การสร้างและหาประสิทธิภาพสื่อการจัดการเรยี นรู้ด้วย G Suite for Education รหสั วิชา 30204-2004 วิชาหลักการคดิ เชิงออกแบบและนวัตกรรมธรุ กิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชั้นสงู (ปวส.) ชน้ั ปที ี่ 1/1,1/2 สาขาวชิ าเทคโนโลยีธุรกจิ ดิจทิ ัล จดั ทาโดย นางประเสรฐิ ศรี สทุ ธพิ นั ธ์ ตาแหนง่ ครู สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ รายงานผลการศกึ ษาวิจัยน้ี เปน็ ส่วนหนงึ่ ของการจัดการเรียนรู้ สาขาวชิ าคอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ วิทยาลัยการอาชีพนวมนิ ทราชินมี กุ ดาหาร สถาบนั การอาชีวศกึ ษาภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ๒ สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา ๒๕๖3
การสรา้ งและหาประสทิ ธิภาพสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วชิ าหลกั การคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธรุ กิจดจิ ทิ ัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ระดบั ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชั้นสูง (ปวส.) ช้นั ปที ี่ 1/1,1/2 สาขาวชิ าเทคโนโลยีธรุ กจิ ดิจิทลั นางประเสริฐศรี สุทธพิ นั ธ์ รายงานผลการศกึ ษาวิจยั นี้ เปน็ ส่วนหนงึ่ ของการจัดการเรยี นรู้ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธรุ กจิ วิทยาลยั การอาชีพนวมนิ ทราชินมี กุ ดาหาร สถาบนั การอาชวี ศึกษาภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ๒ สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธิการ ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา ๒๕๖3
ข เรื่อง : การสร้างและหาประสิทธิภาพส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง ช้ันปีท่ี 1/1,1/2 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วทิ ยาลัยการอาชีพนวมนิ ทราชนิ ีมกุ ดาหาร ชอ่ื ผู้วจิ ยั : นางประเสริฐศรี สทุ ธพิ ันธ์ หนว่ ยงาน : วทิ ยาลัยการอาชีพนวมินทราชนิ มี กุ ดาหาร ปที ีด่ าเนินการ : ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา ๒๕๖3 ประเภทผลงานวิชาการ : ผลงานวจิ ยั บทคดั ย่อ การสร้างและหาประสิทธิภาพสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) ชั้นปีท่ี 1 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร มีวัตถุประสงค์ ๑)เพ่ือสร้างและหาประสิทธิภาพส่ือการ จัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๗๕/๗๕ ๒) เพื่อศึกษาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนจากการเรียนรู้ด้วยส่ือออนไลน์ที่สร้างขึ้น ๓) เพ่ือศึกษา ความพึงพอใจของผู้เรยี นรู้ที่มีตอ่ การจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาได้มาแบบเจาะจงคือ ผู้เรียนรู้ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปีท่ี 1 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ของวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและ นวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ในภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖3 จานวน 29 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย สื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ใบสังเกตและสัมภาษณ์ประเมินผลงานการเรียนรู้ ใบประเมินพฤติกรรม จริยธรรม คุณธรรม และ ค่านิยมที่ต้องการเน้น แบบทดสอบประจาหน่วยการเรียนรู้ แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียน การวิเคราะหข์ อ้ มลู ใชค้ ่าเฉลย่ี ( X ) คา่ เบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าประสิทธิภาพของส่ือการจัดการเรียนรู้ ดว้ ย G Suite for Education (E๑/E๒ ) และคา่ ที (t-test) แบบ Dependent
ค ผลการวจิ ยั พบว่า ๑. คุณภาพของส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและ นวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ที่ผู้ศึกษาวิจัยสร้างข้ึนมีคุณภาพ ความเหมาะสมสอดคล้องกับจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ อยูใ่ นระดบั คุณภาพมากท่สี ดุ มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ 4.82 และมคี ่าเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) เทา่ กับ 0.61 ๒. ประสิทธิภาพของสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบ และนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) มีค่าเท่ากับ 85.86/84.83 สูงกวา่ เกณฑท์ ี่กาหนดไว้ ๗๕/๗๕ ๓. ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนของคะแนนทดสอบก่อนเรียนกับหลังเรียนของผู้เรียนหลังจากท่ี เรียนร้ดู ้วยส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ทร่ี ะดบั ๐.๐๕ ๔. ความพงึ พอใจของผู้เรยี นรู้ท่มี ตี ่อการจัดการเรียนรู้ อยใู่ นระดบั มากที่สุด ( X = 4.70, S.D. = ๐.๔9)
ง กติ ตกิ รรมประกาศ งานการวิจัยฉบับนี้สาเร็จอย่างสมบูรณ์ได้ด้วยความช่วยเหลืออย่างดียิ่งจากท่านผู้บริหาร คณะกรรมการวิเคราะห์หลกั สูตรของวทิ ยาลยั การอาชีพนวมนิ ทราชนิ มี กุ ดาหาร ท่ีได้กรุณาให้คาแนะนา ปรกึ ษา ตดิ ตาม และตรวจสอบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อการเรียนการสอนออนไลน์ และรายงานผล การศึกษาวิจัยในครั้งนี้อย่างใกล้ชิดตลอดมานับตั้งแต่เร่ิมต้นจนสาเร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ ผู้ศึกษารู้สึก ซาบซ้ึงในความกรุณาของทา่ น ขอกราบขอบพระคณุ เปน็ อยา่ งสูงย่งิ ไว้ ณ โอกาสน้ี ขอขอบพระคุณ กลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ สังกัดวิทยาลัยการอาชพี นวมนิ ทราชนิ มี กุ ดาหาร ทไี่ ดก้ รณุ าให้คาแนะนาตลอดจนตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ ในการวจิ ยั ครั้งนี้ คุณค่าและประโยชน์อันพึงมีจากการศึกษาวิจัยน้ี ผู้วิจัยขอน้อมบูชาพระคุณบิดามารดา บูรพาจารย์และผู้ร่วมงานทุกท่านที่ได้ให้ความเมตตา ความร่วมมือ เป็นกาลังใจแก่ผู้วิจัยมาโดยตลอด อันทาให้การศกึ ษาวจิ ยั ฉบับนส้ี าเรจ็ ลุล่วงได้ดว้ ยดี นางประเสริฐศรี สุทธพิ นั ธ์
จ สารบญั หัวเรอื่ ง หนา้ หนา้ อนมุ ตั ิ.............................................................................................................................. ก บทคัดย่อ................................................................................................................................ ข กติ ติกรรมประกาศ................................................................................................................. ค สารบัญตาราง......................................................................................................................... ฉ สารบญั ภาพ........................................................................................................................... ช บทท่ี ๑ บทนา..................................................................................................................... ๑ ความเปน็ มาและความสาคัญของปญั หา................................................................ ๑ วัตถุประสงคข์ องการศึกษา.................................................................................... 2 สมมติฐานของการศึกษา........................................................................................ ๒ ขอบเขตของการศกึ ษา........................................................................................... ๒ คาจากัดความที่ใช้ในการศกึ ษา.............................................................................. 4 ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะได้รบั จากการศึกษาวจิ ัย....................................................... 4 บทท่ี ๒ เอกสารและงานวิจยั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง............................................................................. 5 5 หลักสูตรรายวชิ าพนื้ ฐานธุรกิจดิจิทัล 6 องค์ประกอบของส่ือการจัดการเรียนรดู้ ้วย G Suite for Education 9 การประเมนิ ประสทิ ธิภาพสื่อการจัดการเรยี นร้ดู ้วย G Suite for Education ๑1 งานวจิ ัยทเี่ กยี่ วขอ้ ง................................................................................................. ๑4 บทท่ี ๓ วธิ ดี าเนนิ การศึกษาวิจยั ......................................................................................... ๑4 ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง.................................................................................... ๑4 ๑5 เครอ่ื งมือท่ใี ชใ้ นการศกึ ษาวจิ ยั ............................................................................... ขัน้ ตอนการสร้าง และหาคณุ ภาพเครอื่ งมือท่ใี ชใ้ นการศกึ ษาวจิ ัย.......................... 19 19 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมลู ....................................................................................... 20 การวเิ คราะหข์ ้อมลู ................................................................................................ สถติ ิท่ีใช้ในการวิเคราะหข์ ้อมลู .............................................................................. ๒3 ๒3 บทที่ ๔ ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล............................................................................................ วเิ คราะหห์ าคะแนนเฉล่ยี คุณภาพความเหมาะสมสอดคลอ้ งของเอกสารทส่ี รา้ งข้ึน ๒4 ๒5 วเิ คราะหห์ าประสิทธิภาพของเอกสารทสี่ รา้ งขนึ้ ....................................................... ๒6 เปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของคะแนนทดสอบกอ่ นเรียนกบั หลงั เรยี น... การวเิ คราะหห์ าคะแนนเฉล่ียความพงึ พอใจของผูเ้ รยี นรู้ ที่มีต่อการจดั การเรียนรู้. ๒7 ๒7 บทท่ี ๕ สรปุ อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ....................................................................... สรุปผลการศกึ ษาวจิ ัย............................................................................................. ๒7 29 อภปิ รายผลการศึกษาวจิ ยั ..................................................................................... ๓0 ขอ้ เสนอแนะทวั่ ไปทไ่ี ด้จากการศกึ ษาวิจัย............................................................. ขอ้ เสนอแนะเพอื่ การศกึ ษาวิจยั ครง้ั ตอ่ ไป..............................................................
ฉ สารบญั (ตอ่ ) หวั เร่อื ง หนา้ บรรณานุกรม............................................................................................................................ ๓1 ภาคผนวก ................................................................................................................................ ๓2
ช สารบญั ตาราง ตารางท่ี ๔.๑ แสดงผลการวิเคราะห์หาคะแนนเฉลี่ยความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ท่ีมีต่อ หนา้ ตารางท่ี ๔.๒ คุณภาพ ความเหมาะสมสอดคล้องของสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for ๒3 ตารางที่ ๔.๓ Educationด้วยตนเอง ตารางท่ี ๔.๔ แสดงการวเิ คราะห์หาประสทิ ธภิ าพของสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for ๒4 Educationดว้ ยตนเอง ๒5 แสดงผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นของคะแนนทดสอบก่อนเรียน กับหลงั เรียน.... ๒6 แสดงค่าสถิติความพึงพอใจของผู้เรียนรู้ ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ในแต่ละ ประเดน็ คาถาม................................................................................................
ซ สารบญั ภาพ ภาพท่ี ๓.๑ แสดงขนั้ ตอนการสรา้ งและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใชใ้ นการวิจยั ........................ หน้า ภาพที่ ๓.๒ ๑5 แสดงขั้นตอนการสร้างส่อื การจัดการเรียนร้ดู ว้ ย G Suite for Educationฝกึ ๑6 ภาพท่ี ๓.๓ ทักษะด้วยตนเอง แสดงข้นั ตอนการเกบ็ รวบรวมข้อมลู .................................................................. 19
บทท่ี ๑ บทนำ ๑. ควำมเปน็ มำและควำมสำคญั ของปญั หำ การจัดการอาชีวศึกษาในศตวรรษที่ 21 มีรูปแบบและระบบของการจัดการศึกษาท่ีมี การเปล่ยี นแปลงและพัฒนาไปอยา่ งรวดเร็ว การเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษาในปัจจุบันจึงจาเป็นต้อง มกี ารปรับใหเ้ หมาะสมเพ่อื เตรยี มความพรอ้ มรับสถานการณ์โลก ด้วยการนานวัตกรรมหรือสื่อการเรียน การสอนต่างๆ มาปรับประยกุ ตใ์ ชเ้ พ่อื ให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพและผู้เรียนสามารถบรรลุจุดประสงค์ ได้ตาม ท่ีต้องการ หนึ่งในนวัตกรรมที่กาลังเป็นท่ีสนใจก็คือ ส่ือการสอนประเภท ดิจิตอลท้ังหลาย เพราะ ส่ือประสมน้ี มีคณุ สมบตั ิทีเ่ หมาะสมในการสง่ เสริมการเรียนรู้ทางอาชีวศึกษาหลายประการ อาทิ เป็นสื่อประสม ที่แสดงได้ทั้งข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคล่ือนไหวและเสียงในเวลาเดียวกัน อีกท้ังเป็นส่ือ ที่สามารถนาไปประยุกต์ใช้เพื่อให้การเรียนรู้ เกิดขึ้นได้โดยไม่จากัดเวลาและสถานท่ีจึงทาให้เกิดการ ประหยัดท้ังเวลาและค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังเป็นสื่อที่ สามารถส่งผ่านไปได้ท่ัวประเทศหรือทั่วโลก ได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ท่ีสาคัญเป็นสื่อท่ีสามารถพัฒนาให้มีการโต้ตอบกับผู้เรียนได้ และเปิด โอกาสให้ผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติได้ด้วย แต่เน่ืองจากการพัฒนาสื่อเหล่าน้ี นอกจากความรู้ทางเทคนคิ ในการพัฒนาส่ือแล้ว ยังจาเป็นต้องอาศัยความรู้ในเน้ือหาวิชานั้น ๆ และผู้ที่ เหมาะสมท่ีสุดในการพัฒนาสื่อก็คือครูผู้สอนประจาวิชาตามหลักสูตรอาชีวศึกษาในสถานศึกษา ในปีนี้ มสี ถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) การจัดการเรียนการสอน ด้วยการไม่ต้องเข้าช้ันเรียนโดยปรับการเรียนการสอนทางออนไลน์ โดยถูกผลักดันในระยะแรกและใน สถานการณ์ผ่อนคลายแล้ว การใช้สื่อดิจิทัล ก็ยังมีความสาคัญ เป็นนวัตกรรมสาหรับการพัฒนา ศกั ยภาพของผเู้ รียนแบบหนงึ่ นอกจากนย้ี ังเป็นการสนับสนุนครูผู้สอนที่ส่งเสริมบูรณาการดิจิทัลในการ จัดการเรียนรูไ้ ด้อยา่ งต่อเน่ือง ดังน้ันจึงสร้างและหาประสิทธิภาพส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) เพ่ือการเตรียมความพรอมใหกับผูเรียนในการศึกษา ยุคศตวรรษที่ 21 สูการเปนพลเมืองที่ดี ควรมีท้ังทักษะด านความรู ทักษะดานอารมณ และ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ รายงานวิจัยภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ โดยครูประเสริฐศรี สุทธิพันธ์
๒ ๒. วตั ถปุ ระสงคข์ องกำรวิจัย 2.1 เพ่ือสรา้ งสื่อการจดั การเรยี นรูด้ ้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) 2.2 เพ่ือหาประสิทธิภาพสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education สื่อการจัดการ เรียนรู้ด้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและ นวตั กรรมธุรกิจดจิ ิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) 2.3 เพ่ือประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนท่ีมีต่อส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ๓. สมมตฐิ ำนของกำรวจิ ัย 3.๑ ส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) มปี ระสิทธิภาพตามเกณฑ์ E๑/E๒ = ๗๕/๗๕ 3.๒ ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมนี ยั สาคัญทางสถิติทีร่ ะดบั .๐๕ 3.๓ ผูเ้ รยี นรมู้ ีความพงึ พอใจตอ่ การจัดการเรยี นรู้ อยู่ในระดับมาก ๔. ขอบเขตของกำรวจิ ยั ๔.๑ ส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวิชาชพี พทุ ธศักราช ๒๕63 ของสานักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ๔.๒ ประชำกร คือ ผู้เรียนรู้ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดจิ ทิ ัล ๔.๓ กลุ่มตัวอย่ำง ท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้จากการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) คือ ผู้เรียนรู้ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ช้ันปีท่ี 1/1,1/2 สาขาวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ของวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร ที่ลงทะเบียนเรียนรหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ในภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖3 จานวน ๒9 คน ๔.๔ ตัวแปรท่ีศกึ ษำในกำรวิจยั น้ี ๔.๔.๑ ตัวแปรต้น ส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) รายงานวิจยั ภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ โดยครูประเสริฐศรี สุทธิพันธ์
๓ ๔.๔.๒ ตวั แปรตาม ๑) ประสิทธิภาพของส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลกั การคดิ เชงิ ออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ๒) ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนจากการใช้สื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ๓) ความพึงพอใจของผเู้ รียนรู้ท่ีมีการจดั การเรยี นรู้ ๔.๕ ระยะเวลำศึกษำ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖3 ๕. คำจำกดั ควำมทใี่ ชใ้ นกำรวจิ ยั ๕.๑ สอื่ กำรเรียนรู้ (Instructional Media) หมายถึงตวั กลางหรือช่องทางถ่ายทอดองค์ ความรู้ ทักษะประสบการณ์ จากแหล่งความรู้ไปสู่ผู้เรียน และทาให้เกิดการเรียนรู้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดยสื่อการเรียนก็นับได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เรียนผู้สอนได้แสดงบทบาทและเกิด ความเข้าใจในรหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช ๒๕63 ของสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 5.2 G Suite for Education หมายถึงชุดโปรแกรมต่างๆของ Google ที่เปิดให้ สถาบันการศกึ ษาใช้สาหรับใช้เปน็ เครอ่ื งมอื เสรมิ ประกอบการเรยี นการสอนแบบออนไลน์ ๕.3 ประสิทธิภำพ ของส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) หมายถึง คุณภาพของบทเรียนท่ีสร้างข้ึนท่ีได้ประเมิน ตามเกณฑ์ท่ี กาหนด ๗๕/๗๕ ๕.4 เกณฑ์กำหนดร้อยละ ๗๕/๗๕ ๕.4.๑ ค่า ๗๕ ตัวแรก (E๑ ) หมายถึง ค่าเฉลี่ยเป็นร้อยละ ๗๕ ของคะแนน ระหว่างเรียนที่ผู้เรียนรู้ทาไดจากการประเมินผลงานการเรียนรู้ ประเมินพฤติกรรมบ่งชี้ และทาแบบ ฝกึ ทักษะ จากการเรียนรู้ด้วยเอกสารที่สร้างข้ึน ๕.4.๒ ค่า ๗๕ ตัวหลัง (E๒ ) หมายถึง ค่าเฉล่ียเป็นร้อยละ ๗๕ ของคะแนนที่ผู้ เรียนรู้ทาไดจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจานวน ๑๐ ข้อ หลังจากเรียนรู้ด้วยสื่อ ท่ีสร้างข้ึน ๕.5 ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน หมายถึง ค่าร้อยละของคะแนนที่ผู้เรียนรู้ทาได จาก แบบทดสอบ เป็นแบบอัตนัยหลงั จากการเรียนรู้ด้วยเอกสารท่ีสร้างขึ้น มีค่าหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรยี น อยา่ งมนี ัยสาคญั ๐.๐๕ รายงานวิจัยภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ โดยครูประเสรฐิ ศรี สทุ ธิพันธ์
๔ ๕.6 ควำมพึงพอใจของผู้เรียนรู้ ท่ีมีต่อกำรจัดกำรเรียนรู้ หมายถึง ค่าเฉลี่ยของความ คิดเห็นจากผู้เรยี นรู้ทีม่ ตี อ่ กระบวนการจดั การเรยี นรู้ โดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจเป็นแบบมาตรา สว่ นประมาณคา่ ๕ ระดบั จากประเด็นคาถาม ๑๐ ข้อ มีระดับการประเมิน คือ น้อยมาก น้อย ปลา นกลาง มาก และมากที่สุด ๖. ประโยชน์ทค่ี ำดว่ำจะไดร้ บั จำกกำรวิจยั เม่ืองานวิจัยน้ีดาเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จะนาไปสู่แนวทางในการสร้าง พัฒนา ปรับปรุง สื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education รหัสวิชา 30204-2004 วิชาหลักการคิด เชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง พุทธศักราช ๒๕63 ที่จะใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนรู้ของสาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร การสร้างสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education มผี ลตอ่ การพัฒนาการจัดการเรยี นรู้ และช่วยส่งเสริมให้การจัด การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ มากยิง่ ขึ้น อนั เปน็ สว่ นหน่งึ ในการพัฒนาการเรียนร้ขู องผูเ้ รียนใหบ้ รรลุจดุ ประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะ รายวิชา และคาอธบิ ายรายวิชาทห่ี ลักสูตรรายวิชากาหนดไว้ รายงานวิจัยภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ โดยครูประเสรฐิ ศรี สทุ ธพิ ันธ์
บทท่ี ๒ เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ยี วขอ้ ง ในการศึกษาวจิ ยั ครั้งนี้ มวี ตั ถุประสงค์เพอ่ื การสร้างและหาประสิทธิภาพสื่อการจัดการเรียนรู้ ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2563 ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยผู้วิจัยได้ค้นคว้า เอกสารและงานวิจัยอนื่ ๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง เพื่อประกอบการศึกษา ดงั น้ี ๑. หลักสูตรรายวิชา รหัสวิชา 30204-2004 ชื่อวิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและ นวตั กรรมธุรกจิ ดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) สาขาวิชาเทคโนโลยี ธรุ กจิ ดจิ ิทัล ๒. องคป์ ระกอบของสือ่ การจัดการเรยี นรู้ด้วย G Suite for Education ๓. การประเมินประสทิ ธภิ าพสื่อการจดั การเรยี นรู้ด้วย G Suite for Education ๔. งานวิจัยท่เี กี่ยวขอ้ ง ๑. หลักสูตรรายวชิ า รหัสวิชา 30204-2004 ช่ือวิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล สาขาวิชาเทคโนโลยธี ุรกจิ ดิจทิ ัล จดุ ประสงค์รายวชิ า เพ่อื ให้ 1. เขา้ ใจหลักการคิดเชงิ ออกแบบ และพนื้ ฐานแนวคดิ นวัตกรรมธุรกิจดิจทิ ลั 2. สามารถวเิ คราะห์ ออกแบบนวตั กรรมธรุ กจิ ดิจทิ ัลตามหลักการคิดเชงิ ออกแบบ (Design Thinking) 3. สามารถเขยี นแผนและนาเสนอนวตั กรรมธุรกจิ ดจิ ทิ ัล 4. มเี จตคติและกิจนิสยั ทดี่ ีในการปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความรบั ผิดชอบ ซอื่ สัตย์ ละเอียดรอบคอบ สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรู้เกย่ี วกบั หลักการคิดเชงิ ออกแบบ (Design Thinking) และพน้ื ฐาน แนวคดิ นวตั กรรมธรุ กจิ ดิจิทลั 2. วเิ คราะห์และออกแบบนวัตกรรมธรุ กิจดิจิทัลตามหลักการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) 3. เขียนแผนธุรกิจนวัตกรรมธรุ กิจดิจทิ ลั 4. นาเสนอแผนธุรกิจ คาอธบิ ายรายวิชา ศึกษาและปฏิบัติเกย่ี วกับความหมาย ความสาคญั หลักการ ขน้ั ตอนการคิดในเชิงการ ออกแบบนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล การทาความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายลูกค้า (Empathize) การกาหนด ปญั หา (Define) การรว่ มกนั สร้างความคดิ และแนวทางการแก้ปัญหา (Ideate) การสร้างแบบจาลอง (Prototype) การทดลอง (Test) เขียนแผนธุรกจิ สาหรบั นวตั กรรมธรุ กิจดิจิทัล การนาเสนอแผนธุรกิจ (Present)
๖ การพัฒนาหลกั สตู รฐานสมรรถนะ (รว่ มกบั สถานประกอบการ) หน่วยที่ 1 งานศึกษาเกย่ี วกับความหมาย ความสาคญั หลกั การคดิ เชงิ ออกแบบ (Design Thinking) หนว่ ยท่ี 2 งานการศกึ ษาพ้นื ฐาน ข้นั ตอนการคิดในเชงิ การออกแบบนวัตกรรมธรุ กิจดจิ ิทัล หน่วยที่ 3 งานปฏิบัติการวเิ คราะห์ ออกแบบนวตั กรรมธุรกจิ ดจิ ทิ ัลตามหลกั การคิดเชิงออกแบบ หนว่ ยท่ี 4 งานการศึกษาทาความเขา้ ใจกลุ่มเป้าหมายลูกค้า (Empathize) หนว่ ยที่ 5 งานการศึกษาการกาหนดปญั หา (Define) หน่วยที่ 6 งานปฏิบตั กิ ารกาหนดปัญหา (Define) หนว่ ยที่ 7 งานปฏิบตั ิการรว่ มกนั สรา้ งความคดิ และแนวทางการแก้ปญั หา (Ideate) หนว่ ยที่ 8 งานปฏิบตั ิการสร้างแบบจาลอง (Prototype) หน่วยที่ 9 งานปฏิบตั กิ ารทดลอง (Test) หน่วยท่ี 10 งานศึกษาการเขียนแผนธรุ กจิ สาหรับนวัตกรรมธรุ กจิ ดจิ ทิ ลั หน่วยที่ 11 งานปฏบิ ัติการเขยี นแผนธุรกจิ สาหรับนวตั กรรมธุรกจิ ดิจิทลั หน่วยที่ 12 งานศึกษาการนาเสนอแผนธรุ กิจ (Present) หนว่ ยท่ี 13 งานปฏิบตั ิการนาเสนอแผนธรุ กจิ (Present) ๒. องคป์ ระกอบของสื่อการจดั การเรยี นรู้ออนไลน์ จากการศกึ ษาเอกสารต่าง ๆ ไดม้ ผี ู้ใหค้ วามหมาย ความสาคัญ สว่ นประกอบ และขั้นตอน การสรา้ งส่อื การจัดการเรียนรดู้ ว้ ย G Suite for Education หรอื สื่อการจัดการเรยี นรอู้ อนไลน์ ดงั น้ี ๒.๑ ความหมายของส่ือการจดั การเรยี นรู้ เฉลิมศักด์ิ นามเชียงใต้ (๒๕๔๔ : ๒๔) ให้ความหมายของเอกสารประกอบการเรียน หรือส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education คือ เอกสารท่ีครูจัดทาข้ึนเพื่อให้ผู้เรียนนาไป ประกอบการเรยี นการสอนตามหลกั สูตรโดยการนาเนื้อหาสาระของรายวิชามาเรียงลาดับอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเพม่ิ เติมสงิ่ ใหม่ ๆ เขา้ ไป เพือ่ ใหเ้ หมาะสมกบั การทคี่ รหู รอื ผฝู้ กึ อบรมจะนาไปใช้ ประคองศรี สายทอง (๒๔๔๕ : ๒๒) ได้ให้ความหมายของเอกสารประกอบการเรียน หมายถึง สอ่ื การเรยี นทีจ่ ดั ขึ้นเพอ่ื ใช้ประกอบการเรียนของผู้เรียนในวิชาหนงึ่ วิชาใด สชุ าติ ศริ สิ ขุ ไพบูลย์ (๒๕๕๐ : ๖) ได้ให้ความหมายของเอกสารประกอบการเรียนไว หมายถึง เอกสารที่ผู้สอนจดั ทาขึ้นเพ่ือใชป้ ระกอบการเรียนรูของผู้เรียน เป็นลักษณะเอกสารที่จัดทา เปน็ รูปเลม่ มเี นอ้ื หาสาระท่คี รอบคลมุ ครบถว้ นตามจดุ ประสงค์การเรียนรู มคี าอธิบายถึงรายละเอียด ของเน้อื หาท่ีถกู ตอ้ งตามหลักวิชาการ และมีรูปภาพประกอบตามคาบรรยายอยา่ งเหมาะสม เน้ือหามี การแยกย่อยและเรียงตามลาดับข้ันตอนอย่างต่อเน่ืองกัน สาระถูกต้อง รูปแบบการพิมพ์ที่ดี ความ ชดั เจนและเป็นสาระท่ีเขยี นขึ้นดว้ ยความรูของผู้สอนเอง ไมไ่ ด้ลอกของผ้อู ืน่ มา สุวิทย์ มูลคา และสุนันทา สนุ ทรประเสรฐิ (๒๕๕๐ : ๔๑) บอกความหมายของสื่อ การจดั การเรียนรดู้ ้วย G Suite for Education คือ เอกสารที่จัดทาขึ้นเพ่ือใช้ประกอบการสอนของ ครู หรอื ประกอบการเรยี นของนักเรียนในวชิ าใดวชิ าหนึง่ ควรมีหัวเร่ือง เนือ้ หาสาระ และกจิ กรรมเพ่ือ สง่ เสริมให้ผูเ้ รยี นไดเ้ กิดการเรยี นรตู้ ามหลักสตู ร
๗ จากความหมายของสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ท่ีกล่าวมา สรุป ได้วาสอ่ื การจัดการเรยี นรู้ด้วย G Suite for Education หรือสื่อการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ หมายถึง เอกสารท่ีจัดทาข้ึนเพื่อให้ครูและผู้เรียนนาไปใช้ประกอบการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยจัดทาเป็น รูปเล่มและมีเน้ือหาสาระสมบูรณ์ ได้แก่ หนังสือเรียน ชุดการเรียน บทเรียนสาเร็จรูป เอกสาร คาบรรยายแบบฝกึ หดั แบบฝึกทักษะ ชุดสอนซ่อมเสริม โดยสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education มีหัวข้อและเน้ือหาครอบคลุมและครบถ้วนตามรายละเอียดของวิชาที่กาหนดไว้ใน หลกั สูตร มีเนื้อหาครอบคลมุ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู เพอื่ ให้ผูเ้ รยี นรูมีผลการเรยี นอย่างมีประสิทธิภาพ ตามทกี่ าหนดไว้ ๒.๒ ความสาคญั ของสือ่ การจัดการเรยี นรู้ออนไลน์ ๑) เป็นผลงานทางวิชาการท่ีเปิดโอกาสให้ผู้สอนได้มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ในการ พัฒนาสิ่งตา่ ง ๆ ทจ่ี ะชว่ ยในการเรียนการสอน ๒) เป็นแนวทางให้ผู้สอนจัดกิจกรรมและประสบการณ์สาหรับผู้เรียน เพื่อให้ บรรลุจดุ ประสงคท์ ่ีวางไว้ ๓) ช่วยแกป้ ญั หาการขาดแคลนตาราของผู้เรียน ๔) ช่วยให้ผู้เรียนมีเอกสารสาหรับศึกษาทาความเข้าใจบทเรียนและฝึกปฏิบัติ กจิ กรรมการเรียน ๕) ช่วยสรา้ งแรงจงู ใจให้ผเู้ รยี นมคี วามสนใจใครรูและศกึ ษาคน้ คว้าเพ่มิ เตมิ ๖) ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นบรรลจุ ดุ ประสงค์การเรียนและผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึ้นท้ังภาค ทฤษฎแี ละภาคปฏิบัติ สุชาติ ศริ สิ ุขไพบลู ย์ (๒๕๕๐ : ๖) ได้กลา่ วถงึ ประโยชนของเอกสารประกอบการเรียน ไวด้ ังนี้ ๑) ใหน้ กั ศึกษานาไปใช้ในการศกึ ษาทบทวนทั้งในระหว่างเรยี นและหลังเรยี น ๒) ใชเ้ พ่ือแสดงถงึ ความสามารถหรอื ความเชีย่ วชาญทางวิชาการของผู้สอน (จึงต้อง เปน็ ผลงานของตนเอง ไมไ่ ด้ลอกใครมา) จากการศึกษาความสาคัญหรือประโยชนของส่ือการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ จึง พอที่จะสรุปไดด้ ังน้ี ๑. สื่อการจัดการเรียนรอู้ อนไลน์ เป็นคมู่ ือที่ใช้ในการเรียนรู้สาหรับผู้เรียนและครูทา ให้การจัดการเรียนรู้ดาเนินไปอย่างต่อเนื่อง เน้ือหาครบถ้วนตามหลักสูตร สอดคล้องกับเวลาที่ กาหนดในแตล่ ะภาคการเรยี น ๒. ส่ือการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ ช่วยให้ผู้เรียนได้ทาการศึกษาในระหว่างเรียนและ หลงั เลกิ เรยี นเพอื่ ใหผ้ ู้เรียนบรรลวุ ตั ถุประสงค์ของการเรียนรูตามท่คี าดหวัง ๓. ส่งเสรมิ ใหค้ รสู นใจ ใฝ่ศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ในเน้ือหาท่ีสอน เป็นผลงานทาง วชิ าการของครู ๔. ผู้เรียนมีเอกสารสาหรับศึกษาทาความเข้าใจและฝึกทักษะปฏิบัติงาน ทาให้ ผู้เรียนบรรลุจุดประสงค์ของการเรียนรู้ มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึ้นและผู้เรียนสามารถศึกษา เพ่ิมเตมิ ไดด้ ว้ ยตนเอง
๘ ๒.๓ ส่วนประกอบของสอื่ การจัดการเรยี นรูอ้ อนไลน์ การเรียนการสอนแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Learning มีองค์ประกอบที่สาคัญ 4 ส่วน โดยแต่ละส่วนจะต้องได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี เพราะเมื่อนามาประกอบเข้าด้วยกัน แลว้ ระบบทงั้ หมดจะตอ้ งทางานประสานกนั ได้อย่างลงตวั ดังต่อไปนี้ 2.3.1 เน้อื หาของบทเรียน (Content) เนือ้ หาถือวา่ เปน็ สิง่ ท่ีสาคัญทส่ี ดุ ของการเรยี นการศึกษาไม่ว่าระบบใดก็ตาม แมแ้ ต่ E-Learning ก็เช่นกันแตเ่ น่ืองจาก E-Learning นัน้ ถือวา่ เปน็ การเรียนรู้แบบใหม่สาหรับวงการ การศึกษาในประเทศไทย ดังน้ันเน้ือหาของการเรียนแบบน้ีท่ีพัฒนาเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมีอยู่น้อย มากไม่เพียงพอกับความต้องการที่จะใช้ในการเรียนการสอน การฝึกอบรม เพ่ิมพูนความรู้ และการ พัฒนาศกั ยภาพทั้งของบุคคลโดยส่วนตวั และของหน่วยงานต่างๆ อย่างไรก็ตาม สถาบันที่เกี่ยวข้องได้ มีความพยายามแก้ไขปัญหานี้อย่างต่อเน่ือง สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้มีการประสานและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนาของประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพ่ือพัฒนาบทเรียนออนไลน์วิชาภาษาอังกฤษสาหรับเจ้าหน้าท่ี สานักงาน นอกจากน้ันยังมีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รวมท้ัง สถาบันการศึกษา วิทยาลัย โรงเรียน หน่วยราชการ และผู้สนใจท่ัวไปที่มีความสนใจจะนาเน้ือหา ความรทู้ ่ีมอี ยู่ มาพัฒนาเป็นบทเรยี นออนไลน์ ทง้ั น้ี เจ้าของเน้ือหาวิชา(Content Provider) ที่เป็น แหล่งความรู้ท้ังหลายน้ัน แต่ละท่านจะเป็นผู้มีความเด่นในเนื้อหาด้านต่างๆทั้งด้านวิชาการและ วชิ าชพี ตลอดจนความรทู้ ่เี ปน็ ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ดว้ ย 2.3.2 ระบบบริหารการเรียน (E-Learning Management System: LMS) E-Learning เป็นการเรียนท่ีสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ศึกษา เรียนรู้ได้ด้วย ตวั เอง ดังนนั้ ระบบบรหิ ารการเรียนจึงทาหน้าทเ่ี ปน็ ศูนยก์ ลางที่กาหนดลาดับของเนื้อหาในบทเรียน นาส่งบทเรียนผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไปยังผู้เรียน รวมทั้งประเมินผลความสาเร็จของบทเรียน ควบคุม และสนับสนนุ การใหบ้ ริการทงั้ หมดแก่ผู้เรยี นLMS จงึ ถอื วา่ เป็นองค์ประกอบขอ E- Learning ที่สาคัญมาก เพราะจะทาหน้าท่ีต้ังแต่ผู้เรียนเร่ิมเข้ามาเรียน โดยจัดเตรียมหลักสูตรและบทเรียน ท้ังหมดเอาไว้ให้พร้อมท่ีจะให้ผู้เรียนได้เข้ามาเรียน เม่ือผู้เรียนได้เร่ิมต้นบทเรียนแล้วระบบจะเร่ิม ทางานโดยส่งบทเรียนตามคาขอของผเู้ รียนผา่ นเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ (อนิ เทอร์เน็ต, อนิ ทราเน็ต หรือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์อื่นๆ) ไปแสดงที่ web browser ของผู้เรียน จากนั้นระบบก็จะติดตามและ บันทึกความก้าวหน้า รวมทั้งสร้างรายงานกิจกรรมและผลการเรียนของผู้เรียนในทุกหน่วยการเรียน อยา่ งละเอียด จนกระทัง่ จบหลักสูตร 2.3.3 การตดิ ต่อสอื่ สาร (Communication) การเรียนทางไกลโดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นการเรียนด้วยตัวเอง โดยไม่ต้อง เข้าช้ันเรยี นปกติ ซึง่ ผูเ้ รียนจะเรียนจากสือ่ การเรียนการสอนประเภทสง่ิ พมิ พ์ วทิ ยกุ ระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และสื่ออนื่ ๆ การเรียนแบบ E-Learning ก็นับได้ว่าเป็นการเรียนทางไกลแบบหน่ึง แต่สิ่ง สาคัญท่ีทาให้ E-Learning มีความโดดเด่นและแตกต่างไปจากการเรียนทางไกลท่ัวๆไปก็คือ การนา รปู แบบการติดต่อสอ่ื สารแบบ 2 ทาง มาใช้ประกอบในการเรียนเพ่ือเพิ่มความสนใจและความต่ืนตัว ของผู้เรียนที่มีต่อบทเรียนให้มากยิ่งขึ้น นอกจากน้ี ยังใช้เป็นเคร่ืองมือท่ีจะช่วยให้ผู้เรียนได้ติดต่อ
๙ สอบถาม ปรึกษาหารือ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างตัวผู้เรียนกับครู อาจารย์ผู้สอน และ ระหว่างผู้เรียนกับเพ่ือนร่วมชั้นเรียนคนอ่ืนๆ โดยเครื่องมือท่ีใช้ในการติดต่อส่ือสารอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทดงั นี้ 1) ประเภท real-time ได้แก่ chat (message, voice), white board/text slide, real-time annotations, interactive poll, conferencing และอ่ืนๆ 2) ประเภท non real- time ได้แก่ web-board และ E-mail เป็นตน้ 2.3.4 การสอบ/วัดผลการเรยี น (Evaluation) การสอบ/วัดผลการเรียนเป็นส่วนประกอบสาคัญท่ีจะทาให้การเรียนแบบ E-Learning เป็นการเรียนที่สมบูรณ์ กล่าวคือในบางวิชาจาเป็นต้องวัดระดับความรู้ก่อนสมัครเข้า เรียน เพ่ือให้ผ้เู รยี นไดเ้ ลือกเรียนในบทเรียนและหลกั สตู รทเ่ี หมาะสมกับเขามากท่สี ุด ซึ่งจะทาให้การ เรียนท่ีจะเกิดขึ้นเป็นการเรียนท่ีมีประสิทธิภาพสูงสุด เม่ือเข้าสู่บทเรียนในแต่ละหลักสูตรก็จะมีการ สอบย่อยท้ายบท และการสอบใหญก่ ่อนท่จี ะจบหลักสูตร ระบบบริหารการเรียนจะเรียกข้อสอบที่จะ ใชม้ ากจากระบบบริหารคลงั ข้อสอบ (Test Bank System) ซึ่งเป็นส่วนย่อยที่รวมอยู่ในระบบบริหาร การเรียน LMS นั่นเอง ๓. การประเมนิ ประสทิ ธภิ าพสื่อการจดั การเรียนรอู้ อนไลน์ การผลิตสือ่ หรือชดุ การสอนนั้น กอ่ นนาไปใชจ้ รงิ จะตอ้ งนาสอื่ หรือชดุ การสอนท่ีผลิตขึ้นไป ทดสอบประสิทธภิ าพ เพือ่ ดูว่าส่อื หรอื ชดุ การสอนทาให้ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มข้ึนหรือไม่ มีประสิทธิภาพ ในการช่วยให้กระบวนการเรียนการสอนดาเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด มีความสัมพันธ์กับ ผลลพั ธ์หรอื ไม่และผเู้ รยี นมคี วามพงึ พอใจตอ่ การเรียนจากสื่อหรือชุดการสอนในระดับใด ดังนั้น ผู้ผลิต สื่อการสอนจาเป็นจะต้องนาสื่อหรือชุดการสอนไปหาคุณภาพ เรียกว่า การทดสอบประสิทธิภาพ สาหรับการผลิตสื่อและชุดการสอนการทดสอบประสิทธิภาพ หมายถึง การนาส่ือหรือชุดการสอนไป ทดสอบด้วยกระบวนการสองข้ันตอน คือ การทดสอบประสิทธิภาพใช้เบื้องต้น (Try Out) และทดสอบ ประสิทธิภาพสอนจริง (Trial Run) เพ่ือหาคุณภาพของส่ือตามขั้นตอนที่กาหนดใน ๓ ประเด็น คือ การทา ให้ผูเ้ รียนมีความรเู้ พิม่ ข้ึน การชว่ ยให้ผู้เรยี นผ่านกระบวนการเรียนและทาแบบประเมินสุดท้ายได้ดี และ การทาให้ผูเ้ รียนมคี วามพึงพอใจ นาผลทไ่ี ดม้ าปรบั ปรงุ แก้ไข ก่อนท่ีจะผลิตออกมาเผยแพร่เป็นจานวน มาก (ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ๒๕๕๖ : ๗) การประเมินประสิทธิภาพของเอกสารที่จะนามาใช้ในการจัดการเรียนรู้มีความสาคัญ เพราะในการสร้างสื่อการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ ก่อนท่ีจะนาไปใช้งานควรมีการทดลองใช้เพื่อ ปรับปรุงแก้ไข เพ่ือให้เอกสารได้มาตรฐานเสียก่อน และเพื่อจะได้ทราบว่าเอกสารที่สร้างข้ึนมี คุณภาพเพียงใด มีข้อบกพร่องใดท่ีสมควรแก้ไขปรับปรุง ดังนั้นการประเมินผลข้ันน้ี จึงเป็นการ ประเมินผลเพ่ือหาประสิทธิภาพของเอกสารโดยตรง โดยการกาหนดค่าประสิทธิภาพจะกาหนดเป็น ๙๐/๙๐ หรือ ๘๐/๘๐หรือ ๗๕/๗๕ ตามลักษณะวิชา ซ่ึงในการกาหนดว่าประสิทธิภาพของชุดการ สอนมิใช่ตั้งขึ้นตามความพอใจของผู้สร้าง แต่จะพิจารณาตามลักษณะวิชา ซึ่งโดยปกติวิชาท่ีเป็ น ความรู้ข้อเท็จจริงมักตั้งเกณฑ์ ๙๐/๙๐ หรือ ๘๐/๘๐ หากเป็นวิชาทักษะอาจต้ังต่ากว่าน้ีได้ (ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ๒๕๔๕ : ๘๘)
๑๐ การหาประสิทธิภาพของสื่อเอกสารประกอบการเรียนการสอน จะช่วยให้ผู้ใช้ส่ือบังเกิด ความม่ันใจต่อการใช้สื่อน้ันว่าจะเกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนอย่างแท้จริง โดยต้องผ่านการตรวจสอบ วิเคราะห์คุณลักษณะทีเ่ ป็นเกณฑป์ ระสทิ ธิภาพของสอื่ การสอนแตล่ ะประเภท การประเมนิ ประสิทธิภาพ ของส่ือการสอนมี ๒ ลกั ษณะคือ (กิดานันท์ มลทิ อง ๒๕๔๓ : ๙๗-๙๙) ๑. การประเมินโดยผู้เช่ียวชาญ เป็นการนาส่ือการสอนไปให้ผู้เชี่ยวชาญเก่ียวกับส่ือ การสอนและผู้เชีย่ วชาญงานเน้ือหาสาระเป็นผู้ประเมิน ผู้เชี่ยวชาญท่ีประเมินประกอบด้วยผู้เช่ียวชาญ ดา้ นเน้อื หาในงานทัศนศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญในการวัดผลและ ประเมินผล ซึ่งการประเมินมักจะเป็นคุณลักษณะทางกายภาพ เช่น ความถูกต้องเชิงเนื้อหา คณุ ภาพทัว่ ไปของส่อื การผลิต การใช้ การออกแบบ เป็นต้น ๒. การประเมนิ ประสทิ ธภิ าพการเรียนรู้ สอื่ การสอนจะมีคุณค่าก็ต่อเม่ือนาไปสอน ผู้เรียนแล้วผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สูงข้ึนตามเกณฑ์ประสิทธิภาพที่กาหนด ดังน้ันการประเมิน ประสิทธิภาพลักษณะน้ีจึงต้องนาส่ือการสอนไปทดลองใช้กับผู้เรียน ซึ่งควรทาการทดลองหลาย ๆ ครัง้ และผูเ้ รยี นควรมจี านวนและสภาพแวดลอ้ มตามจรงิ จึงจะเกดิ ผลเปน็ มาตรฐาน การประเมินประสิทธิภาพสื่อการสอน ถ้าเป็นส่ือเดียวผู้ผลิตสื่อการสอนน้ัน ๆ จะต้องสร้างแบบทดสอบระหวา่ งเรยี น (แบบฝึกปฏบิ ัติ) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน เพ่ือที่จะได้ เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบหาประสิทธิภาพด้วย ส่วนส่ือการสอนที่เป็นส่ือประสมซ่ึงมี แบบทดสอบอยู่แล้ว เมื่อนาไปทดลองใช้จะนาผลของการทาแบบทดสอบต่าง ๆ มาคานวณหา ประสทิ ธิภาพไดเ้ ลย การหาประสิทธภิ าพของสอื่ การสอน ผู้ผลิตจะต้องกาหนดระดับประสิทธิภาพ ของ สื่อการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เป็นระดับที่ผู้ผลิตส่ือการสอนจะพึงพอใจหากเอกสาร ประกอบ การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพถึงระดับน้ันแล้ว ก็มีคุณค่าที่จะนาไปสอนผู้เรียน และคุ่มค่า แกก่ ารลงทนุ ผลติ ออกมาเปน็ จานวนมาก ในการกาหนดเกณฑป์ ระสทิ ธิภาพกระทาได้โดยการประเมนิ ผลพฤติกรรมของผู้เรียน ๒ ประเภท คือ พฤติกรรมต่อเน่ือง (กระบวนการ) และพฤติกรรมขั้นสุดท้าย (ผลลัพธ์) โดย กาหนดค่าประสทิ ธิภาพเป็นรอ้ ยละของคะแนนเฉลีย่ มีคา่ เปน็ E๑/E๒ E๑ คือ คา่ ประสิทธภิ าพของกระบวนการ คดิ เปน็ รอ้ ยละของคะแนนเฉลี่ยจากการ ทาแบบฝกึ หดั และการประกอบกจิ กรรมระหว่างเรยี นหรือระหว่างศึกษา E๒ คือ ค่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (พฤติกรรมที่เปลี่ยนในตัวผู้เรียนภายหลังเรียน) คดิ เปน็ ร้อยละของคะแนนทดสอบหลังเรียน การกาหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพ E๑/E๒ ให้มีค่าเท่าใดน้ัน ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตสื่อจะ พจิ ารณาตามความเหมาะสม โดยปกติสาหรับวิชาทฤษฎี ความรู้ ความจา มักจะต้ังไว้ ๘๐/๘๐ ถึง ๙๐/๙๐ แตส่ าหรบั วชิ าทักษะหรอื เจตคติ อาจต้งั ไว้ ๗๕/๗๕ แตไ่ ม่ควรตัง้ เกณฑ์ตา่ เกนิ ไป ขัน้ ตอนการประเมินประสิทธิภาพสื่อการสอน เพื่อปรับปรุงการผลิตส่ือนั้น ผู้ผลิต ควรดาเนินการทดลองส่ือเป็น ๓ ขัน้ ตอน ได้แก่
๑๑ ๑. แบบเดียว (๑ : ๑) เป็นการนาสื่อการสอนไปทดลองกับผู้เรียนรายบุคคลเพ่ือหา ข้อบกพร่องการทดลองน้คี วรกระทากับผู้เรียนท่ีมีระดับการเรียนเก่งปานกลางและอ่อนเพ่ือหาข้อมูลใน การปรับปรุงส่อื การสอนให้ดยี ิ่งข้นึ ๒. แบบกลุ่มย่อย (๑ : ๑๐) เป็นการนาส่ือการสอนที่ได้รับการปรับปรุงจากการ ทดลองคร้งั แรกมาใช้ทดลองกับผูเ้ รยี น ๖-๑๐ คน ท่มี คี วามสามารถแตกต่างกัน เพ่ือหาข้อมูลในการ ปรบั ปรุงส่อื ใหส้ มบูรณ์ยิง่ ข้นึ ๓. แบบภาคสนาม (๑ : ๔๐) เป็นการนาสื่อการสอนท่ีได้รับการปรับปรุงครั้งที่ ๒ แล้วไปทดลองในช้ันเรียนที่มีผู้เรียนตั้งแต่ ๓๐ คนขึ้นไป และหาประสิทธิภาพ ( E๑/E๒ ) ถ้าไม่ถึง เกณฑ์ทีก่ าหนดไว้จะต้องดาเนินการปรับปรุงสื่อการสอนทดลองหาประสทิ ธิภาพซา้ อีก การหาประสทิ ธภิ าพของสื่อการสอน อาจได้ไม่ถึงเกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ เน่ืองจากมีตัว แปรที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ความพร้อมของผู้เรียน สภาพห้องเรียน ฯลฯ จึงอนุโลมให้มีระดับความ ผิดพลาดได้เทา่ ที่กาหนดไว้ ประมาณร้อยละ ๒.๕-๕ เชน่ ตัง้ เกณฑป์ ระสิทธิภาพไว้ ๘๐/๘๐ เป็นการ ทดลองแบบ ๑ : ๔๐ แล้วสื่อการสอนนั้นมีประสิทธิภาพ ๗๒.๕/๗๒.๕ ก็สามารถยอมรับว่าสื่อการ สอนนน้ั มปี ระสิทธภิ าพโดยการยอมรบั ประสทิ ธิภาพของส่ือการสอนมี ๓ ระดบั คอื ๑. สูงกว่าเกณฑ์ เมื่อประสิทธิภาพของสื่อการสอนสูงกว่าเกณฑ์ท่ีตั้งไว้เกินร้อยละ ๒.๕ ขึ้นไป ๒. เท่าเกณฑ์ เม่ือประสิทธิภาพของส่ือการสอนเท่ากับเกณฑ์ท่ีตั้งไว้ แต่ไม่เกินร้อย ละ ๒.๕ หรอื ไมต่ า่ กวา่ รอ้ ยละ ๒.๕ ๓. ต่ากวา่ เกณฑ์ เม่อื ประสทิ ธภิ าพของส่ือตา่ กว่าเกณฑ์ที่ต้ังไว้ แต่ไม่ต่ากว่าร้อยละ ๒.๕ ถอื ว่าส่อื การสอนมีประสิทธภิ าพทย่ี อมรบั ได้ จากการศึกษา การประเมินประสิทธิภาพของส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education หรอื สื่อการจัดการเรยี นรู้ออนไลน์ การกาหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพ E๑/E๒ ให้มคี า่ เท่าใดนั้นข้ึนอยู่กับผู้จัดทาส่ือการจัดการเรียนรู้ออนไลน์เป็นผู้กาหนด โดยพิจารณา จากลกั ษณะวชิ า ซึง่ โดยปกตวิ ชิ าทีเ่ ปน็ ความร้ขู ้อเท็จจริงมักจะตั้งเกณฑ์ ๙๐/๙๐ หรือ ๘๐/ ๘๐ หากเป็นวิชาที่มุ่งเน้นทักษะดังเช่นรายวิชารหัสวิชา 30204-2004 ชื่อวิชาเทคนิค การสรา้ งภาพเคลื่อนไหวคอมพวิ เตอร์ อาจตง้ั ต่ากว่านี้ได้ ๔. งานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวข้อง สรญา เปร้ยี วประสทิ ธิ์ (2018 : บทคดั ย่อ) งานวจิ ยั ครง้ั น้มี ีวตั ถุประสงค์เพ่อื ศกึ ษาผลการ จัดกจิ กรรมการเรียนรสู้ ากจั ฉาบนระบบดิจิทัลออนไลน์เลิร์นนิงบนสภาพแวดล้อมคลาวด์แอดดูเคช่ัน รายวิชาวเิ คราะห์และออกแบบระบบสารสนเทศทางธุรกจิ ประชากร นกั ศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรี แผนก วิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยพณิชยการบางนา สถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร จานวน 9 คน เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัย กิจกรรมการเรียนรู้สากัจฉาบนระบบดิจิทัลออนไลน์เลิร์นนิง บนสภาพแวดล้อมคลาวด์แอดดูเคช่ัน แบบทดสอบ วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ด้วยโปรแกรม คอมพวิ เตอร์สาเรจ็ รปู เพอ่ื หาค่าร้อยละ คา่ เฉลีย่ และคา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐาน
๑๒ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สากัจฉาระบบดิจิทัลออนไลน์เลิร์นนิงบนสภาพแวดล้อม คลาวด์แอดดูเคช่ัน ได้กิจกรรมการเรียนรู้สากัจฉาระบบดิจิทัลออนไลน์เลิร์นนิงบนสภาพแวดล้อม คลาวด์แอดดูเคชั่นและผลสัมฤทธ์ิ หลังการทากิจกรรมการเรียนรู้สากัจฉาบนสภาพแวดล้อมคลาวด์ แอดดูเคช่ัน (G-Suite for education) พบว่าผู้เรียนท่ีเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้สากัจฉาบน สภาพแวดล้อมคลาวด์แอดดูเคช่ัน ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น หลังเรียนสงู กวา่ ก่อนเรยี นอยา่ งมีนัยสาคัญ ทางสถิติทร่ี ะดบั .01 กชพรรณ นุ่นสังข์ (2019 : บทคัดย่อ) การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ แบบเปดิ สาหรบั มหาชน (Massive Open Online Course : MOOC) ในรายวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ วยั สูงอายุและจิตวิทยาพัฒนาการวัยรุ่นครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดการเรียนการสอน ออนไลนแ์ บบเปดิ สาหรับมหาชนในรายวิชาจติ วิทยาพัฒนาการวัยสงู อายุและจติ วทิ ยาพฒั นาการวยั รุ่น 2) ศึกษาพฤติกรรมและความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนการสอนออนไลน์แบบเปิดสาหรับ มหาชนในรายวิชาจิตวิทยาพัฒนาการวัยสูงอายุและจิตวิทยาพัฒนาการวัยรุ่น และ 3) ประเมิน ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์แบบเปิดสาหรับมหาชนในรายวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ วยั สงู อายแุ ละจิตวิทยาพฒั นาการวัยรุน่ กล่มุ เปา้ หมายเปน็ นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ และประชาชน ท่ัวไป ที่ลงทะเบียนเรียนทง้ั หมดจานวน 1,204 คน ได้แก่ 1) รายวิชาจิตวิทยาพัฒนาการวัยสูงอายุ จานวน 555 คน และ 2) รายวิชาจิตวิทยาพฒั นาการวยั รนุ่ จานวน 649 คน กาหนดขอบเขตเพ่ือใช้ ในการดาเนินงานตามแนวทางการจัดทารายวิชา MOOC เพ่ือสอนในระบบ Thai MOOC ประกอบด้วย 10 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การจัดการเรียนการสอนประมวลรายวิชา 2) โครงสร้าง เนอื้ หารายวิชาและบทเน้ือหา 3) แผนการจัดการเรียนรู้ 4) ส่ือการเรียนรู้ 5) กิจกรรมการเรียนรู้ 6) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 7) การให้ข้อมูลรายวิชา และ 8) การวิเคราะห์ข้อมูล 8) ข้อสอบ 9) การจดั การเรียนการสอน และ 10) สรุปผลการจัดการเรียนการสอนและประเมินผล ดาเนินการ ระหว่างวันท่ี 14 ธันวาคม 2559-วันที่ 12 สิงหาคม 2560 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแจกแจง คา่ ความถี่ ร้อยละ คา่ เฉลี่ย และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ผลการดาเนินการจัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบเปิดสาหรับมหาชน พบว่า 1) การ จัดการเรียนการสอนออนไลน์แบบเปิดสาหรับมหาชนในรายวิชาจิตวิทยาพัฒนาการวัยสูงอายุและ จิตวิทยาพัฒนาการวัยรุ่น ผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญด้านเน้ือหาและด้านผลิตส่ือ เป็นไปตาม มาตรฐานของระบบ Thai MOOC 2) พฤติกรรมของผู้เรียนที่มีส่วนร่วมในการเรียนทั้งหมดของ เนื้อหาต้ังแต่ต้นจนจบในรายวิชาจิตวิทยาพัฒนาการวัยสูงอายุ จานวน 262 (ร้อยละ 47.21) จิตวิทยาพัฒนาการวัยรุ่น จานวน 280 คน (ร้อยละ 49.46) และความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการ เรียนการสอนออนไลน์แบบเปิดสาหรับมหาชนในรายวิชาจิตวิทยาพัฒนาการวัยสูงอายุและจิตวิทยา พฒั นาการวัยรุ่น อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.04 (SD=0.81) และ 4.02 (SD=0.82) ตาม ลาดับ และ 3) ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน พบว่า ผู้เรียนสามารถทาคะแนนรวมผ่านเกณฑ์ท่ีกาหนด ไมต่ ่ากวา่ รอ้ ยละ 50 โดยรายวิชาจิตวทิ ยาพัฒนาการวยั สงู อายุ มผี ลสมั ฤทธิท์ างการเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 80.9 คะแนน (คะแนนเต็ม 100) คะแนนสูงสุด 100 คะแนน คะแนนต่าสุด 70 คะแนน และ รายวชิ าจติ วทิ ยาพฒั นาการวยั รุ่น มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเฉลี่ย 86.6 คะแนน (คะแนนเต็ม 100) คะแนนสูงสุด 100 คะแนน คะแนนตา่ สุด 61 คะแนน
๑๓ ปิยะ ไลห้ ลีกพาล (2020 : บทคัดย่อ) สถานการณ์ระบาดของ COVID-19 ในปี 2563 น้ี ทาให้การเรียนในทุกสถาบันการศึกษาต้องเปล่ียนจากการสอนแบบที่ผู้สอนและผู้เรียนอยู่ใน ห้องเรยี นร่วมกัน (Face-to-face Learning) มาเป็นการสอนแบบออนไลน์ (Online Learning) ซึ่งใน ชน้ั เรียนทเ่ี ปน็ การเรียนแบบบรรยายผสมผสานกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) อย่างเช่น วิชา IND143 ประวัติศิลปะการตกแต่งตะวันตก ได้ปรับเปลี่ยนเทคนิคการสอนและ กจิ กรรมการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับลักษณะการสอนออนไลน์ ที่ผู้สอนและผู้เรียนไม่ได้อยู่ในสถานท่ี เดียวกัน ถึงแม้ว่าการสอนออนไลน์จะมีข้อดีในแง่ที่ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกท่ีทุกเวลา แต่ก็ยังมี ปญั หาและอุปสรรคตามมาเช่นกัน ได้แก่ บรรยากาศของการสอนออนไลน์ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้แบบ ร่วมมือ และอุปสรรคในการส่ือสารเนื่องจากผู้สอนและผู้เรียนอยู่คนละสถานท่ี ในการปรับเปลี่ยน วิธีการสอนเป็นแบบออนไลน์ในครั้งนี้ ได้ปรับย้ายการบรรยายรวมท้ังกิจกรรมการเรียนรู้มาอยู่ใน ระบบอินเทอรเ์ นต็ และไดแ้ ก้ปัญหาบรรยากาศของการสอนออนไลน์ โดยการปรับวิธีการเรียนรู้จาก แบบกลุม่ ย่อยไปเปน็ การเรยี นรู้รว่ มกนั ท้ังชนั้ เรียน และเพิ่มบทบาทของผู้สอนในการควบคุมกิจกรรม การเรียนรู้ ส่วนอุปสรรคในการส่อื สาร แกไ้ ขโดยการเพ่ิมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนใน ช้ันเรียนออนไลน์ การตอบสนองต่อคาถามและข้อสงสัยของผู้เรียนอย่างทันท่วงที และการใช้สื่อ โซเชียลมีเดีย อย่างเช่น Facebook ในการอธิบายและให้คาแนะนาในการเรียนอย่างเต็ม ประสิทธิภาพ การพัฒนาการสอนออนไลน์ โดยการผสมผสานข้อดีของการสอนแบบท่ีผู้สอนและ ผู้เรยี นอยู่ในห้องเรยี นรว่ มกันและการสอนแบบออนไลน์เข้าดว้ ยกัน (Blended Learning) รวมทั้งการ พัฒนาให้เป็นการสอนออนไลน์แบบการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative e-Learning) จะช่วยเพ่ิม ประสทิ ธิภาพของการสอนออนไลนใ์ หม้ ากข้ึน
บทท่ี ๓ วิธดี ำเนนิ กำรศกึ ษำวจิ ยั การศึกษาในคร้ังนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) แบบ One-Group pretest-Posttest Design เพื่อการสรา้ งและหาประสทิ ธิภาพสื่อการจดั การเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วชิ าหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล หลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาชีพช้นั สูง (ปวส.) พุทธศักราช 2563 ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยผู้วิจัยได้ ดาเนินการดงั ตอ่ ไปนี้ ๑. ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง ๒. เครอื่ งมอื ทใี่ ช้ในการศกึ ษา ๓. ขั้นตอนการสรา้ ง ๔. วธิ กี ารเกบ็ รวบรวมข้อมูล ๕. การวิเคราะหข์ ้อมลู ๖. สถติ ิทใี่ ช้ ๑. ประชำกรและกลมุ่ ตัวอยำ่ ง ๑.๑ ประชำกร คือ ผู้เรียนรู้ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) สาขาวิชา เทคโนโลยีธุรกจิ ดิจิทัล ๑.๒ กลมุ่ ตัวอย่ำง ท่ีใช้ในการศึกษาวิจัยเป็นการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) คือ ผู้เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ช้ันปีท่ี 1/1,1/2 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ของวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร ที่ลงทะเบียนเรียน รหัสวิชา 30204-2004 ชื่อวิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ในภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา ๒๕๖3 จานวน 29 คน ๒. เครอื่ งมอื ท่ีใชใ้ นกำรศกึ ษำวจิ ยั ๒.๑ สื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบ และนวัตกรรมธุรกิจดิจทิ ลั (Design Thinking and Business Digital Innovation) ๒.๒ ใบสงั เกตและสัมภาษณป์ ระเมินผลงานการเรยี นรู้ ๒.๓ ใบประเมนิ พฤติกรรม จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มท่ีตอ้ งการเนน้ ๒.๔ แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน ๒.๓ แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนท่ีมีต่อการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ รายวชิ าหลกั การคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) สาขาวชิ าเทคโนโลยธี รุ กิจดจิ ิทัล
๑๕ ๓. ข้นั ตอนกำรสรำ้ งและหำคุณภำพเครื่องมอื ทีใ่ ชใ้ นกำรศกึ ษำวิจยั การสร้างและหาประสิทธิภาพสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการ คิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2563 ของสานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ผู้วิจัยได้กาหนดขั้นตอนการสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือท่ี ใช้ในการศึกษาวิจัย ตามขั้นตอนดังที่แสดงในรูปท่ี ๓.๑ แสดงข้ันตอนการสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ ท่ีใชใ้ นการศึกษาวิจัย ดงั นี้ จดุ ประสงค์การเรยี นรเู้ ชงิ พฤตกิ รรม สรา้ งส่ือการจัดการเรียนรดู้ ้วย G Suite for Education สร้างแบบประเมินส่ือฯ สร้างแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน สร้างแบบสอบถามความพงึ พอใจของผู้เรยี น ผ่าน ผู้เชี่ยวชาญประเมิน (กลุ่ม PLC) ไม่ผ่าน ปรบั ปรงุ แกไ้ ข เครอื่ งมอื ท่ใี ช้ในการวจิ ยั รปู ท่ี ๓.๑ แสดงขนั้ ตอนการสร้างและหาคณุ ภาพเคร่อื งมอื ที่ใช้ในการวจิ ัย
๑๖ ซึ่งขั้นตอนการสร้างและหาคุณภาพเคร่อื งมือทีใ่ ช้ในการศกึ ษาวิจยั มรี ายละเอียดดงั ตอ่ ไปน้ี ๓.๑ กำรสร้ำงส่ือกำรจัดกำรเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิง ออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) มขี ้นั ตอนการสรา้ งดงั น้ี ๓.๑.๓ ศึกษาหลักสูตร เอกสาร ตารา ขอบข่าย เนื้อหาสาระกลุ่มหลักการคิดเชิง ออกแบบและนวัตกรรมธรุ กิจดิจิทัล ๓.๑.๒ สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีใช้จัดการเรียนรู้ด้วยส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลกั การคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) กาหนดจุดประสงค์การเรียนรู้เชิงพฤติกรรม ให้สอดคล้องกับ จุดประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคาอธบิ ายรายวชิ าทีห่ ลักสูตรรายวิชากาหนด ๓.๑.๓ ดาเนินการสร้างส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ตาม ขั้นตอนการสร้างดังแสดงในรูปท่ี ๓.๒ แสดงข้ันตอนการสร้างส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ดังน้ี จุดประสงค์การเรียนรูเ้ ชงิ พฤตกิ รรม สรา้ งเอกสารประกอบการเรยี นรู้ ปรับปรุงแก้ไข ไมผ่ ่าน ผู้เชีย่ วชาญประเมนิ (กลมุ่ PLC) ผ่าน ส่อื การจัดการเรียนการสอนฯ รูปที่ ๓.๒ แสดงขน้ั ตอนการสร้างสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ๓.๑.๔ นาร่างสอ่ื การจัดการเรยี นร้ดู ้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิง ออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ท่ีสร้างข้ึน เสนอต่อกลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยการอาชีพ นวมินทราชินีมุกดาหาร ซ่ึงเป็นผู้เชี่ยวชาญทางวิชาชีพ จานวน 5 ท่าน เพื่อขอคาแนะนา แล้วนามา ปรับปรงุ แกไ้ ขในสว่ นที่บกพรอ่ ง ๓.๑.๕ ดาเนินการสร้างและปรับปรุงส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ตามที่ได้รับการชี้แนะนา เม่ือสร้างเสร็จแล้วนาไปให้กลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) สาขาวิชาคอมพวิ เตอร์ธรุ กิจ ทาการประเมนิ คุณภาพโดยใช้แบบประเมินคุณภาพของเอกสารผล ปรากฏว่า คุณภาพของเอกสารทางด้านเน้ือหา และด้านส่งเสริมการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยโดยรวมเท่ากับ ๔.๘๒ อย่ใู นระดบั คุณภาพมากทส่ี ดุ (ชูศรี วงศ์รัตนะ ๒๕๔๖ : ๘๗-๙๑) แสดงว่าส่ือการจัดการเรียนรู้ ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking
๑๗ and Business Digital Innovation) มีคุณภาพเหมาะสมสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ สามารถ นาไปใชใ้ นการจัดการเรียนรู้ได้ (รายละเอียดดูในภาคผนวก จ ) ๓.๒ สร้ำงแบบประเมินสอื่ กำรจัดกำรเรยี นรู้ด้วย G Suite for Education มีขัน้ ตอนการ สร้างดังนี้ ๓.๒.๑ ศึกษาเกณฑ์ในการสร้างแบบประเมินส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education จากเอกสารต่าง ๆ แล้วสร้างแบบประเมินส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ทจ่ี ดั สรา้ งขน้ึ ๓.๒.๒ นาแบบประเมินส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Educationมาสร้าง เปน็ แบบประเมนิ ความตรงของแบบประเมินคุณภาพสื่อการจัดการเรียนรูด้ ว้ ย G Suite for Education ๓.๒.๓ นาแบบประเมินความตรงของแบบประเมินคุณภาพส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Educationท่ีสร้างข้ึนเรียบร้อยแล้วไปให้กลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ทาการประเมินตรวจสอบความสอดคล้องด้วยดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objectives Congruence : IOC) ของแบบประเมินสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ๓.๒.๔ นาข้อมลู ท่รี วบรวมจากความคดิ เห็นของผูเ้ ชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ข้อมูลหาค่า ความเหมาะสมสอดคลอ้ งของแบบประเมนิ ส่ือการจัดการเรยี นรู้ดว้ ย G Suite for Education โดยใช้สูตรหา ค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง (IOC) ได้ค่าดัชนคี วามสอดคลอ้ งของแบบประเมนิ ส่อื การจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Educationเทา่ กับ ๐.๙๒ แสดงว่าแบบประเมินส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชา หลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) มีความเหมาะสมสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้สามารถนาไปใช้ในการประเมินส่ือการจัดการเรียนรู้ ด้วย G Suite for Educationได้ (รายละเอยี ดดใู นภาคผนวก ง) ๓.๓ สร้ำงแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการ เรียน มขี ัน้ ตอนการสรา้ งดังนี้ ๓.๓.๑ ศึกษาเกณฑ์ในการสรา้ งแบบทดสอบจากเอกสารการวัดและประเมนิ ผลต่าง ๆ ๓.๓.๒ สร้างแบบทดสอบให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้เชิงพฤติกรรมที่ตั้ง ไว้ ซง่ึ มีลักษณะเปน็ แบบประเมินทักษะปฏิบตั ิ คา่ คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน กาหนดการให้ค่าคะแนน ตอบถูกได้ ๑ คะแนน และตอบผดิ ได้ ๐ คะแนน ๓.๓.๓ นาแบบทดสอบที่สร้างขึ้นเรียบร้อยแล้วให้กลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) สาขาวชิ าคอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ ทาการประเมินตรวจสอบความสอดคล้องด้วยดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objectives Congruence : IOC) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนรู้ ๓.๓.๔ นาข้อมลู ทร่ี วบรวมจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ข้อมูลความ เหมาะสมสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ โดยใช้สูตรหาค่าดัชนีความสอดคล้องได้ค่าดัชนี ความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบเท่ากับ ๐.๙๐ แสดงว่าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิการเรียนรู้ เรื่อง “งานหาระดับพ้ืนท่ีก่อสร้าง” มีความเหมาะสมสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้สามารถ นาไปใช้ในการวัดผลทางการเรียน เพ่ือนาไปเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้ (รายละเอียดดูใน ภาคผนวก ฉ )
๑๘ ๓.๓.๕ นาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิไปใช้วัดผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนรู้ ก่อนเรียน (Pre-test) และหลงั เรียน (Post-test) ในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและ นวตั กรรมธรุ กจิ ดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ๓.๔ สร้ำงแบบสอบถำมควำมพึงพอใจของผู้เรียน ท่ีมีต่อการจัดการเรียนรู้ฝึกทักษะด้วย ตนเอง มีขัน้ ตอนการสร้างดงั น้ี ๓.๔.๑ ศึกษาการสร้างแบบสอบถามความคิดเห็นจากเอกสาร ตารา รายงานวิจัยที่ เกยี่ วข้องต่าง ๆ ๓.๔.๒ สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจ/ความคิดเห็น มีลักษณะเป็นแบบมาตรา ส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ๕ ระดับ จากประเด็นคาถาม ๑๐ ข้อ กาหนดค่าระดับความ คดิ เห็นแตล่ ะชว่ งคะแนนและความหมาย ดังนี้ ระดับ ๑ หมายถึง ถกู ต้อง เหมาะสมในระดับน้อยท่สี ดุ ระดบั ๒ หมายถงึ ถูกตอ้ ง เหมาะสมในระดบั นอ้ ย ระดับ ๓ หมายถงึ ถกู ตอ้ ง เหมาะสมในระดบั ปานกลาง ระดับ ๔ หมายถงึ ถกู ต้อง เหมาะสมในระดบั มาก ระดบั ๕ หมายถงึ ถูกต้อง เหมาะสมในระดบั มากที่สดุ สาหรับการให้ความหมายของค่าท่ีวัดได้ ผู้วิจัยได้กาหนดเกณฑ์ที่ใช้ในการให้ ความหมายค่าเฉลีย่ เปน็ รายด้านและรายข้อ ดังนี้ (ชูศรี วงศร์ ตั นะ ๒๕๔๖ : ๘๗-๙๑) ระดับความเหมาะสม ช่วงคะแนน มากทส่ี ุด ๔.๕๑-๕.๐๐ มาก ๓.๕๑-๔.๕๐ ปานกลาง ๒.๕๑-๓.๕๐ น้อย ๑.๕๑-๒.๕๐ นอ้ ยท่ีสดุ ๐.๐-๑.๕๐ ๓.๔.๓ นาแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ฝึกทักษะด้วย ตนเอง วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ท่ีสร้างแล้วไปให้กลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เพื่อตรวจสอบคุณภาพและความเที่ยงตรงเชิงเน้ือหา (IOC : Index of Item Objective Congruence) ของแบบสอบถามความพึงพอใจ ๓.๔.๔ นาข้อมูลที่รวบรวมจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาคานวณหาค่า IOC โดยใช้ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence) คานวณค่าดัชนีความเหมาะสม สอดคล้องของแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียน โดยได้ค่าดัชนีความสอดคล้องเฉลี่ยเท่ากับ ๑.๐๐ แสดงว่าแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียน มีความเหมาะสมสอดคล้องกับจุดประสงค์การจัดการ เรียนรสู้ ามารถนาไปใช้ในการเก็บข้อมูลรวบรวมได้ (รายละเอยี ดดูในภาคผนวก ซ )
๑๙ ๔. วิธกี ำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู การศึกษาในคร้ังนี้ ผู้ศึกษาวิจัยใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้เรียนรู้ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) ช้ันปีท่ี 1/1,1/2 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ของวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร ท่ีลงทะเบียนเรียนรหัสวิชา 30204-2004 ชือ่ หลกั การคิดเชงิ ออกแบบและนวตั กรรมธรุ กิจดจิ ิทัล ในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา ๒๕๖3 จานวน 29 คน ตามลาดับขั้นตอนซ่ึงแสดงในรูปที่ ๓.๓ แสดงข้ันตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล ซ่ึงสามารถ อธิบายรายละเอยี ดได้ ดังน้ี ทดสอบกอ่ นเรยี น (Pre-test) คะแนนทดสอบก่อนเรียน ใชส้ ือ่ การจัดการเรียนการสอนฯ ประเมินผลงานการเรยี นรู้ ประเมินพฤตกิ รรมบ่งช้ี คะแนนระหว่างเรยี น ทดสอบหลังเรียน (Post-test) คะแนนทดสอบหลงั เรียน เก็บรวบรวมข้อมูล รปู ท่ี ๓.๓ แสดงขน้ั ตอนการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ๔.๑ ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) ๔.๒ จัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชงิ ออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจทิ ัล ท่ีสร้างข้ึน ให้ผู้เรียนรู้ศึกษาเนื้อหาทาแบบ ฝึกทักษะ แล้วประเมินผลงานการเรยี นรู้ ประเมินพฤตกิ รรมบ่งช้ี และประเมนิ ช้ินงานตามที่กาหนด ๔.๓ ทดสอบความรูห้ ลงั การเรียนรู้ด้วยแบบทดสอบหลังเรยี น (Post-test) ๔.๔ นาผลคะแนนท่ีได้จากแบบประเมินผลงานการเรียนรู้ แบบประเมินพฤติกรรมบ่งชี้ ประเมินช้ินงาน และทาแบบทดสอบหลังเรียนรู้ มาวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบ การเรียนรู้ฝึกทักษะด้วยตนเอง วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) อันเป็นการประเมินประสิทธิภาพส่ือการจัดการ เรยี นรดู้ ว้ ย G Suite for Education หลังการใช้งานแลว้ ๕. กำรวเิ ครำะหข์ ้อมูล ๕.๑ หาประสิทธิภาพของสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิด เชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) โดยทดลองใช้กับผู้เรียนรู้ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) ช้ันปีที่ 1/1,1/2 สาขาวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ของวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร ที่ลงทะเบียนเรียน
๒๐ รหัสวิชา 30204-2004 ชื่อหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล ในภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 จานวน 29 คน หาคา่ E๑ และคา่ E๒ โดยกาหนดเกณฑ์รอ้ ยละ ๗๕/๗๕ ๗๕ ตัวแรก (E๑ ) หมายถึง ค่าเฉล่ียเป็นร้อยละ ๗๕ ของคะแนนระหว่างเรียนที่ ผู้เรียนรู้ทาได้จากการประเมินผลงานการเรียนรู้ ประเมินพฤติกรรมบ่งช้ี ทาแบบฝึกทักษะ และทา แบบทดสอบ จากการเรยี นรดู้ ว้ ยเอกสารทีส่ ร้างข้ึน ๗๕ ตวั หลัง (E๒ ) หมายถงึ ค่าเฉลยี่ เป็นรอ้ ยละ ๗๕ ของคะแนนที่ผู้เรียนรู้ทาได้จาก การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้จานวน ๑๐ คะแนน หลงั จากเรยี นรู้ด้วยเอกสารท่ีสร้างข้ึน ๕.๒ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนท่ีเรียนด้วยส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าที (t-test) แบบ Dependent ๕.๓ สอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนรู้ ท่ีมีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ค่าร้อยละ คา่ เฉล่ีย ค่าเบยี่ งเบนมาตรฐาน ๖. สถิติทีใ่ ช้ในกำรวเิ ครำะหข์ อ้ มลู ๖.๑ หำควำมเหมำะสมของเครื่องมือ ใช้ค่าดัชนีความสอดคล้องหาค่าความเที่ยงตรง ความสอดคล้อง และความเหมาะสมของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรู้ การประเมิน คุณภาพของสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและ นวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) รหัสวิชา 30204- 2004 สาหรับประเด็นคาถามใช้คา่ สถติ ิ (ชศู รี วงศ์รัตนะ ๒๕๔๖ : ๘๗-๙๑) ดงั น้ี R คำ่ IOC = n เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์ในแบบประเมิน คุณภาพกบั เนื้อหาท่ีวดั R แทน คะแนนรวมความคดิ เหน็ ของผู้เชยี่ วชาญ n แทน จานวนผูเ้ ช่ยี วชาญท้งั หมด ๖.๒ หำประสิทธิภำพของในกำรเรียนรู้ ด้วยสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) รหัสวิชา 30204-2004 ด้วยค่าสถิติโดยใช้สูตร E๑ /E๒ (ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ๒๕๕๖ : ๑๐) ตามเกณฑ์ ๗๕/๗๕ ดงั นี้ ∑X คำ่ E๑ = NA × ๑๐๐ หรอื XA × ๑๐๐ เมอ่ื E๑ คือ ประสทิ ธภิ าพของกระบวนการ ∑X คือ คะแนนรวมของแบบฝึกปฏิบัติกิจกรรมหรืองานท่ีทาระหว่าง เรียนทงั้ ท่เี ปน็ กจิ กรรมในห้องเรยี น นอกห้องเรยี นหรอื ออนไลน์
๒๑ A คือ คะแนนเตม็ ของแบบฝกึ ปฏิบตั ิ ทกุ ชนิ้ รวมกนั N คือ จานวนผู้เรยี น ∑F N × ๑๐๐ หรือ BF × ๑๐๐ คำ่ E๒ = B เม่ือ E๒ คือ ประสิทธภิ าพของผลลัพธ์ ∑F คอื คะแนนรวมของผลลัพธ์ของการประเมนิ หลังเรียน B คอื คะแนนเต็มของการประเมินสุดท้ายของแต่ละหน่วย ประกอบด้วย ผลการสอบหลงั เรยี นและคะแนนจากการประเมินงานสุดท้าย N คอื จานวนผู้เรียน ๖.๓ หำผลสมั ฤทธิ์ทำงกำรเรยี นรู้ ดว้ ยสือ่ การจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) รหสั วิชา 30204-2004 ชอื่ หลักการคดิ เชงิ ออกแบบและนวัตกรรมธรุ กิจดจิ ิทัล ดังน้ี ๖.๓.๑ ค่ำรอ้ ยละ สตู รหาคา่ คะแนนร้อยละ (บุญชม ศรีสะอาด ๒๕๔๕ : ๑๐๔) ค่ำ p f x ๑๐๐ N เม่อื P แทน รอ้ ยละ F แทน ความถ่ีท่ีต้องการแปลงให้เป็นรอ้ ยละ N แทน จานวนความถี่ทัง้ หมด ๖.๓.๒ คำ่ เฉลี่ย การหาระดับความคิดเห็นท่ีมีต่อคุณภาพของเอกสารประกอบการ สอนโดยหาค่าคะแนนเฉลีย่ ( X ) (ชศู รี วงศ์รัตนะ ๒๕๔๖ : ๘๗-๙๑) ∑X ค่ำ X N เมอ่ื X แทน คะแนน เฉลีย่ ระดบั ความพงึ พอใจของผูป้ ระเมนิ X แทน ผลรวมคะแนน ทง้ั หมด N แทน จานวนผู้ประเมนิ ท้ังหมด ๖.๓.๓ ค่ำเบ่ียงเบนมำตรฐำน การหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ระดับความ คดิ เหน็ ท่มี ตี ่อคณุ ภาพของเอกสารประกอบการสอน (ชศู รี วงศ์รตั นะ ๒๕๔๖ : ๘๗-๙๑) คำ่ S.D. N∑X๒ - (∑X)๒ N(N - ๑) เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ∑X๒ แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกาลงั สอง (∑X)๒ แทน ผลรวมของคะแนนทง้ั หมดยกกาลังสอง N แทน จานวนผูป้ ระเมินทัง้ หมดท่แี สดงความคิดเห็น
๒๒ ๖.๓.๔ สถิติทดสอบค่ำที โดยการหาค่าที (t – test) (ประภาพรรณ เส็งวงศ์ ๒๕๕๐ : ๓๐) ดงั นี้ D n ( D2 ) ( D)2 ค่ำ t = (n 1) เม่ือ D แทน ผลต่างของคะแนนคร้งั หลังกบั ครั้งแรก n แทน จานวนคนทง้ั หมด D แทน การนาผลต่างของคะแนนครัง้ หลงั กบั คร้งั แรกของแตล่ ะคน บวกกนั D2 แทน การนาผลตา่ งของคะแนนครง้ั หลังกบั ครั้งแรกของแต่ละคน ยกกาลังสองแลว้ นามาบวกกัน
บทที่ ๕ สรุป อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ การศกึ ษาวิจัย เร่ือง ส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิด เชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง ชั้นปีท่ี 1/1,1/2 สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ครั้งนี้กาหนด วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจยั ดังนี้ ๑. เพ่ือสร้างส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิง ออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ใหม้ คี ณุ ภาพ และประสทิ ธิภาพตามเกณฑ์ ๗๕/๗๕ ๒. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการเรียนรู้ด้วยส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ท่สี รา้ งขนึ้ ๓. เพอ่ื ศึกษาความพงึ พอใจของผูเ้ รียนรทู้ ่ีมีต่อการจัดการเรยี นรู้ ๑. สรุปผลการวจิ ยั มีประเด็นสาคญั สรุปผลไดด้ ังนี้ ๑. สือ่ การจดั การเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและ นวัตกรรมธรุ กิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ที่สร้างขึ้นมีคุณภาพ ความเหมาะสมสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ อยู่ในระดับคุณภาพมากท่ีสุด มีค่าเฉล่ีย ( X ) เทา่ กับ ๔.82 และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เทา่ กบั ๐.๐6 ๒. ผลการหาประสิทธิภาพของส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ที่ สร้างข้ึน พบว่าประสิทธิภาพของส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ประกอบ การ เรยี นร้ฝู ึกทกั ษะดว้ ยตนเอง ชุดนมี้ ีค่าเทา่ กบั ๘5.86/84.83 สูงกว่าเกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ ๗๕/๗๕ ๓. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรู้หลังเรียนด้วยส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ประกอบการเรียนรู้ฝึกทักษะด้วยตนเอง ชุดน้ี สูงกว่าก่อนเรียนนอย่างมีนัยสาคัญทาง สถิตทิ ี่ระดบั .๐๕ ๔. ความพึงพอใจของผเู้ รียนร้ทู มี่ ตี อ่ การจดั การเรียนรู้ โดยภาพรวมมีระดับความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด มีคา่ เฉลย่ี เท่ากบั 4.70 และมีค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากบั ๐.๔9 ๒. อภิปรายผลการวิจัย จากการสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบ และนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง ชั้นปีท่ี 1/1,1/2 สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ครั้งนี้ พบว่า มีคุณภาพความเหมาะสมสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ มีประสิทธิภาพตามท่ีกาหนด ท้ังนี้ เพราะผู้วิจัยได้จัดทาแผนการสร้างส่ือ และดาเนินการตามที่กาหนดในแผน โดยการศึกษาสื่อการ
๒๘ จัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education และงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับการจัดทาส่ือการจัดการ เรียนรู้ด้วย G Suite for Education ประกอบการเรียนรู้ฝึกทักษะด้วยตนเอง และเครื่องมือท่ีใช้ใน การประเมินการสร้าง พัฒนาสื่อ ตลอดทั้งได้ วิเคราะห์จุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และ คาอธิบายวชิ าหลกั การคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) อีกยังได้รับความอนุเคราะห์จากกลุ่มชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทาง วชิ าชีพ จานวน 5 ท่าน ท่ีช่วยตรวจสอบส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ท่ีสร้าง ข้ึน นอกจากนัน้ ผวู้ ิจยั ไดท้ าการตรวจสอบ และหาคณุ ภาพของเคร่อื งมือ แล้วทาการปรับปรุงแก้ไขจน ได้เครื่องมือท่ีมีคุณภาพและประสิทธิภาพสามารถนาไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ พฒั นาผู้เรยี นจนได้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน บรรลุจุดมุ่งหมายที่กาหนด นอกจากนั้นผู้เรียนยังมีความ พึงพอใจต่อการเรียนรู้ สามารถปรับเปล่ียนผู้เรียนด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัย และจิตพิสัยให้สูงขึ้น โดยมีผลการศกึ ษาละผลการเทียบเคียงกบั งานวจิ ัยคนอ่ืน ๆ ดงั น้ี ๑. การสร้างส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ประกอบการเรียนรู้ฝึก ทักษะด้วยตนเอง วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) ผูเ้ ชีย่ วชาญประเมินคุณภาพความเหมาะสมสอดคล้องกับจุดประสงค์การ เรียนรู้ อยู่ในระดับคุณภาพมากท่ีสุด มีค่าเฉลี่ย ( X ) เท่ากับ ๔.70 และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.49 ซ่ึงสอดคล้องกับงานวิจัยของ ณรงค์ นวลเอียด (๒๕๕๘) ที่สร้างและหาประสิทธิภาพส่ือ การจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ประกอบการสอนวิชาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ รหัสวชิ า ๒๑๐๕-๒๑๑๘ สาขาวิชาช่างอิเลก็ ทรอนิกส์ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช ๒๕๕๖ พบว่าคุณภาพของสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ประกอบการสอน มีค่าเฉล่ีย = ๔.๘๗ ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน S.D. = ๐.๓๒ ระดับความคิดเห็นของผู้เช่ียวชาญ อยู่ใน ระดับดีมาก และสอดคล้องกับงานวิจัยของ วันโชค บุญยอง (๒๕๕๘) ท่ีสร้างและหาประสิทธิภาพ สื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ประกอบการเรียนวิชางานปูน (๒๑๒๑-๒๑๐๒) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช ๒๕๕๖ วิทยาลัยเทคนิคตรัง ประเภทวิชาช่าง อุตสาหกรรม สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พบว่า คุณภาพสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ประกอบการเรยี น วชิ างานปนู รหสั วิชา (๒๑๒๑-๒๑๐๒) มคี วามคิดเห็นจาก ผู้เช่ยี วชาญระดบั เหน็ ดว้ ยมาก โดยมีค่าเฉลย่ี = ๔.๔๑ และคา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐาน S.D. = ๐.๖๖๕ ๒. การที่ประสิทธิภาพของสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education วิชาหลักการคิดเชิงออกแบบและนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล (Design Thinking and Business Digital Innovation) มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.86/84.83 สูงกว่าเกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ ๗๕/๗๕ ท้ังน้ีเป็น เพราะการสร้างสอื่ การจดั การเรียนรดู้ ้วย G Suite for Education ดงั กล่าว ผ่านกระบวนการสร้างที่ เป็นระบบ ตามขั้นตอน โดยผู้สร้างได้ศึกษาส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education และ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะสร้างให้มีประสิทธิภาพสามารถพัฒนาผู้เรียน ให้บรรลุจุดประสงค์การ เรียนรู้เชิงพฤติกรรมท่ีกาหนด โดยได้รับการตรวจสอบ แนะนาจากผู้เช่ียวชาญ แล้วนามาแก้ไข ปรบั ปรุง ซ่ึงสอดคล้องกับผลการศึกษาของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในรายงานบทที่ ๒ ของรายงาน เลม่ นี้
๒๙ ๓. การท่ีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนรู้ของผู้เรียน มีความแตกต่างกันท่ีนัยสาคัญทางสถิติท่ี ระดับ .๐๕ โดยก่อนเรียน มีคะแนนเฉลี่ย 4.36 ภายหลังจากเรียนด้วยส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education มคี ะแนนเพิม่ ขนึ้ เฉลี่ย 8.27 ทั้งน้ีเป็นเพราะการจัด การเรียนรู้ได้กาหนด กลยุทธ์การเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนศึกษาใบความรู้ เตรียมเคร่ืองมือ เคร่ืองคอมพิวเตอร์ ส่งใน Google Classroom และแฟ้มสะสมผลงานของนักศึกษา ปฏิบัติทาความสะอาดดูแลบารุงรักษา ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ร่วมกันสรุปอภิปรายวิจารณ์ผลในการปฏิบัติงาน ซึ่งสอดคล้องกับ งานวิจัยของ ทองพูน เบ็ญเจิด (๒๕๕๘) ท่ีได้ศึกษาวิจัยเร่ืองการสร้างและหาประสิทธิภาพสื่อการ จัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ประกอบการสอน วิชางานเคร่ืองมือกลเบ้ืองต้น รหัสวิชา ๓๑๐๐-๐๐๐๙ หลักสูตรประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชนั้ สูง พุทธศักราช ๒๕๕๗ พบว่า นักศึกษามีคะแนน เฉลี่ยจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญที่ระดับ . ๐๕ และสอดคล้องกบั งานวจิ ยั ของ วิชยั แหวนเพชร (๒๕๕๗) ท่ีทาการวิจัยเรื่องการพัฒนาและหา ประสิทธิภาพสื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education คาสอนวิชาการจัดการการผลิตและการ ดาเนินการหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยี อุสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พบว่า ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อน เรยี นมคี ะแนนผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นหลงั เรยี นสงู กว่าก่อนเรียนอย่างมนี ยั สาคัญทางสถติ ทิ ี่ระดับ .๐๕ ๔. การทผ่ี ลการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนรู้ท่ีมีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยภาพรวม มีระดบั ความพงึ พอใจในระดับมากที่สุด มีค่าเฉล่ีย ( X ) เท่ากับ 4.70 และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.49 นอกจากน้ีแล้วยังเพ่ิมช่องทางการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนรู้ คือ ผู้วิจัยได้อัพ ไฟล์ข้อมูลส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ที่สร้างขึ้นในระบบอินเทอร์เน็ตท่ี http://gg.gg/30204-2004 เพอ่ื ให้ผเู้ รียนรสู้ ามารถทบทวน ความรู้ ฝึกทักษะได้ทุกที่ทุกเวลาตาม ความต้องการและน่าสนใจมากยิ่งข้ึน ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องใน รายงานบทท่ี ๒ ของรายงานเลม่ นี้ ๓. ข้อเสนอแนะทัว่ ไปทไี่ ดจ้ ากการวจิ ยั ๓.๑ จากผลการวิจัย พบว่า ส่ือการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ประกอบการเรียนรู้ฝึกทักษะด้วยตนเอง ที่สร้างข้ึน มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กาหนด และเม่ือ นาไปใช้กลุ่มตัวอย่างสามารถพัฒนาผู้เรียน ให้มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงมากกว่าเกณฑ์ (๗๕) ท่ีระดับ ความเช่ือมั่นร้อยละ ๙๕ น่ันคือ ถ้านาไปใช้กับประชากรที่เป็นผู้เรียนรู้ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ช้ันสูง (ปวส.) สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ก็จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงมากกว่าเกณฑ์ (๗๕) เช่นเดียวกัน เน่ืองจากผ่านการทดสอบค่า t ที่ระดับ ๐.๐๕ จึงสามารถนาไปใช้อ้างอิงกับประชากรได้ ดังนนั้ ผวู้ จิ ยั จึงมีความประสงค์เผยแพร่ให้ ครูผู้จัดการเรียนรู้รายวิชาที่เก่ียวข้องด้านสมรรถนะวิชาชีพข้อ ท่ี ๓.5 ประยุกต์ใช้สารสนเทศในงานธุรกิจ ตามโครงสร้างหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง พทุ ธศกั ราช ๒๕๕7 ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ในสถานศึกษาอ่ืน ๆ นาส่ือ การจัดการเรียนรู้ดว้ ย G Suite for Education ท่ีสร้างข้ึนนี้ไปใช้พัฒนาผู้เรียน เพ่ือประโยชน์แก่ผู้เรียนรู้ ผู้จัดการเรียนรู้ ผวู้ จิ ัยได้เผยแพร่สื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ดังกล่าวบนเครือข่าย อินเทอร์เนต็ ท่ี http://gg.gg/30204-2004
๓๐ ๓.๒ ควรนาผลการวิจัยไปใช้ เป็นข้อมูลในการปรับปรุง แกไข สื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย G Suite for Education ประกอบรายวิชาด้านสมรรถนะวิชาชีพ ประยุกต์ใช้สารสนเทศในงานด้าน ธุรกิจ โดยเฉพาะในประเด็นที่มีคะแนนความพึงพอใจเฉล่ียน้อย คือจัดเนื้อหาสาระ และกิจกรรมการ เรยี นรูท้ ด่ี ึงดูดความสนใจของผเู้ รียน ๔. ข้อเสนอแนะเพ่อื การทาวจิ ัยครัง้ ตอ่ ไป ควรทาการศกึ ษาวจิ ัย เพ่ือค้นหากลยุทธ์ในการจัดการเรียนรู้ ที่จะทาให้เน้ือหาสาระ และ กิจกรรมการเรยี นรู้ให้ดงึ ดูดความสนใจของผเู้ รียน
บรรณานกุ รม
๓๒ บรรณานกุ รม กดิ านันท์ มลทิ อง (๒๕๔๓) เทคโนโลยีการศกึ ษาและนวตั กรรม พมิ พค์ รง้ั ท่ี ๒ กรุงเทพมหานคร อรุณการพมิ พ์ เขียน วนั ทนียตระกูล (๒๕๕๑) หลกั การและวธิ ีการสอน มหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั วทิ ยา เขตล้านนา เชยี งใหม่ เฉลมิ ศกั ด์ิ นามเชยี งใต้ (๒๕๔๔) หลกั การ ทฤษฎีและนโยบายการปฏิรูปการศกึ ษา กรงุ เทพมหานคร สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร ชศู รี วงศ์รตั นะ (๒๕๔๖) เทคนคิ การใช้สถติ เิ พ่อื การวิจัย พมิ พ์คร้งั ที่ ๙ กรุงเทพมหานคร เทพเนรมติ การพิมพ์ ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (๒๕๕๖) “การทดสอบประสิทธิภาพส่ือหรอื ชดุ การสอน” วารสารศิลปกร ศึกษาศาสตรว์ ิจัย ๕, ๑ (มกราคม-มถิ นุ ายน) : ๑๐ ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (๒๕๔๕) มติ ิท่ี ๓ ทางการศกึ ษา สานฝันสู่ความเปน็ จรงิ กรงุ เทพมหานคร โรงพิมพ์ บ.เอส.อาร์.พรน้ิ ต้งิ แมสโปรดกั ส์ จากดั ณรงค์ นวลเอยี ด (๒๕๕๘) การสรา้ งและหาประสิทธภิ าพเอกสารประกอบการสอน วชิ าการเขยี น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ รหสั วชิ า ๒๑๐๕-๒๑๑๘ สาขาวชิ าช่างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ พุทธศักราช ๒๕๕๖ วิทยาลยั เทคนคิ พังงา ทองพูน เบ็ญเจดิ (๒๕๕๘) การสร้างและหาประสิทธภิ าพเอกสารประกอบการสอนงานเครอ่ื งมอื กล เบอื้ งตน้ รหัสวชิ า ๓๑๐๐-๐๐๐๙ หลักสตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพช้ันสูง พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๗ วทิ ยาลยั เทคนคิ สุรนิ ทร์ ธวัชชัย เศวตปวิช (๒๕๕๙) รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการสอน รหสั วชิ า 2106-1004 วิชา ความปลอดภัยในงานก่อสร้าง หลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี พทุ ธศักราช ๒๕๕๖ สาขาวิชาชา่ งก่อสรา้ ง วทิ ยาลยั การอาชีพนวมินทราชนิ มี กุ ดาหาร นราวธุ สีหะวงษ์ (๒๕๖๑) การสร้างและหาประสทิ ธภิ าพเอกสารประกอบการเรยี นรู้ฝึกทกั ษะดว้ ย ตนเอง เรื่อง “งานหาระดับพน้ื ที่ก่อสร้าง” ระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพ ชนั้ ปีท่ี ๒ สาขาวิชาช่างกอ่ สร้าง หลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี พุทธศักราช ๒๕๕๖ สาขาวิชาช่าง ก่อสรา้ ง วทิ ยาลัยการอาชีพนวมนิ ทราชนิ มี ุกดาหาร บุญชม ศรีสะอาด (๒๕๔๕) การวจิ ัยสาหรบั ครู กรุงเทพมหานคร สวุ ีรยิ าสาสน์ ประคองศรี สายทอง (๒๕๔๕) “การพฒั นาเอกสารประกอบการเรียนภาษาองั กฤษเก่ยี วกบั สถานท่ี ทอ่ งเทีย่ วสาหรับนกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ ในจังหวัดประจวบคีรีขนั ธ์” วิทยานิพนธ์ ปริญญาศกึ ษาศาสตรม์ หาบัณฑติ สาขาวชิ าศึกษาสาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช ประภาพรรณ เส็งวงศ์ (๒๕๕๐) การพฒั นานวัตกรรมการเรียนร้ดู ว้ ยวธิ ีการวจิ ยั ในชนั้ เรยี น กรุงเทพมหานคร อี เค บุ๊กส์
๓๓ พชิ ติ ฤทธิ์จรญู (๒๕๕๔) รายงานการวิจยั : เขียนอยางไรใหมคี ณุ ภาพ กรุงเทพมหานคร บริษทั ทเี อส อินเตอรปรนิ้ จากดั วันโชค บญุ ยอง (๒๕๕๘) การสร้างและหาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการเรียนวชิ างานปูน (๒๑๒๑-๒๑๐๒) หลักสูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพ พุทธศกั ราช ๒๕๕๖ วทิ ยาลยั เทคนคิ ตรัง สมเดช สีแสดง และสนุ นั ทา สุนทรประเสริฐ (๒๕๕๐) ปฏิรูปการเรยี นรสู้ ู่การพัฒนาวิชาชีพครู นครสวรรค์ รมิ ปงิ การพิมพ์ สชุ าติ ศิริสุขไพบูลย์ (๒๕๕๐) เอกสารประกอบการฝกึ อบรมการเลื่อนวทิ ยฐานะ กรุงเทพมหานคร สาขาวิชาเครื่องกล ภาควิชาครุศาสตร์เคร่ืองกล สถาบนั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าพระนครเหนอื (อัดสาเนา) สวุ ิทย์ มูลคา และสนุ นั ทา สนุ ทรประเสริฐ (๒๕๕๐) ผลงานทางวชิ าการ สกู่ ารเลอ่ื นวทิ ฐานะ กรงุ เทพมหานคร หา้ งหนุ้ ส่วนจากัดภาพพมิ พ์ สทิ ธิ์ สายหล้า (๒๕๔๑) ศาสตรแ์ ละศิลป์การเป็นครู พิมพ์ครง้ั ที่ ๒ นครราชสีมา ศนู ยน์ ิเทศอาชวี ศึกษา ภาคตะวนั ออกเฉลียงเหนอื หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมอาชีวศกึ ษา สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ (๒๕๕๖) หลักสตู รประกาศนยี บตั ร วชิ าชพี พุทธศักราช ๒๕๕๖ ประเภทวิชาอุตสาหกรรม เล่มที่ ๓ กรงุ เทพมหานคร สานกั มาตรฐานการอาชวี ศึกษาและวิชาชพี สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (๒๕๖๑) คูมือ การเขยี นรายงานการวิจัยเพอ่ื พัฒนาคุณภาพการจัดการเรยี นการสอน อาชวี ศึกษา กรงุ เทพมหานคร สุราษฎร์ พรมจันทร์ (๒๕๕๐) ยุทธวิธกี ารเรียนการสอนวชิ าเทคนิค กรุงเทพมหานคร ภาควิชาครศุ าสตร์ เครื่องกล คณะครุศาสตรอ์ ตุ สาหกรรม สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ พระนครเหนือ สุราษฎร์ พรหมจันทร์ (๒๕๕๒) การพัฒนาหลกั สูตรรายวิชา Course Development. พิมพ์ครัง้ ท่ี ๒ กรุงเทพมหานคร ภาควิชาครศุ าสตร์เคร่อื งกล คณะครศุ าสตร์อตุ สาหกรรม มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีพระจอมเกลา้ พระนครเหนอื ศนู ย์ส่งเสรมิ และพฒั นาอาชีวศึกษาภาคกลาง (๒๕๕๘) คมู่ ือการเขยี นแผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยศกึ ษานเิ ทศก์ สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
Search
Read the Text Version
- 1 - 38
Pages: