รายวชิ าภาษาไทย 1 ท31101 ผู้สอน ครูดวงหทัย ชวลิตเลขา (ครูออย)
• เหตุใดในภาษาไทยตอ้ งมีการแบง่ ระดับภาษา ? มนษุ ยใ์ ชภ้ าษาในสังคม และสังคมของมนษุ ยม์ วี ฒั นธรรมการอยรู่ ว่ มกัน การใชภ้ าษาของแตล่ ะคนจงึ เปลยี่ นไปตามสถานการณ์ การใช้ภาษาเกยี่ วกบั ความสัมพันธข์ องผพู้ ดู และผู้ฟัง จากปัจจยั ทางสังคม เช่น เพศ อายุ ฯลฯ การใชภ้ าษาให้เหมาะสมกบั กาลเทศะ สัมพันธภาพ โอกาส เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกบั สถานการณ์
1. การแบ่งระดับของภาษา การแบง่ ระดับของภาษา อาจแบ่งได้หลายแนวทาง ดงั น้ี 2 ระดบั 3 ระดบั 5 ระดบั ระดับทางการ ระดับพิธกี าร (แบบแผน) ระดบั พิธกี าร (มแี บบแผน) ระดบั ก่ึงพิธกี าร (ก่ึงแบบแผน) ระดับทางการ ระดบั ไมเ่ ป็นทางการ ระดบั ไมเ่ ป็นพิธกี าร (ไมเ่ ป็นแบบแผน) ระดับก่ึงทางการ (ไมม่ แี บบแผน) ระดับสนทนา ระดับกนั เอง
ระดับของภาษา 5 ระดับ 1. ภาษาระดับพิธกี าร 2. ภาษาระดบั ทางการ 3. ภาษาระดับก่ึงทางการ 4.ภาษาระดับสนทนา 5. ภาษาระดับกนั เอง
1. ภาษาระดบั พธิ กี าร ➢ ภาษาท่ีใชใ้ นระดับสงู แบบเป็นพิธกี าร ➢ บคุ คลท่ีใชม้ กั จะเป็นบคุ คลสำคัญหรอื บุคคลช้ันสงู เชน่ พระมหากษัตรยิ ์ นายกรฐั มนตรี ผฟู้ ังจะเป็นประชาชนทัง้ ประเทศ ➢ โอกาสท่ใี ชม้ ักเป็นงำนสำคัญ เชน่ วันเปิดรฐั สภา วันพระราชทานปรญิ ญาบัตร อำจมีคำรำชำศั พท์ ศั พทส์ ูง ศั พท์ท่ไี พเรำะสละสลวย ถ้อยคำท่ใี ช้เป็นพิธีกำร ก่อให้เกิดความจรรโลงใจ สัมพันธภาพระหว่างผรู้ บั สารและผสู้ ่งสาร เป็นไป ดว้ ยความเคารพ ยกย่อง และสุภาพ ➢ สถานท่ใี ชม้ ักเป็นสถำนทศ่ี ั กด์ิสิ ทธ์ิ สถำนท่รี ำชกำร
2. ภาษาระดบั ทางการ ➢ เป็นภำษำเขียนที่ตรงไปตรงมำ มีศัพท์วิชาการอย่บู ้าง ➢ เป็นภาษาเขียนท่ีใชต้ ิดต่อระหว่างหน่ วยรำชกำร กับหน่ วยราชการหรอื การประชุมอยา่ งเป็นทางการ ➢ ผู้ใชม้ ักจะเป็นบคุ คลในวงรำชกำร หรอื บุคคลท่เี ก่ียวข้อง ➢ โอกาสท่ใี ชอ้ าจเป็นงำนสั มมนำ กำรบรรยำยวิชำกำร ➢ ไม่สามารถเล่นคาแพรวพราวเหมือนระดับพิธกี าร มักใช้ภำษำที่กระชับ ชัดเจน
โรงเรยี นทีปังกรวทิ ยาพัฒน์ (ทววี ฒั นา) ในพระราชปู ถมั ภฯ์ ประกาศเรอ่ื ง การรบั หนั งสือเรยี น ประจาปีการศึกษา 2564 ให้แก่นั กเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1-6
3. ภาษาระดบั ก่งึ ทางการ ➢ เป็นภาษาเขียนท่มี ที ัง้ ภำษำพูดและภำษำเขียนปะปนกันอยู่ ➢ มลี ักษณะไมเ่ ป็นแบบแผน ไมเ่ ป็นทางการ ไม่เครง่ เครียด ➢ ใชใ้ นการอภปิ รำยกล่มุ เล็ก การบรรยายหรอื การประชุม กำรนำเสนองำน ในชั้นเรียน ข่ำวและบทควำมในหนังสื อพิมพ์ ➢ ผู้ส่งสารและผรู้ บั สาร จะรูส้ ึ กเป็นกนั เอง มสี ั มพันธภำพทด่ี ี
...เร่มิ ทางลกู รงั เมื่อไหรส่ ัญญาณโทรศัพท์ทุกค่ายถูกตัดขาด เข้าสู่ธรรมชาติแท้จรงิ ตอนแรกรู้สึ กว่าดีแฮะจะได้ไม่มีโทรศั พท์มากวนใจแต่ไม่รู้เลยว่าจะทาให้ยุ่งยากภายหลัง บ้านเรอื นอยกู่ ันเป็นป๊อก (กลุ่ม) ถนนในหมู่บ้านตัดลั ดเลาะไปตามร้ัว ของบ้านจึงไม่เป็น ระเบียบมีดินแดง ๆ ดูแล้วก็เป็นบ้านชนบทท่ีเงียบสงบ...เข้าปากทางหมู่บ้านมีคนทา “หุ่นปลอม” มาตั้งไว้หน้ า บ้าน...ฉันเดาว่าน่ าจะเอาไว้ไล่ “ส่ิ งชั่วร้ำย” ซ่งึ ตอนน้ี ก็น่ าจะหมายถึง “ไวรัสโควิด” ตัวรา้ ย ท่ีเข้ามาคุกคามชวี ิตเรยี บงา่ ยของพวกเขา รัก-ยม.(2564).หุ่นปลอม ไล่ส่ิงช่ัวรำ้ ย พลังศรัทธำ ชนเผำ่ มง้ . สืบคน้ 21 มิถุนายน 2564,จาก https://www.thairath.co.th
4. ภาษาระดบั สนทนา ➢ ใชใ้ นกำรสนทนำโต้ตอบกนั ของคนรูจ้ ักคุ้นเคย แต่เวลาและสถานท่ไี มใ่ ชส่ ่วนตัว ➢ เป็นภำษำพดู ล้วนๆ แต่ไม่มีคำหยำบคำย หรอื คาไม่สภุ าพ มกี ารกรอ่ นคา ยอ่ คา ➢ ถอ้ ยคาท่ใี ชเ้ ป็นถ้อยคำท่เี คยใช้เฉพำะกลมุ่ เข้าใจตรงกัน ➢ เน้ือหาเป็นเร่อื งทวั่ ๆ ไปไม่จำกัดเฉพำะวิชำกำร เชน่ การเขียนจดหมาย การรายงานข่าว ตัวอย่ำง - เทา่ ทพ่ี บการทางานส่งครูของนั กเรยี น ม.4 เย่ียมมากจรงิ ๆ - เธอเป็นคนซอ่ื สัตย์ใคร ๆ ก็ปลื้มเธอในเรอ่ื งนี้
5. ภาษาระดบั กนั เอง (ภาษาปาก) ➢ ใชใ้ นวงจำกัดทีเ่ ป็นส่ วนตัว เชน่ ภายในครอบครวั เพ่ือนสนิ ท ➢ อยใู่ นสถำนที่ส่ วนตัว เชน่ บ้าน ห้องท่เี ป็นส่วนตัว ➢ ใชภ้ าษาคล้ายกับระดบั ท่ี 4 คือใช้ภำษำพูดเท่ำนั้ น ➢ ถอ้ ยคาอาจจะมีคำหยำบคำยปะปนอยู่ หรอื ใชภ้ าษาเฉพาะกลุ่ม ตวั อยำ่ ง - วันพรุง่ นี้เราไปเทยี่ วเขาใหญก่ นั นะครบั - เย็นนี้ รบี กลับมากินแกงสายบัวพรกิ สดกับก้งุ นะลกู
ระดบั ภาษา การเรยี บเรยี ง กลวิธกี ารนาเสนอ คาสรรพนาม ระดับพธิ กี าร เนื้ อหากลมกลนื มีระเบยี บ มีรูปแบบชดั เจน สรรพนามบุรุษท่ี 1 ระดับทางการ ภาษาทใี่ ชม้ ีความไพเราะ มีการข้ึนต้น ลงท้าย ผม กระผม ดิฉัน ข้าพเจ้า ใชศ้ ัพทส์ ูง ศัพท์ทางการ การแสดงทา่ ทาง สรรพนามบรุ ุษที่ 2 ระดับก่งึ ทางการ ไม่มีแบบแผน มีท้งั ภาษาพูด การแต่งกาย ทา่ น ทา่ นท้งั หลาย และเขียน เพราะใชโ้ ต้แย้งกัน อารมณ์ สารวม ระดบั สนทนา สรรพนามบุรุษท่ี 1 ระดับกนั เอง ในที่ประชมุ มีการแสดงอารมณ์ ความรูส้ ึก ฉัน ผม เรา หนู ความคดิ เห็น มีการพูดท่ดี ึงดูด มีความเป็นระเบยี บแบบแผน สรรพนามบุรุษที่ 2 ลดลง เพราะใชภ้ าษาพูด เพ่ือเรยี กความสนใจ เธอ คุณ ท่าน ตัว แก ไม่มีรูปแบบ เพราะพูดกนั เอง เฉพาะกล่มุ หรอื ส่วนตัว
คำรำชำศั พท์ หมายความว่า ศัพท์หลวง ศัพท์ราชการ และหมายรวมถงึ คาสุภาพ ซ่งึ นามาใชใ้ ห้ถกู ต้องตามชน้ั หรอื ฐานะของบคุ คล บุคคลผ้ทู ่พี ดู ต้องใชร้ าชาศัพท์ดว้ ย สำเหตทุ ีต่ อ้ งมคี ำรำชำศั พท์ 1. เพ่ือแสดงความยกยอ่ งเทิดทูนพระเกียรติ พระมหากษัตรยิ ์ พระราชวงศ์ และบคุ คลชนั้ สงู 2. เพ่ือแสดงวัฒนธรรมอนั ดงี ามในสังคมและวัฒนธรรมดา้ นภาษา 3. เพื่อใชใ้ นเอกสารและวรรณกรรมชนั้ สูงของชาติ กำรใช้คำวำ่ “หลวง” “ต้น” 1. ใชป้ ระกอบทา้ ยคานามบางคา เพื่อเป็นราชาศัพท์ - เรอื หลวง เมืองหลวง ลกู หลวง ชา้ งหลวง วังหลวง - ชา้ งต้น ม้าต้น เรอื ต้น ประพาสต้น เรอื นต้น เครอ่ื งต้น
การใชค้ าราชาศัพท์ คาราชาศัพท์ตอ้ งใชใ้ ห้ถูกตอ้ ง ตอ้ งคานึงถึงลาดับราชอสิ รยิ ยศ ซง่ึ ลาดบั ชนั้ พระบรมราชวงศ์ตามประสูติกาลท่ใี ชใ้ นรชั กาลปัจจบุ ัน มดี งั น้ี ลาดบั ที่ 1 พระมหากษัตรยิ ์ ลาดบั ที่ 2 พระบรมวงศช์ น้ั สมเดจ็ พระบรม ลาดบั ที่ 3 พระบรมวงศช์ น้ั สมเด็จเจ้าฟ้า ลาดบั ที่ 4 พระบรมวงศ์ชัน้ พระองคเ์ จา้ ลาดับที่ 5 พระอนุวงศช์ ัน้ หมอ่ มเจ้า
กำรใช้คำรำชำศั พท์ 1. การใชค้ าว่า ทรง นาหน้ าคำนำมสำมญั บำงคำทาให้เป็นกรยิ าราชาศัพท์ได้ เชน่ ทรงกฬี า (เลน่ กฬี า), ทรงธรรม (ฟังเทศน์ ), ทรงบาตร (ใส่บาตร), ทรงชา้ ง (ขชี่ า้ ง) ใช้ นาหน้าคำกริยำสำมญั บำงคำ ทาให้เป็นกรยิ าราชาศัพทไ์ ด้ เชน่ ทรงว่งิ , ทรงยนิ ดี, ทรงอธบิ าย, ทรงยงิ , ทรงเล่น, ทรงสั่งสอน ทรง นาหน้าคำนำมรำชำศั พท์บำงคำ ทาให้เป็นกรยิ าราชาศัพทไ์ ด้ เชน่ ทรงพระราชดาริ (คดิ ), ทรงพระราชนิพนธ์ (แตง่ หนังสือ), ทรงพระสรวล (ยิ้ม), ทรงพระอักษร (อา่ น, เขยี น, เรยี น) ไม่ใช้ ไมน่ าหน้ าคำกรยิ ำรำชำศั พท์ เชน่ เสวย โปรด ประทับ บรรทม เสวย ประชวร คา \"ทรง\" จะใชน้ าหน้ าคากรยิ าที่มีคานามราชาศัพทต์ อ่ ท้ายไมไ่ ด้ เชน่ เป็นพระราชโอรส เป็นพระประมขุ มพี ระราชโองการ ส้ินพระชนม์ ซูบพระองค์ ทรงพระเจรญิ ทอดพระเนตร คำเหล่ำน้ีไมต่ ้องมี \"ทรง\" นำหน้ำ
2.การใชค้ าว่า พระบรม, พระรำช,พระ พระบรม พระมหากษัตริย์ และพระราชินี พระรำช สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรม สมเด็จพระ พระ พระบรมวงศ์ช้ันสมเดจ็ เจา้ ฟ้า พระบรมวงศ์ชั้นพระองค์เจ้า พระอนวุ งศช์ ั้นหมอ่ มเจา้
2. การใชค้ าว่า พระบรม, พระรำช,พระ (ต่อ) พระบรม ใชน้ าหน้าคานามทส่ี าคญั ทเ่ี กีย่ วกบั พระมหำกษัตรยิ เ์ ท่ำน้ัน พระบรมรำช เชน่ พระบรมราโชวาท, พระบรมมหาราชวงั , พระบรมฉายาลักษณ์, พระปรมาภไิ ธย, พระบรมราชโองการ พระรำช ใชก้ บั พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว, สมเด็จพระบรมราชนิ ี เชน่ พระราชโทรเลข, พระราชหัตถเลขา, พระราชเสาวนีย,์ พระราชปฏิสันถาร พระ นาหน้ าคาสามญั ทใี่ ชส้ าหรบั พระมหากษัตรยิ แ์ ละพระราชวงศ์ เพ่ือให้แตกตา่ งกับสามญั ชน เชน่ พระเกา้ อี้ พระทน่ี ั่ง พระตาหนัก พระแสง พระบาท พระหัตถ์ พระเจ้า พระนาสิก พระชะตา
ตวั อยำ่ ง คาราชาศพั ท์ ใช้สาหรบั คาสามัญ คาราชาศัพท์ ใช้สาหรบั พระบรมราชวินิจฉยั พระมหากษัตริย์ คาสามัญ พระบรมราโชวาท พระมหากษตั ริย์ พระราโชวาท สมเดจ็ พระบรมราชินี พระราชวินิจฉัย สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรม คาวินิจฉยั พระวินิจฉัย สมเดจ็ พระบรม สมเดจ็ พระ สมเดจ็ พระ คาสอน พระราชวงศ์ช้ันสมเด็จเจ้าฟ้า พระราชวงศช์ ั้นสมเดจ็ เจ้าฟ้า พระโอวาท และพระองค์เจ้า และพระองค์เจ้า คาสามัญ โอวาท หม่อมเจ้า คาสามญั คาราชาศพั ท์ ใช้สาหรบั รูปถา่ ย คาราชาศัพท์ ใชส้ าหรับ พระบรมฉายา พระมหากษัตริย์ หนงั สือ พระราชนิพนธ์ พระมหากษัตริย์ หรอื พระนพิ นธ์ สมเด็จพระบรมราชินี ลักษณ์ สมเดจ็ พระบรมราชินี เพลงทีแ่ ต่ง พระฉายาลักษณ์ สมเดจ็ พระบรม สมเดจ็ พระบรม สมเด็จพระ สมเด็จพระ พระรปู พระราชวงศช์ ้ันสมเด็จเจ้าฟ้า พระราชวงศช์ ั้นสมเดจ็ เจ้าฟ้า และพระองค์เจ้า นิพนธ์ และพระองค์เจ้า หม่อมเจ้า
3. กำรใช้คำรำชำศั พทก์ รำบบังคม ทฐลู านนั ดรของผรู้ บั ฟงั คาขน้ึ ตน้ สรรพนาม คาลงทา้ ย พระมหากษัตริย์ ขอเดชะฝา่ ละอองธุลี บุรุษท่ี 1 : ข้าพระพทุ ธเจา้ ดว้ ยเกล้าดว้ ยกระหม่อมขอเดชะ พระบาทปกเกลา้ บรุ ุษที่ 2 : ใตฝ้ ่าละอองธลุ ี ปกกระหมอ่ ม พระบาท 1. สมเดจ็ พระบรมราชนิ ี ขอพระราชทานกราบบังคม บรุ ษุ ท่ี 1 : ขา้ พระพทุ ธเจา้ ดว้ ยเกล้าดว้ ยกระหม่อม หรือ ควรมิ 2. สมเด็จพระบรม 3. สมเดจ็ พระ ทลู ทราบฝา่ ละอองพระบาท บุรษุ ที่ 2 : ใตฝ้ ่าละออง ควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ พระบาท โปรดกระหมอ่ ม สมเด็จเจ้าฟา้ ขอพระราชทานกราบทลู บุรุษที่ 1 : ข้าพระพุทธเจา้ ควรมิควรแลว้ แต่จะโปรดเกล้าโปรด ทราบฝา่ พระบาท บรุ ษุ ที่ 2 : ใต้ฝ่าพระบาท กระหมอ่ ม พระองคเ์ จ้า ขอประทานกราบทลู ทราบ บรุ ุษท่ี 1 : ขา้ พระพุทธเจา้ ควรมคิ วรแลว้ แต่จะโปรดเกลา้ โปรด หมอ่ มเจา้ ฝา่ พระบาท บุรุษท่ี 2 : ใตฝ้ า่ พระบาท กระหมอ่ ม ทูล ฝ่าพระบาท บรุ ุษที่ 1 : กระหม่อม (ช.) แล้วแตจ่ ะโปรด หม่อมฉนั (ญ.) บุรุษท่ี 2 : ฝ่าพระบาท
กำรใช้ทูลเกลำ้ ฯถวำย และน้อมเกลำ้ ฯถวำย พระราชทาน...แก่ เจำ้ นำย 1 23 1 ของยกได้ ให้เรำ 2 ประทาน...แก่ 3 ทูลเกล้ำทูลกระหม่อมถวำย เรำให้ (ทูลเกลำ้ ฯ ถวำย) 45 เจำ้ นำย 45 ของหนั ก น้อมเกลำ้ น้อมกระหม่อมถวำย (น้ อมเกล้ำฯ ถวำย) ถวาย...แด่
กำรใช้คำรำชำศั พท์ให้ถูกต้อง ลงชื่อ ให้ เสี ยชีวิต เดินทำง ลงพระปรมาภิไธย พระราชทาน สวรรคต เสด็จพระราชดาเนิน 1 1 23 12 12 ลงพระนามาภิไธย ประทาน สิน้ พระชนม์ เสด็จไป 23 45 34 345 ลงพระนาม ถงึ ชีพิตกั ษยั /สิน้ ชีพิตกั ษยั 4 5
กำรใช้คำรำชำศั พทใ์ ห้ถูกตอ้ ง 1. ใช้ “เฝ้าฯ รับเสดจ็ หรือรบั เสดจ็ ” “ถวายการต้อนรบั ” หรือ “ถวายความจงรกั ภกั ดี” “มีความจงรักภักดี” หรือ “จงรักภักด”ี 2. ใช้ “อาคนั ตกุ ะ” หมายถึง พระมหากษตั ริย์เปน็ แขก โดยบุคคลอืน่ เปน็ เจ้าบ้าน “ราชอาคนั ตุกะ” หมายถึง เจ้าภาพเปน็ พระมหากษัตริย์เชิญแขกสามัญชน “พระราชอาคนั ตกุ ะ” หมายถึง เจ้าภาพเปน็ พระมหากษัตริย์เชิญพระมหากษัตริย์ 3. ใช้ “ขอบใจ” สาหรบั สุภาพชน คนเสมอกัน ผู้ใหญ่ใช้พูดกับผนู้ ้อย พระราชวงศ์ ทรงใช้กับคนสามญั และพระราชาทรงใช้กับประชาชน “ขอบพระทัย” ใช้สาหรบั คนสามัญกล่าวกบั พระราชวงศ์ พระราชวงศ์ทรงใช้กับพระราชวงศ์ หรือพระราชาทรงใช้กับพระราชวงศ์ พระมหากษัตริย์ 4. การใช้คาสุภาพ คาสุภาพ คือคาในภาษาไทยทีเ่ ราใช้กนั ทั่ว ๆ ไป ทีไ่ ม่เกี่ยวเนือ่ งกับ องค์พระมหากษัตริย์ ราชวงศ์ พระสงฆ์ หรือข้าราชการช้ันผู้ใหญ่ เปน็ ถ้อยคาที่เหมาะสม ไม่เปน็ คาหยาบ ไม่เป็นคาที่สั้นหรือห้วนเกินไป เหมาะสมในการใช้สื่อสารระหว่างสุภาพชน เช่น สามีภรรยา บุตรธิดา ปฏิคม ปฏิสังขรณ์ ปลาใบไม้ กระบือ สุกร ขนมสอดไส้
กำรใช้กรยิ ำ “มี”และ “เป็น ” ทรงม/ี ทรงเป็น มี/เป็น + คำสำมญั + คำรำชำศั พท์ ❖ ทรงมที กุ ข์ ❖ มพี ระรำชเสำวนีย์ ❖ ทรงมคี วำมรู้ ❖ มพี ระรำชดำรัส ❖ ทรงเป็นนักปรำชญ์ ❖ มีพระรำชโองกำร ❖ ทรงเป็นทหำร ❖ มพี ระรำชโอรส
จดุ มุ่งหมายอยู่ไม่ไกล ขอเพียงอย่าถอดใจในการอ่านหนังสอื
Search
Read the Text Version
- 1 - 26
Pages: