บทที่ 1 บริษัทมีไว้เพื่อใคร Page_�����������������.indd 21 21 5/8/2562 BE 16:32
22 5/8/2562 BE 16:32 Page_�����������������.indd 22
ผู้บริหารที่ 'ไม่เข้าใจ' กำ�ลังเพิ่มจำ�นวนขึ้น! ช่วงสองสามปีมาน้ีมีเร่ืองอ้ือฉาวของบริษัทต่างๆ เกิดขึ้น มากมาย เร่ืองที่ทุกคนน่าจะยังจ�ำได้ดีก็มีต้ังแต่เรื่องของบริษัทผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์นมสโนว์แบรนด์มิลค์โปรดักส์ บริษัทขนมฟุจิยะ บริษัท อิชิยะเซกะ ผู้ผลิตขนม 'ชิโรอิ โคอิบิโตะ' ที่คนรักขนมคนไหนก็ต้อง รู้จัก บริษัทอากะฟุคุและบริษัทคิชโจที่ผู้คนเคยช่ืนชมในแบรนด์ อันแข็งแกร่ง และยังมีบริษัทมีโฮ้ปที่ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึงอีก ต่อไปแล้ว นอกจากจะละเมิดกฎหมายแล้ว บริษัทเหล่านี้ยังละเมิดต่อ กฎเกณฑ์ทางสังคมอย่างหน้าตาเฉย เรื่องอื้อฉาวของบริษัทต่างๆ เหล่าน้ีกล่าวได้ว่าเป็นผลมาจากการท�ำให้กิจการอันควรเป็นของ ทุกคนในสังคมกลายเป็นของส่วนบุคคลนั่นเอง ระยะหลังมาน้ี คนมักเข้าใจผิดว่าบริษัทเป็นของผู้บริหารและ ผถู้ อื หุ้นเทา่ นน้ั แต่แทจ้ ริงแล้วบรษิ ัทเป็นของคนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ บรษิ ทั โดยตรง ไมว่ า่ จะมสี ว่ นเกยี่ วขอ้ งมากหรอื นอ้ ยกต็ าม คนเหลา่ นน้ั ได้แก่ พนักงาน ครอบครัวของพนักงาน ลูกค้า รวมถึงคนในท้องถิ่น ด้วย นั่นเป็นเหตุผลว่าท�ำไมภาครัฐทั้งในระดับประเทศและระดับ จังหวัด รวมไปถึงสถาบันอย่างหอการค้าจึงต้องให้การสนับสนุน บริษัทเอกชนซึ่งเป็น 'ของส่วนบุคคล' ด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งในเชิง 23 Page_�����������������.indd 23 5/8/2562 BE 16:32
นโยบาย ระบบการจัดเก็บภาษี การให้ความช่วยเหลือทางการเงิน การสนับสนุนเชิงเทคนิค และการบริหารจัดการต่างๆ นบั ตง้ั แตว่ นิ าทที ถ่ี อื กำ� เนดิ ขนึ้ บรษิ ทั กไ็ มไ่ ดเ้ ปน็ แคข่ องผบู้ รหิ าร ครอบครัว หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหน่ึง แต่ควรมองว่าบริษัทนั้นเป็นของ สังคมในวงกว้าง ผู้บริหารท่ีไม่เข้าใจประเด็นที่ว่ามาน้ีมีจ�ำนวนเพ่ิมขึ้นมาก ในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารบางรายที่เอาใบเสร็จร้านอาหารท่ีไป รับประทานกับครอบครัวในวันหยุดมาเบิกกับบริษัท หรือเลือก จ้างงานบุคคลที่เป็นเครือญาติท้ังๆ ท่ีมีคนท่ีมีคุณสมบัติเพียบพร้อม เหมาะสมกับต�ำแหน่งมากกว่า นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการเลือกเลย์ออฟพนักงานคนอ่ืนๆ ออกก่อนพวกพ้องของตนในยามท่ีธุรกิจก�ำลังย่�ำแย่ เหล่าน้ีล้วนเป็น วิธีการบริหารธุรกิจท่ีให้ความส�ำคัญกับพวกพ้อง หรือก็คือ ความพยายามในการปกป้องตัวเองและคนสนิท การบรหิ ารจดั การทปี่ นเประหวา่ งเรอ่ื งสว่ นตวั กบั เรอื่ งสว่ นรวม และการท�ำให้บริษัทกลายเป็นของส่วนบุคคลเช่นน้ี อย่าว่าแต่ ลูกค้าเลย แม้แต่พนักงานในบริษัทเองก็ไม่มีทางเห็นด้วยแน่นอน ต่อให้ใช้เทคโนโลยีทันสมัยแค่ไหน มีการผลิตสินค้าท่ีดีเพียงใด บริษัทที่ละเลยความรับผิดชอบและหน้าที่ในฐานะองค์กรของสังคม ก็จะพังทลายลงในท่ีสุด 24 Page_�����������������.indd 24 5/8/2562 BE 16:32
บริษัทที่ด�ำเนินการโดยขัดต่อสิ่งที่สังคมยึดถือ เม่ือเวลาผ่านไป ความขัดแย้งและไม่ลงรอยกับสังคมก็มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น พนักงาน และคนภายนอกที่ระแคะระคายถึงสัญญาณดังกล่าวก็จะเร่ิม หมดความเช่ือม่ันในตัวบริษัท เพราะพนักงานที่ท�ำงานให้กับบริษัท มักเป็นคนท่ีรู้เบ้ืองลึกเบื้องหลังท่ีแท้จริงของบริษัทดีกว่าใครๆ พนกั งานทที่ ำ� งานอยา่ งขยนั ขนั แขง็ และครอบครวั ของพนกั งาน เหล่าน้ันไม่มีทางยอมรับการกระท�ำที่ขัดต่อสังคมของบริษัทท่ี พวกเขาท�ำงานอยู่อย่างแน่นอน หากการบริหารงานเต็มไปด้วยการหลอกลวงฉ้อฉล พนักงาน ก็มีแต่จะพากันลาออกไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วก็จะถึงจุดที่ไม่สามารถ ผลิตหรือขายสินค้าได้อีกต่อไป หากพิจารณาเช่นนี้ ก็จะเห็นว่าการด�ำเนินธุรกิจโดยตระหนัก ถึงหน้าท่ีและความรับผิดชอบท่ีถูกต้องน้ันมีความส�ำคัญต่อบริษัท มากกว่าความสามารถในการผลิตและวิจัย ความสามารถในการ บริหารจัดการ หรือความสามารถในการขายมากนัก คงไม่ใช่การกล่าวเกินจริงหากจะพูดว่าความตระหนักใน เร่ืองน้ีเป็นสิ่งท่ีตัดสินได้เลยว่าบริษัทจะรุ่งหรือจะร่วง การบริหารบริษัทคือการทำ�งานเพื่อบรรลุ 'หน้าที่และ ความรับผิดชอบต่อบุคคลทั้งห้า' ในเชงิ รปู ธรรมแลว้ บรษิ ทั มหี นา้ ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบอะไรบา้ ง 25 Page_�����������������.indd 25 5/8/2562 BE 16:32
ผมคิดว่าบริษัทมีหน้าท่ีและความรับผิดชอบต่อคนห้ากลุ่ม การกระท�ำเพ่ือไปสู่การบรรลุหน้าที่และความรับผิดชอบต่อบุคคล ท้ังห้าน้ันคือความหมายของ 'การบริหาร' ท่ีแท้จริง 1. ท�ำให้พนักงานและครอบครัวพนักงานมีความสุข คนกลุ่มแรกสุดก็คือพนักงานและครอบครัว พนักงานของบริษัทและคนในครอบครัวที่พนักงานเหล่าน้ัน คอยหาเล้ียงอย่างเหน็ดเหน่ือย เราต้องท�ำให้คนกลุ่มนี้มีความสุข นี่คือหน้าท่ีอันดับแรกท่ีบริษัทควรท�ำให้ส�ำเร็จในฐานะองค์กรของ สังคม \"แตบ่ ริษทั สว่ นใหญ่ควรใหค้ วามสำ� คญั กับลูกค้าเป็นอันดบั หน่ึง ไม่ใช่เหรอ\" คุณอาจจะคิดแบบน้ีอยู่ใช่ไหมล่ะครับ เหตผุ ลทผ่ี มใหค้ วามสำ� คญั กบั พนกั งานเปน็ อนั ดบั หนง่ึ กเ็ พราะวา่ พนกั งานเปน็ ผสู้ รา้ งผลติ ภณั ฑ์ เปน็ ผใู้ หบ้ รกิ ารแกล่ กู คา้ หากพนกั งาน เหล่าน้ันเต็มไปด้วยความรู้สึกว่าถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รู้สึก ไม่พอใจ หรือแคลงใจแล้วล่ะก็ พวกเขาก็ไม่มีทางบริการลูกค้าด้วย ใบหน้าย้ิมแย้มได้อย่างแน่นอน พนักงานท่ีไม่พอใจองค์กรของตัวเอง และไม่มีความรู้สึก เป็นเจ้าของน้ัน ไม่มีทางให้บริการท่ีน่าประทับใจแก่ลูกค้าได้ ลูกค้าที่ มสี ายตาแหลมคมแคม่ องปราดเดยี วกร็ แู้ ลว้ วา่ รอยยม้ิ ไหนเปน็ รอยยม้ิ ที่ฉาบไว้แค่ผิวเผิน 26 Page_�����������������.indd 26 5/8/2562 BE 16:32
ผมขอย้�ำอีกครั้งนะครับ พนักงานที่มีความรู้สึกว่าบริษัทปฏิบัติ ต่อตนเองอย่างไม่เป็นธรรม มีความรู้สึกไม่พอใจหรือคลางแคลงใจ นั้น ไม่มีทางให้บริการอันเปี่ยมไปด้วยพลังงานบวกและน่าประทับใจ ต่อลูกค้าได้ ไม่มีทางผลิตสินค้าท่ีท�ำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจได้ ดังนั้นส่ิงที่ส�ำคัญท่ีสุดจึงเป็นความสุขของพนักงานนั่นเอง หน้าที่และความรับผิดชอบที่ย่ิงใหญ่ท่ีสุดของบริษัทคือการมุ่งสร้าง ความสุขให้เหล่าพนักงานและครอบครัว 2. ท�ำให้พนักงานของผู้รับเหมารายย่อย (Subcontractor) มีความสุข อนั ดบั ทสี่ องกค็ อื พนกั งานของผรู้ บั เหมารายยอ่ ยและครอบครวั หรือพูดอีกแง่ก็คือคนท่ีท�ำงานให้กับบริษัทของเราน่ันเอง ผมเรียกคนกลุ่มน้ีว่า 'พนักงานนอกบริษัท' เพราะพวกเขาเป็น 'พนักงานของบริษัทเราท่ีใส่ชุดยูนิฟอร์มต่างออกไปเท่าน้ัน' ลองคดิ ดนู ะครบั บรษิ ทั สว่ นใหญท่ ถี่ กู เรยี กวา่ ผรู้ บั เหมารายยอ่ ย นั้นช่วยท�ำงานท่ีเราเรียกว่างาน 3D* ซึ่งเป็นงานท่ีบริษัทต้นทาง ท�ำไม่ได้หรือไม่อยากท�ำ งานผลติ จำ� นวนนอ้ ยทไี่ มค่ อ่ ยไดก้ ำ� ไร งานผลติ ทมี่ คี วามซบั ซอ้ น และยุ่งยาก งานด่วน งานที่ต้องใช้ความเร็วสูง งานที่มีความเส่ียงสูง งานอันตราย ผู้รับเหมารายย่อยช่วยท�ำงานเหล่านี้ให้กับพวกเรา * งาน 3D คอื งานทม่ี ลี กั ษณะ dirty, dangerous and demanding คอื สกปรก อันตราย และยาก 27 Page_�����������������.indd 27 5/8/2562 BE 16:32
มบี รษิ ทั จำ� นวนมากทป่ี ฏบิ ตั กิ บั บรษิ ทั ผรู้ บั เหมารายยอ่ ยราวกบั พวกเขาก�ำลังไล่แมลงที่คอยกวนใจ \"ก็เราเป็นคนจ่ายเงินจ้างน่ี จะปฏิบัติกับทางน้ันยังไงก็ได้\" \"ทางน้ีเป็นคนป้อนงานให้นะ ก็ต้องตามใจเราหน่อยสิ\" มีบริษัทขนาดใหญ่จ�ำนวนไม่น้อยที่มีอัตราก�ำไรสุทธิอยู่ที่ 10% 20% หรือ 30% แต่บริษัทผู้รับเหมารายย่อยของบริษัทเหล่านี้ กลับมีอัตราก�ำไรสุทธิเฉล่ียอยู่ที่ 2-3% เท่านั้น และกว่า 70% ของ บริษัทเหล่านี้ประสบภาวะขาดทุน ในขณะเดียวกันก็ยังมีกลุ่มบริษัทใหญ่ท่ีมีผลประกอบการ ดอี ยแู่ ลว้ แตก่ ลบั มนี โยบายทตี่ อ้ งลดตน้ ทนุ ลงอยา่ งมหาศาลแทบทกุ ปี เช่น ต้องลดลง 10% บ้าง 30% บ้าง และมอี กี หลายบรษิ ทั ทก่ี ดราคาสนิ คา้ สงั่ ผลติ ลงแบบตามใจตวั เอง หรือไม่อนุญาตให้ผู้รับเหมารายย่อยเขียนก�ำไรลงในใบเสนอราคา ในใบเสนอราคาของญป่ี นุ่ นนั้ จะมชี อ่ งใหก้ รอกคา่ บรหิ ารจดั การ และก�ำไรอยู่ บริษัทหลายแห่งโอดครวญว่าไม่ว่าจะกรอกตัวเลข เท่าไหร่ลงไปกถ็ กู ลบออกอยูด่ .ี ..ถา้ เขียนไปว่ากำ� ไร 5% กไ็ มผ่ า่ น และ มีแต่จะได้ยินค�ำพูดที่ว่า \"ก�ำไรก็ต้องไปหาเอาเองจากการบริหาร จัดการการผลิตภายในของคุณสิ ตรงน้ีน่ะต้องเขียนว่าศูนย์\" ไม่ยากเลยที่จะมองให้ออกว่าหากท�ำแบบนี้ต่อไป ปฏิกิริยา ต่อต้านจากบริษัทผู้รับเหมารายย่อยก็มีแต่จะเพิ่มข้ึนเร่ือยๆ ปฏิกิริยาต่อต้านน้ันนอกจากจะเร่งให้ผู้รับเหมารายย่อย 28 Page_�����������������.indd 28 5/8/2562 BE 16:32
หลีกเล่ียงผู้จ้างลักษณะน้ีแล้ว ยังน�ำไปสู่การเลิกกิจการของผู้จ้าง อีกด้วย หากผู้รับเหมารายย่อยไม่ยอมร่วมงานกับผู้จ้างหรือต้อง ปิดกิจการลง คนท่ีเดือดร้อนท่ีสุดก็คือบริษัทผู้จ้างเอง ดังนั้นการ บริหารงานโดยให้ความส�ำคัญกับผู้รับเหมารายย่อยจึงเป็นส่ิงจ�ำเป็น ผลก�ำไรของฝ่ายหน่ึงสูงถึง 10% แต่อีกฝ่ายกลับมีผลก�ำไร อยู่ที่ 2% ดูยังไงก็ไม่มีทางเป็นความสัมพันธ์ของคู่ค้าท่ีดีต่อกันไปได้ และย่ิงไม่มีทางได้รับการยอมรับจากสังคมอีกด้วย การท่ีฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ชนะ และอีกฝ่ายเป็นผู้แพ้นั้น ไม่ใช่ รูปแบบความสัมพันธ์ของบริษัทที่ดีเลย การท่ีบริษัทอยู่ได้ด้วยการ สังเวยใครไปไม่ใช่แนวทางท่ีถูกท่ีควร 3. ท�ำให้ลูกค้ามีความสุข ล�ำดับที่สามคือลูกค้า บริษัทที่ถูกลูกค้าเกลียดเรียกได้ว่าไม่มีอนาคต ดังนั้นบริษัทจึง มีหน้าท่ีและความรับผิดชอบในการท�ำให้ลูกค้ามีความสุข \"ดจี งั ทม่ี บี รษิ ทั นอ้ี ย\"ู่ \"ดจี งั ทบี่ รษิ ทั คณุ ผลติ สนิ คา้ แบบนอี้ อกมา\" บริษัทควรให้บริการและผลิตสินค้าที่ท�ำให้ลูกค้ารู้สึกขอบคุณได้ แบบนี้ การติดต่องาน ซื้อสินค้า และใช้บริการของบริษัทเช่นน้ี จะทำ� ใหล้ กู คา้ มคี วามสขุ และประทบั ใจ นคี่ อื หนา้ ทแี่ ละความรบั ผดิ ชอบ ท่ีส�ำคัญเป็นอันดับสามน่ันเอง นักวิชาการด้านการบริหารและผู้บริหารส่วนใหญ่มักกล่าวว่า 29 Page_�����������������.indd 29 5/8/2562 BE 16:32
\"ลูกค้าส�ำคัญเป็นอันดับสามง้ันเหรอ ไม่ใช่แล้วล่ะ ยังไงลูกค้าก็ต้อง มาเป็นอันดับหน่ึง...\" แต่ผมกลับไม่คิดเช่นนั้น ทพี่ ดู อยา่ งนกี้ เ็ พราะวา่ หากลองคดิ ดดู ๆี วา่ ใครเปน็ คนสรา้ งตลาด ให้เกิดขึ้นแล้วล่ะก็ จะพบว่าจริงๆ แล้วคนส�ำคัญท่ีท�ำให้ตลาด เกิดขึ้นได้ก็คือพนักงาน หน้าท่ีของบริษัทคือการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ผลิตและจ�ำหน่ายสินค้าท่ีคิดว่าลูกค้าอยากได้ ดังน้ันลูกค้าก็มี ความส�ำคัญเช่นกัน แต่พนักงานที่ต้องตอบสนองความต้องการของ ลูกค้าอย่างทันท่วงทีนั้นส�ำคัญกว่า หากไม่มีลูกค้า พนักงานก็แค่ ต้องสร้างลูกค้าข้ึนเท่านั้นเอง ความหมายของการบริหารก็คือการสร้างให้เกิดบางส่ิงขึ้นจาก สภาพท่ีไม่มีอะไรเลย การสร้างอะไรบางอย่างจากส่ิงท่ีมีอยู่แล้ว ไม่สามารถสร้างผลประกอบการที่ดีให้แก่บริษัทได้ และน่ันไม่ใช่วิธี การบริหารในแบบ 'ถือคบเพลิงด้วยตัวเอง'* หรือ 'โอนล่ีวัน' แต่เป็น วิธีการบริหารแบบ 'นักเลียนแบบ' หรือ 'บริษัทอันดับสอง' เท่าน้ัน การสรา้ งบางสง่ิ บางอยา่ งจากศนู ยน์ น้ั คอื การคน้ หา สรา้ งคณุ คา่ และอปุ สงคท์ ี่ซอ่ นเรน้ อยู่หรือยังไมม่ ีอยใู่ นโลกใบนขี้ ึน้ มา เป็นรปู แบบ การบริหารธุรกิจที่มุ่งสร้างตลาดใหม่ และสร้างแรงส่ันสะเทือนต่อ ความต้องการของลูกค้าที่หลับใหลอยู่ ณ ก้นบึ้งของจิตใจให้ต่ืนขึ้น มนั คือการสรา้ งสรรคค์ ณุ คา่ ที่อย่ใู นใจลูกค้าประเภท \"ถ้ามขี องแบบนี้ * ค�ำ พูดอนั โด่งดังของฟจู ซิ าวะ ทาเคโอะ ผู้บรหิ ารยคุ บกุ เบกิ ของบรษิ ทั ฮอนดา้ ส่ือถึงการทำ�อะไร ดว้ ยตนเองแม้ว่าจะไม่มปี ระสบการณ์มาก่อนเพ่อื ส่ังสมประสบการณ์ของตนใหพ้ อกพูน 30 Page_�����������������.indd 30 5/8/2562 BE 16:32
ก็คงดีสินะ\" \"ถ้าท�ำได้แบบนี้ก็คงดี\" ให้เกิดข้ึนจริง ถ้าไม่มีลูกค้าก็แค่สร้างลูกค้าข้ึนมา หน้าท่ีท่ีแท้จริงของบริษัท ก็คือการสร้างนั่นเอง แล้วใครกันที่เป็นคนสร้าง ก็พนักงานไงล่ะครับ พนักงานท่ี ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่เท่าเทียม ไม่พอใจ และคลางแคลงใจ ไม่มีทางท่ีจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่คาดหวังว่าจะได้รับ ความประทับใจและการบริการที่ดีได้เลย หากเราท�ำให้ความพึงพอใจของพนักงานและบริษัทผู้รับเหมา รายย่อยเพ่ิมสูงข้ึนได้ ก็จะสามารถท�ำให้ความพึงพอใจของลูกค้า เพ่ิมขึ้นได้ด้วยไปโดยปริยาย 4. ท�ำให้ชุมชนท้องถ่ินมีความสุขและคึกคัก ล�ำดบั ท่ีส่กี ค็ อื หน้าทีแ่ ละความรับผิดชอบตอ่ ชมุ ชนทอ้ งถิ่นหรือ คนในท้องถิ่น คือการทุ่มเทเพ่ือชุมชนท้องถิ่น ซึ่งหมายรวมถึงผู้คนท่ี อาศัยอยู่ในพื้นที่และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติต่างๆ ด้วย พอพูดถึงการทุ่มเทเพ่ือชุมชนท้องถ่ิน หลายบริษัทจะคิดถึง แต่เร่ืองยากๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ การทุ่มเทเพ่ือสังคมของบริษัทก็คือการมุ่งไปสู่การเป็นบริษัท ที่มีคุณค่าส�ำหรับลูกค้า พนักงาน และท้องถ่ินนั่นเอง บริษัทมีหน้าท่ี และความรับผิดชอบท่ีจะต้องสร้างความสุขให้แก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ใน ชุมชนท้องถ่ินน้ัน 31 Page_�����������������.indd 31 5/8/2562 BE 16:32
พูดให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือจะต้องเป็นบริษัทที่ท�ำให้ผู้คนคิดว่า \"บริษัทน้ีเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเรา\" \"บริษัทนี้เป็นความภาคภูมิใจ ของเมืองนี้เลย\" \"อยากให้ลูกๆ เข้าไปท�ำงานในบริษัทน้ีจริงๆ\" หรือก็คือการมุ่งสู่การเป็นบริษัทท่ีเป็นความภาคภูมิใจของผู้คนใน ท้องถ่ินน่ันเอง พอพูดถึงการท�ำเพื่อท้องถ่ิน บริษัทหลายแห่งก็จะนึกถึงแต่ การสนับสนุนด้านศิลปวัฒนธรรม ไม่ก็การกุศล หรือบางคนก็อาจจะ นึกว่าการทุ่มเทเพื่อสังคมน้ันคือการสร้างอาคารหลังใหญ่ หรือไม่ก็ อาจจะนึกถึงการบริจาคเงิน แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ส�ำคัญท่ีสุดคือการบริหารงานในแต่ละวันโดย มีส�ำนึกต่อสังคมในฐานะพลเมืองบรรษัท (Corporate citizenship) ส�ำหรับคนท่ีมีทรัพยากรทางวัตถุในระดับหนึ่งแล้ว พวกเขา ไม่ได้คาดหวังการจ้างงานหรือการผลิตสินค้าจากบริษัท แต่คาดหวัง สิ่งท่ีจะมาเติมเต็มจิตใจได้ต่างหาก บริษัทท่ีพยายามจะบรรลุหน้าท่ี และความรับผิดชอบเช่นน้ีย่อมได้รับการยอมรับและเสียงชื่นชม สดุ ทา้ ยแลว้ การบรหิ ารงานอยา่ งมคี ณุ คา่ ทบี่ รษิ ทั ยดึ ถอื กจ็ ะถกู สอ่ื สาร เผยแพร่ไปสู่ผู้คนในวงกว้าง หากบริหารงานโดยมุ่งเน้นความสุขของผู้คนในท้องถิ่นและ ชุมชนเป็นศูนย์กลาง ส่ิงท่ีท�ำก็จะถูกซึมซับเข้าไปในใจของผู้คน อย่างแน่นอน หลังจากนั้นความประทับใจก็จะถูกส่งต่อไปเป็นลูกโซ่ คนทั้งส่ีกลุ่มท่ีกล่าวมาจนถึงตอนน้ีก็คงมีความสุขกันทุกคน 32 Page_�����������������.indd 32 5/8/2562 BE 16:32
ว่าไหมครับ \"เปน็ สญั ลกั ษณข์ องเมอื งน\"ี้ \"เปน็ บรษิ ทั ทไี่ มม่ ไี มไ่ ด\"้ \"เปน็ บรษิ ทั ท่ีอยากรักษาให้คงอยู่ต่อไป\" การท่ีจะกลายเป็นบริษัทท่ีผู้คนคิดถึง ในแง่นี้ได้นั้น จะต้องบากบั่นเพ่ือบรรลุหน้าท่ีและความรับผิดชอบ ต่อชุมชนท้องถ่ินและผู้คนในท้องถิ่นให้ได้ 5. ความสุขของผู้ถือหุ้นจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ล�ำดับที่ห้าคือความสุขของผู้ถือหุ้นและนักลงทุน อันถือเป็น หน้าท่ีและความรับผิดชอบต่อผู้สนับสนุนเงินทุนและสินทรัพย์ให้แก่ บริษัท ซ่ึงสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทด้วยกัน ประเภทแรกคอื หนา้ ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบในเชงิ วตั ถุ หรอื กค็ อื ผลตอบแทนท่ีเป็นตัวเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น อีกประเภทคือหน้าที่และ ความรบั ผดิ ชอบในเชงิ จติ ใจ โดยวดั ไดจ้ ากการทบ่ี รษิ ทั ทตี่ นเองถอื หนุ้ อยู่น้ันได้รับความเคารพและความรักจากพนักงาน ลูกค้า และชุมชน หรือไม่นั่นเอง นี่คือความต้องการของผู้ถือหุ้นที่อยากให้บริษัทได้รับความ เคารพและการยอมรับจากผู้คนที่เก่ียวข้องท้ังหมด ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน บริษัทผู้รับเหมารายย่อย ลูกค้า และผู้คนในท้องถิ่น ซึ่งควร มาก่อนเร่ืองผลประกอบการที่ดีและผลตอบแทนเสียอีก ผมขอยกตัวอย่างตรงน้ีไว้สักตัวอย่างหนึ่ง ผมเคยเขียนแนะน�ำบริษัทหน่ึงลงในหนังสือพิมพ์ท้องถ่ิน แต่ 33 Page_�����������������.indd 33 5/8/2562 BE 16:32
ไม่ได้เอ่ยช่ือของบริษัทเอาไว้ในบทความ (บริษัทที่ว่าน้ีเป็นหน่ึงใน บริษัทท่ีอยู่ในหนังสือเล่มน้ีด้วย) หลังจากน้ันประธานของบริษัท ดังกล่าวก็ติดต่อมา เล่าว่าได้รับจดหมายจากผู้ถือหุ้น 'ได้อ่านบทความในหนังสอื พมิ พ์แล้ว ถงึ แมจ้ ะไมไ่ ด้ใส่ช่อื บริษทั เอาไว้ แต่อ่านดูก็รู้ได้ทันทีว่าก�ำลังพูดถึงบริษัทที่ฉันถือหุ้นอยู่แน่ๆ รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจท่ีได้เป็นลูกค้าและผู้ถือหุ้นของบริษัท ของคุณ...' เนื้อหาในจดหมายเขียนไว้แบบนั้น อย่างที่ทุกท่านได้เห็นแล้ว ระยะหลังมานี้เริ่มมีผู้ถือหุ้น จำ� นวนมากขนึ้ เรอ่ื ยๆ ทไี่ มไ่ ดม้ องวา่ ราคาหนุ้ หรอื เงนิ ปนั ผลสำ� คญั เปน็ อันดับหนึ่ง บางทีการได้รับจดหมายแบบนี้ต่างหากที่เป็นความสุข ที่สุดของผู้บริหารและพนักงานของบริษัท อันท่ีจริงแล้ว หากเราท�ำให้ความพอใจของบุคคลส่ีกลุ่มแรก เพิ่มสูงขึ้นได้ ความสุขของบุคคลล�ำดับท่ีห้าหรือผู้ถือหุ้นนั้นก็จะ เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ คงไม่ผิดหากจะกล่าวว่าหน้าท่ีและความ รับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นน้ันไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นผลท่ีเกิดขึ้นตามมา มากกว่า ทว่าน่าเสียดายที่ผู้บริหารจ�ำนวนมากยังมีความเข้าใจผิด ในประเด็นน้ี และความเข้าใจผิดน้ันก็น�ำไปสู่การบริหารงานท่ีมุ่งเน้น 34 Page_�����������������.indd 34 5/8/2562 BE 16:32
การท�ำให้ผู้ถือหุ้นมีความสุขเป็นหลัก หากไม่มีผู้ถือหุ้นที่สนับสนุนเงินทุนแล้ว บริษัทก็ไม่อาจด�ำรง อยไู่ ด้ นี่เป็นความจริงท่ีไม่อาจปฏิเสธ แต่เราก็ไม่ควรคิดถึงผู้ถือหุ้น ในลักษณะเดียวกันกับบุคคลส่ีกลุ่มแรก เพราะหากมัวแต่พยายามจะ ท�ำให้ผู้ถือหุ้นมีความสุข ก็รังแต่จะน�ำไปสู่การปั่นราคาหุ้นขึ้นๆ ลงๆ ในระยะสั้น และสูญเสียความสามารถในการบริหารงานในระยะยาว ไปในที่สุด น่ีเป็นแนวโน้มที่มักเห็นได้บ่อยเป็นพิเศษในผู้บริหารของ ธุรกิจ SME เม่ือแยกความแตกต่างระหว่างการลงทุนและการบริหาร ไมอ่ อก กจ็ ะเหน็ ผบู้ รหิ ารไมต่ า่ งจากนายทนุ สง่ ผลใหเ้ กดิ การบรหิ ารงาน โดยยึดผลประโยชน์ของตนเป็นหลัก สุดท้ายความพึงพอใจของ พนักงานและผู้รับเหมารายย่อย รวมไปถึงความพึงพอใจของลูกค้า ก็จะตกต�่ำลง (ติดตามอ่านต่อได้ในฉบับเต็ม) Page_�����������������.indd 35 35 5/8/2562 BE 16:32
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: