ้ื โรคและแบคทีเรยี อีกท้งั ยงั ส่งกลิ่นไม่พงึ ประสงค์ และจากขอ้ มลู การกำจดั ขยะ ของประเทศไทยในแต่ละวัน มขี ยะเพม่ิ ข้นึ เป็นจำนวนนบั รอ้ ยลา้ นตนั แต่เราสามารถกำจัดขยะได้เพียง วันละไม่กี่สิบล้านตันเท่านั้น จึงมีขยะที่เหลือตกค้างรอการกำจัดอยู่เป็นจำนวนมาก แม้รัฐบาลจะมี พื้นที่ที่จัดไว้เพื่อรองรับขยะแต่ก็ไม่เพียงพอกับปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างปัญหาเป็น อย่างมากทั้งทางด้านทัศนวิสัย กลิ่น ความสะอาด ฯลฯ เกิดเป็นปัญหาขยะ ประเทศจะต้องเสีย งบประมาณเปน็ จำนวนมากไปกบั การจัดการและแก้ไขปัญหาดา้ นขยะ ทางโรงเรียนเทศบาลเมืองสโุ ขทยั ได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะก่อน ทง้ิ จึงมีการจัดต้งั ธนาคารขยะ โดยให้นักเรียนนำขยะของห้องเรียน ซึง่ เป็นขยะที่สามารถนำไปรีไซเคลิ ได้ (recycle) ได้แก่ ขวดน้ำพลาสติก กระดาษ นำมาขายให้กับธนาคารขยะทุกวันพุธ และทาง ธนาคารขยะจะจัดเก็บขยะไว้ท่ีส่วนกลาง แต่ยังพบว่า พื้นที่ในการจัดเก็บขยะของห้องเรียนยัง ไมเ่ พยี งพอและบริหารจัดการไดไ้ ม่ดนี ัก เนอื่ งจากรปู ทรงของขวดและปรมิ าตรทม่ี าก ทำใหก้ ารจัดสรร พื้นที่ในการจัดเก็บขยะยังไมด่ ีเท่าที่ควร และเป็นปัญหาต่อเนื่องทำให้การจัดสรรพื้นที่ในการจัดเก็บ ขยะรีไซเคิลของธนาคารขยะยังไม่มีประสิทธิภาพเช่นกัน เพราะขยะรีไซเคิล โดยเฉพาะขวดน้ำ พลาสติกของทกุ หอ้ งเรียนจะนำมารวมกันทธ่ี นาคารขยะ คณะผู้จัดทำโครงงาน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการพื้นที่ในการจัดเก็บขยะ รีไซเคิล โดยเฉพาะขวดน้ำพลาสติก โดยเริ่มต้นจากการบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บขยะในห้องเรียน แต่ละห้องก่อน จึงได้จัดทำเครื่องบีบอัดขวดน้ำพลาสติก ก่อนการจัดเก็บ เพื่อเพิ่มจำนวนขยะ ให้จัดเก็บในพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัดของห้องเรียน อีกทั้งเป็นการคัดแยกขยะให้สะอาด ไม่มีน้ำเหลือ ภายในขวดหรือของเหลวปนเปื้อนกับขยะอื่น เพอื่ ลดการเกิดการสะสมของแบคทีเรยี ท่ีทำให้เกิดกล่ิน ทไ่ี ม่พึงประสงค์
3 จุดประสงค์การศกึ ษา 1. เพือ่ ประดษิ ฐ์เครอ่ื งบีบอดั ขวดน้ำพลาสตกิ ก่อนการจดั เก็บขยะประเภทขวดน้ำพลาสตกิ 2. เพอ่ื เพิ่มพืน้ ที่ในการเกบ็ ขยะประเภทขวดน้ำพลาสติกในห้องเรยี น สมมติฐานการศกึ ษา 1. เคร่ืองบีบอัดขวดน้ำพลาสตกิ สามารถบีบอัดขวดน้ำพลาสตกิ ได้ 2. ขวดพลาสติกทถ่ี ูกบบี อัดมีขนาดเล็กลง ทำให้สามารถจัดเกบ็ ขวดนำ้ พลาสติกในพ้นื ทีท่ ี่ คอ่ นขา้ งจำกดั ได้มากขนึ้ ตวั แปรที่ศกึ ษาคน้ ควา้ ประกอบด้วย ตัวแปรตน้ เคร่อื งบีบอัดขวดนำ้ พลาสติก ตัวแปรตาม 1. สามารถบีบอัดขวดพลาสติก โดยใชแ้ รงกดในแนวดิง่ นอ้ ยที่สดุ 2. สามารถบีบอดั ขวดพลาสติกให้หดสั้นตามแนวยาวของขวดและ จดั เกบ็ ขวดพลาสตกิ ท่บี บี อัดแล้วลงในพื้นทีท่ ม่ี ีอยู่อย่างจำกดั ได้ จำนวนมากข้ึน ตัวแปรควบคมุ พืน้ ท่ีในการจัดเก็บขวดน้ำพลาสตกิ (ตะกร้าขนาด 38 × 24 × 24 ตารางเซนติเมตร) นิยามเชงิ ปฏิบตั ิการ 1. เครอื่ งบีบอัดขวดพลาสติกด้วยแรงกดในแนวด่ิง หมายถึง อปุ กรณส์ ำหรับบีบอัดขวดน้ำ พลาสติก ซึ่งทำมาจากไม้ในท้องถิ่น โดยใช้หลักการเรื่องแรง มวล และน้ำหนัก โดยนำขวดพลาสติก เปิดฝา ควำ่ ลงใหค้ อขวดอย่ทู ่ีรู แล้วกดอุปกรณล์ งในแนวดิ่งใหค้ านกดขวดลงตามแรงโนม้ ถว่ งของโลก 2. พนื้ ท่ใี นการจดั เก็บขยะประเภทขวดนำ้ พลาสติก หมายถงึ ตะกรา้ สำหรบั ใสข่ วดนำ้ พลาสติก ขนาด 38 × 24 × 24 ตารางเซนตเิ มตร ซึ่งมีอยา่ งละ 1 ใบ ตอ่ ห้องเรยี น ขอบเขตการศกึ ษา
4 1. เครอื่ งอัดขวดน้ำพลาสตกิ ปรมิ าตรไม่เกนิ 1500 มิลลิลิตร ใช้ภายในห้องเรยี น และบรรจุ ลงในตะกรา้ ขนาด 38 × 24 × 24 ตารางเซนตเิ มตร ระยะเวลาในการศึกษาค้นคว้า 31 พฤษภาคม – 25 สงิ หาคม 2566 ผลท่คี าดว่าจะไดร้ ับ 1. นักเรียนสามารถบรหิ ารจัดการโดยการคัดแยกขยะประเภทขวดพลาสติกภายในโรงเรยี น ได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ 2. นักเรียนสามารถนำวัสดุในท้องถิ่นนำมาสร้างเป็นนวตั กรรม เพื่อแก้ไขปญั หาสิ่งแวดล้อม ภายในโรงเรียน 3. นักเรยี นตระหนกั และเห็นถึงความสำคัญในการคดั แยกขยะ
5 บทท่ี 2 เอกสารทเ่ี กีย่ วขอ้ ง ผจู้ ดั ทำโครงงานเครื่องบีบอัดขวดพลาสติกจากแรงผลัก ได้ศึกษาเอกสาร นำเสนอดงั นี้ 1. เปา้ หมายการพฒั นาแห่งสหสั วรรษ Sustainable Development Goals (SDGs) 2. ความหมายของขยะ 3. การนำกลับมาใช้ใหม่ (recycle) 4. แนวคดิ 3Rs รกั ษ์โลก 5. แรง มวล นำ้ หนัก และกฎการเคลื่อนทข่ี องนวิ ตนั โดยมีรายละเอียด ดงั น้ี 1. เป้าหมายการพฒั นาแห่งสหสั วรรษ Sustainable Development Goals (SDGs) การพฒั นาทย่ี ั่งยนื (Sustainable Development) คอื แนวทางการพฒั นาที่ตอบสนองความ ตอ้ งการของคนรุ่นปัจจบุ ัน โดยไม่ลดิ รอนความสามารถในการตอบสนองความตอ้ งการของคนรุ่นหลัง (Brundtland Report, 1987) โดยการบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจ (economic growth) ความครอบคลุมทางสังคม (social inclusion) และการคมุ้ ครองสิ่งแวดล้อม (environmental protection) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 17 เป้าหมาย ประกอบไปด้วย 169 เป้าหมายย่อย (SDG Targets) ที่มีความเป็นสากล เชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน และกำหนดให้มี 247 ตัวชี้วัด เพื่อใช้ ตดิ ตามและประเมินความกา้ วหน้าของการพัฒนา โดยสามารถจัดกลุ่ม SDGs ตามปจั จัยที่เช่อื มโยงกัน ใน 5 มิติ (5P) ไดแ้ ก่ (1) การพัฒนาคน (People) ให้ความสำคัญกับการขจัดปัญหาความยากจนและความหิว โหย และลดความเหลอ่ื มลำ้ ในสังคม (2) สงิ่ แวดลอ้ ม (Planet) ใหค้ วามสำคัญกบั การปกป้องและรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาติและ สภาพภูมิอากาศเพอื่ พลเมืองโลกรุ่นต่อไป (3) เศรษฐกิจและความมั่งคั่ง (Prosperity) ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีและ สอดคลอ้ งกับธรรมชาติ (4) สันติภาพและความยตุ ิธรรม (Peace) ยึดหลักการอยู่ร่วมกนั อย่างสันติ มีสังคมที่สงบ สุข และไม่แบง่ แยก (5) ความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา (Partnership) ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการ ขบั เคลอื่ นวาระการพฒั นาท่ียัง่ ยืน
6 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการพัฒนาองค์การสหประชาชาติ จึงได้กำหนดเป้าหมาย การพัฒนาขึ้นใหม่โดยอาศัยกรอบความคิดที่มองการพัฒนาเป็นมิติ (Dimensions) ของเศรษฐกิจ สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม ใหม้ ีความเชอ่ื มโยงกนั เรียกว่า เปา้ หมายการพฒั นาทย่ี งั่ ยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ซ่ึงจะใช้เปน็ ทิศทางการพัฒนาตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2558 ถึงเดือน สิงหาคม 2573 ครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี โดยประกอบไปด้วย 17 เป้าหมายคอื เปา้ หมายที่ 1 ยตุ ิความยากจนทุกรูปแบบในทกุ ท่ี เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมัน่ คงทางอาหารและ ยกระดับโภชนาการ และ สง่ เสรมิ เกษตรกรรมท่ีย่งั ยืน เปา้ หมายที่ 3 สร้างหลกั ประกันว่าคนมชี ีวิตทีม่ ีสุขภาพดีและ สง่ เสริมสวัสด์ิภาพสำหรับทุก คนในทุกวยั เป้าหมายที่ 4 สรา้ งหลกั ประกันวา่ ทกุ คนมกี ารศึกษาทีม่ คี ุณภาพ อย่างครอบคลุมและเท่า เทยี ม และสนบั สนุนโอกาสในการเรียนรู้ ตลอดชวี ิต เปา้ หมายท่ี 5 บรรลุความเสมอภาคระหวา่ งเพศและใหอ้ ำนาจของ ผูห้ ญิงและเด็กหญงิ เป้าหมายที่ 6 สร้างหลกั ประกันวา่ จะมกี ารจัดให้มนี ้ำและสขุ อนามยั สำหรบั ทกุ คน และมี การบริหารจัดการที่ยงั่ ยนื เปา้ หมายท่ี 7 สรา้ งหลกั ประกันวา่ ทกุ คนเข้าถงึ พลงั งานสมยั ใหม่ ในราคาทีส่ ามารถซื้อหาได้ เชอ่ื ถอื ได้ และยั่งยนื เปา้ หมายท่ี 8 ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนือ่ ง ครอบคลมุ และย่งั ยนื การจา้ งงาน เต็มทแ่ี ละมีผลติ ภาพ และการมีงานทสี่ มควร สำหรบั ทุกคน เป้าหมายท่ี 9 สรา้ งโครงสร้างพน้ื ฐานทท่ี ีความทนทาน สง่ เสริม การพัฒนาอตุ สาหกรรมที่ ครอบคลุมและย่ังยืน และสง่ เสรมิ นวัตกรรม เปา้ หมายท่ี 10 ลดความไม่เสมอภาคภายในและระหว่างประเทศ เปา้ หมายท่ี 11 ทำให้เมอื งและการตง้ั ถน่ิ ฐานของมนษุ ยม์ ีความ ครอบคลุม ปลอดภยั มภี มู ิ ตา้ นทาน และยั่งยนื เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกันให้มรี ูปแบบการบรโิ ภคและผลิต ท่ยี งั่ ยืน เป้าหมายท่ี 13 ปฏิบัตกิ ารอยา่ งเรง่ ดว่ นเพื่อตอ่ สกู้ บั การเปลี่ยนแปลง สภาพภมู ิอากาศและ ผลกระทบท่เี กิดขึ้น เป้าหมายท่ี 14 อนุรักษ์และใช้ประโยชนจ์ ากมหาสมุทร ทะเลและ ทรพั ยากรทางทะเลอยา่ ง ยั่งยืนเพ่ือการพฒั นาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟน้ื ฟู และสนับสนนุ การใชร้ ะบบนิเวศบนบก อยา่ งยงั่ ยนื จดั การป่า
7 ไม้อย่างย่งั ยนื ต่อสกู้ ารกลายสภาพเป็น ทะเลทราย หยุดการเสอื่ มโทรมของท่ีดินและฟน้ื สภาพกลบั มา ใหม่ และ หยุดการสญู เสียความหลากหลายทางชีวภาพ เป้าหมายท่ี 16 ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลมุ เพ่อื การ พฒั นาท่ยี ง่ั ยนื ให้ทุกคน เขา้ ถึงความยุตธิ รรม และสรา้ งสถาบัน ทมี่ ปี ระสทิ ธิผล รับผดิ รบั ชอบ และครอบคลมุ ในทกุ ระดับ เปา้ หมายท่ี 17 เสรมิ ความเข้มแขง็ ใหแ้ ก่กลไกการดำเนินงานและฟนื้ ฟู สภาพห้นุ ส่วนความ รว่ มมือระดบั โลกสำหรับการพัฒนาท่ยี ั่งยืน การเงนิ การจดั การขยะสามารถชว่ ยให้บรรลุเป้าหมาย SDGs ได้โดยการจดั การขยะถือเปน็ เป้าหมาย ด้านหนึ่งที่มีความสำคัญในแผนดำเนินงาน SDGs 2030 โดยเฉพาะเป้าหมายการพัฒนาเพื่อความ ยั่งยืนในเรื่องของเมืองและถิ่นฐานมนุษย์ที่ยั่งยืน (SDG 11) การบริโภคและการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 12) และการใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล (SDG 14) ดังรายละเอียด ต่อไปน้ี • SDG 11.6 ในปี 2573 จะตอ้ งลดผลกระทบด้านลบท่ีเกิดจากผลกระทบของชมุ ชนเมืองท่ีมีต่อ สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะรวมถึงการให้ความใส่ใจเป็นกรณีพิเศษต่อคุณภาพของอากาศรวมทัง้ การ จดั การขยะชุมชนและขยะประเภทอน่ื • SDG 12.4 ในปี 2563 จะต้องประสบความสำเร็จในเรื่องของการบริหารจัดการในเชิง สิ่งแวดล้อมทั้งในเรื่องของขยะเคมีและขยะทุกประเภทตลอดวัฏจักรชีวิต โดยเป็นไปตาม กรอบการดำเนินงานระหว่างประเทศที่ได้รับความเห็นชอบ อีกทั้งยังต้องลดการปะปนของ ขยะดังกล่าวในอากาศ น้ำ และดิน เพื่อที่จะลดผลกระทบในเชิงลบที่มีต่อสุขภาพของผู้คน และสิ่งแวดล้อมให้เหลือนอ้ ยทสี่ ุด • SDG 12.5 ในปี 2573 จะต้องลดการสร้างขยะได้อย่างเป็นทป่ี ระจักษด์ ้วยการป้องกัน การลด จำนวน การนำขยะกลับมาแปรรูปเพอ่ื ใชใ้ หม่ และการนำขยะกลับมาใช้ซ้ำ • SDG 14.1 ในปี 2568 จะต้องสามารถป้องกันและลดมลภาวะทุกประเภทในแม่น้ำได้อย่าง เป็นท่ีประจักษ์ โดยเฉพาะมลภาวะที่เกดิ ข้นึ จากการดำเนินการบนพื้นดนิ ซ่ึงจะรวมถึงขยะใน แม่นำ้ และมลภาวะท่ีเกิดจากธาตุอาหารพชื การพัฒนาระบบการจัดการขยะท่ีครบวงจรรวมทัง้ เศรษฐกิจหมุนเวียนถือเป็นสิ่งสำคัญท่จี ะ ทำให้เราบรรลุเป้าหมายอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG 3) การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8) และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภมู อิ ากาศ (SDG 13)
8 สรุปได้ว่าเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ Sustainable Development Goals (SDGs) ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะคือ SDG 11, SDG 12, และ SDG 14 ทั้งหมดนี้เป็นการลดการใช้ขยะ อยา่ งย่ังยืน 2. ความหมายของขยะ ขยะ คือ ของเหลือทิ้งจากการใช้สอยของมนุษย์หรือจากขบวนการผลิตจากกิจกรรม ภาคอตุ สาหกรรมและเกษตรกรรมปจั จุบันขยะมลู ฝอย เป็นปญั หาวิกฤตท่กี ำลังทวคี วามรุนแรงมากขึ้น จะมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรวมและยังส่งผล กระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ในปี พ.ศ.2564 มีปริมาณขยะมูลฝอยจากชุมชนทัว่ ประเทศประมาณ 15.2 ล้านตนั และมีการนำขยะ และวัสดเุ หลอื ใช้มาใช้ประโยชนใ์ หม่ 2.7 ลา้ นตนั คดิ เปน็ รอ้ ยละ 19 ของขยะมลู ฝอยชุมชน ประเภทของขยะ ท่ที ง้ิ กันอย่ทู ่วั ไปมี 4 ประเภท ได้แก่ 1. ขยะย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหารและพืชผัก ที่เหลือจากการรับประทาน และ การประกอบอาหาร สามารถนำไปหมกั ทำปยุ๋ ได้ จากปรมิ าณขยะมูลฝอยท้ังหมดมปี ระมาณ 46 % 2. ขยะรีไซเคิลหรือขยะที่สามารถนำไปขายได้ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก ขวดพลาสติก โลหะ/อโลหะ ซึง่ จากปริมาณขยะมลู ฝอยทัง้ หมดมีอยปู่ ระมาณ 42% 3. ขยะทั่วไป เป็นขยะที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่าในการนำไปรีไซเคิล เช่น ซองบะหมี่ สำเร็จรปู เปลือกลูกอม ถุงขนม ถงุ พลาสตกิ จากปรมิ าณขยะมลู ฝอยท้งั หมด ประมาณ 9 % 4. ขยะพิษ หรือขยะมีพิษที่ต้องเก็บรวบรวมแล้วนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี เช่น กระป๋องยาฆ่า แมลง หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย ซึง่ จากปริมาณขยะมลู ฝอยทั้งหมด มีอยปู่ ระมาณ 3 % ประเภทและสขี องถังขยะ ถังขยะทัง้ หมดมอี ยู่ 4 ประเภท แต่ละประเภทนั้นก็รบั ขยะต่างกนั แต่ในปัจจุบันนัน้ คนส่วน ใหญม่ กั จะทิ้งขยะลงถังไม่ถูกประเภทกนั เชน่ กลอ่ งโฟม ทง้ิ ถังขยะสีเขียวบ้าง ถงั ขยะสีแดงบ้าง ซ่ึงคน แบบนม้ี กั จะเปน็ คนทม่ี ักง่าย ไมเ่ หน็ แก่ประโยชน์สว่ นรวม เป็นคนเหน็ แก่ตวั คิดวา่ ใกล้ถงั ขยะประเภท ไหนก็ท้ิงลงถังนัน้ ดังนั้นเราควรทิง้ ขยะให้ถกู ต้อง ตามสีและประเภทของถงั ขยะ เพื่อง่ายตอ่ การแยก ขยะ ดงั น้ี 1. ถังขยะ สีเขียว คอื ถงั ขยะทยี่ อ่ ยสลายได้ เช่น เศษอาหาร ก่งิ ไม้ ใบไม้ ผกั และขยะอกี มากมาย ทส่ี ามารถยอ่ ยสลายได้ 2. ถงั ขยะ สเี หลือง คือ ถังขยะทสี่ ามารถนำกลบั มาใชไ้ ด้ เชน่ กระดาษ ขวดนำ้ แก้วน้ำ เศษเหลก็ 3. ถังขยะ สีน้ำเงนิ คือ ถังขยะที่ไมส่ ามารถนำกลับมาใช้ได้ เช่น โฟม ถงุ ขนม พลาสติก 4. ถงั ขยะ สีแดง คอื ถังขยะท่ีเปน็ พษิ เชน่ กระปอ๋ งสี สีสเปรย์ แบตเตอรี่ ยาฆ่าแมลง และอ่นื ๆ ท่ี เป็นพิษ
9 ภาพ สขี องถงั ขยะ วธิ กี ารกำจัดขยะ การกำจัดขยะไม่ให้มีคงกำจัดไม่ได้เพราะในชีวิตประจำวันเราต้องใช้สิ่งของที่เป็นเครื่อง อุปโภคบริโภคจงึ จำเป็นตอ้ งมีของเหลือทง้ิ วิธีท่จี ะทำให้ขยะไม่เป็นปญั หากับมนุษย์และส่ิงแวดล้อมก็ คือการลดปริมาณขยะการทำให้ปริมาณขยะที่จะทิ้งลดลงอาจโดยการนำสิ่งที่เป็นขยะนัน้ กลับมาใช้ ประโยชน์อีกหรือการลดปริมาณการใช้และให้เหลือสิ่งที่จะทิ้งเป็นขยะจริงเพียงเท่าที่ไม่สามารถใช้ ประโยชน์อนื่ ใดไดอ้ ีกดงั นี้ 1. การลดการใช้ หรอื การลดขยะจากแหลง่ ที่เกิด โดยพยายามหลีกเลี่ยงหรือลดการเกิดขยะ หรือมลพษิ ทีเ่ กดิ ขน้ึ เช่น การใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถงุ พลาสติก 2. การนำผลิตภัณฑ์มาใช้ซ้ำ เป็นการนำวัสดุของใช้กลับมาใช้ในรูปแบบเดิมหรือนำมา ซ่อมแซมใช้ หรอื นำมาใชท้ ำประโยชน์อนื่ ๆ โดยแบ่งได้เปน็ 2 ขั้นตอนคือ 2.1 ขน้ั ตอนการผลติ สนิ คา้ พยายามทำใหเ้ กิดเศษวัสดหุ รอื ของเสยี น้อยทสี่ ดุ 2.2 ขน้ั ตอนการนำของใชม้ าใชซ้ ้ำ เป็นการยืดอายุการใช้งานกอ่ นจะนำไปทิ้ง เช่น การนำ ขวด พลาสติกมาบรรจุการใช้กระดาษ 2 หนา้ 3. การนำกลบั มาผลติ ใหม่ เป็นการแยกวัสดุทีไ่ ม่สามารถนำกลบั มาใชซ้ ้ำไดอ้ อกจากขยะและ รวบรวมใช้ เปน็ วัตถุดบิ ในการผลติ สนิ ค้า ขน้ึ ใหมห่ รอื เรียกว่า รไี ซเคิล 4. การหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุกำจัดยาก เช่น กล่องโฟม การใช้จานหรือแก้วกระดาษ ยาฆ่า แมลง ควรใช้ สมนุ ไพรเป็นสารกำจัด 5. การซ่อมแซมนำกลับมาใช้ใหม่เป็นการซ่อมแซมวัสดุที่ใช้แล้ว ที่สามารถซ่อมแซมนำ กลับมาใชใ้ หม่ได้ เชน่ การซ่อมแซมเสื้อผ้า อปุ กรณไ์ ฟฟา้ ชำรุด เปน็ ต้น สรุปได้ว่าเราทกุ คนตอ้ งความสำคัญกบั การแยกทิง้ ขยะรีไซเคลิ เพียงแคส่ งั เกตสัญลักษณ์ขยะ รีไซเคิลท่ีมลี ักษณะลกู ศรวน เชน่ หากต้องการทิง้ ขวดนำ้ พลาสตกิ ใหท้ ง้ิ ในถงั สเี หลอื ง และกอ่ นท้ิง ให้ เทนำ้ หรือของเหลวออกใหห้ มดขวด ใช้มอื บดิ หรือบีบเล็กมขี นาดเลก็ เพื่อประหยัดพน้ื ที่ในถังขยะ แต่ หากมีสงิ่ สกปรกควรลา้ งทำความสะอาดและตากใหแ้ ห้ง
10 3. การนำกลบั มาใชใ้ หม่ (Recycle) การแปรรูปของใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ หรือกระบวนการท่ีเรียกว่า \"รีไซเคิล\" คือ การนำเอา ของเสียท่ี ผ่านการใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ที่อาจเหมือนเดิม หรือไม่เหมือนเดิมก็ได้ ของใช้แล้วจาก ภาคอุตสาหกรรม นำกลับมาใช้ใหม่ ได้แก่ กระดาษ แก้ว กระจก อะลูมิเนียม และพลาสติก \"การรีไซเคลิ \" เป็นหนึ่งในวิธีการลดขยะ ลดมลพษิ ให้กับสภาพแวดลอ้ ม ลดการใชพ้ ลงั งานและลดการ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติของโลกไม่ใหถ้ ูกนำมาใช้ สิน้ เปลืองมากเกินไป ของใชแ้ ลว้ จากภาคอุตสาหกรรม นำกลับมาใช้ใหม่ ได้แก่ กระดาษ แก้ว กระจก อะลูมิเนียม และพลาสติก \"การรีไซเคิล\" เป็นหนึ่งใน วิธีการลดขยะ ลดมลพิษให้กับสภาพแวดล้อม ลดการใช้ พลังงานและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ของโลกไมใ่ หถ้ ูกนำมาใชส้ น้ิ เปลืองมากเกนิ ไป การแปรรูปของใช้แล้วกลบั มาใช้ใหม่มกี ระบวนการอยู่ 4 ข้ันตอน ได้แก่ 1. การเกบ็ รวบรวม 2. การแยกประเภทวสั ดุแตล่ ะชนดิ ออกจากกัน 3. การผลติ หรือปรบั ปรุง 4. การนำมาใช้ประโยชน์ในขั้นตอนการผลิตหรือปรับปรุงนั้น วัสดุที่แตกต่างชนิดกัน จะมี กรรมวิธีใน การผลิต แตกต่างกัน เช่น ขวด แก้วที่ต่างสี พลาสติกที่ต่างชนิด หรือกระดาษที่เนื้อ กระดาษ และสีทแี่ ตกตา่ ง กนั ต้องแยกประเภทออกจาก เมื่อผ่านขั้นตอนการผลิตแล้วของเสียที่ใช้แล้วเหล่านี้จะกลายมาอยูใ่ นรปู ของผลิตภัณฑ์ใหม่ จากนั้นจึง เข้าสู่ขั้นตอนในการนำมาใช้ประโยชน์ ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลจึงสามารถสังเกตได้จาก เคร่ืองหมายทีประทับไว้ บน ผลติ ภณั ฑ์ทผี่ ลติ ทกุ ครง้ั การรไี ซเคลิ ทำให้โลกมีจำนวนขยะลดนอ้ ยลง และชว่ ยลดปริมาณการนำทรพั ยากรธรรมชาติ มาใช้ เป็นวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรมให้น้อยลง ลดการถลุงแร่บริสุทธิ์ และลดปริมาณการโค่น ทำลายปา่ ไมล้ งด้วย การหมนุ เวยี นนำมาผลิตใหม่ยงั เปน็ การลดการใช้พลงั งานจากใตภ้ ภิ พ ลดปริมาณ การปลอ่ ยกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซดข์ นึ้ สอู่ ากาศและลดภาวะ การเกิดฝนกรด ตวั อยา่ ง ขยะรไี ซเคลิ ประเภทขวดพลาสตกิ ขวดพลาสติก พลาสติก ผลิตขึ้นจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และอาจผลิตเพื่อให้มีสีต่าง ๆ ใสแข็งหรืออ่อน และยังสามารถหลอมละลายเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้โดยใช้แรงดันและความร้อนและคุณสมบัติของ พลาสตกิ คอื ไม่ สลายตัว ประโยชนข์ องพลาสติก คอื น้ำหนักเบา ทำใหส้ ะดวกตอ่ การถือหว้ิ และการ ขนส่ง ตลอด จนมีความ ทนทานอยู่ได้เป็นเวลานาน และเนื่องจากสามารถใช้ประโยชน์ได้มาก พลาสติกจงึ เข้ามาแทนที่ อยา่ งไรกต็ ามถึงแม้พลาสติกจะมีประโยชน์ แตก่ ม็ ขี อ้ เสียคอื พลาสติกผลิตมา จากทรัพยากรธรรมชาติท่ี ไม่สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ เช่น น้ำมัน ถ่านหิน นอกจากนี้ ก็ยากต่อการ นำมารีไซเคิล และต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง และที่สำคัญเน่ืองจากพลาสติกมีหลายชนิด การนำมาผลิตใช้ ใหม่จะต้องแยกพลาสตกิ แต่ละชนิดออกจากกัน ปัจจุบันจงึ มีเพียงถุงพลาสติกเท่านั้นที่สามารถนำมา ผลิตใช้ใหม่ได้ แต่มีการนำถุงพลาสติกที่ใช้แล้วเพียงร้อยละ 3 ของจำนวนถุงพลาสติกที่ผลิตออกมา
11 เท่านั้นที่นำกลับเข้าสู่โรงงานเพื่อการรีไซเคิล ดังนั้น พลาสติกที่ถูกทิ้ง ขยะในปัจจุบันจึงคงอยู่ใน สภาพแวดล้อมไปอกี นานนบั หลายร้อยปี พลาสติก แบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท ดงั นี้ พลาสติก แบ่งเปน็ ประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท ดงั น้ี 1. พลาสติกที่คงรปู ถาวรหรือพลาสตกิ เทอร์โมเซท (Thermosetting Plastic) เป็น พลาสติก ท่ี แขง็ ตัวดว้ ยความร้อนแบบไม่ย้อนกลับ สามารถขน้ึ รูปผลติ ภัณฑร์ ูปทรงต่าง ๆ ได้โดยท าให้แข็งตัว ดว้ ยความ รอ้ นในแม่แบบ และเมอ่ื แข็งตัวแลว้ จะมีความคงรปู สงู มาก เน่ืองจากไม่สามารถหลอมเหลว ได้อกี พลาสติกใน กลุม่ นจ้ี ึงจดั เปน็ ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภท “รีไซเคิลไมไ่ ด”้ 2. พลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หรือเทอร์โมพ ลาสติก (Thermosetting) เป็นพลาสติกที่หลอมตัวด้วยความรอ้ น และกลับแข็งตัวเม่ืออุณหภมู ิลดต่ำลง พลาสติกชนิดนี้จดั เปน็ วัสดปุ ระเภทรีไซเคิลได้ เพื่อให้ง่ายต่อการแยกชนดิ บรรจภุ ัณฑ์พลาสติกเพอ่ื นำกลับมาแปรรูปใช้ใหม่ได้ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ได้มี การนำสญั ลักษณม์ าใชบ้ นบรรจุภณั ฑอ์ ย่างแพร่หลาย ดังน้ี ตารางท่ี 1 สัญลกั ษณ์บนบรรจภุ ณั ฑ์ขวดตา่ งๆ สัญลักษณ์ ฃนดิ พลาสตกิ การใช้งาน ตวั อยา่ ง PETE (Polyethylene ขวดเคร่ืองดืม่ ท่ี terephthalate ไมใ่ ชแ่ อลกอฮอล์ ethylene) ขวด น้ำดมื่ ขวด HDPE น้ำมนั พืช (High-Density Polyethylene) ขวดบรรจนุ ม น้ำ ดมื่ เคร่อื งสำอาง PVC แชมพู สบู่เหลว ถุง (polyvinyl Shopping หรือ chloride) retail bags LDPE พลาสตกิ ห่อ (Low Density เนอ้ื สตั ว์ อุปกรณ์ Poly Ethylene) การแพทย์ (medical tubing) ถุงบรรจุอาหารแช่ แขง็ ขวดน้ำยาซกั แหง้
12 สญั ลกั ษณ์ ฃนดิ พลาสตกิ การใช้งาน ตวั อยา่ ง PP ขวดซอสมะเขือเทศ (Polypropylene) ภาชนะบรรจเุ นย เทียม ขวดยา อปุ กรณ์การแพทย์ (medical tubing) PS กลอ่ งใส่ CD กล่อง (Polystyrene) อาหารสะดวกซื้อ รวมทั้งกลอ่ งโฟม ถว้ ย จานอาหาร ภารชนะบรรจไุ ข่ พลาสตกิ อื่นๆ เป็นพลาสตกิ อ่นื ๆ นอกเหนือจาก พลาสตกิ ท้ัง 6 ประเภท พบ มากมาย หลาย รปู แบบ เช่น สนั รองเท้า ปากกา สรุปได้ว่าการรีไซเคิล ทำให้โลกมีจำนวนขยะลดน้อยลง และช่วยลดปริมาณการนำ ทรัพยากรธรรมชาติ มาใช้อยา่ งสิ้นเปลอื ง โดยผ่านกระบวนการรไี ซเคิล ที่เร่มิ ต้นจากการขดั แยกขยะ 4. แนวคิด 3Rs รักษ์โลก การลดขยะ ด้วยแนวคดิ 3R เป็นแนวคิดและแนวทางในการปฏิบัติเพื่อการใช้ทรัพยากรทมี่ ีอยู่ อยา่ งค้มุ ค่า สามารถช่วยลดปรมิ าณขยะให้น้อยลง ด้วยการลดการใช้ การนำกลับมาใช้ซำ้ และการนำ ขยะกลับมาใช้ใหม่ (Reduce Reuse and Recycle: 3Rs) โดยเริ่มต้นที่การใช้ให้น้อยลง ลดการใช้ วัสดุ ผลิตภัณฑ์ ที่ก่อให้เกิดขยะเพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น (Reduce) การนำวัสดุ ผลิตภัณฑ์ที่ยัง สามารถใช้งานได้ กลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำวัสดุ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานแล้วมาแปรรูป เพื่อนำ กลบั มาใชป้ ระโยชนใ์ หม่ หรือ รีไซเคลิ (Recycle) ลดการสรา้ งขยะในทท่ี ำงาน - แก้ไขบนหนา้ จอไม่ใชบ่ นกระดาษ เพือ่ ลดการใช้กระดาษ - ใชอ้ เี มลเพื่อลดการใช้กระดาษ - คิดก่อนพมิ พห์ รอื ถ่ายสำเนา พมิ พ์และทำสำเนาใหน้ ้อยทส่ี ุด
13 - ส่งและจัดเก็บเอกสาร เช่น เอกสารที่จำเป็นและข้อเสนอทางธุรกิจทาง อเิ ล็กทรอนกิ ส์แทนท่จี ะเปน็ กระดาษ - เม่ือต้องพมิ พห์ รอื ทำสำเนาใหท้ ำสองดา้ น - หมนุ เวียนเอกสารแทนการทำสำเนาเฉพาะสำหรับทกุ คน - เปลี่ยนระยะขอบบนเอกสาร Word ระยะขอบเริ่มต้นของเอกสารที่พิมพ์คือ 1.25 นิ้วทุกด้าน เพียงเปลี่ยนระยะขอบเป็น 0.75 นิ้วจะช่วยลดปริมาณกระดาษที่ใช้ลง เกอื บ 5 เปอร์เซ็นต์ ลดการสรา้ งขยะในชวี ิตประจำวนั - ใช้ถงุ ผ้า ตระกร้า เพอื่ ลดการใช้ถุงพลาสติก - ใช้ผา้ เช็ดหนา้ แทนการใช้กระดาษชำระ - ใช้ปน่ิ โต หรอื กล่องข้าวใสอ่ าหาร แทนการใสก่ ล่องโฟม - ใชก้ ระตกิ นำ้ หรือขวดนำ้ แบบพกพา ท่ีสามารถ Refill ได้ แทนการซ้อื น้ำด่ืมที่บรรจุ ในขวดพลาสติกแบบใชค้ ร้ังเดยี วทง้ิ - ปฏเิ สธการรับถงุ พลาสติก เมื่อซอื้ ของช้ินเล็กหรือนอ้ ยชนิ้ - เลือกซื้อบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เลือกทานอาหารที่ร้านแทนการใส่ กลอ่ งกลับ - หลีกเลยี่ งใชว้ ัสดสุ ิ้นเปลอื งแบบใชค้ ร้งั เดียวทิ้ง Reuse – นำกลับมาใช้ซำ้ (ใชแ้ ลว้ ใชอ้ ีก) การใชซ้ ้ำ เปน็ การใชท้ รัพยากรให้คมุ้ ค่าที่สุด โดยการนำส่งิ ของเคร่ืองใชม้ าใชซ้ ำ้ ซ่งึ บางอย่าง อาจใช้ซ้ำได้หลาย ๆ ครั้ง เช่น ใช้บรรจุภัณฑ์ซ้ำหลายครั้งก่อนทิ้ง ใช้ภาชนะที่สามารถใช้ซ้ำได้ เลือก ซ้อื สินคา้ ท่ีสามารถใช้ซำ้ ได้ ซ่ึงนอกจากชว่ ยลดการเกดิ ขยะแลว้ ยังชว่ ยลดปรมิ าณการตดั ต้นไม้ได้เป็น จำนวนมาก - เลอื กใช้ถา่ นไฟฉายแบบชาร์ตได้ - ดัดแปลงของเหลอื ใช้เพอื่ ใช้ประโยชน์ - เส้ือผา้ เกา่ นำไปบรจิ าค หรอื ถูพ้นื - ซอ่ มแซมอปุ กรณต์ ่างๆ ไม่ท้งิ เป็นขยะ - การใชก้ ระดาษ 2 หนา้ - การนำกระดาษรายงานที่เขียนแล้ว 1 หน้า มาใช้ในหน้าที่เหลือหรืออาจนำมาทำ เปน็ กระดาษโน้ต Recycle – นำกลบั มาใชใ้ หม่ คัดแยกขยะมูลฝอยแต่ละประเภท ทสี่ ามารถนำกลบั มาใช้ใหมห่ มุนเวยี นกลบั เขา้ สู่ กระบวนการผลติ ของแต่ละประเภทได้
14 - ขวดแก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ - เลือกซอ้ื สินคา้ ทีน่ ำกลบั มารีไซเคิลไดห้ รือท่ีผลิตจากวัสดุรีไซเคิล สรปุ ไดว้ า่ หากเราทกุ คน สามารถทำไดค้ รบท้งั 3Rs กจ็ ะสามารถลดปริมาณขยะทีเ่ กดิ ข้ึนได้ใน ทกุ ๆ วัน ลดการสรา้ งมลพษิ แกโ่ ลก และยังนำกลับมาใช้ประโยชนไ์ ด้อยา่ งคมุ้ ค่า แทนที่จะถูกท้ิงแล้ว นำไปกำจัด และนอกจากช่วยลดปริมาณขยะลงได้แล้ว ยังช่วยลดปริมาณการใช้ทรัพยากร ใช้ ทรัพยากรอยา่ งคมุ คา่ ช่วยอนุรักษส์ ่งิ แวดล้อมได้ดว้ ย 5. แรง มวล และน้ำหนัก 5.1 แรง (Force) ในชีวิตประจำวนั เราคงจะคุ้นเคยกับคำวา่ แรงกันเป็นอยา่ งดีอยแู่ ล้ว เชน่ เม่อื เราออกแรง กระทำกับวตั ถกุ จ็ ะทำใหว้ ัตถุเกดิ การเปลย่ี นตำแหน่งหรอื เกิดการเคลอ่ื นท่ี หรอื ในบางคร้ังเมอ่ื เรา ออกแรงกระทำกับวตั ถุก็จะทำให้วตั ถเุ กดิ การเปล่ียนแปลงสภาพ เช่น เกิดการหัก เป็นตน้ สำหรับในทางฟสิ กิ ส์น้ัน เราจะพบว่า มแี รงอยูใ่ นธรรมชาติ 4 ประเภท และแรงทกุ ประเภท ล้วนมีสมบัติที่จะทำให้สภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุเปลี่ยนไป แรงในธรรมชาติ 4 แรงน้ัน ได้แก่ แรงโน้มถว่ ง แรงแม่เหล็กไฟฟา้ แรงนิวเคลียร์แบบอ่อน และแรงนวิ เคลียรแ์ บบแรง โดยในที่น้ีเราจะ กลา่ วถึงเฉพาะแรงเนื่องมาจากความโนม้ ถ่วง หนว่ ยของแรงนั้นมีค่าเป็นนวิ ตนั (N) โดย แรงสุทธิ 1 นิวตัน คอื แรงท่ีทำให้มวล 1 กิโลกรัม มีความเร่ง 1 เมตรต่อวินาที2 และจากลักษณะของแรงที่พบทำใหเ้ ราแบง่ การพิจารณาคุณสมบัติของ แรงได้เปน็ ดงั น้ี 1. สังเกตว่าเวลาเราออกแรงผลักหรือออกแรงดึงวัตถุนั้นจะมีท้ังขนาดและทิศทางของแรง แสดงวา่ แรงเป็นปรมิ าณเวกเตอร์ น่ันคือ มีท้ังขนาดและทศิ ทาง 2. แรงที่กระทำจะปรากฏในลักษณะกระทำกันเป็นคู่ ๆ และจะกระทำในลักษณะที่มีทิศ ตรงกันข้ามกนั เชน่ เม่ือเราออกแรงผลักโตะ๊ โตะ๊ กจ็ ะออกแรงผลักเรา ซ่ึงมขี นาดเท่ากันแต่ในทิศทาง ตรงกนั ข้ามกับแรงทเี่ รากระทำ 3. แรงทำใหว้ ัตถุมคี วามเรว็ เปล่ียนไป นั่นคือ ทำใหว้ ตั ถุมีความเรง่
15 4. แรงสามารถทำให้วัตถเุ ปลยี่ นแปลงลักษณะทางกายภาพหรอื เปลยี่ นแปลงรูปร่างได้ 5.2 มวล (mass) มวล เป็นสมบัตขิ องก้อนสสารท่ีบ่งบอกถงึ ค่าความต้านทานในการเปลี่ยนสภาพการเคล่ือนที่ หรอื เปน็ ปริมาณที่แปรผันตรงกบั ค่าความตา้ นทานต่อการเกดิ ความเรง่ เมื่อถูกแรงกระทำ หรอื มวล m ของวตั ถุ หมายถึง ความเฉื่อยต่อการเคลอ่ื นท่ี มวลมหี นว่ ยเปน็ กิโลกรัม 5.3 นำ้ หนกั (Weight) นำ้ หนกั หมายถงึ แรงทเี่ กดิ จากความเรง่ โนม้ ถ่วงของโลกกระทำต่อวัตถุ ดงั นน้ั ถ้าปล่อยใหว้ ตั ถมุ วล m ตกลงมาอย่างอิสระ แรงสทุ ธทิ ี่กระทำตอ่ วัตถุคือ นำ้ หนักของ มวล m คูณกับความเร่งโน้มถ่วงของโลก g นั่นเอง น้ำหนักมีหน่วยเป็น นิวตัน จาก F = ma จะได้ w = mg 5.4 การเคล่ือนทีข่ องนวิ ตัน กฎการเคลื่อนที่ขอ้ ท่ี 1 ของนิวตัน กฎการเคลือ่ นที่ขอ้ ที่หน่งึ ของนวิ ตนั หรือ กฎของความเฉ่ือย กลา่ วว่า “ วัตถุจะรักษาสภาวะ อยู่นง่ิ หรอื สภาวะเคลื่อนท่อี ย่างสม่ำเสมอในแนวเสน้ ตรง นอกจากมีแรงลัพธม์ ากระทำ” ขยายความ ไดว้ า่ ถา้ วัตถุน้นั นงิ่ อยไู่ มเ่ คลอื่ นไหวก็ยงั น่ิงอยู่อยา่ งน้ัน แต่ถ้าวตั ถนุ ั้นกำลงั เคล่ือนที่ด้วยความเร็วคงที่ (a = 0) ก็ยังคงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ต่อไปตราบใดทีไ่ ม่มีแรงภายนอกมากระทำนิวตันบรรยาย กฎข้อที่หนึ่งว่า “วัตถุจะรักษาสภาวะหยุดนิ่ง หรือสภาวะเคลื่อนที่อย่างสม่ำเสมอในแนวเส้นตรง นอกจากมีแรงลัพธ์มากระทำ” กฎของเขาค่อนข้างจะขัดแย้งกับความจริงที่พบเห็นในชีวติ ประจำวัน คุณลองออกแรงผลักหนงั สอื บนโตะ๊ ถ้าไม่ออกแรงตอ่ หนงั สอื จะเคล่ือนท่ีตอ่ ไปช่ัวขณะ และหยุดการ
16 เคลือ่ นท่ี ถ้าตอ้ งการให้เคลอ่ื นท่ีต่อก็ต้องออกแรงดันตอ่ สาเหตุมาจากแรงเสยี ดทานบนผิวของโต๊ะซึ่ง สวนกบั การเคลอื่ นท่ีของหนงั สือ ถา้ พน้ื ผวิ ของโต๊ะลื่นแรงเสียดทานกน็ ้อย การเคลื่อนท่ีของหนังสือก็ ไปไดไ้ กล แตถ่ า้ แรงเสียดทานมาก การเคล่อื นทข่ี องหนงั สอื กไ็ ปได้นอ้ ย กฎการเคลอ่ื นที่ขอ้ ท่ี 2 ของนิวตัน กฎการเคลื่อนที่ข้อที่ 2 ของนิวตันบางที่เรียกว่า กฎความเร่ง กฎข้อนี้กล่าวว่า ” ความเร่ง ของอนภุ าคเปน็ ปฏภิ าคโดยตรงกบั แรงลัพธท์ ีก่ ระทำต่ออนภุ าค โดยมที ศิ ทางเดยี วกัน และเป็นปฏิภาค ผกผันกบั มวลของอนภุ าค” ตามกฎขอ้ ที่ 2 ของนิวตนั เนื่องจากความเร่งเปน็ สัดส่วนตรงกบั แรง ดังนนั้ อัตราส่วนของแรงกับความเร่งจะเป็นค่าคงที่ ซึ่งตรงกับมวล m ของวัตถุ เขียนเป็นความสัมพันธ์ได้ ดงั น้ี m =F/a หรือ F = ma กฎการเคลอ่ื นท่ขี อ้ ที่ 3 ของนวิ ตัน กฎการเคล่ือนทีข่ ้อที่ 3 ของนิวตนั กลา่ ววา่ “ทุกแรงกิรยิ าย่อมมีแรงปฏิกิริยาซ่ึงมีขนาดเทา่ กนั แตม่ ที ศิ ตรงขา้ มกนั เสมอ กฎขอ้ นเ้ี รียกวา่ กฎของกิริยาและปฏกิ ิริยา (Law of action and reaction) แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยาหมายถึง แรงกระทำและแรงกระทำตอบ โดยเป็นแรงซึ่งกระทำต่อมวลท่ี ตา่ งกัน และเกิดขึน้ พร้อมกันเป็นคู่เสมอ โดยทม่ี วลอาจไม่สมั ผัสกนั และถือวา่ แรงหน่ึงแรงใดเป็นแรง กริ ิยาและแรงปฏกิ ิรยิ ากไ็ ด้ จากรปู FAB คอื แรงท่ี A กระทำบน B และ FBAคอื แรงที่ B กระทำบน A FAB = - FBA
17 1. วสั ดอุ ุปกรณ์ บทท่ี 3 1. ไม้ วธิ กี ารดำเนนิ การ 4. สายยาง 2. นอ็ ต 3. สกรู 5. ตะปู 6. แท่งเหล็ก 2. ขั้นตอนการสรา้ งและใชเ้ คร่อื งบีบอดั ขวดน้ำพลาสตกิ ขั้นตอนที่ 1 ออกแบบเครอื่ งอดั ขวดน้ำพลาสติกด้วยแรงกดในแนวดงิ่ ออกแบบและร่างเคา้ โครงเคร่ืองอัดขวดน้ำพลาสติก ปรมิ าตร ไม่เกนิ 1500 มลิ ลิลิตร ตวั ยดึ ทอี่ ยรู่ ะหว่างแท่งกดขวดพลาสตกิ กบั คานสำหรบั ออกแรง แทง่ กดขวดพลาสติก
18 ขนั้ ตอนที่ 2 สร้างเครอื่ งบีบอัดขวดนำ้ พลาสตกิ ด้วยแรงผลัก 1. สร้างเคร่อื งบบี อดั ขวดนำ้ พลาสติก ตามโครงรา่ งที่ออกแบบไว้ ขน้ั ตอนที่ 3 นำเครือ่ งบบี อดั ขวดน้ำพลาสติกดว้ ยแรงกดในแนวด่งิ ไปทดลองใช้ 1. นักเรยี นนำเครอ่ื งอดั ขวดน้ำพลาสตกิ ปริมาตร ไมเ่ กิน 1500 มลิ ลลิ ิตร ไปใช้บบี อัด โดยใช้ ในห้องเรียน ร้านค้าสวัสดกิ ารภายในโรงเรยี น ร้านค้าข้างโรงเรยี น วัดใกล้โรงเรียน (วัดศรีเสวตวนา ราม) และโรงงานลูกช้ินขา้ งโรงเรยี น 2. เขียนแผนภาพของแรงท่กี ระทำต่อขวดในแนวดงิ่ และอภปิ รายผล โดยใช้สูตรแรงทีก่ ระทำ ต่อวัตถใุ นแนวดงิ่ เมือ่ วตั ถมุ กี ารเคล่ือนที่ F = W = mg แรง (นวิ ตัน) = น้ำหนกั = มวล (กิโลกรมั ) x แรงโนม้ ถว่ งของโลก (≈ 10) ขั้นตอนท่ี 4 นำขวดน้ำพลาสติกทบ่ี ีบอดั แลว้ มาดำเนนิ การ ดงั น้ี 1. นำขวดน้ำพลาสติกปริมาตร 350 มิลลิลิตร และ 600 มิลลิลิตร มาวัดความยาวด้วย ไมบ้ รรทัดตามแนวยาว (หน่วยเซนติเมตร) แลว้ หาคา่ เฉลย่ี ความยาวของขวดพลาสตกิ ทถ่ี กู บบี อัด 2. นำขวดพลาสติกทีถ่ ูกบีบอัดด้วยเครื่องบีบอดั ขวดพลาสติกด้วยแรงกดในแนวดิ่ง บรรจุลง ตะกร้าขนาด 38 × 24 × 24 ตารางเซนติเมตร นบั จำนวนขวด และจดบนั ทกึ 3. ทำเช่นเดียวกับข้อ 2 แต่เปลี่ยนเปล่ียนขวดน้ำพลาสติกที่ถูกบีบอัดตามแนวขวางด้วยแรง มือ และขวดน้ำพลาสติกทไ่ี มถ่ กู บบี อัด
19 บทท่ี 4 ผลการดำเนินงาน ผลการดำเนนิ งาน 1. การประดิษฐเ์ คร่ืองบีบอดั ขวดนำ้ พลาสติก ก่อนการจัดเก็บขยะประเภทขวดน้ำพลาสติก 1.1 ใช้หลักการ เรือ่ ง แรง มวล และน้ำหนัก จากการศึกษา โดยอ้างอิงจากการสร้างเครื่องบีบอัดขวดพลาสติกด้วยแรงผลักก่อนหน้า พบว่า การออกแรงทน่ี อ้ ยที่สดุ จะต้องทำให้แนวแรงที่กระทำต่อวัตถุทำมมุ 90 องศา จึงปรับปรุงและ ออกแบบใหใ้ ชแ้ รงกดในแนวดิ่ง พบว่า ตอ้ งออกแบบเครอ่ื งบบี อวดขวดพลาสตกิ ด้วยแรงกดในแนวด่ิง ท่ีทำมุม 90 องศา กับขวดพลาสติกจะทำให้ชว่ ยทนุ่ แรง และออกแรงกดนอ้ ยที่สุด เนื่องจากแรงท่ีผู้กด (F) กระทำต่อเครื่องบีบอัดขวดพลาสติกมีทิศทางเดียวกับน้ำหนักของวัตถุที่อยู่บนโลก (ซึ่งเปน็ แรงท่ี เกิดจากความเรง่ โน้มถว่ งของโลกกระทำตอ่ วตั ถุ ; W = mg) 1.2 ใชห้ ลกั การการลดแรงดนั ภายในขวด บริเวณด้านล่างของฐานท่ีวางขวด ผู้จัดทำได้ออกแบบใหเ้ ป็นช่องว่างวงกลม เพื่อให้คอขวด สอดลงมาได้ และทำให้ขวดตั้งได้อย่างมั่นคงในลักษณะคว่ำขวดลงและเปิดฝาออก เมื่อออกแรงกด จากด้านบน (อัดลงที่ก้นขวด) จะทำให้อากาศที่อยู่ภายในขวดถูกดนั ออกมา ส่งผลให้สามารถบีบอัด ขวดใหห้ ดส้นั ได้มากท่ีสดุ 2. การเพ่ิมพน้ื ทใ่ี นการเก็บขยะประเภทขวดน้ำพลาสตกิ ในห้องเรียน เครือ่ งบีบอดั ขวดน้ำพลาสติก ปรมิ าตรไม่เกิน 1500 มลิ ลลิ ิตร ทสี่ รา้ งขึน้ โดยใช้หลักการเรื่อง คานและแรงผลกั สามารถบบี อัดขวดน้ำพลาสติกได้ โดยใช้ขวดน้ำพลาสตกิ ท่ีมีปริมาตรท่ีแตกต่างกัน 2 แบบ คือ ปริมาตร 350 และ 600 มิลลลิ ิตร โดย การบบี อัดขวดนำ้ พลาสตกิ ปริมาตร 350 มลิ ลลิ ิตร ตามแนวยาวได้หดสั้น โดยมีค่าเฉลี่ย 8.38 เซนติเมตร และสามารถบีบอัดขวดน้ำพลาสติกปริมาตร 600 มิลลลิ ิตร ตามแนวยาวไดห้ ดสนั้ โดยมคี า่ เฉลย่ี 12.5 เซนตเิ มตร ดังตารางท่ี 1
20 ตารางที่ 1 แสดงค่าเฉล่ยี ของความยาวของขวดนำ้ พลาสติกขนาดไม่เกิน 600 มลิ ลลิ ิตร ท่ีถูกบีบ อัดด้วยเคร่อื งบบี อดั ขวดน้ำพลาสตกิ ดว้ ยแรงกดในแนวดง่ิ ปริมาตรของขวด จำนวนขวดทวี่ ดั ความยาว (เซนติเมตร) คา่ เฉลยี่ น้ำ ขวดท่ี 1 ขวดท่ี 2 ขวดท่ี 3 ขวดที่ 4 (x̅) (มิลลิลิตร) 350 8.5 8 9 8 8.38 600 14 12 11 13 12.5 ภาพที่ 1 แสดงการวดั ความยาวของขวด ปริมาตร 350 มิลลิลติ ร หลงั การบบี อดั จำนวน 4 ขวด ภาพ ก วดั ความยาวขวดได้ 8.5 เซนติเมตร, ภาพ ข วัดความยาวขวดได้ 8 เซนติเมตร ภาพ ค วัดความยาวขวดได้ 9 เซนติเมตร, ภาพ ง วัดความยาวขวดได้ 8 เซนตเิ มตร
21 ภาพที่ 2 แสดงการวัดความยาวของขวด ปริมาตร 600 มลิ ลิลติ ร หลงั การบบี อัด จำนวน 4 ขวด ภาพ จ วัดความยาวขวดได้ 14 เซนติเมตร, ภาพ ฉ วัดความยาวขวดได้ 12 เซนตเิ มตร ภาพ ช วดั ความยาวขวดได้ 11 เซนตเิ มตร, ภาพ ซ วดั ความยาวขวดได้ 13 เซนติเมตร การบีบอัดขวดน้ำพลาสติกก่อนการคัดแยกขยะ เป็นการบริหารจัดการขยะและการจัดการ พนื้ ทใ่ี นการเกบ็ ขยะทมี่ อี ยูอ่ ย่างจำกัดภายในห้องเรียนของโรงเรียนเทศบาลเมอื งสุโขทยั ตามโครงการ ธนาคารขยะของโรงเรียน อีกทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายและเป้าประสงค์การพัฒนาอย่างยั่งยืน ของ SDGs เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกนั ให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคท่ียั่งยนื (Ensure sustainable consumption and production patterns) ข้อที่ 5 ลดการเกิดของเสียโดยให้มี การป้องกัน การลดปริมาณ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ภายในปี 2573 โดยพบว่า ภายใน ห้องเรียนแต่ละห้องของโรงเรียนเทศบาลเมืองสุโขทัย จะมีตะกร้า ขนาด 38 × 24 × 24 ตาราง เซนตเิ มตร สำหรบั ใสข่ วดน้ำพลาสติก โดยผู้จัดทำได้ทำการทดลองเปรียบเทียบจำนวนขวดพลาสติก 3 แบบ ที่บรรจุลงในตะกร้า ได้แก่ 1) ขวดน้ำพลาสติกที่ถูกบีบอัดในแนวบางด้วยเครื่องบีบอัดขวดน้ำพลาสติกด้วยแรงกดใน แนวดิ่ง 2) ขวดน้ำพลาสติกที่ถกู บีบอัดด้วยการบีบอัดในแนวขวางด้วยการใช้มือบีบ และ 3) ขวดน้ำ พลาสตกิ ที่ไม่ได้ถกู บบี อัด ผลการทดลอง พบวา่ ขวดน้ำพลาสตกิ ทถ่ี ูกบีบอัดในแนวยาวด้วยเคร่ืองบีบ อัดขวดน้ำพลาสติกด้วยแรงกดในแนวด่ิง สามารถจัดเก็บขวดพลาสติกในตะกร้าได้ จำนวน 55 ขวด ขณะที่ขวดนำ้ พลาสติกที่ถูกบบี อัดด้วยการบีบอัดในแนวขวางด้วยการใช้มือบบี สามารถจัดเกบ็ ลงใน ตะกร้าได้ จำนวน 40 ขวด และขวดน้ำพลาสติกที่ไม่ได้ถูกบีบอัด สามารถจัดเก็บลงในตะกร้าได้ จำนวน 25 ขวด ดังตารางท่ี 2
22 ตารางที่ 2 แสดงจำนวนขวดน้ำพลาสติกที่ถูกบีบอัดด้วยเครื่องบีบอัดขวดน้ำพลาสติก ด้วยแรงกดในแนวดิ่ง ขวดน้ำพลาสติกที่ถูกบีบอัดด้วยการบีบอัดในแนวขวางด้วยการใช้มือบบี และขวดน้ำพลาสตกิ ทไี่ ม่ได้ถกู บบี อัด วธิ กี ารบีบอัดขวดนำ้ พลาสติก จำนวนขวดพลาสตกิ ทีใ่ ส่ลงในตะกรา้ ขนาด 38 × 24 × 24 ตารางเซนตเิ มตร 1. ใช้เครือ่ งบบี อดั ขวดน้ำพลาสตกิ 2. ถูกบีบอัดด้วยการใชม้ อื บีบ 55 3. ไมถ่ กู บีบอัด 40 25 ภาพ 3 แสดงภาพการบรรจขุ วดพลาสตกิ ทั้ง 3 รูปแบบ ลงในตะกร้าขนาด 38 × 24 × 24 ตาราง เซนติเมตร ภาพ ฌ ภาพ ญ ภาพ ฎ ภาพ ฌ ขวดพลาสตกิ ทถ่ี ูกบีบอดั ดว้ ยเคร่ืองอดี อดั ขวดพลาสตกิ ดว้ ยแรงกดในแนวดิ่ง ภาพ ญ ขวดพลาสติกท่ถี กู บีบอดั ดว้ ยการใช้มอื บีบ
23 บทที่ 5 สรุปผล อภปิ ราย และขอ้ เสนอแนะ สรุปผล 1. เครอ่ื งบีบอดั ขวดพลาสตกิ สามารถบีบอดั ขวดน้ำพลาสตกิ ในแนวดิง่ โดยใชแ้ รงนอ้ ยทส่ี ุด 2. ขวดนำ้ พลาสติกทถี่ กู บีบอัดแล้ว สามารถจัดเกบ็ ในพืน้ ที่จดั เก็บได้จำนวนมากขน้ึ อภปิ รายผล จากการประดษิ ฐ์เคร่ืองอดั ขวดน้ำพลาสติก สามารถอภปิ รายผลได้ ดงั นี้ 1. เคร่ืองบบี อดั ขวดนำ้ พลาสติก สามารถบีบอัดขวดนำ้ พลาสติกได้ โดยใช้หลักการดังต่อไปนี้ 1.1 หลกั การเร่ือง แรง มวล และนำ้ หนกั การประดษิ ฐเ์ คร่อื งบีบอดั ขวดนำ้ พลาสตกิ ขนาดไม่เกนิ 1500 มิลลิลิตร จากไม้ในท้องถน่ิ โดย ใช้หลกั การของแรงโน้มถ่วง ซ่ึงเครื่องบีบอัดขวดนำ้ พลาสติกท่ีประดิษฐข์ ้ึน ใชห้ ลกั การของแรงที่กดลง ในดิง่ โดยมีทศิ ทางเดียวกบั แรงโนม้ ถ่วงของโลก พบว่า เมอ่ื บบี อดั ขวดพลาสติกด้วยแรงในแนวด่งิ โดย ทำมุม 90 องศา กบั ขวดพลาสติกทว่ี างบนฐานโดยตรง จะทำให้ผู้ท่ีกดออกแรงกดน้อยที่สุด เนื่องจาก ทศิ ทางของการออกแรงกดมที ศิ ทางเดยี วกบั ทิศทางของแรงท่เี กดิ จากความเรง่ โน้มถ่วงของโลกกระทำ ต่อวตั ถ(ุ น้ำหนัก) ดังภาพต่อไปน้ี F = ออกแรงกด นำ้ หนัก = มวล x ค่าของแรงโน้มถ่วง W =m x g G = แรงโน้มถว่ งของโลก
24 1.2 หลักการเรอ่ื ง ความดันอากาศภายในขวด บริเวณด้านล่างของฐานที่วางขวด ผู้จัดทำได้ออกแบบใหเ้ ป็นช่องว่างวงกลม เพื่อให้คอขวด สอดลงมาได้ และทำให้ขวดตั้งได้อย่างมั่นคงในลักษณะคว่ำขวดลงและเปิดฝาออก เมื่อออกแรงกด จากด้านบน (อัดลงที่ก้นขวด) จะทำให้อากาศที่อยู่ภายในขวดถกู ดันออกมา ส่งผลให้สามารถบีบอัด ขวดให้หดส้นั ได้มากทีส่ ุด แสดงได้ดังภาพตอ่ ไปนี้ 2. ขวดนำ้ พลาสตกิ ที่ถูกบีบอัดแล้ว สามารถจดั เกบ็ ในพืน้ ทีจ่ ดั เกบ็ ได้จำนวนมากขึน้ เคร่ืองอดั ขวดนำ้ พลาสติกสามารถบีบอัดขวดนำ้ พลาสติกในแนวยาวได้ โดยเมอื่ บบี อัดขวดน้ำ พลาสติก ปริมาตร 350 มิลลิลิตร ทำให้ขวดหดสั้น โดยมีค่าเฉลี่ย 8.38 เซนติเมตร และขวดน้ำ พลาสติก ปริมาตร 600 มลิ ลิลิตร ทำให้ขวดหดสน้ั โดยมคี า่ เฉลีย่ 12.5 เซนตเิ มตร ขวดน้ำพลาสติกทถี่ กู บีบอัดแล้ว สามารถจดั เก็บในพ้นื ที่จัดเก็บได้จำนวนมากข้นึ โดยพ้ืนที่ใน การจัดเก็บขวดน้ำพลาสติกของห้องเรียนแต่ละห้อง จะใช้ตะกร้า ขนาด 38 × 24 × 24 ตารางเซนติเมตร พบว่า สามารถเก็บขวดน้ำพลาสติกที่ถูกบีบอัดด้วยเครื่องบีบอัดขวดน้ำพลาสติก ด้วยแรงกดในแนวดง่ิ ได้จำนวน 55 ขวด
25 ขอ้ เสนอแนะ 1. ทำเคร่ืองบีบอัดขวดพลาสติกจากวัสดุอ่ืนและออกแบบให้มนี ำ้ หนกั เบาและพกพางา่ ย เช่น จากเหล็ก อลูมเิ นยี ม PVC เป็นตน้ 2. สร้างเครือ่ งบบี อัดขวดพลาสติกทีส่ ามารถบีบอัดพรอ้ มกนั ได้มากกวา่ 1 ขวดขึ้นไป ประโยชน์ 1. การใช้วัสดุจากธรรมชาติมาประดิษฐ์เครื่องบีบอัดขวดพลาสติก สอดคล้องกับเป้าหมาย และเปา้ ประสงคก์ ารพัฒนาท่ียงั่ ยืนของ SDGs 2. การสังเกตปัญหาใกล้ตัว และพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหา นำไปสู่การจุดประกาย ความคดิ ของการเปน็ นกั วิทยาศาสตร์
26 บรรณานุกรม ภมู พิ ฒั น์ รัตนตรยั เจริญ. ความรู้เกี่ยวกับพลาสติกท้ัง 7 ชนดิ . สบื คน้ เม่ือวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, จาก https://sites.google.com/site/kaewphlastik/khwam-ru-keiyw-kab- phlastik-thang-7-chnid มหาวทิ ยาลยั พระจอมเกล้าธนบุรี. การจดั การขยะ. สืบค้นเม่อื วนั ท่ี 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, จาก https://www.kmutt.ac.th/about_sustainability/ดา้ นสงิ่ ปฏิกูล สาํ นักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ. เป้าหมายการพฒั นาที่ย่ังยนื . สืบคน้ เมอ่ื วนั ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, จาก ttps://sdgs.nesdc.go.th/เกีย่ วกบั -sdgs/ สำนักงานสิง่ แวดลอ้ มกรงุ เทพ. แนวคดิ 3RS รักษ์โลก. สืบค้นเมอ่ื วันท่ี 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, จาก https://webportal.bangkok.go.th/healthcenter17/page/sub/17417/สาระนา่ ร/ู้ 1/info/180949/แนวคิด-3RS-รกั ษโ์ ลก C.Sitthisak. Laws of Motion. สบื ค้นเมือ่ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2566, จาก https://www.scimath.org/lesson-physics/item/7207-laws-of-motion
27 ภาคผนวก
28 ภาคผนวก ก การนำเคร่ืองบบี อดั ขวดนำ้ พลาสติกดว้ ยแรงกดในแนวดงิ่ ไปใชจ้ ริง
29 นักเรยี นโรงเรียนเทศบาลเมอื งสุโขทัย ไดล้ องใช้เครือ่ งบีบอดั ขวดพลาสติกด้วยแรงกดในแนวดิ่ง คณุ ธดิ ารตั น์ ศรชยั เจา้ ของโรงงานลกู ชิ้นข้างโรงเรยี น ได้ลองใช้เครื่องบบี อดั ขวดพลาสตกิ ด้วยแรงกดในแนวดง่ิ
30 นางทศพร วรวัฒนานนท์ และ นายสมกิจ วรวัฒนานนท์ เจ้าของร้านคา้ ขา้ งโรงเรยี น ไดล้ องใชเ้ คร่ืองบีบอดั ขวดพลาสติกด้วยแรงกดในแนวดิ่ง พระภณปกรณ์ เขมจิตโต พระวัดศรเี สวตวนาราม ไดล้ องใช้เคร่อื งบีบอัดขวดพลาสติกด้วยแรงกดในแนวด่ิง
31 ประวตั ิคณะผู้จัดทำ เด็กหญิงกรกมล สิงหโ์ ตชั้น ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5/1 โรงเรียนเทศบาลเมืองสโุ ขทยั เดก็ ชายกนกภัทร ตันติวฒั นา ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5/2 โรงเรยี นเทศบาลเมอื งสโุ ขทัย เด็กชายนภัทร จริ โรจนานนท์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6/2 โรงเรยี นเทศบาลเมืองสุโขทัย
32 ประวัตคิ รทู ่ปี รึกษาโครงงาน ช่อื – สกุล นางสาวมนสิกานต์ สงวนธีรพงศ์ วันเดอื นปเี กิด 31 ธนั วาคม 2536 ประวตั กิ ารทำงาน ปัจจุบัน พนักงานครูเทศบาล ตำแหนง่ ครู ประวัตกิ ารศึกษา โรงเรยี นเทศบาลเมืองสุโขทยั สงั กัดกองการศึกษา เทศบาลเมอื งสุโขทยั ธานี จังหวัดสุโขทัย ปี 2566 สำเรจ็ การศกึ ษาการศกึ ษามหาบัณฑติ จาก สาขาวิทยาศาสตร์ ศกึ ษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร ปี 2560 สำเร็จการศึกษาจาก สาขาวิชา วิทยาศาสตร์ (ชวี วทิ ยา) เกียรตินิยมอันดับ 2 คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่
33 ชอื่ – สกลุ นายอิงครัต ที่พ่งึ วันเดอื นปเี กิด ประวัตกิ ารทำงาน 13 พฤศจิกายน 2539 ปจั จุบนั ครจู า้ งสอน ประวตั กิ ารศกึ ษา โรงเรยี นเทศบาลเมอื งสุโขทยั สงั กดั กองการศกึ ษา เทศบาลเมอื งสุโขทยั ธานี อำเภอเมืองสโุ ขทัย จงั หวัดสโุ ขทัย ปี 2564 สำเรจ็ การศึกษา หลักสตู รประกาศนยี บัตรบณั ฑิต สาขาวชิ าชีพครู มหาวิทยาลยั ราชภฏั กำแพงเพชร ปี 2562 สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรี สาขาวชิ าเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร
Search
Read the Text Version
- 1 - 39
Pages: