Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีประสิทธิผล

การพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีประสิทธิผล

Published by yaowaluck590, 2022-05-26 02:01:10

Description: การพัฒนารูปแบบการบริหารที่มีประสิทธิผล

Search

Read the Text Version

189 ตารางที่ 7 (ตอ่ ) องค์ประกอบของรูปแบบ สาระขององค์ประกอบ 3.ระบบของรู ปแบบการ ระบบการบริหารจดั การทนั สมยั มีสายการบงั คบั บญั ชามาก มีระบบ บริหาร(ต่อ) อุปถมั ภ์ การประเมินความดีความชอบคือระบบดุลพินิจส่วนบุคคล หรือมีการต้งั เป้ าหมายงาน แล้วใช้ข้อมูลผลการปฏิบตั ิงานในการ ประเมินและพจิ ารณาความดีความชอบ มีเทคโนโลยที ่ีทนั สมยั ข้นั ตอน หรือกระบวนการทางานท่ีชดั เจน 1.6. เทคโนโลยอี งค์การ มหาวทิ ยาลยั มีส่ือ เครื่องมือ วธิ ีการ กระบวนการต่างๆ เพื่อใชใ้ น การพฒั นามหาวิทยาลยั อยา่ งมีคุณภาพ มีการนาเทคโนโลยีเขา้ มาใชใ้ น งานบริหารงานและการจดั การเรียนการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสมเช่น 1. การใชเ้ ทคโนโลยใี นดา้ น 1. 1 การบริหารงาน 1.2 การเรียนการสอน 1.3 การวจิ ยั 2. เทคโนโลยชี ่วยลดข้นั ตอนในการบริหาร 3. เป็นแหล่งขอ้ มูลในการทางาน 2.กระบวนการบริหาร นาหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา คืออิทธิ บาท 4 เขา้ ไปขบั เคล่ือนกบั กระบวนการ PDCA ในภารกิจหลกั ของ มหาวิทยาลัยท้งั 4 ด้าน คือการบริหารงานผลิตบัณฑิต การบริหาร งานวจิ ยั และงานสร้างสรรค์ การบริหารงานบริการวิชาการ การบริหาร งานทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม จะทาใหก้ ระบวนการบริหารมีประสิทธิ ผลมากยง่ิ ข้ึน 2.1 ข้ันวางแผน (Plan : P) การวางแผนเป็ นข้นั ตอนการดาเนิน การเพื่อการปรับปรุ งเปล่ี ยนแปลงให้เกิดประสิ ทธิ ผลในการบริ หาร และการวางแผนเพื่ออนาคตในการเตรียมพร้อมเขา้ สู่ประชาคมอาเซียน ประกอบดว้ ย 1.แผนการบริหารงานผลิตบัณฑิต ไดแ้ ก่ แผนพฒั นาบุคลากร แผนพฒั นาหลกั สูตร แผนพฒั นาคุณภาพการเรียนการสอน แผนการ บริหารงบประมาณ แผนพฒั นาเทคโนโลยี แผนการพฒั นาและขยาย

190 ตารางที่ 7 (ต่อ) องค์ประกอบของรูปแบบ สาระขององค์ประกอบ 3.ระบบของรู ปแบบการ โอกาสการศึกษาวิชาการด้านพระพุทธศาสนาและดา้ นสังคมศาสตร์ บริหาร(ต่อ) แผนพฒั นาระบบการประกนั คุณภาพการศึกษา แผนการผลิตบณั ฑิต และแผนพฒั นาบณั ฑิต เป็นตน้ 2. แผนการบริหารงานวิจัยและงานสร้ างสรรค์ ได้แก่ แผน พฒั นาการบริหารจดั การงานวิจยั แผนการส่งเสริมการวิจยั ด้านพระ พุทธศาสนาและสังคมศาสตร์ แผนการพฒั นาศกั ยภาพ การทาวิจยั แผนการส่ งเสริ มการเขียนตาราทางวิชาการแผนการส่ งเสริ มการวิจยั ร่วมกบั ภาคเอกชนและหน่วยงานของรัฐ แผนพฒั นากองทุนวิจยั เป็ น ตน้ 3. แผนการบริหารงานบริการวิชาการ ไดแ้ ก่แผนพฒั นารูปแบบ และวิธีการการบริการดา้ นพระพุทธศาสนาแก่สังคม แผนการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาสู่สากล แผนพฒั นาระบบการใหก้ ารบริการวชิ าการดา้ น พระพุทธศาสนา แผนพัฒนาครู /พระสอนศีลธรรมในโรงเรี ยน แผนพฒั นามหาวิทยาลยั ให้เป็ นองคก์ รการศึกษาพระพุทธศาสนาระดบั โลก เป็นตน้ 4. แผนการบริหารงานทะนุบารุงศิลปวัฒนธรรม ไดแ้ ก่ แผน พฒั นารูปแบบและวิธี การในการทะนุบารุงพระพุทธศาสนา ศิลป วฒั นธรรมแผนพฒั นามหาวิทยาลยั ให้เป็ นแหล่งเรียนรู้ดา้ นพระพุทธ ศาสนา ศิลปวฒั นธรรม แผนเสริมสร้างความสานึกในคุณค่าของพระ พทุ ธศาสนา ศิลปวฒั นธรรม เป็นตน้ 2.2 ข้ันการปฏิบัติ (Do : D) การปฏิบตั ิเป็ นการดาเนินการตาม แนวทางที่ได้กาหนดไวใ้ นข้นั ตอนการวางแผนในแต่ละแผน และ ระหวา่ งการปฏิบตั ิบุคลากรผรู้ ับผดิ ชอบในงานที่ปฏิบตั ิตอ้ งตรวจสอบ ให้ดาเนินไปในทิศทางท่ีกาหนดไว้ และตอ้ งมีการประสานงานและ สื่อสารกบั ผทู้ ี่เกี่ยวขอ้ ง ซ่ึงมีการดาเนินการในแต่ละดงั น้ี 1. การดาเนินการบริหารงานผลิตบณั ฑิต ไดแ้ ก่ การรับสมคั ร การสอบคดั เลือก การจดั หอ้ งเรียน การจดั ตารางเรียน การเรียนการสอน การวดั และประเมินผล การจดั หารทุนการศึกษาใหน้ ิสิตที่ขาดแคลน

191 ตารางท่ี 7 (ตอ่ ) องค์ประกอบของรูปแบบ สาระขององค์ประกอบ 3.ระบบของรู ปแบบการ 2. การดาเนินการบริหารงานวจิ ัยและงานสร้างสรรค์ ไดแ้ ก่ การ บริหาร(ต่อ) จดั ทุนสนบั สนุนการวิจยั การรับสมคั รและอบรมนกั วจิ ยั การส่งเสริม ให้มีการส่งโครงการวิจยั โดยเฉพาะท่ีเน้นการประยุกตธ์ รรมะในกระ บวนการหัวขอ้ วิจยั น้ัน ๆ ในการน้ีมหาวิทยาลยั ไดจ้ ดั ต้งั สถาบนั วิจยั พุทธศาสตร์ข้ึน เพื่อรับผดิ ชอบดา้ นน้ีโดยตรง 3. การดาเนินการบริหารงานการบริการวิชาการ ไดแ้ ก่ การจดั โครงการต่าง ๆ เช่น โครงการอบรมครูสอนศีลธรรมในโรงเรียน การ อบรมวิปัสสนากรรมฐานแก่ประชาชนทวั่ ไป ซ่ึงมีตลอดปี ปฏิทิน โดย ไมม่ ีช่วงหยดุ เทศกาลใดๆ นอกจากน้ีไดม้ ีการจดั ประชุมนานาชาติ เพ่ือ เผยแพร่ความรู้ดา้ นพระพุทธศาสนาเป็ นประจาทุกปี มีการอบรมพระ ธรรมฑูตสาหรับไปเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาในต่างประเทศในโครงการ อบรมพระธรรมไปตา่ งประเทศ 4. การดาเนินการบริหารงานการทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม ไดแ้ ก่ การจดั โครงการต่าง ๆ เร่ิมจากการแต่งต้งั กรรมการ ประชุมกรรม การ หรือดาเนินการ เช่น โครงการวิสาขบูชาโลก โครงการไหวค้ รูของ มหาวทิ ยาลยั โครงการส่งเสริมศิลปะพ้นื บา้ น 4 ภาค โดยใหน้ ิสิตมีส่วน ร่วม 2.3 ข้ันการตรวจสอบ (Check: C)การตรวจสอบเป็ นการกากบั ติดตาม และประเมินผล การปฏิบตั ิงานในแต่ละข้นั ตอน โดยเร่ิมต้งั แต่ การตรวจสอบขอ้ มูล การเตรียมงาน การดาเนินงาน ตรวจสอบความ พร้อมของบุคลากรและทรัพยากร การตรวจสอบเคร่ืองมือรวมท้งั การ ประเมิน ความพึง พอใจ การตรวจสอบและประเมินตอ้ งเป็ นไปตาม เกณฑ์ หรือมาตรฐานที่กาหนด ซ่ึงมีการดาเนินการในแตล่ ะดงั น้ี 1. การตรวจสอบการบริหารงานผลติ บัณฑิต ไดแ้ ก่ การตรวจสอบ คุณสมบตั ิของผสู้ มคั รเขา้ เรียนดว้ ยการประสานกบั ตน้ สังกดั เดิมของผนู้ ้นั การตรวจสอบในขณะเรียน คือ การมีระเบยี บใหอ้ าจารยผ์ ู้สอบทุกรายวชิ า มีการตรวจสอบเช็คช่ือนิสิตทุกคร้ังท่ีเขา้ สอน เพอ่ื ปลูก ฝังความ รับผดิ ชอบของนิสิต การวดั ผลประเมินผลที่เขม้ งวด เพ่อื ควบ คุมคุณภาพ ของบณั ฑิต เช่น เกณฑก์ ารผา่ นการสอบแตล่ ะวชิ าตอ้ งไดค้ ะแนน60 คะแนนข้ึนไป

192 ตารางที่ 7 (ตอ่ ) องค์ประกอบของรูปแบบ สาระขององค์ประกอบ 3.ระบบของรู ปแบบการ เป็นตน้ บริหาร(ต่อ) 2. การตรวจสอบการบริหารงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ ไดแ้ ก่ การท่ีทางมหาวิทยาลยั สถาบนั วิจยั พุทธศาสนาข้ึนมา เพ่ือให้เป็ นผูร้ ับ ผดิ ชอบขบั เคล่ือนใหม้ ีงานวจิ ยั และงานสร้างสรรคอ์ อกมาอยา่ งตอ่ เน่ือง โดยทางสถาบันวิจยั ได้เปิ ดโอกาสให้คณาจารย์และผูส้ นใจได้ส่ง โครงการวิจยั เพ่ือขอทุนสนบั สนุนจากสถาบนั และทางสถาบนั ไดต้ ้งั คณะทางานติดตามผลการดาเนินงานของแต่ละโครงการอย่างต่อเน่ือง และในขณะเดียวกนั ทางสถาบนั ไดแ้ ต่งต้งั และเชิญผทู้ รงคุณวฒุ ิดา้ นการ วิจยั เพื่อตรวจสอบรายงานการวิจยั ของคณาจารย์ เพ่ือปรับปรุงแก้ ไข และอนุมตั ิพร้อมท้งั เผยแพร่ผลงานเป็นลาดบั ไป 3. การตรวจสอบการบริหารงานการบริการวชิ าการ ไดแ้ ก่ การ ที่มหาวิทยาลัยกาหนดให้ทุกหน่วยงานรายงานผลการดาเนินงาน โครงการต่าง ๆ ที่ขออนุมตั ิต่อมหาวทิ ยาลยั เพ่ือให้ความรู้แก่สังคม ได้ ส่งรายงานตามกาหนดพร้อมท้งั ผลการประเมินโครงการน้นั ๆ เพ่ือใช้ เป็ นแนวทางในการตรวจสอบท้งั การทาตามกาหนด การใช้จ่ายงบประ มาณและดา้ นอื่น ๆ 4. การตรวจสอบการบริหารงานการทะนุบารุงศิลปวัฒนธรรม ไดแ้ ก่ การที่มหาวิทยาลยั มีหน่วยงานดา้ นพิธีกรรม เพื่อรับผดิ ชอบและ ขบั เคลื่อนงานดา้ นศิลปวฒั นธรรม และไดอ้ นุมตั ิให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถดาเนินการโครงการส่งเสริมศิลปวฒั นธรรมไดอ้ ย่างเสรีตาม โอกาส แต่ทุกโครงการต้องมีการรายงานความสาเร็จพร้อมผลการ ประเมิน 2.4 ข้ันการปรับปรุง แก้ไข ให้ดีขึน้ (Act : A) ผลจากการตรวจ สอบ ถา้ เป็นไปตามแผนท่ีวางไวก้ ส็ ามารถต้งั เป้ าหมายให้สูงข้ึนแต่หาก ไม่เป็ นไปตามแผนต้องค้นหาขอ้ บกพร่องที่เกิดข้ึนและดาเนินการ ปรับปรุงแกไ้ ขการปฏิบตั ิงานให้เป็ นไปตามมาตรฐาน หรือแสวงหา ทางเลือกใหมท่ ี่น่าจะทาใหไ้ ดผ้ ลงานท่ีมีประสิทธิผลตามเป้ าหมาย ซ่ึงมี การดาเนินการในแตล่ ะดงั น้ี

193 ตารางที่ 7 (ตอ่ ) องค์ประกอบของรูปแบบ สาระขององค์ประกอบ 3.ระบบของรู ปแบบการ 1. การปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานผลิตบัณฑิต ได้แก่ การท่ี บริหาร(ต่อ) มหาวิทยาลัยได้ปรับปรุงคุณสมบตั ิของผูท้ ี่จะเข้าศึกษาต่อในมหา วทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ตงั่ แต่เร่ิมแรกมาจนถึงปัจจุบนั ซ่ึง ปรากฏในประกาศและระเบียบของมหาวทิ ยาลยั ในขณะเดียวกนั ก็มีการ ปรับปรุงระเบียบการจบการศึกษา ซ่ึงนอกจากจะตอ้ งสอบผ่านทุก รายวิชาและมีเกณฑ์ตามท่ีมหาวทิ ยาลยั กาหนดแลว้ ยงั มีการปรับปรุง ระเบียบการปฏิบตั ิวิปัสสนากมั มฎั ฐาน จากเดิมที่ตอ้ งปฏิบตั ิก่อนจบ การศึกษา คือในภาคการศึกษาสุดทา้ ย 15 วนั มาเป็ นทุกปี การศึกษา จะตอ้ งมีการปฏิบตั ิวิปัสสนากัมมฏั ฐาน 10 วนั ตามระเบียบมหา วทิ ยาลยั หากไม่ปฏิบตั ิถือวา่ ไมจ่ บการศึกษา 2. การปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ ไดแ้ ก่ การท่ีสถาบนั วิจยั พุทธศาสตร์ในนามมหาวิทยาลยั ไดจ้ ดั อบรม นักวิจัยและจัดหาทุนสนับสนุนงานวิจัยให้แก่คณาจารย์ของมหา วทิ ยาลยั และผทู้ รงคุณวฒุ ิดา้ นการวจิ ยั ไดเ้ สนอโครงการวจิ ยั และมีการ ปรับเปล่ียนการเสนอแนะขอ้ บกพร่องของโครงการวิจยั จากการแนะนา แบบดุดนั มาเป็ นการแนะแนวระบบกลั ยาณมิตร ทาให้งานวิจยั มีท้งั ปริมาณและคุณภาพเพิ่มข้ึน และมีการปรับปรุงโครงการวิจัยทุก โครงการให้เขา้ กบั ยุทธศาสตร์ชาติ ซ่ึงก่อนหน้าท่ีไม่ไดเ้ นน้ หนกั มาก นกั 3. การปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานการบริการวิชาการ ไดแ้ ก่ การให้ ความรู้ดา้ นพระพุทธศาสนาและปรัชญาแก่ผูส้ นใจ ซ่ึงก่อนหนา้ น้ีเนน้ เฉพาะผทู้ ี่แจง้ ความจานงเขา้ มาศึกษาตามโครงการต่าง ๆ แต่ปัจจุบนั มหาวิทยาลยั ไดเ้ ปิ ดช่องทางในการติดต่อสื่อสารมากข้ึนมาก เช่น ทาง อินเทอร์เน็ต ทางเฟสบุก๊ ทางวทิ ยุ โทรทศั น์ ซ่ึงเป็นของมหาวทิ ยาลยั เอง 4. การปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานทะนุบารุงศิลปวัฒน ธรรม ไดแ้ ก่ การปรับปรุงแผนงานดานการทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม จากเดิม ท่ีเน้นเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย 4 ภาค มาจัดให้มีการแสดง ศิลปวฒั นธรรม ของประเทศอาเซียน เพื่อตอ้ นรับเออีซี ประกอบกบั ที่ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั มีนกั ศึกษาตา่ งชาติเขา้ มา

194 ตารางที่ 7 (ตอ่ ) องค์ประกอบของรูปแบบ สาระขององค์ประกอบ 3.ระบบของรูปแบบการบริหาร ศึกษา มหาวิทยาลัยจึงเปิ ดโอกาสให้นักศึกษาเหล่าน้ันได้นาเสนอ (ต่อ) ศิลปวฒั นธรรมของตวั เองมาให้จดั เป็ นการแลกเปล่ียนทางวฒั นธรรม ทางหน่ึง 3. ประสิทธิผลของการบริหาร 1.คุณภาพบณั ฑติ ตอ้ งมีการพฒั นาและปรับปรุงหลกั สูตรให้มีคุณภาพทนั สมยั และสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานวชิ าชีพ มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 9 ประการ คือ มีปฏิปทาน่าเล่ือมใส ใฝ่ รู้ใฝ่ คิด เป็ นผนู้ าดา้ นจิตใจและ ปัญญา มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อ พระพุทธศาสนา รู้จักเสี ยสละเพ่ือส่ วนรวม รู้เท่าทันความ เปล่ียนแปลงของสงั คม มีโลกทศั น์ กวา้ งไกล มีศกั ยภาพท่ีจะพฒั นา ตนเอง ใหเ้ พียบพร้อมดว้ ยคุณธรรมและจริยธรรม คุณภาพบณั ฑิตท่ี มห าวิทย าลับ ปร ะ ส บผ ล ส า เร็ จคื อบัณฑิ ต ส า มา รถ ดา ร ง พระพุทธศาสนา เผยแพร่พระพุทธศาสนา ทากิจกรรมโครงการ ส่งเสริ มพุทธศาสนา เช่น โครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน โครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรมเช่น โครงการพฒั นาทกั ษะชีวิต ใหแ้ ก่เด็กและเยาวชน 2. คุณภาพงานวจิ ัยและงานสร้างสรรค์ จะตอ้ งเป็ นการสร้างองคค์ วามรู้ควบคู่ไปกบั กระบวนการเรียนการ สอน เน้นการพฒั นาองค์ความรู้ในพระไตรปิ ฎกมาประยุกต์ใช้ แกป้ ัญหาศีลธรรมและจริยธรรมของสังคม รวมท้งั พฒั นาคุณภาพ งานวิชาการดา้ นพระพุทธศาสนา การวิจยั มีการขอทุนงบประมาณ จาก วช. มีหน่วยงานดูแลคือสถาบนั วิจยั พุทธศาสตร์ และจดั สรร งบประมาณใหแ้ ก่บุคคลากร หน่วยงานภายในมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลยั มีการติดตามประเมินผล และสรุปผลรายงาน การวิจยั การเผยแผ่งานวิจยั มีการจดั สัมมนาเผยแผ่งานวิจยั ในงาน ประชุมพุทธศาสนานานาชาติ

195 ตารางที่ 7 (ตอ่ ) องค์ประกอบของรูปแบบ สาระขององค์ประกอบ 3.ระบบของรู ปแบบการ 3.คุณภาพการบริการวชิ าการ บริหาร(ต่อ) เป็ นการบริหารงานบริการวิชาการของหน่วยงาน ไดแ้ ก่ การ อบรมครู สอนศีลธรรม การอบรมวิปัสสนากรรมฐานให้แก่ ประชาชนทว่ั ไป หน่วยงานภายนอก ขา้ ราชการและนกั เรียน เพ่ือ พฒั นาทรัพยากรมนุษยแ์ ละพฒั นาบุคลากรใหแ้ ก่หน่วยงานภายนอก โดยบุคลากรของมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั รวมท้งั การพฒั นาบุคลโดยนิสิตของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั ไดแ้ ก่ โครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน 4. คุณภาพการทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม เป็ นการเสริมสร้างและพฒั นาแหล่งการเรียนรู้ด้านการทะนุบารุง ศิลปวฒั นธรรม ให้เอ้ือต่อการศึกษา เพื่อสร้างจิตสานึกและความ ภาคภมู ิใจในความเป็นไทย สนบั สนุนให้มีการนาภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน มา เป็นรากฐานของการพฒั นาอยา่ งมีดุลยภาพ มหาวทิ ยาลนั ควรมุ่งมน่ั ใน การให้บริ การวิชาการด้านพระพุทธศาสนาแก่คณะสงฆ์และสังคม รวมท้ังส่ งเสริ มการเรี ยนรู้ และความร่ วมมืออันดี ระหว่าง พุทธศาสนิกชนในระดับชาติ และนานาชาติ เพื่อธารงรักษาไวซ้ ่ึง ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรม อันเนื่องด้วย พระพุทธศาสนา การทะนุบารุ งศิลปวัฒนธรรมดาเนินการโดย หน่วยงาน ได้แก่ การแข่งขันการสวดมนต์ทานองสรภัญญะ บุคลากรของมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ไดแ้ ก่ การ สาธยายพระไตรปิ ฎก นิสิตของมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั ไดแ้ ก่การแข่งขนั การไหวพ้ ระสวดมนต์ และกิริยามารยาทของ เยาวชนนักเรียน โดยปรับเพ่ือให้การบริหารตามรูปแบบน้ีบรรลุ ผลสัมฤทธ์ิ จึงกาหนดเงื่อนไขสู่ความสาเร็จดงั น้ี ซ่ึงเป็ นปัจจยั สาคญั ท่ี ทาใหร้ ูปแบบการบริหารประสบความสาเร็จ ประกอบดว้ ย 1. ผู้บริหารตอ้ งให้ความสาคญั กบั การพฒั นาระบบการบริหาร ผบู้ ริหารตอ้ งทาความเขา้ ใจกบั รูปแบบน้ี ควรศึกษารูปแบบการบริหาร น้ี เพื่อนาไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กบั รูปแบบน้ีและนาไปเผยแพร่ และนาไปประยกุ ตใ์ นการบริหารใหม้ ีศกั ยภาพ

196 ตารางที่ 7 (ตอ่ ) องค์ประกอบของรูปแบบ สาระขององค์ประกอบ 4. เงือ่ นไขสู่ความสาเร็จ 2. ผู้บริหารต้องมีความรู้ ความสามารถ ในงานวิชาการและการ บริหารจดั การสถานศึกษา มีวิสัยทศั น์ มีความเป็ นผูน้ า มีเครือข่ายเป็ นท่ี ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ มีการบริ หารเชิงรุ กท่ีจะพัฒนา มหาวิทยาลยั ให้เกิดความกา้ วหนา้ ผบู้ ริหารมีความเป็ นประชาธิปไตยและ ยึดหลักการบริหารแบบมีส่วนร่วมผูบ้ ริหารมีคุณธรรมจริยธรรม เป็ น แบบอยา่ งที่ดี เป็นท่ียอมรับของผทู้ ี่เก่ียวขอ้ งท้งั ในและนอกสถานศึกษา 3. การสื่อสาร การสร้างความเขา้ ใจของผทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ งซ่ึงการสื่อสารที่ดี สามารถทาให้เกิดการร่วมแรงร่วมใจกนั เกิดประโยชน์แก่หน่วยงานและ สงั คม 4. การทางานเป็ นทีม หมายถึงการทางานร่วมกัน เพ่ือให้บรรลุ เป้ าหมายขององคก์ าร

บทท่ี 5 สรุปผลการศึกษา การอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจยั การพฒั นารูปแบบการบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ที่มี ประสิทธิผล มีวตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั 1) เพอื่ พฒั นารูปแบบการบริหารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณ ราชวทิ ยาลยั ท่ีมีประสิทธิผล 2) เพอ่ื ตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลง กรณราชวทิ ยาลยั ท่ีมีประสิทธิผล 3) เพอื่ ประเมินรูปแบบการบริหารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลยั ท่ีมีประสิทธิผล ข้นั ตอนการวิจยั แบ่งออกเป็ น 4 ข้นั ตอน ประกอบดว้ ย ข้ันตอน ท่ี 1 ศึกษา แนวคิดเชิงทฤษฎีและการปฏิบตั ิในการบริหารมหาวิทยาลยั ท่ีมีประสิทธิผล มีข้นั ตอนการดาเนินงาน ดงั น้ี 1) ศึกษาและวเิ คราะห์แนวคิด ทฤษฎีและงานวจิ ยั เกี่ยวขอ้ ง 2)ศึกษาองคป์ ระกอบของรูปแบบการ พฒั นารูปแบบ 3)สมั ภาษณ์ผบู้ ริหารและอาจารยม์ หาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยา ลยั 4)วิเคราะห์ และสงั เคราะห์ขอ้ มลู ผลการศึกษาเพ่ือนาไปยกร่างรูปแบบ ข้ันตอนท่ี 2 ยกร่างรูปแบบการบริหารมหา วิทยาลยั ที่มีประสิทธิผล มีข้นั ตอนการดาเนินงานดงั น้ี 1) กาหนดองคป์ ระ กอบของรูปแบบ 2)ร่าง รูปแบบการบริหารตามองคป์ ระกอบ 3)นาร่างรูปแบบการบริหารนาเสนอต่ออาจารยท์ ่ีปรึกษา4)ปรับ ปรุงแกไ้ ขรูปแบบการบริหารตามขอ้ เสนอแนะของอาจารยท์ ี่ปรึกษา ข้ันตอนท่ี 3 ตรวจสอบร่างรูป แบบการบริหารมหาวิทยาลยั ท่ีมีประสิทธิผล มีข้นั ตอนการดาเนินงานดงั น้ี1)กา หนดผตู้ รวจสอบ รูปแบบ 2)วางแผนการประชุมสนทนากลุ่ม 3)กาหนดวนั เวลา สถานท่ี4)ดาเนินการจดั สนทนากลุ่ม 5)ปรับปรุงรูปแบบตามผลการตรวจสอบและขอ้ เสนอแนะ ข้ันตอนท่ี 4 ประเมินรูปแบบการบริหาร มหาวทิ ยาลยั ที่มีประสิทธิผล มีข้นั ตอนการดาเนินงานดงั น้ี 1) กาหนดผปู้ ระเมินรูปแบบ 2)กาหนด ประเด็นการประเมิน 3) ประเมินรูปแบบ โดยสัมมนาอิงผเู้ ช่ียวชาญ (Connois- seurship) 4)ปรับปรุง รูปแบบข้นั สุดทา้ ย ผวู้ จิ ยั ไดส้ รุปอภิปรายผลและขอ้ เสนอ แนะตามลาดบั ดงั น้ี 5.1 สรุปผลการวจิ ัย การวจิ ยั เรื่องการพฒั นารูปแบบการบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั สรุป ผลการวจิ ยั องคป์ ระกอบของรูปแบบตามวตั ถุประสงคท์ ้งั 3 ขอ้ ไดด้ งั น้ี 1. หลักการและแนวคิดของรูปแบบการบริหารรูปแบบ การบริหารน้ีควรใชห้ ลกั การแนวคิด เชิงระบบดงั น้ี 1. หลกั การ แนวคิดเชิงระบบ (Systematic Approach) ในการบริหารรูปแบบองคป์ ระกอบ ของรูปแบบคือปัจจยั การบริหาร(Input) กระบวนการบริหาร (Process)ประสิทธิผลของการบริหาร(Output) ซ่ึงในที่น้ีไดก้ าหนดเป็ นองคป์ ระกอบท่ีสาคญั ของรูปแบบการบริหาร เพ่ือพฒั นาการบริหารจดั การ และ ประเมินผลท่ีได้ เพ่อื ปรับปรุงงานจนกวา่ จะมีประสิทธิภาพตามตอ้ งการ

198 2. หลกั การ แนวคิดภารกจิ ของสถาบันอดุ มศึกษา ซ่ึงประกอบดว้ ยการผลิตบณั ฑิต การวิจยั การบริการวิชาการและการทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม ซ่ึงนาไปใชใ้ นการออกแบบการบริหารและการวดั ประสิทธิผลของการบริหารรูปแบบ 3. หลักประสิทธิผลในการบริหารรูปแบบ การบริหารให้เกิดประสิทธิผลตามวตั ถุประสงค์ ของมหาวิทยาลยั มีเป้ าหมาย 4 ดา้ น คือคุณภาพบณั ฑิต คุณภาพงานวิจยั และงานสร้างสรรค์ คุณภาพการ บริการวชิ าการ คุณภาพการทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม 4. หลักการบริหารท่ีมีประสิทธิภาพ ถือว่าการทางานจะตอ้ งพยายามทาให้เกิดผลดีที่สุด โดยใชค้ น เวลาและค่าใชจ้ ่ายนอ้ ยที่สุด และตอ้ งมีการวางแผน การประสานงาน และการแบ่งหนา้ ที่ รวมท้งั วธิ ีการทางานที่ดี 5. หลกั การบริหารแบบมีส่วนร่วม การบริหารแบบมีส่วนร่วมเป็ นการจูงใจให้ผรู้ ่วม ปฏิบตั ิงานในองค์การได้มีส่วนร่วมในการตดั สินใจ ความรับผิดชอบ และร่วมมือในการพฒั นา องคก์ ารและร่วมกนั ปฏิบตั ิดว้ ยความเตม็ ใจ 2. วตั ถุประสงค์ของรูปแบบ กาหนดไดด้ งั น้ี 1. เพื่อให้การบริหารงานของมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั มีความเป็ น ระบบมากยงิ่ ข้ึน มีการใชท้ รัพยากรในการบริหาร มีการจดั ปัจจยั และใชป้ ัจจยั ในการบริหารให้มีความ พอเพียง มีคุณภาพ มีความคุ้มค่าในการบริหาร เมื่อนาไปสู่กระบวนการบริหารแล้วจะทาให้มี ประสิทธิภาพ ซ่ึงจะส่งผลต่อประสิทธิผลของการบริหารมีคุณภาพมากยง่ิ ข้ึน 2. เพ่ือใหก้ ารบริหารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั มีประสิทธิผลมากยิ่งข้ึน โดยการบริหารตามรูปแบบน้ีจะส่งผลต่อคุณภาพบณั ฑิต คุณภาพงานวจิ ยั และงานสร้างสรรค์ คุณภาพ การบริการวชิ าการ คุณภาพการทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม 3. ระบบของรูปแบบการบริหาร ประกอบดว้ ย 1. ปัจจัยการบริหาร มีการเปล่ียนจากภาวะผนู้ าเป็นคุณสมบตั ิของผบู้ ริหารและบุคลากร ใหเ้ พิ่มหลกั สูตร และงบประมาณเขา้ มาในปัจจยั การบริหาร 1.1 คุณสมบตั ผิ ้บู ริหารและบุคลากร คุณสมบตั ิผ้บู ริหาร ควรมีคุณสมบตั ิดงั น้ีคือ 1. มีการสร้างวสิ ัยทัศน์ ผบู้ ริหารที่มีความสามารถตอ้ งมองเห็นเหตุการณ์ในอนาคต ออก และคาดการณ์ได้อย่างแม่นยา ด้วยสายตาที่กวา้ งไกล มองเห็นภาพรวมท้งั ระบบ มีขอ้ มูลที่ ถูกตอ้ งสมบูรณ์ ทนั สมยั จะช่วยคาดเดาเหตุการณ์ในอนาคตไดใ้ กลเ้ คียงความเป็ นจริงมากข้ึน และ สามารถตดั สินใจดาเนินการบริหารองคก์ ารใหเ้ ป็ นไปในทิศทางที่ถูกตอ้ งเหมาะสมได้ 2. มีความรู้ความสามารถ รอบรู้และมีขอ้ มูลที่ทนั สมยั เพราะการมีขอ้ มูลที่ดีช่วย ให้การตดั สินใจถูกแม่นยาข้ึน จึงตอ้ งรู้ลึก รู้รอบ รู้กวา้ ง รู้ไกล กระตือรือร้นอยูเ่ สมอ เป็ นนกั อ่าน ขยนั ใฝ่ หาความรู้ ช่างสังเกต รู้จกั ฟัง รู้และเขา้ ใจบทบาทหนา้ ที่

199 3. มีภาวะผ้นู า มีศิลปะในการครองใจคน สามารถจูงใจคนใหเ้ ตม็ ใจร่วมมือหรือให้ การสนบั สนุน เป็นนกั ประสานความเขา้ ใจของทุกฝ่ าย สามารถบริหารความขดั แยง้ ระหวา่ งบุคคลและ ประสานประโยชน์ใหเ้ กิดกบั องคก์ รได้ 4. มีเมตตาธรรม ไม่มีอคติหรือฉนั ทาคติ มีการตาหนิหรือลงโทษผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา ตอ้ งลงโทษดว้ ยเมตตา ไม่ใช่ดว้ ยอารมณ์โกรธแคน้ ส่วนตวั นกั บริหารที่เป็นผนู้ าขององคก์ รยงั ตอ้ งรู้จกั สละประโยชน์ส่วนตน เพ่ือประโยชน์ส่วนรวม ตอ้ งรู้จกั แสดงน้าใจกบั เพ่ือนร่วมงานและลูกนอ้ งใน โอกาสอนั สมควร และส่ิงที่สมควรท่ีจะตอ้ งมีอย่างยิ่งคือ ความรู้จดั อดกล้นั และอดทนท้งั ทางอารมณ์ และจิตใจ สุดทา้ ยคือการรู้จกั ให้อภยั ไม่อาฆาตแคน้ ถา้ ผบู้ ริหารท่ีมีเมตตาธรรมรู้จกั ใหอ้ ภยั จะทาให้ เกิดบรรยากาศที่ดีในการทางาน 5. เป็ นนักคดิ นักวเิ คราะห์ นกั บริหารท่ีดีตอ้ งคิดสร้างสรรคใ์ หบ้ งั เกิดสิ่งที่เป็ นไปได้ และตอ้ งมีความสามารถในการจดั ระบบความคิดให้เช่ือมโยง มองถึงองค์กรรวมของปัญญาท้งั หมด นอกจากการคิดอยา่ งมีระบบแลว้ ยงั ตอ้ งรู้จกั วเิ คราะห์สถานการณ์ต่างๆไดช้ ดั เจน มีความสามารถใน การคิดแก้ ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและกล้าตดั สินใจ โดยตอ้ งอยู่บนพ้ืนฐานของเหตุผลและ ความถูกตอ้ งในการทางาน 6. เป็ นนักประชาธิปไตย นกั บริหารตอ้ งใจกวา้ งยอมรับความแตกต่างทางความคิด พร้อมท้งั ตอ้ งพยายามประสานความต่างน้นั ใหเ้ กิดประโยชน์เชิงสร้างสรรค์ ใหโ้ อกาสและสนบั สนุน ให้ผูใ้ ตบ้ งั คบั บญั ชา มีความริเร่ิมสร้างสร้างในส่ิงใหม่ ๆ และเป็ นประโยชน์ นักบริหารตอ้ งเช่ือใน ความสามารถของคนอ่ืนดว้ ย 7. โปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็ นหน่ึงในการบริหารการจดั การท่ีดี (good gover- nance) แสดงถึงความสุจริตใจ การทางานตอ้ งเปิ ดเผย ชดั เจน ตรงไปตรงมา แยกแยะออกไดอ้ ย่าง ชดั เจน คุณสมบัติของบุคลากร หมายถึงคณาจารยแ์ ละบุคลากรทางการศึกษา ซ่ึงจะต้องมี คุณสมบตั ิดงั น้ีคือ 1. มีคุณวฒุ ิตรงตามที่สอน สามารถนาทฤษฏีท่ีไดเ้ รียนมานามาประยกุ ตป์ รับเปลี่ยน ใหเ้ หมาะสมกบั งาน 2. มีความรู้ ความสามารถในสาขาวิชาท่ีสอนและมีความรู้ ความสามารถในการ ถ่ายทอดไดด้ ี มีความรู้ ความสามารถในการจดั การเรียนการสอนและประเมินผลไดด้ ี 3. มีคุณธรรม จริยธรรมเหมาะสมในอาชีพการเป็ นผู้สอน มีจิตใจเมตตา พร้อมให้ คาแนะนา อบรม สั่งสอนนกั ศึกษาใหเ้ ป็ นคนดี มีความรับผดิ ชอบต่องานในหนา้ ที่ รับผดิ ชอบต่อ สังคม พร้อมให้ความร่วมมือกบั มหาวิทยาลยั มีมนุษยสัมพนั ธ์ดี มีวฒุ ิภาวะทางอารมณ์ มีจิต สาธารณะ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรคด์ ี มีจิตใจเมตตา พร้อมให้คาแนะนา อบรม สั่งสอน นกั ศึกษาให้เป็ นคนดี

200 4. มีความซื่อสัตยส์ ุจริตต่อหนา้ ที่การงาน รวมท้งั มีจรรยาบรรณในหนา้ ที่ น้ัน ๆ เป็ นอยา่ งดี ให้ช่วยเหลือควรมีน้าใจในการเขา้ ร่วม และช่วยงานน้นั ให้สาเร็จลุล่วงไปโดยดี 1.2 โครงสร้างองค์การ การจดั แบ่งส่วนงานต่างๆ ของมหาวทิ ยาลยั มีความชดั เจน มี การกาหนดงานและความรับผิดชอบให้กบั แต่ละบุคคลและแต่ละหน่วยงาน มีการจดั บุคลากรให้เป็ น หน่วยงาน (Unit) หลายหน่วยงานรวมกนั เป็ นฝ่ าย (Department) มีการกาหนดความผิดชอบตาม บทบาทหน้าท่ีของแต่ละฝ่ าย โดยให้มีความคล่องตัวในการประสานงานระหว่างฝ่ ายต่าง ๆ ความสัมพนั ธ์เป็ นไปในลกั ษณะท่ีเป็ นทางการและไม่เป็ นทางการ มีการกาหนดบทบาทและลกั ษณะ งานไวอ้ ยา่ งชดั เจน และมีการกระจายอานาจในการตดั สินใจแก่บุคลากร และเมื่อรวมกนั ก็จะกลายเป็ น องค์การ(Organization) กาหนดความสัมพนั ธ์ในแนวต้งั คือมีการกาหนดสายงานเป็ นลาดบั ข้นั เพื่อ ประโยชน์ต่อการรายงานให้ตรงตามสายงานและจะไดท้ ราบว่าใครมีขอบเขตอานาจแค่ไหน กาหนด ความสัมพนั ธ์ในแนวนอน คือมีการกาหนดความสัมพนั ธ์ระหวา่ งกนั ของหน่วยงานในระดบั เดียวกนั หรือในหน่วยเดียวกนั เพ่ือประโยชน์ต่อการประสานงานและการทางานให้สอดคลอ้ งกนั ส่งผลต่อ ประสิทธิผลในการบริหารงานมากท่ีสุด โครงสร้างองคก์ ารที่ชดั เจน จะช่วยให้การดาเนินงานในส่วน ตา่ งๆ ขององคก์ ารเกี่ยวเนื่องสัมพนั ธ์กนั ท้งั ระบบในรูปแบบของการประสานงานระหวา่ งสมาชิกท่ีอยู่ ในตาแหน่งหรือส่วนต่างๆ ขององค์การ ทาให้สามารถร่วมกันดาเนินการตามภารกิจขององค์การ เป็นไปดว้ ยดีและมีประสิทธิภาพ 1.3 หลกั สูตร หลักสู ตรของมหาวิทยาลัยมหาจุ ฬาลงกรณราชวิทยาลัยท่ี โดดเด่ นก็คื อการเรี ยนของ มหาวทิ ยาลยั ทุกหลกั สูตรตอ้ งมีขอ้ กาหนดให้นิสิตทุกคนคือตอ้ งปฏิบตั ิปัสสนากรรมฐาน โดยกาหนด ไดด้ งั น้ี 1. นิสิตระดบั ปริญญาตรีปฏิบตั ิวปิ ัสสนากรรมฐาน ปี ละ 10 วนั ทุกปี จนสาเร็จการศึกษา 2. นิสิตระดบั ปริญญาโท ตลอดหลกั สูตร 30 วนั 3. นิสิตระดบั ปริญญาเอก ตลอดหลกั สูตร 45 วนั ถือว่าเป็ นการสร้างแนวคิดด้านคุณธรรมจริยธรรมให้กบั บณั ฑิต เพื่อเป็ นคนดีของ สังคมและเผยแพร่พระพุทธศาสนาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มหาวิทยาลยั สามารถบริหารจดั การจนทาให้ บรรลุตามปณิธานที่มหาวิทยาลยั กาหนดคือ \"ศึกษาพระไตรปิ ฎกและวิชาช้ันสูงสาหรับพระภิกษุ สามเณรและคฤหสั ถ์\" การดาเนินการสอดคลอ้ งกบั วิสัยทศั น์ของมหาวทิ ยาลยั ท่ีกาหนดว่า มุ่งพฒั นา มหาวทิ ยาลยั เป็นศูนยก์ ลางการศึกษาพระพทุ ธศาสนาระดบั นานาชาติ โดยการจดั การศึกษาและพฒั นา องค์ความรู้บูรณาการกบั ศาสตร์สมยั ใหม่ ให้นาไปสู่การพฒั นาจิตใจและสังคมอย่างยงั่ ยืนไดอ้ ย่าง แทจ้ ริง ทุกหลกั สูตรจะมีวชิ าดา้ นพระพุทธศาสนาเป็นวชิ าแกน ไม่นอ้ ยกวา่ 50 หน่วยกิต ในการจดั การ เรียนการสอนมีการปรับพ้ืนฐานท้งั ฆราวาสใหม้ ีความรู้พ้ืนฐานดา้ นพุทธศาสนา และบรรพชิตให้มีพ้ืน ความรู้ศาสตร์ทางโลก อีกท้งั มีการกาหนดใหผ้ ทู้ ่ีจะเป็ นบณั ฑิตตอ้ งบาเพญ็ ประโยชน์ใหก้ บั สังคม เป็ น เวลา 200 ชวั่ โมงสาหรับนิสิตฆราวาส และหน่ึงปี การศึกษาสาหรับนิสิตพระสงฆ์

201 1.4 งบประมาณ งบประมาณของมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ประกอบดว้ ย เงินรายได้ หมายความวา่ 1. เงินอุดหนุนทวั่ ไปท่ีรัฐบาลจดั สรรให้เป็ นรายปี ได้แก่ เงินงบประมาณท่ีรัฐบาล จดั สรรใหม้ หาวทิ ยาลยั 2. เงินอุดหนุนและทรัพย์สินซ่ึงมีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย เงินท่ีมีผู้อุทิศโดยมี วตั ถุประสงค์ ไดแ้ ก่ เงินซ่ึงมีผอู้ ุทิศใหแ้ ก่มหาวทิ ยาลยั เพอื่ ใชจ้ ่ายท่ีเป็ นไปตามเงื่อนไขหรือเจตนารมณ์ ของผอู้ ุทิศให้ ดอกผลท่ีเกิดจากเงินในขอ้ 2 (ก) 3. เงินอุดหนุนจากศาสนสมบตั ิกลาง เงินท่ีเกิดข้ึนจากดอกผลมูลนิธิเงินผลประโยชน์ คา่ ธรรมเนียม คา่ บารุง คา่ ตอบแทน เบ้ียปรับและค่าบริการต่าง ๆ ของมหาวทิ ยาลยั 4. รายไดห้ รือผลประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนและจากทรัพยส์ ินของมหาวิทยาลยั ไดแ้ ก่ รายไดห้ รือผลประโยชน์จากการลงทุน การจดั การทรัพยส์ ินดอกผลการวจิ ยั การบริการทางวชิ าการ หนงั สือ หรือตาราและเอกสาร และรายไดอ้ ยา่ งอื่น ที่ไดจ้ ากการดาเนินกิจการของมหาวทิ ยาลยั 5. รายได้หรือผลประโยชน์ท่ีได้มาจากการใช้พสั ดุ ซ่ึงมหาวิทยาลยั ปกครองดูแลหรือใช้ ประโยชน์ 6. เงินรายไดท้ ุกประเภทของมหาวทิ ยาลยั ท่ีไมไ่ ดก้ าหนดไวต้ าม(1)(2)(3)(4)และ(5) 1.5 สภาพแวดล้อมภายในองค์กร บุคลากรตอ้ งมีประสบการณ์และความรู้ความสามารถในงานที่ทาผบู้ ริหารตอ้ งมีภาวะผนู้ า บุคลากรมีขวญั และกาลงั ใจในการทางานมีความสาเร็จท่ีสร้างชื่อเสียงของมหาวิทยาลยั ท้งั ภายในและ ภายนอก ระบบการบริหารจดั การทนั สมยั มีสายการบงั คบั บญั ชามาก มีระบบอุปถมั ภ์ การประเมินความดี ความชอบคือระบบดุลพินิจส่วนบุคคล หรือมีการต้งั เป้ าหมายงาน แลว้ ใชข้ อ้ มูลผลการปฏิบตั ิงานในการ ประเมินและพิจารณาความดีความชอบ มีเทคโนโลยที ี่ทนั สมยั ข้นั ตอนหรือกระบวนการทางานท่ีชดั เจน 1.6 เทคโนโลยอี งค์การ มหาวิทยาลัยมีสื่ อ เครื่ องมือ วิธีการ กระบวนการต่างๆ เพ่ือใช้ในการพัฒนา มหาวทิ ยาลยั ยา่ งมีคุณภาพ มีการนาเทคโนโลยเี ขา้ มาใชใ้ นงานบริหารงานและการจดั การเรียนการสอน ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมเช่น 1. การใชเ้ ทคโนโลยใี นดา้ น 1.1 การบริหารงาน 1.2 การเรียนการสอน 1.3 การวจิ ยั 2. เทคโนโลยชี ่วยลดข้นั ตอนในการบริหาร 3. เป็นแหล่งขอ้ มลู ในการทางาน

202 2. กระบวนการบริหาร นาหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา คืออิทธิบาท 4 เขา้ ไปขบั เคลื่อน กบั กระบวนการ PDCA ในภารกิจหลกั ของมหาวทิ ยาลยั ท้งั 4 ดา้ น คือการบริหารงานผลิตบณั ฑิต การ บริหารงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ การบริหารงานบริการวิชาการ การบริหารงานทะนุบารุง ศิลปวฒั นธรรม จะทาใหก้ ระบวนการบริหารมีประสิทธิผลมากยง่ิ ข้ึน 2.1 ข้ันวางแผน (Plan : P) การวางแผนเป็ นข้นั ตอนการดาเนินการเพื่อการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงใหเ้ กิดประสิทธิผลในการบริหาร และการวางแผนเพื่ออนาคตในการเตรียมพร้อมเขา้ สู่ ประชาคมอาเซียน ประกอบดว้ ย 1. แผนการบริหารงานผลิตบัณฑิต ได้แก่ แผนพฒั นาบุคลากร แผนพฒั นาหลกั สูตร แผนพฒั นาคุณภาพการเรียนการสอน แผนการบริหารงบประมาณ แผนพฒั นาเทคโนโลยี แผนการพฒั นาและขยายโอกาสการศึกษาวิชาการดา้ นพระพุทธศาสนาและดา้ นสังคมศาสตร์ แผน พฒั นาระบบการประกนั คุณภาพการศึกษา แผนการผลิตบณั ฑิต และแผนพฒั นาบณั ฑิต เป็นตน้ 2. แผนการบริหารงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ ไดแ้ ก่ แผนพฒั นาการบริหารจดั การงานวจิ ยั แผนการส่งเสริมการวจิ ยั ดา้ นพระพุทธศาสนาและสังคมศาสตร์ แผนการพฒั นาศกั ยภาพ การทาวจิ ยั แผนการส่งเสริมการเขียนตาราทางวิชาการแผนการส่งเสริมการวิจยั ร่วมกบั ภาคเอกชน และหน่วยงานของรัฐ แผนพฒั นากองทุนวจิ ยั เป็นตน้ 3. แผนการบริหารงานบริการวิชาการ ไดแ้ ก่แผนพฒั นารูปแบบและวิธีการการบริ การดา้ นพระพุทธศาสนาแก่สังคม แผนการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาสู่สากล แผนพฒั นาระบบการให้ การบริการวิชาการดา้ นพระพุทธศาสนา แผนพฒั นาครู/พระสอนศีลธรรมในโรงเรียน แผนพฒั นา มหาวทิ ยาลยั ใหเ้ ป็นองคก์ รการศึกษาพระพทุ ธศาสนาระดบั โลก เป็นตน้ 4. แผนการบริหารงานทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม ไดแ้ ก่ แผนพฒั นารูปแบบและวธิ ี การในการทะนุบารุงพระพุทธศาสนา ศิลปวฒั นธรรมแผนพฒั นามหาวทิ ยาลยั ใหเ้ ป็นแหล่งเรียนรู้ดา้ น พระพุทธศาสนา ศิลปวฒั นธรรม แผนเสริมสร้างความสานึกในคุณค่าของพระพุทธศาสนา ศิลปวฒั น ธรรม เป็ นตน้ 2.2 ข้ันการปฏิบัติ (Do : D) การปฏิบตั ิเป็ นการดาเนินการตามแนวทางท่ีไดก้ าหนดไว้ ในข้นั ตอนการวางแผนในแต่ละแผน และระหวา่ งการปฏิบตั ิบุคลากรผรู้ ับผิดชอบในงานที่ปฏิบตั ิ ตอ้ งตรวจสอบให้ดาเนินไปในทิศทางที่กาหนดไว้ และต้องมีการประสานงานและส่ือสารกับผูท้ ่ี เกี่ยวขอ้ ง ซ่ึงมีการดาเนินการในแตล่ ะดงั น้ี 1. การดาเนินการบริหารงานผลติ บัณฑติ ไดแ้ ก่ การรับสมคั ร การสอบคดั เลือก การ จดั หอ้ งเรียน การจดั ตารางเรียน การเรียนการสอน การวดั และประเมินผล การจดั หารทุนการศึกษาให้ นิสิตท่ีขาดแคลน 2. การดาเนินการบริหารงานวจิ ัยและงานสร้างสรรค์ ไดแ้ ก่ การจดั ทุนสนบั สนุน การวิจยั การรับสมคั รและอบรมนกั วิจยั การส่งเสริมให้มีการส่งโครงการวิจยั โดยเฉพาะที่เนน้ การ

203 ประยุกต์ธรรมะในกระบวนการหัวขอ้ วิจยั น้ัน ๆ ในการน้ีมหาวิทยาลยั ได้จดั ต้งั สถาบนั วิจยั พุทธ ศาสตร์ข้ึน เพอ่ื รับผดิ ชอบดา้ นน้ีโดยตรง 3. การดาเนินการบริหารงานการบริการวิชาการ ไดแ้ ก่ การจดั โครงการต่าง ๆ เช่น โครงการอบรมครูสอนศีลธรรมในโรงเรียน การอบรมวิปัสสนากรรมฐานแก่ประชาชนทว่ั ไป ซ่ึงมี ตลอดปี ปฏิทิน โดยไม่มีช่วงหยุดเทศกาลใดๆ นอกจากน้ีได้มีการจดั ประชุมนานาชาติ เพ่ือเผยแพร่ ความรู้ด้านพระพุทธศาสนาเป็ นประจาทุกปี มีการอบรมพระธรรมฑูตสาหรับไปเผยแผ่ พระพทุ ธศาสนาในตา่ งประเทศในโครงการอบรมพระธรรมไปตา่ งประเทศ 4. การดาเนินการบริหารงานการทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม ไดแ้ ก่ การจดั โครงการ ต่าง ๆ เร่ิมจากการแต่งต้งั กรรมการ ประชุมกรรมการหรือดาเนินการ เช่น โครงการวิสาขบูชาโลก โครงการไหวค้ รูของมหาวทิ ยาลยั โครงการส่งเสริมศิลปะพ้ืนบา้ น 4 ภาค โดยใหน้ ิสิตมีส่วนร่วม 2.3 ข้นั การตรวจสอบ (Check:C)การตรวจสอบเป็นการกากบั ติดตาม และประเมินผล การปฏิบตั ิงานในแต่ละข้นั ตอน โดยเร่ิมต้งั แต่การตรวจสอบขอ้ มูล การเตรียมงาน การดาเนินงาน ตรวจสอบความพร้อมของบุคลากรและทรัพยากร การตรวจสอบเครื่องมือรวมท้งั การประเมิน ความ พึงพอใจ การตรวจสอบและประเมินตอ้ งเป็ นไปตามเกณฑ์ หรือมาตรฐานท่ีกาหนด ซ่ึงมีการ ดาเนินการในแต่ละดงั น้ี 1. การตรวจสอบการบริหารงานผลิตบัณฑิต ได้แก่ การตรวจสอบคุณสมบตั ิของ ผูส้ มคั รเขา้ เรียนด้วยการประสานกบั ตน้ สังกดั เดิมของผูน้ ้ันการตรวจสอบในขณะเรียน คือ การมี ระเบียบให้อาจารยผ์ สู้ อบทุกรายวชิ ามีการตรวจสอบเช็คช่ือนิสิตทุกคร้ังท่ีเขา้ สอน เพ่ือปลูกฝังความ รับผดิ ชอบของนิสิต การวดั ผลประเมินผลท่ีเขม้ งวด เพื่อควบคุมคุณภาพของบณั ฑิต เช่น เกณฑก์ าร ผา่ นการสอบแต่ละวิชาตอ้ งไดค้ ะแนน 60 คะแนนข้ึนไป มีการตรวจสอบการบริหารโดยใช้ขอ้ มูล ป้ อนกลบั (Feedback) เช่น ตอ้ งมีการพฒั นาและปรับปรุงหลกั สูตรให้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานวิชาชีพ และใหม้ ีความทนั สมยั รองรับประชาคมอาซียน 2. การตรวจสอบการบริหารงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ ได้แก่ การท่ีทางมหา วิทยาลยั สถาบนั วิจยั พุทธศาสนาข้ึนมา เพ่ือให้เป็ นผรู้ ับผิดชอบขบั เคล่ือนให้มีงานวิจยั และงานสร้าง สรรคอ์ อกมาอยา่ งต่อเนื่อง โดยทางสถาบนั วิจยั ไดเ้ ปิ ดโอกาสใหค้ ณาจารยแ์ ละผสู้ นใจไดส้ ่งโครงการ วจิ ยั เพื่อขอทุนสนบั สนุนจากสถาบนั และทางสถาบนั ไดต้ ้งั คณะทางานติดตามผลการดาเนินงานของ แต่ละโครงการอยา่ งตอ่ เนื่อง และในขณะเดียวกนั ทางสถาบนั ไดแ้ ต่งต้งั และเชิญผทู้ รงคุณวุฒิดา้ นการ วิจยั เพ่ือตรวจสอบรายงานการวิจยั ของคณาจารย์ เพ่ือปรับปรุงแกไ้ ขและอนุมตั ิพร้อมท้งั เผยแพร่ ผลงานเป็นลาดบั ไป 3. การตรวจสอบการบริหารงานการบริการวิชาการ ไดแ้ ก่ การท่ีมหาวิทยาลยั กา หนดให้ทุกหน่วยงานรายงานผลการดาเนินงานโครงการต่าง ๆ ท่ีขออนุมตั ิต่อมหาวิทยาลยั เพ่ือให้ ความรู้แก่สงั คม ไดส้ ่งรายงานตามกาหนดพร้อมท้งั ผลการประเมินโครงการน้นั ๆ เพื่อใชเ้ ป็ นแนวทาง ในการตรวจสอบท้งั การทาตามกาหนด การใชจ้ ่ายงบประมาณและดา้ นอ่ืน ๆ

204 4. การตรวจสอบการบริหารงานการทะนุบารุงศิลปวัฒนธรรม ไดแ้ ก่ การท่ีมหา วทิ ยาลยั มีหน่วยงานดา้ นพธิ ีกรรม เพือ่ รับผดิ ชอบและขบั เคลื่อนงานดา้ นศิลปวฒั นธรรม และไดอ้ นุมตั ิ ใหห้ น่วยงานตา่ ง ๆ สามารถดาเนินการโครงการส่งเสริมศิลปวฒั นธรรมไดอ้ ยา่ งเสรีตามโอกาส แต่ทุก โครงการตอ้ งมีการรายงานความสาเร็จพร้อมผลการประเมิน 2.4 ข้ันการปรับปรุงแก้ไข ให้ดีขึน้ (Act : A) ผลจากการตรวจสอบ ถา้ เป็ นไปตามแผน ท่ีวางไวก้ ็สามารถต้งั เป้ าหมายให้สูงข้ึน แต่หากไม่เป็ นไปตามแผนตอ้ งคน้ หาขอ้ บกพร่องที่เกิดข้ึน และดาเนินการปรับปรุงแกไ้ ขการปฏิบตั ิงานให้เป็ นไปตามมาตรฐานหรือแสวงหาทางเลือกใหม่ที่ น่าจะทาใหไ้ ดผ้ ลงานท่ีมีประสิทธิผลตามเป้ าหมาย ซ่ึงมีการดาเนินการในแต่ละดงั น้ี 1.การปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานผลิตบณั ฑิต ได้แก่ การที่มหาวิทยาลัยได้ ปรับปรุงคุณสมบตั ิของผทู้ ี่จะเขา้ ศึกษาต่อใน มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ตงั่ แต่เร่ิมแรก มาจนถึง ปัจจุบนั ซ่ึงปรากฏในประกาศและระเบียบของมหาวิทยาลยั ในขณะเดียวกนั ก็มี การปรับปรุงระเบียบการจบการศึกษา ซ่ึงนอกจากจะต้องสอบผ่านทุกรายวิชาและมีเกณฑ์ตามที่ มหาวิทยาลยั กาหนดแล้ว ยงั มีการปรับปรุงระเบียบการปฏิบตั ิวิปัสสนากมั มฎั ฐาน จากเดิมท่ีตอ้ ง ปฏิบตั ิก่อนจบการศึกษา คือในภาคการศึกษาสุดทา้ ย 15 วนั มาเป็ นทุกปี การศึกษาจะตอ้ งมีการปฏิบตั ิ วปิ ัสสนากมั มฏั ฐาน 10 วนั ตามระเบียบมหาวทิ ยาลยั หากไมป่ ฏิบตั ิถือวา่ ไมจ่ บการศึกษา 2. การปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานวิจัยและงานสร้ างสรรค์ ได้แก่ การที่ สถาบนั วิจยั พุทธศาสตร์ในนามมหาวิทยาลยั ไดจ้ ดั อบรมนักวิจยั และจดั หาทุนสนับสนุนงานวิจยั ให้แก่คณาจารย์ของมหาวิทยาลยั และผูท้ รงคุณวุฒิด้านการวิจยั ได้เสนอโครงการวิจยั และมีการ ปรับเปล่ียนการเสนอแนะขอ้ บกพร่องของโครงการวิจยั จากการแนะนาแบบดุดนั มาเป็ นการแนะแนว ระบบกลั ยาณมิตร ทาใหง้ านวจิ ยั มีท้งั ปริมาณและคุณภาพเพิ่มข้ึน และมีการปรับปรุงโครงการวิจยั ทุก โครงการใหเ้ ขา้ กบั ยทุ ธศาสตร์ชาติ ซ่ึงก่อนหนา้ ที่ไม่ไดเ้ นน้ หนกั มากนกั 3. การปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานการบริการวิชาการ ไดแ้ ก่ การให้ความรู้ดา้ น พระพุทธศาสนาและปรัชญาแก่ผสู้ นใจ ซ่ึงก่อนหนา้ น้ีเนน้ เฉพาะผทู้ ่ีแจง้ ความจานงเขา้ มาศึกษาตาม โครงการต่าง ๆ แต่ปัจจุบนั มหาวิทยาลยั ไดเ้ ปิ ดช่องทางในการติดต่อสื่อสารมากข้ึนมาก เช่น ทาง อินเทอร์เน็ต ทางเฟสบุก๊ ทางวทิ ยุ โทรทศั น์ ซ่ึงเป็นของมหาวทิ ยาลยั เองมี 4. การปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานทะนุบารุงศิลปวัฒนธรรม ไดแ้ ก่ การปรับปรุง แผนงานดานการทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม จากเดิมท่ีเนน้ เกี่ยวกบั วฒั นธรรมไทย 4 ภาค มาจดั ใหม้ ีการ แสดงศิลปวฒั นธรรม ของประเทศอาเซียน เพ่ือตอ้ นรับเออีซี ประกอบกบั ที่มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลยั มีนกั ศึกษาต่างชาติเขา้ มาศึกษา มหาวิทยาลยั จึงเปิ ดโอกาสให้นกั ศึกษาเหล่าน้นั ได้ นาเสนอศิลปวฒั นธรรมของตวั เองมาใหจ้ ดั เป็นการแลกเปลี่ยนทางวฒั นธรรมทางหน่ึง

205 3. ประสิทธิผลของการบริหาร หมายถึง ผลที่เกิดข้ึนตามกระบวนการบริหารเชิงระบบ ประกอบดว้ ยคุณภาพบณั ฑิต คุณภาพการวจิ ยั และการสร้างสรรค์ คุณภาพการบริการวิชาการ คุณภาพ การทานุบารุงศิลปะและวฒั นธรรม 1. คุณภาพบัณฑติ ผลการจดั การศึกษาในมหาวิทยาลัยได้ผลผลิตท่ีมีคุณภาพกล่าวคือบณั ทิตต้องมี คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 9 ประการ คือ มีปฏิปทาน่าเล่ือมใส ใฝ่ รู้ใฝ่ คิด เป็ นผูน้ าดา้ นจิตใจและ ปัญญา มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา รู้จกั เสียสละเพ่ือ ส่วนรวม รู้เทา่ ทนั ความเปลี่ยนแปลงของสังคม มีโลกทศั น์ กวา้ งไกล มีศกั ยภาพท่ีจะพฒั นาตนเอง ให้ เพียบพร้อมดว้ ยคุณธรรมและจริยธรรม คุณภาพบณั ฑิตที่มหาวิทยาลบั ประสบผลสาเร็จคือบณั ฑิต สามารถดารงพระพทุ ธศาสนา เผยแพร่พระพทุ ธศาสนา ทากิจกรรมโครงการส่งเสริมพุทธศาสนา เช่น โครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน โครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรมเช่น โครงการพฒั นาทกั ษะชีวติ ใหแ้ ก่เดก็ และเยาวชน 2. คุณภาพงานวจิ ัยและงานสร้างสรรค์ มีผลงานวิจยั ที่เป็ นการสร้างองคค์ วามรู้ควบคู่ไปกบั กระบวนการเรียนการสอน เน้น การพฒั นาองค์ความรู้ในพระไตรปิ ฎก มาประยุกต์ใช้แกป้ ัญหาศีลธรรมและจริยธรรมของสังคม รวมท้งั งานวจิ ยั และพฒั นาคุณภาพงานวชิ าการดา้ นพระพุทธศาสนา การวจิ ยั มีการขอทุนงบประมาณ จากสานกั งานคณะกรรมการวิจยั แห่งชาติ (วช.) มีหน่วยงานดูแลคือสถาบนั วิจยั พุทธศาสตร์ และ จดั สรรงบประมาณให้แก่บุคคลากร หน่วยงานภายในมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั มีการ ติดตามประเมินผลและสรุปผลรายงานการวิจยั การเผยแผง่ านวจิ ยั มีการจดั สัมมนาเผยแผง่ านวิจยั ใน งานประชุมพุทธศาสนานานาชาติ 3. คุณภาพการบริการวชิ าการ ผลการบริหารงานบริการวิชาการของหน่วยงานตอบสนองความตอ้ งการของคณะ สงฆแ์ ละสังคม ไดแ้ ก่ การอบรมครูสอนศีลธรรม การอบรมวปิ ัสสนากรรมฐานให้แก่ประชาชนทว่ั ไป หน่วยงานภายนอก ขา้ ราชการและนักเรียน เพื่อพฒั นาทรัพยากรมนุษย์และพฒั นาบุคลากรให้แก่ หน่วยงานภายนอกโดยบุคลากรของมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั รวมท้งั การพฒั นา บุคคลโดยนิสิตของมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ไดแ้ ก่ โครงการบวชสามเณรภาคฤดู ร้อน รวมท้งั เป็นแหล่งบริการวชิ าการดา้ นพระพทุ ธศาสนา 4. คุณภาพการทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม ผลการเสริมสร้างและพฒั นาแหล่งการเรียนรู้ดา้ นการทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม ให้เอ้ือ ตอ่ การศึกษา เพ่ือสร้างจิตสานึกและความภาคภูมิใจในความเป็ นไทย สนบั สนุนใหม้ ีการนาภูมิปัญญา ทอ้ งถ่ิน มาเป็ นรากฐานของการพฒั นาอยา่ งมีดุลยภาพ มหาวิทยาลยั มุ่งมน่ั ในการให้บริการวิชาการ ดา้ นพระพทุ ธศาสนาแก่คณะสงฆแ์ ละสังคม รวมท้งั ส่งเสริมการเรียนรู้ และความร่วมมืออนั ดีระหวา่ ง

206 พุทธศาสนิกชนในระดบั ชาติ และนานาชาติ เพ่ือธารงรักษาไวซ้ ่ึงขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและ วฒั นธรรม อนั เน่ืองดว้ ยพระพุทธศาสนา การทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรมดาเนินการโดยหน่วยงาน ไดแ้ ก่ การแข่งขนั การสวดมนตท์ านองสรภญั ญะ การสาธยายพระไตรปิ ฎกของนิสิตมหาวิทยาลยั มหา จุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั 4. เงื่อนไขสู่ความสาเร็จเพื่อให้การบริหารตามรูปแบบน้ีบรรลุผลสัมฤทธ์ิ จึงกาหนด เงื่อนไขสู่ความสาเร็จ ซ่ึงเป็ นปัจจยั สาคญั ที่ทาให้รูปแบบการบริหารบรรลุผลตามวตั ถุประสงค์ ประกอบดว้ ย 1. ผบู้ ริหารตอ้ งให้ความสาคญั กบั การพฒั นาระบบการบริหาร ผบู้ ริหารตอ้ งทาความ เขา้ ใจกบั รูปแบบน้ี ควรศึกษารูปแบบการบริหารน้ี เพื่อนาไปปรับใชใ้ ห้เกิดประโยชน์กบั รูปแบบน้ี และนาไปเผยแพร่และนาไปประยกุ ตใ์ นการบริหารใหม้ ีศกั ยภาพ 2. ผูบ้ ริหารต้องมีความรู้ ความสามารถ ในงานวิชาการและการบริหารจัดการ สถานศึกษา มีวิสัยทศั น์ มีความเป็ นผูน้ า มีเครือข่ายเป็ นท่ียอมรับในระดบั ชาติและนานาชาติ มีการ บริหารเชิงรุกที่จะพฒั นามหาวิทยาลยั ใหเ้ กิดความกา้ วหนา้ ผบู้ ริหารมีความเป็ นประชาธิปไตยและยดึ หลกั การบริหารแบบมีส่วนร่วมผบู้ ริหารมีคุณธรรมจริยธรรม เป็ นแบบอยา่ งท่ีดี เป็ นท่ียอมรับของผทู้ ่ี เก่ียวขอ้ งท้งั ในและนอกสถานศึกษา 3. การสื่อสาร การสร้างความเขา้ ใจของผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ ง ซ่ึงการส่ือสารท่ีดีสามารถทาให้ เกิดการร่วมแรงร่วมใจกนั เกิดประโยชน์แก่หน่วยงานและสังคม 4. การทางานเป็นทีม หมายถึงการทางานร่วมกนั เพอ่ื ใหบ้ รรลุเป้ าหมายขององคก์ าร 5.2 การอภิปรายผล จากผลการวจิ ยั ผวู้ จิ ยั เห็นวา่ มีประเด็นสาคญั ที่ควรอภิปรายดงั น้ี 1. จากผลการวจิ ยั พบวา่ รูปแบบการบริหารมหาวทิ ยาลยั ที่มีประสิทธิผล มีองคป์ ระกอบ ของรูปแบบการบริหาร คือหลกั การและแนวคิดของรูปแบบการบริหาร รูปแบบการบริหารน้ีควรใช้ หลกั การแนวคิดเชิงระบบดงั น้ี 1)หลกั การ แนวคิดเชิงระบบ (Systematic Approach) ในการบริหาร รูปแบบองคป์ ระกอบของรูปแบบคือปัจจยั การบริหาร(Input) กระบวนการบริหาร (Process)ประสิทธิ ผลของการบริหาร (Output) 2)หลกั การ แนวคิดภารกิจของสถาบนั อุดมศึกษา ซ่ึงประกอบดว้ ยการ ผลิตบณั ฑิต การวจิ ยั การบริการวชิ าการและการทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม 3) หลกั ประสิทธิผลในการ บริหารรูปแบบ การบริหารให้เกิดประสิทธิผลตามวตั ถุประสงค์ของมหาวิทยาลยั มีเป้ าหมาย 4 ดา้ น คือคุณภาพบณั ฑิต คุณภาพงานวิจยั และงานสร้างสรรค์ คุณภาพการบริการวชิ าการ คุณภาพการทะนุ บารุงศิลปวฒั นธรรม 4) หลกั การบริหารที่มีประสิทธิภาพ 5) หลกั การบริหารแบบมีส่วนร่วม 2.วตั ถุ ประสงค์ของรูปแบบการบริหาร 3.ระบบของรูปแบบการบริหาร 4.เงื่อนไขสู่ความสาเร็จ ซ่ึงผลจาก การวจิ ยั ที่ไดม้ าขององคป์ ระกอบของรูปแบบน้ีไดผ้ า่ นการประเมิน โดยท่ีผเู้ ชี่ยวชาญเห็นวา่ มีความ

207 ถูกตอ้ ง มีความเหมาะสม มีความเป็ นไปได้ และมีความเป็ นประโยชน์ ท้งั น้ีเพราะผวู้ ิจยั ไดศ้ ึกษาเอก สารมาวเิ คราะห์ และสังเคราะห์ขอ้ มลู กาหนดเป็นองคป์ ระกอบที่สาคญั ของรูปแบบการบริหาร มีการ วางแผน มีการออกแบบการวิจยั และไดม้ ีการสัมภาษณ์ผทู้ ี่มีประสบการณ์โดยตรงในการบริหารมหา วทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั จานวน 10 รูป/คน เพอื่ เป็นฐานในการยกร่างรูปแบบ และเพื่อให้ รูปแบบน้ีมีความถูกตอ้ ง มีความเหมาะสม มีความเป็นไปได้ และมีความเป็ นประโยชน์สอดคลอ้ งกบั รูปแบบการบริหารที่มีประสิทธิผล จากน้นั ผวู้ จิ ยั จึงไดจ้ ดั การสนทนากลุ่ม(Focus Group Discussion) ใหม้ ีการวพิ ากษ์โดยผทู้ รงคุณวุฒิทางด้านการบริหารการศึกษาจานวน 3 คน ดา้ นการวิจยั จานวน 3 คน และผบู้ ริหารของมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั จานวน 3 รูป/คน รวม 9 รูป/คน ซ่ึง ผวู้ จิ ยั มีประเด็นการสนทนากลุ่มและวิเคราะห์เน้ือหา เพื่อให้ผเู้ ชี่ยวชาญทาการตรวจสอบรูปแบบการ บริหารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั เกี่ยวกบั คุณภาพของรูปแบบ 4 ดา้ นคือ ความถูกตอ้ ง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ ซ่ึงผทู้ รงคุณวฒุ ิไดใ้ หค้ าแนะนาและขอ้ เสนอ แนะท่ีเป็ นประโยชน์และนาไปสู่การปรับปรุงใหด้ ียีง่ ข้ึน ผวู้ ิจยั ไดท้ าการปรับปรุงและพฒั นารูปแบบ ให้ดีข้ึน และเพื่อใหไ้ ดร้ ูปแบบการบริหารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ที่ผา่ นการตรวจ สอบ จึงนาไปจดั การสัมมนาอิงผเู้ ชี่ยวชาญ (Connoisseurship) ประกอบดว้ ย ผบู้ ริหารของมหาวิทยา ลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั จานวน 3 รูป/คน ผทู้ รงคุณวฒุ ิทางดา้ นการบริหารการศึกษา จานวน 6 คน รวมท้งั สิ้นจานวน 9 รูป/คน เพ่ือพิจารณาปรับปรุง ผเู้ ช่ียวชาญไดใ้ ห้คาแนะนาและขอ้ เสนอ แนะท่ีเป็นประโยชนข์ องรูปแบบการบริหาร ผวู้ ิจยั ไดท้ าการสรุปขอ้ มูลท่ีไดแ้ ละวิเคราะห์เน้ือหา แลว้ จึงนาขอ้ มูลน้นั ไปปรับปรุงรูปแบบข้นั สุดทา้ ย เพ่ือพฒั นารูปแบบให้ดีข้ึน ซ่ึงผลการประเมินดงั กล่าว สรุปไดว้ ่าผใู้ ห้การประเมินท้งั 2 ส่วนน้ีให้การยอมรับและยืนยนั วา่ รูปแบบการบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั เก่ียวกบั คุณภาพของรูปแบบ 4 ด้านคือ ความถูกตอ้ ง ความเหมาะสม ความเป็ นไปได้ และความเป็ นประโยชน์ สามารถนาไปใชเ้ ป็ นแนวทางในการบริ หารได้ และการ พฒั นาแบบน้ีจึงทาให้เป็ นการวิจยั และพฒั นา (Research and Development : R&D) คือมีการวจิ ยั และ พฒั นาปรับปรุงใหด้ ีข้ึนต่อไป 2. ผลการวิจยั ที่พบว่า รูปแบบการบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ท่ีมี ประสิทธิผล ระบบของรูปแบบการบริหารตามทฤษฏีระบบประกอบดว้ ย ปัจจยั การบริหาร กระบวน การบริหาร และประสิทธิผลของการบริหาร ดา้ นปัจจยั การบริหาร จากผลการวิจยั พบวา่ รูปแบบดา้ นปัจจยั การบริหาร ประกอบดว้ ย คุณสมบตั ิของผบู้ ริหารและบุคลากร โครงสร้างองคก์ าร หลกั สูตร งบประมาณ สภาพแวดลอ้ มภายใน องคก์ าร เทคโนโลยี ดา้ นปัจจยั การบริหารถือวา่ เป็นส่วนสาคญั ตอ่ การบริหารท่ีมีประสิทธิผลได้ ตอ้ งมี ความสาเร็จที่มีประสิทธิผล มีปัจจยั ที่ดี มีกระบวนการท่ีดี

208 2.1 คุณสมบตั ิของผบู้ ริหารและบุคลากร ผลการศึกษาคุณสมบตั ิของผบู้ ริหารและบุคลากรของมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลยั พบวา่ โดยภาพรวม ผบู้ ริหารมีการสร้างวสิ ัยทศั น์ ผบู้ ริหารที่มีความสามารถตอ้ งมองเห็น เหตุการณ์ในอนาคตออก และคาดการณ์ไดอ้ ยา่ งแม่นยา ดว้ ยสายตาท่ีกวา้ งไกล และสามารถตดั สินใจ ดาเนินการบริหารองคก์ ารใหเ้ ป็ นไปในทิศทางที่ถูกตอ้ งเหมาะสมได้ ผบู้ ริหารมีความรู้ความสามารถ รอบรู้และมีขอ้ มูลท่ีทนั สมยั เพราะการมีขอ้ มูลที่ดีช่วยให้การตดั สินใจถูกแม่นยาข้ึน ผบู้ ริหารมีภาวะ ผนู้ า ผบู้ ริหารมีศิลปะในการครองใจคน เป็นนกั ประสานความเขา้ ใจของทุกฝ่ าย สามารถบริหารความ ขดั แยง้ ระหวา่ งบุคคลและประสานประโยชน์ให้เกิดกบั องคก์ รได้ ผบู้ ริหารมีเมตตาธรรม นกั บริหารที่ เป็ นผูน้ าขององค์กรยงั ตอ้ งรู้จกั สละประโยชน์ส่วนตน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม และสิ่งที่สมควรท่ี จะตอ้ งมีอยา่ งยิง่ คือ ความรู้จดั อดกล้นั และอดทน ท้งั ทางอารมณ์และจิตใจ สุดทา้ ยคือการรู้จกั ให้อภยั ไม่อาฆาตแคน้ ถ้าผูบ้ ริหารท่ีมีเมตตาธรรมรู้จกั ให้อภยั จะทาให้เกิดบรรยากาศท่ีดีในการทางาน ผูบ้ ริหารเป็ นนักคิด นักวิเคราะห์ นักบริหารที่ดีต้องคิดสร้างสรรค์ให้บังเกิดสิ่งที่เป็ นไปได้ มี ความสามารถในการคิดแก้ ปัญหาไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพและกลา้ ตดั สินใจ โดยตอ้ งอยูบ่ นพ้ืนฐาน ของเหตุผลและความถูกตอ้ งในการทางาน ผูบ้ ริหารเป็ นนกั ประชาธิปไตย นักบริหารตอ้ งใจกวา้ ง ยอมรับความแตกต่างทางความคิด พร้อมท้งั ตอ้ งพยายามประสานความต่างน้นั ให้เกิดประโยชน์เชิง สร้างสรรค์ ใหโ้ อกาสและสนบั สนุนใหผ้ ใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา มีความริเริ่มสร้างสร้างในสิ่งใหม่ ๆ และเป็ น ประโยชน์ นกั บริหารตอ้ งเช่ือในความสามารถของคนอื่นดว้ ย ผบู้ ริหารมีโปร่งใสและตรวจสอบได้ การทางานตอ้ งเปิ ดเผย ชดั เจน ตรงไปตรงมา แยกแยะออกไดอ้ ย่างชดั เจน โดยสอดคลอ้ งกบั ปิ ลญั ปฏิพมิ พาคม (2550,น. 25-27) ท่ีสรุปทกั ษะท่ีผนู้ าควรมี 7 ประการ ไดแ้ ก่ 1)ทกั ษะดา้ นการจดั การ ผนู้ า ในหน่วยงานไมว่ า่ จะมีตาแหน่งที่เป็นทางการหรือไม่กต็ าม มกั จะมีส่วนร่วมในการบริหารงานภายใน องคก์ าร 2) ทกั ษะดา้ นมนุษยส์ ัมพนั ธ์ เป็ นสิ่งที่สาคญั มากสาหรับผนู้ า เพราะผนู้ ามีหนา้ ท่ีสาคญั ที่ตอ้ ง ติดต่อเก่ียวขอ้ งกบั คนอ่ืนไม่ว่าจะเป็ นหนา้ ท่ีทางดา้ นประสานประโยชน์หรือขจดั ขอ้ ขดั แยง้ ระหว่าง บุคคลในหน่วยงาน มนุษยส์ มั พนั ธ์อาจแสดงออกมาในรูปแบบต่าง ๆ 3) ทกั ษะดา้ นการจงู ใจ เน่ืองจาก ผูน้ าต้องทาหน้าที่ชักจูงและกระตุ้นให้ผูร้ ่วมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาทุ่มเทการทางานให้แก่ หน่วยงาน ดงั น้นั ทกั ษะการจูงใจจึงเป็ นสิ่งสาคญั อีกส่ิงหน่ึงที่ผนู้ าควรจะมีการจูงใจ อาจแสดงออกมา ในรูปของการเป็นตวั อยา่ งท่ีดี การวางตวั เหมาะสม การตอบแทนหรือให้รางวลั ที่เป็ นไปอยา่ งยุติธรรม และจริงใจ หรืออาจซ่ึเพียงการให้กาลงั ใจดว้ ยคาชมในเวลาอนั เหมาะสม ทาให้ผปู้ ฏิบตั ิงานเกิดพลงั และความต้งั ใจที่จะเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่อไป ทา้ ยท่ีสุดจะทาให้ทางานไดส้ าเร็จตามความมุ่ง หมายท่ีผนู้ าคาดหวงั ไว้ 4) ทกั ษะดา้ นการติดต่อส่ือสาร การส่ือสารให้ผรู้ ่วมงานและผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา เขา้ ใจในหลกั การความคิด เป้ าหมายและความตอ้ งการของตวั ผนู้ าเอง 5) ทกั ษะในการเจรจาต่อรอง หมายถึง ความสามารถในการต่อรองไกล่เกลี่ยและจดั สรรผลประโยชน์ระหวา่ งบุคคลและหน่วยงาน ตา่ ง ๆ 6) ทกั ษะดา้ นการตดั สินใจ หมายถึง ความสามารถในการวเิ คราะห์ปัญหาสืบคน้ หาสาเหตุและ แนวทางแกไ้ ขพร้อมท้งั ตดั สินใจแกป้ ัญหา โดยเลือกแนวทางที่ใหป้ ระโยชน์แก่องคก์ ารมากท่ีสุด เพ่ือ

209 จะช่วยนาพาให้องค์การอยู่รอดและดาเนินงานต่อไปได้ 7) ทักษะด้านเทคโนโลยี หมายถึง ความสามารถในการนาเทคโนโลยีท่ีทนั สมยั มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกบั สภาพของหน่วยงาน ผลการวจิ ยั น้ีสอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของดิษยช์ ยั แก่นทา้ ว (2556) ที่พบวา่ องคป์ ระกอบดา้ นภาวะผนู้ า ของผบู้ ริหาร เป็นองคป์ ระกอบของของการบริหารโรงเรียนเชิงประสิทธิผลและสอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของรุจา รอดเขม็ (2547:115) ท่ีพบวา่ ตวั แปรสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลองคก์ ารของวิทยาลยั ใน สงั กดั กระทรวงสาธารณสุขท่ีมีประสิทธิผล อนั ดบั แรก คือภาวะผนู้ า แต่ผลการวจิ ยั น้ีไม่สอดคลอ้ งกบั ผลการวจิ ยั ของ Plummer(2005) ท่ีศึกษาวิจยั เชิงสารวจการรับรู้ของพนกั งานเก่ียวกบั คุณลกั ษณะของ ประสิทธิผลขององคก์ ารในประเทศโคลมั เบีย พบวา่ ภาวะผนู้ าเนน้ ตวั ช้ีวดั ท่ีอยใู่ นระดบั ต่า 2.2 ดา้ นโครงสร้างองคก์ าร จากผลการวิจยั พบว่ามหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั มีการจดั แบ่งส่วนงานต่างๆ ของมหาวิทยาลยั อยา่ งชดั เจน มีการกาหนดงานและความรับผิด ชอบใหก้ บั แต่ละบุคคลและแต่ละหน่วยงาน มีการจดั บุคลากรใหเ้ ป็ นหน่วยงาน (Unit) หลายหน่วย งานรวมกนั เป็ นฝ่ าย (Department) มีการกาหนดความผดิ ชอบตามบทบาทหนา้ ท่ีของแต่ละฝ่ าย โดย ใหม้ ีความคล่องตวั ในการประสานงานระหวา่ งฝ่ ายต่าง ๆ ความสัมพนั ธ์เป็ นไปในลกั ษณะที่เป็ นทาง การและไม่เป็นทางการ มีการกาหนดบทบาทและลกั ษณะงานไวอ้ ยา่ งชดั เจน และมีการกระจายอานาจ ในการตดั สินใจแก่บุคลากร และเมื่อรวมกนั ก็จะกลายเป็ นองค์การ(Organization) กาหนดความ สมั พนั ธ์ในแนวต้งั คือมีการกาหนดสายงานเป็นลาดบั ข้นั เพื่อประโยชน์ต่อการรายงานใหต้ รงตามสาย งานและจะไดท้ ราบว่าใครมีขอบเขตอานาจแค่ไหน กาหนดความสัมพนั ธ์ในแนวนอน คือมีการ กาหนดความสัมพนั ธ์ระหวา่ งกนั ของหน่วยงานในระดบั เดียวกนั หรือในหน่วยเดียวกนั เพ่ือประโยชน์ ตอ่ การประสานงานและการทางานใหส้ อดคลอ้ งกนั ส่งผลต่อประสิทธิผลในการบริหาร งานมากท่ีสุด โครงสร้างองคก์ ารที่ชดั เจน จะช่วยใหก้ ารดาเนินงานในส่วนต่างๆ ขององคก์ ารเกี่ยวเนื่องสัมพนั ธ์กนั ท้งั ระบบในรูปแบบของการประสานงานระหวา่ งสมาชิกท่ีอยใู่ นตาแหน่งหรือส่วนต่างๆ ขององคก์ าร ทาให้สามารถร่วมกนั ดาเนินการตามภารกิจขององคก์ ารเป็ นไปดว้ ยดีและมีประสิทธิภาพ ซ่ึงผลวิจยั ไดแ้ สดงให้เห็นวา่ ลกั ษณะการทางานตามโครงสร้างองค์การจะช่วยเสริม สร้างประสิทธิผลในการ บริหารงานของมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ไดม้ ากที่สุด จาเป็ นตอ้ งอาศยั การทางานเป็ น ทีมและการปรึกษาหารือร่วมกนั การประสานงานที่เก่ียวกบั กระบวน การและข้นั ตอนต่างๆในการ ปฏิบตั ิงาน จะตอ้ งมีลกั ษณะยืดหยุ่น คล่องตวั และปรับเปลี่ยนไดต้ ามสถานการณ์ เพ่ือตอบสนอง ความตอ้ งการทีมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยตู่ ลอดเวลา สอด คลอ้ งกบั แนวคิดของ Ramon J. Aldag & Timothy M. Stearns (1987, p. 282-295) ท่ีไดเ้ สนอแนวคิดการออกแบบโครงสร้างองค์ การท่ีมีประสิทธิผลไว้ โดยไดก้ ล่าววา่ โครงสร้างองคก์ ารแบบเมทริกซ์ (Matrix Design) เป็ นการดึงเอา บุคลากรที่มีความชานาญจากหน่วยงานหนา้ ที่เฉพาะตามที่ตอ้ งการมารวมตวั กนั เป็ นหน่วยโครงการ (Project) โดยผูบ้ ริหารหน่วยงานตามหน้าท่ีเฉพาะจะรับผิดชอบการปฏิบตั ิงาน ส่วนผูเ้ ช่ียวชาญจาก หน่วยงานหน้าท่ีเฉพาะและผูบ้ ริหารหน่วยโครงการจะรับผิดชอบในการรวมเอากิจกรรมของผู้ เชี่ยวชาญจากแต่ละหน่วยงาน เพื่อทาให้โครงการสมบูรณ์ นอกจากน้ียงั สอดคลอ้ งกบั แนวคิดของ

210 Henry Mintzberg (1983, p. 157-279) ที่ไดก้ ล่าววา่ โครงสร้างเฉพาะกิจ/เนน้ นวตั กรรม (Adhocracy/ Innovative Organization) ท่ีมีพ้ืนฐานการประสานงานโดยใช้การส่ือสารทางตรงระหว่างเพื่อน ร่วมงานเป็นหลกั มีการจดั โครงสร้างแบบเมทริกซ์ โครงสร้างมีความยืดหยุน่ และเปล่ียนแปลงไดง้ ่าย ตามสถานการณ์ มีความเป็ นประชาธิปไตยสูง สามารถสร้างสรรคน์ วตั กรรมไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิผล นอกจากน้ีผลวิจยั ยงั สอดคลอ้ งกบั แนวคิดของติน ปรัชญพฤทธิ (2553) ท่ีไดก้ ล่าววา่ โครงสร้างการ บริหารแบบโครงการ มีลกั ษณะโครงสร้างองค์การเป็ นแบบเปิ ดโอกาสให้ผูท้ ่ีมีอานาจบงั คบั บญั ชา และผทู้ ี่มีความรู้ความสามารถมาร่วมมือกนั บริหารโครงการใดโครงการหน่ึง ซ่ึงเป็ นการบริหารงาน แบบชว่ั คราวหรือแบบโครงการ (Matrix or Project Management) มีการแบ่งงานตามความชานาญ เฉพาะดา้ น ใชก้ ารประสานงานโดยการปรับตวั เขา้ หากนั ทุกฝ่ าย สามารถติดต่อประสานงานกนั ได้ โดยตรง มีลักษณะของทีมงานมากกว่าการมีโครงสร้างท่ีตายตัว มีความยืดหยุ่นคล่องตัว และ ตอบสนองต่อสภาพความเปลี่ยนแปลงไดด้ ี และสอดคลอ้ งกบั ผลการวิจยั ของดิษยช์ ยั แก่นทา้ ว (2556) ท่ีพบวา่ โครงสร้างองคก์ ารเป็ นองคป์ ระกอบหน่ึงของการบริหารโรงเรียนเชิงประสิทธิผล นอกจากน้ี Chrispeels (1992) พบว่าปัจจัยส่งเสริมสนับสนุนด้านโครงสร้าง เป็ นปัจจยั ที่แสดงถึงความมี ประสิทธิผลของโรงเรียน 2.3 งบประมาณ (Money) พบวา่ มีองคป์ ระกอบคือผลสาเร็จของงานตามผลผลิต การ ประมาณค่าใชจ้ ่ายล่วงหนา้ การมอบอานาจการบริหารงานใหก้ บั ส่วนราชการ หลกั ธรรมาภิบาล มี ระดบั ติดตามประเมินผลเพื่อวดั ความสาเร็จของงาน ขยายขอบเขตการควบคุมงบประมาณท้งั ในและ นอกงบประมาณพบวา่ ดา้ นงบประมาณ (Money) เกิดจากงบประมาณในแต่ละปี มีนอ้ ย ไม่เพียงพอต่อ การบริหารจดั การที่ต้งั ไว้ จึงไม่เพียงพอต่อการพฒั นา ผลการศึกษาดงั กล่าวสอดคลอ้ งกบั การศึกษา ของธญั สุตา เทพพิทกั ษ์ (2547) ศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบตั ิตามบทบาทอานาจหนา้ ท่ีของ หัวหน้าส่วนการคลัง ผลการศึกษาพบว่าด้านงบประมาณ มีปัญหาในการวางแผนการใช้จ่าย งบประมาณ งบประมาณมีไมเ่ พียงพอไมม่ ีการวางแผนควบคุมการใชจ้ ่าย ต้งั รายจ่ายไม่ครอบคลุมตอ้ ง มีการโอนและเปล่ียนแปลงบ่อย การจดั เก็บภาษีและรายไดอ้ ื่นจดั เก็บไดน้ อ้ ยไม่เป็ นไปตามเป้ าหมาย เจา้ หน้าท่ีและผูบ้ ริหารขาดประสบการณ์ในการวางแผนการบริหารงบประมาณ ท้งั น้ีตามความ คิดเห็นของผวู้ จิ ยั อาจเป็นเพราะงบประมาณของเทศบาลขนุ ยวมที่ไดร้ ับ สาหรับงานดา้ นจดั เก็บรายได้ มีจานวนนอ้ ยไมส่ อดคลอ้ งกบั ภารงานที่รับผดิ ชอบ และอาจเกิดจากการการจดั เก็บภาษีและรายไดอ้ ื่น จดั เกบ็ ไดน้ อ้ ยไม่เป็นไปตามเป้ าหมาย 2.4 เทคโนโลยอี งคก์ าร พบวา่ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั มีสื่อเครื่อง มือ วธิ ีการ กระบวนการต่างๆ เพอื่ ใชใ้ นการพฒั นามหาวทิ ยาลยั อยา่ งมีคุณภาพ มีการนาเทคโนโลยเี ขา้ มา ใชใ้ นงานบริหารงานและการจดั การเรียนการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสมเช่น การใชเ้ ทคโนโลยีในดา้ นการ บริหารงาน ดา้ นการเรียนการสอน การวจิ ยั เทคโนโลยชี ่วยลดข้นั ตอนในการบริหาร เป็ นแหล่งขอ้ มูล ในการทางานใช้เทคโนโลยี มีซอร์ฟแวร์ท่ีเหมาะสมกบั ลกั ษณะงานที่ปฏิบตั ิ จดั เตรียมเคร่ืองมือ อุปกรณ์ทางเทคโนโลยที่ใชใ้ นการบริหารงานและการเรียนการสอนไวอ้ ยา่ งเพียงพอ มีเทคโนโลยีที่

211 ทนั สมยั สามารถรองรับการเปล่ียนแปลงในอนาคตได้ ใชเ้ ทคโนโลยีในการบริหารจดั การระบบการ ทางานของมหาวทิ ยาลยั เป็นตวั แปรที่สาคญั สาหรับองคก์ ารมหาวทิ ยาลยั เนื่องจากปัจจุบนั เทคโนโลยี สมยั ใหม่เขา้ มามีบทบาทในองค์การมาก การเกิดข้ึนของเทคโนโลยีได้สร้างผลกระทบต่อองค์การ อย่างหลีกเล่ียงไม่พน้ มหาวิทยาลยั มีความจาเป็ นท่ีจะตอ้ งนาวิทยาการสมยั ใหม่เขา้ มาปรับใช้ใน องคก์ าร เพือ่ ใหอ้ งคก์ ารมีความสามารถในการดาเนินงาน เพ่ือให้บรรลุตามวตั ถุประสงคข์ ององคก์ าร ดงั น้นั จึงทาใหต้ อ้ งนาเทคโนโลยีสมยั ใหม่เขา้ มาใช้ สเตียร์ส (Steers: 1980) ซ่ึงไดศ้ ึกษาประสิทธิผล องค์การตามแนวคิดระบบเปิ ดและกล่าววา่ เทคโนโลยีเป็ นองค์ประ กอบท่ีสาคญั ซ่ึงสอดคล้องกบั วาสนา อนุวาร(2541) ท่ีไดศ้ ึกษาการให้บริการอินเทอร์เน็ตของห้องสมุดมหาวิทยาลยั ส่วนภูมิภาค พบว่าอินเทอร์เน็ตมีประโยชน์อย่างยิ่งเพื่อการศึกษาคน้ ควา้ ในมหาวิทยาลยั ในระดบั มากท่ีสุด การ จดั การบริการอินเทอร์เน็ตมีผลกระทบต่อบุคลากรห้องสมุดในระดบั มากในเรื่องการสืบคน้ ขอ้ มูล และช่วยเพิม่ พนู ทกั ษะการใชภ้ าษา การติดตามความเคล่ือนไหวทางดา้ นเทคโนโลยแี ละพฒั นาตนเอง ใหส้ ามารถประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีกบั งานที่เก่ียวขอ้ งไดต้ ลอดเวลาและไดแ้ ลกเปล่ียนความคิดเห็นกบั บุคคลภายนอกวงการโดยเฉพาะวงการคอมพิวเตอร์มากข้ึน สอดคลอ้ งกบั การวิจยั ของวรรณวิภา ติด ถะสิริ (2545) ที่กล่าวว่าท้งั ผูบ้ ริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าท่ี และนักศึกษาในมหาวิทยาลัยมีความ กระตือรือร้นในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศด้านต่าง ๆ มาก ซ่ึงเป็ นเครื่องบ่งช้ีว่า บุคลากรในสถาบนั การอุดมศึกษาไทยได้ให้ความสนใจ และทราบถึงประโยชน์ของเทคโนโลยี สารสนเทศมากข้ึน แต่อยา่ งไรก็ตามในสภาพความเป็นจริง แมจ้ ะมีการนาเทคโนโลยเี ขา้ มาใช้ แต่ก็ยงั มีปัญหาในเรื่องการใช้เน่ืองจากบุคลากรส่วนใหญ่ยงั ใช้เครื่องมือที่ทนั สมยั ต่าง ๆ ไม่เป็ น ปัจจุบนั มหาวิทยาลยั มีการจดั อบรมเชิงปฏิบตั ิการการใช้อินเทอร์เน็ต และการจดั เอกสารความรู้ทางดา้ น อินเทอร์เน็ตไวใ้ ห้บริการ และสอดคล้องกับผลงานวิจยั ของรุจา รอดเข็ม (2547:115) ท่ีพบว่า เทคโนโลยีเป็ นตวั แปรสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลองค์การของวิทยาลยั ในสังกดั กระทรวง สาธารณสุข แต่ผลการวิจยั น้ีไม่สอดคลอ้ งกบั ผลการวิจยั ของ Plummer (2005) ที่ศึกษาวจิ ยั เชิงสารวจ การรับรู้ของพนกั งานเกี่ยวกบั คุณลกั ษณะของประสิทธิผลขององค์การในประเทศโคลมั เบีย พบว่า การใชป้ ระโยชน์จากเทคโนโลยี เนน้ ตวั ช้ีวดั ท่ีอยใู่ นระดบั ต่า 3. กระบวนการบริหาร ผลการวิจยั พบวา่ ข้นั ตอนวงจรการบริหารงานคุณภาพ PDCA ประกอบดว้ ย การวางแผน(Plan) การปฏิบตั ิตามแผน (Do) การตรวจสอบปฏิบตั ิตามแผน (Check) ปรับปรุงแกไ้ ข (Act) ในขณะเดียวกนั ใชห้ ลกั คาสอนทางพระพุทธศาสนาก็เป็ นตวั ขบั เคลื่อนร่วมกบั PDCA นนั่ คืออิทธิบาท 4 ประกอบดว้ ยฉนั ทะ วิริยะ จิตตะ วมิ งั สา เพื่อใชเ้ ป็ นแนวทางในการดาเนิน งาน ให้เกิดประสิทธิผลภายใตภ้ ารกิจหลกั 4 ดา้ น เป็ นแผนการดาเนินงานที่บ่งช้ีว่าแผนการดาเนิน งานประสบผลสาเร็จมีประสิทธิผลหรือไม่ เป็นการควบคุมติดตามพฤติกรรมการปฏิบตั ิตามแผนเทียบ กบั เกณฑ์หรือมาตรฐานท่ีกาหนดว่าบรรลุตามวตั ถุประสงค์ เป้ าหมาย หรือไม่ มีกระบวนการและ ข้นั ตอนการดาเนินงานเป็นไปตามท่ีกาหนดหรือไม่ เพื่อเป็นขอ้ มลู การบริหารงานบริการวิชา การ การ บริหารงานทะนุบารุงศิลปวฒั นธรรม มีการกาหนดเป้ าหมายพฒั นาปรับปรุงการดาเนินงาน และขอ้ มูล

212 สาหรับผบู้ ริหารใชว้ างแผนการดาเนินงานขององคก์ ารต่อไป จากความคิดเห็นดงั กล่าวผวู้ ิจยั พบวา่ มี การบริหารงานผลิตบณั ฑิต การบริหารงานวจิ ยั และงานสร้างสรรค์ และมาตรฐานการดาเนินงาน มี แผนและคู่มือกิจกรรมการดาเนินงานท่ีชดั เจนในแต่ละข้นั ตอน และมีการติดตามประเมินข้นั ตอน และระบบการดาเนินงานเพื่อนาขอ้ มูลมาพฒั นาปรับปรุงการดาเนินงาน ซ่ึงปัจจยั เหล่าน้ีเป็ นปัจจยั สาคญั ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลองคก์ าร ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของ สุมนา โสตถิผลอนนั ต(์ 2549) ท่ี พบวา่ การติดตามประเมินผล เป็ นองคป์ ระกอบหน่ึงของตวั บ่งช้ีความสาเร็จในการดาเนินงานประกนั คุณภาพของวิทยาลยั พยาบาลสังกดั สถาบนั พระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข โดยการติดตาม ประเมินผลท่ีมีประสิทธิผลตอ้ งมีการกาหนดที่เป็ นระบบ และข้นั ตอน และติดตามประเมินผลการ ดาเนินงานตามภารกิจ และเป้ าหมายเชิงยุทธศาสตร์ พร้อมนาขอ้ มูลจากผลการดาเนินงานมาพฒั นา และปรับปรุงอยา่ งต่อเนื่องโดยบุคลากรร่วมติดตามประเมินผล ปัจจยั ดา้ นกระบวนการน้ี Chrispeels (1992) พบวา่ ปัจจยั ส่งเสริมสนับสนุนดา้ นโครงสร้าง เป็ นปัจจยั ท่ีแสดงถึงความมีประสิทธิผลของ โรงเรียน 4. ประสิทธิผลของการบริหาร ผลจากการวจิ ยั พบวา่ ประสิทธิผลของการบริหารเป็ นผลท่ี เกิดจากปัจจยั การบริหารและกระบวนการบริหาร ซ่ึงผบู้ ริหารมีความมุ่งมน่ั ในการพฒั นาบณั ฑิตใหม้ ี คุณภาพโดยกาหนดนโยบายการดาเนินงานและแผนยุทธศาสตร์การดาเนินงานเนน้ คุณภาพบณั ฑิต การเรียนการสอน มีการติดตามประเมินผลทุกข้นั ตอนในการดาเนินงานและปรับปรุงการดาเนินงาน อย่างต่อเน่ือง ผบู้ ริหารมีความมุ่งมน่ั ในการพฒั นาการวิจยั และการสร้างสรรค์ เพ่ือสร้างองค์ความรู้ ควบคู่ไปกบั กระบวนการเรียนการสอน การพฒั นาศกั ยภาพทางวชิ าการดา้ นพระพุทธศาสนา และการ วิจยั ประยุกตท์ ่ีเป็ นรูปธรรมที่สามารถนาไปปฏิบตั ิได้ ผบู้ ริหารมีความมุ่งมน่ั ในการพฒั นาการบริการ วิชาการ เพ่ือมุ่งให้การบริการวิชาการแก่สังคมในรูปแบบท่ีหลากหลาย การเผยแผ่ความรู้ทาง พระพุทธศาสนาให้ประชาชนมีจิตสานึกดา้ นคุณธรรมจริยธรรม ตามหลกั พระพุทธศาสนา การส่ง เสริมกิจการคณะสงฆ์ ผูบ้ ริหารมีความมุ่งมน่ั ในการพฒั นาการทานุบารุงศิลปะและวฒั นธรรม เพ่ือ อนุรักษแ์ ละส่งเสริมศิลปวฒั นธรรมไทย การเสริมสร้างวฒั นธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ ผบู้ ริหาร มีการคน้ คิดนวตั กรรมการดาเนินงานใหม่ๆ เพ่ือการบรรลุพนั ธกิจและส่งผลต่อประสิทธิผลของการ บริหารองคก์ าร 5.3 ข้อเสนอแนะ จากผลการวจิ ยั การพฒั นารูปแบบการบริหารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ที่มี ประสิทธิผล ผวู้ จิ ยั ไดก้ าหนดขอ้ เสนอแนะดงั น้ี

213 ข้อเสนอแนะจากผลการวจิ ัยไปใช้ การวจิ ยั ในคร้ังน้ีเป็นการวจิ ยั และพฒั นา จากผลการวจิ ยั ไปใชค้ วรดาเนินการวจิ ยั ดงั น้ี 1.มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ควรนารูปแบบการบริหารน้ีใช้ เพ่ือให้สอด คลอ้ งสภาพบริบทของสังคมเปล่ียนแปลงอยตู่ ลอดเวลา รูปแบบการบริหารจึงจาเป็นตอ้ งเปล่ียน แปลง เพื่อให้สามารถใชใ้ นสถานการณ์น้นั ได้ ตามยุค ตามสมยั ตามเหตุการณ์ของโลก รูปแบบการบริหาร จึงจาเป็ นตอ้ งเปลี่ยนแปลงไปตามเพื่อความสอดคลอ้ งรับกนั หรือเขา้ กนั ไดก้ บั สถานการณ์น้นั ๆ การ วิจยั เรื่องการพฒั นารูปการบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ท่ีมีประสิทธิผล ควรนา รูปแบบน้ีไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการบริหารจะช่วยใหเ้ กิดประสิทธิผลแก่องคก์ ารได้ 2. มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั เป็ นมหาวิทยาลยั ของคณะสงฆไ์ ทย คุณสม บตั ิของผบู้ ริหารและบุคลากร คืออธิการบดี จึงเป็นพระสงฆ์ ท่ีมีภูมิรู้และภูมิธรรม มีความโดดเด่นใน ดา้ นคุณธรรมจริยธรรม มีความรู้ดีเยยี่ มท้งั ดา้ นวชิ าการสากลและดา้ นพระพุทธศาสนา รวมท้งั มีทกั ษะ ความรู้และเช่ียวชาญการบริหาร มุ่งจดั คนใหเ้ หมาะสมกบั งาน (Put the right man in the right job) เช่น รองอธิการบดีฝ่ ายต่างประเทศ เป็ นผูม้ ีทกั ษะความรู้และเชี่ยวชาญในภาษาต่างประเทศ รอง อธิการบดีฝ่ ายวิชาการ เป็ นผมู้ ีทกั ษะความรู้และเช่ียวชาญในงานวิชาการ คุณสมบตั ิของผบู้ ริหารจึง ส่งผลตอ่ ประสิทธิผลการบริหารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั อยา่ งเด่นชดั ผวู้ ิจยั เสนอวา่ ควรปรับปรุงทางดา้ นภาวะผนู้ าใหม้ ีการชดั เจน ในดา้ นคุณวฒุ ิการศึกษา การเรียนการสอนควรให้มี คุณสมบตั ิตรงกบั สายวิชาท่ีสอน มีการพฒั นาดา้ นบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถท่ีจะทาให้การ บริหารมีประสิทธิผลยง่ิ ข้ึน 3.ในการบริหารจาเป็ นตอ้ งมีองคป์ ระกอบการบริหาร ปัจจยั การบริหาร กระบวนการบริ หารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ที่ใชก้ ระบวนคุณภาพ PDCA เป็ นเคร่ืองมือในการขบั เคลื่อนกระบวนการบริหาร โดยบูรณาการกระบวนคุณภาพ PDCA กบั การบริหารเชิงพุทธดว้ ยหลกั อิทธิบาทส่ี คือ มีฉนั ทะในการวางแผน (ฉนั ทะ– P) มีวิริยะในการปฏิบตั ิงาน (วริ ิยะ-D) มีจิตตะในการ ตรวจสอบและประเมินงาน (จิตตะ-C) และมีวมิ งั สาในการปรับปรุงงาน (วมิ งั สา -A) เป็ นกระบวนการ ท่ีสามารถนาไปปรับใชใ้ นสถานศึกษาและองคก์ ารอื่น ๆ ได้ ข้อเสนอแนะในการวจิ ัยคร้ังต่อไป การวจิ ยั ในคร้ังน้ีเป็นการวจิ ยั และพฒั นา ควรดาเนินการวจิ ยั ดงั น้ี 1. ควรมีการวจิ ยั เปรียบเทียบระหวา่ งรูปแบบการบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลยั ในส่วนวิทยาเขตและวิทยาลยั สงฆเ์ พ่ือเป็ นขอ้ มูลประกอบการพฒั นาปรับปรุง และให้การ สนบั สนุนช่วยเหลือมหาวทิ ยาลยั ในลาดบั ต่อไป 2.ควรมีการวจิ ยั รูปแบบการบริหารมหาวิทยาลยั ในดา้ นอื่นๆ เช่น ผูบ้ ริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ในการบริหารที่มีประสิทธิผล เป็นตน้

214 3. ควรมีการวิจยั หารูปแบบการบริหารด้านปัจจยั สนับสนุนให้บุคลากรดาเนินงานใน มหาวทิ ยาลยั ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพและมีความผกู พนั ต่อองคก์ าร เพราะบุคลากรเป็ นปัจจยั สาคญั ใน การดาเนินงานที่ส่งผลต่อประสิทธิผลองคก์ าร 4. ควรทาการวจิ ยั เพอ่ื กาหนดตวั ช้ีวดั การบริหารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ท่ีมีประสิทธิผล 5. ควรทาการวจิ ยั ขอ้ เสนอเชิงนโยบายเพ่ือพฒั นาการบริหารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณ ราชวทิ ยาลยั ท้งั ระบบ

บรรณานุกรม กฤษณพล จนั ทร์พรหม. (2548). การศึกษารูปแบบมหาวทิ ยาลยั เสมอื นจริงทเ่ี หมาะสมสาหรับสถาบัน อุดมศึกษาในประเทศไทย. ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบณั ฑิต. สาขาวิชาเทคโนโลยี การศึกษา.มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ. กฤษดา ผอ่ งพิทยา. (2547). การวิเคราะห์องค์ประกอบและความสัมพันธ์ของคุณลกั ษณะภาวะผู้นาท่ี พึงประสงค์ พฤติกรรมภาวะผู้นาที่พึงประสงค์ และปัจจัยชีวสังคมของผู้บริหาร สถานศึกษาข้นั พนื้ ฐาน.พษิ ณุโลก: มหาวทิ ยาลยั นเรศวร. กมล ฉายาวฒั นะ. (2549). บริหารคนและงานตามหลกั การของพระพุทธเจ้า.กรุงเทพฯ:ชบาพบั ลิชชิ่ง กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม. (2550). สานักพฒั นาคุณธรรมจริยธรรม.กรุงเทพฯ. กรมวชิ าการ.กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). แนวทางการบริหารจัการหลกั สูตรตามหลกั สูตรแกนกลาง การศึกษาข้นั พนื้ ฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ:โรงพมิ พค์ ุรุสภาลาดพร้าว. กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). งบประมาณรายจ่ายประจาปี งบประมาณ พ.ศ. 2552.สืบคน้ เม่ือ 24 เมษายน 2554.จาก http://www.ipsr.mahi. กรมการศาสนา. (2544). กองพุทธศาสนสถาน.วดั พฒั นา 44.กรุงเทพฯ: กรมการศาสนา. กาญจนา บุญยงั .(2547).ประสิทธิผลการบริหารงานขององคก์ รในมหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ กรณีศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์. เชียงใหม:่ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม.่ เกษม วฒั นชยั . (2546). ธรรมาภิบาลกบั บทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพนื้ ฐาน.สานกั งาน คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.กรุงเทพมหานคร: พมิ พด์ ี. เกรียงศกั ด์ิ สุวรรณวจั น์.(2549). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุขององค์ประกอบ ที่มีอิทธิพลต่อ ภาวะผ้นู าของหัวหน้ากล่มุ นิเทศติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สานักงานเขต พนื้ ทกี่ ารศึกษา.พิษณุโลก: มหาวทิ ยาลยั นเรศวร. ขอ้ บงั คบั มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ว่าด้วยการศึกษาระดบั ปริญญาตรี พ.ศ. 2542: http://mcu.ac.th/site/academic_regulationMA.php คณาจารยส์ านกั พิมพเ์ ลี่ยงเชียง. (2546). หนังสือบรูณาการแผนใหม่ นักธรรมช้ันตรี.กรุงเทพฯ:โรง พิมพเ์ ล่ียงเช่ียง. คาเพชร ภูริปริญญา. (2550). การนาเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาไทยสู่การเป็ น มหาวิทยาลัยระดับโลก. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาการการ อุดมศึกษาบณั ฑิตวทิ ยาลยั จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . จกั ร ติงศภทั ิย.์ (2552). การบริหารงานภาครัฐแบบเครือข่าย: มิติใหม่ของภาครัฐ. กรุงเทพมหานคร: บริษทั เอก็ ซเปอร์เน็ท จากดั . จรัส สุวรรณเวลา.(2551). ความเป็ นอสิ ระของมหาวิทยาลยั ,.(กรุงเทพมหานคร : สานกั พิมพแ์ ห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ).

216 บรรณานุกรม จนั ทรานี สงวนนาม. (2545). ทฤษฎแี ละแนวปฏิบัติในการบริหารสถานศึกษา.(กรุงเทพมหานคร: บุ๊ค พอยท)์ . จินตนา ศกั ด์ิภอู่ ร่าม. (2545). การนาเสนอรูปแบบการบริหารโรงเรียนในกากับของรัฐสาหรับประเทศ ไทย.กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ใจทิพย์ เช้ือรัตนพงษ.์ (2549). การพฒั นาหลกั สูตร : หลกั การและแนวปฏิบตั ิ.กรุงเทพมหานคร: อลีน เพรส. ฉลอง บุญญานนั ต์ . (2553). บทบาทและผลกระทบของหุ้นส่วนการศึกษาระหว่างภาครัฐกับเอกชน The Role and Impact of Public-Private Partnership in Education. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ สกสค. ฉววี รรณ จนั ทรัตน์ (2550). ข้อธรรมะแนวพุทธะ สร้างเสริมให้ลกู เป็ นนักคดิ สร้างสรรค์.วารสารไทย. เฉลิมชัย สมท่า (2547). การบริหารโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาตามความ คดิ เหน็ ของครูปฏบิ ัติการสอน.สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาเลย เขต 1. ชนกนารถ ชื่นเชย. (2550). รูปแบบการจัดการศึกษาต่อเน่ืองในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน.วทิ ยานิพนธ์ การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาผูใ้ หญ่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. (อดั สาเนา) ชูศรี สุวรรณโชติ. (2544). หลกั สูตรและการพฒั นาหลกั สูตร.กรุงเทพ ฯ : อกั ษรไทย. ไชย ณ พล. (2544). ศาสตร์แห่งผ้นู าสากลในโลกยคุ ใหม่.กรุงเทพฯ:พลสั เพรส:เคลด็ ไทย. ณัฐณิชา บวั ดี. (2550). ปัจจัยที่ส่ งผลต่อประสิทธิผลการบริหารจัดการตามความคิดเห็นของ ผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการโครงการโรงเรียนสองภาษา.กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พระนคร. ดิษยช์ ยั แก่นทา้ ว. (2556).การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนสังกดั องค์การบริหารส่วนจังหวัด. วารสารบริหารการศึกษา มศว. ปี ที่10ฉบบั ที่9(กรกฎาคม-ธนั วาคม 2556). ติน ปรัชญพฤทธิ . (2552). ศัพท์รัฐประศาสนศาสตร์.(พมิ พค์ ร้ังท่ี 10). กรุงเทพฯ: วพี ริ้นท.์ ______________. (2553). ทฤษฎีรัฐประศาสนศาสตร์ . กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั ศรีปทุม. เอกสาร ประกอบการสอน. เติมศักด์ิ ทองอินทร์. (2547). ความรู้เบื้องต้นทางการบริหารรัฐกิจ. กรุงเทพมหานคร: ,มหา จุฬาลงกรณ์. ทองอินทร์ วงศ์โสธร. (2544). ทฤษฎรี ะบบ. (บรรณาธิการ). ประมวลสาระชุดวิชาทฤษฎีและแนวปฏิบัติ ในการบริหารการศึกษา หน่วยที่ ๑-๔.(นนทบุรี : มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช).

217 บรรณานุกรม ทววี รรณ อินดา. (2552). การพฒั นารูปแบบทมี ีประสิทธิภาพของการนากลยุทธ์ไปปฏิบัติ ในสถาบัน อุดมศึกษาของรัฐ.ดุษฏีนิพนธ์ศึกษาศาสตร์ดุษฏีบณั ฑิต.สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. คณะศึกษาศาสตร์.มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร. ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์. (2543). องค์การและระบบสารสนเทศ :องค์การเสมือนจริง.สถาบนั บณั ฑิตพฒั น บริหารศาสตร์ ทิศนา แขมมณี. (2551). รูปแบบการเรียนการสอน ทางเลือกท่หี ลากหลาย.กรุงเทพฯ: สานกั พิมพแ์ ห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ทกั ษะผบู้ ริหารสถานศึกษา http://www.oknation.net/blog/monchai83/2011/02/14/entry-1. ธงชยั สันติวงษ์. (2543). องค์การและการบริหารการศึกษาและการจัดการแผนใหม่.พิมพค์ ร้ังท่ี 11. สานกั พิมพไ์ ทยวฒั นาพานิช.กรุงเทพฯ. ธงทอง จนั ทรางศุ . (2553). มหาวิทยาลัยออกนอกระบบมีผลกระทบต่อเราอย่างไร.กรุงเทพฯ: [ม. ป.พ.]. ธญั สุตา เทพพิทกั ษ์ (2547). ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติตามบทบาทอานาจหน้าที่ของหัวหน้า ส่วนการคลัง : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตาบลในจังหวัดฉะเชิงเทรา. รายงาน การศึกษาคน้ ควา้ อิสระ รป.ม. ชลบุรี: มหาวทิ ยาลยั บรู พา. ธีระ รุญเจริญ. (2550). ความเป็ นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษายุคปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพฯ: ขา้ วฟ่ าง. ธนภณ สมหวงั . (2541). อุดมการณ์รัฐไทยในศตวรรษที่ 21 : จากไตรภูมิพระร่วง.วารสารศรีปทุม.ปี ที่ 1 ฉบบั ที่ 1 (ก.ค.-ธ.ค. 2541). ธร สุนทรายุทธร. (2551). การบริหารจัดการเชิงปฏิรูป ทฤษฎี วิจัย และปฏิบัติทางการศึกษา, กรุงเทพ มหานคร: บริษทั เนติกลุ การพิมพ.์ ธารง บวั ศรี. (2542). ทฤษฏีหลกั สูตร.(พมิ พค์ ร้ังท่ี 2).กรุงเทพฯ:ธนรัช. นงลกั ษณ์ เรือนทอง.(2550).รูปแบบการบริหารโรงเรียนท่ีมีประสิทธิผล.หลกั สูตรปริญญาปรัชญา ดุษฎีบณั ฑิต สาขาการบริหารการศึกษา.บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร. นพพงษ์ บุญจิตราดุลย.์ (2551). หลกั การและทฤษฎี การบริหารการศึกษา.กรุงเทพมหานคร:เทียมฝ่ า. นวพร เรืองสกลุ . (2549).26 ศตวรรษ พระพทุ ธเจ้าสุดยอด ซี.อ.ี โอ. กรุงเทพฯ:บุญศิริการพิมพ.์ นวพร แสงหนุ่ม. (2544). ประสิทธิผลในการดาเนินงานองค์การบริหารส่ วนตาบลในจังหวัด เชียงใหม่. วิทยา นิพนธ์รัฐศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง: บณั ฑิตวทิ ยาลมั หาวทิ ยาลยั เชียงใหม่.

218 บรรณานุกรม นวลักษณ์:วฒั นธรรมองค์กรของมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย http://www. goto know.org/posts/315418: นริสานันท์ เดชสุระ. (2552).รูปแบบการบริหารโรงเรียนสาธิตปฐมวัยของมหาวิทยาลัยราช. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร. นเรศร์ จิตรักษ.์ (2549).อ่านก่อนตาย..ฤารอให้ล่มสลายแล้วค่อยอ่าน?.เชียงใหม่ : ไทยนิวส์. นิตยา เงินประเสริฐศรี. (2544).ทฤษฎีองค์การ : แนวการศึกษาเชิงบูรณาการ.(พิมพ์คร้ังที่ 4). กรุงเทพฯ: สานกั พิมพม์ หาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. นิรมล ศตวฒุ ิ. (2543). หลกั สูตรและวธิ ีสอนทวั่ ไป. กรุงเทพฯ: โรงพิมพม์ หาวทิ ยาลยั รามคาแหง. นิพนธ์ กินาวงศ์ .(2544).หลักการบริหารการศึกษา.พิษณุโลก:ภาควิชาการบริหารและพฒั นา การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร. เนตร์พณั ณา ยาวิราช.(2546).การจัดการสมัยใหม่ (Modern management).กรุงเทพฯ: เซ็นทรัลเอก็ ซ์ เพรส. บรรพต สุวรรณประเสริฐ. (2544). การพฒั นาหลกั สูตร โดยเน้นผู้เรียนเป็ นสาคญั . (พมิ พค์ ร้ังที่ 2). เชียงใหม่: เดอะโนวเ์ ลจเซ็นเตอร์. บวรศิลป์ เชาวน์ช่ืน และไชยวทิ ย์ ธนไพศาล. (2550). การจัดอันดับมหาวทิ ยาลัยโลก: การวัดความ สาเร็จ ของมหาวทิ ยาลัยประเทศไทย The world university ranking: Measurement for successful of the Thai universities. วารสารการประกนั คุณภาพมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 8(1), 13-14. บุญส่ง หาญพานิช.(2546). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการความรู้ในสถาบันอุดมศึกษาไทย. วทิ ยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาอุดมศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . บุรัญชยั จงกลนี .คุณธรรมของนักบริหาร. (พมิ พค์ ร้ังที่ 1).กรุงเทพฯ: สตั ยการพมิ พ.์ มปป. ปฎล นนั ทวงศ์แลtไพโรจน์ ดว้ งวิเศษ .(2543). หลกั สูตรและการจัดการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน.สงขลา : สถาบนั ราชภฏั สงขลา. ประชุม รอดประเสริ ฐ.(2543).นโยบายการวางแผนหลักการและทฤษฎี(พิมพ์คร้ังท่ี 6). กรุงเทพมหานคร: เนติกุลการพิมพ.์ ประวตั ิความเป็ นมา สถาบนั วิจยั พุทธศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย. [ออนไลน์] (2552).แหล่งขอ้ มูล:http://www.mcu.ac.th/site/office/coll_index.php?Data_type=1 ปราชญ์ กลา้ ผจญ และสมศกั ด์ิ คงเที่ยง. (2545). หลักและทฤษฏีการบริหารการศึกษา.(กรุงเทพมหา นคร : มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง).

219 บรรณานุกรม ปิ ติชาย ตนั ปิ ติ. (2547). การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงระบบทีส่ ่งผลต่อประสิทธิผลองค์การของสถานศึกษา ข้ันพืน้ ฐาน.วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์ดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ภาควชิ านโยบายการจดั การและความเป็ นผนู้ าทางการศึกษาคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั . ปิ ลญั ปฏิพิมพาคม (2550). รูปแบบภาวะผู้นาและประสิทธิผลของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน ระดับ การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร. ปรีชา ช้างขวญั ยนื . (2542). ธรรมรัฐ-ธรรมราชา. กรุงเทพมหานคร: คณะอกั ษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั ปรียาพร วงศบ์ ุตรโรชน์. (2553) .การบริหารงานวชิ าการ. (กรุงเทพมหานคร: บริษทั พมิ พด์ ี จากดั ). ปัญญา สละะทองตรง.(2540). ธรรมคดี.กรุงเทพฯ : โรงพมิ พก์ ารศาสนา. พรจนั ทร์ พรศกั ด์ิกุล. (2550).รูปแบบกระบวนการงบประมาณของโรงเรียนที่บริหารงบประมาณ แบบใช้ โรงเรียนเป็ นฐาน ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน.ปริญญานิพนธ์การศึกษาปรัชญาดุษฎีบณั ฑิต มหาวทิ ยาลยั ศรีนคริ นทรวโิ รฒ. พรชุลี อาชวอารุง และคณะ (2543) แนวทางปฏิรูปโครงสร้างและการบริหารจัดการอุดมศึกษา: รูปแบบ การจัดกลุ่มอุดมศึกษาท่ีสอดคล้ องกับศักยภาพปัจจุบัน.กรุ งเทพฯ: ทบวงมหาวทิ ยาลยั . พระครูวจิ ิตรปัญญาภรณ์. (2552). สมาธิเบือ้ งต้นสาหรับชาวบ้าน.กรุงเทพฯ : แมบ็ บุค. พระเทพเวที (ป.อ.ปยตุ ฺโต).(2533). วธิ ีคิดตามหลกั พทุ ธธรรม.กรุงเทพฯ:ปัญญา. พระเทพเวที (ป.อ.ปยุตฺโต). (2533).พระไตรปิ ฏกฉบับประชาชน.กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั . พระเทพเวที (ป.อ.ปยุตฺโต). (2537). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรม .กรุงเทพฯ : มหา จุฬาลงกรราชวทิ ยาลยั . พระธรรมโกศาจารย์ (ประยรู ธมฺมจิตฺโต). (2548). การเผยแผ่เชิงรุก .กรุงเทพฯ : มหาจุฬาลงกรราช วทิ ยาลยั . ______________________________. (2549). พุทธวิธีการบริหาร. กรุ งเทพฯ : โรงพิมพ์ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . ______________________________. (2554). ยทุ ธศาสตร์ในการพฒั นามหาวทิ ยาลยั สงฆ์ ,(กรุงเทพ มหานคร:โรงพิมพม์ หาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ). พระธรรมปิ ฎก (ป.อ.ปยตุ ฺโต). (2539). การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื . กรุงเทพมหานคร : มลู นิธิพุทธธรรม.

220 บรรณานุกรม พระธรรมปิ ฎก (ป.อ.ปยตุ ฺโต). (2543). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพมหานคร : มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . _______________________. ( 2546) . พุทธธรรม. พมิ พค์ ร้ังที่ 11. กรุงเทพ ฯ : มหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั . พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยตุ ฺโต).(2547). ภาวะผ้นู า .กรุงเทพฯ : สหธรรมิก. _______________________.( 2549).ภาวะผ้นู า.กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ. พระมหาอภิชยั ธมั มชโย. (2543). หลกั การปฏบิ ตั งิ านของผ้บู ริหารโรงเรียน. กรุงเทพ ฯ: บทความ. พระราชวจิ ิตรปฏิภาณ (พิพิธธรรมสุนทร). (2550). ชีวติ ผู้นากบั ความสาเร็จ. กรุงเทพฯ : สานกั พิมพ์ ธรรมสภา. พระอุบาลีคุณูปมาจารย(์ ฟู อตั ตสิวมหาเถร). (2545). ประมวลคาสอน. เชียงใหม:่ สุนทรการพมิ พ์ พณิ สุดา สิริธรังศรี . (2552). รายงานการวจิ ัยเร่ืองภาพการศึกษาไทยในอนาคต 10-20 ปี . กรุงเทพฯ: พมิ พด์ ีการพิมพ์ . พทิ รู มลิวลั ย.์ (2528). หลกั ธรรมสาหรับนักปกครอง. (พมิ พค์ ร้ังท่ี2). กรุงเทพฯ:โรงพมิ พก์ ารศาสนา. พทิ ยา บวรวฒั นา.(2552). ทฤษฎอี งค์การสาธารณะ (พมิ พค์ ร้ังที่ 13). กรุงเทพฯ: ศกั ด์ิโสภา. พีรศกั ด์ิ วรฉัตร. (2550.). อนาคตภาคมหาวิทยาลัยราชภัฏในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พ.ศ. 2558. http:// 202.29. 92.39/ drupal-ir/node/39891 พลู สุข หิงคานนท์ . (2549) . ทฤษฎที เี่ ก่ยี วกบั การบริหารระบบบริการพยาบาล ในคณะกรรมการผลติ และบริหารวชิ าการพฒั นาศักยภาพระบบบริการพยาบาล หน่วยท3่ี ,13. นนทบุรี: มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช ไพฑูลย์ สินลารัตน์ (2542). รวมบทความและบทบรรยาย จาเป็ นต้องปฏิรังสรรค์การศึกษาไทย.ม. ป.ท.:ม.ป.พ. _______________. ( 2546). ก ร ะ บ ว น ทั ศ น์ ใ ห ม่ ใ น ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร อุ ด ม ศึ ก ษ า ไ ท ย ,(กรุงเทพมหานคร:สานกั พมิ พแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ).หนา้ 2-5. ไพฑูรย์ ลินลารัตน์ และคณะ. (2548). เอกสารประกอบการสอน วิชา 2701699 หลักและพืน้ ฐาน การศึกษาไทย. ภาควิชานโยบาย การจดั การและความเป็ นผูน้ าทางการศึกษา คณะครุ ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ภาควิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ. (2545). การเข้าสู่ผู้บริหารมืออาชีพ. เอกสารประกอบการประชุมสัมมนาทางวชิ าการ. ภารดี อนนั ตน์ าว.ี (2551). หลกั การ แนวคดิ ทฤษฎี ทางการบริหารการศึกษา. ชลบุรี: มนตรี.

221 บรรณานุกรม มีศิลป์ ชินภกั ดี . (2554). การพัฒนารูปแบบการบริหารการปฏิรูปการศึกษาสาหรับสานักงานเขต พนื้ ที่การศีกษา. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิทบริหารการศึกษา โครงการปรัชญา ดุษฎีบณั ฑิตทางสงั คมศึกษา มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง. มลั ลิกา ตน้ สอน. (2544). พฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพฯ : บริษทั เอก็ ซ์เบอร์เน็ท จากด. มยรุ ี อนุมานราชธน. (2546). การบริหารโครงการ. เชียงใหม่ : มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม.่ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั . (2551). รายงานการประเมินตนเอง ประจาปี 2551, (กรุงเทพมหานคร: กองวชิ าการ สานกั งานอธิการบดี). มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . (2554). คู่มอื สกอ, (กรุงเทพมหานคร:มหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั ). _______________________________. (2552). แผนพฒั นามหาวิทยามหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลยั ในช่วงแผนพฒั นาการศึกษาระดบั อุดมศึกษา ระยะที่ 10 (2540-2554). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพม์ หาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ______________________________. ( 2554). คู่ มื อ ก า ร ป ร ะ กั น คุ ณ ภ า พ ก า ร ศึ ก ษ า ภ า ย ใ น ระดบั อุดมศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์ มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . ยทุ ธพงษ์ ไกยวรรณ. (2541). เทคนิคและวธิ ีการสอน. กรุงเทพฯ: ศูนยส์ ่ือเสริมกรุงเทพฯพมิ พด์ ีด. รัชกุล ปฐมทศพร. (2547).ศีล สมาธิปัญญา ทางสู่ชีวิตท่ีดีงามในโรงเรียนวิธีพุทธ. สารปฏิรูป (วารสาร). รัชนก โสภาพิศ.(2553).การพัฒนารูปแบบการเตรียมพร้อมการฝึ กประสบการณ์วิชาชีพ สาหรับ นักศึกษาสาขาวชิ าการจัดการการท่องเท่ยี ว.หลกั สูตรปริญญาปรัชญาดุษฏีบณั ฑิต สาขา หลกั สูตรและการสอน.บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร. รัตนะ บวั สนธ์. (2552). การวจิ ัยและพฒั นานวตั กรรมการศึกษา. กรุงเทพฯ : คาสมยั . รุจิร์ ภสู่ าระ. (2545). การพฒั นาหลกั สูตร: ตามแนวปฏริ ูปการศึกษา. กรุงเทพฯ: บุค๊ พอยท.์ รุจา รอดเข็ม. (2547). การพัฒนารูปแบบการประเมินประสิทธิผลองค์การของวิทยาลัยในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข ประยุกต์ตามแนวทางการประเมินองค์การแบบสมดุล. วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตร์ ดุษฎีบณั ฑิต ภาควิชาบริหารการศึกษา จุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั . รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์. (2548). การพัฒนารูปแบบการบริหารของคณะกรรมการสถานศึกษาข้ัน พนื้ ฐาน สาหรับประเทศไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . เรขา ศรีวิชยั . (2554). รูปแบบการบริหารงานสถานศึกษาเอกชนระดับปฐมวัยท่ีมีประสิทธิผลใน จังหวัดนนทบุรี. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบณั ฑิต สาขาบริหารการศึกษา วิทยาลัย บณั ฑิตศึกษาดา้ นการจดั การ มหาวทิ ยาลยั ศรีปทุม.

222 บรรณานุกรม เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ. (2545). การจัดการคุณภาพ:จากTQC ถึง TQM, ISO 900และการประกัน คุณภาพ.กรุงเทพฯ:บพธิ การพมิ พ.์ ราชบณั ฑิตยสถาน. (2542). พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2542.กรุงเทพฯ:อกั ษรเจริญทศั น.์ ราชบณั ฑิตสถาน.(2546). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพุทธศักราช 2542.(กรุงเทพมหานคร : นานมีบุค๊ ส์พบั ลิชเคชนั่ ส์). ลายอง แสงสด. (2556). ประสิทธิผลในการบริหารงานของสานักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี.พุทธ ศาสตรมหาบณั ฑิต(การบริหารจดั การคณะสงฆ์).มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั . วรรณวภิ า ติตถะสิริ. (2545). คู่มือเรียน SQL ด้วยตัวเอง. พิมพค์ ร้ังที่ 1. กรุงเทพฯ:โปรวชิ นั่ . วรนารถ แสงมณี. (2544). องค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ: ระเบียงทอง. วาสนา อนุวาร. (2541). การให้บริการอินเทอร์เน็ตของห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่ วนภูมิภาค. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต.สาขาบรรณารักษ์ศาสตร์และสารนิเทศ ศาสตร์ บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. วนั ชยั มีชาติ. (2552). การบริหารองค์การ. (พมิ พค์ ร้ังท่ี 3). กรุงเทพฯ: สามลดา. วิชัย ตันศิริ .(2549). อุดมการทางการศึกษา:ทฤษฎีและภาคปฏิบัติ.กรุ งเทพฯ: จุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั . วชิ ยั วงษใ์ หญ่. (2545 ). กระบวนการบริหาร.สานกั พมิ พอ์ มั รินทร์พริ้นทต์ ิ้ง :กรุงเทพฯ. วเิ ชียร วทิ ยอุดม. (2548). ทฤษฎอี งค์การ.กรุงเทพฯ: บริษทั ธีระฟิ ลม์ และไชเทก็ ซ์จากดั . วิโรจน์ สารรัตนะ.(2546).การการพัฒนาหลักสู ตรและการสอนมิติใหม่ . พิมพ์คร้ังที่ 3. กรุงเทพมหานคร: ธเนศวรการพิมพ.์ วริ ัช วริ ัชนิภาวรรณ .(2548). การบริหารการศึกษา.(พิมพค์ ร้ังที่ 4).กรุงเทพฯ:ทิพยว์ สิ ุทธ์ิ. วิสุทธ์ิ วิจิตรพชั ราภรณ์ . (2547). การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาแบบกระจายอานาจในสถาน ศึกษาข้ันพื้นฐานตามแนวทางพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 . วทิ ยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบณั ฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . วกี ิพีเดีย. (2554). อุดมศึกษา. คน้ เมื่อ 28 กนั ยายน 2554 จาก http://th.wikipedia.org/wiki วาโร เพ็งสวสั ด์ิ . (2549). การพัฒนารูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นตรงของประสิทธิผล ภาวะผู้นาของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร ดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าการบริหารการศึกษา มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.(สาเนา)

223 บรรณานุกรม ศกั ด์ิจิต มาศจิตต.์ (2550). การพฒั นารูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็ นฐานสาหรับสถานศึกษา ข้นั พนื้ ฐานในเขตตรวจราชการท่ี 11 มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ . คณะศึกษาศาสตร์ (การบริหารการศึกษา)มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ . บณั ฑิตวทิ ยาลยั . สาขาวชิ าการ บริหารการศึกษา ศกั ดา สถาพรวจนา. (2549). การพฒั นารูปแบบมีส่วนร่วมของสถานศีกษาข้ันพนื้ ฐาน.ดุษฎีนิพนธ์ครุ ศาสตรดุษฎีบณั ฑิต.สาขาวชิ าการบริหารการศึกษา.คณะครุศาสตรจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ศกั ด์ิศรี ปาณะกลุ . ( 2543). หลกั สูตรและวธิ ีสอนทวั่ ไป. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลยั รามคาแหง. ศิริชยั กาญจนวาสี และคณะ. (2548). ทฤษฎีการประเมิน.พิมพ์คร้ังที่ 5 .กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั . ศิริวรรณ เสรีรัตน์ . (2545). องค์การและการจัดการ.ธรรมสาร:กรุงเทพฯ. ศิริวรรณ เสรีรัตน์.สมชาย หิรัญกิตติ และสมศกั ด์ิ วานิชยาภรณ์. (2545).ทฤษฎีองค์การ.(กรุงเทพ มหานคร : ธรรมสาร). สมชาย พุกผล . (2550). หลกั การพัฒนาตน. [Online]. Available: http: www. //som. net/srina/web/ luecture/ dadmin. [2550, 19 มีนาคม] สมใจ ลักษณะ. (2552). การพัฒนาประสิทธิภาพในการทางาน. พิมพ์คร้ังท่ี 6. ศูนย์หนังสือ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสุนนั ทา. กรุงเทพฯ. สมคิด บางโม. (2545). การประกอบธุรกจิ . พิมพค์ ร้ังท่ี 3. กรุงเทพฯ : จนู พบั ลิซซิ่ง. สมจิตร พ่ึงหรรษา. (2552). การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงระบบในการบริหาร ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของ สถานศึกษาเครือข่ายคาทอลิกสังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี . กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั . สมบตั ิ บุญประเคน.(สิงหาคม, 2544). “ผู้บริหารยุคปฏิรูปการศึกษาตามลักษณะ 5 ป.” วารสารครู ขอนแก่น. 1(2) : 20-21. สมศกั ด์ิ สินธุระเวชญ.์ (2552). “แนวทางการประกนั คุณภาพการศึกษา”. (ออนไลน)์ สืบคน้ ไดจ้ ากhttp: //www. moe.go.th/ moe/th/cms_group/detail.php?NewID=129&Key=aca_article. (21 สิงหาคม 2552). สมหวงั วทิ ยาปัญญานนท.์ (2543).การบริหารเชิงพทุ ธแนวพุทธทาส.[Online]. Available: http: www. // matichon. co.th/news_detail.php?id=14590&catid=31 ). ________.(2547).พุทธวธิ ีบริหารการศึกษา.[Online]. Available: http: www. // matichon.co.th/ news_ detail.php?id=14590&catid=31 )

224 บรรณานุกรม สมบูรณ์ ศิริสรรหิรัญ. (2547).การพัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะภาวะผู้นาของคณบดี. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . สิปปนนท์ เกตุทตั . (2548). สถาบันอุดมศึกษาไทยกับมาตรฐานโลก.วารสารการประกนั คุณภาพ: มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. 6(2). 2-3. สัมฤทธ์ิ กางเพ็ง. (2551).ปัจจัยทางการบริหารท่ีมีประสิทธิผลต่อประสิทธิผลโรงเรียน: การพัฒนา และ การตรวจสอบความตรงของตัวแบบ. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์ดุษฎีบณั ฑิต สาขา บริหาร การศึกษา บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. สถาบนั อุดมศึกษาในกากบั ของรัฐบาล http://th.wikipedia.org/wiki. สมาน อศั วภูมิ.(2550).การใช้วจิ ัยพฒั นารูปแบบในวทิ ยานิพนธ์ระดบั ปริญญาเอกมหาวทิ ยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี.สานกั วิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศวารสารมหาวิทยาลยั ราชภฏั อุบลราชธานี. ปี ท่ี 2. ฉบบั ท่ี 2 (กรกฎาคม-ธนั วาคม 2550). สถาบนั เพ่มิ ผลผลิตแห่งชาติ. (2552). “PDCA เครื่องมือในการจดั การคุณภาพ.”. (ออนไลน์). เขา้ ถึง ไดจ้ ากhttp://images.senarat.multiply.multiplycontent.com/attachment/0/Sy W@ngoo CGw AAD3zecs1/PDCA 2554. สุชีพ ปุญญานุภาพ. (2532). พระไตรปิ ฏกสาหรับประชาชน. พิมพค์ ร้ังท่ี11. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราช วทิ ยาลยั . สุทธิพงศ์ ยงคก์ มล.(2543).การวิเคราะห์ปัจจัยท่สี ่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนทใี่ ช้ภาษาองั กฤษ เป็ นสื่อการสอน.วทิ ยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบณั ฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . สุบรรณ เอี่ยมวจิ ารณ์. (2550). อนาคตภาพทเี่ ป็ นไปได้ของมหาวทิ ยาลยั มหาสารคามในทศวรรษหน้า. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบณั ฑิต.สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บณั ฑิต วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. สุพจน์ ทรายแกว้ . (2545). การจัดการภาครัฐแนวใหม่. กรุงเทพฯ: สถาบนั พฒั นานโยบายและการ จดั การ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั สุพล เครือมะโนรมย.์ (2543). การใช้หลักพุทธธรรมในการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต :บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม.่ สุพิณ เกชาคุปต์. (2544). รัฐศาสตร์-การบริหารองค์การ :รวมบทความวิชากร.กรุงเทพฯ คณะ รัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์. สุภทั ร พนั ธ์พฒั นกุล.(2555).การพฒั นารูปแบบการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาทีม่ ีประสิทธิผลสังกัด สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน.การศึกษาตามหลกั สูตรปรัชญา.ดุษฎี บณั ฑิตวทิ ยาลยั บณั ฑิตศึกษาดา้ นการจดั การ:มหาวทิ ยาลยั ศรีปทุม.

225 บรรณานุกรม สุมิตร คุณานุกร. (2520). หลกั สูตรและการสอน. กรุงเทพ ฯ : โรงพมิ พช์ วนพิมพ.์ สุวมิ ล วอ่ งวาณิช. (2549). “บทท่ี 3 แบบตรวจสอบรายการประเมิน:วิธีวิทยาและเครื่องมือประเมิน, ” ในสุวมิ ล วอ่ งวาณิช (บก.). การประเมินอภิมาน : วิธีวทิ ยาและการประยุกตใ์ ช.้ (หนา้ 49 -76). กรุงเทพฯ : โรงพิมพแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . สุรชาติ ก่ิงมณี. (2553). “การพัฒนาศักยภาพของตนเองสู่การทางานที่มีประสิทธิภาพ” .การประชุม วชิ าการประจาปี 2553. สานกั หอสมุด มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ เร่ือง กระบวนทศั น์การ พฒั นาห้องสมุดสู่ความสาเร็จ (Paradigm of Library Development for Success) วนั ท่ี 3 ก.ย. 2553 ณ หอ้ งราชาโรงแรมปรินซ์พาเลซ สุรพนั ธ์ ยนั ตท์ อง. (2533). การบริหารโรงเรียน นวตกรรม: เทคนิค: ประสบการณ์.กรุงเทพมหานคร:โรง พมิ พก์ รมการศาสนา . สุรีย์ มีผลกิจ. (2550). คุณธรรมจริยธรรม สามัคคธี รรม.กรุงเทพฯ: บริษทั คอมฟอร์ม จากดั . สุนทร โคตรบรรเทา (2551).หลกั การและทฤษฏกี ารบริหารการศึกษา.กรุงเทพฯ:โรงพิมพป์ ัญญาชน. เสนาะ ติเยาว.์ (2544). หลกั การบริหาร. (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์). สานกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.(2552).คู่มือการดาเนินงานเครือ ข่าย เพื่อการพัฒนาอุดมศึกษา.พิมพ์คร้ังที่ 2. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหา วทิ ยาลยั . สานกั งานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). การบรรยายทางวชิ าการเพื่อสร้าง ความตระหนัก เรื่อง การก้าวสู่ประชาคมอาเซียน. กรุงเทพฯ: การพมิ พด์ ีจากดั . สานกั งานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550. กรุงเทพฯ: ว.ี ทีซี. คอมมิวนิเคชนั่ . สานกั เสริมสร้างเอกลกั ษณ์ของชาติ. (2544). คาถาม – คาตอบเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เล่ม 3. กรุงเทพฯ: โรงพิมพร์ ัฐสภา. ________. (2546). คาถาม – คาตอบเกยี่ วกบั พระพทุ ธศาสนาเล่ม 4. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พร์ ัฐสภา. ไสว มาลาทอง. (2542). คู่มือการศึกษาจริยธรรม. กรุงเทพฯ: การศาสนาโรงพิมพ.์ หลกั การและสาระสาคญั ของมหาวทิ ยาลยั ในกากบั ของรัฐ(http://www.mahidol.ac.th/th/autonomy/ mean.htm) หลกั สูตรมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั . [ออน-ไลน์(2552).แหล่งขอ้ มูล :http://www. mcu.ac.th /site/curriculum.php อรชร โพธิสุข และคณะ. (2545). เอกสารการสอนการบัญชีต้นทุนและการบัญชีเพ่ือการจัดการ. กรุงเทพฯ: สานกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช.

226 บรรณานุกรม อรทยั แสงทอง. (2552). หลักธรรมาภิบาลกับการบริหารสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร : กรณีศึกษาสถานศึกษาในเขตตล่งิ ชัน. พุทธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน ศาสตร์ บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . อดุลย์ วิริยเวชกุล. (2549). การพัฒนาระบบบริหารจัดการมหาวิทยาลยั . (มหาสารคาม: โรงพิมพ์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม). อนุชา กอนพว่ ง. (2550). การพฒั นารูปแบบความสัมพนั ธ์เชิงสาเหตุของความเป็ นผู้บริหารมืออาชีพ ในสถานศึกษาข้นั พนื้ ฐาน.วทิ ยานิพนธ์ กศ.ด.,มหาวทิ ยาลยั นเรศวร.พิษณุโลก. อุทยั เอกสะพงั . (2541). พุทธปรัชญาในชีวิตประจาวนั .สาขาปรัชญาและศาสนาคณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์. อุทยั บุญประเสริฐ. (2539). เอกสารชุดความรู้พืน้ ฐานการวางแผน สาหรับผู้บริหาร หรือผู้บังคับ บัญชา เร่ือง การวางแผนในหน่วยงานหริอองค์การ. กรุงเทพฯ : ภาควิชาการบริหาร การศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ถ่ายเอกสาร. อุทยั บุญประเสริฐ. (2552). วิธีการเชิงระบบ [Online]. Accessed 12 January 2009. Available from http:// doed.edu.ku.ac.th/article/systemmethod.pdf. อาภรณ์ แก่นวงศ์. ( 2554). การวิเคราะห์การจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาบนแนวพื้นท่ี เศรษฐกจิ ตะวันออก- ตะวนั ตก(East-West Economic Corridor: EWEC)เพอื่ รองรับ การรวม ตัวเป็ นประชา คมอาเซียนในปี 2558.สานกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.กรุงเทพฯ: โรงพมิ พแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . อมั พร พงษ์กงั สนานนท์. (2550). การศึกษารูปแบบการจัดการศึกษานอกระบบในสถานศึกษาข้ัน พนื้ ฐานเพอ่ื ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวติ .วทิ ยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบณั ฑิตมหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ. (อดั สาเนา). อาภา บุญช่วย .(2547).ปัจจัยที่ส่ งผลต่อการมีส่ วนร่วมในการจัดการศึกษา ของคณะกรรมการ สถานศึกษาข้ันพื้นฐาน จังหวัดสตูล.มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต (การบริหารการศึกษา).

227 BIBLIOGRAPHY Bass , B.M .(1985). Leadership and performance beyond expectation. New York : Free Press. Beauchamp, George . (1981).A Curriculum Theory. Itasca Illinois.P.F.Peacock. Bernstien , Samuel J. & Hara , Patrick O. (1979) .Public administration :organization, people and public policy. New York: Harper and Row. Carter,V.G.(2005,September 8). Dictionary of Education. (Online). Available from: www. culi.xhula.ac.th/eJournal_03/article_09.htm-142k- Chrispeels, J.H. (1992). Purposeful Restructuring. London: Falmer Press.David,1996 Dubrin .J. 1998. Leadership research finding : Practice and skills. Boston Houghton : Mifflin Company Edgar H.Chien.(1970).Organization Psychology.2nd ed.(Englewood Cliffs.New Jersey:Prentice- Hall.Inc.). Eddy, W. B. (1981). Public organization behavior and development. Cambridge, MA: Winthrop. Eisner, E. (1976). Education Connoisseiship and Criticism: Their Form and Function in Education Evaluation. Journal of Aesthetic Education. Fremont E. Kast & James E. Rosenzweig. (1985). Organization and management : a systems and contingency approach.New York : McGraw-Hill, c1985. Fiedler. Fred E. (1967). A Theory of Leadership Effectiveness. New York : McGraw – Hill Gary, D.(2004).Management, principles and practices for tomorrow’s leaders. New Jersey : Pearson Education. Gibson and Others .(1988 ).Organization. (6th ed.). Texas : Business Publications, Inc.. Gluck , W.F. (2004) . Management.London : The Dryden Press. Good, Carter V. & Merkel, Winifred R. (1973). Dictionary of Education. (3rd ed). New York: McGraw - Hill. Gross. (1972). Maurice Gross. Mathematical Models in Linguistics. Prentice-Hall. Henry Mintzberg. (1979).The Structuring of Organizations. Englewood cliffs:New Jersey. Henry Mintzberg .(1983).Structures in Fives:Designing Effective Organization. Englewood Cliff,New Jersey : Prentice-Hall,Inc. Hersey & Blanchard. (1996). Management of Organizational Behavior (7 th ed.). Upper Sandle River, NJ: Prentice-Hall. Hodge & Anthony .(1985).citing in Joseph H. Reitz & Linda N. Jewell.

228 BIBLIOGRAPHY Hoy, W. K. and Miskel, C. G. (2001).Educational Administration: Theory Research, And Pratice. McGraw - Hill, Inc. Hoy & Miskel. (2005). Educational Administration Theory,Research, and Practice. Mc Graw Hill. 18-38,270-298. Hansen and Postlethwaite.(2007). Beliefs, Doubts and Learning.Valuing Macroeconomic Risk.Ameri -can Economic Review 97 (2). Jane F. Hansberry .(2005). An Exploration of Collaboration and Organizational Effectiveness in Denver County Human Service Organization. Pittsburgh: University of Pittsburgh. Joan Woodward. (1994). Industrial organization: theory and practice.(2nd ed.).Oxford : Oxford Univ.Pr.. Judith R. Gordon & others. (1990). Management and organizational behavior. Boston: Allyn & Bacon. Katz, D., & Kahn, R. L.(1966). The social psychology of organizations. New York: John Wiley. Kinichi, A., & Kreitner, R. (2003). Organizational behavior (5 th ed.). Boston Burt Ridge. IL: McGraw Hill Irwin. Kohler. (1956). A dictionary for accounts. New Jersey:Englewood Cliffs,Prentice – Hall. Longman.Accessed 26 January 2009,Available from.http//www.trgl. obec. go.th/ new-files 30346241849pdf. Luis R. Gomez-Mejia and David B. Balkin.(2002). Management. New York, New York: The McGraw-Hill Companies. Lunenburg & Ornstein . (1996). Educational administration: concept and practices (2nd ed.). Belmont, CA: Wadsworth. Lunenburg, F.C. and Ornstein, A.C. (2004). Educational Administration: Concepts and Practice. 3rd ed. Belmont : Wadsworth. Mintzbergs Henry, Lampel Joseph, Quinn, James B. and Ghoshal Sumantra.(2003). The Strategy Process : Concepts. Contexts, Cases. United Kingdom: Pearson Education. Paul R. Lawrence & Jay W. Lorsch .(1967 ).Organization and Environment: Managing Differen- tiation and Integration.Boston: Graduate School of Business Admini -stration.Harvard University.

229 BIBLIOGRAPHY Price, Alan.(2004).Human Resource Management. In a Business Context. 2 edition, (London : Thomson Learning). Ramon J. Aldag & Timothy M. Stearns. (1987). Management.Cincinnati : South-Western Pub.. Richard L. Daft.(2001). Organization Theory and Design.(7thed.).U.S.A.:South-Westem College Publishing. Robbins. (1987). Organization theory: Structure, design and applications (2nd ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall. Robbins, Stephen P. (1990). Organization Theory : Structure Design and Application. New Jersey: Prentice - Hall. Robbins, S. P., Bergman, R., & Stagg, I., & Coulter, M. (2006). Management (4 thed.). Australia: Pearson Education Australia. Seashore, S. E. & Yuchtman, E. (1967). “Factorial analysis of organizational performance”. Administrative Sciences Quartery. Sergiovanni, T.J. Burlinggame. M.Combs,F.S., & Thurston, P.W.(1999).Educational governance. and administration. (4 thed). Boston: Allyn and Bacon. Sharon Eng.. (2005). Toward a definition and development of NGO organizational effective- ness in Indonesia : An unfolding journey. Australia: University of South Australia. Sloan, Harold S. and Zurcher, Arnold J. A Dictionary of Economics. New York: Barnes& Noble, Inc. 1953. Steers, R. M. (1977). Organizational effectiveness: A behavioral view. Santa Monica, CA: Good- year. Stogdill, R.M. 1974. Handbook of Leadership: A survey of theory and research . New York: Free Press. Stphen P. Robbins .(1990). Organization Theory : Structure Design and Application. 3 rd ed. New Jersey : Prentice-Hall. Taba, H. (1962). Curriculum Development : Theory and Practice . New York : Harcourt Brace and World. Terry.George R.(1960). Principles of Management. (Lllinois : Richard D. Erwin). Thinkexist. (2008). Thinkexist dictionary:(Online).Available from:http://thinkexist. com/ dictionary/ meaning/model.

230 BIBLIOGRAPHY Thompson, James D. (1967). Organization in Action : Social Science Bases of Administrative Theory (7th ed). New York: McGraw - Hill. Webster,Noah.(1981). Webster’s Third New International Dictionary of the English Language. Springfield, Massachusette, Merrian-Webster. Webster’s.(1994). Encyclopedic Unabridged Dictionary of the English Language. New York: Gramercy Book. Wikipedia. (2011).Academic library. (n.d.). In Wikipedia. Retrieved February 2, 2011, from http://en.wikipedia.org/wiki/Academic_library Willer,D. (1986). Scientific Sociology : Theory and Method. Englewood Cliff, NJ : Prentice- HallInc. Wilson,Robert James.2001.School-Based Management in Alberta: Perceptions of Public School Leaders 1994-1997. Dissertation Abstracts International. 62-03 A.337 Yolandra A. Plummer.(2005). A survey of employee perceptions of the District of Columbia's Department of Human Services (DHS), Mental Retardation and Developmental Disabilities Administration's (MRDDA) organizational effectiveness.Massachusetts: Howard University. Zhang Shuibo. (2003). An Organizational Cultural Analysis of the Effectiveness of Chinese Construction Enterprises. Hong Kong: University of Hong Kong.

ภาคผนวก

232 ภาคผนวก ก

233 รายช่ือผ้ใู ห้สัมภาษณ์ ผู้ให้สัมภาษณ์ ไดแ้ ก่ ผบู้ ริหารและอาจารยม์ หาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ดงั น้ี 1. พระสุวรรณเมธาภรณ์ ผศ. รองอธิการบดีฝ่ ายวางแผนและพฒั นา 2. ผศ. ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ ายกิจการทวั่ ไป 3 .พระมหานพดล ปุญฺญสุวฑฺฒโก รองคณบดีคณะพทุ ธศาสตร์ 4. ดร.อิทธิพล แกว้ พลิ า อาจารยป์ ระจาคณะพุทธศาสตร์ 5. พระครูปลดั มารุต วรมงฺคโล ผศ.ดร. คณบดีคณะครุศาสตร์ 6. ผศ.ดร. บุญเลิศ จีรภทั ร์ อาจารยป์ ระจาคณะครุศาสตร์ 7. พระมหาขวญั ชยั กิตฺติปาโล คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ 8. ผศ. ดร.ประยรู สุยะใจ อาจารยป์ ระจาคณะมนุษยศาสตร์ 9. พระครูปริยตั ิกิตติธารง, ผศ.ดร. คณบดีคณะสงั คมศาสตร์ 10. ผศ. ดร.โกนิฏฐ์ ศรีทอง หวั หนา้ ภาควชิ าสังคมวทิ ยาและมานุษยวทิ ยา

234 แบบสมั ภาษณ์ผทู้ รงคุณวฒุ ิเพ่ือการวิจยั เรื่อง“การพฒั นารูปแบบการบริหารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ที่มีประสิทธิผล” ช่ือผวู้ จิ ยั พระมหาสหสั ดาคุม้ นกั ศึกษาดุษฎีบณั ฑิต สาขาบริหารการศึกษา วิทยาลยั บณั ฑิตศึกษาดา้ นการจดั การ มหาวิทยาลยั ศรีปทุม ____________________ 1.ช่ื อ………………………….นามสกลุ ……………………......ผใู้ หส้ มั ภาษณ์ ตาแหน่ง……………………………………………………………………… สถานที่ทางาน……………………………………………………………… วนั ที่สมั ภาษณ์ วนั ท่ี………เดือน......................................พ.ศ........................ เวลา .................. น.ถึงเวลา ...................น. สถานท่ีสมั ภาษณ์ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั 2.ผสู้ มั ภาษณ์พระมหาสหสั ดาคุม้

235 ตอนท่ี 1 ข้อมูลเกย่ี วกบั สภาพ การบริหารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั 1.1 ตามประสบการณ์หรือการรับรู้ของท่านในการบริหารมหาวทิ ยาลยั คานึงถึงปัจจยั ในการ บริหารอะไรบา้ ง เพราะเหตุใด 1.1.1 ปัจจยั เก่ียวกบั ภาวะผนู้ าในการบริหารเป็ นอยา่ งไร ......................................................................................................................................................... 1.1.2 ปัจจยั เกี่ยวกบั สภาพแวดลอ้ มภายในองคก์ รในการบริหารเป็นอยา่ งไร ......................................................................................................................................................... 1.1.3 ปัจจยั เกี่ยวกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศในการบริหารเป็ นอยา่ งไร ......................................................................................................................................................... 1.1.4 ปัจจยั เก่ียวกบั โครงสร้างองคก์ รในการบริหารเป็ นอยา่ งไร ......................................................................................................................................................... 1.2 ในการบริหารมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ไดใ้ ชแ้ นวคิด หลกั การ กระบวน การ และ ยทุ ธศาสตร์ที่สาคญั ๆอะไรบา้ ง ......................................................................................................................................................... ตอนที่ 2 ข้อมูลเก่ียวกับกระบวนการบริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยท่ีมี ประสิทธิผล 2.1 ในการบริหารมหาวทิ ยาลยั ทา่ นคิดวา่ มีแบบปฏิบตั ิที่ดี (best Practice)อยา่ ง ไรบา้ งที่ทาใหก้ าร บริหารมหาวทิ ยาลยั ประสบผลสาเร็จหรือมีประสิทธิผล ............................................................................................................................................... 2.1.1ในการบริหารมหาวิทยาลยั ท่านคิดวา่ คุณภาพบณั ฑิตเป็ นอย่างไรบา้ งที่ทาให้การ บริหารมหาวทิ ยาลยั ประสบผลสาเร็จหรือมีประสิทธิผล .................................................................................................................................................. 2.1.2ในการบริหารมหาวทิ ยาลยั ทา่ นคิดวา่ การวจิ ยั และงานสร้างสรรค์อยา่ ง ไรบา้ งท่ีทา ใหก้ ารบริหารมหาวทิ ยาลยั ประสบผลสาเร็จหรือมีประสิทธิผล ..................................................................................................................................................... 2.1.3 ในการบริหารมหาวทิ ยาลยั ท่านคิดวา่ การบริการวิชาการ อยา่ งไรบา้ งท่ีทาใหก้ าร บริหารมหาวทิ ยาลยั ประสบผลสาเร็จหรือมีประสิทธิผล .................................................................................................................................................... 2.1.4ในการบริหารมหาวทิ ยาลยั ท่านคิดวา่ การทานุบารุงศิลปะและวฒั นธรรมอยา่ ง ไร บา้ งที่ทาใหก้ ารบริหารมหาวทิ ยาลยั ประสบผลสาเร็จหรือมีประสิทธิผล ......................................................................................................................................................... 2.2 การบริหารมหาวทิ ยาลยั เพอื่ พฒั นาคุณภาพบณั ฑิต ไดม้ ีการดาเนินการในเร่ืองต่อไปน้ีอยา่ งไร บา้ ง

236 2.2.1 การปรับปรุงและพฒั นาหลกั สูตร ……................................................................................................................................................. 2.2.2 การสนบั สนุนใหม้ ีการจดั การเรียนการสอน ......................................................................................................................................................... 2.2.3 การส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนพฒั นาการเรียนรู้ ......................................................................................................................................................... 2.2.4 การส่งเสริมทกั ษะดา้ นวจิ ยั แก่นกั ศึกษา ………............................................................................................................................................. 2.2.5 การจดั อาจารยท์ ่ีมีคุณวฒุ ิตรงตามความตอ้ งการของสาขาวชิ าท่ีสอน ......................................................................................................................................................... 2.2.6 การกาหนดเกณฑม์ าตรฐานในการประเมินผลการเรียนการสอน …………………………………………………………………………………............................. 2.3 มหาวทิ ยาลยั มีการดาเนินงานดา้ นการวจิ ยั และงานสร้างสรรคต์ ่อไปน้ีอยา่ งไรบา้ ง 2.3.1 การกาหนดนโยบายและแผนงานของคณะ ............................................................................................................................. .......................... 2.3.2 การกาหนดนโยบายและแผนงานของมหาวทิ ยาลยั ......................................................................................................................................................... 2.3.3 การส่งเสริมการวิจยั และงานสร้างสรรคเ์ พอื่ สร้างองคค์ วามรู้ใหม่ ......................................................................................................................................................... 2.3.4 การพฒั นามหาวทิ ยาลยั จากผลงานวจิ ยั และงานสร้างสรรค์ ......................................................................................................................................................... 2.3.5 การวจิ ยั และงานสร้างสรรคใ์ หส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของทอ้ งถิ่น ......................................................................................................................................................... 2.3.6การพฒั นาบุคลากรดา้ นการวจิ ยั และงานสร้างสรรค์ ......................................................................................................................................................... 2.3.7 การจดั หาแหล่งทุนสนบั สนุนในการทาวจิ ยั และงานสร้างสรรค์ ......................................................................................................................................................... 2.3.8การส่งเสริมใหม้ ีการตีพิมพ์ เผยแพร่ผลงานวจิ ยั และงานสร้างสรรคข์ องอาจารย์ ......................................................................................................................................................... 2.4 มหาวทิ ยาลยั ดาเนินการใหบ้ ริการวชิ าการในเร่ืองต่อไปน้ีอยา่ งไรบา้ ง 2.4.1 การจดั กิจกรรมหรือโครงการบริการวชิ าการและวชิ าชีพท่ีสอดคลอ้ งกบั ความ ตอ้ งการของสังคม .........................................................................................................................................................

237 2.4.2 การสร้างเครือขา่ ยความร่วมมือกบั องคก์ ารเพือ่ พฒั นางานบริการวชิ าการและวชิ า ชีพ ......................................................................................................................................................... 2.4.3.การนาความรู้ในทอ้ งถิ่นมาเป็นแหล่งการเรียนรู้แก่นกั ศึกษา ......................................................................................................................................................... 2.4.4 การใหโ้ อกาสแก่ชุมชนเขา้ มามีส่วนร่วมในการจดั การศึกษา ......................................................................................................................................................... 2.4.5 การติดตามผลการใหบ้ ริการดา้ นวชิ าการและวชิ าชีพแก่สงั คม ............................................................................................................................. .......................... 2.5 มหาวทิ ยาลยั ไดด้ าเนินการทานุบารุงศิลปะและวฒั นธรรมในเร่ืองต่อไปน้ีอยา่ งไรบา้ ง 2.5.1 การจดั กิจกรรมที่เนน้ ใหเ้ กิดความรัก ความภาคภูมิใจและความตระหนกั ถึง ความสาคญั ของศิลปวฒั นธรรมและภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน ......................................................................................................................................................... 2.5.2 การสนบั สนุนใหช้ ุมชนเขา้ มามีส่วนร่วมในการจดั กิจกรรมทานุบารุง ศิลปวฒั นธรรม ......................................................................................................................................................... 2.5.3 การสนบั สนุนการศึกษาและการสร้างเครือขา่ ยกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ดา้ นศิลป วฒั นธรรมและภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน ......................................................................................................................................................... 2.5.4 การจดั สรรงบประมาณสนบั สนุนดา้ นการทานุบารุงศิลปวฒั นธรรม ......................................................................................................................................................... 2.5.5 การติดตามและประเมินผลกิจกรรมดา้ นการทานุบารุงศิลปวฒั นธรรม ....................................................................................................................................................... ตอนที่ 3ข้อมูลเกย่ี วกบั ประสิทธิผลของการบริหารมหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั 3.1 ผลที่เกิดข้ึน (หรือประสิทธิผล)จากการบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั เก่ียวกบั คุณภาพบณั ฑิตเป็นอยา่ งไรบา้ ง .................................................................................................................................................... 3.2 ผลท่ีเกิดข้ึน (หรือประสิทธิผล)จากการบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั เกี่ยวกบั ผลงานวจิ ยั และงานสร้างสรรค์ เป็นอยา่ งไรบา้ ง .................................................................................................................................................... 3.3 ผลท่ีเกิดข้ึน (หรือประสิทธิผล)จากการบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั เกี่ยวกบั ผลการบริการวชิ าการเป็นอยา่ งไรบา้ ง ......................................................................................................................................................

238 3.4 ผลท่ีเกิดข้ึน (หรือประสิทธิผล)จากการบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั เก่ียวกบั ผลการทานุบารุงศิลปะและวฒั นธรรมเป็นอยา่ งไรบา้ ง ...................................................................................................................................................... ตอนที่ 4ความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการบริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วทิ ยาลยั ทมี่ ีประสิทธิผล 4.1 จากประสบการณ์ในการบริหารหรือเกี่ยวขอ้ งกบั การบริหารมหาวิทยาลยั ท่านคิดวา่ การบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยท่ีมีประสิทธิผล ควรมีรูปแบบการบริหาร อยา่ งไร ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... 4.2จากประสบการณ์ในการบริหารหรือเก่ียวขอ้ งกบั การบริหารมหาวิทยาลยั ท่านคิดวา่ การบริหารมหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ท่ีมีประสิทธิผล เกี่ยวกบั องคป์ ระกอบของ รูปแบบที่ควรจะมีโดยเน้นองค์ประกอบเชิงระบบท่ีมีท้งั ดา้ นปัจจยั กระบวนการและผลผลิต อยา่ งไรพร้อมท้งั เหตุผลดว้ ย ......................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook