การผลิตสื่อ มัลติมีเดีย จัดทำโดย นายภูริวัฒน์ โนรีวงศ์ ม.6/8 เลขที่ 7 เสนอ ครูฐิตา วิหครัตน์ วิชา การผลิตสื่อมัลติมีเดีย (ว33283) ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร
สารบัญ 03 สื่อมัลติมีเดีย 04 องค์ประกอบของมัลติมีเดีย 05 ระบบมัลติมีเดีย 07 แอนิเมชัน 08 มขุั้มนกตลอ้อนงกแาลรสะขร้นางาดงาภนาแพอนิเมชัน
สื่ อ มั ล ติ มี เ ดี ย สื่อมัลติมีเดีย คือ ระบบสื่อสารข้อมูลข่าวสารหลายชนิด โดยผ่านสื่อทางคอมพิวเตอร์ซึ่งประกอบด้วย ข้อความ ฐานข้อมูล ตัวเลข กราฟิก ภาพเสียง และวีดิทัศน์ (JEFFCOATE. 1995) สื่อมัลติมีเดีย คือ การใช้คอมพิวเตอร์สื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟ ภาพศิลป์ (GRAPHIC ART) เสียง ภาพเคลื่อนไหว (ANIMATION) และวีดิทัศน์ เป็นต้น ถ้าผู้ใช้สามารถ ควบคุมสื่อ เหล่านี้ให้แสดงออกมาตามต้องการได้ ระบบนี้จะเรียกว่า มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ ( INTERACTIVE MULTIMEDIA) (VAUGHAN. 1993) สื่อมัลติมีเดีย คือ โปรแกรมซอฟต์แวร์ที่อาศัยคอมพิวเตอร์เป็นสื่อในการนำเสนอโปรแกรมประยุกต์ซึ่ง รวม ถึงการนำเสนอข้อความสีสัน ภาพกราฟิก (GRAPHIC IMAGES) ภาพเคลื่อนไหว (ANIMATION) เสียง (SOUND) และภาพยนตร์วีดิทัศน์ (FULL MOTION VIDEO) ส่วนมัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (INTERACTIVE MULTIMEDIA) จะเป็น โปรแกรมประยุกต์ที่รับการตอบสนองจากผู้ใช้คีย์บอร์ด (KEY BOARD) เมาส์ (MOUSE) หรือตัวชี้ (POINTER) (HALL. 1996) สื่อมัลติมีเดีย คือ การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับ โปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสมผสาน สื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟิก (GRAPHIC) ภาพเคลื่อนไหว (ANIMATION) เสียง (SOUND) และวีดิ ทัศน์ (VIDEO) เป็นต้น และถ้าผู้ใช้สามารถที่จะควบคุมสื่อให้ นำเสนอออกมาตามต้องการได้จะเรียกว่า สื่อ มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (INTERACTIVE MULTIMEDIA) การปฏิสัมพันธ์ ของผู้ใช้สามารถจะกระทำได้โดยผ่าน ทางคีย์บอร์ด (KEYBOARD) เมาส์ (MOUSE) หรือตัวชี้ (POINTER) เป็นต้น การใช้สื่อมัลติมีเดียในลักษณะ ปฏิสัมพันธ์ก็เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้หรือทำกิจกรรม รวมถึงดูสื่อต่างๆ ด้วย ตนเองได้ สื่อต่างๆ ที่นำมา รวมไว้ในสื่อมัลติมีเดีย เช่น ภาพ เสียง วีดิทัศน์ จะช่วยให้เกิดความหลากหลายในการใช้ คอมพิวเตอร์อันเป็น เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในแนวทางใหม่ที่ทำให้การใช้คอมพิวเตอร์น่าสนใจ และเร้าความสนใจ เพิ่มความ สนุกสนานในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บข อ ง มัล ติ มี เ ดี ย 1.ข้อความหรือตัวอักษร(TEXT) 2.ภาพนิ่ง(STILL IMAGE) 3.ภาพเคลื่อนไหว(ANIMATION) 4.เสียง(SOUND) 5.ภาพวิดีโอ(VIDEO)
ร ะ บ บ มั ล ติ มี เ ดี ย ระบบมัลติมีเดีย หมายถึง กระบวนการสร้างหรือจัดทำสื่อประสม โดยการนำสื่อมัลติมีเดียมาประกอบเข้าด้วย กัน จนเกิดเป็นผลงานที่ต้องการ ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการต่างๆ ดังนี้ 1. การนำเข้า (INPUT) 2. การประมวลผล (PROCESSING) 3. การแสดงผล (OUTPUT) 4.การจัดเก็บข้อมูล (STORAGE) โรเซนเบอร์ก และคณะได้นำเสนอรูปแบบการนำเสนอมัลติมีเดียสำหรับการใช้งานทั่วไปจำนวน 5 รูปแบบดังนี้ 1.แบบเชิงเส้น (LINEAR PROGRESSION) 2.แบบอิสระ (PERFORM HYPER-JUMPING) 3.แบบวงกลม (CIRCULAR PATHS) 4.แบบฐานข้อมูล (DATABASE) 5.แบบผสม (COMPOUND) เป็นการนำทุกแบบมาประยุกต์ใช้รวมกันอย่างเหมาะสม
1.ด้านการศึกษา (EDUCATION) > CBL:Classroom-Based Learning (การสอนในชั้นเรียน) 2.ด้านการฝึกอบรม (TRAINING) > CAL:Computer Aided Learning (คอมพิวเตอร์ช่วยสอน) หรือ e-Traning จะลดเวลาในการฝึกอบรมได้ 60% 3.ด้านความบันเทิง (ENTERTAINMENT) > การดู TV ฟังวิทยุ เล่น เกม หรือร้องเพลง ผ่านเครื่องมันติมีเดีย 4.ด้านธุรกิจ (BUSINESS) > Video Conferencing (การประชุม ทางไกล) 5.ด้านการประชาสัมพันธ์ > E-Product (ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์) E-News(ข่าวอิเล็กทรอนิกส์ ) E-Advertising (โฆษณา อิเล็กทรอนิกส์) Live Broadcasting (การถ่ายทอดสดทาง อินเทอร์เน็ต) 6.ด้านระบบจำลองเสมือนจริง > Cyberspace (อาณาจักรแห่ง จินตนาการ) อุปกรณ์ VR ได้แก่ หมวก แว่นตา และถุงมือพิเศษ 7.ด้านการสื่อสารคมนาคม > โทรศัพท์ภาพช่วยให้ สื่อสารเสมือนจริง และใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น 8.ด้านการแพทย์และสาธารณสุข > ใช้ประกอบการวิจัยของแพทย์ เช่น ภาพเอกซเรย์ สมองภาพอัลตร้าซาวด์ 9.ด้านการทหาร > ช่วยให้การใช้แผนที่ทางการทหารมีความสมบูรณ์ มากยิ่งขึ้น รวมทั้ง การใช้อาวุธสมัยใหม่ที่มีระบบแนะน าวิธีด้วยภาพ 3 มิติ ช่วยให้การค้นหาเป้าหมาย ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
แ อ นิ เ ม ชั น แอนิเมชัน (Animation) คือ การสร้างสรรค์ลายเส้นรูปทรงต่างๆให้เกิด การเคลื่อนไหวตามความคิดหรือ จินตนาการ สามารถนำภาพนิ่งมาเรียงลำดับกัน และแสดงผลอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วอย่างน้อย 16 เฟรมต่อ วินาที ทำให้ภาพแต่ละภาพจะยังคงติดตาอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งเรียกว่า การจำภาพติดตา โดยแอนิเมชันจะฉายด้วย ความเร็วที่ต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของการแสดงผล 1.2D Animation คือ ภาพเคลื่อนไหวแบบ 2 มิติ มองเห็นได้ทั้งความสูงและความกว้าง ซึ่งจะมีความเหมือนจริง พอสมควรและการสร้างจะไม่สลับซับซ้อนมากนัก เช่น ภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏตามเว็บต่างๆ รวมทั้ง Gif Animation 2.3D Animation คือ ภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ มองเห็นได้ทั้งความสูง ความกว้าง และความลึก ภาพที่เห็นจะมี ความสมจริงมากถึงมากที่สุด เช่น ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง NEMO เป็นต้น 1.Drawing Animation หรือ 2D Animation คือ ภาพเคลื่อนไหวที่เกิด จากการวาดภาพทีละภาพหลายๆพันภาพ และฉายภาพเหล่านั้นผ่านกล้อง โดยใช้เวลาไม่กี่วินาที 2.Stop Motion หรือเรียกว่า Model Animation ภาพเคลื่อนไหว ประเภทนี้ ผู้สร้างภาพเคลื่อนไหวต้องเข้าไปทำการเคลื่อนไหวโดยตรงกับแบบ จำลอง (Model) และทำการถ่ายภาพเอาไว้ทีละเฟรม ๆ 3.Computer Animation เป็นภาพเคลื่อนไหวที่มักพบกันได้บ่อยในยุค ปัจจุบัน เนื่องจากการใช้โปรแกรมเป็นไปได้ง่ายและมีการนำหลักการแบบ 2D เข้ามาผสมผสานกับตัวโปรแกรม ซึ่งทำได้ง่ายและสะดวกในการแก้ไขและ การแสดงผล ปัจจุบันมีซอฟแวร์ต่าง ๆ ที่สามารถช่วยในการทำภาพ เคลื่อนไหว
ขั้ น ต อ น ก า ร ส ร้ า ง ง า น แ อ นิ เ ม ชั น 1.1 เขียนเรื่องหรือบท (story) เป็นสิ่ง แรกเริ่มที่สำคัญที่สุดในการผลิตชิ้นงาน แอนิเมชัน และภาพยนตร์ทุกเรื่อง แอนิเมชันจะสนุกหรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับเรื่อง หรือบท 1.2 ออกแบบภาพ (visual design) หลัง จากได้เรื่องหรือบทมาแล้ว ก็จะคิดเกี่ยวกับ ตัวละครว่า ควรมีลักษณะหน้าตาอย่างไร สูงเท่าใด ฉากควรจะมีลักษณะอย่างไร สี อะไร ในขั้นตอนนี้ อาจทำก่อน หรือทำ ควบคู่ไปกับบทภาพ (storyboard) ก็ได้ 1.3 ทำบทภาพ (storyboard) คือ การนำบทที่เขียนขึ้นนั้นมาทำการจำแนก มุมภาพต่างๆ โดยการร่างภาพลายเส้น ซึ่ง แสดงถึงการดำเนินเรื่องพร้อมคำบรรยาย อย่างคร่าวๆ 1.4 ร่างช่วงภาพ (animatic) คือ การนำ บทภาพทั้งหมด มาตัดต่อร้อยเรียงพร้อม ใส่เสียงพากย์ของตัวละครทั้งหมด
2.1 วางผัง (layout) คือ การกำหนดมุมภาพ และตำแหน่ง ของตัวละครอย่างละเอียด รวมทั้งวางแผนว่าในแต่ละช็อตภาพ นั้น ตัวละครจะต้องเคลื่อนไหวหรือแสดงสีหน้าอารมณ์อย่างไร 2.2 ทำให้เคลื่อนไหว (animate) คือ การทำให้ตัวละคร เคลื่อนไหวตามบทในแต่ละฉากนั้นๆ ในขั้นตอนนี้สำคัญอย่าง ยิ่ง เปรียบเสมือนการกำกับนักแสดงว่าจะเล่นได้ดี หรือไม่ ซึ่ง หากทำขั้นตอนนี้ได้ไม่ดีพอ ก็อาจทำให้ผู้ชมไม่รู้สึกมีอารมณ์ ร่วมไปกับตัวละครด้วย 2.3 ฉากหลัง (background) ฝ่ายฉากเป็นฝ่ายที่สำคัญไม่ น้อยไปกว่าฝ่ายอื่นๆ เพราะฉากช่วยสื่ออารมณ์ได้เช่นเดียวกับ ตัวละคร เนื่องจากสีและแสงที่ต่างกัน ย่อมให้อารมณ์ที่ไม่ เหมือนกัน และฉากยังช่วยเสริมอารมณ์ของผู้ชมได้มากขึ้น 3.1 การประกอบภาพรวม (compositing) คือ ขั้นตอนใน การนำตัวละคร และฉากหลังมารวมเป็นภาพเดียวกัน ซึ่งทั้ง แอนิเมชันแบบภาพสองมิติและภาพสามมิติ ต่างต้องใช้ กระบวนการนี้ทั้งสิ้น ในกระบวนการนี้ มีการปรับแสง และสีของ ภาพ ให้มีความกลมกลืนกัน ไม่ให้สีแตกต่างกัน 3.2 ดนตรีและเสียงประกอบ (music and sound effects) หมายถึง การเลือกเสียงดนตรีประกอบให้เข้ากับการดำเนินเรื่อง และฉากต่างๆของการ์ตูน รวมทั้งเสียงประกอบสังเคราะห์ด้วย ซึ่งวิศวกรเสียงสามารถสร้างเสียงประกอบ ให้สอดคล้องกับการ ดำเนินเรื่องได้ โดยดูจากเค้าโครงเรื่อง
การผลิตสื่อมัลติมีเดีย THE END จัดทำโดย นายภูริวัฒน์ โนรีวงศ์ ม.6/8 เลขที่ 7 โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร
Search
Read the Text Version
- 1 - 10
Pages: