หนว่ ยท่ี 6อปุ กรณส์ ำหรับเชอ่ื มตอ่ เครอื ขำ่ ยประเภท LAN เสนอ ครู เพยี รวทิ ย์ ขำทวี จดั ทำโดย นำงสำว ทภิ ำกร พำนชิ เจรญิปวส.2 คอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ (ม.6) เลขที่ 28
สาย LANขา่ ยงานบริเวณเฉพาะที่ เปน็ การเชอ่ื มโยงเครือข่ายคอมพวิ เตอร์ถงึ กันทง้ั หมดโดยอาศยั สื่อกลาง มีการแบง่ แยกเครอื ข่ายออกเปน็ 3 รูปแบบการเช่อื มโยงคือ การเช่ือมโยงภายในพื้นท่รี ะยะใกล้หรอื แลน (LAN) การเช่ือมโยงเครอื ข่ายระดับเมืองหรือแมน (MAN) และการเชื่อมโยงระยะไกลหรือแวน (WAN) โดยการเชือ่ มโยงเครือข่ายแบบแลนมี 3 รปู แบบ คือ 1. Bus มีการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็ว 10-100 MB/sจะเช่ือมต่อกันบนสายสัญญาณเส้นเดียวกัน โดยจะมี อปุ กรณ์ที่เรยี กว่า T-Connector เป็นตัวแปลงสัญญาณขอ้ มูลเพ่ือนาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และ Terminator ในการปดิ หวั ท้ายของสายในระบบเครือข่ายเพ่ือดูดซบั ขอ้ มูลไม่ใหเ้ กดิ การสะทอ้ นกลับของสัญญาณ 2. Star เป็นระบบที่มีเป็นการต่อแบบรวมศูนย์ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต่อสายเข้าไปที่อุปกรณ์ท่ี เรียกว่า Hub หรือ Switch โดยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Hub หรือ Switch จะทาหน้าที่เปรียบศูนย์กลางที่ทาหน้าท่ี กระจายข้อมูล โดยข้อดีของการต่อในรูปแบบน้ีคือ หากสายสัญญาณเกิดขาดในคอมพิวเตอร์เคร่ืองใดเครื่อง หน่ึง เคร่อื งคอมพิวเตอร์อื่นๆจะสามารถใช้งานไดป้ รกติ แต่หากศูนย์กลางคือ Hub หรอื Switch เกิดเสียจะทา ใหร้ ะบบทั้งระบบไมส่ ามารถทางานได้ท้ังระบบ 3. Ring เป็นระบบท่ีมีการส่งข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน โดยจะมีเคร่ือง Server หรือ Switch ในการปล่อย Token เพ่ือตรวจสอบว่ามีเคร่ืองคอมพิวเตอร์ใดต้องการส่งข้อมูลหรือไม่และระหว่างการส่งข้อมูลเคร่ือง คอมพิวเตอรอ์ น่ื ๆทต่ี อ้ งการสง่ ข้อมูลจะตอ้ งทาการรอให้ข้อมลู ก่อนหน้านัน้ ถกู สง่ ใหส้ าเรจ็ เสยี ก่อน
การด์ ทใี่ ช้ในการเช่ือมตอ่ เครอื ข่าย การด์ เชือ่ มต่อเครอื ข่าย หรอื เรียกวา่ การ์ด LAN เป็นการด์ สาหรับต่อเคร่ืองพซี ี เขา้ กับสายเคเบิล ดังน้นั จงึ ต้องมีพอรต์ สาหรับเสียบสายแบบใดแบบหนึง่ ท่ีจะใช้ หรืออาจมีพอรต์ สาหรับสายหลายแบบกไ็ ด้ เช่น มพี อร์ตสาหรบั สายโคแอกเชยี ล และสาหรับสายคู่ตีเกลยี ว แตส่ าหรบั การ์ดรนุ่ ใหมๆ่ มกั จะเหลอื แต่พอรต์ สาหรบั สายคูต่ เี กลียวเพราะปัจจบุ นั กาลังเป็นทนี่ ยิ ม นอกจากนีย้ ังมีการ์ดท่ีทามาสาหรบั ใช้ตอ่ กับสายใยแก้วนาแสงซึงมักจะมรี าคาแพงและใชเ้ ฉพาะบางงาน การ์ด LAN จะมสี ล็อตที่ใชอ้ ยู่ 2 ชนิดคอืISA 8 และ 16 บิต การ์ดแบบนจ้ี ะสามารถรบั สง่ ข้อมูลกบั เครอ่ื งพีซีได้ทีละ 8 หรือ 16 บิตทค่ี วามถ่ีประมาณ 8MHz เท่านนั้ โดยผ่านบสั และสล็อตแบบ ISA ตัวอย่างเช่น การด์ NE1000 และ NE2000 ทผี่ ลติ ตามแบบของ บริษัท Novell เปน็ ต้น ซง่ึ ความเรว็ ในการทางานจะต่ากว่าแบบ PCI ซึง่ ในปจั จุบันแทบจะไม่พบ แลว้ PCI 32 บิต เป็นการด์ ท่ีใชอ้ ยู่ท่ัวไปในปัจจบุ นั ซงึ่ สามารถรับสง่ ขอ้ มลู ไดท้ ีละ 32 บิตผ่านบัสแบบ PCI ดว้ ยความเร็วสูงถงึ 33 MHz ปัจจุบนั การด์ แบบสลอ็ ต PCI ราคาลดลงมากทรานซฟี เวอร์ (transceiver) เปน็ ส่วนหน่งึ ของการ์ด LAN โดยจะทาหนา้ ทีแ่ ปลงสญั ญาณของคอมพวิ เตอร์เปน็สญั ญาณท่ีใช้ในเครอื ข่าย ทรานซฟี เวอรร์ ่นุ เกา่ ๆ จะเช่อื มต่อกับสายเคเบิลและการ์ด LAN แตใ่ นปัจจุบันจะนาทรานซฟี เวอรน์ บ้ี รรจุเข้าไปในตัวการด์ LAN เลย บนการด์ LAN บางแบบจะมีทีเ่ สียบชิปหนว่ ยความจา ROM เปน็ ซอ็ คเกต็ วา่ ง ๆ ท้ิงไว้ สาหรับใชใ้ นกรณที ตี่ ้องการใหเ้ ครื่องท่ีใช้การ์ดนน้ั สามารถบูตจากหนว่ ยความจาของเคร่ืองทีเ่ ปน็เซริ ์ฟเวอรใ์ นระบบ LAN ได้ ซ่ึงก็จะต้องมี ROM ทีม่ โี ปรแกรมพเิ ศษมาใสใ่ นซ็อคเก็ตว่างน้ี เรยี กวา่ เปน็ bootROMโดยโปรแกรมใน ROM ดังกล่าวจะอยูใ่ นตาแหน่งแอดเดรสทีซ่ ีพียจู ะเรียกใชใ้ นตอนที่บูตเครอ่ื ง เชน่ เดยี วกบั ROMบนเมนบอรด์ นนั่ เอง เมื่อมีโปรแกรมดังกลา่ วเพ่ิมเข้ามา กจ็ ะทาให้ซีพยี ูไปทาการบตู เคร่ืองผ่านการด์ LAN และหน่วยความจาของเครื่องทเี่ ป็นเซริ ์ฟเวอร์ แทนทจ่ี ะบูตจากหนว่ ยความจาของเครื่องน้นั ๆ ตามปกติ เชน่ ในกรณที ี่ตอ้ งการใชง้ านพีซีน้ันในลักษณะเครื่องลกู ขา่ ยท่ีไม่มฮี ารด์ ดิสก์ เป็นตน้
อปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นการเชอ่ื มโยง1. การ์ดเครือข่าย (Network Interface Card) หรือการ์ดแลน หรืออีเทอร์เน็ตการ์ด ทาหน้าท่ีในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่เขา้ กับระบบเครือข่ายได้ เช่น ในระบบแลนเคร่ืองคอมพิวเตอร์ทุกเคร่ืองในเครอื ข่ายจะต้องมกี ารด์ เครือข่ายที่เชอื่ มโยงด้วยสายเคเบิลจึงสามารถทาให้เครื่องติดตอ่ เครอื ข่ายได้ 2. ฮับ (Hub) คือ อุปกรณ์ท่ีรวมสัญญาณท่ีมาจากอุปกรณ์รับส่งหลาย ๆ สถานีเข้าด้วยกัน ฮับเปรียบเสมือนเป็นบัสที่รวมอยู่ที่จุดเดียวกัน ฮับที่ใช้งานอยู่ภายใต้มาตรฐานการรับ-ส่งแบบอีเทอร์เน็ต หรือ IEEE802.3 ข้อมูลที่รับ-ส่งผ่านฮับจากเครื่องหน่ึงกระจายไปยังทุกสถานีท่ีติดต่ออยู่บนฮับน้ัน ดังน้ันทุกสถานีจะรับสัญญาณข้อมูลที่กระจายมาได้ท้ังหมดแต่จะเลือกคัดลอกเฉพาะข้อมูลที่ส่งมาถึงตนเท่าน้ัน การตรวจสอบข้อมูลจึงต้องดูที่แอดเดรส(address) ท่กี ากับมาในกลุ่มของข้อมลู หรือแพ็กเก 3. สวิตช์ (Switch) คือ อุปกรณ์รวมสัญญาณท่ีมาจากอุปกรณ์รับ-ส่งหลายสถานีเช่นเดียวกับฮับ แต่มีข้อแตกต่างจากฮับ คือ การฮับ-ส่งข้อมูลจากสถานีหรืออุปกรณ์ตัวหน่ึงจะไม่กระจายไปยังทุกสถานีเหมือนฮับ ท้ังน้ีเพราะสวิตช์จะรับกลุ่มข้อมูลหรือแพ็กเกจมาตรวจสอบก่อน แล้วดูว่าแอดเดรสของสถานีหลายทางไปที่ใด สวิตช์จะลดปัญหาการชนกันของข้อมูลเพราะ ไม่ต้องกระจายข้อมูลไปทุกสถานี และยังมีข้อดีในเร่ืองการป้องกันการดักจับข้อมูลท่กี ระจายไปในเครอื ขา่ ย
4. บรดิ จ์ (Bridge) คอื อุปกรณท์ ่เี หมาะสมกับเครือขา่ ยหลาย ๆ กล่มุ ท่ีเช่อื มตอ่ กนั เน่อื งจากสามารถแบ่งเครือข่ายที่เชอื่ มตอ่ กนั หลาย ๆ เซ็กเมนต์แยกออกจากกันได้ ทาให้ข้อมูลในแต่ละเซ็กเมนต์ไม่ต้องวงิ่ ไปทัว่ ทง้ั เครือข่าย กล่าวคือบริดจ์สามารถอ่านเฟรมข้อมลู ทสี่ ง่ มาได้วา่ มาจากเครอ่ื งในเซ็กเมนต์ใด จากนน้ั จะทาการส่งข้อมูลไปยงั เคร่ืองซึ่งอาจอยใู่ นเซ็กเมนต์เดยี วกนั หรอื ต่างเซ็กเมนต์ก็ได้ ซง่ึ ความสามารถดงั กล่าวทาให้ช่วยลดปญั หาความคับค่ังของข้อมูลใน ระบบได้ 5. รีพีตเตอร์ (Repeater) คือ อุปกรณ์ทวนสัญญาณเพื่อให้สามารถส่งข้อมูลถึงกันได้ระยะไกลขึ้น คือ รีพีตเตอร์จะปรับรูปแบบเดิม เพ่ือได้สัญญาณสามารถส่งต่อไปได้อีก เช่น การเชื่อมต่อเครือข่ายแลนหลาย ๆ เซ็กเมนต์ซึง่ ความยาวของแตล่ ะเซก็ เมนต์น้นั จะมีระยะทางที่จากัด ดงั นั้น อุปกรณ์อยา่ งรีพตี เตอรจ์ ะชว่ ยแก้ไขปญั หาเหล่าน้ีได้ 6. โมเด็ม (Modem) คือ อุปกรณ์ท่ีทาหน้าที่แปลงสัญญาณคอมพวิ เตอรใ์ หส้ ามารถเช่ือมคอมพิวเตอร์ที่อยู่ระยะไกลเขา้ หากันได้ด้วยการผ่านสายโทรศัพท์ โดยโมเด็มจะทาหน้าท่ีแปลงสัญญาณ ซ่ึงแบ่งออกเป็นทั้งภาคส่งและภาครบั โดยภาคส่งจะทาการแปลงสญั ญาณคอมพิวเตอรใ์ ห้เป็นสัญญาณโทรศพั ท์ (Digital to Analog) ในขณะท่ภี าครับน้ันจะทาการแปลงสัญญาณโทรศัพท์กลับมาเป็นสัญญาณคอมพิวเตอร์ (Analog to Digital) ดังน้ัน ในการเช่ือมต่อเครือข่ายระยะไกลๆ เช่น อินเทอร์เน็ต จึงจาเป็นต้องใช้โมเด็ม โดยโมเด็มมีทั้งแบบภายใน ( InternalModem) ท่ีมีลักษณะเป็นการ์ด โมเด็มภายนอก (External Modem) ที่มีลักษณะเป็นกล่องแยกออกต่างหาก และรวมถึงโมเด็มที่เป็น PCMCIA ทม่ี ักใช้กบั เครือ่ งคอมพวิ เตอร์โนต้ บุ๊ค
โมเดม็ ภายนอกและภายใน 7. เราเตอร์ (Router) ในการเช่ือมโยงเครือข่ายคอมพวิ เตอรจ์ ะต้องมีการเช่ือมโยงหลายๆ เครือข่าย หรืออุปกรณ์หลายอย่างเข้าด้วยกัน ดังนั้น จึงมีเส้นทางเข้า - ออกของข้อมูลได้หลายเส้นทาง และแต่ละเส้นทางอาจใช้เทคโนโลยเี ครือขา่ ยทีต่ ่างกัน อุปกรณจ์ ดั เสน้ ทางจะทาหน้าที่หาเส้นทางทเ่ี หมาะสมเพอื่ ให้การส่งข้อมลู เปนไปอย่างมีประพสิทธิภาพ การที่อุปกรณ์จัดหาเส้นทางต้องรับรู้ตาแหน่งและสามารถนาข้อมูลออกเส้นทางได้ถูกต้องตามตาแหนง่ แอดเดรสทก่ี ากับอย่เู สน้ ทางนน้ั 8. เกตเวย์ (Gateway) คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยในการสื่อสารข้อมูล หน้าท่ีหลักของเกตเวย์ คือช่วยทาให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ 2 เครือข่าย หรือมากกว่าท่ีมีลักษณะไม่เหมือนกัน คือ ลักษณะของการเช่ือต่อ(Connectivity) ของเครือข่ายทีแ่ ตกต่างกัยน และมโี พรโตคอลสาหรับการส่ง - รบั ข้อมลู ต่างกัน เชน่ LAN เครอื หนึ่งเป็นแบบ Ethernet และ โพรโตคอลแบบอะซิงโครนัส ส่วน LAN อีกเครือข่ายหนึ่งเป็นแบบ Token Ring และใช้โพรโตคอลแบบซิงโครนัสเพ่ือให้สามารถติดต่อกันได้เสมือนเป็นเครือข่ายเดียวกัน เพ่ือกาจัดวงให้แคบลงมา เกตเวย์โดยทั่วไปจะใช้เป็นเครื่องมือส่ง - รับข้อมูลกันระหว่าง LAN 2 เครือข่ายหรือ LAN กับเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรมหรือระหว่าง LAN กับ WAN โดยผ่านเครือข่ายโทรศัพท์สาธารณะ เช่น X.25 แพ็กเกจสวิตซ์ เครือข่าย ISDN เทเล็กซ์ หรือเครือข่ายทางไกลอื่น
เครื่องคอมพิวเตอร์ท่ใี ชใ้ นระบบเครือข่ายระบบเครือขา่ ย คอมพิวเตอร์ มีองคป์ ระกอบทสี่ าคญั เพอ่ื การเช่อื มต่อเป็นเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ ไดแ้ ก่ คอมพวิ เตอร์แ ม่ ข่ า ย (File Server) ช่ อ ง ท า งก า ร สื่ อ ส า ร (Communication Chanel) ส ถ า นี งา น (Workstation orTerminal) และ อุปกรณใ์ นเครอื ขา่ ย (Network Operation System) 1. คอมพวิ เตอร์แมข่ า่ ย คอมพิวเตอร์ แม่ข่าย หมายถึงคอมพิวเตอร์ ที่ทาหน้าที่เป็นผู้ให้บริการทรัพยากร (Resources) ต่าง ๆ ซ่ึงได้แก่ หน่วยประมวลผล หน่วยความจา หน่วยความจาสารอง ฐานข้อมูล และ โปรแกรมต่าง ๆ เป็นต้น ในระบบเครือข่ายท้องถนิ่ (LAN) มักเรยี กวา่ คอมพิวเตอรแ์ ม่ข่าย ในระบบเครอื ข่ายระยะไกล ท่ใี ช้เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์ หรือมินิคอมพิวเตอร์เป็นศูนยก์ ลางของเครือข่าย เรานยิ มเรียกว่า Host Computer และเรียกเครอ่ื งท่ีรอรับบริการว่าลูกข่ายหรอื สถานีงาน 2. ชอ่ งทางการส่ือสาร ช่อง ทางการสื่อสาร หมายถึง สื่อกลางหรือเส้นทางท่ีใช้เป็นทางผ่าน ในการรับส่งข้อมูล ระหว่างผู้รับ(Receiver) และผู้ส่งข้อมลู (Transmitter) ปัจจุบันมีช่องทางการส่ือสาร สาหรับการเชื่อมตอ่ เครอื ข่าย คอมพิวเตอร์มีหลายประเภทคือ สายโทรศัพท์แบบสายคู่ตเี กลียวไม่มีฉนวนหุ้ม (UTP) สายคู่ตีเกลียว แบบมีฉนวนหุ้ม (STP) สายโคแอคเชยี ล สายใยแก้วนาแสง คล่ืนไมโครเวป และดาวเทยี ม เป็นตน้ 3. สถานงี าน สถานี งาน (Workstation or Terminal) หมายถึง อุปกรณ์หรือเคร่ืองไมโครคอมพิวเตอร์ ที่เช่ือมต่อ กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทาหน้าท่ีเป็นสถานีปลายทางหรือสถานีงาน ท่ีได้รับการบริการจากเคร่ือง คอมพิวเตอร์แม่ข่าย เรียกว่าเป็นคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Workstation) ในระบบเครือข่ายระยะใกล้ มักมีหน่วยประมวลผล หรือซีพียูของตนเอง ในระบบที่ใช้เคร่ืองคอมพิวเตอร์เมนเฟรม เป็นศูนย์กลาง เรียกสถานีปลายทางว่าเทอร์มินอล(Terminal) ประกอบด้วยจอภาพและแป้นพิมพ์เท่าน้ัน ไมม่ ีหน่วยประมวลกลางของตัวเอง ตอ้ งใช้หน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์ศนู ยก์ ลางหรือ Host
ซอฟต์แวร์เครือข่ายซอฟต์แวร์เครือข่าย Cisco (IOS, XE, XR และ NX-OS) เป็นซอฟต์แวร์เครือข่ายที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายท่ีสุดในโลกผสานรวมเทคโนโลยีใหม่ลา่ สุด บริการธุรกจิ ที่สาคัญ และสนับสนนุ แพลตฟอร์มฮาร์ดแวรใ์ นวงกวา้ งคณุ สามารถได้รับประโยชน์ของซอฟต์แวรท์ ี่แบ่งปันและความสามารถในการรักษาความคงที่ด้วยโค้ดท่ีใชซ้ ้าได้ทั่วทั้งเครือข่าย ชว่ ยให้คุณส่งมอบบริการได้เรว็ ขึ้นและไดพ้ ัฒนานวตั กรรมIOS ผสานรวมเทคโนโลยี บริการธรุ กจิ และสนับสนุนด้านฮารด์ แวร์ ลดคา่ ใชจ้ ่ายในการดาเนนิ งาน ปรับผลตอบแทนในการลงทุนอยา่ งเหมาะสม ปรับปรุงประสทิ ธผิ ลทางธรุ กจิIOS XE สนับสนุนแพลตฟอร์มยคุ ใหม่ ใช้งานเสมือนระบบเด่ยี วภายในระบบปฏบิ ตั ิการ Linux ที่ทันสมยั แยกระบบข้อมูลและระบบควบคุมออกจากกนั การผสานรวมบริการเข้าดว้ ยกนั ทป่ี รบั ปรุงแล้วIOS XR มุง่ เนน้ ท่ีความตอ้ งการของผใู้ หบ้ ริการ ออกแบบมาเพอ่ื รองรบั ความต้องการใชง้ านเครือขา่ ยแบบไดนามกิ สาหรับการบริการ การกาหนดค่าแบบไดนามกิ ที่ควบคุมโดยระบบได้อย่างยืดหยนุ่NX-OS โครงสร้างพื้นฐานศนู ยข์ อ้ มลู แบบโมดูล ควบคมุ โดยระบบ และเป็นแบบเปิด การปรับศูนยข์ ้อมลู ทั้งแบบกายภาพและเสมือนให้เหมาะสม การทางานของระบบตอ่ เนอื่ งท่เี ชือ่ ถือไดส้ งู ช่วยเพิ่มเวลาการใชง้ านให้เหมาะสม
โปรโตคอลคอื ข้อกาหนดหรือข้อตกลงในการสอ่ื สารระหว่างคอมพวิ เตอร์ หรอื ภาษาส่ือสารที่ใชเ้ ป็น ภาษากลางในการสอื่ สารระหว่างคอมพิวเตอรด์ ้วยกนั การทเี่ ครื่องคอมพวิ เตอร์ที่ถูกเช่อื มโยงกนั ไวใ้ นระบบจะสามารถตดิ ต่อสื่อสารกันได้นัน้จาเปน็ จะตอ้ งมีการสอื่ สารทเ่ี รยี กวา่ โปรโตคอล (Protocol) เช่นเดียวกับคนเราท่ตี ้องมีภาษาพูดเพอ่ื ให้สอ่ื สารเขา้ ใจกนั ได้ โปรโตคอลชว่ ยให้ระบบคอมพิวเตอร์สองระบบ ทแ่ี ตกต่างกนั สามารถสื่อสารกันอย่างเข้าใจได้ คอื ข้อตกลงท่ีกาหนดเกี่ยว กับการสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพวิ เตอรต์ ่างๆ ทงั้ วิธกี ารสง่ และรบั ข้อมลู วิธกี ารตรวจสอบข้อผดิ พลาดของการส่งและรับข้อมูล การแสดงผลข้อมูลเม่ือส่งและรบั กันระหวา่ งเคร่ืองสองเครื่อง ดังนัน้ จะเหน็ ไดว้ ่าโปรโตคอลมคี วามสาคัญมากในการส่อื สารบนเครือขา่ ย หากไม่มีโปรโตคอลแล้ว การสอ่ื สารบนเครือข่ายจะไม่สามารถเกิดขน้ึ ได้ตัวอย่างของโปรโตคอล1. โปรโตคอล HTTP หรอื Hypertext Transfer Protocol จะใชเ้ มอ่ื เรยี กโปรแกรมบราวเซอร์ (Browser)2. โปรโตคอล TCP/IP หรอื Transfer Control Protocol/Internet Protocolคือเครือข่ายโปรโตคอลทส่ี าคัญมากทส่ี ุด เนอ่ื งจากเป็นโปรโตคอลทใ่ี ช้ในระบบเครือขา่ ย Internet รวมทั้ง Intranet ซึ่งประกอบด้วย 2 โปรโตคอลคือTCP และ IP3. โปรโตคอล SMTP หรอื Simple Mail Transfer Protocol คอื โปรโตคอล ท่ีใช้ในการรับสง่ จดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์บนเครือข่ายอินเทอรเ์ น็ตนอกจากโปรโตคอลที่กลา่ วมาขา้ งต้นแล้ว ยังมโี ปรโตคอลต่างๆอกี มากมาย เช่น การโอนย้ายแฟ้มระหวา่ งกัน ใช้โปรโตคอลชื่อ FTPหรอื File Transfer Protocol การโอนย้ายขา่ วสารระหว่างกันกใ็ ชโ้ ปรโตคอลชื่อ NNP หรือNetwork News Transfer Protocol และยงั มีโปรโตคอลที่สาคญั สาหรบั การสอบถามข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน ซงึ่เป็นโปรโตคอลทีม่ ีประโยชน์มาก โปรโตคอลน้ีมีชอวา่ ICMP หรอื Internet Control Message Protocolเปน็ ต้น
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: