หนว่ ยที่ 3 โครงสร้างเครือข่าย เสนอ ครู เพยี รวทิ ย์ ขาทวี จดั ทาโดย นางสาว ทิภากร พานิชเจริญปวส. 2 สาขาคอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ (ม.6) เลขท่ี 28
ลกั ษณะการเชื่อมตอ่ เครอื ข่ายจดุ ปลายทางของการรับ-สง่ ข้อมลู เราเรยี กว่าโหนด (Node) ซึ่งโหนดน้อี าจเป็น คอมพิวเตอร์ เคร่อื งพิมพ์ ATM หรือเครื่องรับโทรศัพท์ ซึ่งแล้วแต่วตั ถปุ ระสงค์ของการใชง้ าน ซ่ึงการท่ีจะทาให้แต่ละโหนด ติดต่อรบั -ส่งข้อมูลถึงกันไดน้ นั้ต้องมีการเชอื่ มตอ่ ท่ีเป็นระบบ ในรบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์น้ี เราสามารถแบ่งลกั ษณะของการเช่ือมโยงออกเปน็ 3ลักษณะ คือ1. เครือข่ายแบบดาว (Star Network) เครอื ขา่ ยแบบนี้จะมีคอมพวิ เตอร์คอมพวิ เตอรห์ ลักทีเ่ ปน็ โฮสต์ (Host) ตอ่ สายสื่อสารกบั คอมพวิ เตอร์ย่อยทเ่ี ป็นไคลเอนต์ (Client) คอมพิวเตอรท์ ี่เป็นไคลเอนต์แตล่ ะเครื่องไมส่ ามารถติดตอ่ กนั ได้โดยตรง การติอต่อจะตอ้ งผา่ นคอมพิวเตอรโ์ ฮสตท์ ีเ่ ปน็ ศูนย์กลาง2. เครือขา่ ยแบบวงแหวน (Ring Network) เครอื ข่ายแบบนจี้ ะมีการติดตอ่ สื่อสารเป็นแบบวงแหวนโดยท่ีไมม่ ีคอมพวิ เตอร์หลัก คอมพิวเตอรแ์ ตล่ ะเคร่ืองในเครือข่ายสามารถตดิ ตอ่ กนั ไดโ้ ดยตรง
3. เครือข่ายแบบบัส (Bus Network) เครือข่ายแบบน้จี ะมีการเชอื่ มต่อคอมพิวเตอรบ์ นสายเคเบิล ซ่ึงเรียกวา่ บัสคอมพวิ เตอร์เคร่ืองหนง่ึ ๆ สามารถสง่ ถ่ายข้อมูลไดเ้ ป็นอสิ ระ โดยขอ้ มลู จะวิ่งผา่ นอุปกรณ์ตา่ งๆ บนสายเคเบลิ จนกวา่ จะถงึ จุดทีร่ ะบุไว้ (Address)ลกั ษณะของโครงสรา้ งเครือข่าย1.โครงสรา้ งเครือขา่ ยแบบแมช (mesh topology) เปน็ รูปแบบของการเช่ือมต่อท่มี ีความนยิ มมากและมีประสทิ ธภิ าพสงู เน่ืองจากถ้ามีเส้นทางของการเช่ือมตอ่ คูใ่ ดคูห่ นึ่งขาดจากกัน การตดิ ต่อสือ่ สารระหว่างคนู่ ้ันยงั สามารถตดิ ต่อได้โดยอุปกรณจ์ ัดเสน้ ทาง (router) จะทาการเช่อื มต่อเส้นทางใหม่ไปยงั จุดหมายปลายทางอัตโนมตั ิ การเชือ่ มตอ่ แบบนมี้ กันิยมสรา้ งบนเครือขา่ ยแบบไร้สาย รปู ร่างเครอื ข่ายแบบแมช ระบบน้ียากต่อการ เดนิ สายและมรี าคาแพงมาก จงึ ยงั ไม่เป็นที่นยิ มมากนกั2.โครงสรา้ งเครือขา่ ยคอมพวิ เตอรแ์ บบดาว (star topology)โครงสรา้ งเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์แบบดาว ภายในเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์จะต้องมจี ุกศนู ย์กลางในการควบคุมการเช่ือมต่อคอมพวิ เตอร์ หรือ ฮับ (hub) การสอ่ื สารระหวา่ งเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ตา่ งๆ จะสื่อสารผา่ นฮบั ก่อนที่จะสง่ ข้อมูลไปสู่เครือ่ งคอมพิวเตอร์เคร่ืองอืน่ ๆ โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบดาวมีขอ้ ดี คอื ถ้าต้องการเช่ือมต่อคอมพวิ เตอร์เครื่องใหม่กส็ ามารถทาไดง้ า่ ยและไมก่ ระทบต่อเคร่ืองคอมพิวเตอร์อ่นื ๆ
3.โครงสร้างเครอื ข่ายคอมพิวเตอรแ์ บบวงแหวน (ring topology)โครงสรา้ งเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน มกี ารเช่ือมต่อระหวา่ งเคร่อื งคอมพวิ เตอรโ์ ดยทีแ่ ตล่ ะการเช่อื มตอ่ จะมีลักษณะเป็นวงกลม การสง่ ข้อมูลภายในเครอื ขา่ ยนก้ี จ็ ะเป็นวงกลมด้วยเช่นกัน ทศิ ทางการส่งขอ้ มูลจะเปน็ ทิศทางเดียวกันเสมอ จากเครื่องหนึง่ จนถงึ ปลายทาง ในกรณที ี่มเี ครื่องคอมพวิ เตอร์เครือ่ งใดเคร่ืองหนงึ่ ขดั ข้อง การส่งข้อมลูภายในเครือข่ายชนดิ นีจ้ ะไมส่ ามารถทางานต่อไปได้ ข้อดขี องโครงสร้าง เครือขา่ ยแบบวงแหวนคอื ใช้สายเคเบล้ิ น้อยและถ้าตดั เครือ่ งคอมพิวเตอร์ทเ่ี สียออกจากระบบ ก็จะไมส่ ่งผลตอ่ การทางานของระบบเครอื ข่ายนี้ และจะไม่มีการชนกนั ของข้อมลู ทีแ่ ต่ละเคร่ืองสง่4.โครงสรา้ งเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (ring topology)โครงสรา้ งเครือข่ายคอมพวิ เตอรแ์ บบวงแหวน มีการเชื่อมต่อระหว่างเครอ่ื งคอมพิวเตอรโ์ ดยท่แี ต่ละการเชือ่ มตอ่ จะมีลกั ษณะเป็นวงกลม การส่งข้อมลู ภายในเครอื ข่ายน้ีกจ็ ะเป็นวงกลมด้วยเชน่ กนั ทิศทางการสง่ ข้อมูลจะเป็นทิศทางเดียวกนั เสมอ จากเครื่องหนึง่ จนถงึ ปลายทาง ในกรณีท่ีมเี คร่ืองคอมพิวเตอรเ์ ครอื่ งใดเคร่ืองหนง่ึ ขัดขอ้ ง การส่งข้อมูลภายในเครอื ข่ายชนดิ นจี้ ะไมส่ ามารถทางานต่อไปได้ ข้อดีของโครงสรา้ ง เครือข่ายแบบวงแหวนคือ ใช้สายเคเบิ้ลน้อยและถ้าตดั เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ท่ีเสียออกจากระบบ ก็จะไมส่ ่งผลตอ่ การทางานของระบบเครอื ขา่ ยนี้ และจะไม่มีการชนกันของข้อมลู ท่แี ตล่ ะเครื่องส่ง
5. โครงสรา้ งเครอื ขา่ ยแบบผสม (Hybrid Topology) คือ เป็นเครือข่ายท่ีผสมผสานกนั ท้ังแบบดาว แบบวงแหวน และแบบบัสเช่น วทิ ยาเขตขนาดเล็กที่ มหี ลายอาคาร เครอื ข่ายของแตล่ ะอาคารอาจใช้แบบบัสเชือ่ มต่อกับอาคารอืน่ ๆที่ใช้แบบดาว และแบบวงแหวนส่วนประกอบของเครือขา่ ย1. เครอื่ งคอมพิวเตอร์ (Computer) เครือ่ งคอมพิวเตอร์ท่ีมาเช่อื มต่อในเครือขา่ ยไม่จาเปน็ ต้องเปน็ เคร่ืองคอมพิวเตอร์ประเภทเดียวกัน2. แผนวงจรเชือ่ มต่อเครอื ขา่ ย (Network Interface Card: NIC)เป็นอปุ กรณทื ท่ี าหนา้ ท่ีแปลงขอ้ มูลให้สญั ญาณตา่ งๆเพอ่ื ส่งสัญญาณไปในสื่อกกลางซ่ึงแผนวงจรเชอ่ื ต่อเครือข่ายแตล่ ะชนิดใชไ้ ด้กับส่อื กลางต่างกัน และมีอัตราความเรว๋็ ในการสง่ ขอ้ มลู ตา่ งกัน
3. ส่อื กลางในการส่งข้อมูล (Communication media)เปน็ อุปกรณท์ ที่ าหนา้ ที่เป็นตวั กลางในการรับ-ส่งขอ้ มลู ต่างๆ ในเครอื ข่ายสามารถออกเป็น 2 ประเภทคือ สือ่ กลางประเภทมสี าย และส่อื กลางประเภทไรส้ ายสอ่ื การประเภทไร้3.1 สือ่ การประเภทไร้สาย 3.2 สอ่ื กลางประเภทมีสาย รบั -4. มาตรฐานในการบั -ส่งข้อมูล (Protocol)เปน็ มาตรฐานหรือกฎเกณฑใ์ นการสอื่ สารขอ้ มลู ระหว่างเครื่อคอมพิวเตอร์ต่างๆ ในระบบเครอื ขา่ ย โดยที่ไพรโตคอลนี้จะทาหน้าที่ควบคุมการรบั -สง่ ขอ้ มลู กาหนดวธื กี ารสง่ ข้อมลู กาหนดเส้นทางในการสง่ ข้อมลู และตรวจสอบความผดิ พลาดในการสง่ ข้อมลู4.1 โพรโตคอล
5. ระบบปฏบิ ัตกิ ารเครอื ข่าย (Network Operating System: NOS) เปน็ ซอฟตแ์ วร์ทีท่ าหน้าทีบ่ ริหารและจดั การการใช้ทรัพยากรตา่ งๆ ในระบบเครือขา่ ย 5.1 ตัวอยา่ งระบบปฏิบตั ิการเครอื ข่าย4. ลักษณะการเชื่อมตอ่ ของระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์จดุ ปลายทางของการรบั -ส่งขอ้ มลู เรียกว่า โหนด(Node) ซึ่งการทีจ่ี ะทาใหแ้ ตล่ ะโหนดตดิ ตอ่ รับ-สง่ ข้อมูลถงึ กันได้น้นั ตอ้ งมีการเชอื่ มต่อที่เป็นระบบ ในเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์นสี้ ามารถแบ่งลักษณะของการเชื่อมโยงออกเป็น 4ลกั ษณะ คือ 1. เครือข่ายแบบดาว (Star Network)จะมีคอมพิวเตอร์หลักเปน็ โฮสต์ (Host) ต่อสายสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ยอ่ ยทเี่ ป็นไคลเอนต์ (Client) คอมพิวเตรอ์ท่ีเปน็ ไคลเอนต์แตล่ ะเคร่ืองไมส่ ามารถตดิ ต่อกันได้โดยตรง ีต้องบผา่ นคอมพิวเตอรโ์ ฮสต์ทีเ่ ป็นศุนย์กลาง1.1 เครอื ข่ายแบบดาว ขอ้ ดขี องเครือขา่ ยแบบดาว มคี วามคงทนสูง คือ หากสายเคเบลิ บางโหนดเกิดการขาดกจ็ ะไม่ส่งผลกระทบตอ่ ระบบโดยรวม โดยโหนด อนื่ ๆ ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากมจี ดุ ศนู ยก์ ลางอยู่ท่ีฮบั (Hub) ดงั นน้ั การจดั การและการบริการจะง่ายและสะดวก ข้อเสียของเครอื ขา่ ยแบบดาว
ใช้สายเคเบิลมากเทา่ กบั จานวนเคร่อื ท่ีเชอ่ื มตอ่ หมายถงึ ค่าใช้จ่ายท่ศี งุ ข้ึนด้วยแตก่ ็ใช้สายเคเบลิ มากกวา่ แบบ BUS กับแบบ RING การเพิ่มโหนดใดๆ จะต้องมีพอรต์ เพยี งพอต่อการเชอ่ื มโหนดใหม่ และจะต้องโยงสายจากพอรต์ ของฮบั (Hub) มายงั สถานที่ต้ังเครอ่ื ง เนื่องจากมศี นู ย์กลางอยู่ทีฮ่ ับ (Hub) หากฮับเกดิ ข้อขัดข้องหรือเสียหายใช้งานไมไ่ ด้ คอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ เชอื่ มต่อเขา้ กับฮับ (Hub) ดงั กล่าวก็จะใชง้ านไม่ไดท้ ้งั หมด2. เครือข่ายแบบแหวน (Ring Network)เป็นเครือขา่ ยทเ่ี ชอื่ มตอ่ คอมพวิ เตอรด์ ้วยสายเคเบลิ เดยี วในลกั ษณะวงแหวนไม่มเี คร่ืองคอมพวิ เตอรเ์ ป็นศูนยก์ ลางข้อมูลจะต้องผ่านไปยังคอมพิวเตอรร์ อบๆ วงแหวน และผ่านเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ทกุ เครอื่ งเพ่ือไปยังสถานที ีต่ ้องการซึง่ ข้อมูลท่สี ่งไปจะไปในทศิ ทางเดียวกนั การว่งิ ของข้อมูลในเครือขา่ ยวงแหวนจะใช้ทิศทางเดียวเทา่ นัน้ เมือ่คอมพิวเตอร์เครอ่ื งหนึง่ สง่ ข้อมลู จะสง่ ไปยงั เครอื่ งคอมพิวเตอรเ์ ครือ่ งถัดไป ถ้าข้อมลู ที่รับมาไม่ตรงตามที่คอมพิวเตอร์ต้นทางบระบุก็จะส่งไปให้คอมพิวเตอรเ์ ครื่องถัดไป ซึง่ จะเป็นขน้ั ตอนแบบน้ีไปเรื่อยๆ จนกวา่ จะถงึคอมพิวเตอร์ปลายทาง ที่ถูกระบตุ ามที่อยู่จากเครื่องต้นทาง 2.1 เครอื ข่ายแบบวงแหวนขอ้ ดีของเครอื ขา่ ยแบบวงแหวน แต่ละโหนดในวงแหวนมโี อกาสท่จี ะสง่ ข้อมูลไดเ้ ทา่ เทียมกัน ประหยดั สายสัญญาณ โดยจะใช้สายสัญญาณเทา่ กบั จานวนโหนดทีเ่ ชอ่ื มต่อ งา่ ยตอ่ การติดตง้ั และการเพ่ิม/ลบจานวนโหนดข้อเสยี ของเครือข่ายแบบวงแหวน หากวงแหวนเกิดขาดหรือเสียหายจะสง่ ผลต่อระบบทั้งหมด ยากต่อกาาตรวจสอบ ในกรณที ่ีมโี หนดใดโหนดหนง่ึ เกิดขดั ขอ้ ง เน่ืองจากต้องตรวจสอบทลี ะจดุ ว่าเกิด ข้อขัดข้องอยา่ งไร
3. เครอื ข่ายแบบบัส (Bus Network)จะมกี ารเช่ือมต่อคอมพวิ เตอร์บนสายเคเบิล ซง่ึ เรยี กวา่ บัสคอมพิวเตอรเ์ คร่ืองหนงึ่ ๆ สามารถส่งถา่ ยข้อมูลได้เป็นอิสระในการส่งข้อมูลนีันจะมีเพียงคอมพิวเตอร์ตัวเดยี วเท่านน้ั ท่ีสามารถสง่ ข้อมูลไดใ้ นช่วงเวลาหนงึ่ ๆ จากนัน้ขอ้ มูลจะว่ิงไปตลอดความยาวของสายเคเบลิ แล้วคอมพิวเตอรป์ ลายทางจะรับข้อมลู ทีว่ี ่ิงผา่ นมา3.1 เครือข่ายแบบบัสขอ้ ดีของเครือขา่ ยแบบบัส เปน็ โครงสรตา้ งที่ไมซ่ ับซ้อน และติดตั้งงา่ ย งา่ ยตอ่ การเพ่ิมจานวนโหนด โดยสามารถเชอ่ื มต่อเข้ากับสายแกนหลกั ได้ทนั ที ประหยัดสายส่งข้อมลู เนอ่ื งจากใชส้ ายแกนหลกั เพียงเส้นเดยี วขอ้ เสียของเครอื ข่ายแบบบัส หากสายเคเบลิ ท่เี ปน็ สายแกนหลกั ขาดจะส่งผลใหเ้ ครอื ข่ายตอ้ งหยุดชะงักในทันที กรณรี ะบบเกดิ ข้อผดิ พลาดใสดๆ จะหาข้อผิดพลาดไดย้ าก ระหว่างโหนดแตล่ ะโหนดจะตอ้ งมีระยะห่างตามขอ้ เกาหนด 4. เครอื ขา่ ยแบบผสม (Hybrid Network)เปน็ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทีรผ่ สมผสานระหว่างรูปแบบต่างๆ แบบเขา้ ด้วยกัน คือ มีเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ยอ่ ยหลายๆ เครอื ขา่ ยเพอื่ ใหเ้ กิดประสทิ ธิภาพสูงสุดในการทางานเครอื ข่ายบรเิ วณกวา้ ง ซ่ึงเครือข่ายทีถ่ ูกเช่อื มตอ่อาจจะอยูห่ า่ งกนั คนละจังหวัด หรอื อาจจะอยคู่ นละประเทศกเ็ ป็นได้ 4.1 เครือข่ายแบบผสม
รปู แบบของเครือขา่ ย1. เครือขา่ ยแบบบัส ( bus topology ) เป็นรูปแบบท่มี ีโครงสร้างไมย่ งุ่ ยาก สถานีทุกสถานใี นเครอื ขา่ ยจะเชอ่ื มต่อเข้ากับสายส่ือสารหลักเพียงสายเดียวท่ีเรียกว่า บัส (bus) การจัดส่งข้อมูลลงบนบัสจึงไปถึงทุกสถานีได้ซึ่งการจัดส่งวิธีน้ีต้องกาหนดวิธีการที่จะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกันเพราะจะทาให้เกิดการชนกัน(collison) ของข้อมูล โดยวิธีการที่ใช้อาจเป็นการแบ่งช่วงเวลาหรือให้แต่ละสถานีใช้คล่ืนความถ่ีในการส่งสัญญาณท่ีแตกต่างกันอยา่ งไรก็ตามเครือขา่ ยแบบบัส ไม่ได้รับความนิยมในปัจจบุ ัน เนอื่ งจากความเสียหายท่ีเกิดขึ้นกับบัสเพียงจุดเดียวก็จะสง่ ผลให้ทุกอุปกรณไ์ มส่ ามารถส่อื สารถึงกันได้เลย2. เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (ring topology) เป็นเครือข่ายที่เช่ือมต่อคอมพิวเตอร์ด้วยสายเคเบิลยาวเส้นเดียว ในลักษณะวงแหวน การรับส่งข้อมูลในเครือข่ายวงแหวน จะใช้ทิศทางเดียวเท่านั้น เมื่อคอมพิวเตอร์เคร่ืองหน่ึงส่งข้อมูล มันก็จะส่งไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องถัดไป ถ้าข้อมูลท่ีรับมาไม่ตรงตามที่คอมพิวเตอร์เคร่ืองต้นทางระบุมนั ก็จะส่งผ่านไปยงั คอมพวิ เตอร์เครอ่ื งถัดไปซง่ึ จะเปน็ ขั้นตอนอย่างนีไ้ ปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงคอมพิวเตอร์ปลายทางทถี่ ูกระบตุ ามที่อยู่3. เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์แบบดาว (Star Network) เปน็ เครือข่ายท่ีเชือ่ มต่อคอมพิวเตอร์เข้ากบั อุปกรณท์ ี่เปน็จดุ ศูนย์กลาง ของเครือข่าย โดยการนาสถานตี ่าง ๆ มาต่อร่วมกันกับหน่วยสลับสายกลางการติดต่อส่ือสารระหว่างสถานีจะกระทาได้ ด้วยการ ติดต่อผ่านทางวงจรของหน่วนสลับสายกลางการทางานของหน่วยสลับสายกลางจึงเปน็ ศูนย์กลางของการตดิ ต่อ วงจรเช่ือมโยงระหว่างสถานตี ่าง ๆ ทีต่ ้องการตดิ ตอ่ กนั4. โครงสร้างเครือข่ายแบบผสม (Hybrid Topology) เป็นเครือข่ายท่ีผสมผสานกันท้ังแบบดาว,วงแหวน และบัส เชน่ วิทยาเขตขนาดเล็กที่มีหลาย อาคารเครือข่ายของแต่ละอาคารอาจใช้แบบบัสเชื่อมต่อกับอาคารอื่นๆท่ีใช้แบบดาว และแบบวงแหวน
อุปกรณ์ทีใ่ ชเ้ ช่ือมตอ่ ระบบเครือข่าย1.เครื่องทวนสัญญาณ (Repeater)เป็นอุปกรณ์ทีท่ าหน้าท่ีขยายหรือเพ่มิ ระยะทางการส่ือสารของเครอื ข่ายในการส่งข้อมูลในระบบเครือขา่ ยตามมาตรฐานต่าง ๆ เชน่ ในมาตรฐานการสง่ ข้อมูลในระบบเครอื ขา่ ยใช้ 10BaseT ซงึ่ มีข้อกาหนดของมาตรฐานการเชือ่ มต่อระบบได้ในระยะทางไม่เกนิ 100 เมตร ถา้ ความยาวของระบบมากกว่า 100เมตร ตอ้ งมีเครื่องทวนสัญญาณในการขยายสัญญาณเพอ่ื ให้เปน็ ระบบเครอื ข่ายเดยี วกนั2. บริดจ์ (Bridge)เปน็ อุปกรณท์ ่ีใชเ้ ช่ือมต่อระบบ LAN เข้าดว้ ยกนั โดยออกแบบมาเพอ่ื ใช้ติดต่อระหวา่ งเครอื ข่ายท้องถิน่ LANจานวน 2 เครอื ข่ายท่ีมโี ปรโตคอลเหมือนกนั หรือต่างกัน เพื่อใหส้ ามารถขยายขอบเขตของ LANออกไปได้ โดยประสิทธิภาพในทางรวมลดลงไม่มากเนื่องจากการติดตอ่ ของเคร่ืองอยู่ในเซกเมนด์เดยี วกันจะไม่มกี ารสง่ ผ่านต่างเซกเมนด์ (Segment)3. ฮับ (Hub)เปน็ อุปกรณท์ ี่ทาหนา้ ท่ีกระจายชอ่ งทางการสื่อสารขอ้ มูลได้หลายชอ่ งทางในระบบเครอื ข่าย โดยการขยายสัญญาณท่สี ง่ ผ่านมา ทาใหส้ ามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ผา่ นสายเคเบลิ ได้ใกลข้ ึน้ และใชก้ บั ระบบเครือข่ายแบบ Star ในปจั จุบนั Hub มคี วามเร็วในการส่ือสารแบบ 10 และ 100 Mbps ลกั ษณะการทางานของ Hubจะแบง่ ความเร็วตามจานวนช่องสญั ญาณ (Port) ที่ใช้งานตามมาตรฐานความเรว็ เช่น ระบบเครือขา่ ยใช้มาตรฐานความเรว็ เป็นระบบเครอื ขา่ ยใชม้ าตรฐานความเร็วเป็นแบบ 10 Mbpsและมีเคร่ืองคอมพิวเตอรท์ ่ีต่อในระบบ 5 เครอ่ื งแตล่ ะเครื่องสามารถสอ่ื สารกันภายในระบบโดยใช้ความเร็วเท่ากับ 10/5 คอื 2Mbps
4. สวิตช์ (Switch)สวติ ซ์หรอื อเี ธอร์เนตสวิตช์ (Ethernet Switch)เปน็ อุปกรณท์ ท่ี าหน้าท่ีกระจายช่องทางการส่ือสารข้อมลู หลายชอ่ งทางในระบบเครือขา่ ย คลา้ ยกบั Hubตา่ งกันตรงทีล่ ักษณะการทางานและความสามารถในเรือ่ งของความเร็วการทางานของSwitch ไม่ได้แบ่งความเร็วตามจานวนช่องสญั ญาณ (port)ตามมาตรฐานความเร็วเหมอื น Hubโดยแต่ละช่องสญั ญาณ (port)จะใช้ความเร็วเป็นอิสระต่อกันตามมาตรฐานความเรว็ เชน่ ระบบเครอื ขา่ ยใช้มาตรฐานความเรว็ เปน็ แบบ 100 Mbpsและมเี คร่อื งคอมพิวเตอร์ทตี่ ่อในระบบ 5 เครื่องแตล่ ะเคร่อื งก็จะส่ือสารกันภายในระบบโดยใชค้ วามเร็วเท่ากับ 100 Mbps.5. เราท์เตอร์ (Router)เปน็ อุปกรณ์ทท่ี าหน้าทีเ่ ชอื่ มต่อระบบเครือขา่ ยตา่ งชนดิ กันหรอื ใช้โปรโตคอลตา่ งกนั เข้าด้วยกนั คลา้ ย ๆ กับBridgeแตล่ ักษณะการทางานของ Router น้นั จะซับซ้อนกว่าเพราะนอกจากจะเชื่อมต่อแล้วยังเก็บสภาวะของเครือขา่ ยแตล่ ะสว่ น (Segment)ด้วย และสามารถทาการกรอง (Filter)หรือเลือกเฉพาะชนดิ ของข้อมลู ที่ระบุไว้วา่ใหผ้ า่ นไปไดท้ าใหช้ ่วยลดปัญหาการจราจรทคี่ บั คั่งของขอ้ มูลและเพ่มิ ระดับความปลอดภยั ของเครือขา่ ยซึ่งสภาวะของระบบเครือข่ายท่ีเชื่อมต่อกันนี้ Routerจะจัดเก็บในรปู ของตารางท่ีเรยี กวา่ Routing Table ซงึ่ ตารางRouting Tableนี้จะมีประโยชน์ในด้านของความเรว็ ในการหาโดยเฉพาะกับระบบเครอื ขา่ ยที่ซับซ้อนมาก ๆ เชน่ระบบ MAN, WANหรอื Internet เป็นต้นเสน้ ทางการสอ่ื สารข้อมลู ระหวา่ งระบบเครือข่าย
6. เกตเวย์ (Gateway)เปน็ อุปกรณท์ ที่ าใหเ้ ครือข่ายคอมพิวเตอร์ 2 เครอื ขา่ ยหรอื มากกว่าท่ีมลี กั ษณะไมเ่ หมือนกนั สามารถติดต่อกันได้เหมอื นเป็นเครือข่ายเดียวกนั เปรยี บเสมือนเป็นประตูทางผ่านในการสอ่ื สารข้อมลู ระหว่างคอมพวิ เตอรต์ ่างชนดิ กนัเช่น ระหวา่ งเคร่อื งไมโครคอมพิวเตอรท์ ัว่ ๆไปกับเครอ่ื งมนิ คิ อมพิวเตอร์ หรอื เมนเฟรมซึ่งเป็นเครื่องคอมพวิ เตอร์ขนาดใหญ่ เป็นต้น อปุ กรณ์ที่ทาหนา้ ทเี่ ป็นGateway น้นั อาจจะใช้คอมพวิ เตอร์เครื่องใดเครือ่ งหนึ่งทาหนา้ ทกี่ ็ได้7. โมเดม็ (Modem)เป็นอปุ กรณท์ ี่ทาหนา้ ท่ใี นการแปลงสญั ญาณจากดิจติ อล (Digital)ใหเ้ ปน็ สญั ญาณอนาล็อก (Analog) และจากสัญญาณอนาลอ็ กให้เปน็ สัญญาณดจิ ติ อลโมเดม็ เป็นอุปกรณท์ ่ีมีความสาคญัในการส่ือสารบนระบบเครอื ขา่ ยอนิ เตอร์เน็ต เพราะโมเด็มทาหนา้ ทใ่ี นการแปลงสัญญาณคอมพิวเตอรใ์ ห้เปน็ สัญญาณทอ่ี ปุ กรณ์ส่ือสารอนื่ ๆ ในระบบเครือข่ายสามารถเขา้ ใจได้หลงั จากนั้นเคร่อื งคอมพิวเตอรท์ ร่ี บั ขอ้ มูลต้องมีโมเด็มเพ่ือแปลงสัญญาณจากอปุ กรณส์ อ่ื สารใหเ้ ป็นสัญญาณที่คอมพวิ เตอรส์ ามารถเขา้ ใจได้ซึง่ ความสามารถของโมเด็มสามารถวดั ไดจ้ ากความเรว็ ในการรบั สง่ ข้อมูลจานวน 1บติ ตอ่ 1 วินาที (บิตต่อวนิ าที) หรือ bps (bit per second) ปจั จุบัน Modemมสี องประเภท คือ โมเด็มทต่ี ดิ ตั้งไว้ในเครือ่ ง (Internal Modem)และโมเด็มทไี่ มไ่ ด้ตดิ ตง้ั ไว้ในเคร่ือง (External Modem)ซงึ่ ผูใ้ ชส้ ามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม6. เกตเวย์ (Gateway)เป็นอปุ กรณ์ที่ทาให้เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ 2 เครือขา่ ยหรือมากกว่าที่มลี กั ษณะไม่เหมือนกนั สามารถติดต่อกนั ได้เหมือนเป็นเครอื ข่ายเดียวกนั เปรยี บเสมือนเป็นประตทู างผา่ นในการสือ่ สารข้อมลู ระหวา่ งคอมพวิ เตอรต์ ่างชนิดกันเชน่ ระหว่างเคร่อื งไมโครคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆไปกบั เครื่องมินคิ อมพิวเตอร์ หรอื เมนเฟรมซ่ึงเปน็ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เป็นต้น อุปกรณ์ทีท่ าหนา้ ทีเ่ ปน็ Gateway น้ันอาจจะใชค้ อมพิวเตอร์เครื่องใดเคร่ืองหน่ึงทาหนา้ ท่กี ็ได้
7. โมเด็ม (Modem)เป็นอปุ กรณ์ทีท่ าหน้าทใี่ นการแปลงสญั ญาณจากดิจติ อล (Digital)ใหเ้ ป็นสญั ญาณอนาล็อก (Analog) และจากสัญญาณอนาลอ็ กใหเ้ ปน็ สญั ญาณดิจติ อลโมเด็มเป็นอุปกรณท์ ่มี คี วามสาคญั ในการสอ่ื สารบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพราะโมเดม็ ทาหน้าทีใ่ นการแปลงสัญญาณ คอมพิวเตอรใ์ หเ้ ปน็ สญั ญาณที่อปุ กรณ์ส่ือสารอ่นื ๆ ในระบบเครอื ข่ายสามารถเขา้ ใจได้หลงั จากนน้ั เครอ่ื งคอมพิวเตอรท์ ีร่ บั ขอ้ มลู ต้องมโี มเด็มเพือ่ แปลงสญั ญาณจากอปุ กรณ์สอื่ สารใหเ้ ปน็ สัญญาณท่คี อมพิวเตอร์สามารถเขา้ ใจไดซ้ ง่ึ ความสามารถของโมเด็มสามารถวัดได้จากความเร็วในการรับส่งข้อมลู จานวน 1บติ ตอ่ 1 วินาที (บิตตอ่ วินาที) หรือ bps (bit per second) ปัจจบุ ันModemมสี องประเภท คือ โมเดม็ ทต่ี ิดตั้งไวใ้ นเคร่ือง (Internal Modem)และโมเดม็ ทีไ่ มไ่ ดต้ ิดตั้งไวใ้ นเคร่ือง(External Modem)ซ่ึงผใู้ ช้สามารถเลอื กใช้ได้ตามความเหมาะสมระบบเครือข่ายอินทราเน็ต (Intranet)เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในองค์กรหรือระหว่างองค์กรโดยการเชื่อมต่อกนั เป็นเครอื ขา่ ยทอ้ งถ่นิ หรอื เครอื ข่ายแลน (LAN)หรืออาจจะเป็นเครือขายต่างท้องถ่ิน หรือเครือข่ายแวน(WAN)และเปน็ เครือข่ายท่ีใช้โปรโตคอล ทีซีพี/ไอพี (TCP/IP)เป็นตัวเชื่อมโยงการสื่อสาร การส่ือสารบนเครือข่ายอินทราเนต็ ที่สาคัญๆได้แก่ การสื่อสารระบบเวบ็ (Web) การโอนย้ายไฟล์ (FTP) และระบบฐานข้อมูล(Database)อาจกลา่ วไดว้ ่าอนิ ทราเนต็ คืออนิ เตอรเ์ นต็ ขนาดเลก็ เพราะซอฟต์แวร์ทใี่ ช้เพื่อการสื่อสารบนอินทราเน็ตจะเป็นแบบเ ดี ย ว กั บ ที่ ใ ช้ บ น อิ น เ ต อ ร์ เ น็ ต ร ว ม ทั้ ง เ ซิ ร์ ฟ เ ว อ ร์ บ น เ ค รื อ ข่ า ย อิ น ท ร า เ น็ ต ก็ มี ก า ร ใ ช้ แ อ พ พ ลิ เ ค ชั นเหมอื นกบั เซิรฟ์ เวอรบ์ นเครือขา่ ยอนิ เตอรเ์ นต็ ทุกประการ
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: