Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ครั้งที่ 15 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)

ครั้งที่ 15 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)

Published by jirut.ja, 2019-09-18 04:00:10

Description: ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 1 ครั้งที่ 15 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)

Search

Read the Text Version

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ หากความปรากฏตอ่ คณะกรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื งหรอื กรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื ง หรอื เม่ือคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองได้รับแจ้งจากนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าสมาชิกของพรรคการเมืองกระท�าการ อันเป็นการฝ่าฝืนดังกล่าวข้างต้น ให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีมติหรือส่ังการให้สมาชิกผู้นั้นยุติการกระท�า โดยพลนั และกา� หนดมาตรการหรอื วธิ กี ารทจี่ า� เปน็ เพอื่ มใิ หเ้ กดิ การกระทา� ดงั กลา่ วอกี แลว้ แจง้ ใหน้ ายทะเบยี นพรรคการเมอื ง ทราบภายใน ๗ วันนับแต่วันที่มีมติ อย่างไรก็ดี หากความปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าคณะกรรมการบริหาร พรรคการเมืองมิได้มีมติหรือสั่งการให้สมาชิกยุติการกระท�าท่ีเป็นการฝ่าฝืนตามที่กฎหมายก�าหนด ให้นายทะเบียน พรรคการเมืองเสนอเร่ืองต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังเพ่ือพิจารณามีค�าสั่งให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองน้ัน พ้นจากต�าแหน่งท้ังคณะ และห้ามมิให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองซึ่งพ้นจากต�าแหน่งเพราะเหตุดังกล่าวด�ารงต�าแหน่ง ในพรรคการเมืองจนกวา่ จะพน้ เวลา ๒๐ ปีนบั แต่วันที่พน้ จากต�าแหน่ง ทง้ั น ้ี กรรมการบรหิ ารพรรคการเมืองท่ีพ้นจากต�าแหนง่ โดยค�าสั่งของคณะกรรมการการเลอื กตงั้ มสี ทิ ธิย่ืนค�ารอ้ งคัดค้านคา� สัง่ ดังกล่าวตอ่ ศาลรัฐธรรมนญู ได้ภายใน ๓๐ วนั นบั แต่วนั ท่ีไดร้ บั หนังสอื แจง้ ค�าสัง่ ดงั กล่าว (๔) การวินิจฉัยค�าร้องคัดค้านประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ให้พรรคการเมืองสิ้นสภาพ ความเป็นพรรคการเมอื ง ตามพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๙๑ วรรคสาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้บัญญัติเก่ียวกับ เหตแุ หง่ การสนิ้ สภาพของพรรคการเมอื งไวห้ ลายประการ อาท ิ พรรคการเมอื งไมแ่ กไ้ ขขอ้ บงั คบั ใหถ้ กู ตอ้ งหรอื ครบถว้ นภายใน ระยะเวลาทกี่ า� หนด หรอื มจี า� นวนสมาชกิ เหลอื ไมถ่ งึ ตามจา� นวนทกี่ า� หนดไว ้ ภายหลงั จากทไ่ี ดร้ บั การจดทะเบยี นพรรคการเมอื ง หรือไม่มีการประชุมใหญ่หรือไม่มีการด�าเนินกิจกรรมทางการเมืองเป็นระยะเวลาติดต่อกันหนึ่งปีโดยไม่มีเหตุอันจะอ้างได้ ตามกฎหมาย หรือพรรคการเมืองเลิกตามข้อบังคับ เป็นต้น ซึ่งเมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองหรือมีผู้แจ้ง ต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าพรรคการเมืองใดสิ้นสภาพด้วยเหตุดังกล่าว ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบ ขอ้ เทจ็ จรงิ ถา้ เหน็ วา่ มกี รณที เ่ี ปน็ เหตใุ หพ้ รรคการเมอื งสนิ้ สภาพ ใหน้ ายทะเบยี นพรรคการเมอื งเสนอคณะกรรมการการเลอื กตง้ั เพ่ือพิจารณา ถ้าคณะกรรมการการเลือกต้ังเห็นว่ามีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น ก็ให้ประกาศการส้ินสภาพของพรรคการเมือง ในราชกิจจานุเบกษา และให้พรรคการเมืองน้ันสิ้นสภาพต้ังแต่วันท่ีประกาศในราชกิจจานุเบกษา นอกจากน้ี ให้ถือว่า การสน้ิ สภาพของพรรคการเมอื งดงั กล่าวเปน็ การถกู ยบุ พรรคการเมอื งดว้ ย อย่างไรก็ดี หากหัวหน้าพรรคการเมืองท่ีถูกประกาศสิ้นสภาพไม่เห็นด้วยกับการประกาศของ คณะกรรมการการเลือกต้ัง ให้ย่ืนค�าร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพ่ือพิจารณาวินิจฉัยภายใน ๓๐ วันนับแต่วันท่ีประกาศใน ราชกจิ จานเุ บกษา 16

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนญู (๕) การวนิ จิ ฉยั ขอใหย้ บุ พรรคการเมอื ง ตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๙๒ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๙๒ ได้บัญญัติ เหตุแห่งการยุบพรรคการเมืองในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหลักฐานอันควรเช่ือได้ว่าพรรคการเมืองใดกระท�าการ อันเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือกระท�าการเพื่อให้ได้มา ซึง่ อา� นาจในการปกครองประเทศโดยวธิ กี ารซึ่งมไิ ด้เปน็ ไปตามทีบ่ ัญญัตไิ ว้ในรัฐธรรมนญู หรือกระท�าการอนั อาจเปน็ ปฏปิ กั ษ์ ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือพรรคการเมืองกระท�าการฝ่าฝืนบทบัญญัติ ของกฎหมาย หรือมีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่กฎหมายก�าหนด คณะกรรมการการเลือกต้ังสามารถย่ืนต่อ ศาลรัฐธรรมนูญเพ่ือให้มีค�าสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นได้ และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญด�าเนินการไต่สวนแล้วมีหลักฐานว่า พรรคการเมอื งไดก้ ระทา� การตามเหตดุ งั กลา่ ว ใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู สง่ั ยบุ พรรคการเมอื งและเพกิ ถอนสทิ ธสิ มคั รรบั เลอื กตง้ั ของ คณะกรรมการบริหารพรรคการเมอื งนน้ั นอกจากน้ี พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๙๓ ก�าหนดว่า เม่ือความปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าพรรคการเมืองใดกระท�าการอันเป็นเหตุแห่งการ ยบุ พรรคการเมอื งตามมาตรา ๙๒ คณะกรรมการการเลอื กตงั้ จะยน่ื คา� รอ้ งเอง หรอื จะมอบหมายใหน้ ายทะเบยี นพรรคการเมอื ง เป็นผู้ย่ืนค�าร้องและด�าเนินคดีแทนก็ได้ และเพ่ือประโยชน์ในการด�าเนินคดี นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งจะขอให้อัยการสูงสุดช่วยเหลือด�าเนินการในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจนกว่า จะเสรจ็ ส้ินกไ็ ด ้ (๖) การวินิจฉัยกรณีพรรคการเมืองไม่เห็นด้วยกับค�าวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับ การด�าเนินการในเร่ืองท่ีบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๑ บทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๐ ได้บัญญัติให้พรรคการเมืองท่ีจัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ และยังด�ารงอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ใชบ้ งั คบั เปน็ พรรคการเมอื งตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองท่ีด�ารงต�าแหน่งอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ใช้บังคับ ยังคงเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพื่อด�าเนินการตามมาตรา ๑๔๑ ของพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยใหถ้ อื วา่ พรรคการเมอื งดงั กลา่ วมสี มาชกิ ตามทปี่ รากฏในทะเบยี น สมาชิกพรรคการเมืองตามที่ปรากฏในทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองที่ส�านักงานจัดให้มีข้ึนตามพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ นอกจากน ้ี มาตรา ๑๔๑ ของพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ไดก้ า� หนดใหพ้ รรคการเมอื งตอ้ งดา� เนนิ การในเรอ่ื งและภายในระยะเวลาทก่ี า� หนด เชน่ การแจง้ เปลย่ี นแปลงสมาชกิ ทแี่ ตกตา่ ง 17

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนูญ จากที่ปรากฏในทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ หรือด�าเนินการให้มีสมาชิกให้ครบ หา้ รอ้ ยคน หรอื จดั ใหม้ ที นุ ประเดมิ จา� นวนหนง่ึ ลา้ นบาท และแจง้ ใหน้ ายทะเบยี นพรรคการเมอื งทราบ หรอื จดั ใหม้ กี ารประชมุ ใหญ่ เพอ่ื แกไ้ ขขอ้ บงั คบั และจดั ทา� คา� ประกาศอดุ มการณท์ างการเมอื งของพรรคการเมอื งและนโยบายของพรรคการเมอื งใหถ้ กู ตอ้ ง และเลอื กคณะกรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื งตามขอ้ บังคับของพรรคการเมืองทแี่ กไ้ ขใหม่ เปน็ ตน้ การวนิ จิ ฉยั เรอื่ งใดๆ ดงั กลา่ วทมี่ ผี ลกระทบตอ่ พรรคการเมอื ง พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ บญั ญตั ใิ หเ้ ปน็ อา� นาจของคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ทจ่ี ะวนิ จิ ฉยั ในกรณที พ่ี รรคการเมอื ง ไม่เห็นด้วยกับค�าวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้พรรคการเมืองย่ืนค�าร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพ่ือวินิจฉัยได้ ภายใน ๖๐ วันนับแต่วันท่ีได้รับทราบค�าวนิ จิ ฉัยของคณะกรรมการการเลอื กต้งั ๘.๒ การพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีหรือการด�าเนินการของคณะรัฐมนตรีเป็นการ ปฏิบตั ิหนา้ ทีโ่ ดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบญั ญตั ิการจัดท�ายุทธศาสตรช์ าติ พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบญั ญตั กิ ารจดั ทา� ยทุ ธศาสตรช์ าต ิ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๙ ไดบ้ ญั ญตั ใิ หใ้ นกรณที ก่ี ารดา� เนนิ การ ของหนว่ ยงานของรฐั ไมส่ อดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรช์ าตหิ รอื แผนแมบ่ ท อนั เปน็ ผลมาจากมตคิ ณะรฐั มนตร ี หรอื เปน็ การดา� เนนิ การ ของคณะรัฐมนตรีโดยตรง ให้คณะกรรมการจัดท�ายุทธศาสตร์ชาติแจ้งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและวุฒิสภาทราบ และใหว้ ฒุ สิ ภาดา� เนนิ การตดิ ตาม เสนอแนะ และเรง่ รดั การปฏริ ปู ประเทศ เพอื่ ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายตามทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ้ นรฐั ธรรมนญู และการจดั ทา� และดา� เนนิ การตามแผนการปฏริ ูปประเทศ ในกรณีที่วุฒิสภาเห็นว่ากรณีเป็นปัญหาว่ามติคณะรัฐมนตรีหรือการด�าเนินการของคณะรัฐมนตรี เป็นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ให้วุฒิสภามีมติเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยโดยเร็ว ซ่ึงหาก ศาลรฐั ธรรมนญู วนิ จิ ฉยั วา่ มตคิ ณะรฐั มนตรหี รอื การดา� เนนิ การของคณะรฐั มนตรเี ปน็ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทโ่ี ดยไมช่ อบดว้ ยกฎหมาย ให้คณะกรรมการจัดท�ายุทธศาสตร์ชาติส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติด�าเนินการ ตามหน้าที่และอ�านาจโดยเร็ว ท้ังนี้ ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทจุ ริตแห่งชาติให้รบั ฟังตามทปี่ รากฏในคา� วนิ จิ ฉยั ของศาลรฐั ธรรมนญู นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญและประธานศาลรัฐธรรมนูญยังมีหน้าที่และอ�านาจที่นอกเหนือจากการ วินจิ ฉยั คดรี ัฐธรรมนญู ดังน้ี ๑. การเสนอแนะความเห็นต่อร่างกฎหมายและพิจารณาแต่งต้ังบุคคลเป็นกรรมการสรรหาผู้ด�ารง ต�าแหน่งในองคก์ รอสิ ระ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ไดบ้ ญั ญตั ใิ หศ้ าลรฐั ธรรมนญู มหี นา้ ทแ่ี ละ อ�านาจท่ีไม่เก่ียวกับการพิจารณาวินิจฉัยคดี โดยเป็นหน้าท่ีและอ�านาจในการเสนอแนะความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ซ่ึงภายหลังจากท่ีรัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๓๒ (๒) กา� หนดใหร้ ฐั สภาสง่ รา่ งพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู นน้ั ไปให้องค์กรท่ีเก่ียวข้องพิจารณาให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว ซึ่งในกรณีของ ศาลรฐั ธรรมนญู นนั้ รฐั สภาจะตอ้ งสง่ รา่ งพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยวธิ พี จิ ารณาของศาลรฐั ธรรมนญู พ.ศ. .... ท่ีผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาแล้วไปให้ศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นว่ามีข้อความใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือท�าให้ 18

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนญู ไมส่ ามารถปฏบิ ตั หิ นา้ ทใี่ หถ้ กู ตอ้ งตามบทบญั ญตั ขิ องรฐั ธรรมนญู ไดห้ รอื ไม ่และรฐั สภามอี า� นาจทจี่ ะแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ รา่ งพระราชบญั ญตั ิ ประกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยวิธพี จิ ารณาของศาลรฐั ธรรมนญู พ.ศ. .... ตามความเห็นและขอ้ สงั เกตของศาลรฐั ธรรมนูญ นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่น ยังบัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าท่ีและอ�านาจ ในการแตง่ ตงั้ บคุ คลเปน็ กรรมการสรรหาผดู้ า� รงตา� แหนง่ ในองคก์ รอสิ ระ และรว่ มกบั องคก์ รอสิ ระอน่ื ในการกา� หนดมาตรฐาน ทางจริยธรรม เพ่ือใช้บังคับกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ด�ารงต�าแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหวั หนา้ หนว่ ยงานธรุ การของศาลรฐั ธรรมนญู และองคก์ รอสิ ระ ทง้ั น ้ี จะตอ้ งดา� เนนิ การใหม้ มี าตรฐานทางจรยิ ธรรมดงั กลา่ ว ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ตามท่ีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๗ มาตรา ๒๑๙ และมาตรา ๒๗๖ นอกจากน้ ี พระราชบัญญตั ิองคก์ รจัดสรรคลนื่ ความถีแ่ ละกา� กบั การประกอบ กจิ การวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทศั น ์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และทแ่ี กไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบบั ท่ ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔ ยังบัญญัติให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซ่ึงได้รับเลือกจากท่ีประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จ�านวนหนึ่งคน ทา� หน้าท่เี ปน็ คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสยี ง กิจการโทรทัศน ์ และกจิ การโทรคมนาคม (กสทช.) ด้วย ๒. หน้าทแี่ ละอ�านาจของประธานศาลรฐั ธรรมนูญตามบทบญั ญตั ขิ องกฎหมาย รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๙๓ บญั ญตั ใิ หแ้ ตล่ ะศาล ยกเวน้ ศาลทหาร มีหน่วยงานธุรการรับผิดชอบงานธุรการท่ีมีความเป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และ การดา� เนนิ การอนื่ โดยใหม้ หี วั หนา้ หนว่ ยงานคนหนงึ่ เปน็ ผบู้ งั คบั บญั ชาขนึ้ ตรงตอ่ ประธานของแตล่ ะศาล ในกรณนี ้ี พระราชบญั ญตั ิ สา� นักงานศาลรฐั ธรรมนญู พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ บญั ญตั ิใหส้ �านกั งานศาลรัฐธรรมนูญมีเลขาธกิ ารส�านกั งานศาลรัฐธรรมนญู คนหน่ึงรับผิดชอบการปฏิบัติงานของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญขึ้นตรงต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการและลูกจ้างของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยจะให้มีรองเลขาธิการส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ช่วยส่ังและ ปฏิบัติราชการดว้ ยกไ็ ด้ นอกจากนี้ พระราชบัญญัติส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ (๑) บัญญัติให้ การบรรจแุ ละแตง่ ตงั้ ใหบ้ คุ คลดา� รงตา� แหนง่ เลขาธกิ ารสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู และรองเลขาธกิ ารสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู เปน็ อา� นาจของประธานศาลรฐั ธรรมนญู โดยความเหน็ ชอบของคณะตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู เปน็ ผมู้ อี า� นาจสงั่ บรรจ ุและมาตรา ๑๖ บัญญตั ิใหป้ ระธานศาลรัฐธรรมนญู เปน็ ผู้รกั ษาการตามพระราชบญั ญตั สิ �านักงานศาลรัฐธรรมนญู พ.ศ. ๒๕๔๒ 19

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนญู ๒.๓ วธิ พี ิจารณาของศาลรฐั ธรรมนญู แผนภาพท่ี ๑ แสดงกระบวนการพิจารณาคดขี องศาลรฐั ธรรมนญู ตามขอ้ กา� หนดศาลรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยวธิ พี ิจารณาและการทา� คา� วนิ จิ ฉยั พ.ศ. ๒๕๕๐ ผู้ร้องย่ืนค�าร้อง ประธานศาลหรือตุลาการ กรณมี คี วามจา� เป็นเร่งด่วน ที่ศาลมอบหมายทา� การ และประธานศาลไม่ได้แต่งตัง้ แต่งตั้งตุลาการประจา� คดี ตุลาการประจา� คดี ตุลาการประจา� คดตี รวจ และมคี า� สงั่ ศาลตรวจและมคี �าส่ังภายใน ภายใน ๑๕ วัน ๓ วนั นับตั้งแตว่ ันท่ี ไดร้ บั คา� รอ้ ง นับต้งั แต่วันที่ได้รบั แตง่ ตง้ั กรณมี ีความเหน็ รบั ไว้ กรณมี คี วามเหน็ ไมร่ บั ไว้ กรณีมคี �าสั่งไมร่ บั ไว้ กรณีมคี �าสัง่ รับไว้ พิจารณาวนิ จิ ฉยั พิจารณาวินจิ ฉยั พจิ ารณาวนิ ิจฉยั พจิ ารณาวินจิ ฉัย ศาลไมเ่ ห็นพ้องดว้ ย นา� ค�าร้องเขา้ ส่กู ารพิจารณา และมคี �าสง่ั ให้รบั ไว้ ของศาลภายใน ๗ วัน พิจารณาวินจิ ฉยั นับแตม่ ีความเห็น ศาลเห็นพอ้ งดว้ ย จัดทา� คา� สั่งและ คดีมผี ูถ้ ูกรอ้ ง คดีไมม่ ีผู้ถกู รอ้ ง คดีมผี ูถ้ ูกรอ้ ง แจง้ ผรู้ อ้ งทราบ คดีไม่มผี ถู้ กู รอ้ ง ส่งส�าเนาค�ารอ้ งแก่ผู้ถกู รอ้ งหรอื มีคา� สัง่ แจ้งใหผ้ ูถ้ กู รอ้ งมารบั ส�าเนาคา� รอ้ ง เพ่อื จดั ทา� และย่ืนคา� ชี้แจง แกข้ ้อกล่าวหาต่อศาลภายใน ๑๕ วนั นบั ต้งั แตว่ นั รบั ส�าเนาค�าร้อง หรือภายในระยะเวลาที่ศาลกา� หนด ศาลอาจมคี า� สง่ั ใหผ้ เู้ ก่ยี วข้องชแ้ี จงก็ได้ ทัง้ นี้ในการด�าเนนิ กระบวนพจิ ารณาตอ่ ไป หากศาลเหน็ ว่า คดีใดมีพยาน หลักฐานเพยี งพอท่ีจะพิจารณาวินิจฉัยไดศ้ าลอาจประชมุ ปรึกษาเพ่อื พจิ ารณาวินจิ ฉัย โดยไม่ท�าการไตส่ วนก็ได้ กรณีศาลไมท่ �าการไตส่ วน กรณีศาลท�าการไต่สวน 20

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ แผนภาพท่ี ๑ แสดงกระบวนการพิจารณาคดขี องศาลรฐั ธรรมนญู ตามขอ้ กา� หนดศาลรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยวธิ พี ิจารณาและการทา� คา� วนิ จิ ฉยั พ.ศ. ๒๕๕๐ (ตอ่ ) กรณศี าลไม่ทา� การไตส่ วน กรณศี าลท�าการไต่สวน ส่งสา� เนาประกาศแกค่ ่กู รณี ประกาศก�าหนด ไมน่ ้อยกวา่ ๑๕ วัน กอ่ นวนั นดั วันนัดไตส่ วนครง้ั แรก ปดิ ประกาศ ณ ท่ที �าการศาล คกู่ รณีจะอา้ งตนเอง บุคคล และหลักฐานอนื่ เป็นพยานไดต้ ามท่ี คูก่ รณยี ่ืนบญั ชีระบพุ ยาน ศาลเหน็ สมควร ทัง้ นศี้ าลอาจกา� หนดให้มกี ารตรวจพยาน พรอ้ มแสดงเหตผุ ลความจา� เป็นและ หลักฐานก็ได้โดยศาลจะแจง้ ให้คกู่ รณีทราบลว่ งหนา้ ไม่นอ้ ยกวา่ ๑๕ วนั กอ่ นวันนดั ตรวจพยานหลกั ฐาน วธิ ีการไดม้ าซ่ึงพยานหลักฐาน กา� หนดวนั นดั ไต่สวน ศาลเหน็ ว่าควรไต่สวนตอ่ ไป ศาลออกน่งั พจิ ารณาและ สืบพยาน ศาลเห็นว่ามขี อ้ เท็จจริงและพยานหลักฐานเพยี งพอ ท่ีจะพิจารณาวนิ ิจฉยั ได้ ศาลประชุมปรกึ ษาเพื่อพจิ ารณาวนิ ิจฉยั ตลุ าการทเี่ ปน็ องค์คณะ ตลุ าการท่ีเปน็ องค์คณะจัดท�า จัดท�าค�าวนิ จิ ฉัยของศาล ความเหน็ ส่วนตนแถลงด้วยวาจาและลงมติ ตลุ าการทเี่ ปน็ องคค์ ณะตรวจ คดีไมม่ ีผู้ถกู ร้อง ศาลแจ้งคา� วนิ ิจฉัยแก่ผู้ร้อง และลงนามในคา� วนิ จิ ฉัย คดีมีผู้ถูกร้อง โดยใหถ้ อื วา่ วนั ทศี่ าลลงมตแิ ละ ปรากฏในค�าวนิ ิจฉยั เปน็ วันอา่ น ศาลแจง้ ใหค้ ู่กรณมี าฟงั คา� วินิจฉยั ของศาล การอ่านค�าวนิ ิจฉยั ใหม้ ีผลเมอื่ อ่าน ส�านกั งานศาลรัฐธรรมนูญจัดสง่ คา� วนิ จิ ฉยั ของศาลและความเห็นในการวนิ ิจฉยั ในสว่ นของตลุ าการท่ีเปน็ องคค์ ณะเพ่อื น�าลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา หมายเหตุ : ในระหว่างท่ียังไม่มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ การพิจารณาและการท�า คา� วนิ จิ ฉยั ของศาลรฐั ธรรมนญู ใหเ้ ปน็ ไปตามขอ้ กา� หนดของศาลรฐั ธรรมนญู ทใี่ ชบ้ งั คบั อยใู่ นวนั กอ่ นวนั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู น ี้ ทงั้ น ้ี เทา่ ที่ ไมข่ ดั หรอื แยง้ ตอ่ บทบญั ญตั แิ หง่ รฐั ธรรมนญู น้ี 21

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนูญ ๓ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๑๗ บัญญัติว่า “ศาลรัฐธรรมนูญมีหน่วยธุรการ ของศาลรฐั ธรรมนญู ทเี่ ปน็ อสิ ระ โดยมเี ลขาธกิ ารสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู เปน็ ผบู้ งั คบั บญั ชา ขน้ึ ตรงตอ่ ประธานศาลรฐั ธรรมนญู ซงึ่ การแตง่ ตงั้ เลขาธกิ ารสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ตอ้ งมาจากการเสนอของประธานศาลรฐั ธรรมนญู และไดร้ บั ความเหน็ ชอบ ของคณะตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู ตามทีก่ ฎหมายบญั ญตั ิ ทงั้ น ี้ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู มอี สิ ระในการบรหิ ารงานบคุ คล การงบประมาณ และการดา� เนนิ การอนื่ ทงั้ น ้ี ตามทกี่ ฎหมาย บัญญัติ” และตามพระราชบัญญัติส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓ ให้มีส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นส่วนราชการทเ่ี ป็นหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนญู มีฐานะเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดิน ๓.๑ อา� นาจหนา้ ทข่ี องสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู พระราชบญั ญัตสิ า� นักงานศาลรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒ กา� หนดใหส้ า� นักงานศาลรฐั ธรรมนญู เปน็ ส่วนราชการ ทเี่ ปน็ หนว่ ยงานอสิ ระ มฐี านะเปน็ กรมตามกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ มอี า� นาจหนา้ ทตี่ ามมาตรา ๔ ดงั นี้ “มาตรา ๔ ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญมอี า� นาจหน้าท่ีดงั ต่อไปนี้ (๑) รับผิดชอบงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญ (๒) ศึกษาและรวบรวมข้อมูล ค�าสั่ง และค�าวินิจฉัยต่างๆ เก่ียวกับงานของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและ ตุลาการศาลรฐั ธรรมนญู (๓) สนับสนุนใหม้ ีการศึกษาวิจัยและเผยแพร่กจิ การของศาลรัฐธรรมนูญ (๔) ปฏิบตั ิการอ่ืนตามทค่ี ณะตลุ าการศาลรัฐธรรมนูญมอบหมาย” ๓.๒ พันธกจิ ของสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู (๑) ศกึ ษา วเิ คราะหด์ า้ นคดแี ละกฎหมายเพอ่ื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั ภิ ารกจิ หนา้ ทขี่ องคณะตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู (๒) ด�าเนินงานอา� นวยการของศาลรฐั ธรรมนูญตามกระบวนการพจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ของศาลรฐั ธรรมนูญ (๓) สนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยทางวิชาการ เพ่ือสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจหน้าที่ของคณะตุลาการ ศาลรฐั ธรรมนญู ตลอดจนสรา้ งและพัฒนาองคค์ วามรใู้ หมเ่ ก่ยี วกบั รฐั ธรรมนญู และงานศาลรฐั ธรรมนูญ (๔) พัฒนาระบบบริหารจัดการส�านักงานและบุคลากร เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจหน้าที่ของ คณะตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู (๕) เผยแพร่ ให้บริการข้อมูล ข่าวสาร องค์ความรู้ การศึกษาต่อสาธารณะเก่ียวกับรัฐธรรมนูญ งานศาลรัฐธรรมนญู และการดา� เนินกิจการของศาลรัฐธรรมนูญ 22

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนญู ๓.๓ โครงสรา้ งสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู โครงสร้างและหน้าที่ความรับผิดชอบของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญตามประกาศศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอ�านาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๕ (ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มท่ ี ๑๒๙ ตอนที่ ๓๖ ลงวนั ท ่ี ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕) ประกอบดว้ ย (๑) กลมุ่ งานผู้เชยี่ วชาญ (๒) กล่มุ งานตรวจสอบภายใน (๓) สา� นักประธานศาลรฐั ธรรมนูญ (๔) สา� นกั บรหิ ารกลาง (๕) สา� นกั คดี ๑ (๖) สา� นักคดี ๒ (๗) ส�านักคด ี ๓ (๘) สา� นกั คด ี ๔ (๙) ส�านักคดี ๕ (๑๐) ส�านักพัฒนาระบบบริหาร (๑๑) ส�านักเทคโนโลยสี ารสนเทศและประชาสมั พนั ธ์ (๑๒) สถาบนั รฐั ธรรมนูญศึกษา 23

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ แผนภาพที่ ๒ โครงสรา้ งและการแบง่ ส่วนราชการภายในส�านกั งานศาลรฐั ธรรมนญู พ.ศ. ๒๕๖๐ โครงสรา้ งสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู รวม ๑๖๙ อัตรา ศาลรฐั ธรรมนูญ ทีป่ รึกษา ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนูญ ๑ ส�านกั งานศาลรฐั ธรรมนูญ ๑ เลขาธกิ าร ผทู้ รงคณุ วุฒิ/ผเู้ ชยี่ วชาญ สา� นกั งานศาลรัฐธรรมนูญ ๙ ด้านคดี ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ/ผเู้ ช่ยี วชาญ ๕ ดา้ นบริหาร ๑ ๑ สา� นักงราอนงศเลาขลารธฐั ิกธารรรมนูญ ส�านกั งราอนงศเลาขลารธฐั ิกธารรรมนูญ (ด้านบรหิ าร) (ด้านคดี) ๒๒ ส�านกั บริหารกลาง ส�านกั ประธาน ๑๑ สา� นกั คดี ๑ ๑๑ สา� นักคดี ๒ ส�านกั พฒั นา ๙ ศาลรฐั ธรรมนูญ ๑๑ สา� นกั คดี ๓ ๑๑ สา� นักคดี ๔ ๑๖ ระบบบริหาร กล่มุ งาน ๑๕ สา� นกั คดี ๕ สา� นกั เทคโนโลยีสารสนเทศ ๓ ผเู้ ชีย่ วชาญ ๑๗ และประชาสัมพันธ์ กลุ่มงาน สถาบัน ๓ ตรวจสอบภายใน ๒๒ รฐั ธรรมนญู ศกึ ษา 24

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนญู สว่ นราชการภายในส�านกั งานศาลรัฐธรรมนญู มีฐานะและอ�านาจหนา้ ท่ี ดังน้ี (๑) กลุ่มงานผเู้ ชย่ี วชาญ มีอา� นาจหนา้ ท่ ี ดังน้ี (ก) ตรวจสอบ และกลั่นกรองสรุปย่อค�าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและบรรทัดฐานค�าวินิจฉัยของ ศาลรฐั ธรรมนญู (ข) วเิ คราะห ์ ตรวจสอบ และกลนั่ กรองคา� แถลงการณแ์ ละใหค้ วามเหน็ เกยี่ วกบั คดรี ฐั ธรรมนญู ตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (ค) ค้นควา้ วเิ คราะห์ ให้ความเหน็ และจดั ท�าเอกสารทางวิชาการในสว่ นท่เี กยี่ วข้องกับงานคดรี ัฐธรรมนญู การบรหิ ารงานของศาลรฐั ธรรมนูญและส�านักงานศาลรัฐธรรมนญู หรืองานอนื่ ใดตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย (ง) วิเคราะหผ์ ลกระทบทเ่ี กดิ ข้ึนจากผลแหง่ ค�าวินิจฉยั ของศาลรฐั ธรรมนูญตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย (จ) ใหก้ ารสนบั สนนุ และใหค้ า� แนะนา� ในสว่ นทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั งานดา้ นบรหิ ารทวั่ ไปของสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู รวมท้งั วเิ คราะหผ์ ลกระทบทเี่ กดิ ข้ึนจากการบริหารงานดังกล่าวและผลกระทบอ่นื ทอ่ี าจเกดิ ข้นึ ตามที่ไดร้ บั มอบหมาย (ฉ) ใหค้ า� ปรกึ ษาและแนะน�าเกย่ี วกบั ระบบงานของศาลรัฐธรรมนญู และสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู (ช) ศกึ ษาวเิ คราะหก์ ฎหมาย ระเบยี บ คา� สงั่ และขอ้ บงั คบั รวมทงั้ นโยบายทม่ี ผี ลกระทบตอ่ ศาลรฐั ธรรมนญู และสา� นกั งานศาลรัฐธรรมนูญตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย (ซ) ใหค้ �าปรกึ ษา ตรวจสอบ กลนั่ กรอง การยกร่างกฎหมาย ระเบยี บ คา� ส่ัง และข้อบงั คับที่เกย่ี วข้องกับ การบริหารงานของศาลรฐั ธรรมนญู และสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ตามท่ไี ด้รับมอบหมาย (ฌ) ปฏิบตั หิ น้าท่ีอ่ืนๆ ตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย กลมุ่ งานผเู้ ชย่ี วชาญมผี อู้ า� นวยการกลมุ่ งานเปน็ ผบู้ งั คบั บญั ชาขา้ ราชการและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ริ าชการ ในฐานะหวั หนา้ สว่ นราชการระดบั กองหรอื สงู กวา่ กอง มอี า� นาจหนา้ ทใี่ นการสนบั สนนุ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องทป่ี รกึ ษาสา� นกั งาน ศาลรฐั ธรรมนญู ผูเ้ ช่ยี วชาญด้านคดแี ละวชิ าการ และผ้เู ชี่ยวชาญด้านการบรหิ าร (๒) กลุ่มงานตรวจสอบภายใน มีอา� นาจหนา้ ท่ี ดังน้ี (ก) ศกึ ษา วิเคราะหแ์ ละพฒั นาองค์ความรูเ้ กยี่ วกับการตรวจสอบภายใน เพ่อื เสรมิ สร้างประสทิ ธิภาพของ หนว่ ยรับตรวจ (ข) ตรวจสอบด้านการเงินและการบัญชีของส�านักงานศาลรฐั ธรรมนูญ (ค) ด�าเนินการตรวจสอบและประเมนิ ระบบควบคมุ ภายในและการบรหิ ารความเสยี่ งของหนว่ ยรบั ตรวจ (ง) ปฏิบัติหน้าทีอ่ ่ืนๆ ตามท่ไี ดร้ ับมอบหมาย (๓) สา� นกั ประธานศาลรฐั ธรรมนญู มผี อู้ า� นวยการสา� นกั เปน็ ผบู้ งั คบั บญั ชาขา้ ราชการและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ิ ราชการในฐานะหัวหน้าส่วนราชการท่สี ูงกวา่ กอง มอี �านาจหน้าท ี่ ดังน้ี (ก) เสนอความเห็นเพ่ือประกอบการพิจารณาส่ังการของประธานศาลรัฐธรรมนูญในการก�าหนดนโยบาย การบรหิ ารงานของศาลรฐั ธรรมนญู และสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู รวมทง้ั ตดิ ตามผลการดา� เนนิ งานตามนโยบายของประธาน ศาลรฐั ธรรมนญู (ข) สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะผู้สนับสนุนการปฏิบัติงานของประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ 25

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนูญ (ค) ประสานงานคณะรฐั มนตร ี รฐั สภา และหนว่ ยงานในกระบวนการยตุ ธิ รรม รวมทงั้ องคก์ รและสถาบนั ตา่ งๆ เพอื่ ให้การบรหิ ารงานของศาลรัฐธรรมนญู ดา� เนนิ ไปด้วยความเรียบรอ้ ย (ง) ด�าเนนิ การเก่ียวกับการต้อนรบั และอ�านวยความสะดวกใหแ้ กก่ ารเยือนของอาคนั ตกุ ะตา่ งประเทศ (จ) ปฏิบตั ิหน้าท่อี ื่นๆ ตามทีไ่ ด้รบั มอบหมาย (๔) สา� นกั บรหิ ารกลาง มผี อู้ า� นวยการสา� นกั เปน็ ผบู้ งั คบั บญั ชาขา้ ราชการและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ริ าชการ ในฐานะหัวหนา้ สว่ นราชการท่ีสูงกว่ากอง มีอ�านาจหนา้ ท่ ี ดงั นี้ (ก) ดา� เนนิ การเกยี่ วกบั งานสารบรรณและงานธรุ การทว่ั ไปของศาลรฐั ธรรมนญู และสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู (ข) สนบั สนนุ การปฏบิ ตั ิภารกิจของประธานศาลรัฐธรรมนญู ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนูญ ผู้บรหิ ารส�านกั งาน ศาลรัฐธรรมนูญ และการรักษาความปลอดภัยประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้บริหารส�านักงาน ศาลรฐั ธรรมนญู (ค) ดา� เนินการเกี่ยวกับงานการเงนิ งานบญั ชี งานพสั ดุของศาลรฐั ธรรมนญู และสา� นกั งานศาลรัฐธรรมนญู และควบคมุ การใชจ้ า่ ยงบประมาณ (ง) บ�ารุงรักษาอาคารสถานที่และยานพาหนะของศาลรัฐธรรมนูญและส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ และ ด�าเนินการจัดท�าแผนแม่บทการรักษาความปลอดภัยอาคาร สถานท ี่ บุคคล และเอกสารของศาลรัฐธรรมนูญและส�านักงาน ศาลรฐั ธรรมนูญ (จ) ดา� เนนิ การทางดา้ นนติ กิ ารทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ศาลรฐั ธรรมนญู และสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู รวมถงึ การศกึ ษา วเิ คราะห ์ สนบั สนนุ และพฒั นาการจดั ทา� กฎหมายเกยี่ วกบั การบรหิ ารงานของศาลรฐั ธรรมนญู และสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู (ฉ) ปฏบิ ตั ริ าชการทว่ั ไปของสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ซง่ึ มไิ ดก้ า� หนดใหเ้ ปน็ อา� นาจหนา้ ทข่ี องสว่ นราชการใด โดยเฉพาะ (ช) ปฏิบัตหิ น้าท่อี น่ื ๆ ตามท่ไี ดร้ ับมอบหมาย (๕ - ๘) ส�านักคดี ๑ – ๔ มีผู้อ�านวยการส�านักเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ ในฐานะหวั หนา้ สว่ นราชการทีส่ ูงกว่ากอง มีอา� นาจหนา้ ท่ ี ดังน้ ี (ก) ด�าเนินงานด้านกฎหมายเพื่อสนับสนุนการพิจารณารับค�าร้องของตุลาการประจ�าคดี รวมถึงปฏิบัติ หน้าทีเ่ ปน็ ฝ่ายเลขานุการของตุลาการประจ�าคดี (ข) ด�าเนินงานด้านกฎหมายเพ่ือสนับสนุนการพิจารณาวินิจฉัยคดีรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเป็นหน่วยงาน ผูร้ ับผิดชอบคดีตามทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย (ค) ปฏิบัตหิ นา้ ทเี่ ป็นหน่วยงานทางดา้ นคดแี ละวชิ าการประจ�าตุลาการศาลรฐั ธรรมนูญ (ง) ค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์และจัดท�าเอกสารทางวิชาการและคู่มือปฏิบัติงานในส่วนที่เก่ียวข้องกับ งานคดีรฐั ธรรมนูญ (จ) ให้ค�าแนะนา� คา� ปรกึ ษา หรือความคิดเหน็ ในเชงิ วิชาการเก่ียวกบั งานคดรี ัฐธรรมนญู (ฉ) ปฏิบัติหน้าทอ่ี นื่ ๆ ตามท่ไี ด้รบั มอบหมาย 26

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนญู (๙) สา� นกั คดี ๕ มผี อู้ า� นวยการสา� นกั เปน็ ผบู้ งั คบั บญั ชาขา้ ราชการและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ริ าชการในฐานะ หัวหนา้ ส่วนราชการทส่ี งู กว่ากอง มีอา� นาจหนา้ ท ่ี ดังน้ี (ก) ตรวจสอบ กลั่นกรอง วิเคราะห์ เสนอแนะผลกระทบและจัดท�าความเห็นในส�านวนคดีของส�านักคดี ผู้รับผดิ ชอบเสนอต่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ข) ศกึ ษา คน้ ควา้ วเิ คราะห ์ และเสนอแนะแนวทางการพฒั นาคา� วนิ จิ ฉยั และจดั ทา� บรรทดั ฐานคา� วนิ จิ ฉยั ของศาลรัฐธรรมนูญ (ค) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และศึกษาเปรียบเทียบคดีรัฐธรรมนูญของไทยและต่างประเทศ เพ่ือพัฒนา กระบวนการพิจารณาคดรี ัฐธรรมนูญและระบบงานคดรี ัฐธรรมนูญ (ง) ตรวจสอบ ตดิ ตาม และด�าเนนิ การเพอื่ ให้มีการปฏิบัตติ ามคา� วนิ จิ ฉยั ของศาลรฐั ธรรมนญู (จ) ตรวจสอบ กลน่ั กรอง และใหค้ า� ปรกึ ษาเกย่ี วกบั การจดั ทา� คมู่ อื การปฏบิ ตั งิ าน และเอกสารทางวชิ าการ ทเี่ ก่ยี วกับกระบวนการวินิจฉยั คดีรัฐธรรมนญู ของศาลรัฐธรรมนญู (ฉ) ดา� เนนิ การเกยี่ วกบั กระบวนการรบั คา� รอ้ งทเ่ี ขา้ มาสศู่ าลรฐั ธรรมนญู และดา� เนนิ การในสว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ ง กบั การจา่ ยส�านวน การเก็บรักษาสา� นวน รวมถึงการประกาศราชกจิ จานเุ บกษา (ช) งานเลขานกุ ารการประชุมคณะตุลาการศาลรฐั ธรรมนญู (เชงิ คดี) (ซ) ปฏิบัติราชการท่ัวไปของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมิได้ก�าหนดให้เป็นอ�านาจหน้าที่ของส�านักคดี โดยเฉพาะ (ฌ) ปฏิบตั หิ น้าที่อื่นๆ ตามทไี่ ด้รับมอบหมาย (๑๐) ส�านกั พฒั นาระบบบริหาร มผี อู้ า� นวยการสา� นกั เป็นผบู้ งั คบั บัญชาขา้ ราชการและรบั ผิดชอบในการปฏิบตั ิ ราชการในฐานะหวั หน้าสว่ นราชการทส่ี ูงกว่ากอง มอี �านาจหนา้ ท่ี ดังน้ี (ก) ศกึ ษา วเิ คราะหเ์ พอื่ จดั วางระบบการบรหิ ารการพฒั นาศาลรฐั ธรรมนญู และสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู และด�าเนินการเกี่ยวกับการจัดท�าแผนยุทธศาสตร์ของศาลรัฐธรรมนูญและส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ การพัฒนาโครงสร้าง การบรหิ ารราชการและการกา� หนดอา� นาจหนา้ ทข่ี องสว่ นราชการภายในสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู และการพฒั นาระบบงานทวั่ ไป เพอ่ื เสนอต่อคณะตุลาการศาลรฐั ธรรมนญู (ข) ดา� เนนิ กระบวนการจดั ทา� งบประมาณรายจา่ ยประจา� ปขี องศาลรฐั ธรรมนญู สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู รวมทงั้ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการใชจ้ า่ ยงบประมาณของศาลรฐั ธรรมนญู และสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ใหเ้ ปน็ ไปตามนโยบาย และแผนยทุ ธศาสตร์ของศาลรฐั ธรรมนูญและสา� นกั งานศาลรัฐธรรมนูญ เพือ่ เสนอต่อคณะตลุ าการศาลรัฐธรรมนูญ (ค) ดา� เนนิ กระบวนการเกยี่ วกบั การบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คลของศาลรฐั ธรรมนญู และสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู รวมถงึ ศกึ ษา วเิ คราะห ์ และเสนอแนะแนวนโยบายในการกา� หนดแผนอตั รากา� ลงั การสรา้ งระบบความมนั่ คงของทรพั ยากรบคุ คล และแนวทางในการพัฒนาบุคลากรของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญต่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และส�านักงาน ศาลรัฐธรรมนญู (ง) ด�าเนินการเกี่ยวกับกระบวนการทางวินัย การอุทธรณ์ การร้องทุกข์ของบุคลากรของส�านักงาน ศาลรฐั ธรรมนูญ (จ) ปฏิบัติหน้าที่อ่นื ๆ ตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย 27

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนูญ (๑๑) ส�านักเทคโนโลยีสารสนเทศและประชาสัมพันธ์ มีผู้อ�านวยการส�านักเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและ รบั ผิดชอบในการปฏิบตั ริ าชการในฐานะหัวหนา้ สว่ นราชการท่ีสูงกวา่ กอง มอี า� นาจหน้าท ่ี ดงั น ี้ (ก) ด�าเนินการเก่ียวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของศาลรัฐธรรมนูญและสา� นักงานศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งในด้านการจัดหา ควบคุมและบ�ารุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารงานของศาลรัฐธรรมนูญ และสา� นักงานศาลรัฐธรรมนูญ (ข) ด�าเนินการเกี่ยวกับการจัดท�าฐานข้อมูลค�าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไทยและต่างประเทศ รวมถึง ฐานขอ้ มูลรฐั ธรรมนูญไทยและตา่ งประเทศ และฐานขอ้ มลู กฎหมายทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั ภารกิจของศาลรฐั ธรรมนูญและส�านักงาน ศาลรัฐธรรมนูญทั้งไทยและต่างประเทศ เพ่ือสนับสนุนการปฏิบัติงานของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญและบุคลากรในสังกัด สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนูญ (ค) ดา� เนนิ การเกยี่ วกบั การคดั เลอื ก จดั หา และใหบ้ รกิ ารระบบทรพั ยากรสารนเิ ทศดา้ นกฎหมายรฐั ธรรมนญู กฎหมายมหาชน และกฎหมายอน่ื ๆ ที่เก่ยี วขอ้ งกบั ภารกิจของศาลรฐั ธรรมนญู และสา� นักงานศาลรัฐธรรมนูญ (ง) ด�าเนินการเก่ียวกับการเก็บรักษาเอกสาร และส่ิงของท่ีส�าคัญที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญและ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนูญ เพือ่ จดั เก็บไวใ้ นพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตศุ าลรัฐธรรมนูญ (จ) ดา� เนนิ การเกย่ี วกบั การประชาสมั พนั ธ ์ เพอื่ เผยแพรค่ วามรเู้ กย่ี วกบั คดรี ฐั ธรรมนญู ศาลรฐั ธรรมนญู และ การคุ้มครองสิทธแิ ละเสรภี าพของประชาชน รวมถึงการเสรมิ สร้างภาพลกั ษณแ์ ละความเชื่อมัน่ ตอ่ ศาลรฐั ธรรมนูญ (ฉ) ปฏบิ ัติหนา้ ที่อนื่ ๆ ตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย (๑๒) สถาบนั รฐั ธรรมนญู ศกึ ษา มผี อู้ า� นวยการสถาบนั เปน็ ผบู้ งั คบั บญั ชาขา้ ราชการและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ิ ราชการในฐานะหัวหนา้ ส่วนราชการทส่ี ูงกวา่ กอง มีอา� นาจหนา้ ทีด่ งั น ้ี (ก) ศึกษา วิเคราะห์ เพ่ือก�าหนดประเด็นในการวิจัยท่ีมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ คดรี ฐั ธรรมนญู และศาลรฐั ธรรมนญู เพอื่ พฒั นาองคค์ วามรทู้ างดา้ นกฎหมายรฐั ธรรมนญู คดรี ฐั ธรรมนญู และศาลรฐั ธรรมนญู (ข) จัดท�าเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นๆ ที่อาจสง่ ผลกระทบต่อการปฏิบัตหิ นา้ ท่ีของคณะตลุ าการศาลรัฐธรรมนญู เพ่ือเผยแพรต่ ่อสาธารณะ ทงั้ ในรูปแบบภาษาไทย และภาษาตา่ งประเทศ (ค) ด�าเนินการเก่ียวกับการประสานความร่วมมือกับศาลรัฐธรรมนูญต่างประเทศ หน่วยงานยุติธรรม ระหว่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงการสร้างเครือข่ายพันธมิตรความร่วมมือทางวิชาการและการส่งเสริม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ง) ด�าเนินการเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกอบรมเก่ียวกับรัฐธรรมนูญ กฎหมายมหาชน ศาลรัฐธรรมนูญ การพฒั นาประชาธปิ ไตย และการสง่ เสรมิ หลกั นติ ธิ รรม รวมถงึ การดา� เนนิ เกยี่ วกบั กระบวนการจดั การศกึ ษาตามหลกั สตู รดงั กลา่ ว (จ) ดา� เนนิ การเกยี่ วกบั การจดั การสมั มนาทางวชิ าการเพอื่ เผยแพรค่ วามรเู้ กยี่ วกบั รฐั ธรรมนญู คดรี ฐั ธรรมนญู และศาลรัฐธรรมนูญ โดยความรว่ มมือระหว่างศาลรัฐธรรมนูญ สา� นกั งานศาลรัฐธรรมนูญและหนว่ ยงานอืน่ (ฉ) ด�าเนินการเก่ียวกับการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและประสานงานกับหน่วยงาน ในกระบวนการยตุ ธิ รรมหรอื หน่วยงานอืน่ ในภูมภิ าค ในภารกิจของศาลรัฐธรรมนญู และสา� นักงานศาลรัฐธรรมนูญ (ช) ปฏบิ ตั หิ น้าท่ีอนื่ ๆ ตามท่ไี ดร้ บั มอบหมาย 28

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ ๓.๔ แผนยทุ ธศาสตรศ์ าลรฐั ธรรมนญู ศาลรัฐธรรมนูญได้มีแผนยุทธศาสตร์ศาลรัฐธรรมนูญเป็นกรอบทิศทางการบริหารราชการของศาลรัฐธรรมนูญ และส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพ่ือพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการด�าเนินงานการอ�านวยความยุติธรรมในภารกิจของ ศาลรฐั ธรรมนญู ตามทบี่ ญั ญตั ไิ วใ้ นรฐั ธรรมนญู ตลอดจนการพฒั นาหลกั นติ ธิ รรมในสงั คมไทย การสรา้ งบรรทดั ฐานการปกครอง ตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ การคมุ้ ครองสทิ ธแิ ละเสรภี าพของประชาชนและการรกั ษาไว้ ซงึ่ ประโยชนส์ าธารณะอยา่ งตอ่ เนื่อง โดยมแี ผนยทุ ธศาสตร์ รายละเอียดดงั นี้ แผนยทุ ธศาสตรศ์ าลรฐั ธรรมนญู พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ การจัดท�าแผนยุทธศาสตร์ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔ มุ่งเน้นให้ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญมี กรอบทศิ ทางในการปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ยา่ งเตม็ ศกั ยภาพและประสทิ ธภิ าพ สามารถสนองตอ่ วสิ ยั ทศั น ์พนั ธกจิ เปา้ หมาย วตั ถปุ ระสงคข์ อง ศาลรัฐธรรมนูญและเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญ ตลอดจนภารกิจหลักของศาลรัฐธรรมนูญ ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ และสภาพแวดล้อมท่ีเปล่ียนแปลงไป รวมไปถึงการเสนอทิศทางและเป้าหมายเพ่ือยกระดับศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นองค์กร ทมี่ ขี ดี สมรรถนะสงู (High Performance Organization) นอกจากนไ้ี ดน้ า� เสนอทศิ ทางและเปา้ หมายเพอื่ ยกระดบั ศาลรฐั ธรรมนญู ใหเ้ ปน็ องคก์ รทมี่ ขี ดี สมรรถนะสงู (High Performance Organization) โดยดา� เนนิ การวเิ คราะหแ์ ละเปรยี บเทยี บการดา� เนนิ งานตามภารกจิ ดา้ นตา่ งๆ ของสา� นกั งาน ศาลรฐั ธรรมนญู กบั หนว่ ยงานภายในประเทศหรอื ตา่ งประเทศ โดยใชก้ ารเทยี บวดั ผลการดา� เนนิ งาน ประสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล หรอื สมรรถนะขององคก์ ร โดยใชห้ ลกั Benchmark และวเิ คราะหห์ าชอ่ งวา่ ง (GAP Analysis) ของผลการดา� เนนิ งาน ประสทิ ธภิ าพ ประสิทธิผล หรือสมรรถนะ เพื่อระบุทิศทางและเป้าหมายในการยกระดับศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง (High Performance Organization) จากกรอบแนวคดิ ในการจดั ทา� แผนยทุ ธศาสตรท์ กี่ ลา่ วมาขา้ งตน้ นา� มาสกู่ ารจดั ทา� แผนยทุ ธศาสตรศ์ าลรฐั ธรรมนญู พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ รายละเอยี ดดงั น้ี 29

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนญู แผนยทุ ธศาสตรศ์ าลรฐั ธรรมนญู พ.ศ. ๒๕๖๐–๒๕๖๔ วสิ ยั ทศั น์ (Vision) ศาลรฐั ธรรมนญู เปน็ สถาบนั หลกั ทค่ี มุ้ ครองความเปน็ กฎหมายสูงสุดของรฐั ธรรมนญู ตามหลกั นติ ธิ รรม สรา้ งความเชอื่ มนั่ แก่ประชาชน โดยมกี ลไกสนับสนนุ งานท่มี ีประสิทธิภาพและมมี าตรฐานเปน็ ที่ยอมรบั พันธกจิ (Mission) ๑. รกั ษาความชอบธรรมของการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ ๒. รักษาความเปน็ กฎหมายสูงสุดของรฐั ธรรมนญู ๓. รักษาความสมดลุ ในระบบการเมือง ๔. สร้างความเชอ่ื ม่ันต่อภารกจิ ของศาลรฐั ธรรมนญู ๕. สร้างความถกู ต้องเปน็ ธรรมตามหลกั นิติธรรม ๖. สร้างบรรทัดฐานในการค้มุ ครองสิทธแิ ละเสรีภาพให้แกป่ ระชาชน เปา้ ประสงค์ (Goals) เพื่อใหบ้ รรลพุ ันธกิจดงั กลา่ ว ศาลรัฐธรรมนญู ไดก้ า� หนดเปา้ หมายของการดา� เนนิ งานไว้ ดังน้ี ๑. ยกระดบั คุณภาพและมาตรฐานการพิจารณาคดีสู่ระดบั สากล ๒. เสริมสรา้ งและพัฒนาระบบบรหิ ารจัดการภายในองคก์ รมคี วามเขม้ แข็ง บุคลากรมคี วามสามารถควบคคู่ ณุ ธรรมและ จริยธรรม ๓. เสริมสร้างความรู้ ความเขา้ ใจ และความศรัทธาเชอื่ มน่ั ของประชาชนต่อศาลรฐั ธรรมนูญ คา่ นยิ ม (ศาลรฐั ธรรมนญู ) “ยึดหลกั นติ ธิ รรม คา้� จนุ ประชาธปิ ไตย ห่วงใยสิทธเิ สรภี าพของประชาชน” คา่ นยิ ม (สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ) RIGHT มีคณุ ธรรมยดึ ม่นั ในความถกู ตอ้ ง มุ่งพัฒนาตนเอง “องคก์ รแหง่ ความถูกตอ้ งและยตุ ธิ รรม” มีไมตรีจิตต่อทุกคน R: Righteousness มีความรกั ความสามัคคี I: Intelligence มุ่งมน่ั ท�างานเปน็ ทีม G: Good will H: Harmony T: Teamwork 30

วสิ ยั ทศั น์ แผนภาพท่ี ๓ แผนทย่ี ทุ ธศาสตร์ (Strategy map) “ศาลรัฐธรรมนญู เป็นสถาบนั หลักท่คี มุ้ ครองความเป็นกฎหมายสูงสุดของรฐั ธรรมนูญตามหลกั นิตธิ รรม สร้างความเชอ่ื ม่นั แก่ประชาชน โดยมีกลไกสนบั สนนุ งานท่มี ปี ระสิทธภิ าพและมมี าตรฐานเป็นทย่ี อมรับ” พันธกจิ ๑. รักษาความชอบธรรม ๒. รักษาความเป็น ๓. รกั ษาความสมดลุ ๔. สรา้ งความเชื่อม่นั ๕. สร้างความถกู ต้อง ๖. สร้างบรรทัดฐาน ของการปกครองใน กฎหมายสงู สดุ ของ ในระบบการเมือง ต่อภารกจิ ของ เป็นธรรมตามหลกั ในการคมุ้ ครองสิทธิ ระบอบประชาธปิ ไตย รฐั ธรรมนูญ ศาลรฐั ธรรมนูญ นติ ธิ รรม และเสรภี าพใหแ้ ก่ อนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ ประชาชน ทรงเป็นประมุข เปา้ ประสงค์ ๑. ยกระดับคณุ ภาพและมาตรฐานการพิจารณาคดี ๒. เสริมสรา้ งและพัฒนาระบบบริหารจดั การ ๓. เสรมิ สร้างความรู้ ความเข้าใจ และความศรทั ธา สูร่ ะดับสากล ภายในองคก์ รมคี วามเขม้ แขง็ เช่อื มน่ั ของประชาชนต่อศาลรฐั ธรรมนญู บคุ ลากรมีความสามารถควบคคู่ ณุ ธรรม และจรยิ ธรรม ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๑ (ภารกจิ /งาน) ยุทธศาสตร์ที่ ๒ (ระบบ/เทคโนโลยี) ยุทธศาสตร์ท่ี ๓ (บคุ ลากร) ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๔ (เครอื ขา่ ย/ประชาสมั พันธ)์ ยกระดบั คณุ ภาพและมาตรฐานงาน ดา้ นงานคดี เสรมิ สรา้ งระบบฐานขอ้ มลู พัฒนาเทคโนโลยี บคุ ลากรมสี มรรถนะสงู และไดร้ บั ส่ ง เ ส ริ ม ค ว า ม ร่ ว ม มื อ แ ล ะ ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์ งานบรหิ าร งานวชิ าการ เพ่ือสนบั สนนุ ดิจทิ ัลท่ีเหมาะสมกับบคุ ลากรและองค์กร การพัฒนาเรยี นรอู้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง กั บ เ ค รื อ ข่ า ย ด้ า น ก า ร จั ด ก า ร ค ว า ม รู้ ท้ั ง คณะตุลาการศาลรฐั ธรรมนญู เพิ่มประสิทธภิ าพในการปฏบิ ตั งิ าน สอดคลอ้ งกบั วฒั นธรรมองคก์ ร ภายในประเทศและตา่ งประเทศ ให้กา้ วหนา้ ทันสมัยและเปน็ มาตรฐานสากล กลยทุ ธท์ ่ี ๑.๑ ขอ้ มลู และงานวจิ ยั มคี ณุ ภาพ สามารถใช้ กลยทุ ธท์ ่ี ๓.๑ ปรบั ปรงุ โครงสรา้ ง กลยทุ ธท์ ่ี ๔.๑ สง่ เสรมิ และขยายการพัฒนางาน สนบั สนนุ งานศาลรฐั ธรรมนญู ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ กลยทุ ธท์ ี่ ๒.๑ พฒั นาเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เพอ่ื สนบั สนนุ ระบบงาน กรอบอตั รากา� ลงั และกา� หนด ใ ห้ ค ร อ บ ค ลุ ม ต า ม ข้ อ ต ก ล ง ค ว า ม ร่ ว ม มื อ และช่วยพั ฒนามาตรฐานการปฏิบัติงานของ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องคณะตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู สมรรถนะ ให้มีความเหมาะสมและ ทั้งในประเทศและต่างประเทศท้ังท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ใหม้ คี วามสะดวก รวดเรว็ โปรงใส และใหก้ ารปฏบิ ตั งิ าน สอดคลอ้ งกบั ภารกจิ งานของ และเพ่ิมข้นึ ในอนาคต กลยทุ ธท์ ่ี ๑.๒ การปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหาร ของเจ้าหน้าท่ีของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรฐั ธรรมนญู ในอนาคต กลยทุ ธ์ที่ ๔.๒ พฒั นางานเครอื ขา่ ยดา้ นประชาสมั พนั ธ์ ความเส่ียง และระบบการควบคุมภายใน เพ่ือใช้ เปน็ มาตรฐานทัดเทยี มกับสถาบันเทยี บเท่า กลยทุ ธท์ ่ี ๓.๒ บคุ ลากรมี ความรู้ ทกั ษะ ใหค้ รอบคลมุ ประชาชนทกุ ระดบั ทุกพ้ืนท่ี เป็นกรอบการบรหิ ารงานตามภารกิจ กลยทุ ธท์ ่ี ๒.๒ พฒั นาระบบบรหิ ารจดั การองคค์ วามรู้ ความเชย่ี วชาญ รวมถงึ มคี วามพรอ้ ม กลยทุ ธท์ ี่ ๔.๓ พัฒนาองคค์ วามรแู้ ละความรว่ มมอื เชอ่ื มโยงเขา้ กบั ระบบ e-Library ทงั้ ภายในประเทศ ด้ า น ภ า ษ า ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ร ะ บ บ ดา้ นวชิ าการ และตา่ งประเทศ เทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีการจัดระดับ กลยทุ ธ์ที่ ๔.๔ ย ก ร ะ ดั บ ส ถ า น ท่ี แ ล ะ คุ ณ ภ า พ กลยทุ ธท์ ่ี ๒.๓ พฒั นาระบบการตดิ ตามการปฏบิ ตั งิ าน การพฒั นา การประเมนิ และการออกแบบ การให้บริการห้องสมุดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ควบคไู่ ปกบั การสรา้ งความโปรง่ ใส และมาตรฐานใน ใหส้ อดคลอ้ งกบั บคุ ลากรภายใน พิพิธภัณฑ์ศาลรัฐธรรมนูญ หอจดหมายเหตุ การปฏบิ ตั งิ าน กลยทุ ธท์ ่ี ๓.๓ ปรบั ปรงุ ทศั นคตมิ งุ่ ให้ ศาลรัฐธรรมนูญ และวิทยาลัยศาลรัฐธรรมนูญ บุคลากรภายในมีค่านิยมวัฒนธรรม ตลอดจนการเตรยี มความพรอ้ มและความเหมาะสม องคก์ รรว่ มกนั มคี วามเปน็ ทมี ท า ง ด้ า น ส ถ า น ท่ี ท� า ง า น ข อ ง ศ า ล รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ กลยทุ ธท์ ่ี ๓.๔ จดั ทา� ขอ้ ตกลงในการ และสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ในอนาคต รายงานประ �จา ีป ๒๕๖๐ ประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผน ศาล ัรฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ ให้ครอบคลุมบุคลากร ทกุ ระดบั 31กลยุทธ์ท่ี ๓.๕ บูรณาการแผนการ พั ฒ น า บุ ค ล า ก ร ร่ ว ม กั บ ห น่ ว ย ง า น ท่ีเก่ียวข้องเพ่ือประสิทธิภาพในการ บรหิ ารงบประมาณไดอ้ ยา่ งคมุ้ คา่

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนูญ ๓.๕ อตั รากา� ลงั ของสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู นับต้ังแต่มีการจัดตั้งส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ด�าเนินการ สรรหาบคุ ลากรเพอื่ รองรบั ภารกจิ ในการสนบั สนนุ งานดา้ นพจิ ารณาวนิ จิ ฉยั คด ี และงานบรหิ ารดา้ นตา่ งๆ ของศาลรฐั ธรรมนญู และ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ทม่ี ปี รมิ าณเพม่ิ ขน้ึ ทกุ ป ี จนถงึ ปจั จบุ นั (ณ วนั ท ่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๖๐) มอี ตั รากา� ลงั รวมทง้ั สนิ้ ๒๒๒ อตั รา แบ่งออกเป็น อัตราก�าลังของข้าราชการ จ�านวน ๑๖๙ อัตรา (มีข้าราชการด�ารงต�าแหน่งอยู่จริง จ�านวน ๑๓๔ อัตรา) และอตั รากา� ลงั ของลกู จา้ งประจา� จา� นวน ๓๓ อตั รา (มลี กู จา้ งประจา� ดา� รงตา� แหนง่ อยจู่ รงิ จา� นวน ๓๒ อตั รา) และอตั รากา� ลงั ของลกู จา้ งช่ัวคราว จา� นวน ๒๐ อตั รา (มีลกู จ้างชั่วคราวดา� รงต�าแหน่งอยู่จรงิ จา� นวน ๑๗ อตั รา) รายละเอยี ดดังนี้ ตารางท่ี ๑ แสดงจ�านวนอัตรากา� ลงั ขา้ ราชการและลูกจ้างตามโครงสร้างของสา� นักงานศาลรัฐธรรมนญู สา� นัก/กลุ่มงาน จา� นวน จา� นวน จา� นวน ขา้ ราชการ (คน) ลกู จา้ งประจ�า (คน) ลกู จ้างชั่วคราว (คน) ผบู้ ริหารสา� นกั งาน ศาลรฐั ธรรมนญู ๓ ๐ ๐ ทป่ี รกึ ษาดา้ นวิชาการ กลมุ่ งานผู้เชี่ยวชาญ ๑ ๐ ๐ กลุ่มงานตรวจสอบภายใน ๑๗ ๑ ๒ ส�านกั ประธานศาลรฐั ธรรมนญู ๓ ๐ ๐ ส�านกั บรหิ ารกลาง ๙ ๒ ๑ สา� นักคด ี ๑ ๒๒ ๒๐ ๓ ส�านกั คด ี ๒ ๑๑ ๐ ๐ ส�านกั คด ี ๓ ๑๑ ๐ ๐ สา� นกั คดี ๔ ๑๑ ๐ ๐ สา� นกั คด ี ๕ ๑๑ ๐ ๐ ส�านกั พฒั นาระบบบริหาร ๑๕ ๔ ๒ ส�านกั เทคโนโลยสี ารสนเทศและ ๑๖ ๓ ๓ ประชาสัมพันธ์ ๑๗ ๒ ๕ สถาบันรฐั ธรรมนูญศกึ ษา ๒๒ ๑ ๔ รวม ๑๖๙ ๓๓ ๒๐ แผนภมู ทิ ี่ ๑ แสดงจา� นวนอตั รากา� ลงั ขา้ ราชการและลกู จา้ งตามโครงสรา้ งของสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ๒๐ คน, ๙% ๑๖๙ คน, ๗๖% ขา้ ราชการ ๓๓ คน, ๑๕% ลกู จ้างประจ�า ลกู จา้ งชว่ั คราว 32

แผนภูมทิ ี่ ๒ แสดงจา� นวนอตั รากา� ลงั ขา้ ราชการและลกู จา้ งจา� แนกตามตา� แหนง่ ทมี่ อี ยจู่ รงิ ของส�านกั งานศาลรฐั ธรรมนญู จ�านวน (คน) อัตราก�าลังของข้าราชการและลกู จ้างท่มี ีอย่จู รงิ ๒๐๐ ๑๘๓ ๑๕๐ ๑๐๐ ๕๐ ๓๖ ๔๕ ๓๒ ๑๗ ๓ ๑๒ ๑๗ ๑๓ ๑ ๐ ๒ ๓๒ ๐ นักบรหิ ารงานศาลรฐั ธรรมนญู ท่ปี รึกษาดา้ นวชิ าผกู้อาา� รนวยการสาผยอู้ งา� านนวคยดกี ารสายงานผวู้อิช�าานกวายรการสายงานนบกั รวิหชิ าารการคดีรัฐธนรักรมวชินาญู การศาลรัฐธรรเจม้านหูญนา้ ท่ีศาลรัฐธนรกัรวมชินาญู การตรวจสอบภายใน นนิตักกิ วริชาการคอมพิวเตอร์ ลูกจ้างประจา� ลูกจ้างชัว่ คราว รวม รายงานประ �จา ีป ๒๕๖๐ จ�านวน (คน) ศาล ัรฐธรรมนูญ 33

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ ทงั้ น ี้ สามารถจา� แนกบคุ ลากรของสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู จา� แนกตามเพศ แบง่ ออกเปน็ เพศชาย จา� นวน ๙๔ คน เพศหญงิ จา� นวน ๘๙ คน ดังแผนภูมิท่ ี ๓ แผนภมู ิที่ ๓ แสดงจา� นวนบุคลากรของส�านกั งานศาลรฐั ธรรมนูญ จ�าแนกตามเพศ ๙๔ ๘๙ ๖๗ ๖๗ ๒๑ ๖ ๑๑ ๑๑ ขา้ ราชการ ลูกจ้างประจา� ลกู จ้างชัว่ คราว รวม ชาย หญงิ ๓.๖ งบประมาณรายจา่ ยประจา� ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ไดร้ บั งบประมาณตามพระราชบญั ญตั งิ บประมาณรายจา่ ยประจา� ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ จา� นวน ๒๔๗,๓๕๐,๙๐๐ บาท พบว่า รายการคา่ ใชจ้ า่ ยทไี่ ด้รับการจดั สรรงบประมาณมากทส่ี ุด คอื คา่ ใช้จา่ ยดา้ นบคุ ลากร จา� นวน ๑๔๙,๙๔๖,๖๐๐ บาท (รอ้ ยละ ๖๐.๖๒) รองลงมาเปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นการดา� เนนิ งาน จา� นวน ๘๙,๓๖๑,๗๐๐ บาท (ร้อยละ ๓๖.๑๓) และคา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นครภุ ณั ฑ ์ ทดี่ นิ และสงิ่ กอ่ สรา้ ง จา� นวน ๘,๐๔๒,๖๐๐ บาท (รอ้ ยละ ๓.๒๕) ดงั ตารางท ี่ ๒ และ แผนภมู ทิ ่ี ๔ ตารางท่ี ๒ การจดั สรรงบประมาณจ�าแนกตามรายการคา่ ใช้จา่ ยท่ไี ดร้ บั การจดั สรรงบประมาณประจ�าปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ รายการ จา� นวน ร้อยละ ๑. ค่าใช้จา่ ยดา้ นบคุ ลากร ๑๔๙,๙๔๖,๖๐๐ ๖๐.๖๒ ๑.๑ ค่าตอบแทนคณะตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู และคณะสนบั สนนุ การปฏิบัติงาน ๔๕,๐๔๒,๗๐๐ ๑๘.๒๑ ของคณะตุลาการศาลรฐั ธรรมนูญ ๑.๒ ค่าตอบแทนข้าราชการ ลูกจ้าง และเจ้าหนา้ ที่สา� นักงานศาลรัฐธรรมนูญ ๑๐๔,๙๐๓,๙๐๐ ๔๒.๔๑ ๘๙,๓๖๑,๗๐๐ ๓๖.๑๓ ๒. ค่าใชจ้ ่ายดา้ นการดา� เนนิ งาน ๑๒,๖๓๘,๕๐๐ ๕.๑๑ ๒.๑ คา่ ตอบแทน ๖๖,๐๐๐,๗๐๐ ๒๖.๖๙ ๒.๒ ค่าใชส้ อย ๓,๗๑๗,๐๐๐ ๑.๕๐ ๒.๓ ค่าวัสด ุ ๗,๐๐๕,๕๐๐ ๒.๘๓ ๒.๔ ค่าสาธารณูปโภค ๘,๐๔๒,๖๐๐ ๓.๒๕ ๑,๗๖๕,๐๐๐ ๐.๗๑ ๓. คา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นครุภัณฑ์ ท่ีดนิ และส่ิงก่อสร้าง ๖,๒๗๗,๖๐๐ ๒.๕๔ ๓.๑ ครุภณั ฑไ์ ฟฟา้ และวิทยุ ๓.๒ ครภุ ณั ฑ์คอมพวิ เตอร์ ๒๔๗,๓๕๐,๙๐๐ ๑๐๐.๐๐ รวม แผนภมู ทิ ี่ ๔ แสดงสดั สว่ นงบประมาณรายจา่ ยประจา� ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ จา� แนกตามประเภท รายการคา่ ใชจ้ า่ ยทไ่ี ดร้ บั จดั สรร ค่าใช้จา่ ยด้านครุภณั ฑ์ ท่ดี นิ และสิ่งก่อสร้าง ค่าใชจ้ ่ายด้านบุคลากร ๘,๐๔๒,๖๐๐ บาท ๓.๒๕ % ค่าใชจ้ า่ ยด้านการดา� เนนิ งาน ค่าใชจ้ า่ ยด้านการดา� เนนิ งาน ค่าใช้จา่ ยด้านบคุ ลากร คา่ ใช้จา่ ยดา้ นครุภณั ฑ์ ๘๙,๓๖๑,๗๐๐ บาท ๑๔๙,๙๔๖,๖๐๐ บาท ท่ดี นิ และสง่ิ กอ่ สร้าง ๓๖.๑๓ % ๖๐.๖๒ % 34

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ ๒ส่วนท่ี ภาพรวมการเปรียบเทยี บผลการด�าเนินงาน ของสา� นักงานศาลรฐั ธรรมนูญ ประจ�าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ 35

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ ๒.ภาพรวมการเปรียบเทียบผลการด�าเนนิ งาน ของส�านักงานศาลรฐั ธรรมนูญ ประจ�าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑. การจดั สรรงบประมาณรายจา่ ยประจา� ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๐ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ไดร้ บั จดั สรรงบประมาณรายจา่ ยประจา� ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๐ ดงั น้ี - ในปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ไดร้ บั จัดสรรงบประมาณ จา� นวนทั้งสน้ิ ๑๙๕,๕๒๖,๔๐๐ บาท โดยมีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร จ�านวน ๑๒๕,๘๕๐,๓๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายด้านการด�าเนินงาน จ�านวน ๖๓,๖๗๖,๑๐๐ บาท และค่าใชจ้ า่ ยดา้ นครภุ ัณฑ ์ ทด่ี นิ และสิ่งกอ่ สรา้ ง จ�านวน ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท - ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้รบั จัดสรรงบประมาณ จ�านวนท้ังสน้ิ ๒๓๖,๐๗๗,๔๐๐ บาท โดยมีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร จ�านวน ๑๔๕,๖๔๗,๓๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายด้านการด�าเนินงาน จ�านวน ๗๖,๕๖๗,๑๐๐ บาท และค่าใช้จา่ ยด้านครุภณั ฑ์ ที่ดิน และสิ่งกอ่ สรา้ ง จา� นวน ๑๓,๘๖๓,๐๐๐ บาท - ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ ไดร้ บั จัดสรรงบประมาณ จ�านวนทง้ั ส้ิน ๒๓๕,๕๙๑,๘๐๐ บาท โดยมีค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร จ�านวน ๑๔๙,๒๕๙,๔๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายด้านการด�าเนินงาน จ�านวน ๗๔,๙๙๕,๙๐๐ บาท และคา่ ใช้จ่ายด้านครุภัณฑ ์ ท่ดี นิ และสง่ิ ก่อสร้าง จ�านวน ๑๑,๓๓๖,๕๐๐ บาท 36

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนญู - ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้รับจัดสรรงบประมาณ จ�านวนท้ังสิ้น ๒๔๗,๓๕๐,๙๐๐ บาท โดยมีค่าใช้จ่าย ด้านบุคลากร จ�านวน ๑๔๙,๙๔๖,๖๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายด้านการด�าเนินงาน จ�านวน ๘๙,๓๖๑,๗๐๐ บาท และค่าใช้จ่าย ด้านครภุ ัณฑ ์ ทดี่ นิ และส่ิงก่อสร้าง จา� นวน ๘,๐๔๒,๖๐๐ บาท สามารถแสดงการจัดสรรงบประมาณของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๐ รายละเอียดดงั ตารางที ่ ๓ และแผนภมู ิท่ ี ๕ ตารางท่ี ๓ การจัดสรรงบประมาณรายจา่ ยประจ�าปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๐ รายการ งบประมาณปี งบประมาณปี งบประมาณปี งบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๕๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. ๒๕๕๙ พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑. ค่าใชจ้ า่ ยดา้ นบุคลากร ๑๒๕,๘๕๐,๓๐๐ ๑๔๕,๖๔๗,๓๐๐ ๑๔๙,๒๕๙,๔๐๐ ๑๔๙,๙๔๖,๖๐๐ ๑.๑ ค่าตอบแทนคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๔๓,๕๕๔,๑๐๐ ๔๖,๐๗๘,๕๐๐ ๔๖,๒๖๔,๓๐๐ ๔๕,๐๔๒,๗๐๐ และคณะสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะตุลาการ ๙๙,๕๖๘,๘๐๐ ๑๐๒,๙๙๕,๑๐๐ ๑๐๔,๙๐๓,๙๐๐ ศาลรฐั ธรรมนญู ๑.๒ คา่ ตอบแทนขา้ ราชการ ลกู จา้ ง และเจา้ หนา้ ที่ ๘๒,๒๙๖,๒๐๐ สา� นักงานศาลรฐั ธรรมนญู ๒. ค่าใชจ้ า่ ยด้านการดา� เนินงาน ๖๓,๖๗๖,๑๐๐ ๗๖,๕๖๗,๑๐๐ ๗๔,๙๙๕,๙๐๐ ๘๙,๓๖๑,๗๐๐ ๒.๑ คา่ ตอบแทน ๓,๕๔๑,๒๐๐ ๓,๕๗๗,๒๐๐ ๕,๒๐๖,๐๐๐ ๑๒,๖๓๘,๕๐๐ ๒.๒ คา่ ใช้สอย ๔๙,๔๑๒,๔๐๐ ๖๒,๒๖๗,๔๐๐ ๕๙,๐๖๗,๔๐๐ ๖๖,๐๐๐,๗๐๐ ๒.๓ ค่าวัสดุ ๓,๗๑๗,๐๐๐ ๓,๗๑๗,๐๐๐ ๓,๗๑๗,๐๐๐ ๓,๗๑๗,๐๐๐ ๒.๔ ค่าสาธารณปู โภค ๗,๐๐๕,๕๐๐ ๗,๐๐๕,๕๐๐ ๗,๐๐๕,๕๐๐ ๗,๐๐๕,๕๐๐ ๓. คา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นครภุ ณั ฑ์ ทด่ี นิ และสงิ่ กอ่ สรา้ ง ๖,๐๐๐,๐๐๐ ๑๓,๘๖๓,๐๐๐ ๑๑,๓๓๖,๕๐๐ ๘,๐๔๒,๖๐๐ ๓.๑ ครภุ ณั ฑ์ส�านักงาน - - - - ๓.๒ ครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง - - - ๓.๓ ครภุ ัณฑไ์ ฟฟ้าและวทิ ยุ - ๖,๗๙๐,๐๐๐ ๓.๔ ครภุ ัณฑ์คอมพิวเตอร์ ๖,๖๓๐,๐๐๐ ๖๖๐,๐๐๐ ๑,๗๖๕,๐๐๐ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ๗,๒๓๓,๐๐๐ ๓,๘๘๖,๕๐๐ ๖,๒๗๗,๖๐๐ รวม ๑๙๕,๕๒๖,๔๐๐ ๒๓๖,๐๗๗,๔๐๐ ๒๓๕,๕๙๑,๘๐๐ ๒๔๗,๓๕๐,๙๐๐ 37

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ แผนภมู ทิ ี่ ๕ การจดั สรรงบประมาณรายจา่ ยประจ�าปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๖๐ ล้านบาท ๑๔๖ ๑๔๙ ๑๕๐ ๑๖๐ ๑๔๐ ๑๒๖ ๑๒๐ ๑๐๐ ๘๙ ๗๗ ๗๕ ๘๐ ๖๔ ๖๐ ๔๐ ๑๔ ๒๐ ๖ ๑๑ ๘ ๐ คา่ ใชจ้ า่ ยด้านบุคลากร คา่ ใชจ้ ่ายด้านการด�าเนินงาน ค่าใช้จ่ายดา้ นครภุ ณั ฑ์ ทีด่ นิ และสิง่ กอ่ สร้าง ๒๕๕๗ ๑๒๕,๘๕๐,๓๐๐ ๖๓,๖๗๖,๑๐๐ ๒๕๕๘ ๑๔๕,๖๔๗,๓๐๐ ๗๖,๕๖๗,๑๐๐ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ๒๕๕๙ ๑๔๙,๒๕๙,๔๐๐ ๗๔,๙๙๕,๙๐๐ ๑๓,๘๖๓,๐๐๐ ๒๕๖๐ ๑๔๙,๙๔๖,๖๐๐ ๘๙,๓๖๑,๗๐๐ ๑๑,๓๓๖,๕๐๐ ๘,๐๔๒,๖๐๐ ๒. การเปรยี บเทยี บการจดั สรรงบประมาณประจา� ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๐ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ไดร้ บั จดั สรรงบประมาณประจา� ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ รวมทง้ั สน้ิ จา� นวน ๒๔๗,๓๕๐,๙๐๐ บาท (ซง่ึ มอี ตั ราทเ่ี พม่ิ ขน้ึ จากปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ จา� นวน ๑๑,๗๕๙,๑๐๐ บาท คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๔.๙๙) โดยมคี า่ ใชจ้ า่ ยดา้ นบคุ ลากร จา� นวน ๑๔๙,๙๔๖,๖๐๐ บาท (ซงึ่ มอี ตั ราทเ่ี พมิ่ ขน้ึ จากปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ จา� นวน ๖๘๗,๒๐๐ บาท คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๐.๔๖) ค่าใช้จ่ายด้านการด�าเนินงาน จ�านวน ๘๙,๓๖๑,๗๐๐ บาท (ซ่ึงมีอัตราท่ีเพ่ิมข้ึนจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ จ�านวน ๑๔,๓๖๕,๘๐๐ บาท คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๑๙.๑๖) และค่าใชจ้ ่ายด้านครุภณั ฑ ์ ทีด่ ิน และส่ิงก่อสร้าง จ�านวน ๘,๐๔๒,๖๐๐ บาท (ซ่ึงมีอัตราที่ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ จ�านวน ๓,๒๙๓,๙๐๐ บาท คิดเป็นร้อยละ ๒๙.๐๖) ซึ่งสามารถแสดง การเปรยี บเทยี บการจดั สรรงบประมาณของสา� นกั งานศาลรัฐธรรมนูญ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๐ รายละเอียด ดังตารางที่ ๔ และแผนภมู ทิ ่ ี ๖ 38

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ ตารางท่ี ๔ การเปรยี บเทียบการจดั สรรงบประมาณประจ�าปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๐ รายการ งบประมาณปี งบประมาณปี งบประมาณ รอ้ ยละ พ.ศ. ๒๕๕๙ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพิ่ม/ลด ๑. ค่าใชจ้ า่ ยด้านบุคลากร ๐.๔๖ ๑.๑ ค่าตอบแทนคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๑๔๙,๒๕๙,๔๐๐ ๑๔๙,๙๔๖,๖๐๐ ๖๘๗,๒๐๐ ๒.๖๔ และคณะสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะตุลาการ ๔๖,๒๖๔,๓๐๐ ๔๕,๐๔๒,๗๐๐ ๑,๒๒๑,๖๐๐ ศาลรัฐธรรมนญู ๑.๘๕ ๑.๒ คา่ ตอบแทนขา้ ราชการ ลกู จา้ ง และเจา้ หนา้ ที่ ๑๐๒,๙๙๕,๑๐๐ ๑๐๔,๙๐๓,๙๐๐ ๑,๙๐๘,๘๐๐ สา� นกั งานศาลรัฐธรรมนญู ๑๙.๑๖ ๘๙,๓๖๑,๗๐๐ ๑๔,๓๖๕,๘๐๐ ๑๔๒.๗๗ ๒. คา่ ใชจ้ ่ายด้านการดา� เนนิ งาน ๗๔,๙๙๕,๙๐๐ ๑๒,๖๓๘,๕๐๐ ๗,๔๓๒,๕๐๐ ๑๑.๗๔ ๒.๑ ค่าตอบแทน ๕,๒๐๖,๐๐๐ ๖๖,๐๐๐,๗๐๐ ๖,๙๓๓,๓๐๐ ๒.๒ ค่าใช้สอย ๕๙,๐๖๗,๔๐๐ ๓,๗๑๗,๐๐๐ - ๒.๓ คา่ วสั ดุ ๓,๗๑๗,๐๐๐ ๗,๐๐๕,๕๐๐ - - ๒.๔ ค่าสาธารณปู โภค ๗,๐๐๕,๕๐๐ ๘,๐๔๒,๖๐๐ - -๒๙.๐๖ -๓,๒๙๓,๙๐๐ - ๓. คา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นครภุ ณั ฑ์ ทดี่ นิ และสง่ิ กอ่ สรา้ ง ๑๑,๓๓๖,๕๐๐ - - -๑๐๐.๐๐ ๓.๑ ครุภัณฑส์ �านักงาน - - -๖,๗๙๐,๐๐๐ ๑๖๗.๔๒ ๓.๒ ครภุ ัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง ๑,๗๖๕,๐๐๐ ๑,๑๐๕,๐๐๐ ๖๑.๕๒ ๓.๓ ครภุ ณั ฑ์ไฟฟา้ และวทิ ยุ ๖,๗๙๐,๐๐๐ ๖,๒๗๗,๖๐๐ ๒,๓๙๑,๑๐๐ ๓.๔ ครุภัณฑค์ อมพวิ เตอร์ ๖๖๐,๐๐๐ ๔.๙๙ ๓,๘๘๖,๕๐๐ ๒๔๗,๓๕๐,๙๐๐ ๑๑,๗๕๙,๑๐๐ รวม ๒๓๕,๕๙๑,๘๐๐ แผนภูมิที่ ๖ การเปรยี บเทยี บการจัดสรรงบประมาณประจ�าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๐ ล้านบาท ๑๔๙ ๑๕๐ ๑๖๐ ๑๔๐ ๑๒๐ ๑๐๐ ๘๙ ๗๕ ๘๐ ๖๐ ๔๐ ๒๐ ๑๑ ๘ ๐ คา่ ใชจ้ า่ ยด้านบคุ ลากร ค่าใชจ้ ่ายด้านการด�าเนินงาน ค่าใชจ้ ่ายด้านครุภณั ฑ์ ๒๕๕๙ ที่ดิน และสิง่ กอ่ สรา้ ง ๒๕๖๐ ๑๔๙,๒๕๙,๔๐๐ ๗๔,๙๙๕,๙๐๐ ๑๔๙,๙๔๖,๖๐๐ ๘๙,๓๖๑,๗๐๐ ๑๑,๓๓๖,๕๐๐ ๘,๐๔๒,๖๐๐ 39

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนญู ๓. การเปรยี บเทยี บงบประมาณทไี่ ดร้ บั จดั สรรและการใชจ้ า่ ยเงนิ งบประมาณ ประจา� ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ จัดสรรงบประมาณ จ�านวน ๒๔๗,๓๕๐,๙๐๐ บาท ณ ๓๐ กนั ยายน ๒๕๖๐ ผลการเบกิ จา่ ยงบประมาณ จา� นวน ๑๙๐,๙๗๘,๒๕๙.๒๙ บาท (รอ้ ยละ ๗๗.๒๑) รายละเอยี ดดงั ตารางท ี่ ๕ และแผนภมู ทิ ่ี ๗ ตารางท่ี ๕ การเปรียบเทยี บงบประมาณท่ไี ดร้ ับจดั สรรและการใชจ้ า่ ยเงนิ งบประมาณ ประจา� ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ รายการ งบประมาณทีไ่ ดร้ ับจดั สรร งบประมาณทีเ่ บกิ จา่ ย ร้อยละ ณ ๓๐ กนั ยายน ๒๕๖๐ ของการเบกิ จ่าย ๑. ค่าใชจ้ า่ ยด้านบุคลากร ๑๔๙,๙๔๖,๖๐๐ ๒. คา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นการดา� เนนิ งาน ๘๙,๓๖๑,๗๐๐ ๑๔๙,๙๔๖,๖๐๐ ๑๐๐ ๓. ค่าใชจ้ ่ายดา้ นครุภัณฑ์ที่ดนิ ๘,๐๔๒,๖๐๐ ๔๑,๐๐๐,๗๓๖.๒๙ ๔๕.๘๘ และส่งิ กอ่ สรา้ ง ๐.๓๘ ๒๔๗,๓๕๐,๙๐๐ ๓๐,๙๒๓ รวมเงินงบประมาณ ๗๗.๒๑ ๑๙๐,๙๗๘,๒๕๙.๒๙ แผนภมู ทิ ี่ ๗ การเปรียบเทียบงบประมาณท่ไี ดร้ ับจดั สรรและการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ประจา� ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลา้ นบาท ๑๕๐ ๑๕๐ ๑๖๐ ๑๔๐ ๑๒๐ ๑๐๐ ๘๙ ๘๐ ๖๐ ๔๑ ๔๐ ๒๐ ดา้ นการด�าเนนิ งาน ๘ ๐.๐๓ ๐ ดา้ นครภุ ัณฑ์ทีด่ ิน ดา้ นบุคลากร และสิ่งกอ่ สร้าง จัดสรร จ่ายจรงิ 40

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ ๓ส่วนท่ี ผลการดา� เนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ และสา� นักงานศาลรฐั ธรรมนูญ 41

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนญู ๓. ผลการดา� เนนิ งานของศาลรัฐธรรมนูญ และสา� นักงานศาลรฐั ธรรมนูญ ๑. ผลการดา� เนนิ งานดา้ นคดี ความสอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรศ์ าลรฐั ธรรมนญู ยุทธศาสตร์ท่ี ๑ ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานงาน ด้านงานคดี งานบริหาร งานวิชาการ เพ่ือ สนบั สนุนคณะตุลาการศาลรฐั ธรรมนูญ กลยุทธ์ที่ ๑.๑ ข้อมูลและงานวิจัยมีคุณภาพ สามารถใช้สนับสนุนงานศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างมี ประสทิ ธิภาพและช่วยพัฒนามาตรฐานการปฏิบตั ิงานของสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู แผนงานที่ ๑.๑.๒ การพฒั นาระบบงานคดี งานบริหาร งานวชิ าการ เพ่ือสนับสนุนคณะตลุ าการ ศาลรฐั ธรรมนญู ศาลรัฐธรรมนูญได้ด�าเนินการพิจารณาวินิจฉัยคดีที่เข้ามาสู่ศาลในปี ๒๕๖๐ โดยมีค�าร้องท่ีย่ืนต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ รวม ๕๑ เรอื่ ง ซ่ึงสามารถสรปุ ผลการพจิ ารณาวินิจฉยั คดีของศาลรฐั ธรรมนญู ได ้ ดังน้ี (๑) ค�ารอ้ งทปี่ ระชาชนยื่นโดยตรงตอ่ ศาลรัฐธรรมนญู ๔๖ เร่ือง (๒) คา� รอ้ งท่ัวไป ๕ เรอื่ ง โดยศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีค�าวินิจฉัย ๑ ค�าวินิจฉัย และมีค�าสั่ง ๔๔ ค�าสั่ง คงค้างยกไปพิจารณา วินจิ ฉยั ในปงี บประมาณ ๒๕๖๑ จา� นวน ๖ เร่อื ง แผนภูมิที่ ๘ สรุปสถิติคดีของศาลรัฐธรรมนูญ (ระหวา่ งปี พ.ศ. ๒๕๕๑ – ๒๕๖๐) ร้อยละ จ�านวน ๑๕๐ ๑๐๐.๐๐ ๑๒๕ ๙๐.๐๐ ๑๐๐ ๘๐.๐๐ ๗๕ ๗๐.๐๐ ๕๐ ๖๐.๐๐ ๒๕ ๕๐.๐๐ ๐ ๔๐.๐๐ ๒๕๕๑ ๒๕๕๒ ๒๕๕๓ ๒๕๕๔ ๒๕๕๕ ๒๕๕๖ ๓๐.๐๐ ๒๐.๐๐ ๑๐.๐๐ ๐.๐๐ ๒๕๕๗ ๒๕๕๘ ๒๕๕๙ ๒๕๖๐ จ�านวนคา� รอ้ ง ๑๓๖ ๑๒๙ ๑๓๐ ๑๓๑ ๑๒๓ ๑๒๑ ๙๖ ๓ ๘ ๕๑ ผลดา� เนนิ การรวม ๗๖ ๖๗ ๔๙ ๙๔ ๑๐๙ ๘๔ ๙๖ ๑ ๘ ๔๕ ร้อยละ ๕๕.๘๘ ๕๑.๙๔ ๓๗.๖๙ ๗๑.๗๖ ๘๘.๖๒ ๖๙.๔๒ ๑๐๐.๐๐ ๓๓.๓๓ ๑๐๐.๐๐ ๘๘.๒๔ คดคี า้ งยกไป ๖๐ ๖๐ ๘๑ ๓๗ ๑๔ ๓๗ ๐ ๒ ๐ ๖ จา� นวนค�ารอ้ ง ผลดา� เนนิ การรวม ร้อยละ ขอ้ มูล ณ วนั ท่ ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๖๐ หมายเหตุ : ในป ี พ.ศ. ๒๕๖๒ ส่งคนื เรอ่ื งตามขอ้ ก�าหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยวธิ ีพจิ ารณาและการท�าค�าวินิจฉยั พ.ศ. ๒๕๕๐ ข้อ ๒๐ วรรคสาม ๒ เรื่อง 42

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนญู ๑.๑ สรปุ ยอ่ คา� วนิ จิ ฉยั ศาลรฐั ธรรมนญู ๑ วนิ จิ ฉยั ๑) ค�าวินิจฉัยที่ ๑/๒๕๖๐ เรือ่ ง ประธานสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาตสิ ง่ ความเหน็ ของสมาชกิ สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาติ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๘ วรรคหนึ่ง (๑) ประกอบมาตรา ๒๖๓ ว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ พ.ศ. .... มาตรา ๕๖ มขี อ้ ความขดั หรอื แยง้ ตอ่ รฐั ธรรมนญู หรอื ไม่ ผรู้ ้อง ประธานสภานิติบญั ญตั ิแหง่ ชาติ กฎหมายที่เก่ียวขอ้ ง รฐั ธรรมนญู มาตรา ๑๔๘ วรรคหนง่ึ (๑) มาตรา ๒๒๘ มาตรา ๒๖๓ มาตรา ๒๖๗ และมาตรา ๒๗๓ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... มาตรา ๕๖ ประธานสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาต ิ ผรู้ อ้ ง สง่ ความเหน็ ของสมาชกิ สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาต ิ รวม ๓๖ คน เพอ่ื ขอให้ ศาลรฐั ธรรมนญู วนิ จิ ฉยั ตามรฐั ธรรมนญู มาตรา ๑๔๘ วรรคหนง่ึ (๑) ประกอบ มาตรา ๒๖๓ โดยเหน็ วา่ รฐั ธรรมนญู มาตรา ๒๗๓ วรรคหนึ่ง เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการด�ารงต�าแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ด�ารงต�าแหน่งในองค์กรอิสระ และ ผวู้ า่ การตรวจเงนิ แผน่ ดนิ ซง่ึ ดา� รงตา� แหนง่ อยใู่ นวนั กอ่ นวนั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู น ้ี กรณที ม่ี พี ระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ที่จัดท�าขึ้นตามมาตรา ๒๖๗ แล้ว การด�ารงต�าแหน่งต่อไปเพียงใดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังกล่าว นอกจากน้ี รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๓ ไม่มีบทบัญญัติใดยกเว้นว่าไม่ต้องน�าคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ด�ารงต�าแหน่งในองค์กรอิสระ และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งด�ารงต�าแหน่งอยู่ในวันก่อน วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญน้ีมาใช้บังคับ ดังนั้น แม้จะมีบทบัญญัติให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ด�ารงต�าแหน่ง ในองค์กรอิสระ และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ยังคงอยู่ในต�าแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู ทเ่ี กยี่ วขอ้ งจะไดบ้ ญั ญตั ไิ วก้ ต็ าม แตก่ ต็ อ้ งเปน็ ผมู้ คี ณุ สมบตั แิ ละไมม่ ลี กั ษณะตอ้ งหา้ มตามรฐั ธรรมนญู ดว้ ย ดังน้ัน การท่ีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินพ.ศ. .... มาตรา ๕๖ บัญญัติให้ยกเว้น คณุ สมบตั บิ างประการ ตามรฐั ธรรมนูญเพอื่ ใหด้ �ารงต�าแหน่งอยูต่ อ่ ไปได้ จงึ ขัดหรอื แย้งต่อรฐั ธรรมนญู ศาลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ รา่ งพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยผตู้ รวจการแผน่ ดนิ พ.ศ. .... ซง่ึ เปน็ รา่ งพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ทค่ี ณะกรรมการรา่ งรฐั ธรรมนญู จดั ทา� ขน้ึ และสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาตพิ จิ ารณา ใหค้ วามเหน็ ชอบตามรฐั ธรรมนญู มาตรา ๒๖๗ และมาตรา ๒๗๓ วรรคหนง่ึ โดยรา่ งมาตรา ๕๖ เปน็ รา่ งบทเฉพาะกาลวา่ ดว้ ย การด�ารงต�าแหน่งต่อไปในช่วงเปล่ียนผ่านระหว่างการบังคับใช้กฎหมายเดิมที่สิ้นผลกับกฎหมายใหม่ท่ีใช้บังคับ ในส่วนของ การดา� รงตา� แหนง่ ตอ่ ไปเพยี งใดของประธานผตู้ รวจการแผน่ ดนิ สว่ นขอ้ ทวี่ า่ รา่ งมาตรา ๕๖ ทก่ี า� หนดใหย้ กเวน้ การนา� มาตรา ๘ มาใช้บังคับ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้ตรวจการแผ่นดินท่ีสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๘ มีผลให้ร่างมาตราดังกล่าว มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญน้ัน เห็นว่า เป็นกรณีท่ีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้ก�าหนดการด�ารงต�าแหน่งต่อไปเพียงใดของผู้ด�ารงต�าแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ถือได้ว่ารัฐธรรมนูญได้มอบอ�านาจให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นผู้พิจารณาก�าหนดการด�ารงต�าแหน่งต่อไปของผู้ด�ารง ต�าแหน่งดังกล่าว โดยท่ีรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติเร่ืองระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหรือการพ้นจากต�าแหน่ง 43

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ รวมถึงเหตุยกเว้นคุณสมบัติของบุคคลดังกล่าวไว้โดยเฉพาะ ดังน้ัน การที่ร่างมาตรา ๕๖ ก�าหนดการยกเว้นคุณสมบัติบาง ประการตามรัฐธรรมนูญ จึงมิใช่กรณีท่ีร่างมาตรา ๕๖ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... มาตรา ๕๖ ไม่ขดั หรอื แยง้ ต่อรัฐธรรมนูญ ๑.๒ สรปุ ยอ่ คา� สงั่ ศาลรฐั ธรรมนญู ทนี่ า่ สนใจ ๑) คา� สั่งท่ี ๒/๒๕๖๐ (เร่อื งพจิ ารณาท ี่ ต.๑/๒๕๖๐) วนั ท่ี ๗ มถิ ุนายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ เรอื่ ง ผรู้ อ้ ง ขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ว่า การบังคับใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๑๕ วรรคหน่ึง (๑) ของ นายกรฐั มนตรแี ละผปู้ ฏบิ ตั ริ าชการแทน ขดั หรอื แยง้ ตอ่ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ หรอื ไม่ พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ ขอ้ เทจ็ จรงิ ตามคา� รอ้ งและเอกสารประกอบคา� รอ้ งเปน็ กรณที ผ่ี รู้ อ้ งขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พิจารณาวินิจฉัยในประเด็นการตรวจสอบการกระท�าของฝ่ายบริหารว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ มาตรา ๔ ถงึ มาตรา ๖ มาตรา ๒๖ ถงึ มาตรา ๓๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔ ถงึ มาตรา ๖ มาตรา ๒๖ ถงึ มาตรา ๓๐ รวมทง้ั ขดั หรอื แยง้ ตอ่ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๔ มาตรา ๕ วรรคหน่ึง และมาตรา ๒๕ ถึงมาตรา ๒๗ หรือไม่ ซ่ึงการกระท�าของฝ่ายบริหารท่ีผู้ร้องอ้างว่า ละเมดิ สทิ ธหิ รอื เสรภี าพของตนนน้ั ไดเ้ กดิ ขน้ึ โดยผรู้ อ้ งไดใ้ ชส้ ทิ ธขิ อเยยี วยาผา่ นทางชอ่ งทางตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จนส้ินสุดกระบวนการไปแล้ว ถอื เปน็ กรณที ย่ี ตุ ไิ ปแลว้ ในชว่ งเวลาภายใตร้ ฐั ธรรมนญู ทง้ั สองฉบบั ดงั กลา่ ว การทผ่ี รู้ อ้ งจะใชส้ ทิ ธยิ นื่ คา� รอ้ งตอ่ ศาลรฐั ธรรมนญู เพอื่ ขอใหพ้ จิ ารณาวนิ จิ ฉยั ขอ้ เทจ็ จรงิ ซง่ึ เกดิ ขนึ้ และเปน็ กรณที ย่ี ตุ ไิ ปแลว้ กอ่ นรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ใชบ้ งั คบั ไมเ่ ปน็ ไปตามเจตนารมณข์ องรฐั ธรรมนญู ผรู้ อ้ งจงึ ไมอ่ าจยน่ื คา� รอ้ งดงั กลา่ วโดยอาศยั ชอ่ งทางตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ได้ อาศยั เหตผุ ลดงั กลา่ วขา้ งตน้ จงึ มคี า� สง่ั ไมร่ บั คา� รอ้ งไวพ้ จิ ารณาวนิ จิ ฉยั ๒) คา� สง่ั ที่ ๓/๒๕๖๐ (เร่อื งพจิ ารณาท่ ี ต. ๒/๒๕๖๐) วนั ท ่ี ๗ มถิ ุนายน พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ เรอื่ ง ผรู้ อ้ ง ขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ วา่ ขอใหร้ ฐั บาลออกคา� สงั่ ให ้ ๖ หนว่ ยงานของรฐั บาล ประชมุ รว่ มกบั โครงการ SPED เพอ่ื ความรว่ มมอื ในการสรา้ ง Safety Zone ๑๐๐ % พน้ื ทป่ี ลอดภยั ภาคประชาชน ๑๔๔.๑ ตารางกโิ ลเมตร ของ UTOPIA อา� เภอปะนาเระ จงั หวดั ปตั ตานี พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ ขอ้ เทจ็ จรงิ ตามคา� รอ้ งและเอกสารประกอบคา� รอ้ งทกุ ฉบบั ของผรู้ อ้ ง ไมป่ รากฏวา่ ผรู้ อ้ ง ได้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอันเนื่องมาจากการกระท�าใด โดยเน้ือหาของค�าร้องอ่านพอเข้าใจ ได้เพียงว่าผู้ร้องขอให้หน่วยงานของรัฐและเอกชนให้การสนับสนุนการจัดท�าโครงการตามความคิดเห็นของผู้ร้องเท่าน้ัน 44

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนูญ ไมม่ กี ารกระทา� ใดทเ่ี ปน็ การละเมดิ ตอ่ สทิ ธหิ รอื เสรภี าพตามรฐั ธรรมนญู ของผรู้ อ้ ง กรณจี งึ ไมต่ อ้ งดว้ ยหลกั เกณฑต์ ามรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ท่ีศาลรัฐธรรมนญู จะรบั ไวว้ ินจิ ฉัยได ้ และเมอื่ มคี �าสง่ั ไมร่ ับคา� ร้องไว้ วนิ ิจฉัยแลว้ ค�าขออน่ื ยอ่ มเป็นอันตกไป อาศัยเหตผุ ลดังกล่าวข้างตน้ จงึ มคี �าสัง่ ไมร่ บั ค�ารอ้ งไวพ้ ิจารณาวินจิ ฉยั ๓) ค�าส่งั ที่ ๔/๒๕๖๐ (เร่ืองพิจารณาท ี่ ต. ๓/๒๕๖๐) วันท ่ี ๗ มถิ นุ ายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ เรอื่ ง ผรู้ อ้ ง ขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ว่า พระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู วา่ ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๕ วรรคสอง มาตรา ๘๔ และมาตรา ๘๖ (๑) ขัดหรือแยง้ ตอ่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ (๑) (๓) มาตรา ๕๙ และมาตรา ๖๘ หรอื ไม่ พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามค�าร้องและเอกสารประกอบค�าร้องทุกฉบับเป็นกรณีที่ผู้ร้องอ้างว่า ตนถกู ละเมดิ สทิ ธหิ รอื เสรภี าพทรี่ ฐั ธรรมนญู คมุ้ ครองอนั สบื เนอ่ื งมาจากพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๕ วรรคสอง มาตรา ๘๔ และมาตรา ๘๖ (๑) จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ (๑) (๓) มาตรา ๕๙ และมาตรา ๖๘ หรอื ไม ่ อนั เปน็ กรณกี ารตรวจสอบความชอบดว้ ยรฐั ธรรมนญู ของบทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมาย ซงึ่ ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ไดบ้ ญั ญตั ใิ หส้ ทิ ธใิ นการยน่ื คา� รอ้ ง เก่ียวกับการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติแห่งกฎหมายไว้เป็นการเฉพาะแล้วโดยการใช้ สิทธิทางศาลตามมาตรา ๒๑๒ และการใชส้ ิทธทิ างผู้ตรวจการแผ่นดินตามมาตรา ๒๓๑ (๑) ผูร้ ้องจึงไม่อาจยนื่ ค�ารอ้ งดังกล่าว โดยอาศยั ชอ่ งทางตามรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ได้ และเมอื่ มีค�าส่งั ไม่รับคา� ร้อง ไว้พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั แล้ว คา� ขออนื่ ย่อมเปน็ อนั ตกไป อาศัยเหตุผลดงั กล่าวขา้ งตน้ จึงมคี �าสงั่ ไม่รบั ค�ารอ้ งไว้พิจารณาวนิ จิ ฉยั ๔) ค�าสงั่ ที่ ๕/๒๕๖๐ (เรื่องพิจารณาท่ ี ต.๔/๒๕๖๐) วนั ที่ ๗ มิถนุ ายน พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ เรอื่ ง ผรู้ อ้ ง ขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ว่า พระราชบญั ญตั ธิ รุ กจิ รกั ษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ มาตรา ๗๕ มาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗ หรอื ไม่ พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ ขอ้ เทจ็ จรงิ ตามคา� รอ้ งและเอกสารประกอบคา� รอ้ งเปน็ กรณที ผ่ี รู้ อ้ งอา้ งวา่ ตนเปน็ ผไู้ ดร้ บั ผลกระทบจากการบงั คบั ใชพ้ ระราชบญั ญตั ธิ รุ กจิ รกั ษาความปลอดภยั พ.ศ. ๒๕๕๘ ทมี่ บี ทบญั ญตั หิ ลายมาตราจา� กดั สทิ ธแิ ละ เสรภี าพในการประกอบอาชพี โดยสจุ รติ และเปน็ การเลอื กปฏบิ ตั ติ อ่ บรษิ ทั รกั ษาความปลอดภยั ในฐานะนติ บิ คุ คลผปู้ ระกอบธรุ กจิ รักษาความปลอดภัยและพนกั งานรกั ษาความปลอดภยั จงึ ขอให้ศาลรัฐธรรมนญู พจิ ารณาวินิจฉยั วา่ บทบัญญัติแห่งกฎหมาย ดงั กล่าวขดั หรอื แย้งตอ่ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ 45

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ มาตรา ๒๗ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๘ มาตรา ๗๕ มาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗ อันเป็นกรณีการตรวจสอบความชอบด้วย รัฐธรรมนูญของบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซ่ึงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติให้สิทธิ ในการย่ืนค�าร้องเก่ียวกับการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติแห่งกฎหมายไว้เป็นการเฉพาะแล้ว โดยการใชส้ ทิ ธทิ างศาลตามมาตรา ๒๑๒ และการใชส้ ทิ ธทิ างผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ตามมาตรา ๒๓๑ (๑) ผรู้ อ้ งจงึ ไมอ่ าจยน่ื คา� รอ้ ง ดงั กล่าวโดยอาศยั ช่องทางตามรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ได ้ อาศัยเหตุผลดงั กล่าวขา้ งต้น จึงมีคา� ส่งั ไมร่ ับคา� รอ้ งไวพ้ ิจารณาวนิ จิ ฉยั ๕) คา� ส่งั ที่ ๖/๒๕๖๐ (เรอ่ื งพิจารณาท่ ี ต. ๕/๒๕๖๐) วันท่ ี ๗ มิถนุ ายน พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ เรอื่ ง ผรู้ อ้ ง ขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ว่า รา่ งพระราชบัญญตั ปิ ิโตรเลียม (ฉบับที ่ ..) พ.ศ. .... และรา่ งพระราชบัญญตั ิภาษีเงินไดป้ ิโตรเลยี ม (ฉบบั ท ่ี ..) พ.ศ. .... ท่ีผ่านการพิจารณาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นการกระท�าท่ีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ หรือไม่ พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ ตามคา� รอ้ งและเอกสารประกอบคา� รอ้ งเปน็ กรณที ผี่ รู้ อ้ งขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณา วนิ จิ ฉยั วา่ กระบวนการพจิ ารณารา่ งพระราชบญั ญตั ทิ ผี่ า่ นการพจิ ารณาของสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาต ิ เปน็ การกระทา� ทขี่ ดั หรอื แยง้ ตอ่ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ หรอื ไม ่ อนั เปน็ กรณกี ารขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู ตรวจสอบความชอบดว้ ย รัฐธรรมนูญของร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ซ่ึงตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๘ ประกอบมาตรา ๒๖๓ ได้บัญญัติกระบวนการรอ้ งขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้ว โดยก�าหนดให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจ�านวนไม่น้อยกว่า หนงึ่ ในสบิ ของจา� นวนสมาชกิ ทงั้ หมดเทา่ ทม่ี อี ยเู่ สนอความเหน็ ดงั กลา่ วตอ่ ประธานสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาต ิ เพอื่ สง่ ความเหน็ นนั้ ไปยงั ศาลรฐั ธรรมนญู เพอื่ วนิ จิ ฉยั หรอื ใหน้ ายกรฐั มนตรสี ง่ ความเหน็ ไปยงั ศาลรฐั ธรรมนญู เพอ่ื วนิ จิ ฉยั ผรู้ อ้ งจงึ ไมอ่ าจยน่ื คา� รอ้ ง ดังกล่าวโดยอาศัยช่องทางตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ได้ และเม่ือมีค�าสั่ง ไม่รับคา� ร้องไวพ้ ิจารณาวนิ ิจฉัยแล้ว ค�าขออนื่ ยอ่ มเป็นอนั ตกไป อาศยั เหตุผลดังกล่าวข้างต้น จงึ มีคา� ส่งั ไมร่ บั คา� ร้องไวพ้ จิ ารณาวินิจฉัย ๖) คา� สงั่ ท่ี ๗/๒๕๖๐ (เรื่องพิจารณาท ี่ ต. ๖/๒๕๖๐) วันท ่ี ๗ มิถุนายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ เรอ่ื ง ผรู้ อ้ ง ขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ วา่ พระราชบญั ญตั วิ ชิ าชพี บญั ช ี พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔๔ และขอ้ บงั คบั สภาวชิ าชพี บญั ช ี วา่ ดว้ ยสมาชกิ พ.ศ. ๒๕๕๖ ขอ้ ๑๖ ขัดหรอื แย้งต่อรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ หรอื ไม่ พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ ขอ้ เทจ็ จรงิ ตามคา� รอ้ งและเอกสารประกอบคา� รอ้ งเปน็ กรณที ผี่ รู้ อ้ งอา้ งวา่ ตนถกู ละเมดิ สทิ ธหิ รอื เสรภี าพอนั เนอื่ งมาจากพระราชบญั ญตั วิ ชิ าชพี บญั ช ี พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔๔ จงึ ขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั วา่ บทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมายดงั กล่าวขดั หรอื แย้งตอ่ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ หรือไม ่ อันเปน็ กรณี การตรวจสอบความชอบดว้ ยรฐั ธรรมนญู ของบทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมาย ซง่ึ ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ 46

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนญู ได้บัญญัติให้สิทธิในการย่ืนค�าร้องเก่ียวกับการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติแห่งกฎหมายไว้เป็น การเฉพาะแล้วโดยการใชส้ ิทธิทางศาลตามมาตรา ๒๑๒ และการใช้สิทธิทางผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ตามมาตรา ๒๓๑ (๑) ผ้รู ้อง จงึ ไม่อาจยน่ื คา� ร้องดังกลา่ วโดยอาศยั ช่องทางตามรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ได้ และเมื่อมคี �าสัง่ ไม่รับคา� ร้องไว้พจิ ารณาวินจิ ฉัยแลว้ ค�าขออ่นื ย่อมเป็นอันตกไป อาศัยเหตผุ ลดงั กล่าวขา้ งตน้ จงึ มีค�าสั่งไมร่ บั ค�ารอ้ งไว้พจิ ารณาวนิ ิจฉัย ๗) คา� ส่งั ที่ ๘/๒๕๖๐ (เรื่องพิจารณาท ี่ ต. ๗/๒๕๖๐) วันท่ี ๗ มถิ ุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ เรอ่ื ง ผรู้ อ้ ง ขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ว่า พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา ๗๔ และมาตรา ๗๗ ขดั หรอื แยง้ ตอ่ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๔ ประกอบมาตรา ๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ หรอื ไม่ พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ ขอ้ เทจ็ จรงิ ตามคา� รอ้ งและเอกสารประกอบคา� รอ้ งเปน็ กรณที ผี่ รู้ อ้ งอา้ งวา่ พระราชบญั ญตั ิ มหาวิทยาลยั บูรพา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา ๗๔ และมาตรา ๗๗ น่าจะมลี ักษณะท่ลี ิดรอนสทิ ธิของบุคคล ทีเ่ ปน็ ข้าราชการในมหาวิทยาลยั และนา่ จะเป็นการเลือกปฏิบัตโิ ดยไม่เปน็ ธรรมตอ่ บคุ คล จึงขอใหศ้ าลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๔ ประกอบมาตรา ๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๗ หรือไม ่ อันเป็นกรณกี ารตรวจสอบความชอบด้วยรฐั ธรรมนญู ของบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย ซง่ึ ตามรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ได้บญั ญตั ิให้สทิ ธิในการยน่ื คา� รอ้ งเกีย่ วกบั การ ตรวจสอบความชอบดว้ ยรฐั ธรรมนญู ของบทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมายไวเ้ ปน็ การเฉพาะแลว้ โดยการใชส้ ทิ ธทิ างศาลตามมาตรา ๒๑๒ และการใชส้ ทิ ธทิ างผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ตามมาตรา ๒๓๑ (๑) ผรู้ อ้ งจงึ ไมอ่ าจยนื่ คา� รอ้ งดงั กลา่ วโดยอาศยั ชอ่ งทางตามรฐั ธรรมนญู มาตรา ๒๑๓ ได้ อาศัยเหตผุ ลดงั กล่าวข้างต้น จงึ มีคา� ส่ังไมร่ บั ค�าร้องไว้พิจารณาวนิ จิ ฉัย ๘) ค�าส่งั ที่ ๙/๒๕๖๐ (เรอ่ื งพจิ ารณาที่ ต. ๘/๒๕๖๐) วันท่ ี ๗ มถิ ุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ เรอ่ื ง ผรู้ อ้ ง ขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ว่า ความผิดต่อต�าแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมในการตัดสินคลาดเคลื่อนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกระท�าที่ขดั หรอื แยง้ ตอ่ รัฐธรรมนญู หรอื ไม่ พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ ขอ้ เทจ็ จรงิ ตามคา� รอ้ งและเอกสารประกอบคา� รอ้ งเปน็ กรณที ผ่ี รู้ อ้ งอา้ งวา่ การพจิ ารณา พพิ ากษาอรรถคดขี องผพู้ พิ ากษาในศาลยตุ ธิ รรมไมช่ อบดว้ ยกฎหมาย จงึ ขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั วา่ การพจิ ารณา พิพากษาคดีของผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมดังกล่าว เป็นการกระท�าท่ีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซ่ึงไม่ปรากฏว่า 47

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนญู มีข้อเท็จจริงอ่ืนที่นอกเหนือไปจากการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามหน้าท่ีและอ�านาจของศาลที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ใน มาตรา ๑๘๘ โดยผพู้ พิ ากษายอ่ มมอี สิ ระในการพจิ ารณาพพิ ากษาอรรถคดตี ามรฐั ธรรมนญู และกฎหมายใหเ้ ปน็ ไปโดยรวดเรว็ เปน็ ธรรม และปราศจากอคตทิ งั้ ปวง แตเ่ ปน็ กรณที ผ่ี พู้ พิ ากษาในศาลยตุ ธิ รรมพจิ ารณาพพิ ากษาอรรถคดตี ามหนา้ ทแี่ ละอา� นาจ ของศาลตามทรี่ ฐั ธรรมนญู บญั ญตั ิ ผรู้ อ้ งจงึ ไมอ่ าจยนื่ คา� รอ้ งดงั กลา่ วโดยอาศยั ชอ่ งทางตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ได ้ และเมอ่ื มคี า� ส่งั ไมร่ บั ค�าร้องไว้วินิจฉัยแล้ว ค�าขออ่ืนยอ่ มเป็นอนั ตกไป อาศัยเหตผุ ลดงั กล่าวข้างต้น จึงมคี า� สั่งไมร่ ับคา� ร้องไว้พจิ ารณาวนิ จิ ฉัย ๙) ค�าส่ังท่ี ๑๐/๒๕๖๐ (เร่อื งพจิ ารณาท่ ี ต.๙/๒๕๖๐) วันที ่ ๗ มิถุนายน พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ เรอ่ื ง ผรู้ อ้ ง ขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ วา่ พระราชบญั ญตั ธิ รุ กจิ รกั ษาความปลอดภยั พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๓ มาตรา ๑๙ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ วรรคหนง่ึ ก (๔) และ ข (๓) มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๘ ขดั หรอื แยง้ ตอ่ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ วรรคส่ี มาตรา ๔๐ มาตรา ๗๗ และตราข้ึนโดยไมถ่ ูกตอ้ งตามบทบัญญตั แิ ห่งรัฐธรรมนูญ หรอื ไม ่ พจิ ารณาแล้วเห็นว่า ขอ้ เทจ็ จริงตามค�ารอ้ งและเอกสารประกอบคา� ร้อง ศาลรัฐธรรมนญู ได้ก�าหนดประเดน็ ตามคา� ร้องทีต่ ้องพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ไว ้ ๒ ประเดน็ ดังน้ี ประเด็นที่หนึ่ง กรณีท่ีผู้ร้องอ้างว่าตนเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติธุรกิจรักษา ความปลอดภยั พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๓ มาตรา ๑๙ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ วรรคหนงึ่ ก (๔) และ ข (๓) มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๘ ซ่ึงเป็นการจ�ากัดสิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพโดยสุจริต และเป็นการเลือกปฏิบัติต่อบริษัท รักษาความปลอดภัยในฐานะนิติบุคคลผู้ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยและพนักงานรักษาความปลอดภัย จึงขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ วรรคสี่ มาตรา ๔๐ มาตรา ๗๗ และตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ อันเป็นกรณีการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติแห่งกฎหมายและ การตรากฎหมายขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติให้สิทธิในการยื่นค�าร้องเกี่ยวกับการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ไว้เป็นการเฉพาะแล้วโดยการใช้สทิ ธทิ างศาลตามมาตรา ๒๑๒ และการใชส้ ิทธทิ างผูต้ รวจการแผน่ ดนิ ตามมาตรา ๒๓๑ (๑) ประเด็นท่ีสอง ท้ังการขอให้ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการตรากฎหมายโดยไม่ถูกต้อง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนั้น ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๘ ได้บัญญัติให้ สทิ ธใิ นการยนื่ คา� รอ้ งไวเ้ ปน็ การเฉพาะแลว้ เชน่ กนั โดยกา� หนดใหส้ มาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร สมาชกิ วฒุ สิ ภา สมาชกิ ทง้ั สองสภา หรือนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพ่ือวินิจฉัย ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นค�าร้องดังกล่าวโดยอาศัย ชอ่ งทางตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ได ้ และเมอื่ มคี า� สง่ั ไมร่ บั คา� รอ้ งไวว้ นิ จิ ฉยั แลว้ ค�าขออนื่ ย่อมเปน็ อันตกไป อาศยั เหตผุ ลดงั กล่าวข้างตน้ จึงมคี า� สง่ั ไมร่ บั คา� รอ้ งไวพ้ จิ ารณาวนิ ิจฉัย 48

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนญู ๑๐) ค�าสัง่ ท่ี ๑๑/๒๕๖๐ (เรอื่ งพิจารณาท่ี ต. ๑๐/๒๕๖๐) วันท ่ี ๗ มถิ ุนายน พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ เรอ่ื ง ผรู้ อ้ ง ขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ว่า ร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... ท่ีผ่านการพิจารณาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นการกระท�าท่ขี ดั หรือแย้งต่อรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ หรอื ไม่ พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ ตามคา� รอ้ งและเอกสารประกอบคา� รอ้ งเปน็ กรณที ผ่ี รู้ อ้ งขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณา วนิ จิ ฉยั วา่ กระบวนการพจิ ารณารา่ งพระราชบญั ญตั ทิ ผี่ า่ นการพจิ ารณาของสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาต ิ เปน็ การกระทา� ทขี่ ดั หรอื แยง้ ตอ่ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ หรอื ไม ่ อนั เปน็ กรณกี ารขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู ตรวจสอบความชอบดว้ ย รัฐธรรมนูญของร่างพระราชบัญญัติท่ีได้รับความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ซึ่งตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๘ ประกอบมาตรา ๒๖๓ ได้บัญญัติกระบวนการ รอ้ งขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ไวเ้ ปน็ การเฉพาะแลว้ โดยกา� หนดใหส้ มาชกิ สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาตจิ า� นวนไมน่ อ้ ยกวา่ หนงึ่ ในสบิ ของจา� นวนสมาชกิ ทง้ั หมดเทา่ ทม่ี อี ยเู่ สนอความเหน็ ดงั กลา่ วตอ่ ประธานสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาต ิ เพอ่ื สง่ ความเหน็ นน้ั ไปยงั ศาลรฐั ธรรมนญู เพอื่ วนิ จิ ฉยั หรอื ใหน้ ายกรฐั มนตรสี ง่ ความเหน็ ไปยงั ศาลรฐั ธรรมนญู เพอื่ วนิ จิ ฉยั ผรู้ อ้ งจงึ ไมอ่ าจยน่ื คา� รอ้ ง ดังกลา่ วโดยอาศัยชอ่ งทางตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ ได้ และเมอื่ มคี า� ส่งั ไมร่ ับ ค�าร้องไว้พิจารณาวนิ ิจฉัยแล้ว ค�าขออ่ืนย่อมเปน็ อันตกไป อาศัยเหตผุ ลดงั กลา่ วข้างตน้ จึงมคี �าสง่ั ไม่รับคา� ร้องไว้พจิ ารณาวินจิ ฉัย 49

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนญู ๒. ผลการดา� เนนิ งานดา้ นการวจิ ยั สา� นักงานศาลรัฐธรรมนญู จ�าเปน็ ตอ้ งมีการพฒั นาและปรับปรงุ ขอ้ มลู และงานวิจัยใหม้ คี ณุ ภาพ สามารถใชส้ นบั สนนุ งานศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงานของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยใช้ กระบวนการสรา้ ง/พฒั นางานขอ้ มลู และงานวจิ ยั ทง้ั ภายในประเทศและตา่ งประเทศ นอกจากนค้ี วรตอ้ งสนบั สนนุ การเผยแพร่ รายงานการศึกษาวิจัยและบทความทางวิชาการและการให้ทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการ เงินสมนาคุณผลงาน ให้ครอบคลุมกลมุ่ เป้าหมายและมกี ารด�าเนนิ การให้เป็นไปอยา่ งตอ่ เน่อื ง โดยมีการดา� เนินการดังนี้ ความสอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรศ์ าลรฐั ธรรมนญู ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานงาน ด้านงานคดี งานบริหาร งานวิชาการ เพ่ือสนับสนุน คณะตุลาการศาลรฐั ธรรมนูญ กลยุทธ์ที่ ๑.๑ ข้อมูลและงานวิจัยมีคุณภาพ สามารถใช้สนับสนุนงานศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยพัฒนามาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ แผนงานท่ี ๑.๑.๑ สร้าง/พัฒนาข้อมูลและงานวิจัย ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพ่ือใช้สนับสนุนงาน ของศาลรัฐธรรมนูญ เพ่ือเป็นการศึกษาค้นคว้าเพ่ือให้เกิดองค์ความรู้ในการพัฒนา แก้ไขปัญหา รวมถึงการป้องกันมิให้เกิดปัญหา ในกระบวนการใชก้ ฎหมายรฐั ธรรมนญู ตลอดจนถงึ กระบวนการพจิ ารณาคดแี ละดา้ นอน่ื ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู จงึ มกี ิจกรรมและผลผลิต ดังน้ี ด้านการศึกษาวจิ ยั จา� นวน ๒ เรอ่ื ง ได้แก่ ๑. โครงการศกึ ษาวจิ ยั เรอื่ ง “การนา� ประเพณกี ารปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุขมาใช้ในการพิจารณาวินิจฉัยคดีรัฐธรรมนูญ” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปวริศร เลิศธรรมเทวี คณะนิติศาสตร ์ มหาวิทยาลยั กรุงเทพ เปน็ ท่ปี รึกษา รายงานวิจัยฉบับนี้กล่าวถึงการน�าประเพณีในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขมาใช้ในการพิจารณาวินิจฉัยคดีรัฐธรรมนูญโดยมีขอบเขตและวัตถุประสงค์ส�าคัญในการศึกษา ๓ ประการ กล่าวคือ (๑) ศึกษาแนวคิดและความเป็นมาเก่ียวกับประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข (๒) ศึกษาเก่ียวกับแนวค�าวินิจฉัยของศาลไทยท่ีเกี่ยวข้องกับการน�าประเพณีทางรัฐธรรมนูญมาใช้ ในการพิจารณาวินิจฉัยคดีโดยเปรียบเทียบกับต่างประเทศ และ (๓) ศึกษาตัวอย่างของประเพณีทางรัฐธรรมนูญ ท้ังของประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ส�าคัญในการวางกรอบการน�าประเพณีในการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุขมาใช้ในการพิจารณาวนิ จิ ฉยั คดรี ัฐธรรมนูญของประเทศไทย วิวัฒนาการของรัฐธรรมนูญท่ีตกผลึกเป็นมาตรา ๕ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ปรากฏ เป็นคร้ังแรกในธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรพุทธศักราช ๒๕๐๒ และตั้งแต่มีการบัญญัติเร่ืองประเพณีการปกครอง ดงั กลา่ วมเี พยี ง ๓ คด ี ทก่ี ลา่ วถงึ ประเพณกี ารปกครองฯ ไดแ้ ก ่ คา� พพิ ากษาศาลฎกี าท ่ี ๙๑๒/๒๕๓๖ คา� วนิ จิ ฉยั ศาลรฐั ธรรมนญู ท่ี ๖/๒๕๔๓ และค�าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญท่ี ๓/๒๕๕๙ แต่ยังเป็นจ�านวนน้อยเกินกว่าจะตกผลึกเป็นหลักการทางกฎหมาย ในตวั เอง รายงานวจิ ยั ฉบบั นไ้ี ดว้ เิ คราะหถ์ งึ ประเพณที างรฐั ธรรมนญู ของไทยและตา่ งประเทศ พบวา่ ประเพณที างรฐั ธรรมนญู 50

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนญู ของไทยมีความคล้ายคลึงและแตกต่างกับกรณีศึกษาของต่างประเทศ ซ่ึงสรุปได้ดังนี้ (๑) การสืบราชสมบัติซึ่งเป็นประเพณี ท่ีเป็นหลักการพื้นฐานของทุกประเทศที่มีการปกครองในระบอบกษัตริย์ (๒) ประเพณีทางรัฐธรรมนูญท่ีเก่ียวกับสถานะ และความสมั พนั ธข์ องพระมหากษตั ริยก์ บั สถาบนั ทางการเมอื ง กษตั รยิ ์ทรงเปน็ ผู้แตง่ ตัง้ ต�าแหนง่ ส�าคญั ๆ อาท ิ นายกรฐั มนตรี ซึ่งอาจเกิดกรณีการพระราชทานนายกรัฐมนตรีดังกรณีท่ีเคยปรากฏในประเทศไทย ปี พ.ศ. ๒๕๑๖ หรือในออสเตรเลีย ค.ศ. ๑๙๗๕ (๓) ประเพณีทางรัฐธรรมนูญท่ีเกี่ยวกับมารยาททางการเมืองซ่ึงไม่ปรากฏในประเทศไทย (๔) ประเพณี ทางรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับหลักการแบ่งแยกอ�านาจ อาทิ ศาลอังกฤษซ่ึงไม่แทรกแซงอ�านาจนิติบัญญัติท่ีแสดงให้เห็นถึง การเคารพอา� นาจอธปิ ไตยของประชาชน (๕) ประเพณที างรฐั ธรรมนญู ทเี่ กย่ี วกบั การเสนอรา่ งกฎหมาย และการกา� หนดนโยบาย ในอังกฤษ ซึง่ รัฐสภามีบทบาทเป็นอยา่ งมากในการวางกรอบการดา� เนนิ งานหรือการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ ของฝา่ ยบรหิ าร ข้อเสนอแนะท่ีได้จากการวิจัยในคร้ังนี้ แบ่งเป็น ๓ แนวทาง กล่าวคอื (๑) ขอ้ เสนอแนะนิตวิ ธิ กี ารนา� ประเพณี ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาใช้ในการพิจารณาวินิจฉัยคดีรัฐธรรมนูญ (๒) ข้อเสนอแนะแนวทางส�าหรับศาลรัฐธรรมนูญไทยในการน�าประเพณีทางรัฐธรรมนูญมาปรับใช้ โดยอาจเลือกรับปรับใช้ จากบทเรียนท่ีได้จากการศึกษาประเพณีทางรัฐธรรมนูญของต่างประเทศท่ีเป็นประเพณีปฏิบัติท่ีดี และ (๓) การบัญญัติ ประเพณที างรฐั ธรรมนญู ใหเ้ ปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษรเพอ่ื สรา้ งความชดั เจนในการปรบั ใชก้ ารใชแ้ ละการตคี วามเรอ่ื งประเพณที าง รฐั ธรรมนญู ของประเทศไทยมคี วามสอดคล้องกับหลักการแห่งกฎหมายและความเทย่ี งธรรมต่อไป ๒. โครงการศึกษาวิจยั เร่อื ง “การละเมดิ อา� นาจศาล: ศึกษาเปรียบเทยี บศาลรัฐธรรมนญู ไทยกบั ต่างประเทศ” โดยศาสตราจารย์ ดร.บรรเจดิ สิงคะเนติ ศนู ย์บริการวชิ าการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร ์ เปน็ ท่ีปรกึ ษา โครงการวจิ ยั นม้ี วี ตั ถปุ ระสงค ์ (๑) เพอ่ื ศกึ ษาถงึ แนวคดิ เกย่ี วกบั หลกั การคมุ้ ครองการปฏบิ ตั หิ นา้ ทขี่ องตลุ าการ ศาลรฐั ธรรมนญู โดยกา� หนดบทบญั ญตั กิ ารละเมดิ อา� นาจศาลของประเทศทม่ี รี ะบบศาลรฐั ธรรมนญู (๒) เพอ่ื ศกึ ษาเปรยี บเทยี บ หลกั การคมุ้ ครองการปฏบิ ตั หิ นา้ ทขี่ องตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู จากบทบญั ญตั ขิ องกฎหมายและคา� พพิ ากษาของศาลทเ่ี กย่ี วขอ้ ง กับการละเมิดอ�านาจศาลรัฐธรรมนูญของต่างประเทศ (๓) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค ข้อจ�ากัดในการปฏิบัติหน้าท่ี ของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีที่ไม่มบี ทบญั ญัตเิ รอ่ื งการละเมิดอ�านาจศาล จากการศึกษา “การละเมิดศาล : ศึกษาเปรียบเทียบศาลรัฐธรรมนูญไทยกับต่างประเทศ” แล้วสรุปสาระ สา� คญั ดงั นี้ ๒.๑ ขอ้ ความคิดว่าดว้ ยการละเมดิ อา� นาจศาล ความผดิ ฐานละเมดิ อา� นาจศาลเปน็ มาตรการทางกฎหมายประการหนงึ่ ซงึ่ เปน็ ทยี่ อมรบั กนั อยา่ งสากล ศาลในแตล่ ะประเทศทว่ั โลกไดน้ า� ไปใชเ้ ปน็ เครอื่ งมอื สา� คญั ในอนั ทจี่ ะผดงุ ไวซ้ งึ่ ความศกั ดสิ์ ทิ ธขิ์ ององคก์ รตลุ าการและในอนั ท่ี จะใหก้ ารดา� เนนิ กระบวนพจิ ารณาพพิ ากษาของศาลสมเจตนารมณเ์ พอื่ ประสาทความยตุ ธิ รรมแกค่ คู่ วาม ไมว่ า่ จะเปน็ ศาลในระบบ กฎหมาย Common law อยา่ ง ราชอาณาจักรองั กฤษ สหรฐั อเมรกิ า หรอื ศาลในระบบ Civil Law อย่าง สาธารณรัฐฝร่งั เศส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ราชอาณาจักรสเปน สาธารณรัฐเช็ก สาธารณรัฐเกาหลี ต่างก็มีมาตรการทางกฎหมาย ในลักษณะน้ีเช่นเดียวกัน โดยมีเจตนารมณ์คือ เมื่อศาลมีอ�านาจหน้าท่ีวินิจฉัยช้ีขาดข้อพิพาทให้แก่คู่ความ ก็จ�าเป็นต้องมี มาตรการ หรอื เครอ่ื งมอื บางอยา่ งใหอ้ า� นาจแกศ่ าลเพอื่ รกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยในบรเิ วณศาล และเพอ่ื ใหก้ ระบวนการพจิ ารณาคดี ดา� เนินไปได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ รวดเร็วและเป็นธรรม อา� นาจทีใ่ ห้นีย้ ังรวมถึงอ�านาจส่งั ห้ามคูค่ วามมิใหด้ า� เนนิ กระบวนการ พิจารณาไปในทางก่อความร�าคาญหรือในทางประวิงคดีให้ชักช้าหรือในทางฟุ่มเฟือยเกินสมควรอีกด้วย ความผิดฐานนี้ เป็นความผิดพิเศษที่ไม่ต้องมีการฟ้องร้องให้ศาลลงโทษ หากแต่ศาลใช้อ�านาจตามบทบัญญัติในเรื่องน้ีส่ังลงโทษผู้ละเมิด 51

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนญู อ�านาจศาลได้อย่างเฉียบขาดและโดยฉับพลัน ไม่ว่าผู้ละเมิดอ�านาจศาลน้ันจะเป็นคู่ความในคดีที่ศาลก�าลังพิจารณาอยู่หรือ เป็นทนายความพยาน หรือบุคคลภายนอกก็ตาม ความผิดฐานน้ีมิได้ก�าหนดไว้เพื่อคุ้มครองผู้พิพากษาเป็นการส่วนตัว หากแต่คา� นงึ ถงึ ดา้ นผดงุ รกั ษาความยตุ ิธรรมในการดา� เนินกระบวนพิจารณาเปน็ สา� คัญ “คณุ ธรรมในทางกฎหมาย” ของบทกฎหมายทว่ี า่ ดว้ ยละเมดิ อา� นาจศาล อาจแบง่ ออกได ้ ๒ ประการ คอื ก. ความเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยในการพจิ ารณาของศาล และ ข. เกยี รตศิ กั ดขิ์ องความเปน็ สถาบนั ศาล เพอ่ื ใหศ้ าลสามารถรกั ษา “คุณธรรมในทางกฎหมาย” ดงั กลา่ วได้จึงต้องใหศ้ าลมีอา� นาจอย่างน้อย ๒ ประการ ไดแ้ ก่ ก. ศาลจะตอ้ งมอี า� นาจเพยี งพอ ท่ีจะบังคับให้มีการปฏิบัติตามค�าสั่งของศาล ข. ศาลจะต้องมีอ�านาจเพียงพอที่จะป้องกันมิให้มีการใช้ศาลหรือกระบวนวิธี พิจารณาความในศาลไปในทางท่ีผิด และโดยเฉพาะอย่างย่ิงกับศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์กรตุลาการเช่นเดียวกับศาลอื่นๆ แต่เป็นองคก์ รตลุ าการที่มีลกั ษณะเฉพาะท่ีแตกตา่ งไปจากศาลอืน่ ๆ กล่าวคือ ก. ศาลรฐั ธรรมนญู เปน็ ศาลทมี่ เี พยี งชนั้ ศาลเดยี วไมม่ ชี น้ั ศาลอน่ื ทท่ี า� หนา้ ทค่ี วบคมุ ตรวจสอบคา� สง่ั หรอื คา� วินจิ ฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอกี ข. ศาลรฐั ธรรมนญู เปน็ ศาลเฉพาะท่ีทา� หน้าทใ่ี นการวนิ ิจฉัยเฉพาะเรือ่ งท่ีเกย่ี วกับรัฐธรรมนญู ค. ศาลรฐั ธรรมนญู แมเ้ ปน็ องคก์ รตลุ าการแตก่ ม็ สี ถานะเปน็ “องคก์ รตามรฐั ธรรมนญู ” มคี วามเทา่ เทยี ม กับอา� นาจนติ บิ ัญญัติและอ�านาจบริหาร ง. ขอ้ พพิ าทในทางรฐั ธรรมนญู อาจมลี กั ษณะขอ้ พพิ าททางการเมอื งซง่ึ อาศยั กฎเกณฑข์ องรฐั ธรรมนญู ในการวินจิ ฉัยช้ีขาดข้อพิพาท จ. ค�าวินจิ ฉยั ของศาลรฐั ธรรมนญู มีผลเปน็ การท่วั ไปผูกพนั องคก์ รของรัฐทัง้ หลาย และ ฉ. ศาลรัฐธรรมนญู ถือวา่ เปน็ องค์กรหลักในการพิทักษป์ กปอ้ งคุ้มครองรฐั ธรรมนูญ ความแตกต่างเหล่าน้ีเองท่ีจะเป็นข้อพิจารณาให้เห็นถึงความจ�าเป็นอย่างท่ีศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องมีเครื่องมือในการด�าเนินการให้การพิจารณาคดีของศาลเป็นไปโดยความสงบเรียบร้อย นอกจากน้ีจะต้องรักษา เกียรติศักด์ิของความเป็นสถาบันของศาลรัฐธรรมนูญด้วย การกระท�าที่จะกระทบต่อศักดิ์ศรีของความเป็นสถาบัน ศาลรัฐธรรมนูญย่อมแตกต่างจากศาลท่ัวไป เพราะศาลทั่วไปย่อมส่งผลกระทบต่อปัจเจกบุคคลท่ตี กเป็นคู่ความในคดเี ท่านัน้ แต่ในขณะที่ท�าค�าวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกระทบต่อสังคมโดยรวมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทบต่อฝ่ายการเมือง ไมว่ ่าจะเปน็ ฝ่ายการเมืองท่อี ย่ใู นฝา่ ยของรัฐสภาหรอื ฝา่ ยการเมืองที่อยใู่ นส่วนของฝา่ ยบรหิ าร ดังนนั้ การกระท�าทจ่ี ะกระทบ ตอ่ การท�าหน้าทีข่ องสถาบันศาลรฐั ธรรมนูญจึงมีบรบิ ทและขอบเขตทกี่ วา้ งกว่าศาลท่วั ไป ๒.๒ การศกึ ษาเปรียบเทียบการละเมดิ อา� นาจศาลของศาลรฐั ธรรมนญู ต่างประเทศ การศกึ ษาเปรยี บเทยี บการละเมดิ อา� นาจศาลของศาลรฐั ธรรมนญู ตา่ งประเทศอาจสรปุ สาระสา� คญั ได ้ ดงั นี้ ก. กฎหมายท่ีบัญญตั ิว่าดว้ ยการละเมิดอา� นาจศาล กฎหมายที่บัญญัติว่าด้วยการละเมิดอ�านาจศาลของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีบัญญัติไว้ใน รฐั บัญญัตวิ า่ ดว้ ยพระธรรมนูญศาล โดยรัฐบัญญตั วิ ่าดว้ ยศาลรฐั ธรรมนูญฯ ให้น�ามาตรการกฎหมายท่วั ไป (รัฐบญั ญตั ิวา่ ด้วย พระธรรมนูญศาล) มาใช้กับศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ ซึ่งเป็นกรณีท่ีถือว่าศาลรัฐธรรมนูญสหพันธ์ซ่ึงถือว่าเป็น “องค์กรตาม รัฐธรรมนญู ” ไปนา� มาตรการของศาลทั่วไปมาใช้ ส�าหรับศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บทบัญญัติว่าด้วยการละเมิดอ�านาจศาลของ ศาลรฐั ธรรมนญู บญั ญตั ไิ วใ้ นพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการพจิ ารณาของศาลรฐั ธรรมนญู ฯ กรณจี งึ ไมม่ ปี ญั หาเรอื่ ง 52

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนูญ การตคี วามเรอื่ งการนา� มาใช้บงั คับโดยอนโุ ลม และจะตอ้ งถอื วา่ บทบญั ญตั เิ รอ่ื งละเมดิ อ�านาจศาลถอื วา่ เป็นบทบญั ญัตเิ ฉพาะ ที่ใช้กับศาลรัฐธรรมนูญเท่าน้ัน เช่นเดียวกับสาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐเช็กและราชอาณาจักรสเปน ที่ได้บัญญัติเร่ือง การละเมิดอ�านาจศาลไวใ้ นกฎหมายเก่ียวกับวธิ ีพิจารณาคดใี นศาลรฐั ธรรมนูญ ข. ขอบเขตของการละเมิดอ�านาจศาล ขอบเขตการละเมิดอ�านาจศาลของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและของราชอาณาจักรไทยมีความ แตกต่างกัน บทบัญญัติว่าด้วยการละเมิดอ�านาจศาลของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีบัญญัติไว้โดยใช้ถ้อยค�าท่ีไม่ชัดเจน ท้ังในส่วนของ “การกระท�า” และ “วัตถุที่มุ่งคุ้มครอง” ส่วนการละเมิดอ�านาจของศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติชัดเจนในส่วนของ “วัตถุที่มุ่งคุ้มครอง” ในส่วนการกระท�าบัญญัติชัดเจนในเร่ืองการวิจารณ์ค�าสั่งหรือค�าวินิจฉัย ส่วนการกระท�าที่เป็นการกระทบต่อกระบวนการพิจารณาไม่ได้บัญญัติไว้ แต่อย่างไรก็ตามมาตรา ๓๘ วรรคสองก�าหนดให้ ศาลรัฐธรรมนูญมีอ�านาจออกข้อก�าหนดของศาลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามวรรคหนึ่งเพื่อให้การด�าเนินกระบวนพิจารณาของ ศาลเปน็ ไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ยและมปี ระสทิ ธภิ าพ ในขณะทข่ี อบเขตของการละเมดิ อา� นาจศาลของศาลรฐั ธรรมนญู ราชอาณาจกั ร สเปนและสาธารณรฐั เชก็ และสาธารณรฐั เกาหล ี ขอบเขตของการละเมดิ อา� นาจศาลจา� กดั แตเ่ พยี งการไมป่ ฏบิ ตั ติ ามคา� พพิ ากษา หรอื คา� สงั่ ตา่ งๆ ของศาล ซงึ่ วตั ถทุ มี่ งุ่ คมุ้ ครอง คอื สภาพบงั คบั ของคา� พพิ ากษาหรอื คา� สง่ั ของศาล โดยไมม่ บี ทบญั ญตั เิ กย่ี วกบั การห้ามวิจารณ์ค�าพิพากษาหรือค�าสั่งที่อาจเป็นความผิดฐานละเมิดอ�านาจศาลเช่นเดียวกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและ ราชอาณาจกั รไทย ค. โทษส�าหรบั การละเมดิ อา� นาจศาล การละเมดิ อา� นาจศาลของสหพนั ธส์ าธารณรฐั เยอรมนไี ดแ้ ยกเหตแุ ละโทษทจ่ี ะลงแตกตา่ งกนั หากเปน็ กรณที ร่ี บกวนกระบวนการพจิ ารณามาตรการในการลงโทษคอื สง่ั ใหน้ า� ตวั ไปคมุ ขงั ไดไ้ มเ่ กนิ ๒๔ ชว่ั โมง แตถ่ า้ เปน็ การกระทา� อนั ไมเ่ หมาะสมศาลมอี า� นาจสงั่ ปรบั ไดไ้ มเ่ กนิ สองพนั มารค์ หรอื อาจถกู คมุ ขงั ไดไ้ มเ่ กนิ หนง่ึ สปั ดาห ์ ซง่ึ จะเหน็ ไดว้ า่ เปน็ มาตรการ ท่ีเหมาะสมกับการมุ่งคุ้มครองในแต่ละกรณี ส�าหรับกรณีของราชอาณาจักรไทยแม้ไม่ได้แยกโทษส�าหรับเหตุของการกระท�า ในการละเมิดอ�านาจศาลในแต่ละกรณี แต่หากพิจารณาโทษตามมาตรา ๓๙ ซ่ึงมี ๓ ประการ คือ ก. ตักเตือน ข. ไล่ออก จากบรเิ วณศาล และ ค. ลงโทษจา� คกุ ไมเ่ กนิ หนงึ่ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หา้ หมน่ื บาท หรอื ทงั้ จา� ทง้ั ปรบั ซง่ึ แตกตา่ งกบั กรณขี อง ราชอาณาจกั รสเปน สาธารณรฐั เกาหลี และสาธารณรัฐเชก็ การละเมดิ อ�านาจศาลมโี ทษปรับไม่มีโทษจา� คกุ ง. ผู้มอี �านาจในการลงโทษฐานละเมดิ อา� นาจศาล ผมู้ อี า� นาจในการสงั่ ลงโทษฐานละเมดิ อา� นาจศาลของสหพนั ธส์ าธารณรฐั เยอรมนแี ละสาธารณรฐั เชก็ แล้วจะเห็นได้ว่าให้เป็นอ�านาจของ “องค์กรเด่ียว” (หัวหน้าองค์คณะ) ในขณะท่ีของศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ใหก้ ระทา� โดย “องคก์ รกลมุ่ ” (องคค์ ณะศาลรฐั ธรรมนญู ) เชน่ เดยี วกบั ศาลรฐั ธรรมนญู สาธารณรฐั เกาหล ี ราชอาณาจกั รสเปน แต่อย่างไรก็ดีในกรณีศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หากศาลมีค�าพิพากษาจ�าคุกก�าหนดองค์ประกอบของมติ ไว้วา่ จะต้องมคี ะแนนเสยี ง ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ จ. การโตแ้ ยง้ ค�าส่ังลงโทษฐานละเมดิ อา� นาจศาล สา� หรบั กรณกี ารลงโทษฐานละเมดิ อา� นาจศาลโดยศาลรฐั ธรรมนญู ทง้ั ของสหพนั ธส์ าธารณรฐั เยอรมนี ราชอาณาจกั รสเปน สาธารณรฐั เกาหล ี สาธารณรัฐเช็กและของไทยถือว่าเปน็ ทสี่ ดุ ไม่อาจอุทธรณ์โต้แยง้ ต่อไปได้ 53

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนูญ ๓. ผลการดา� เนนิ งานดา้ นเอกสารสงิ่ พิมพ์เพื่อเผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์ ความสอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรศ์ าลรฐั ธรรมนญู ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๔ สง่ เสรมิ ความรว่ มมอื และประชาสมั พนั ธก์ บั เครอื ขา่ ยดา้ นการจดั การความรทู้ งั้ ภายในประเทศ และต่างประเทศ กลยทุ ธท์ ี่ ๔.๒ พัฒนางานเครือขา่ ยด้านประชาสมั พันธ์ใหค้ รอบคลมุ ประชาชนทกุ ระดับทุกพื้นท่ี แผนงานท่ี ๔.๒.๑ เสริมสร้างความร ู้ ความเข้าใจเกย่ี วกบั อา� นาจ หน้าทีข่ องศาลรฐั ธรรมนูญ ตลอดจนภารกิจ ของส�านกั งานศาลรัฐธรรมนญู สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนูญมกี ารเผยแพรค่ า� วินจิ ฉยั ศาลรฐั ธรรมนญู ตลอดจนงานทางวชิ าการทเ่ี กี่ยวข้องเพอื่ ให้ ความร ู้ ความเขา้ ใจ โดยเขา้ ถึงประชาชน ดังนี้ ๑. การจัดพิมพ์วารสารศาลรัฐธรรมนูญ เพ่ือเผยแพร่ให้แก่หน่วยงานของรัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา สมาชิกวารสาร และผสู้ นใจท่ัวไป ดงั น้ี - ฉบบั ปีท ่ี ๑๘ เล่มท่ ี ๕๓ เดือนพฤษภาคม – สงิ หาคม ๒๕๕๙ จ�านวน ๑,๐๐๐ เล่ม - ฉบับปีท ี่ ๑๘ เล่มที่ ๕๔ เดอื นกันยายน – ธันวาคม ๒๕๕๙ จ�านวน ๑,๐๐๐ เลม่ - ฉบบั ปที ี ่ ๑๙ เล่มท่ ี ๕๕ เดือนมกราคม – เมษายน ๒๕๖๐ จา� นวน ๑,๐๐๐ เล่ม 54

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ ๒. การจัดพิมพ์หนังสือ “รวมบทความทางวิชาการของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ชุดที่ ๑๕ เพ่ือเผยแพร่ให้ แกห่ น่วยงานของรัฐและเอกชน สถาบนั การศึกษา และผูส้ นใจท่ัวไป จ�านวน ๑,๐๐๐ เลม่ ๓. การจัดพิมพ์หนังสือรายงานการศึกษาวิจัย จ�านวน ๒ เรื่อง คือ (๑) เรื่อง “เสรีภาพในการรวมกลุ่มของ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปานทิพย์ พฤกษาชลวิทย์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั เปน็ ทปี่ รกึ ษา จา� นวน ๑,๐๐๐ เลม่ และ (๒) เรอ่ื ง “การบงั คบั ใชก้ ฎหมายใหเ้ ปน็ ไปตามแนวนโยบายพน้ื ฐานแหง่ รฐั : ศกึ ษาเปรยี บเทยี บกบั ตา่ งประเทศ” โดย ดร.สรุ พล ศรวี ทิ ยา คณะนติ ศิ าสตร ์ มหาวทิ ยาลยั รงั สติ เปน็ ทป่ี รกึ ษา จา� นวน ๑,๐๐๐ เล่ม 55

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ ๔. การจัดพิมพ์หนังสือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อเผยแพร่ให้แก่หน่วยงาน ของรฐั สถาบันการศึกษา และประชาชนทว่ั ไป จ�านวน ๖,๐๐๐ เลม่ ๕. การจดั พมิ พห์ นงั สอื รวมคา� วนิ จิ ฉยั ศาลรฐั ธรรมนญู ประจา� ป ี ๒๕๖๐ เพอ่ื เผยแพรใ่ หแ้ กห่ นว่ ยงานของรฐั และ สถาบันการศึกษา จ�านวน ๑,๐๐๐ เล่ม 56

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ ๔. ผลการดา� เนนิ งานดา้ นเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ความสอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรศ์ าลรฐั ธรรมนญู ยุทธศาสตร์ที่ ๒ เสริมสร้างระบบฐานข้อมูล พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมกับบุคลากรและองค์กร เพื่อ ประสิทธิภาพในการปฏบิ ตั งิ านใหก้ ้าวหนา้ ทันสมัย และเปน็ มาตรฐานสากล กลยุทธ์ที่ ๒.๑ พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล เพ่ือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้มี ความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ีของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นมาตรฐานทัดเทียมกับ สถาบันเทยี บเทา่ แผนงานท่ี ๒.๑.๓ การพฒั นาระบบเทคโนโลยีดิจิทลั ของสา� นกั งานศาลรัฐธรรมนูญ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู มงุ่ สรา้ งและพฒั นาเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เพอื่ สนบั สนนุ การปฏบิ ตั หิ นา้ ทข่ี องคณะตลุ าการ ศาลรัฐธรรมนูญให้มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็น มาตรฐานทัดเทยี มกับสถาบันเทยี บเท่า โดยมีการด�าเนนิ การดังนี้ ๑. ดา้ นการพฒั นาระบบงานคดี ดา้ นการบรหิ ารจดั การงานคด ี มกี ารนา� ระบบสารสนเทศงานคดขี องศาลรฐั ธรรมนญู และระบบสบื คน้ คา� วนิ จิ ฉยั และคา� สง่ั ของศาลรฐั ธรรมนญู และระบบจดั เกบ็ ขอ้ มลู สา� นวนคดใี นระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สม์ าใชใ้ นการพฒั นางานคดรี ฐั ธรรมนญู เพื่อสนบั สนุนการวนิ จิ ฉัยคดขี องคณะตุลาการศาลรฐั ธรรมนูญ ใหม้ ีความสะดวกรวดเรว็ และสรา้ งความเปน็ ธรรมใหก้ ับผู้ร้อง โดยเฉพาะผรู้ อ้ งทีเ่ ป็นประชาชนหรอื ชมุ ชน ๒. ด้านการพฒั นาและบา� รงุ รักษาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศในระบบถอดเสียงอตั โนมตั ิภาษาไทย ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้จัดท�าระบบถอดเสียงอัตโนมัติภาษาไทย ในปี พ.ศ ๒๕๕๘ เพ่ืออ�านวย ความสะดวกและสนบั สนนุ ภารกจิ ของศาลรฐั ธรรมนญู และสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ในการจดั ทา� บนั ทกึ ถอ้ ยคา� พยานบคุ คลทมี่ า เบกิ ความ รายงานการประชมุ หรอื คา� วนิ จิ ฉยั ทา� ใหเ้ กดิ ความรวดเรว็ ในการนา� เขา้ ขอ้ มลู และการจดั ทา� รายงานตา่ งๆ ลดขนั้ ตอน ที่ใช้เวลามากและเกิดขอ้ ผดิ พลาดได้ง่าย ท�าให้ได้มาซง่ึ ผลลัพธ์ทรี่ วดเรว็ ทนั เวลาและสถานการณ์ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู จงึ ไดพ้ ฒั นาและบา� รงุ รกั ษาระบบถอดเสยี งอตั โนมตั ภิ าษาไทย ใหส้ ามารถใชง้ าน ไดอ้ ยา่ งราบรนื่ แกไ้ ขปญั หาทเี่ กดิ ขนึ้ ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และเพม่ิ ความแมน่ ยา� ในการถอดเสยี งภาษาไทย รวมถงึ เพมิ่ ความสะดวก และปลอดภัยในการใช้งานระบบ เพ่ือสนับสนุนการด�าเนินงานของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และบุคลากรในสา� นักงาน ศาลรัฐธรรมนญู ในการจดั ท�าค�าวินจิ ฉยั การพจิ ารณาคดี การไต่สวนคดี การถอดคา� พยาน รวมถึงรายงานการประชมุ ภายใน ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ๓. ดา้ นการพฒั นาระบบสารสนเทศเพอื่ การบรหิ ารองค์กร (e-ofice) สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ไดจ้ ดั ทา� ระบบสารสนเทศเพอ่ื การบรหิ ารองคก์ ร (e-ofice) จา� นวน ๖ ระบบงาน ประกอบดว้ ย ระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส ์ ระบบจัดเก็บเอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส ์ ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล ระบบงาน/ โครงการและงบประมาณ ระบบบญั ชแี ละการเงนิ ระบบบรหิ ารพสั ดแุ ละครภุ ณั ฑ ์ ในป ี พ.ศ ๒๕๕๘ เพอ่ื นา� เทคโนโลยสี ารสนเทศ มาพฒั นาการบรหิ ารงานขององคก์ รใหเ้ ขา้ สรู่ ปู แบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ์ เพอ่ื ความสะดวกรวดเรว็ ในการปฏบิ ตั งิ าน สนบั สนนุ การลดใช้ กระดาษ และเป็นมาตรฐานสากล 57

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนญู สา� นักงานศาลรัฐธรรมนญู ได้ทา� การปรบั ปรงุ ระบบสารสนเทศเพื่อการบรหิ ารองค์กร (e-ofice) อยา่ งต่อเน่ือง โดยปรบั แกร้ ะบบใหม้ ผี ลลพั ธข์ องการดา� เนนิ การไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและมมี าตรฐาน แกไ้ ขขอ้ ผดิ พลาด (error) ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในการใชร้ ะบบ ท้ังท่ีเกิดจากความผิดพลาดของระบบงานและผู้ใช้งาน เพื่อเพิ่มความเสถียรของระบบงาน ให้ด�าเนินการได้อย่างถูกต้อง ตามความตอ้ งการของผใู้ ชง้ าน และเพอื่ สนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านของบคุ ลากรในสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ใหส้ ามารถใชร้ ะบบ ไดอ้ ยา่ งราบร่ืน ๔. ด้านการพัฒนาและบ�ารุงรกั ษาเคร่ืองคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและระบบโสตทัศนปู กรณ์ ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการอ�านวยความสะดวกการใช้ห้องประชุม และรับผิดชอบการบ�ารุงรักษา ระบบคอมพวิ เตอรแ์ มข่ า่ ยและลกู ขา่ ย อปุ กรณเ์ ครอื ขา่ ยและอปุ กรณต์ อ่ พว่ ง ทงั้ ในสว่ นของ Hardware และ Software รวมทง้ั ระบบโสตทศั นปู กรณแ์ ละรกั ษาความปลอดภยั ของระบบคอมพวิ เตอรใ์ หม้ ปี ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ รองรบั การใชง้ านไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เพอ่ื รองรบั การปฏบิ ัติงานของคณะตลุ าการศาลรัฐธรรมนูญ และบคุ ลากรของสา� นักงานศาลรัฐธรรมนูญ สา� นักงานศาลรฐั ธรรมนูญ ไดด้ า� เนนิ การซอ่ มบ�ารงุ ท�าความสะอาด และจดั หาอปุ กรณท์ ดแทนเม่อื อุปกรณ์ ชา� รดุ ไมส่ ามารถใชง้ านได ้ รวมถงึ การตอ่ สญั ญาลขิ สทิ ธข์ิ องระบบ หรอื software ทใ่ี ชใ้ นเครอ่ื งคอมพวิ เตอรแ์ มข่ า่ ยและระบบ โสตทัศนูปกรณ์ของส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพ่ือให้รองรับการปฏิบัติงานของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และบุคลากร ของสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนูญได้อยา่ งตอ่ เนอ่ื งและมปี ระสิทธภิ าพ ๕. ดา้ นการพฒั นาระบบหอ้ งประชุมส�านักงานศาลรัฐธรรมนญู ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ด�าเนินการจัดหาและติดตั้งระบบภาพและเสียงในห้องรับรองของส�านักงาน ศาลรฐั ธรรมนญู เพอื่ ใหส้ ามารถใชใ้ นการประชมุ สมั มนา อบรม หรอื กจิ กรรมอนื่ ๆ ในวาระตา่ งๆ ของสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยมี Projector และหน้าจอแสดงภาพที่สามารถเชื่อมต่อได้ท้ังจากคอมพิวเตอร์และกล้องวิดีโอ (Real-time) รวมถงึ ระบบคอนโทรลการแสดงภาพ และระบบไมโครโฟนไรส้ าย ทง้ั น ี้ ระบบภาพและเสยี งจดั ทา� ขนึ้ เพอื่ รองรบั การใช้งานห้องรับรองท่ีมากข้ึน ปรับใช้อุปกรณ์ไร้สายเพิ่มข้ึน และจัดการอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องรับรองให้มีความเรียบร้อย และสะดวกในการใชง้ าน ๖. ด้านการจดั หาครภุ ณั ฑค์ อมพิวเตอร์และอุปกรณ์ตอ่ พ่วงทดแทน สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ไดด้ า� เนนิ การจดั หาครภุ ณั ฑค์ อมพวิ เตอรแ์ ละอปุ กรณต์ อ่ พว่ ง ในการทดแทนครภุ ณั ฑ์ คอมพวิ เตอรแ์ ละอปุ กรณต์ อ่ พว่ งเดมิ เพอ่ื ใหม้ เี ครอ่ื งคอมพวิ เตอรแ์ ละอปุ กรณต์ อ่ พว่ งทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ทนั สมยั รองรบั การปฏบิ ตั งิ าน ของบคุ ลากรในปจั จบุ นั และงานทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต รวมถงึ นา� เทคโนโลยสี มยั ใหม ่ มาเปน็ เครอ่ื งมอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ าน ของบคุ ลากร เพื่ออา� นวยความสะดวกบคุ ลากรในสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนูญ ใหส้ ามารถปฏิบัตงิ านไดเ้ ตม็ ประสทิ ธภิ าพ ๗. ด้านการพฒั นาเครอื ข่ายอนิ เทอร์เน็ต สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ไดจ้ ดั หาเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ นต็ ในการสบื คน้ ขอ้ มลู รบั - สง่ จดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ์ และเพื่อประกอบการพิจารณาคดีและสืบค้นข้อมูลด้านกฎหมาย รวมถึงเชื่อมโยงประสานงานกับองค์กรภายนอก โดยมี ความเร็วในการรับ - ส่งขอ้ มูลอยู่ที่ ๑๐๐ MBps ซ่ึงเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ น็ตมีความจ�าเปน็ ต่อการปฏิบัตงิ านของคณะตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ และบุคลากรภายในส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออ�านวยความสะดวกในการสืบค้น 58

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนูญ ขอ้ กฎหมายประกอบการพจิ ารณาคดขี องคณะตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู และเจา้ หนา้ ท ี่ เพอื่ อา� นวยความสะดวกในการรบั - สง่ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์กรในประเทศและต่างประเทศ ในรูปแบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ รวมท้ังเพื่อเผยแพร่ ประชาสมั พันธ์ขอ้ มูลคา� วนิ จิ ฉยั และข่าวสารต่างๆ ขององค์กร ๕. ผลการดา� เนนิ งานดา้ นการพัฒนาบคุ ลากรของสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ความสอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรศ์ าลรฐั ธรรมนญู ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๓ บคุ ลากรมสี มรรถนะสงู และไดร้ บั การพฒั นาเรยี นรอู้ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง สอดคลอ้ งกบั วฒั นธรรมองคก์ ร กลยุทธ์ที่ ๓.๒ บุคลากรมคี วามร ู้ ทกั ษะ ความเชีย่ วชาญ รวมถงึ มคี วามพร้อมด้านภาษาต่างประเทศและระบบ เทคโนโลยีดิจิทลั โดยมกี ารจัดระดับการพฒั นาการประเมิน และการออกแบบใหส้ อดคล้องกับบุคลากรภายใน แผนงานที่ ๓.๒.๑ การพัฒนาบุคลากรให้มศี กั ยภาพตามระดบั สมรรถนะท่สี �านักงานศาลรฐั ธรรมนูญกา� หนด แผนงานที่ ๓.๒.๒ การจดั ท�าระบบการพัฒนาบุคลากรดา้ นภาษาและระบบเทคโนโลยดี จิ ิทัล สภาพแวดล้อมและสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างต่อเนื่อง บุคลากรองค์กรหรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการท�างานของศาลรัฐธรรมนูญและส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญมีความคาดหวังในผลลัพธ์ การปฏิบัติงานของศาลรัฐธรรมนูญและส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มมากขึ้น ท�าให้ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญจ�าเป็นต้องมี การปรบั ปรงุ โครงสรา้ ง ระบบงาน กรอบอตั รากา� ลงั และกา� หนดสมรรถนะ รวมถงึ การปรบั ปรงุ กฎ ระเบยี บ ภายในสา� นกั งาน ศาลรฐั ธรรมนญู ใหม้ คี วามเหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั ภารกจิ งานของศาลรฐั ธรรมนญู ในอนาคต มกี ารสรา้ งและพฒั นาบคุ ลากร ให้มีศักยภาพตามระดับสมรรถนะท่ีส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญก�าหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญ ทจี่ า� เปน็ ตอ่ งาน รวมถงึ มคี วามพรอ้ มดา้ นภาษาตา่ งประเทศและระบบเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ทงั้ ในรปู แบบการพฒั นาระยะสนั้ และ ระยะยาว การปรับปรุงทัศนคติมุ่งให้บุคลากรภายในมีค่านิยม วัฒนธรรมองค์กรร่วมกัน มีความเป็นทีม ตลอดจน การจัดท�าข้อตกลงในการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนยุทธศาสตร์ให้ครอบคลุมบุคลากรทุกระดับเพื่อน�ามาใช้ ในการบริหารทรพั ยากรบคุ คลในองค์กร การพัฒนาองค์ความรู้ให้มีเนื้อหาและองค์ประกอบตามมาตรฐานที่ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญก�าหนด โดยนา� ความรทู้ ไ่ี ดไ้ ปใชใ้ นการปฏบิ ตั แิ ละ/หรอื ปรบั ปรงุ ผลการดา� เนนิ งานใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ล จนถงึ ขน้ั การตอ่ ยอด องค์ความรู้เดิมและสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ๆ ได้ ตลอดจนสามารถพัฒนานวัตกรรมเพ่ือสนับสนุนการปฏิบัติงานและ การเติบโตขององค์กรได้อย่างย่ังยืนและก้าวย่างสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ จากเหตุข้างต้น ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ จึงได้พัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเน่ือง โดยส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญได้จัดส่งบุคลากรเข้ารับการศึกษาอบรม ตามประเภทหรือระดับหลกั สูตรจากภายนอกองคก์ ร และจัดอบรมและสมั มนาทางวชิ าการภายในองคก์ ร ดังตอ่ ไปนี้ 59

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนญู ๑. การศึกษาอบรมตามประเภทหรือระดับหลักสูตรจากภายนอกองค์กร ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ จดั สง่ บุคลากรเขา้ รับการอบรม ดงั น้ี หลกั สูตร/จา� นวน ผ้เู ขา้ อบรม (คน) ๑. หลักสตู รนกั บรหิ ารระดับสูง ๓ หลกั สตู ร ๓ คน ๑ (๑) หลักสตู รประกาศนยี บัตรช้ันสงู การเสริมสรา้ งสงั คมสนั ติสขุ ๑ (๒) หลักสูตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดลอ้ มสา� หรบั นักบรหิ ารระดับสงู ๑ (๓) หลกั สตู รนกั บริหารการเงนิ การคลังภาครัฐระดบั สงู ๑ ๒. หลกั สตู รนักบรหิ ารระดบั กลาง ๒ หลกั สูตร ๓ คน ๒ (๑) หลกั สูตรไทยกบั ประชาคมอาเซยี น (๒) หลกั สูตรธรรมาภิบาลของผบู้ รหิ ารระดับกลาง ๒ ๒ ๓. หลักสูตรนกั บรหิ ารระดบั ตน้ ๒ หลกั สูตร ๔ คน ๒ (๑) หลักสตู รดา้ นประชาสัมพนั ธแ์ ละการสอื่ สารมวลชน ๑๘ (๒) หลกั สตู รประกาศนยี บตั รแนวคดิ พนื้ ฐานการจดั การความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ธิ ี ๒ ๔. หลักสตู รประกาศนยี บัตรกฎหมายมหาชน ๑ ๒ ๕. หลกั สตู รเตรยี มความพรอ้ มเพอื่ การเขา้ สปู่ ระเทศไทย ๔.๐ สา� หรบั บคุ ลากร ๒ ภาครฐั ๑ ๑ ๖. หลกั สตู รของมูลนิธวิ จิ ัยทางปกครอง จา� นวน ๖ หลกั สูตร ๙ คน ๒ (๑) หลักสูตรความร้ทู ่วั ไปเก่ยี วกบั กฎหมายปกครอง ๒ (๒) หลักสูตรกฎหมายปกครองเก่ยี วกับความรบั ผดิ ทางละเมดิ เจ้าหน้าท่ี ๒ (๓) หลกั สตู รกฎหมายเก่ียวกบั สัญญาทางปกครองและการพสั ดุ ๒ (๔) หลกั สตู รกฎหมายปกครองเกีย่ วกบั การบริหารงานบคุ คล ๔ (๕) หลักสูตรกฎหมายปกครองส�าหรบั ผ้บู ริหาร (๖) หลกั สูตรกฎหมายปกครองสา� หรับผปู้ ฏิบัติงานด้านกฎหมาย ๗. หลกั สูตรประกาศนียบัตรผ้ตู รวจสอบภายในภาครฐั ๘. หลกั สตู รกฎหมายและระเบยี บสา� หรบั งานการคลงั ๙. หลักสูตร IT Audit for Non – IT Auditor Master Class ๑๐. หลักสูตรการพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ในยุค Thailand ๔.๐ ๑๑. หลักสตู รงานพิธกี าร (กระทรวงการตา่ งประเทศ) 60

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนูญ ๒. การจัดอบรมและสัมมนาทางวิชาการภายในองค์กร ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญยังได้ด�าเนินจัดสัมมนาและอบรมภายในองค์กรและภายนอกองค์กร เพื่อพัฒนา ศกั ยภาพในองคค์ วามรใู้ หมๆ่ ใหก้ บั บคุ ลากรของสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู และบคุ คลภายนอก เพอื่ สามารถนา� มาพฒั นาและ ปรบั แนวทางการใชป้ ระโยชนแ์ ละพฒั นากระบวนและวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ านในดา้ นตา่ งๆ ของสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ใหเ้ ปน็ ไป อยา่ งมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล โดยมกี ารดา� เนินกจิ กรรมและโครงการส�าคญั ๆ ดงั น ้ี ๑) โครงการยกระดับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ประจ�าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพอ่ื เสรมิ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจในเรอื่ งการสรา้ งทมี และการทา� งานเปน็ ทมี โดยยดึ หลกั ความโปรง่ ใส และสามารถ น�ามาเป็นหลักในการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถน�าองค์ความรู้ต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ในการท�างานให้กับ องคก์ รไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ บรรลเุ ปา้ หมาย เกดิ ความคมุ้ คา่ ในการปฏบิ ตั งิ าน สรา้ งความรกั ความสามคั ค ี รกั ใครก่ ลมเกลยี ว มคี วามสมั พนั ธอ์ นั ดตี อ่ เพอ่ื นรว่ มงานและหนว่ ยงาน มวี ฒั นธรรมทดี่ ใี นการทา� งานรว่ มกนั เพอื่ ประโยชนส์ งู สดุ ในการปฏบิ ตั งิ าน ระหว่างเดือนมกราคม ๒๕๖๐ ถงึ เดือนมนี าคม ๒๕๖๐ ๒) โครงการพฒั นาระบบงานคดรี ฐั ธรรมนญู ตามรฐั ธรรมนญู ฉบบั ใหม ่ วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการ เพอ่ื เตรยี ม ความพรอ้ มในการรองรบั การปฏบิ ตั หิ นา้ ทตี่ ามรฐั ธรรมนญู ฉบบั ใหมแ่ ละกฎหมายอน่ื ทเี่ กยี่ วขอ้ ง เพอ่ื ใหข้ า้ ราชการในสา� นกั งาน ศาลรัฐธรรมนูญและคณะผู้สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญน�าองค์ความรู้ไปใช้ในการสนับสนุน การปฏิบัติหนา้ ทีข่ องคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนญู ใหม้ ปี ระสิทธภิ าพสงู สุด โดยมกี ารประชมุ เชิงปฏบิ ัติการ ๒ ครงั้ ดงั น้ี ครั้งท่ี ๑ การประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในส่วนที่เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ” เม่ือวันท่ี ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๐ เพ่ือรวบรวมความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนาโดยน�าเสนอผลการศึกษาประเด็นเพ่ิมเติม ทไี่ ดจ้ ากการสมั มนานา� เสนอประเดน็ ศกึ ษาจากการแลกเปลยี่ นเรยี นรขู้ องผเู้ ขา้ รว่ มสมั มนาในตา่ งจงั หวดั เกย่ี วกบั อา� นาจหนา้ ท่ี ของศาลรัฐธรรมนญู ตามรฐั ธรรมนญู ฉบับใหม ่ เม่ือวันท ี่ ๑๙ - ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ ครั้งท่ี ๒ การประชุมเชิงปฏิบัติการ เร่ือง “การให้สิทธิประชาชนฟ้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ” เมอื่ วนั ท ่ี ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ มกี ารนา� เสนอผลการศกึ ษาคน้ ควา้ ในรปู แบบการประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารเพอื่ ระดมความคดิ เหน็ ในหวั ขอ้ เรอ่ื ง การใหส้ ทิ ธปิ ระชาชนฟ้องโดยตรงต่อศาลรฐั ธรรมนญู ตามรฐั ธรรมนญู มาตรา ๒๑๓ ๓) โครงการอบรมสัมมนาเพ่ือเสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ วัตถุประสงค์โครงการ เพ่ือให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านคดีรัฐธรรมนูญและผู้มีส่วนร่วมในโครงการทราบถึง บทบญั ญตั ริ ฐั ธรรมนญู เกยี่ วกบั อา� นาจหนา้ ทข่ี องศาลรฐั ธรรมนญู และการเสนอคา� รอ้ งตอ่ ศาลรฐั ธรรมนญู ทเ่ี ปลยี่ นแปลงไปจากเดมิ โดยระดมความเห็นและแลกเปลี่ยนทางวิชาการ จนกระท่ังได้ข้อสรุปเป็นแนวทางการปฏิบัติงานด้านการตรวจค�าร้องและ เสนอความเห็นต่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีการจัดสัมมนาทางวิชาการ ณ ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ อาคาร ราชบรุ ีดิเรกฤทธ ์ิ ศูนย์ราชการเฉลมิ พระเกยี รต ิ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ จ�านวน ๒ ครง้ั ดังนี้ ๓.๑) วันพฤหัสบดีท่ี ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๐ ณ ห้องประชุม ๙ ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ น�าเสนอ เกย่ี วกบั การด�าเนนิ การเพ่อื จัดทา� แนวทางการเสนอค�ารอ้ งตอ่ ศาลรัฐธรรมนญู ๓.๒) วนั พฤหสั บดที ี่ ๓ สงิ หาคม ๒๕๖๐ ณ หอ้ งประชมุ ๔/๒ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู จดั การนา� เสนอ ผลการศกึ ษาจากการสัมมนาเชงิ ปฏบิ ัติการตามโครงการ ฯ ๔) โครงการเสรมิ สรา้ งองคค์ วามรดู้ า้ นภาษาตา่ งประเทศเพอื่ การพฒั นาองคก์ ร เปน็ โครงการพฒั นาตอ่ เนอื่ ง เพอ่ื เสรมิ สรา้ งทกั ษะการเรยี นรภู้ าษาองั กฤษใหก้ บั บคุ ลากรสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ดา้ นการตดิ ตอ่ สอื่ สาร การพดู การเจรจา 61

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ ตอ่ รอง และการปฏบิ ตั งิ านทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ตา่ งประเทศทง้ั ภายในหนว่ ยงานของตนและหนว่ ยงานภายนอก เพอ่ื เสรมิ สรา้ ง ความมน่ั ใจ และสรา้ งโอกาสใหก้ บั บคุ ลากรส�านักงานศาลรัฐธรรมนญู ใหม้ ีทศั นคตทิ ีด่ ีต่อการเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ ระหว่างเดอื นสงิ หาคม - กันยายน ๒๕๖๐ โดยมขี ้าราชการสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ได้รบั การอบรม จา� นวน ๓ หลกั สตู ร รวมทง้ั สน้ิ ๕๐ คน ๖. ผลการด�าเนนิ งานดา้ นความรว่ มมือและประชาสัมพันธ์กับเครือขา่ ย ท้งั ภายในประเทศและตา่ งประเทศ ๖.๑ ด้านการส่งเสริมและขยายการพัฒนางานให้ครอบคลุมตามข้อตกลงความร่วมมือท้งั ภายในประเทศและ ตา่ งประเทศ ความสอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรศ์ าลรฐั ธรรมนญู ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๔ สง่ เสรมิ ความรว่ มมอื และประชาสมั พนั ธก์ บั เครอื ขา่ ยดา้ นการจดั การความรทู้ งั้ ภายในประเทศ และต่างประเทศ กลยุทธ์ท่ี ๔.๑ ส่งเสริมและขยายการพัฒนางานให้ครอบคลุมตามข้อตกลงความร่วมมือท้ังในประเทศและ ต่างประเทศทงั้ ที่มีอย่ใู นปจั จบุ นั และเพ่มิ ขน้ึ ในอนาคต แผนงานที่ ๔.๑.๑ ทบทวนและเสรมิ สรา้ งการดา� เนนิ การตามขอ้ ตกลงความรว่ มมอื ทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ ท่ีมอี ยใู่ นปัจจุบัน แผนงานที่ ๔.๑.๔ ส่งเสริมบทบาทความร่วมมือในเวทีของกลุ่มประชาคมอาเซียน, ศาลรัฐธรรมนูญเอเชีย ศาลรัฐธรรมนูญโลก ตลอดจนเวทใี นระดับทวภิ าคแี ละพหภุ าคีทเ่ี กยี่ วขอ้ ง มุ่งเน้นใหเ้ กิดเครือขา่ ยท่ีมีการด�าเนินงานตามข้อตกลงความรว่ มมอื กับส�านกั งานศาลรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนอื่ ง (เครือข่ายลักษณะ Active) และการพัฒนางานเครือข่ายด้านประชาสัมพันธ์ให้ครอบคลุมประชาชนทุกระดับทุกพ้ืนท่ี โดยด�าเนินการดงั น้ี ๑. การด�าเนินโครงการสัมมนาทางวิชาการ เร่ือง “ศาลรัฐธรรมนูญกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” เมื่อวันท่ี ๑๗ มกราคม ๒๕๖๐ ณ มหาวทิ ยาลัยแมฟ่ า้ หลวง จังหวัดเชยี งราย สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู จดั โครงการสมั มนาทางวชิ าการระหวา่ งศาลรฐั ธรรมนญู กบั มหาวทิ ยาลยั แมฟ่ า้ หลวง เม่ือวันท่ี ๑๗ มกราคม ๒๕๖๐ โดยได้รับเกียรติจากนายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการดงั กลา่ ว พรอ้ มทง้ั บรรยายพเิ ศษ เรอื่ ง “ศาลรฐั ธรรมนญู กบั รฐั ธรรมนญู ฉบบั ใหม”่ สา� หรบั การอภปิ รายไดร้ บั เกยี รตจิ าก นายเชาวนะ ไตรมาศ ท่ีปรึกษาด้านวิชาการส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์อานนท์ มาเม้า คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร ์ และอาจารยว์ รพชร จนั ทร์ขันต ี ส�านกั วชิ านิติศาสตร ์ มหาวทิ ยาลัยแม่ฟา้ หลวง ร่วมการอภิปราย เร่ือง “ศาลรัฐธรรมนูญกับการยึดหลักนิติธรรม” โอกาสนี้นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ให้เกียรติเขา้ รว่ มโครงการและรับฟังการบรรยายดงั กล่าวดว้ ย ณ หอ้ งประชุมวนาสวรรค ์ วนาศรม มหาวทิ ยาลัยแม่ฟา้ หลวง จังหวดั เชยี งราย 62

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรัฐธรรมนญู ๒. การด�าเนินโครงการสร้างความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวนั องั คารท่ี ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๐ ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ เมอื่ วนั ท ่ี ๒๘ มนี าคม ๒๕๖๐ ศาสตราจารย ์ ดร.ทวเี กยี รต ิ มนี ะกนษิ ฐ ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู เปน็ ประธาน ในพธิ เี ปดิ โครงการสรา้ งความรว่ มมอื ทางวชิ าการระหวา่ งศาลรฐั ธรรมนญู กบั มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร ์และใหเ้ กยี รตบิ รรยายพเิ ศษ เรอื่ ง บทบาทและอา� นาจหนา้ ทข่ี องศาลรฐั ธรรมนญู ไทย ตอ่ จากนนั้ จดั ใหม้ กี ารอภปิ รายในเรอ่ื ง ศาลรฐั ธรรมนญู ภายใตร้ ฐั ธรรมนญู ฉบับใหม่ โดยนายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ศาสตราจารย์ ดร.อุดม รัฐอมฤต คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร ์ และผู้ช่วยศาสตราจารยอ์ านนท ์ มาเมา้ อาจารย์ประจ�าคณะนิตศิ าสตร ์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นวิทยากรและผู้ด�าเนินรายการ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้จัดให้มีพิธีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ทางวิชาการ (MOU) ระหว่างส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีนายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ ์ เลขาธกิ ารสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ลงนามรว่ มกบั ศาสตราจารย ์ ดร.สมคดิ เลศิ ไพฑรู ย ์ อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร ์ ณ ห้อง LT ๑ (ห้องจ๊ดี เศรษฐบุตร) คณะนติ ิศาสตร ์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ท่าพระจนั ทร์ ๓. การดา� เนนิ โครงการเสรมิ สรา้ งความรดู้ า้ นกฎหมายและการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย สา� หรบั ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เมื่อวนั ท่ี ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ ณ ห้องคา� มอกหลวง มหาวทิ ยาลยั แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เมอ่ื วนั ท ่ี ๒๗ มถิ นุ ายน ๒๕๖๐ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู รว่ มกบั มหาวทิ ยาลยั แมฟ่ า้ หลวง จดั แขง่ ขนั ตอบปญั หา กฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยได้รับเกียรติจากนายเชาวนะ ไตรมาศ ท่ีปรึกษาด้านวิชาการส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ และ นายบุญเสริม นาคสาร ผู้เช่ียวชาญด้านบริหาร เป็นผู้แทนจากส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นกรรมการร่วมกับอาจารย์จาก ส�านักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซ่ึงมีโรงเรียนเข้าร่วมแข่งขันจ�านวน ๔๐ โรงเรียน ส�าหรับผลการแข่งขัน ตอบปญั หา รางวลั ชนะเลศิ ไดแ้ ก ่ โรงเรยี นบญุ วาทยว์ ทิ ยาลยั รางวลั รองชนะเลศิ อนั ดบั ๑ ไดแ้ ก ่ โรงเรยี นดา� รงราษฎรส์ งเคราะห ์ และรางวัลรองชนะเลิศ อนั ดับ ๒ ไดแ้ ก ่ โรงเรียนนารรี ตั น์จงั หวัดแพร่ ๔. การด�าเนินโครงการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “ศาลรัฐธรรมนูญกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” และการ ด�าเนินโครงการเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายและการปกครองระบอบประชาธิปไตยส�าหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย เมอ่ื วนั ท่ี ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั รา� ไพพรรณี จังหวัดจันทบรุ ี สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู รว่ มกบั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั รา� ไพพรรณ ี จดั โครงการเสรมิ สรา้ งความรดู้ า้ นกฎหมาย และการปกครองระบอบประชาธิปไตย ส�าหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เมื่อวันท่ี ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐ โดยได้รับเกียรติจากนายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการดังกล่าว พร้อมท้ัง บรรยายพิเศษเรื่องศาลรัฐธรรมนูญกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และจัดให้มีกิจกรรมแข่งขันตอบปัญหากฎหมายรัฐธรรมนูญและ บทบาทหนา้ ทข่ี องศาลรฐั ธรรมนญู สา� หรบั นกั เรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ภมู ภิ าคตะวนั ออก โดยมโี รงเรยี นเขา้ รว่ มแขง่ ขนั จา� นวน ๓๓ โรงเรยี น ซงึ่ รางวลั ชนะเลศิ ไดแ้ ก ่โรงเรยี นแหลมสงิ หว์ ทิ ยาคม โรงเรยี นเบญจมราชทู ศิ ไดร้ บั รางวลั รองชนะเลศิ อนั ดบั ๑ และโรงเรียนวังหลังวิทยาคม ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ โอกาสน้ีได้รับเกียรติจากนายเชาวนะ ไตรมาศ ที่ปรึกษาด้านวิชาการส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ และนายบุญเสริม นาคสาร ผู้เช่ียวชาญด้านบริหาร ร่วมเป็นกรรมการ ผู้แทนจากส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ ร่วมกับอาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร�าไพพรรณี ณ อาคารเฉลมิ พระเกียรติสมเดจ็ พระเทพฯ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ร�าไพพรรณี จังหวัดจนั ทบรุ ี 63

รายงานประจา� ปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนูญ ๕. การด�าเนินโครงการสัมมนาทางวิชาการ เร่ือง “ศาลรัฐธรรมนูญกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” และการ ด�าเนินโครงการเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายและการปกครองระบอบประชาธิปไตยส�าหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา และระดบั อุดมศึกษา เม่อื วนั ท่ี ๑๗ - ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๐ ณ คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วทิ ยาเขต หาดใหญ่ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู จดั โครงการสมั มนาทางวชิ าการระหวา่ งสา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู กบั มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และโครงการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายสา� หรับระดับ อุดมศึกษา (ปริญญาตรี) และ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายหรอื เทยี บเทา่ โดยไดร้ บั เกยี รตจิ ากนายปญั ญา อดุ ชาชน ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู เปน็ ประธานใน พิธเี ปิดโครงการดังกล่าว พร้อมทัง้ บรรยายพิเศษเรอ่ื ง ศาลรัฐธรรมนูญกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม ่ และจัดใหม้ ีการอภปิ รายเรือ่ ง ศาลรัฐธรรมนูญกับการยึดหลักนิติธรรม โดยนายเชาวนะ ไตรมาศ ที่ปรึกษาด้านวิชาการ ส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญ และผแู้ ทนจากคณะนติ ศิ าสตร ์ รว่ มอภปิ รายในหวั ขอ้ ดงั กลา่ ว สา� หรบั การแขง่ ขนั ตอบปญั หากฎหมายระดบั อดุ มศกึ ษา (ปรญิ ญาตร)ี รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ทีม ๑ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ ได้แก่ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร ์ วทิ ยาเขตหาดใหญ ่ ทมี ๒ และรางวลั รองชนะเลศิ อนั ดบั ๒ ไดแ้ ก ่ มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ จงั หวดั สงขลา และ ในส่วนของการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าน้ัน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนจุฬาภรณราชวทิ ยาลยั นครศรธี รรมราช รางวัลรองชนะเลิศอันดบั ๑ ได้แก ่ โรงเรยี นกัลยาณีศรธี รรมราช และรางวลั รองชนะเลิศอันดับ ๒ ได้แก่ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา โอกาสน้ีได้รับเกียรติจากนายเชาวนะ ไตรมาศ ที่ปรึกษาด้านวิชาการ และนายบุญเสริม นาคสาร ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหาร ผู้แทนจากส�านักงานศาลรัฐธรรมนูญร่วมเป็น กรรมการ ระหวา่ งวนั ที่ ๑๗ – ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๐ ทผ่ี ่านมา 64

รายงานประจ�าปี ๒๕๖๐ ศาลรฐั ธรรมนญู กิจกรรมดา้ นตา่ งประเทศ จา� นวน ๑๐ กิจกรรม การตอ้ นรับการเยอื น จ�านวน ๕ กจิ กรรม ๑. นายนรุ กั ษ ์ มาประณตี ประธานศาลรฐั ธรรมนญู และคณะใหก้ ารตอ้ นรบั Mr. Adrian Keeling ผบู้ รหิ ารสา� นกั งาน ทนายความ No. ๕ เขา้ เยยี่ มคารวะเมอ่ื วนั ท ี่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๐ ณ สา� นกั งานศาลรฐั ธรรมนญู ศนู ยร์ าชการเฉลมิ พระเกยี รติ ๘๐ พรรษา ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๐ อาคารราชบรุ ีดเิ รกฤทธิ์ ๒. นายนรุ กั ษ ์ มาประณตี ประธานศาลรฐั ธรรมนญู และคณะใหก้ ารตอ้ นรบั Ms. Donica Pottie เอกอคั รราชทตู วสิ ามญั ผมู้ อี า� นาจเตม็ แหง่ แคนาดาประจา� ประเทศไทย เขา้ เยย่ี มคารวะเนอ่ื งในโอกาสเขา้ รบั หนา้ ทเ่ี มอ่ื วนั ท ่ี ๙ กมุ ภาพนั ธ ์ ๒๕๖๐ ณ ส�านักงานศาลรัฐธรรมนญู ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกยี รต ิ ๘๐ พรรษา ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๐ อาคารราชบุรดี ิเรกฤทธิ์ 65


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook