นิทานเรื่อง พระราชาผู้เป็นที่รัก เด็กชายฟากูร อ่อนละมุน เลขที่ 11 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
นิทานเรื่องพระราชาผู้เป็นที่รัก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเทวดาองค์หนึ่ง อยากช่วยเหลือผู้คน ที่เชื่อแต่เรื่องโชคชะตา จนลืมพึ่งพาความสามารถของตัวเอง เทวดาองค์นี้จึงสละความสุขสบายบนสวรรค์ ชั้นฟ้า แล้วลงมาเกิดเป็นเจ้าชายองค์น้อย เพื่อ หาวิธีทำให้ชาวเมืองทุกคนเห็นว่า มนุษย์ สามารถทำสิ่งใดก็ได้ หากมีความตั้งใจและไม่ ย่อท้อ
เจ้าชายองค์น้อยเริ่มแสดงให้ชาวเมืองได้เห็นว่า มนุษย์สามารถทำสิ่งใดก็ได้ หากมีความตั้งใจ และไม่ย่อท้อ ด้วยการฝึกหัดวาดรูป ซึ่ง พระองค์ไม่เคยมีทักษะมาก่อน เจ้าชายใช้เวลา เรียนรู้และฝึกฝนอยู่นาน จนกระทั่งเวลาผ่าน ไปราว 1 ปี ในที่สุด พระองค์ก็วาดรูปได้ งดงามสมดังที่ตั้งใจเอาไว้
แต่อนิจจา เมื่อชาวเมืองได้เห็นภาพวาดของเจ้า ชาย แทนที่ชาวเมืองจะเล็งเห็นถึงความ พยายามของเจ้าชายในการทุ่มเทฝึกฝน พวก เขากลับเชื่อว่า ความสามารถในการวาดภาพของ เจ้าชาย คงเกิดจากโชคชะตาที่กำหนดให้เจ้าชาย มีพรสวรรค์ในด้านนี้ เมื่อเจ้าชายเห็นว่าไม่ได้ผล พระองค์จึงเปลี่ยนจาก การวาดภาพไปฝึกหัดเล่นดนตรีและแต่งเพลง ซึ่ง น่าจะเข้าถึงผู้คนได้ง่ายกว่า เจ้าชายทรงฝึกฝน เล่นดนตรีและแต่งเพลง ด้วยความตั้งใจและไม่ ย่อท้อ ในที่สุด เจ้าชายก็เล่นดนตรีได้คล่องแคล่ว และสามารถแต่งเพลงได้สำเร็จ
แต่อนิจจา เมื่อชาวเมืองได้ฟังเพลงของเจ้าชาย แทนที่ชาวเมืองจะเล็งเห็นถึงความพยายามของ เจ้าชายในการทุ่มเทฝึกฝน พวกเขากลับเชื่อว่า ความสามารถในการเล่นดนตรีและแต่งเพลงคง เกิดจากโชคชะตาที่กำหนดให้เจ้าชายมีพรสวรรค์ ในด้านนี้ ซึ่งเป็นพรสวรรค์ในด้านศิลปะเช่นเดียว กับการวาดภาพ
เมื่อเจ้าชายเห็นว่าชาวเมืองยังคงไม่เข้าใจ ซ้ำ ยังเชื่อมโยงว่าพระองค์มีความถนัดในด้าน ศิลปะเป็นพิเศษ เจ้าชายจึงตัดสินใจเริ่มฝึกฝน การเล่นกีฬาเรือใบ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพรสวรรค์ ทางศิลปะ โดยพระองค์ทรงฝึกหัดเล่นเรือใบ ด้วยความตั้งใจและไม่ย่อท้อ จนในที่สุด เจ้า ชายก็สามารถบังคับเรือใบได้คล่องแคล่ว อย่างยากจะหาใครเสมอเหมือน
แต่อนิจจา เมื่อชาวเมืองได้เห็นความสามารถใน การเล่นเรือใบของเจ้าชาย แทนที่ชาวเมืองจะ เล็งเห็นถึงความพยายามของเจ้าชายในการ ทุ่มเทฝึกฝน พวกเขากลับเชื่อว่า ความสามารถ ในการเล่นกีฬา อาจเป็นความสามารถอีกอย่าง ที่โชคชะตาได้กำหนดไว้
ความเชื่อเรื่องโชคชะตาที่หยั่งรากลึก ทำให้ชาว เมืองมองไม่เห็นเจตนาของเจ้าชายที่ต้องการ แสดงให้ทุกคนเห็นถึงคุณค่าของความตั้งใจและ ความไม่ย่อท้อ ที่ทำให้มนุษย์สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งโชคชะตาเลยแม้แต่น้อย เมื่อ เจ้าชายเห็นว่า ความพยายามที่ผ่านมานั้นไร้ผล พระองค์จึงตั้งใจ ทำสิ่งที่ท้าทายโชคชะตา และ เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ เพื่อแสดงให้ชาวเมือง ได้ประจักษ์ ถึงพลังแห่งความตั้งใจและความไม่ ย่อท้อของมนุษย์
เจ้าชายองค์น้อยใช้เวลาสังเกตและครุ่นคิดอยู่ นานหลายเดือน พระองค์ทรงเห็นว่า เมือง ของพระองค์มีปัญหาเรื่องความแห้งแล้ง ซึ่ง เป็นผลมาจากฝนที่ไม่ตกต้องตามฤดูกาล บางที หากพระองค์สามารถ ควบคุมให้ฝนตก ได้ดังใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝืนธรรมชาติ ชาวเมือง อาจตาสว่างและเข้าใจสิ่งที่พระองค์ ต้องการให้ พวกเขาได้รับรู้
เมื่อเจ้าชายคิดเช่นนั้น พระองค์จึงเริ่มต้นศึกษา ข้อมูล จากตำราวิทยาศาสตร์ที่มีการนำสารต่าง ๆ มาผสมกันเพื่อก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง อย่างคาดไม่ถึง
เจ้าชายใช้เวลาศึกษาและทดลองด้วยความตั้งใจ และไม่ย่อท้ออยู่นานหลายปี ทั้งยังศึกษาเกี่ยว กับการสร้างเรือลอยฟ้า เพื่อหาวิธีนำสารต่าง ๆ ไปโปรยที่ก้อนเมฆ ครั้นเมื่อพระองค์ทดลองจน เกิดความมั่นใจแล้วพระองค์จึงป่าวประกาศให้ ชาวเมืองได้ทราบว่า พระองค์จะฝืนโชคชะตาและ ธรรมชาติ โดยการทำให้ฝนตกในฤดูที่แห้งแล้ง ที่สุด ซึ่งหากพระองค์ทำได้สำเร็จ ก็ขอให้ชาว เมืองเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากความ พยายาม และความไม่ย่อท้อของมนุษย์ ไม่ได้ เกี่ยวกับโชคชะตาเลยแม้สักนิด
ทันทีที่ชาวเมืองได้ฟัง ทุกคนต่างพากันหัวเราะ เยาะเจ้าชายองค์น้อย เพราะไม่มีใครคิดว่า ในโลก ใบนี้จะมีใครสามารถบังคับให้ฝนตกตามอำเภอใจ ได้
แต่หลังจากที่เจ้าชายนำสารขึ้นเรือลอยฟ้าไป ปล่อยบนก้อนเมฆได้ไม่นาน ฝนก็ตกลงมา
ซึ่งในตอนแรก แม้ชาวเมืองจะยังไม่เชื่อและอ้าง ว่าเป็นความบังเอิญ แต่เมื่อเจ้าชายทำให้ดูซ้ำ ๆ จนทุกคนประจักษ์ว่าฝนที่ตกนั้น เกิดขึ้นจากฝีมือ ของเจ้าชาย ชาวเมืองทุกคนจึงตาสว่าง และเริ่ม ตระหนักว่า ความตั้งใจและความไม่ย่อท้อของ มนุษย์ ทำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย มิใช่ทุก สิ่งถูกกำหนดด้วยโชคชะตาอย่างที่ทุกคนเคยเชื่อ มาโดยตลอด
เจ้าชายองค์น้อยทรงดีใจที่ความพยายามของ พระองค์ประสบผลสำเร็จ ครั้นเมื่อเจ้าชายทรง เติบโตและได้ครองราชย์ พระองค์ก็ดำรงตน เป็นต้นแบบ และเปิดโอกาสให้ชาวเมืองได้ใช้ ความสามารถ ในการพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญ ก้าวหน้า ตลอดช่วงรัชสมัยที่พระองค์ทรง ปกครองบ้านเมืองอยู่ แม้การพัฒนาบ้านเมืองจะเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อ ชาวเมืองมีความตั้งใจและไม่ย่อท้อในการแก้ ปัญหาต่าง ๆ จนพัฒนาบ้านเมืองได้สำเร็จ พวกเขาก็เกิดความมั่นใจที่จะพึ่งพาตนเองมาก ขึ้นเรื่อย ๆ
ในที่สุด เมื่อถึงเวลา ที่พระราชาต้องกลับไป ยังสวรรค์ชั้นฟ้า ชาวเมืองก็พร้อมที่จะดูแล บ้านเมือง ด้วยพลังของตนเองได้อย่างเข้ม แข็งมากขึ้น
และนี่คือนิทาน ซึ่งมีที่มาจากเรื่องราวของพระ ราชาในโลกความเป็นจริง พระราชาของประเทศ เล็ก ๆ ที่รักประชาชนมากที่สุด และเป็นที่รักของ ประชาชนมากที่สุด
พระราชาผู้ทุ่มเทชีวิตในการสร้างประโยชน์แก่ ประชนชนทุกลมหายใจ พระราชาผู้ทรงพระนาม ว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช” พ่อหลวงของคนไทยทุก ๆ คน
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: