“...การพัฒนาประเทศจ�ำเป็นต้องท�ำตาม ลำ� ดบั ขน้ั ตอ้ งสรา้ งพน้ื ฐาน คอื ความพอมี พอกนิ พอใชข้ องประชาชนสว่ นใหญเ่ ปน็ เบอื้ งตน้ ก่อน โดยใช้วธิ กี ารและใช้อปุ กรณ์ท่ีประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชาเมื่อได้พื้นฐานมั่นคง พร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้วจึงค่อยสร้าง ค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้น ทสี่ งู ข้นึ โดยลำ� ดบั ต่อไป...” พระบรมราโชวาท ในพธิ ีพระราชทานปรญิ ญาบัตร ของมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ หอประชมุ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ วนั พฤหัสบดีท่ี ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗
ค�ำน�ำ สำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และ สังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดท�ำหนังสือ “ปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง และการประยกุ ต์ใช”้ ฉบบั น้ขี ้ึนเพ่ือ เผยแพร่สาระส�ำคัญของแนวคิด และการประยุกต์ใช้ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับต่างๆ โดยมี วตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื เสรมิ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจในปรชั ญา ของเศรษฐกจิ พอเพยี งสำ� หรบั นอ้ มนำ� ไปใชป้ ระโยชนเ์ ปน็ แนวทางพนื้ ฐานในการดำ� เนนิ ชวี ติ ของประชาชนทกุ ระดบั ส�ำนักงานฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเล่มน้ี จะมสี ว่ นชว่ ยเสรมิ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจ ในหลกั ปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพียงและการประยุกต์ใช้อันจะเป็น ประโยชน์ต่อการเรียนรู้และน�ำไปปรับใช้เป็นแนวทาง ในการด�ำเนินชีวิต เพื่อให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง ในทุกด้าน น�ำสู่ความก้าวหน้าอย่างสมดุล มั่นคง และ ย่ังยืนตอ่ ไป ส�ำนกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๐
บทน�ำ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ส�ำนักงานคณะกรรมการ พฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ (สศช.) ไดเ้ ชิญ ผู้ทรงคุณวุฒิในทางเศรษฐกิจและสาขาอ่ืนๆ มาร่วม ประมวลและกลั่นกรองพระราชด�ำรัสเร่ืองเศรษฐกิจ พอเพียงเพ่ือน้อมน�ำเป็นปรัชญาน�ำทางการพัฒนา ใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๙ โดย ได้จัดท�ำเป็นบทความเรื่อง “ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง” และได้นำ� ความกราบบังคมทลู พระกรณุ าขอ พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย โดยทรงพระกรุณา ปรับปรุงแก้ไขพระราชทาน และทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้น�ำ บทความท่ีทรงแก้ไขแล้วไปเผยแพร่ เพื่อเป็นแนวทาง ปฏบิ ตั ขิ องสำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติและทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้อง ตลอดจน ประชาชนโดยทว่ั ไป โดยมใี จความว่า “เศรษฐกจิ พอเพยี ง” เปน็ ปรชั ญาชถี้ งึ แนวทางการ ดำ� รงอยแู่ ละการปฏิบตั ิของประชาชนในทุกระดับ ต้ังแต่ ระดับครอบครวั ระดบั ชุมชน จนถึงระดบั รัฐ ท้งั ในการ
พัฒนาและการบริหารประเทศให้ด�ำเนินไปในทาง สายกลางโดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกจิ เพ่ือใหก้ ้าวทนั ต่อโลกยคุ โลกาภิวตั น์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอ ประมาณ ความมีเหตุผล รวมถงึ ความจำ� เปน็ ท่ีจะตอ้ งมี ระบบภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดีพอสมควร ต่อการมี ผลกระทบใดๆ อนั เกดิ จากการเปลยี่ นแปลงทง้ั ภายนอก และภายใน ทงั้ น้ี จะตอ้ งอาศยั ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างย่ิงในการน�ำวิชาการต่างๆ มาใชใ้ นการวางแผนและการดำ� เนนิ การทกุ ขน้ั ตอน และ ขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพ้ืนฐานจิตใจของคนใน ชาติ โดยเฉพาะเจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั นกั ทฤษฎี และนกั ธรุ กจิ ในทุกระดับ ให้มีส�ำนึกในคุณธรรม ความซ่ือสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ท่ีเหมาะสม ด�ำเนินชีวิตด้วยความ อดทน ความเพยี ร มสี ติ ปญั ญา และความรอบคอบ เพอื่ ใหส้ มดลุ และพรอ้ มตอ่ การรองรบั การเปลยี่ นแปลงอยา่ ง รวดเร็วและกว้างขวางท้ังด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวฒั นธรรมจากโลกภายนอกไดเ้ ปน็ อย่างดี
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย คุณลักษณะ ๓ ประการพร้อมๆ กัน ได้แก่ ความพอ ประมาณ ความมีเหตผุ ล และภมู ิคมุ้ กันในตวั ท่ดี ี กล่าว คอื กจิ กรรมใดๆ ทข่ี าดคณุ ลกั ษณะใดคณุ ลกั ษณะหนงึ่ ไป จะไมส่ ามารถเรยี กไดว้ า่ เปน็ ความพอเพยี ง ซงึ่ คณุ ลกั ษณะ ท้ัง ๓ ประการ ประกอบดว้ ย ประการท่ี ๑ ความพอประมาณ (Moderation) หมายถึง ความพอดีต่อความจ�ำเป็นและเหมาะสมกับ ฐานะของตนเอง สังคม ส่ิงแวดล้อม รวมทั้งวัฒนธรรม ในแต่ละท้องถิ่น ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ต้องไม่ เบยี ดเบยี นตนเองและผอู้ นื่ และเปน็ การบรหิ ารทรพั ยากร ใหเ้ กิดการใช้อย่างมีประสทิ ธภิ าพที่สดุ ซง่ึ เมอื่ พิจารณา จากสภาพสงั คมและวฒั นธรรมไทย จะพบว่า ความพอ ประมาณนนั้ นบั เปน็ แนวปฏบิ ตั ทิ มี่ มี ายาวนานแลว้ สงั เกต ได้จากการด�ำเนินชีวิตของคนไทย “พออยู่ พอกิน” “พึ่งตนเอง” “ประหยัด เรียบง่าย และได้ประโยชน์ สงู สดุ ”
ประการที่ ๒ ความมีเหตุผล (Reasonableness) หมายถึง การตดั สนิ ใจเกีย่ วกบั ระดบั ของความพอเพียง และการด�ำเนินการอย่างพอเพียงน้ันต้องเป็นไปอย่างมี เหตุผลตามหลักวิชาการ หลักกฎหมาย หลักคุณธรรม และวัฒนธรรมที่ดีงามโดยค�ำนึงถึงปัจจัยที่เก่ียวข้อง ตลอดจนค�ำนึงถึงผลท่ีคาดว่าจะเกิดข้ึนจากการกระท�ำ นั้นๆ อย่างรอบคอบ ถว้ นถี่ “รูจ้ ดุ อ่อน จุดแขง็ โอกาส อปุ สรรค” และคาดการณผ์ ลทีจ่ ะเกดิ ข้ึนอยา่ งรอบคอบ “รเู้ ขา รเู้ รา รจู้ กั เลอื กนำ� สง่ิ ทดี่ แี ละเหมาะสมมาประยกุ ต์ ใช”้ ทง้ั น้ี ความมเี หตผุ ลในปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มคี วามหมายทสี่ ะทอ้ นถงึ ความเขา้ ใจผลทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ จาก การกระทำ� ณ สถานการณใ์ ดสถานการณห์ นง่ึ โดยความ มีเหตุผลจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการส่ังสมความรู้และ ประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่อง มีการศึกษาข้อมูลอย่าง เป็นระบบและรู้วิธีประมวลปัจจัยที่ซับซ้อนมาประยุกต์ ใช้ในการตัดสินใจ เพื่อให้ความคิดและการกระท�ำอยู่ ในกรอบท่ถี ูกตอ้ งตามหลักเหตุผล ดังนั้น ความมีเหตุผล ในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเน้นการตัดสินใจ และการปฏิบตั บิ นพ้ืนฐานของความรแู้ ละประสบการณ์
ประการท่ี ๓ การมีภมู ิค้มุ กันในตวั ท่ีดี (Self-Immunity) หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการ เปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และ วัฒนธรรมจากท้ังในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ สามารถบริหารความเสี่ยง ปรับตัว และรับมือได้อย่าง ทันท่วงที โดยค�ำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตท้ังในระยะส้ันและ ระยะยาว ทั้งนี้ การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีอาจเกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาตหิ รอื เกดิ จากความไมป่ ระมาท ซงึ่ ตอ้ งดำ� เนนิ ไปพร้อมๆ กับความมีเหตุผลและความพอประมาณ หลกี เลย่ี งความตอ้ งการทเี่ กนิ พอดขี องแตล่ ะบคุ คล เปน็ การ สรา้ งวนิ ัยในตัวเองให้เกดิ ขึน้ ในระดบั บคุ คล เพื่อปกปอ้ ง ตัวเองจากกระแสบริโภคนิยม หรือความเปลี่ยนแปลง ทเ่ี กดิ ขนึ้ จากกระแสโลกาภวิ ตั นต์ า่ งๆ เปน็ กลไกการรองรบั ผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ โดยด�ำเนินการ อยา่ งเปน็ ขนั้ เปน็ ตอน เรมิ่ จากการ “แกไ้ ขปญั หาทจ่ี ดุ เลก็ ” หรือ คิด Macro ทำ� Micro
โดยมีเง่ือนไขการตัดสินใจประกอบกิจกรรมทาง เศรษฐกจิ ใหอ้ ยใู่ นระดบั พอเพยี งนน้ั ตอ้ งอาศยั ทง้ั เงอื่ นไข ความรู้ และเงื่อนไขคุณธรรม ดงั น้ี เงอื่ นไขท่ี ๑ ความรู้ (Set of Knowledge) ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ อยา่ งรอบดา้ น ความรอบคอบทจ่ี ะนำ� ความรเู้ หลา่ นนั้ มา พิจารณาให้เชื่อมโยงสัมพันธ์กันเพ่ือการวางแผน และ ความระมดั ระวงั ในการนำ� ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ กดิ ผลในทาง ปฏบิ ตั ทิ กุ ขน้ั ตอน โดยนำ� หลกั วชิ าและความรเู้ ทคโนโลยี ท่ีเหมาะสมมาใช้ ทัง้ ในข้ันการวางแผนและปฏิบัตอิ ยา่ ง รอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวัง กลา่ วคอื น�ำวชิ าการตา่ งๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งมาศกึ ษาอยา่ งรอบดา้ น และมคี วามรอบคอบ ท่ีจะน�ำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกันเพ่ือ ประกอบการวางแผน ตลอดจนมคี วามระมัดระวงั ในข้นั ของการปฏิบัติ
เงอ่ื นไขที่ ๒ คณุ ธรรม (Ethical Qualification) ประกอบดว้ ยการเสรมิ สรา้ งใหจ้ ติ ใจมคี วามตระหนกั ในคณุ ธรรม มคี วามซอ่ื สตั ย์ และมคี ณุ ธรรมในการดำ� เนนิ ชีวิต โดยเน้นความอดทน ความเพียร สติปัญญา และ ความรอบคอบ การปฏิบัติเพ่ือให้เกิดความพอเพียงน้ัน ต้องเสริมสร้างให้คนในชาติมีพ้ืนฐานจิตใจที่มีคุณธรรม ประกอบด้วย มีความตระหนักในความซื่อสัตย์ สุจริต จรงิ ใจ ทงั้ นี้ การท่บี คุ คล ครอบครัว องคก์ ร และชมุ ชน จะน�ำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ต้องน�ำระบบ คณุ ธรรมและความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ มาประพฤตปิ ฏบิ ตั กิ อ่ น โดยเรม่ิ จากการอบรมเลยี้ งดใู นครอบครวั การศกึ ษาอบรม ในโรงเรียน การสั่งสอนศีลธรรมจากศาสนา รวมท้ัง การฝึกจิต ข่มใจตนเอง ในขณะเดียวกัน ต้องมีการ “ดำ� เนนิ ชวี ติ ดว้ ยความเพยี ร” คอื มคี วามอดทน ความ รอบคอบ และความเพยี ร ตลอดจนใช้สตปิ ัญญาในการ ด�ำเนนิ ชีวติ
“...เศรษฐกจิ พอเพยี ง แปลวา่ Sufficiency Economy …คำ� วา่ Sufficiency Economy นี้ ไมม่ ีในตำ� ราเศรษฐกจิ . จะมีไดอ้ ยา่ งไร เพราะวา่ เปน็ ทฤษฎีใหม่ ...Sufficiency Economy นัน้ ไมม่ ใี นตำ� รา หมายความวา่ เรามคี วามคดิ ใหม่... และทา่ นผเู้ ชีย่ วชาญสนใจ กห็ มายความวา่ เรากส็ ามารถที่จะไปปรบั ปรงุ หรือไปใช้หลักการ เพ่ือทจี่ ะใหเ้ ศรษฐกจิ ของประเทศและของโลกพฒั นาดขี ึน้ ...” พระราชด�ำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช เนื่องในวโรกาสวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา ๒๓ ธนั วาคม ๒๕๔๒
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ประเทศชาติ ประชาชน มคี วามสมดลุ อย่างยง่ั ยืน พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ภูมิคมุ้ กนั ดา้ นวตั ถุ • สงั คม • ส่ิงแวดลอ้ ม • วฒั นธรรม นำ� สู่ ทางสายกลาง พอประมาณ ความพอเพยี ง มีเหตุผล มีภมู คิ ุม้ กนั ความรอบรู้ บนพ้นื ฐาน คณุ ธรรม ความรอบคอบ ซื่อสัตย์ สจุ ริต อดทน ความระมดั ระวงั ความเพียร มีสติ ปัญญา
การประยกุ ต์ใชห้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพียง ระดบั บคุ คลและครอบครัว การประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เร่ิมได้จากระดับเล็กที่สุดคือบุคคลและครอบครัว โดย การเรยี นรทู้ จ่ี ะพงึ่ พาตนเอง มเี หตมุ ผี ล ใชช้ วี ติ อยา่ งสมดลุ บนทางสายกลาง สรา้ งโอกาสในการเรยี นรปู้ ระสบการณ์ และทักษะตา่ งๆ เพ่ือสามารถรู้เท่าทนั การเปลี่ยนแปลง ยกระดบั ตนเองดา้ นคณุ ธรรม พรอ้ มทง้ั กำ� หนดเปา้ หมาย การด�ำเนินชีวิตอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซ่ึงเป็นพื้นฐาน สำ� คญั ในการอยรู่ ว่ มกันของคนในสงั คม และอยูร่ ว่ มกับ ระบบนเิ วศอยา่ งเกอื้ กลู รจู้ กั แบง่ ปนั มสี ตยิ ง้ั คดิ พจิ ารณา อย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจหรือกระท�ำการใดๆ จนกระทั่งเกิดเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีในการด�ำรงชีวิต โดย สามารถคิดและกระท�ำบนพ้ืนฐานของความมีเหตุผล พอเหมาะ พอประมาณกบั สถานภาพ บทบาท และหนา้ ท่ี ของแตล่ ะบคุ คลในแตล่ ะสถานการณ์ แลว้ เพยี รฝกึ ปฏบิ ตั ิ เช่นนจ้ี นสามารถทำ� ตนใหเ้ ป็นทพี่ ึง่ ของตนเอง และเปน็ ทีพ่ ึง่ ของผอู้ น่ื ได้
การประยุกต์ใชห้ ลักเศรษฐกิจพอเพยี ง ระดบั ชุมชน ชมุ ชนพอเพยี ง ประกอบดว้ ย บคุ คลและครอบครวั ทด่ี ำ� เนินชีวิตอย่างมีเหตุผล รจู้ ักแบง่ ปัน พึ่งพาตนเอง มี ความรู้และคุณธรรมเป็นกรอบในการด�ำเนินชีวิต และ ตา่ งมคี วามปรารถนาจะสรา้ งความรว่ มมอื เพอื่ ประโยชน์ สว่ นรวม อาทิ การรวมกลมุ่ ทำ� กจิ กรรมสอดคลอ้ งเหมาะสม กับสถานภาพ ภูมิสังคมของแต่ละชุมชน ใช้ทรัพยากร ตา่ งๆ ทม่ี อี ยใู่ นชมุ ชนอยา่ งเกอ้ื กลู ผา่ นการรว่ มแรง รว่ มใจ รว่ มคดิ รว่ มทำ� แลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ บั บคุ คลหลายสถานภาพ ในส่ิงที่จะสร้างประโยชน์สุขและร่วมสร้างความ เข้มแข็งใหก้ ับชุมชน นำ� ไปสกู่ ารพฒั นาแก้ไขปัญหาของ ชมุ ชนอย่างมเี หตผุ ลโดยอาศัยสติ ปญั ญา ความสามารถ ของทกุ ฝา่ ยทเี่ กย่ี วขอ้ ง และบนพน้ื ฐานของความซอื่ สตั ย์ สจุ รติ ขยนั หมน่ั เพยี ร และมคี วามเออื้ เฟอ้ื เผอ่ื แผ่ สามคั คี ช่วยเหลือแบ่งปันกันระหว่างสมาชิกชุมชน จนน�ำไปสู่ การพฒั นาของชมุ ชนทสี่ มดลุ มภี มู คิ มุ้ กนั พรอ้ มรบั ตอ่ การ
เปลยี่ นแปลง กระทงั่ สามารถขยายไปสเู่ ครอื ขา่ ยระหวา่ ง ชุมชนตา่ งๆ ในวงกว้างตอ่ ไป การประยุกต์ใช้หลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง ระดับประเทศ แผนการบรหิ ารจดั การประเทศ สง่ เสรมิ ใหบ้ คุ คล/ ชมุ ชนตา่ งๆ มีวถิ ีปฏิบัติ มคี วามรว่ มมือ และการพฒั นา ในสาขาต่างๆ ตามแนวทางของปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งและดำ� เนนิ การตามแผนดงั กลา่ วอยา่ งรอบคอบ เป็นข้ันตอน เร่ิมจาการวางรากฐานของประเทศให้มี ความพอเพยี ง โดยสง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนสว่ นใหญส่ ามารถ อยู่อย่างพอมีพอกินและพ่ึงตนเองได้ด้วยการมีความรู้ และทักษะท่ีจำ� เปน็ ในการดำ� รงชวี ิตอยา่ งเทา่ ทนั ตอ่ การ เปลี่ยนแปลงต่างๆ และมีคุณธรรม ซ่ือสัตย์สุจริต ขยัน หม่ันเพียร เอื้อเฟื้อแบ่งปัน และใช้สติปัญญาในการ ตดั สนิ ใจและดำ� เนนิ ชวี ติ พรอ้ มทง้ั สง่ เสรมิ การแลกเปลยี่ น
เรียนรู้ระหว่างกลุ่มคนต่างๆ จากหลากหลายภูมิสังคม หลากหลายอาชีพ หลากหลายความคิด ประสบการณ์ เพอื่ สรา้ งความเขา้ ใจและรคู้ วามเปน็ จรงิ ระหวา่ งกนั ของ คนในประเทศ จนน�ำไปสู่ความสามัคคี และจิตส�ำนึก ที่จะร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ไปอยา่ งสอดคลอ้ งสมดลุ กบั สถานภาพความเปน็ จรงิ ของ คนในประเทศอยา่ งเป็นขัน้ เป็นตอนเปน็ ล�ำดับๆ ต่อไป การประยุกต์ใชห้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพียง ในกลุ่มเกษตรกร แนวทาง “เกษตรทฤษฎีใหม”่ เพ่อื การพึ่งตวั เอง อย่างยัง่ ยนื โดย ข้ันตอนที่ ๑ เป็นแนวทางการจดั การพน้ื ที่เกษตรกรรม ในระดบั ครอบครวั ทส่ี อดคลอ้ งสมดลุ กบั ระบบนเิ วศ เพอื่ ใหพ้ ออยู่ พอกนิ สมควรแกอ่ ตั ภาพในระดบั ทป่ี ระหยดั และ เลย้ี งตนเอง/ครอบครวั ได้
ขน้ั ตอนท่ี ๒ การรวมกลมุ่ ในรปู สหกรณร์ ว่ มมอื กนั ในการ ผลิต จัดการตลาดและพัฒนาสวัสดิการของชุมชนใน รูปแบบตา่ งๆ เป็นการสร้างความสามคั คีภายในทอ้ งถ่ิน และเตรยี มความพร้อมกอ่ นก้าวสู่โลกภายนอก ขัน้ ตอนท่ี ๓ ตดิ ตอ่ ประสานงานกบั หนว่ ยงานภายนอก เพอ่ื จดั หาทนุ วชิ าการความรเู้ ทคโนโลยจี ากธรุ กจิ เอกชน เชน่ ธนาคาร บรษิ ทั หา้ งรา้ น เอกชน ตลอดจนหนว่ ยงาน ภาครัฐ มูลนิธิต่างๆ มาช่วยในการลงทุนและพัฒนา คณุ ภาพชีวิต โดยสรุป แนวพระราชด�ำริส่งเสริมให้เกษตรกร สามารถพงึ่ ตนเองไดแ้ ละมกี ารรวมกลมุ่ กนั และเชอ่ื มโยง เครอื ขา่ ยในดา้ นตา่ งๆ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความกา้ วหนา้ ตามลำ� ดบั ขั้นอย่างสมดุลสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในแต่ละ ทอ้ งถน่ิ โดยประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ ภมู ปิ ญั ญาและทรพั ยากร ที่มีอยู่อย่างเหมาะสมบนพื้นฐานของคุณธรรม ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ ขยนั หมน่ั เพยี ร เออ้ื เฟอ้ื แบง่ ปนั และ ใชส้ ตปิ ัญญาในการตัดสนิ ใจและการดำ� เนินชีวติ
การประยกุ ต์ใชห้ ลกั เศรษฐกิจพอเพียง ในภาคธุรกิจเอกชน ภาคธุรกิจเอกชนทุกระดับสามารถปรับใช้หลัก เศรษฐกิจพอเพยี งในการด�ำเนนิ ธุรกจิ โดยยึดหลักความ พอดี มีคุณธรรมจริยธรรม ค�ำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อยา่ งรอบคอบ ซ่ึงจะนำ� ไปสกู่ ารเติบโตขององคก์ รธุรกจิ ทีม่ ัน่ คง ย่งั ยนื และมีความสขุ โดยการประยกุ ต์ใช้มจี ุด เรม่ิ ตน้ สำ� คญั คอื การปรบั กระบวนการความคดิ ทงั้ ผบู้ รหิ าร และพนกั งานใหม้ คี วามเขา้ ใจในหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพอื่ รว่ มสรา้ งคา่ นยิ มและวฒั นธรรมขององคก์ ร น�ำไปสู่การก�ำกับดูแลกิจการภายในท่ีดี ให้ความส�ำคัญ กบั การบรหิ ารจดั การความเสยี่ งเพอื่ ความยง่ั ยนื โดยมกี าร ประเมินความสามารถและศกั ยภาพของตนเอง มีความ เพยี รในการศกึ ษาขอ้ มลู ขา่ วสารอยตู่ ลอดเวลาเพอ่ื ความ รอบรแู้ ละกา้ วทนั ตอ่ การเปลย่ี นแปลง รกั ษาสมดลุ ในการ แบ่งปันผลประโยชน์ของธุรกิจในระหว่างผู้มีส่วนได้ สว่ นเสยี ตา่ งๆ อยา่ งสมเหตสุ มผล ตงั้ แตผ่ บู้ รโิ ภค พนกั งาน
บริษัทคู่ค้า ผู้ถือหุ้น และสังคมวงกว้าง มุ่งพัฒนาธุรกิจ ใหเ้ ตบิ โตในระดบั ทเ่ี หมาะสมพอดอี ยา่ งต่อเน่ือง โดยใช้ ทรัพยากรในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ท�ำลาย สิ่งแวดล้อม พัฒนาปรับปรุงสินค้าและบริการให้ทัน ความตอ้ งการของตลาดและการเปลยี่ นแปลงทางเทคโนโลยี โดยผบู้ รหิ ารใชค้ วามรอบคอบระมดั ระวงั ในการตดั สนิ ใจ และสนบั สนนุ การพัฒนาของสังคมและชุมชน ทั้งในมติ ิ เศรษฐกจิ สังคม วฒั นธรรม และสิง่ แวดล้อม การประยกุ ต์ใช้หลกั เศรษฐกจิ พอเพียง ในกล่มุ นกั การเมอื ง นักการเมืองท่ีมีหลักคิด และหลักปฏิบัติบน พื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียงจะต้องเป็นตัวอย่างของ ผนู้ ำ� ทม่ี คี วามเขม้ แขง็ ทางดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มคี วาม ละอายและเกรงกลัวต่อการกระท�ำความผิดแม้เพียง เล็กน้อย เนื่องจากการกระท�ำของผู้น�ำส่งผลกระทบใน
วงกวา้ งตอ่ ชมุ ชน/สงั คม และในขณะเดยี วกนั นกั การเมอื ง ในทุกระดับจะต้องรู้จักสังคม ชุมชน ท่ีแต่ละคนเป็น ผแู้ ทนอยา่ งถอ่ งแท้ มคี วามเขา้ ใจระบบการปกครองและ ระเบียบปฏิบัตติ ่างๆ ตามกฎหมายและขนบธรรมเนยี ม ประเพณีของสังคม รอบรู้และเท่าทันการเปล่ียนแปลง ในด้านต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยมุ่งท่ี จะด�ำเนินวิถีทางการเมืองเพ่ือให้ท้องถ่ิน/ประเทศชาติ มีความก้าวหน้าไปอย่างสมดุลในทุกๆ ด้าน และคนใน ทอ้ งถน่ิ /ประเทศชาติ อยอู่ ยา่ งพอเพยี งสมคั รสมานสามคั คี ปรองดองกัน การก�ำหนดนโยบาย การออกกฎหมายและ ข้อบัญญัติต่างๆ ต้องยึดมั่นอยู่บนพื้นฐานของความ พอเพียง โดยบ�ำรุงรักษาสิ่งท่ีดีท่ีมีอยู่แล้ว เช่น ค่านิยม องค์ความรู้ สิ่งแวดล้อมท่ีดี ให้คงอยู่ พร้อมท้ังผลักดัน ใหเ้ กิดการปรบั ปรงุ /แก้ไข/ยกเลิก สว่ นทไี่ มด่ ีท่เี ปน็ เหตุ ให้เกิดความไม่สมดุล ไม่พอเพียงในสังคม ให้กลับมาสู่ แนวทางปฏิบัติท่ีมุ่งสู่ความสมดุลและสนับสนุนให้เกิด สิ่งท่ีดีเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมแต่ยังขาดอยู่ เช่น
ความกา้ วหนา้ ดา้ นเทคโนโลยี การพฒั นาฝมี อื อาชพี ตา่ งๆ ให้เกิดขึ้นอย่างสมดุลกับศักยภาพและระดับการพัฒนา ของท้องถิ่น/ประเทศชาติ เพ่ือน�ำไปสู่ความสามารถ ในการพง่ึ ตนเองได้ของคน/ชุมชนในทกุ ระดบั การประยุกต์ใชห้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพียง ในกล่มุ เจา้ หน้าท่ขี องรฐั เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั จะตอ้ งเรม่ิ ตน้ สรา้ งความพอเพยี ง ให้เกิดข้ึนในการด�ำเนินชีวิตของแต่ละบุคคลก่อน โดย ตระหนกั ถึงบทบาทหนา้ ทีข่ องตนในการเป็นผูใ้ ห้บริการ แก่สังคม และร่วมเสริมสร้างสภาวะแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อ การอยู่ร่วมกันของคนในสังคมและอยู่ร่วมกันกับระบบ นิเวศได้อย่างสมดุล มีส�ำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต มีสติยั้งคิด ใช้ปัญญาพิจารณาอย่างรอบคอบ ในการด�ำเนินชีวิตและปฏิบัติหน้าที่บนพื้นฐานของ ความมเี หตมุ ผี ล พอประมาณกบั ศกั ยภาพและสถานภาพ
ของแตล่ ะบคุ คลในแตล่ ะสถานการณ์ และหมนั่ เสรมิ สรา้ ง ความรู้ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เพ่ือจะได้มี ภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การเตรยี มนโยบาย แผนงาน หรอื โครงการต่างๆ ตอ้ งสอดคลอ้ งกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยเนน้ การพัฒนาท่ีสร้างความสมดุลในด้านเศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดล้อม และวัฒนธรรมให้เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการรู้ เทา่ ทนั การเปลยี่ นแปลงตา่ งๆ โดยมงุ่ ใหป้ ระชาชน/ชมุ ชน สามารถพง่ึ ตนเองและสามารถเปน็ ทพี่ งึ่ ของสงั คม/ประเทศ ชาติได้ในทส่ี ุด เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ไมค่ วรสง่ั การหรอื ชน้ี ำ� ประชาชน/ ชุมชนมากเกินไป แตค่ วรสนับสนนุ ให้ประชาชน/ชมุ ชน สามารถชว่ ยตนเอง กำ� หนดทศิ ทางการพฒั นาหรือแผน งาน กิจกรรมที่ยืนอยู่บนขาตนเองพ่ึงพาตนเองได้ แล้ว ใหเ้ จา้ หนา้ ทข่ี องรฐั มาชว่ ยสนบั สนนุ ใหแ้ ผนงาน กจิ กรรม นเี้ ปน็ จรงิ ขนึ้ มา ตามหลกั การพฒั นา “ชว่ ยเหลอื ประชาชน/ ชุมชนเพ่อื ให้เขาชว่ ยตัวเองได้อยา่ งยัง่ ยืน”
การประยุกต์ใชห้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง ในกลุม่ ครแู ละอาจารย์ ครูและอาจารย์จะต้องท�ำตนให้เป็นตัวอย่างแก่ นักเรียนและนักศึกษา ในการด�ำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ให้ได้ก่อน จึงจะสามารถถ่ายทอด ปลูกฝัง อบรม และ ท�ำตนให้เป็นตวั อยา่ งแกน่ ักเรยี นและนกั ศกึ ษา ใหเ้ ขา้ ใจ เศรษฐกจิ พอเพยี งอยา่ งถกู ตอ้ งและสามารถนำ� ไปประยกุ ต์ ใช้ได้ในชีวิตประจ�ำวันของแต่ละคน ผ่านการบูรณาการ ในสาระเรียนรู้วชิ าตา่ งๆ ตลอดจนสอดแทรกในกจิ กรรม พัฒนาผู้เรยี นต่างๆ การด�ำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ต้องเริ่มจากการ ตระหนักถึงความจ�ำเป็นของการอยู่ร่วมกันของคน ในสังคม และอยู่ร่วมกับระบบนิเวศได้อย่างสมดุลและ เขา้ ใจหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งอยา่ งถอ่ งแท้ จนเหน็ วา่ เปน็ หลกั คดิ และหลกั ปฏบิ ตั ทิ จ่ี ะเสรมิ สรา้ งใหส้ งั คมเกดิ สนั ตสิ ขุ
มีความเจริญก้าวหน้าอย่างสมดุลและยั่งยืน และคนใน สังคมมคี วามสามัคคี ปรองดองกนั แลว้ ฝกึ ปฏบิ ัตติ นให้ มีส�ำนึกในคุณธรรม ความซ่ือสัตย์สุจริต มีสติยั้งคิด ใช้ ปัญญาพิจารณาอย่างรอบคอบ ในการด�ำเนินชีวิตและ ปฏิบัติหน้าท่บี นพ้นื ฐานของความมีเหตผุ ล พอประมาณ กับศักยภาพและสถานภาพของแต่ละบุคคล ในแต่ละ สถานการณ์และหมั่นเสริมสร้างความรู้ในด้านต่างๆ ใหเ้ ทา่ ทนั การเปลยี่ นแปลงเพอ่ื จะไดม้ ภี มู คิ มุ้ กนั ในตวั ทด่ี ี เนอื่ งจากความรแู้ ละความมเี หตผุ ลมคี วามสำ� คญั ยง่ิ ครแู ละอาจารยจ์ งึ มบี ทบาทสำ� คญั ยง่ิ ในเรอื่ งนี้ แตอ่ ยา่ ลมื วา่ ต้องเป็นความรทู้ ร่ี อบคอบ ระมดั ระวงั และเหมาะสม กบั แตล่ ะภมู สิ งั คมดว้ ย
จัดทำ� โดย สำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ส�ำนกั ยุทธศาสตร์ดา้ นนโยบายสาธารณะ โทรศพั ท์ ๐๒-๖๒๘-๒๘๔๙ โทรสาร ๐๒-๒๘๒-๙๑๕๘ Website : http://www.nesdb.go.th พิมพ์ครง้ั ที่ ๑ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๐
Search
Read the Text Version
- 1 - 30
Pages: