โรงเรียนสาธติ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ฝ่ายประถม พลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 เล่ม 2 อาจารยภ์ ารดี ศรลี ัดชอ่ื นามสกลุ ชั้น ป.4 / เลขท ี่
คำ�ปรารภ การจัดทำ�แบบเรียนและแบบฝึกหัดของทุกระดับช้ันในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ดำ�เนินการให้เป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ขณะเดียวกันกไ็ ดป้ รับปรงุ เนอ้ื หาใหส้ อดคล้องกับวสิ ยั ทศั นแ์ ละพนั ธกิจของโรงเรยี นและเพ่อื ประโยชน์สงู สดุ ต่อนักเรียน ความสำ�เร็จของการจัดทำ�แบบเรียนเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของคณาจารย์ทุกท่านท่ีเล็งเห็นถึงประโยชน์และความสำ�คัญท่ีโรงเรียนควรมีแบบเรียนที่ดี เพื่อใช้เป็นสื่อการเรยี นการสอนในแตล่ ะระดบั ชนั้ อนั เปน็ ผลดแี กน่ กั เรยี นในการเรยี นรู้ ตลอดจนใหผ้ ปู้ กครองมคี วามเขา้ ใจในการจดั การเรียนการสอนของโรงเรียน ในนามของโรงเรยี น ขอขอบคุณคณาจารย์ผจู้ ดั ท�ำ ทกุ ท่านไว้ ณ ท่นี ี้ โดยเฉพาะอย่างย่ิงผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดทำ�แบบเรียนและแบบฝกึ หดั ดงั กลา่ ว จนท�ำ ใหแ้ บบเรยี นทจี่ ดั ท�ำ ขน้ึ มคี วามสมบรู ณเ์ หมาะสมทจ่ี ะน�ำ ไปใชใ้ นการเรยี นการสอนและขอขอบคุณสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยท่ีได้สนับสนุนงบประมาณและดำ�เนินการจัดทำ� จนทำ�ให้เกิดแบบเรียนและแบบฝึกหัดทม่ี รี ูปเลม่ ทสี่ วยงาม แมแ้ บบเรยี นนจ้ี ะมคี วามสมบรู ณใ์ นเนอ้ื หาแลว้ แตก่ ต็ อ้ งมกี ารปรบั ปรงุ อยา่ งตอ่ เนอื่ งเพื่อให้เป็นแบบเรียนที่มีความทันสมัย ดังน้ันหากผู้ปกครองหรือผู้ที่นำ�แบบเรียนไปใช้มีขอ้ แนะน�ำ หรอื ขอ้ เสนอแนะทเ่ี ปน็ ประโยชน์ ขอไดโ้ ปรดแจง้ ใหท้ างโรงเรยี นทราบ เพอ่ื โรงเรยี นจะไดใ้ ช้เปน็ ข้อมลู ในการพิจารณาปรบั ปรงุ แบบเรยี นนีต้ อ่ ไป รองศาสตราจารยส์ ุพร ชยั เดชสุรยิ ะ ผ้อู ำ�นวยการโรงเรียนสาธติ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย ฝา่ ยประถม และรองคณบดคี ณะครศุ าสตร์
หนงั สือเรียนวชิ าพลศึกษาชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 เลม่ 2 เป็นหนังสือในโครงการจัดท�ำ ต�ำ ราเรียนของสมาคมผูป้ กครองและครโู รงเรียนสาธติ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์เพ่ือให้นกั เรียนโรงเรยี นสาธิตจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั ฝา่ ยประถม ได้มหี นังสอื เรยี นทีม่ คี ณุ ภาพคณะผจู้ ดั ทำ� (ในสว่ นของสมาคมผปู้ กครองและครูโรงเรยี นสาธิตจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย)(ในสว่ นของโรงเรียนสาธิตจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย ฝ่ายประถม) คณุ ศกั ด์ชิ ัย ยอดวานิช คุณเกียรติพร ศริ ิชัยสกลุรองศาสตราจารย์สพุ ร ชยั เดชสุรยิ ะ ดร.วุฒพิ งศ ์ กิตติธเนศวร คุณชัยภฏั เตมยี บตุ รอาจารยศ์ ริ ิรัตน ์ ศริ วิ โิ รจนส์ กลุ คุณวีรพัฒน ์ คงสิทธ์ิ คุณศรัณย ์ มหัทธนกลุอาจารย์ภารดี ศรลี ัด คุณกิตติ อภิชนบญั ชา คุณสพุ จน์ เศรษฐวงศ์ คณุ สมไชย อู่ไพบูรณ์ คณุ ณัฐพร ชลธารน์ นท์ คุณสชุ นิ รัตนศริ วิ ิไลผูส้ นับสนนุ การดำ�เนินการจัดทำ� และสนับสนุนงบประมาณในการจัดท�ำ ตน้ ฉบับและจดั พิมพ์หนังสอืสมาคมผปู้ กครองและครูโรงเรยี นสาธติ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยัคุณภวนิ เลศิ สนิ ธพานนท์ คณุ มนตศ์ กั ดิ์ เผา่ วนิชคุณขจรพนั ธ ์ ตันติพจน์ คณุ วินท์ สุธรี ชัยคณุ อภชิ ัย ต้ังวงศ์ศริ ิ พ.ต.อ.ชยั กฤต โพธิ์อ๊ะคณุ ธเนศ พรหมเดชไพบูลย์ คุณปวิตร กนกวุฒพิ งศ์ดร.วรี พงศ ์ ไชยเพ่ิม คุณอนุรกั ษ์ เชอ้ื ธนะภิญโญคณุ พศิ ักด์ ิ จิตวริ ิยะวศิน คณุ แสงเพชร เจริญย่งิ รตั น์คณุ เขตโสภณ โภคารัตนานันท์ คณุ วีรศิร ิ รืน่ กลนิ่เรียบเรยี งโดย พิมพ์โดยอาจารย์ภารดี ศรลี ัด บริษทั ไซเบอรพ์ ริน้ ทก์ รุ๊ป จำ�กดัผู้ตรวจ 959 ซอยสุทธพิ ร ถนนประชาสงเคราะห์ผศ. มานติ โกศลอินทรีย์ แขวงดินแดง เขตดนิ แดง กทม 10400ชื่อเรอ่ื ง โทร 02-641-9135-8 โทรสาร 02-641-9139หนงั สือเรียนวชิ าพลศกึ ษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 เลม่ 2 E-mail : [email protected]ออกแบบรูปเล่ม Website : www.cyberprintgroup.co.thบรษิ ัท เซีย ครเี อทฟี จำ�กัด พิมพ์ครงั้ ท่ี 1137 ซอยสุขุมวิท 81 ถนนสุขุมวทิ ปีท่ีพมิ พ์ : ตลุ าคม 2559แขวงพระโขนงเหนอื เขตวัฒนา กรงุ เทพฯ 10260 จ�ำ นวนท่จี ัดพิมพ์ : 2,000 เล่มTel : 02-311-2156, 081-732-7893 จำ�นวนหนา้ : 40 หนา้Fax : 02-742-6754 ราคา : 75 บาทE-mail : [email protected] ประเภทของส่ิงพิมพ์ : หนงั สือภาพประกอบ เจา้ ของและผู้จัดจำ�หนา่ ยธนวฒั น์ เกียรติกังวานไชย โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซอยจฬุ า 11 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรงุ เทพฯ 103302 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา • ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4
ถอ้ ยแถลง ค�ำ น�ำ โครงการพฒั นาต�ำ ราเรยี น เปน็ ผลติ ผลรว่ มกนั หนังสือเรียนวิชาพลศึกษา ระดับชั้นประถมระหว่างโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยท้ัง ศกึ ษาปที ี่ 4 น้ี จดั ท�ำ เพอื่ ใหน้ กั เรยี นไดพ้ ฒั นาทกั ษะการฝ่ายประถมและฝ่ายมัธยม ร่วมกับสมาคมผู้ปกครอง อ่าน เขียน คิด วิเคราะห์ ซึ่งเป็นการประเมินผลตามและครูโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั โดยมี หลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน โดยควบคมุ กบั การพฒั นาความตงั้ ใจที่จะสนับสนนุ ใหค้ รู อาจารย์ ของโรงเรยี น ทางดา้ นรา่ งกาย จติ ใจ สตปิ ญั ญา ความรแู้ ละคณุ ธรรมไดห้ นั มาใหค้ วามส�ำ คญั กบั การเขยี นต�ำ ราเรยี น เพอื่ ทจี่ ะ มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำ�รงชีวิต สามารถให้นักเรียนของเรามีหนังสือเรียนดี ๆ และสามารถ อยูร่ ว่ มกบั ผู้อืน่ ไดอ้ ยา่ งมีความสขุ โดยยดึ ผเู้ รียนสำ�คญัแบง่ ปนั ใหก้ บั โรงเรยี นอน่ื ๆ ในทว่ั ทกุ พนื้ ทข่ี องประเทศ ที่สุด ทำ�ให้มีความรู้ความสามารถและพัฒนาตนเองท่ีสนใจ ได้ใช้หนังสือเหล่าน้ีด้วย ซ่ึงปัจจุบันมีหนังสือ ได้ให้เป็นผู้มีสุขภาพดี นอกจากนี้สมุดบันทึกกิจกรรมที่ได้พิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่มสวยงามหลายสิบเล่ม ใน ยังสามารถช่วยให้นักเรียนฝึกทักษะกระบวนการคิดหลากหลายสาขาวิชา อันเป็นส่ิงที่พวกเราภาคภูมิใจ การจัดการ ฝกึ การปฏิบัตใิ ห้ท�ำ ได้ คิดเปน็ ทำ�เปน็ รักเปน็ อย่างย่ิง การอา่ นและเกดิ ความรอู้ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง ปลกู ฝงั คณุ ธรรม คา่ นยิ มท่ดี งี าม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ในนามของสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียน ผู้สอนหวังอย่างย่ิงว่า นักเรียนจะสามารถนำ�สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องขอขอบคุณ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการเรียนวิชาพลศึกษาไปคณาจารย์ ท่ีได้มุ่งมั่นเขียนตำ�ราเหล่าน้ี และผู้ที่ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ�วันได้ รักการออกกำ�ลังกายเกี่ยวข้องทุกท่านที่ร่วมกันทำ�ให้ “โครงการพัฒนา และสามารถออกกำ�ลังกายตามหลกั ท่ถี กู ต้องได้ ตำ�ราเรียน” ส�ำ เรจ็ ลลุ ว่ งด้วยดี ท�ำ ใหม้ ีหนงั สอื ดี ๆ ให้ลูกหลานของพวกเราได้ใชเ้ รยี นตลอดไป อาจารยภ์ ารดี ศรลี ัด ผู้จดั ทำ� ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.วุฒิพงศ์ กติ ติธเนศวร นายกสมาคมผปู้ กครองและครู 3 โรงเรยี นสาธติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การจัดการเรียนร้วู ชิ าพลศกึ ษา การเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษานั้น มุ่งเน้นการพัฒนาผู้ เรียนทางด้านปัญญา พัฒนาระบบการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การตัดสินใจและการแก้ ปัญหาโดยการให้ผู้เรียน เรียนรู้เก่ียวกับตนเอง เข้าใจธรรมชาติและชีวิต รู้จักและเข้าใจ ตนเอง เหน็ คณุ คา่ ของตนเองและผอู้ น่ื รกั การออกก�ำลงั กาย และเลน่ กฬี า รวมทง้ั มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นยิ มทด่ี ี เพอ่ื ใหส้ ามารถปฏบิ ตั ติ นไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม ทง้ั ในดา้ นการ ปอ้ งกนั การสง่ เสรมิ และด�ำรงไวซ้ ง่ึ สขุ ภาพทดี่ อี ยา่ งถาวรทงั้ ของตนเอง ครอบครวั และชมุ ชน ดงั น้ันในการจดั การเรียนการสอนสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา จะเป็นการมุ่งเน้นการเรยี นรู้ทาง ปญั ญา เพอ่ื วางรากฐานดา้ นสขุ ภาพใหเ้ ขม้ แขง็ เปน็ การเตรยี มความพรอ้ มเพอื่ ปอ้ งกนั ปญั หา สุขภาพต้ังแต่เริ่มแรก ให้สามารถเผชิญสถานการณ์ที่คุกคามสุขภาพได้ตลอดไป อันจะน�ำ ไปสกู่ ารพฒั นาสขุ ภาพทย่ี งั่ ยนื ตรงตามเปา้ หมาย สอดคลอ้ งกบั แนวคดิ ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2540 ทวี่ ่า “สขุ ภาพเป็นพ้ืนฐานของชมุ ชน” โดยในวิชา พลศึกษา มีวิสัยทัศน์มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาโดยรวมทั้งด้าน รา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สตปิ ญั ญา และสงั คม ดว้ ยการเขา้ รว่ มในกจิ กรรมการออกก�ำลงั กาย และกฬี า กจิ กรรมเหลา่ นนั้ ไดร้ บั การคดั สรรมาเปน็ อยา่ งดี พลศกึ ษาจงึ มงุ่ เนน้ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ ความสามารถในการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพจนมีวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี โดยให้มีท้ังความรู้ ความเข้าใจ ทักษะหรือกระบวนการคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมตามแนวการจัดการ ศกึ ษาในพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และตามจดุ หมายของหลกั สตู รแกน กลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ผลรวมสุดทา้ ย คอื ผเู้ รยี นเกดิ การพฒั นาที่ เป็นองค์รวมของความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ (holistic) ทงั้ นใ้ี นการเรยี นรพู้ ลศกึ ษา ผเู้ รยี นจะไดร้ บั โอกาสใหเ้ ขา้ รว่ มในกจิ กรรมทางกายและ กฬี าทง้ั ประเภทบคุ คล และประเภททมี อยา่ งหลากหลายทง้ั ของไทยและสากล กจิ กรรมทาง กายและกฬี าตา่ ง ๆ จะชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ สมั ฤทธผิ ลตามศกั ยภาพดา้ นความเจรญิ เตบิ โตและ พฒั นาการทางกาย ไดป้ รบั ปรงุ สขุ ภาพและสมรรถภาพทางกาย เกดิ การพฒั นาทกั ษะกลไก อยา่ งเตม็ ท ่ี ไดเ้ รยี นรถู้ งึ ความส�ำคญั ของการฝกึ ฝนตนเองตามกฎ กตกิ า ระเบยี บ และหลกั การทางวทิ ยาศาสตร์ ไดแ้ ขง่ ขนั และไดท้ �ำงานรว่ มกนั เปน็ ทมี ไดร้ บั ประสบการณจ์ ากการลง ปฏิบัติด้วยตนเองโดยตรงตามความถนัด และความสนใจ ได้ค้นหาความพึงพอใจจากการ เข้าร่วมกิจกรรมทางกาย กีฬา กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทาง กาย และรักการออกก�ำลังกาย4 สุขศึกษาและพลศึกษา • ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4
ดงั นนั้ การจดั การเรยี นรวู้ ชิ าพลศกึ ษา จงึ ควรจดั ใหเ้ หมาะสมกบั ระดบั ความสามารถความต้องการและความสนใจของผู้เรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ควรให้สอดคล้องกับลักษณะของวัฒนธรรมท้องถิ่น วัฒนธรรมไทย และวฒั นธรรมสากล โดยไดร้ บั การสนบั สนนุ ชว่ ยเหลอื จากบา้ น ชมุ ชน และทอ้ งถนิ่ ไปพรอ้ มกนัสาระการเรยี นรู้และมาตรฐานการเรยี นร้กู ารศึกษาข้ันพน้ื ฐานสาระทเ่ี ป็นองค์ความรขู้ องกลุ่มสาระการเรียนรูส้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ประกอบด้วย สาระท่ี 1 การเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย์ มาตรฐาน พ 1.1 เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ของมนษุ ย์ สาระท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว มาตรฐาน พ 2.1 เข้าใจและเหน็ คุณคา่ ของชีวติ ครอบครัว เพศศกึ ษา และมีทกั ษะในการด�ำเนินชวี ติ สาระที่ 3 การเคลอ่ื นไหว การออกก�ำลงั กาย การเลน่ เกม กฬี าไทยและกฬี าสากล มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกมและกฬี า มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกก�ำลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจ�ำอย่างสม�่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน�้ำใจ เป็นนักกฬี า มจี ติ วิญญาณในการแขง่ ขนั และช่นื ชมใน สุนทรียภาพของ การกฬี า สาระที่ 4 การสรา้ งเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการปอ้ งกนั โรค มาตรฐาน พ 4.1 เหน็ คณุ คา่ และมที กั ษะในการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ การ ด�ำรงสขุ ภาพ การปอ้ งกนั โรค และการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพอ่ื สขุ ภาพ สาระที่ 5 ความปลอดภยั ในชีวติ มาตรฐาน พ 5.1 ปอ้ งกนั และหลกี เลย่ี งปจั จยั เสยี่ ง พฤตกิ รรมเสย่ี ง ตอ่ สขุ ภาพ อุบตั เิ หตุ การใช้ยา สารเสพติด และความรนุ แรง 5
สารบญั 7 8หน่วยการเรียนรู้ที่ 1การทดสอบสมรรถภาพทางกายเพือ่ สขุ ภาพ 15 - รายการทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ 15 16หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 16 17ทกั ษะเบื้องตน้ ในการเล่นฟตุ บอล 17 20 - การสรา้ งความคนุ้ เคยกบั ลูกบอล 21 - การทรงตัวและการเคลอ่ื นท ่ี - การเตะฟุตบอล 22 - การหยดุ ลกู บอล - การโหม่งลูกบอล - การทมุ่ ลูก - การแย่งลูกบอล - การยงิ ประตู - ผรู้ ักษาประต ูใบประเมินทกั ษะวชิ าฟตุ บอล 6 สุขศกึ ษาและพลศึกษา • ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 การทดสอบสมรรถภาพทางกาย เพื่อสุขภาพหน่วยท่ี 1 การทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อสขุ ภาพ การทดสอบสมรรถภาพทางกายเป็นส่วนหน่ึงของสาระการเรียนรู้ส่วนหนึ่งในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามสาระท่ี 4 การสรา้ งเสริมสขุ ภาพ สมรรถภาพและการปอ้ งกันโรค โดยมีมาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การด�ำรงสุขภาพ การป้องกันโรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพ่ือ สุขภาพ จะเห็นได้ว่าสมรรถภาพทางกายเป็นสาระท่ีส�ำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนรวมไปถึงการประคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณามาตรฐานด้านผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 ผู้เรียนมีสุขนิสัยสุขภาพกาย และสขุ ภาพจติ ทีด่ ี โดยมตี วั บง่ ช้ีท่ีสมั พันธก์ ับสมรรถภาพ ทางกายคือ ผู้เรียนมีน�้ำหนัก ส่วนสูง และมีสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์ ทางกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพล-ศึกษา ได้เห็นความส�ำคัญ ในการส่งเสริมให้นักเรียนมีสมรรถภาพ ทางกายท่ีดี เพื่อประกอบ กิจกรรมในชีวิตประจ�ำวันได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ทางกลุ่มสาระ ฯ จึงบรรจุหน่วยการ เรียนรู้ เร่ืองการทดสอบสมรรถภาพทาง กายเพ่ือ สุขภาพ ไว้ในทุกระดับช้ัน เพื่อให้นักเรียนได้ทราบ สมรรถภาพ ทางกายของ ตนเอง และสามารถน�ำผลการทดสอบ สมรรถภาพทางกายของตนเองไปปรับปรุง พัฒนาให้ดีข้ึน ได้ โดยประกอบกิจกรรมทางกายหรือกิจกรรมพลศึกษาที่ ถูกหลกั วิธีได้ตอ่ ไป 7
รายการทดสอบสมรรถภาพทางกายเพอื่ สุขภาพ 1 รายการช่ังน้ำ� หนกั วัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือ วัดส่วนประกอบของร่างกาย ขั้นตอนการช่ังน�้ำหนกั 1. ถอดรองเท้า และสงิ่ ของต่าง ๆ วางไว้ 2. ข้ึนชั่งน้ำ� หนกั บนเคร่อื งชั่ง 3. อา่ นค่าทไี่ ด้ และบันทึก 4. น�ำคา่ ท่ไี ดไ้ ปค�ำนวณหาคา่ ดชั นีมวลกาย วันทท่ี ดสอบ คร้งั ที่ 1 (กก.) ครง้ั ท่ี 2 (กก.) 2 รายการวัดสว่ นสงู ข้นั ตอนการวดั สว่ นสงู 1. ถอดรองเทา้ 2. ขนึ้ วดั สว่ นสงู ทเ่ี ตรยี มไว้ (ยนื เทา้ ชดิ ตวั ตรง สายตามองไปด้านหนา้ ) 3. อ่านคา่ ที่ได้ และบนั ทึก 4. น�ำค่าทีไ่ ด้ไปค�ำนวณหาคา่ ดัชนมี วลกาย วันทท่ี ดสอบ คร้ังท่ี 1 (ซม.) ครั้งที่ 2 (ซม.)8 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา • ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4
การค�ำนวณคา่ ดชั นมี วลกาย สูตร ตัวอยา่ ง น้ำ� หนัก (กิโลกรัม) สว่ นสงู (เมตร)2 น้ำ� หนัก 25 กิโลกรัม ความสงู 110 เซนตเิ มตร = =25 กิโลกรัม 25 20.66 1.21 (1.10 เมตร)2 แปรผลได้วา่ น้�ำหนักปกติ ค�ำนวณ ค�ำนวณ ผรละทด่ไีับด้น�้ำหนกั (กิโลกรัม) สว่ นสูง (เมตร)2การประเมินค่าดชั นมี วลกายBMI มาตรฐานสากล (ยุโรป) BMI มาตรฐานอาเซียน (เอเชยี ) การแปรผล < 18.5 < 18.5 น้�ำหนกั นอ้ ยกวา่ ปกติ 18.5 - 24.9 18.5 - 22.9 น�้ำหนกั ปกติ 25 - 29.9 23 - 24.9 อ้วนระดบั 1 30 - 34.9 25 - 29.9 อ้วนระดับ 2 35 -39.9 มากกว่าหรอื เทา่ กับ 30 อว้ นระดับ 3 มากกวา่ หรือเทา่ กบั 30 อ้วนระดบั 4 --กรมอนามยั กระทรวงสาธรณสขุ 9
3 รายการทดสอบลุก - นัง่ 30 วินาที วตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื วดั ความแขง็ แรงของกล้ามเนอ้ื ขั้นตอนการปฏิบัติ 1. นงั่ ชันเข่า มอื ประสานไว้ที่หน้าอก 2. เม่อื เริ่มสญั ญาณ ใหป้ ฏบิ ตั ิลุก – นงั่ เป็น เวลา 30 วนิ าที โดยมือไมห่ ลุดออกจากกัน 3. นบั จ�ำนวนครง้ั และบนั ทกึ จ�ำนวนที่ได้ วันที่ทดสอบ ครงั้ ท่ี 1 (จ�ำนวนครั้ง) ครั้งที่ 2 (จ�ำนวนครง้ั )เมอื่ เทียบเกณฑ์อยูใ่ นระดับเกณฑ์ปกติสมรรถภาพทางกาย รายการลกุ นงั่ 30 วินาทีระดับสมรรถภาพทางกาย นักเรียนชาย จ�ำนวนคร้งั นักเรยี นหญิง ดมี าก 19 ข้ึนไป 18 ขน้ึ ไป ดี 15 - 18 14 - 17 ปานกลาง คอ่ นขา้ งต�่ำ 11 - 14 10 - 13 ตำ่� 7 - 10 6 - 9 6 ลงไป 5 ลงไป10 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา • ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4
4 รายการทดสอบดึงข้อ - งอแขนหอ้ ยตัว วตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อ วัดความอดทนของกลา้ มเน้อื ขนั้ ตอนการปฏิบตั ิ 1. ให้นักเรียนจับบาร์โหนที่มีขนาดเหมาะกับมือด้วย การคว่�ำมอื มือหา่ งกนั ประมาณหนึง่ ชว่ งไหล่ 2. เมอ่ื เรมิ่ สญั ญาณใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ ารโหนบาร์ ใน ลักษณะตวั ตรง เทา้ ลอยจากพ้ืนใหน้ านทส่ี ดุ 3. จบั เวลาทนี่ ักเรียนปฏบิ ตั ิได้ และบันทกึวันท่ที ดสอบ ครั้งท่ี 1 (วินาท)ี ครั้งที่ 2 (วนิ าท)ีเมือ่ เทยี บเกณฑ์อยใู่ นระดับเกณฑป์ กติสมรรถภาพทางกาย รายการงอแขนหอ้ ยตวัระดับสมรรถภาพทางกาย นกั เรียนชาย จ�ำนวนคร้ัง นกั เรียนหญิง ดมี าก 45.75 ข้ึนไป 65.54 ขึน้ ไป ดี 34.74 - 45.74 47.53 - 65.53 ปานกลาง คอ่ นขา้ งต่ำ� 23.73 - 34.73 29.52 - 47.52 ตำ่� 12.72 - 23.72 11.51 - 29.51 12.71 ลงไป 11.50 ลงไป 11
5 รายการทดสอบความอ่อนตัวไปดา้ นหนา้ วตั ถปุ ระสงค์เพ่อื วดั ความออ่ นตวั ของกลา้ มเนอื้ ข้ันตอนการปฏบิ ตั ิ 1. ใหน้ กั เรยี นถอดรองเทา้ และนง่ั เหยยี ดชาทง้ั สองขา้ ง เขา่ ตงึ ฝา่ เท้าแตะกล่องไม้ 2. เหยียดแขนให้ฝา่ มอื ประสานกนั ไปดา้ นหน้า 3. เมอ่ื เรม่ิ สญั ญาณใหน้ กั เรยี นกม้ ตวั ใหม้ ากทส่ี ดุ ใหเ้ หยยี ด ปลายมอื แตะทดี่ า้ นบนของอปุ กรณว์ ดั ความออ่ นตวั 4. ปฏิบัติค้างไว้ 2 – 3 วินาที และบันทึกระยะทางของ ปลายน้วิ วันทท่ี ดสอบ ครั้งที่ 1 (เซนติเมตร) ครั้งท่ี 2 (เซนตเิ มตร)เมือ่ เทยี บเกณฑอ์ ยู่ในระดับเกณฑป์ กติสมรรถภาพทางกาย รายการกม้ ตัวไปข้างหน้าระดับสมรรถภาพทางกาย เซนติเมตร นกั เรียนหญงิ นกั เรียนชาย 18 ขนึ้ ไป ดมี าก 14 ขึน้ ไป 9 - 17 ดี 0-8 8 - 13 (-9) - (-1) ปานกลาง 2-7 (-10) ลงไป คอ่ นข้างต่�ำ (-4) - 1 (-5) ลงไป ต่ำ�12 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา • ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4
6 รายการทดสอบก้าวขนึ้ -ลงมา้ นั่ง 5 นาที วตั ถุประสงค์เพือ่ วดั ความอดทนของระบบไหลเวียนโลหติ ขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิ 1. จบั ชพี จรขณะพกั ของนกั เรยี น กอ่ นการทดสอบ 1 นาที 2. ท�ำการทดสอบเวลา 5 นาที 3. ใหน้ งั่ พกั ทนั ทที เ่ี ลกิ ท�ำ และจบั ชพี จรขณะพกั ในนาทที ่ี 1 นาทีที่ 2 และนาทที ี่ 3 4. บันทึกชีพจรที่ได้ และน�ำไปค�ำนวณตามสูตรการคิด คะแนนวันท่ีทดสอบ ชพี จร (จ�ำนวน / ครัง้ ) ครงั้ ท่ี 1 คร้ังที่ 2 ก่อนปฏบิ ตั ิ กอ่ นปฏบิ ตั ิ ขณะพัก ขณะพกั หลงั ปฏิบัติ หลงั ปฏิบัติ นาทีที่ 1 นาท่ที ่ี 1 หลงั ปฏิบตั ิ หลังปฏิบตั ิ นาทที ี่ 2 นาทีท่ี 2 หลงั ปฏิบัติ หลงั ปฏิบัติ นาทที ่ี 3 นาทที ี่ 3เม่ือเทยี บเกณฑ์อยใู่ นระดบั 13
สตู รการคดิ คะแนน INDEX = 100 X (เวลาทีอ่ อกก�ำลังกายเปน็ วนิ าที) 2 X (ผลรวมของชีพจรรวม 3 คร้ัง) ตัวอย่าง ออกก�ำลงั กาย 5 นาที X 60 วนิ าที = 300 นาที 100 X 300 = 90.09 2 X (152 + 94 + 87)เมอื่ เทยี บเกณฑแ์ ล้วอยู่ระดบั ค่อนขา้ งต�ำ่100 X 300 =2 X ( + + )เกณฑป์ กติสมรรถภาพทางกาย รายการก้าวข้นึ ลงม้านง่ั (ชีพจร)ระดบั สมรรถภาพทางกาย จ�ำนวนครง้ั / นาที นักเรยี นชาย นักเรยี นหญิง ดีมาก ดี 67 ลงไป 70 ลงไป ปานกลาง 68 - 76 71 - 77 คอ่ นข้างต่ำ� 77 - 85 78 - 84 ต�่ำ 86 - 94 85 - 91 95 ขึน้ ไป 92 ขนึ้ ไป14 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา • ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 ทกั ษะเบื้องตน้ ในการเลน่ ฟตุ บอล1 การสร้างความค้นุ เคยกบั ลูกบอล ความกลมของลุกบอลท�ำให้มันมีจังหวะและความยดื หย่นุ ในตวั ของมนั เอง ท่ผี ู้เลน่ ต้องสรา้ งความค้นุ เคยในการเล่น เพอ่ื สามารถควบคุมบงั คบั ลุกบอลใหไ้ ดต้ ามตอ้ งการ 1.1 การคลงึ ลกู บอล ใชฝ้ า่ เทา้ คลงึ ลกู บอลทอ่ี ยบู่ น พน้ื สนามใน 3 แบบ คอื จากปลายเทา้ มาสน้ เทา้ สน้ เทา้ กลบั ไปยงั ปลายเทา้ และจากฝา่ เทา้ ดา้ น ในไปฝา่ เทา้ ดา้ นนอก ฝา่ เทา้ ดา้ นนอกกลบั มาท่ี ฝ่า เท้าด้านใน และคลึงลูกบอลให้เคลื่อนรอบ ตัว เปน็ วงกลม1.2 การเขย่ี ลกู บอล ใชข้ า้ งเทา้ ดา้ นในและดา้ น นอกเขยี่ ลกู บอลทอี่ ยบู่ นพน้ื สนาม ไลจ่ ากขา้ ง ซา้ ยไปขา้ งขวา หรอื ไล่จากข้างหนา้ ไปข้างหลัง จากข้าง หลงั ไปข้าง หน้าหรอื เข่ียลูกบอลให้วนรอบ ๆ ตัวเอง 1.3 การเดาะลกู บอล คอื การใชเ้ ทา้ เขา่ หรอื ศรี ษะ เดาะลูกบอลให้ลอยอยู่ในอากาศ ให้ได้จ�ำนวน คร้ังมากท่ีสุด หรืออาจจะเดาะบอล ในขณะ เคลือ่ นที่ก็ได้ ฯลฯ 15
2 การทรงตวั และการเคล่อื นท่ี 2.1 การยนื เตรยี มพรอ้ ม อาจใหย้ นื ปลายเทา้ ทง้ั สองเสมอกนั หรอื ขา้ งใด ข้างหนงึ่ อย่หู นา้ กไ็ ด้ ปลายเท้าแยกหา่ งกันประมาณ 1 ช่วงไหล่ ท้ิง นำ้� หนกั ตวั คอ่ นลงไปทางปลายเทา้ ทง้ั สอง เขา่ งอเลก็ นอ้ ย เอนล�ำตวั ไปทางดา้ นหนา้ แขนกางออกเลก็ นอ้ ย พรอ้ มทจี่ ะเคลอ่ื นตวั ไปไดใ้ น ทุกทิศทาง 2.2 การทรงตวั การทรงตวั ทดี่ จี ะชว่ ยใหน้ กั ฟตุ บอล พรอ้ มเสมอทจี่ ะวง่ิ ไปขา้ งหนา้ วง่ิ ถอยหลงั วงิ่ ไป ทางซา้ ย-ขวา กลบั หลงั หรอื กระโดดไดด้ ี ในขณะ เตะหรือส่งผ่านลูกบอลจ�ำเป็นต้องใช้เท้าเพียง ข้างเดียวเพ่ือรับน้�ำหนักตัว ต้องอาศัย ความ สมั พนั ธ์ ของรา่ งกายในการหมนุ ตวั บดิ ตวั หรอื แอ่นล�ำตัวให้ร่างกายยืนได้โดยไม่ล้มลง ทั้งยัง สามารถเคลอ่ื นตวั ตอ่ ไปไดห้ ลงั จากนน้ั การกาง แขนออกพอสมควรในขณะรบั สง่ หรอื เขา้ ปะทะ แยง่ ลกู บอลจะชว่ ยให้การทรงตวั ดยี ่ิงข้นึ 2.3 การเคลอื่ นท่ี การเคลอื่ นทมี่ หี ลายลกั ษณะ เชน่ การเดนิ การวงิ่ การ กระโดด การหมุนตวั การกลบั ตัว ทใ่ี ช้มากท่ีสดุ คอื การว่งิ อาจจะ เป็น การว่ิงแบบตัวเปล่าเพ่ือเข้าสู่ต�ำแหน่งที่ได้เปรียบ ใช้ความเร็ว ธรรมดา กา้ วเทา้ ยาว ๆ โนม้ ล�ำตวั ไปขา้ งหนา้ กางแขนเลก็ นอ้ ยชว่ ย ในการทรงตัว สายตามองสู่เป้าหมายท่ีต้องการไป หรือมองลูกบอล ท่เี คลอ่ื นเข้ามาหา หรือการว่งิ พร้อมลกู บอลเพือ่ ส่งเขา้ ท�ำประตู ซ่ึง ต้องเล้ียงลกู บอลโดย ใชค้ วามเรว็ สูง ก้าวเท้าสัน้ ๆ ซอยเทา้ ถ ี่ๆ โน้ม ล�ำตัวไปข้างหน้า กางแขน เล็กน้อยช่วยในการทรงตัวสายตามองสู่ ทศิ ทางเปา้ หมายทตี่ อ้ งการ เลย้ี งลกู ไป หรอื มองดผู เู้ ลน่ ฝา่ ยเดยี วกนั ที่จะสง่ บอลให้16 สุขศึกษาและพลศึกษา • ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4
2.4 การเปลยี่ นทศิ ทางขณะวงิ่ การตดั สนิ ใจเปลย่ี นทศิ ทางเปน็ ส่ิงที่ต้องท�ำเกือบตลอดการเล่นฟุตบอล ต้องฝึกฝนให้คล่อง ตัวเพ่ือไม่ให้เสียเวลามากและไม่เสียการทรงตัว ถ้าต้องการ เปลย่ี นทศิ ทางไปทางซา้ ย ใหล้ ดความเรว็ ในการวง่ิ ลงเลก็ นอ้ ย กา้ วเทา้ ซา้ ยสน้ั ๆ ไปขา้ งหนา้ 1 กา้ ว แลว้ กา้ วเทา้ ขวายาว ๆ ไปอีก 1 กา้ ว ล�ำตัวยอ่ ลง เขา่ ขวางอ เข่าซ้ายยดื พอสมควร ถา่ ยนำ้� หนกั ตวั ลงบนเทา้ ขวามากกวา่ กางแขนออกชว่ ยการ ทรงตวั หมนุ ล�ำตวั ใหห้ นั ไปทางซา้ ยขยบั กา้ วเทา้ ซา้ ยไป 1 กา้ ว แล้วก้าวเท้าขวาตรงไปทางซ้าย สายตามองไปยังทิศทาง ท่ี ก�ำลงั จะวง่ิ ไป ถ้าต้องการเคล่อื นทเี่ ปลี่ยนทศิ ทางไปทางขวา ใหท้ �ำลกั ษณะคลา้ ยคลึงกันแตท่ �ำในดา้ นตรงขา้ ม2.5 การหยดุ ท�ำได้ทง้ั แบบมเี ทา้ ใดเท้าหนึ่งอยู่หน้า หรือ แบบเทา้ เสมอกนั ท�ำไดโ้ ดยใหใ้ ชเ้ ทา้ เดยี วหรอื ทง้ั สอง เทา้ ยนั พน้ื เขา่ ยอ่ ลงสะโพกลดตำ่� นำ้� หนกั ตวั ทง้ิ ไปทาง ดา้ นหลงั กางแขนออกเพอ่ื ชว่ ยในการทรงตวั ทสี่ �ำคญั คอื ระวงั อยา่ ไขวเ้ ทา้ หรอื ชดิ เทา้ มากเกนิ ไปเพราะเสยี การทรงตวั ไดง้ า่ ย 17
3 การเตะฟตุ บอล เปน็ ทกั ษะทมี่ คี วามส�ำคญั เปน็ อยา่ งยง่ิ มหี ลายวธิ ใี หเ้ ลอื กใชต้ ามความถนดั หรอื ความเหมาะสม กับโอกาสในการเล่น แยกกวา่ ได้เป็น 3.1 การเตะลูกบอลดว้ ยหลังเท้า ใช้เตะให้ลูกเลียดไปกับพ้ืน เหมาะกับการยิงประตู เป็นลูก ทม่ี ีความแรง ความเรว็ รบั ไดย้ ากถา้ เตะถกู วิธี หรอื บางคร้งั ใช้ส่งบอลในระยะไกล ใช้หลังเท้าหรือบริเวณ ที่ผูกเชือก รองเทา้ เตะ เรม่ิ จากการจดเทา้ ขา้ งทไี่ มไ่ ด้ เตะไวด้ า้ นขา้ งของ ลกู บอล หา่ งออกมาประมาณ 20-25 ซม. หรอื 1 คบื ปลายเทา้ ชตี้ รงไปยงั เปา้ หมายทต่ี อ้ งการ สายตาจับจ้องที่ลกู บอล ในการเตะใช้แรงเหว่ียงจากสะโพก ปลาย เทา้ งมุ้ ลง เกรง็ ขอ้ เทา้ หวั เขา่ ตงึ อยเู่ หนอื ลกูพอดี ล�ำตัวโน้มไปข้างหนา้ สองแขนเหวย่ี ง ตามจงั หวะการเตะ ใหห้ ลงัเทา้ เตะตรงสว่ นกลางดา่ นหลงั ของลกู เมอ่ื เตะแลว้ ปลอ่ ย เทา้ ทเ่ี ตะตามลกู ในลกั ษณะเข่ายดึ อยอู่ ย่างเดมิ ปลาย เทา้ ขา้ งนนั้ ชี้ ไปตามทางทลี่ กู บอลถกู เตะไป พรอ้ มเขย่งสน้ เท้าของ เทา้ ทีไ่ ม่ได้เตะขนึ้ ข้องส�ำคัญทคี่ วรระวงั คอื ต�ำแหน่งของเขา่ ถา้ หวั เข่าล�้ำหนา้ ลูกมากเกนิ ไป ลกู จะพุ่งลงดนิ ไปไม่แรง ถา้ หัวเข่ายิ่งอยูห่ ลัง ลกู มากเทา่ ใดลกู จะโดง่ มากขน้ึ เท่าน้ัน3.2 การเตะลกู บอลด้วยข้างเทา้ ดา้ นใน เรยี กกนั ทวั่ ไปวา่ “ลกู แป” ใชก้ บั ระยะสนั้ ๆ ใกล ้ ๆ ไมเ่ กนิ 20 เมตร เชน่ การ สง่ ผา่ นหรอื การยงิ ประตู เปน็ การเตะทง่ี า่ ย สง่ ลกู ไดแ้ นน่ อน รวดเรว็ และแมน่ ย�ำ ใชไ้ ดใ้ นทกุ โอกาสและทกุ สถานการณ์ ทง้ั ลกู บนดนิ หรอื กลางอากาศ ท�ำไดโ้ ดย จดเทา้ ขา้ งทไี่ มไ่ ดเ้ ตะใหไ้ ดร้ ะดบั เดยี วกบั ลกู บอล ปลายเทา้ นนั้ ชไ้ี ปยงั ทศิ ทาง ที่ต้องการจะส่งลูกไป ตาจับจ้องท่ีลูก แบะเท้าข้างท่ีใช้เตะให้ท�ำมุมฉากกับ เท้าอีกข้างหน่ึง ย่อเข่าแบะออกด้านนอก เหว่ียงเท้าท่ีเตะแค่สะโพก ใช้แรง เหว่ียงจากสะโพก เหว่ียงแขนตามจังหวะของการเหว่ียงเท้า ย่อเข่าของเท้า ท่ีไม่ไดเ้ ตะลงเลก็ นอ้ ย ล�ำตวั โน้มไปทางดา้ นหน้า เหวยี่ งเท้าไปขา้ งหลงั ตรง ๆ กอ่ น แลว้ เหวยี่ งกลบั มาทางดา้ นหนา้ ใหบ้ รเิ วณหนา้ เทา้ สว่ นกลางถกู ลกู บอล ใชแ้ รงสง่ จากสะโพกเปน็ จดุ หมนุ เมอ่ื เตะไปแลว้ ใหป้ ลอ่ ยเทา้ ขา้ งทเ่ี ตะตามลกู ไปยงั ทิศทางท่ตี ้องการ18 สุขศกึ ษาและพลศึกษา • ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4
3.3 การเตะลูกบอลดว้ ยขา้ งเทา้ ด้านนอก เราเรยี กกนั ทว่ั ไปวา่ “เตะลกู สะกดิ ” ใชเ้ มอื่ เราตอ้ งการ สง่ ลกู อยา่ งรวดเรว็ และในระยะใกล ้ ๆ หรอื อาจใชเ้ พอ่ื หลบหลกี หลอกลอ่ ฝา่ ยตรงขา้ มในขณะพาลกู เคลอื่ นที่ อยู่ ให้เร่ิมจากการเหลือบตาสังเกตผู้รับหรือทิศทาง ที่ต้องการจะส่งลูกไปก่อนที่จะจับจ้องที่ลูกบอล เม่ือ จะเตะให้จรดเท้าท่ีไม่ได้ใช้เตะไว้ในระดับเดียวกับลุก บอล ล�ำตวั เอนออกข้างนอกเลก็ นอ้ ย เพ่ือชว่ ยในการ ทรงตวั ทิง้ นำ�้ หนักลงทเี่ ทา้ นัน้ ยกเท้าขา้ งทใ่ี ชเ้ ตะข้ึน เข่างอเล็กน้อย เตะลูกด้วยข้างเท้าด้านนอกหรือหลัง เทา้ ด้านนว้ิ กอ้ ย โดยการเหวย่ี งจากเข่า บดิ ขอ้ เท้าที่ ใชเ้ ตะลกู ใหข้ อ้ เทา้ ถกู ลกู บรเิ วณสว่ นกลางของลกู ดา้ น ในใกล้ตวั อาจจะสะบัดปลายเท้าเลก็ นอ้ ยขณะส่งลูก ก็ได้ ปลอ่ ยเท้าตามลกู ไปเมอ่ื เตะแล้ว 3.4 การเตะลกู บอลด้วยหวั รองเท้า เรยี กกนั ทวั่ ไปวา่ “ลกู ฉดี ยา” ใชไ้ มบ่ อ่ ยนกั เฉพาะเมอ่ื เวลาจวนตัวสุดปลายเท้าหรือไกลตัว ส่งลูกอย่างเร็ว หรือในจังหวะกะทันหัน หรือใช้ส่งลูกในระยะใกล้ ๆ บางคร้ังใช้ยิงประตูได้ แต่มีข้อเสียที่ความไม่แน่นอน ความแม่นย�ำมีน้อย ให้ตาจับจ้องท่ีลูก วางเท้าข้างที่ ไมไ่ ดเ้ ตะไวต้ ำ�่ กวา่ ระดบั ลกู เอนตวั ไปขา้ งหลงั เลก็ นอ้ ย พรอ้ ม ๆ กบั เหวยี่ งเทา้ ขา้ งทใี่ ชเ้ ตะไปขา้ งหลงั ไมต่ อ้ ง เหวย่ี งแรงนกั เมอ่ื เหวย่ี งกลบั ไปขา้ งหนา้ ใชแ้ รงเหวย่ี ง จากขอ้ เทา้ เขา่ ตงึ ขอ้ เทา้ เกรง็ เหยยี ดปลายเทา้ ชตี้ รง ไปข้างหน้า ใช้หัวรองเท้าท่ิมบริเวณก่ึงกลางลูก เม่ือ เตะไปแลว้ ไมจ่ �ำเปน็ ตอ้ งปลอ่ ยเทา้ ทเ่ี ตะตามลกู ไปกไ็ ด้ การฝกึ เตะลกู นพ้ี รอ้ มกบั การหดั สไลดเ์ ขา้ หาลกู บอลดว้ ย หัวรองเท้า จะช่วยการเลน่ ได้อย่างมาก 19
3.5 การเตะลกู บอลให้โด่ง เรียกกันทั่วไปว่า “ลูกช้อน” ใช้เมื่อต้องการส่งลูกระยะไกล ๆ เตะ เปลย่ี นทศิ ทางในลกั ษณะขา้ มฟากจากปกี ซา้ ยไปยงั ปกี ขวา เตะขา้ ม ศีรษะฝ่ายตรงข้าม หรือเตะลูกจากมุมธง ให้เริ่มจากการจดเท้าข้าง ทไ่ี มไ่ ดเ้ ตะไปขา้ งหลงั ใหห้ า่ งจากลกู บอลประมาณ 1 ศอก หรอื อาจ จะวางเทา้ ไวข้ า้ งลกู บอลหา่ งประมาณ 1 คบื กางแขนออกพอสมควร เอนล�ำตัวไปข้างหลังเล็กนอ้ ย เข่าตึง ขอ้ เทา้ ตึง ตาจับจ้องทีล่ ูกบอล เหวยี่ งเทา้ ขา้ งทใ่ี ชเ้ ตะไปขา้ งหลงั ประมาณระดบั สะโพก เมอ่ื ลกู บอล เขา้ มาในระยะเตะ งมุ้ ปลายเทา้ ไวจ้ งั หวะเตะใหส้ อดปลายเทา้ เขา้ ใต้ ลกู ใหม้ ากทสี่ ดุ จนเฉยี ดพนื้ ยอ่ เทา้ ทเี่ ปน็ หลกั ลงเลก็ นอ้ ย ยกเทา้ ทใ่ี ชเ้ ตะ เหวยี่ ง ขนึ้ สงู เกอื บถงึ ระดบั เอว ใชห้ ลงั เทา้ เตะบอลในลกั ษณะคลา้ ย การช้อนใตล้ ูก ปล่อยเทา้ ท่เี ตะตามทศิ ทางทีล่ กู บอลพ่งุ ไป20 สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา • ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4
21
4 การหยดุ ลูกบอล หมายถึง การบงั คบั ลูกบอลทีเ่ คลือ่ นที่ใน ลกั ษณะต่างๆ กัน ใหอ้ ยกู่ บั เทา้ พน้ื ดนิ หรอื เคลอื่ นไหวไปใน ลกั ษณะทอี่ ยใู่ นครอบครอง แบ่งออกได้เป็น การหยดุ ลกู บอลด้วยฝ่าเทา้ วธิ กี ารหยดุ จะขน้ึ อยกู่ บั ลกั ษณการเคลอ่ื นทขี่ องลกู ทม่ี ายงั ผรู้ บั ดงั นี้ 4.1 การหยุดลกู บอลที่กลิ้งมาบนพน้ื ด้วยฝา่ เทา้ ใหห้ นั หนา้ เขา้ หาลกู บอลทก่ี ลงิ้ มากบั พนื้ หรอื วงิ่ เขา้ ไปหาพรอ้ ม กับยกเท้าข้างท่ีจะใช้หยุดข้ึน ยกปลายเท้าเงยขึ้นให้ส้นเท้า สูงจากพื้นประมาณ 3 น้วิ ตัวย่อลงโน้มไปข้างหนา้ แขนกาง ออก งอเขา่ ของเทา้ ขา้ งทจ่ี ะหยดุ ลกู ลงเลก็ นอ้ ย เมอ่ื ลกู มาถงึ ใต้ ฝา่ เทา้ ใชฝ้ า่ เทา้ ยนั ประกบลกู ไวก้ บั พนื้ กดปลายเทา้ ลงเบา ๆ ขาเหยียดเล็กน้อย ถ้าลูกที่กลิ้งมามีความแรงมากต้องผ่อน เท้าตามความแรงของลูกเพื่อไม่ให้ลูกกระดอนออกจากเท้า ที่ส�ำคญั คอื อยา่ ใช้วธิ กี ระทืบลกู 4.2 การหยดุ ลกู ที่ลอยมาในอากาศด้วยฝา่ เท้า หนั หนา้ เขา้ หาทศิ ทลี่ กู บอลลอยมา เคลอื่ นตวั เขา้ หาต�ำแหนง่ ที่คาดว่าลูกบอลจะตกลงพ้ืน วางเท้าข้างที่ใช้เป็นหลักไว้กับ พน้ื ยกเทา้ ขา้ งทจ่ี ะใชห้ ยดุ ขน้ึ ใหส้ น้ เทา้ สงู จากพนื้ ประมาณ 6 นวิ้ แขนกางออกเลก็ นอ้ ย ตวั ยอ่ งอเขา่ ตาจบั จอ้ งทลี่ กู จงั หวะ ท่ีลูกบอลกระทบพื้นครั้งแรกและก�ำลังจะกระดอนขึ้น ให้ใช้ ฝา่ เทา้ แตะลกู บอลเบาๆ เพื่อควบคมุ ให้ลกู บอลหยุดนิ่ง22 สขุ ศึกษาและพลศึกษา • ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4
4.3 การหยุดลกู บอลทีก่ ระดอนขึ้นจากพื้นด้วยฝ่าเท้า หันหน้าเข้าหาทิศท่ีลูกบอลกระดอนมา เคล่ือนตัวเข้าหา ต�ำแหนง่ ทค่ี าดวา่ ลกู บอลจะตกลงพนื้ ขณะทล่ี กู บอลตกลงสู่ พนื้ หา่ งจากตวั ประมาณ 1 กา้ ว ใหย้ กเทา้ ขา้ งทจ่ี ะใชห้ ยดุ ขนึ้ ใชฝ้ า่ เทา้ แตะสว่ นบนของลกู บอลทกี่ ระดอนขนึ้ บงั คบั ใหล้ งสู่ พน้ื และพาลกู บอลไปยงั ทที่ ตี่ อ้ งการ สงิ่ ทต่ี อ้ งค�ำนงึ ถงึ คอื การ หยดุ ตอ้ งท�ำอยา่ งแผว่ เบาน่มุ นวล จงั หวะการยกเทา้ ต้องไม่ ยกรอและอยา่ หยดุ ในลกั ษณะของการกระทืบลกู บอล ต้อง มีความยืดหยุ่นในการหยดุ ลูกทุกครัง้การหยดุ ลกู บอลดว้ ยข้างเท้าด้านในวิธีการหยุด จะขึ้นอยกู่ บั ลกั ษณการเคล่อื นทีข่ องลกู ทม่ี ายงั ผูร้ บั ดังน้ี4.4 การหยดุ ลกุ บอลทก่ี ลง้ิ มาบนพน้ื ด้วยข้างเทา้ ด้านใน ใหห้ นั หนา้ เขา้ หาลกู บอลทก่ี ลง้ิ มาบนพน้ื หรอื วง่ิ เขา้ ไปหา สายตาจอ้ ง มองท่ลี ูก จดเทา้ ขา้ งทไ่ี ม่ได้ใชห้ ยดุ บนลงพ้นื ปลายเท้าช้ีตรงไปขา้ ง หน้า ยกเท้าข้างให้หยุดข้ึนจากพื้นเล็กน้อย ปลายเท้าหันออกข้าง นอกในลักษณะตั้งได้ฉากกับขาอีกข้างหนึ่ง เม่ือลูกเคลื่อนใกล้เข้า มาจนได้ระยะ ให้เหยียดเท้าข้างที่จะใช้หยุด ออกไปรับลูกบอลให้ กระทบบรเิ วณขา้ งเทา้ ด้านใน จังหวะที่ลูกบอลกระทบใหด้ ึงเท้านนั้ กลับอยา่ งรวดเรว็ มาทางด้านหลังเพอื่ ผ่อนตามความแรงของลูก ให้ ลกู อยใู่ นการครอบครองโดยไม่กระดอนกลับไป4.5 การหยุดลกุ ทีล่ อยมาในอากาศด้วยข้างเท้าด้านใน หนั หนา้ เขา้ หาทศิ ทล่ี กู บอลลอยมา เคลอื่ นตวั เขา้ หาต�ำแหนง่ ทค่ี าด วา่ ลกู บอลจะตกลงพน้ื วางเทา้ ขา้ งทใี่ ชเ้ ปน็ หลกั ไวก้ บั พน้ื ทงิ้ นำ้� หนกั ตัวลงบนเท้าข้างนั้น โน้มตัวไปข้างหน้างอเข่าเล็กน้อย ยกเท้าข้าง ที่จะใช้หยุดข้ึนให้ส้นเท้า สูงจากพ้ืนประมาณ 6 น้ิว ปลายเท้าหัน ออกข้างนอกในลักษณะต้ังได้ฉากกับขาอีกข้างหนึ่ง แขนกางออก 23
เล็กน้อย ตาจับจ้องท่ีลูก ปล่อยให้ลูกตกลงพื้นเลยจุดที่วาง เทา้ หลักเลก็ น้อย จังหวะทลี่ กู บอลกระทบพ้นื ใหใ้ ชข้ ้างเท้า ด้านในปะทะลูกไว้พร้อมกับผ่อนเท้าข้ึนตามแรงกระดอน ของลูก ถ้าต้องการจะหยุดลูกบอลท่ีลอยมากลางอากาศสูง ระดับเข่าหรือสูงกว่าไม่มากโดยไม่ให้ตกลงพ้ืนก่อน ให้หัน หน้าเข้าหาทิศท่ีลูกบอลลอยมา เคลื่อนตัวเข้าหาต�ำแหน่ง ที่คาดวา่ ลกู บอลจะตกลงพ้นื ตาจบั จอ้ งท่ีลกู งอเขา่ ของเทา้ ขา้ งทไ่ี มไ่ ดใ้ ชใ้ หห้ ยดุ ลกู ลงเลก็ นอ้ ย กางแขนออกเพอ่ื ชว่ ยใน การทรงตัว เมื่อลูกบอลพงุ่ เข้ามาในระยะหยดุ ลูก ให้ยกเทา้ ขนึ้ บดิ ปลายเทา้ ออกขา้ งนอกในลกั ษณะตง้ั ไดฉ้ ากกบั ขาอกี ขา้ งหนง่ึ โดยใหป้ รบั ความสงู ของเทา้ ตามความสงู ของลกู บอล ที่ลอยมา ใชฝ้ ่าเทา้ ดา้ นในรบั ลูกไว้ จังหวะท่ลี ูกบอลกระทบ ใหด้ งึ เทา้ นนั้ กลบั อยา่ งรวดเรว็ มาทางดา้ นหลงั เพอื่ ผอ่ นตาม ความแรงของลูก พาลกู บอลลงสู่พ้นื 4.6 การหยดุ ลกู บอลดว้ ยขา้ งเท้าดา้ นนอก เปน็ การหยดุ ลกู ดว้ ยหลงั เทา้ ดา้ นนอกตรงดา้ นนวิ้ กอ้ ย ใช้ เมอ่ื รบั ลกู ทม่ี าจากทางดา้ นขา้ ง สามารถจะพาลกู บอลเลน่ ตอ่ ไปไดโ้ ดยไมต่ อ้ งเสยี เวลาหมนุ ตวั เปลย่ี นทศิ ทาง เปน็ ลกู ทค่ี วบคมุ ไดค้ อ่ นขา้ งยาก ลกู บอลอาจจะกระดอนไปไกล ได้ วิธีการคือ ให้หันหน้าเข้าหาทิศทางท่ีลูกบอลมา ตา จับจ้องท่ีลูก กางแขนช่วยการทรงตัว ตัวย่อลงเล็กน้อย ใช้เท้าข้างที่ไม่ได้ใช้หยุดลูกเป็นหลักและรับน้�ำหนักตัว เมื่อลูกบอลมาได้ระยะที่จะรับลูก ให้ยกเท้าข้างท่ีจะใช้ หยดุ ลกู ไปรับลูกซงึ่ อาจกล้ิงมาตามพื้น หรือกระดอนขน้ึ จากพนื้ ใชข้ า้ งเทา้ ดา้ นนอกแตะประคองลกู ลงสพู่ นื้ เบา ๆ ผ่อนเทา้ ตามความแรงของลกู24 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา • ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4
4.7 การหยดุ ลกู บอลดว้ ยหลังเทา้ คล้ายกับการหยุดลูกในอากาศด้วยข้างเท้าด้านใน แต่ให้หันหน้า เข้าหาทิศทางท่ีลูกลอยมา ยกเท้าขึ้นดักรับในจังหวะท่ีลูกบอลลอย มาทันที จังหวะทลี่ กู บอลสมั ผสั หลงั เทา้ ให้รีบผอ่ นเทา้ ท้งั สองต้ังแต่ หัวเข่าลงมาตามความแรงของลูกท่ีพุ่งมาแล้วดึงเข้าหาตวั ระวงั อยา่ ใหเ้ กรง็ ขาจนแขง็ เพราะจะคลา้ ยกบั การเตะสวน ลูกจะกระดอนออก ไปไกล ส�ำหรับลูกทกี่ ลิ้งมาตามพน้ื หรอื ลกู ท่กี ระดอนขึ้นจากพน้ื ให้ หนั หน้าเข้าหาทิศทีล่ ูกบอลมา ยกเทา้ ข้างท่จี ะใช้หยุดลกู ข้นึ จากพ้ืน เล็กน้อย ปลายเท้างุ้มลงสู่พ้ืนจงั หวะทล่ี กู บอลสมั ผสั หลงั เทา้ ใหผ้ อ่ น เทา้ ไปขา้ งหลงั เลก็ นอ้ ย4.8 การหยดุ ลกู บอลดว้ ยเขา่ หรอื หนา้ ขา ใช้ท้ังเพื่อการหยุดและท�ำให้ลูกบอลลอยสูงขึ้นในระดับที่จะเตะซ�้ำ ดว้ ยลกู วอลเลยไ์ ด้ ใหห้ นั หนา้ เขา้ หาทศิ ทางทล่ี กู บอลลอยมา เคลอื่ นท่ี เขา้ หาต�ำแหนง่ ทค่ี าดวา่ ลกู นา่ จะตก ตาจบั จอ้ งทลี่ กู กางแขนออกเพอ่ื ชว่ ยการทรงตวั จดเทา้ ขา้ งทใ่ี ชเ้ ปน็ หลกั ไวบ้ นพนื้ เขา่ งอเลก็ นอ้ ย เมอ่ื ลูกบอลลอยมาได้ระยะ ให้ยกเข่าข้างที่จะใช้หยุดขึ้นจนขาท่อนบน เกือบขนานกับพ้ืน ขาท่อนล่างท�ำมุมกับเข่าประมาณ 90 องศา ใช้ หน้าขาบริเวณเหนือเข่าเล็กน้อยในการรับลูก จังหวะท่ีสัมผัสลูกให้ ผอ่ นขาลง เล็กนอ้ ยตามความแรงของลูก ใหล้ กู กระดอนจากขาลงสู่ พ้นื ข้างหนา้ แลว้ ใชฝ้ ่าเท้าหรือขา้ งเทา้ หยุดลูกบอล4.9 การหยดุ ลกู บอลดว้ ยหนา้ แขง้ ใชก้ บั การหยดุ ในลกั ษณะกะทนั หนั ลกู บอลพงุ่ ตกลงมาอยา่ งรวดเรว็ ใหห้ นั หนา้ เขา้ หาทศิ ทางทค่ี าดวา่ ลกู บอลจะกระดอนขน้ึ เขา่ งอ เทา้ แยกหา่ งจากกนั เลก็ นอ้ ย แตถ่ า้ ตอ้ งหยดุ ดว้ ยสองหนา้ แขง้ ใหว้ างเทา้ ชดิ กนั กางแขนออกเพอ่ื ชว่ ยการทรงตวั จงั หวะทล่ี กู บอลตกกระทบพน้ื ใหย้ อ่ เขา่ ไปขา้ งหนา้ ใชห้ นา้ แขง้ รบั ลกู ทก่ี ระดอนขน้ึ จากพน้ื ลกู บอล จะกระดอนไปขา้ งหนา้ เลก็ นอ้ ย ใหร้ บี กา้ วเทา้ ไปเพอื่ ครอบครองลกู เพอื่ เลน่ ตอ่ ไป 25
26 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา • ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
4.10 การหยุดลกู กระดอนด้วยหน้าท้อง ใชเ้ มอื่ ลกู บอลตกลงบนพนื้ ทเ่ี บอ้ื งหนา้ และหยดุ ลกู บอลดว้ ย วธิ อี นื่ ไมไ่ ด้ ใหห้ นั เขา้ หาทศิ ทลี่ กู บอลลอยมา เกรง็ กลา้ มทอ้ ง ไว้ กางแขนช่วยการทรงตัว เท้าแยกจากกันเล็กน้อย เมื่อ ลูกบอลกระดอนขึ้นจากพ้ืนให้ใช้หน้าท้องปะทะลุกบอลไว้ จงั หวะทล่ี กู บอลสมั ผสั หนา้ ทอ้ ง ใหผ้ อ่ นทอ้ งขน้ึ เลก็ นอ้ ยตาม ความแรงของลูก ปล่อยให้ลูกบอลลงพื้น ให้ก้าวเท้าไปเพื่อ ครอบครองลูกเพ่ือเล่นต่อไป4.11 การหยดุ ลุกบอลด้วยหนา้ อก ใชเ้ มอ่ื ลกู บอลมาเรว็ แบบประชดิ ตวั และมคี วามสงู กวา่ ระดบั เอว เปน็ การ หยดุ ลกู เมอ่ื ลอยกลางอากาศหรอื ลกู เลยี ดตอ่ ไดต้ ามแตจ่ งั หวะ ใหห้ นั หน้าเข้าหาทิศทางท่ีคาดว่าลูกบอลจะมา ตาจับจ้องลูก เท้าทั้งสอง อาจขนานหรอื เทา้ ใดเทา้ หนง่ึ อยหู่ นา้ กไ็ ด้ เมอ่ื ลกู บอลลอยมาเกอื บจะ กระทบหนา้ อก ใหย้ กตวั ขน้ึ ทนั ทกี ลา้ มเนอื้ สว่ นอกเกรง็ เขา่ ยอ่ จงั หวะ ที่ลูกบอลกระทบอกให้เอนหลังผ่อนอกลง หน้าอกจะอยู่ในลักษณะ เหมอื นเปน็ แอง่ ไวร้ องรบั ลกู บอล กางแขนออกเพอื่ ชว่ ยการทรงตวั งอ เขา่ ของเทา้ หนา้ เลก็ น้อยและผ่อนตวั ลงทนั ที ปลอ่ ยให้ลกู บอลลงพนื้ ใหก้ า้ วเทา้ ไปเพ่ือครอบครองลกู เพือ่ เล่นต่อไปหรือเตะต่อตามโอกาส และจังหวะ 4.12 การหยุดลูกบอลดว้ ยศีรษะ ใช้เมื่อลูกบอลมาสูงเกินกว่าจะรับด้วยวิธีอื่นได้ อาจใช้กับ การหยดุ เพอ่ื สง่ ลกู บอลตอ่ ใหห้ นั หนา้ ไปในทศิ ทางทล่ี กู บอล ลอยมา ตาจบั จอ้ งทลี่ กู เทา้ ยนื ขนานหรอื มเี ทา้ ใดเทา้ หนงึ่ น�ำ ยดื ตวั ขน้ึ เงยหนา้ ขน้ึ จงั หวะทลี่ กู บอลกระทบหนา้ ผากใหย้ อ่ ตัวหรืออาจจะกระโดดข้ึนเพื่อหยุดลูก เกร็งล�ำคอไว้อย่าให้ หงายไปข้าง หลังหรือสะบัดไปข้างหน้า เล่นลูกตามโอกาส และจงั หวะ 27
5 การเลย้ี งลกู บอล เปน็ การเดนิ วง่ิ ทงั้ ชา้ และเรว็ พรอ้ ม กับ พาลุกบอลไปด้วยการใช้เท้าท้ังสองข้าง สลบั กันไป ประกอบกับการหลอกลอ่ พลกิ แพลง หลบหลีกป้องกันหรือพาไปยิงประตู ผ้เู ลน่ ท่ีจะเลี้ยงลกู ได้ดีต้องมี ความเรว็ ความ วอ่ งไวในการบงั คบั ลกู หลบหลกี และหมนุ ตวั ไดค้ ลอ่ งแคลว่ ทกั ษะการเลย้ี งลกู บอลมหี ลกั ทว่ั ไปคอื ลกู บอลตอ้ งอยขู่ า้ งหนา้ หา่ งจากตวั ไม่เกิน 1 ก้าว ตาช�ำเลืองลูกสลับการมอง สถานการณร์ อบขา้ ง เพอ่ื หาทางหลบหลกี หรอื สง่ ลกู ตอ่ อยา่ พยายามเลย้ี งฝา่ แนวตา้ นหรอื เลยี้ งมากจนเสยี ลกู เสยี จงั หวะ ล�ำตวั โนม้ ไปขา้ งหนา้ รกั ษาใหน้ ำ�้ หนกั ตวั อยเู่ หนอื ลกู บอล โยกตวั ตามจงั หวะกา้ วของเทา้ ใช้ การเขี่ยแบบการเฉือนในการเล้ียงลูกบอลไม่ใช่การเตะ ใช้เท้าท้ังสองข้างทั้งด้านในและด้านนอกของเท้า รวมถึงหวั รองเท้าและหลังเท้าช่วยในการเล้ยี ง อาจแยกกลา่ วไดเ้ ปน็28 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา • ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4
5.1 การเลย้ี งลกู บอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน เหลอื บตามองไปยงั ทศิ ทต่ี อ้ งการ จะไปเปน็ ครงั้ คราวใช้ ดา้ นใน ของเทา้ สลบั ทง้ั ขา้ งซา้ ยและขา้ งขวาเขยี่ ใหล้ กู ไปขา้ งหนา้ หรอื สลับทิศทางซ้ายขวา เขี่ยลูกเบา ๆ เพอ่ื ใหค้ รอบครองลกู ไดใ้ กลช้ ดิ ป้องกันการแย่งลูก ล�ำตัวย่อ ลงต่�ำ เข่างอเล็กน้อย โน้ม น�้ำหนักตัวไปด้านหน้า แขน แกวง่ ตามจงั หวะของเทา้ กาง แขนออกเพอื่ ช่วยการทรงตัว 5.2 การเลยี้ งลกู บอลดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นนอก เหลอื บตามองไปยงั ทศิ ทต่ี อ้ งการจะไปเปน็ ครง้ั คราวใชด้ า้ นนอก ของเทา้ สลบั ทง้ั ขา้ งซา้ ยและขา้ งขวา (หรอื อาจใชด้ า้ นในของ เทา้ ชว่ ยในบางครงั้ ) เขย่ี ใหล้ กู ไปขา้ งหนา้ หรอื สลบั ทศิ ทางซา้ ย ขวา เขยี่ ลกู เบา ๆ เพอื่ ใหค้ รอบครองลกู ไดใ้ กลช้ ดิ ปอ้ งกนั การ แยง่ ลกู ล�ำตวั ยอ่ ลงตำ�่ โนม้ นำ้� หนกั ตวั ไปดา้ นหนา้ เขา่ งอเลก็ นอ้ ยอยเู่ หนอื ลกู ปลายเทา้ บดิ เขา้ ขา้ งในเลก็ นอ้ ย ควรวงิ่ ดว้ ย ปลายเทา้ ขณะเขย่ี ลกู เพอื่ ความสะดวก แขนแกวง่ ตามจงั หวะ ของเทา้ กางแขนออกเพอ่ื ชว่ ยการทรงตวั5.3 การเลย้ี งลูกบอลดว้ ยหลงั เทา้ มวี ธิ กี ารคลา้ ยกบั สองวธิ ที กี่ ลา่ วมาแลว้ ตา่ งกนั เพยี งการใชห้ ลงั เทา้ ตอนปลายขา้ งใดขา้ งหนงึ่ หรอื ทงั้ สองขา้ ง สลบั กนั แทนใน การเขยี่ ลกู เบา ๆ ไปขา้ งหนา้ โดยใหง้ อเขา่ และงมุ้ ปลายเทา้ ไว้ น�้ำหนักตวั โนม้ ไปทางด้านหน้า 29
30 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา • ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
6 การโหม่งลกู บอล เปน็ การใชศ้ รี ษะบรเิ วณหนา้ ผาก ซง่ึ เปน็ สว่ นทมี่ กี ระดกู หนาทส่ี ดุ ของศรี ษะบงั คบั ลกู บอลท่ีลอยหรือพุ่งมาในอากาศให้เปลี่ยนทิศทางไปตามที่ตอ้ งการ มีหลักการโหม่งโดยทั่วไป คือ6.1 การโหมง่ อยู่กับที่ หนั หนา้ ไปทางทศิ ทล่ี กู บอลลอยมา ตาจบั จอ้ งทลี่ กู แขนกาง ออกเลก็ นอ้ ยเพอื่ ชว่ ยการทรงตวั เทา้ ขา้ งหนงึ่ อยดู่ า้ นหนา้ เมอ่ื ลกุ บอลเขา้ มาใน ระยะโหมง่ ใหเ้ อนตวั ไปทางดา้ นหลงั เลก็ นอ้ ย ยดื ตวั ขน้ึ เตม็ ที่ ออกแรง สปรงิ ทข่ี อ้ เทา้ และเขา่ เกรง็ กลา้ มเนอื้ ตาลมื 6.2 การวงิ่ โหมง่ คล้ายกับการยืนโหม่งอยู่กับท่ี แต่วิ่งเข้าหาต�ำแหน่งที่คาดว่า ลกู บอลจะพงุ่ ลงมา เมอ่ื ลกู บอลเขา้ สรู่ ะยะโหมง่ ใหเ้ อนตวั ไป ทางดา้ นหลงั เกรง็ กลา้ มเนอื้ คอ ชะโงกหนา้ ไปขา้ งหนา้ พรอ้ ม ถ่ายน�้ำหนักตัวไปที่ลูกบอล กดศีรษะ ให้หน้าผากกระแทก ลกู บอล กางแขนออกเล็กน้อยเพอื่ ช่วยการทรงตัว6.3 การกระโดดโหมง่ เปน็ การโหมง่ ลกุ ตงั้ แตล่ กู บอลยงั อยรู่ ะดบั สงู เพอ่ื ชงิ การโหมง่ กอ่ นฝา่ ย ตรงขา้ ม เมอ่ื ลกู บอลลอยมาถงึ ระยะทพ่ี อจะโหมง่ ไดแ้ ลว้ ใหก้ ระโดด ขนึ้ ตรง ๆ ดว้ ยเทา้ ทงั้ สองขา้ ง ล�ำตวั เกรง็ และเอนไปขา้ งหลงั ชะโงก หน้ากลับในจังหวะโหม่ง ให้หน้าผากกระทบลูกบอล กางแขนออก เล็กน้อยเพ่ือช่วยการทรงตัว ควบคุมทิศทางการพุ่งของลูกบอลได้ โดยหนั หนา้ ไปยงั ทศิ ที่ต้องการ 31
การควบคมุ ทศิ ทางของการโหม่ง การควบคุมทิศทางของลูกที่พุ่งไปหลังการโหม่ง เรา สามารถแยกได้เป็น 1 การโหม่งลูกให้โด่ง เพื่อให้ลูกบอลลอยข้ามศีรษะ ผู้ ทขี่ วางอยเู่ บอ้ื งหนา้ ใชม้ ากในผเู้ ลน่ กองกลางและกอง หลงั ตอ้ งใชก้ ารเกรง็ คอ เงยหนา้ เอนตวั ไปขา้ งหลงั เลก็ นอ้ ย ตาจบั จอ้ งลกู ใชแ้ รงสง่ ตงั้ แตเ่ ทา้ หวั ไหลแ่ ละการ โน้มตัวไปดา้ นหน้า 2 การโหม่งลูกให้อยู่ในระดับหน้าอก เพื่อส่งลูกให้กับ เพื่อนร่วมทีม ใช้ท่ัวไป ความแรงหรือน้�ำหนักท่ีใช้ใน การสง่ ลูก ขึ้นกับระยะทางท่ีตอ้ งการจะส่ง ขณะโหม่ง ตอ้ งกดคางลงเลก็ นอ้ ย ล�ำตวั โนม้ ไปขา้ งหนา้ โหมง่ เสรจ็ จงึ เปดิ คาง ขึ้นเล็กนอ้ ย 3 การโหมง่ กดลกู ลงพื้น เพ่ือยิงประตูหรือเปล่ียน ทิศทาง มักใช้ในหมู่กองหน้า การโหม่งเหมือนหดตัว ถอยหลัง ให้คางกดชิดหน้าอกในลักษณะเหมือนก้ม ศีรษะลง ถ้าต้องการให้ลูกบอลพุ่งด้วยความเร็วและ แรงให้เพิม่ แรงกระแทกหรือพุ่งตวั เข้าโหมง่32 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา • ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
7 การทมุ่ ลกู บอล ใชเ้ พอ่ื ทมุ่ ลกู ทฝี่ า่ ยตรงขา้ มเตะออกขา้ งสนามกลบั เขา้มา ตอ้ งใชส้ องมอื จบั ลกู โดยใชป้ ลายนว้ิ กางขยายออกไปตงั้ แต่สว่ นกลางของลกู บอลคอ่ นมาทางขา้ งหลงั วธิ กี ารทมุ่ คอื ใหเ้ ดนิหรอื วงิ่ เขา้ มาโดยเทา้ ขา้ งหนงึ่ น�ำอยขู่ า้ งหนา้ อกี ขา้ งหนง่ึ ปลายเทา้ ทง้ั สองควรชไ้ี ปในทศิ ทต่ี อ้ งการจะทมุ่ ลกู บอลไป เมอื่ จบัลกู ไดท้ แ่ี ลว้ ใหย้ กหวั ไหลข่ น้ึ เลก็ นอ้ ยเพอ่ื ใชก้ ลา้ มเนอื้ ทแ่ี ขนหนา้ อกและทอ้ งรว่ มกนั จบั ลกู บอลยกลอยขา้ มศรี ษะมาทางดา้ นหลงั เกรง็ คอไว้ เมอ่ื ตวั เอนมาขา้ งหลงั ใหย้ ดื อกไว้ ขอ้ ศอกเหยียดตรง พอโน้มตัวมาข้างหน้าจะปล่อยลูก ให้กระดกข้อมือพร้อมหายใจออกอย่างแรง กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายตั้งแต่ข้อมือไปจนท่ัวตัวท�ำงานร่วมกัน ปล่อยลูกบอลออกจากมือขณะท่ีลูกบอลอยู่เหนือศรี ษะ สิ่งส�ำคญั คือแม้ล�ำตัวจะโยกไปมาเทา้ ตอ้ งไม่ยกพน้ จากพ้ืนดนิ กอ่ นทจ่ี ะปล่อยลกู ออกไป8 การแย่งลูกบอล หมายถึง การเข้าปะทะเพ่ือแย่งลูกบอลจากฝ่ายตรงข้ามแล้วครอบครองลูกไว้ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นลูกนั้นได้ อาจท�ำได้ท้ังเม่ือลูกบอลยังไม่ได้อยู่ในการครอบครองของผู้เล่นคนใดคนหน่ึง หรือเมื่อฝ่ายตรงข้ามครอบครองลูกได้แล้วก็ได้ การเข้าแย่งต้องอาศัยความใจกล้า การตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสมกับโอกาส โดยตาต้องจับจ้องอย่ทู ี่ลูก เท้าทง้ั สองจดพน้ื ไม่หา่ งกันมากนกั เขา่ ทั้งสองงอและกางออกขา้ งนอกเข่าของเท้าท่ีใช้แย่งลูกให้อยู่เหนือลูกบอล โน้มน้�ำหนักตัวไปข้างหน้าท้ิงลงบนเท้าที่ใช้แย่งลูก แย่งโดยใช้ข้างเท้าด้านในเข้าปะทะลูกให้ติดกับพ้ืน แขนข้างเดียวกับเท้าท่ีใช้แย่งลูกบอลให้แนบข้างล�ำตัวเพ่ือไม่ให้ผิดกติกาขณะไหล่ชนกันตอนแย่งลูกบอล 33
9 การยงิ ประตู การแพ้ชนะของการเล่นฟุตบอลวัดกันท่ีการท�ำประตูได้มากกว่า จึงควรมีการฝึกยิงประตูหลาย ๆ แบบ ทง้ั ลกู สน้ั ลกู ยาว จงั หวะเดยี วหรอื สองจงั หวะ ตอ้ งมคี วามแมน่ ย�ำ รนุ แรง รวดเรว็ ฝกึ ฝนจนเกดิ ความ ช�ำนาญ ซง่ึ หลกั การยงิ ประตูทส่ี �ำคัญ คือ ตอ้ งยงิ ใหไ้ ดท้ กุ จงั หวะและโอกาส เรว็ รนุ แรง ยิงประตูด้วยลูกเรียดจะรับได้ยากโดยเฉพาะ เมอ่ื ผรู้ กั ษาประตตู วั สูง แตค่ วรยองลกู สูงเมอื่ ผรู้ กั ษาประตูตัวเต้ีย ยงิ ประตมู มุ กวา้ งเสมอ ยกเวน้ เมอ่ื โอกาสเปดิ ใหห้ ลอกยงิ มมุ แคบ ต้องคอยสังเกตการณ์เคล่ือนไหวของผู้รักษา ประตูก่อนยิง การหลอกให้ผู้รักษาประตูเสีย หลักหรือหลงทางก่อนจึงยิง จะเพ่ิมความ แน่นอนในการยิงได้มากข้ึน และต้องยิงด้วย ความมน่ั ใจ อยา่ แยง่ กนั ยงิ อยา่ ยงิ ในขณะเสยี หลกั หรอื เสยี การทรงตวั ถา้ ไมม่ มี มุ หรอื โอกาสในการยงิ ไม่ ควรยงิ ควรหาทางสง่ ลกู ผ่านใหก้ บั ผ้เู ลน่ ฝ่าย เดยี วกนั ทต่ี �ำแหน่งยงิ ที่ดกี วา่34 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา • ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4
ผู้รักษาประตู เป็นผู้เล่นเพียงต�ำแหน่งเดียวที่กติกา อนุญาตให้เล่นลูกด้วยมือได้ เป็นด่านสุดท้าย ในการป้องกันไม่ให้เสียประตู ต้องฝึกความ คลอ่ งแคลว่ วอ่ งไวมากกวา่ การวง่ิ ฝกึ ความแขง็ แรงของแขน มอื และหวั ไหล่ เพ่ือใช้ในการจับ ขวา้ งและปดั ลกู ไดแ้ มน่ ย�ำ ทกั ษะทสี่ �ำคญั มดี งั น้ี 1 การยนื เตรยี มพรอ้ ม ตอ้ งยนื ในลกั ษณะทพี่ รอ้ มจะรบั ชกปดั ลกู และพรอ้ มทจี่ ะเคลอื่ นตวั เขา้ ปดิ มมุ ไมใ่ ห้ คแู่ ขง่ ขนั เขา้ ท�ำ ประตูได้ การยืนทั่วไปมักยืนเต็มฝ่าเท้าอยู่กลางประตู ห่าง จากเส้นประตูออกมาประมาณ 1-2 ก้าว แยกเท้าออกห่าง ประมาณ 1 ชว่ งไหล่ ปลายเทา้ อาจเสมอกนั หรอื เทา้ ใด เทา้ หนง่ึ อยหู่ นา้ กไ็ ด้ เขา่ ทงั้ สองงอ ล�ำตวั โนม้ ไปขา้ งหนา้ เลก็ นอ้ ย กางแขน ตาจบั จอ้ งทล่ี กู พรอ้ ม รบั การเปลยี่ นแปลงของเกม ตลอดเวลา2 การเคลือ่ นทเ่ี ทา้ การเคลือ่ นทเี่ ท้าเพอ่ื ดกั ทิศทางของลกู โดยท่วั ไปมี 2 แบบ คือ การสไลดเ์ ทา้ เปน็ การกา้ วไปทางขา้ ง ๆ โดย การไขว้เท้า เป็นการก้าวเท้าหน่ึงผ่านอีกเท้าขยบั เทา้ ขา้ งทอี่ ยใู่ กลท้ ศิ ทางของลกู บอลน�ำ หน่งึ เช่น เม่อื จะกา้ วไปทางซา้ ย ใหย้ กเทา้ ขวาไปกอ่ นแลว้ ลากอกี หนง่ึ เทา้ ตามไป ท�ำเชน่ น้ี ผา่ นหนา้ เทา้ ซา้ ย แลว้ ชกั เทา้ ซา้ ยผา่ นหลงั สน้ เทา้เรือ่ ย ๆ จนถึงจุดท่ีต้องการ ขวา ท�ำเชน่ นเี้ รอื่ ย ๆ จนถงึ จดุ ทตี่ อ้ งการ เปน็ ตน้ 35
3 การรับลูกบอล เป็นทักษะพื้นฐานท่ีส�ำคัญของผู้เล่นในต�ำแหน่งผู้ รกั ษาประตู แยกเป็น การรับลูกบอลระดับต่�ำ ใช้ส�ำหรับรับลูกบอลที่กลิ้งหรือเรียดมากับ พ้ืน หรือสูงไม่เกินระดับเข่า ให้หันหน้าเข้าหาลูกบอล ยืนเท้าชิดกัน ตัวก้มลง เข่าเกือบตึงแขนปล่อยห้อยลงสู่พ้ืนโดยฝ่ามือท้ังสองหันเข้า หาลูกบอล ตาจับจ้องที่ลูกบอลตลอดเวลา เมื่อลูกบอลพุ่งเข้ามาใน ฝ่ามือ ให้ช้อนจับลูกบอลให้แน่น งอข้อศอกดึงมือเข้าสู่ท้องผ่อนตาม แรงพุ่งของลูกบอลกอดลูกบอลไว้ท่ีหน้าอก อีกวิธีหน่ึงคือคุกเข่าข้าง ใดข้างหนึ่งลงกับพ้ืน เชน่ ถา้ คกุ เขา่ ขวาลง ใหใ้ ชม้ ือขวาเป็นตวั ดกั ลูก ฝา่ มอื หนั ออก มือขวาชิดกบั เข่าขวา ส่วนมือซา้ ยคอยชว่ ยประคองลูก เมอ่ื ลูกบอลพุ่งเข้าสมั ผสั มอื ขวา ใหใ้ ชม้ อื ซา้ ยจบั ลูกบอลทนั ที เทา้ อีก ข้างหนึง่ ช่วยดกั ลูกบอลไม่ใหห้ ลดุ จากมอื แล้วจงึ ยกลกู บอลขนึ้ สอู่ ก การรับลูกบอลที่พุ่งมาระดับล�ำตัว ใช้รับลูกบอลทพ่ี งุ่ เขา้ มาในระดบั เอว หรอื จากชว่ งหวั เขา่ ขน้ึ ไปถงึ ประมาณระดบั อก แยกออกเป็น ลกู ระดับเอว ใชห้ นา้ ทอ้ งรบั ลกู โดยหงายฝา่ มอื ทง้ั สองออกเพอ่ื รอรบั ลกู บอล เมอื่ ลกู กระทบมอื และหนา้ ทอ้ ง ใหง้ อตวั เพอ่ื ผอ่ นตามความแรง ของลกู งอมือท้ังสองขา้ งเขา้ หาล�ำตวั กอดลกู บอลแนบอก ลูกระดับอก ถ้าลูกมาไม่แรงอาจใช้การเหยียดแขนออกไปคอยรับลูกเมื่อลูกบอล สัมผัสมือให้ดึงเข้าหาล�ำตัว เพ่ือผ่อนแรงกระแทกแต่ถ้าลูกท่ียิง แรง การรบั สองมือตรง ๆ ลูกบอลอาจจะกระดอนได้ ให้ฝ่ามอื ขา้ งหน่งึ อยู่ ลา่ งอกี ขา้ งหนง่ึ อยบู่ นและใชห้ นา้ อกเปน็ ฉากรบั ลกู เมอ่ื ลกู บอลปะทะ หนา้ อก ใหง้ อตัวเพื่อลดแรงกระแทก สองมอื กอดลุกบอลไว้ กดศอก แนบล�ำตวั ในกรณที ี่ลกู พุง่ มามีความแรงมากและจังหวะรบั ไมด่ ี อาจ จะต้องใช้สองมือแตะลูกบอลเบา ๆ ให้ลูกบอลตกลงพ้ืนก่อนคอยรับ หรอื เตะออกไปกไ็ ด้36 สุขศกึ ษาและพลศึกษา • ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4
การรับลกู บอลระดับสูง ใชเ้ มอื่ ลกู ลอยมาสงู กวา่ ระดบั ศรี ษะตอ้ งอาศยั การกระโดด การลอยตวั การปัด หรือการชกลูกบอลช่วยด้วย ใช้การเหยียดแขนท้ังสองขึ้น เหนือศีรษะ ฝ่ามือหันเข้าหาลูกบอล ถ้ายืนรับไม่ถึงต้องกระโดดรับ เม่ือรับลูกบอลได้แล้ว ให้รีบดึงลูกลงมากอดไว้บริเวณหน้าอกอย่าง รวดเรว็ พรอ้ ม ๆ กบั การลงสูพ่ ืน้ ดว้ ยสองเท้า4 การชกและการปดั ลกู บอล ใช้เมอ่ื อนั ตรายเกนิ กวา่ จะรบั ลูก เช่น รบั ในจงั หวะทมี่ ฝี า่ ยตรงขา้ มเขา้ มาแยง่ อาจถกู กระแทกระหวา่ งรบั ลกู สดุ เออ้ื มหรอื ลกู อยใู่ กลป้ ระตู จงึ ตอ้ งใชก้ ารชกหรอื การปดั ลกู ให้ ขา้ มคาน หรอื ออกขา้ งเสาประตู หรือกระเด็นไปไกลในสนาม อาจ ใชม้ อื เดยี วหรอื สองขา้ งกไ็ ด้ การชกใชก้ ารก�ำหมดั คลา้ ยการชกมวย หวั มอื ขนานกนั สว่ นการปดั ใชต้ งั้ แตโ่ คนองุ้ มอื ขน้ึ ไปจนถงึ ปลายนว้ิ ปัดลกู ในลกั ษณะแบบดนั ไปทงั้ แขน5 การขวา้ งลกู บอลจากประตู เปน็ การขวา้ งลกู ใหฝ้ า่ ยเดยี วเพอ่ื เปดิ เกม รุกตอ่ ไปโดยใช้มือท่ไี ม่ไดใ้ ชข้ วา้ งประคองลูกบอลไว้ข้างหนา้ เหวี่ยง แขนทีใ่ ช้ขว้างไปข้างหลงั เหนอื ไหล่ อาจเหยียดหรืองอแขนเล็กน้อย อาจก้าวขาท่ีตรงข้ามกับมือท่ีขว้างลูกไปข้างหน้าก็ได้ แขนเหยียด เกือบตรง ขว้างลูกบอล โดยใช้การสลัดหรือหักข้อมือเล็กน้อย ไม่ ควรใช้การตวัดมือ พลิกข้อมือ หรือปั่นลูก เม่ือขว้างลูกบอลไปแล้ว ใหโ้ นม้ ตัว ถา่ ยน้ำ� หนกั ตวั ไปข้างหนา้ พรอ้ มปลอ่ ยมอื ตามไปด้วย6 การกลงิ้ ลกู บอล เปน็ การสง่ ลกู ทแี่ มน่ ย�ำ แนน่ อนและ รวดเรว็ ของ ผู้รักษาประตู ใช้ในระยะใกล้ๆ ให้ก้มตัวลง ถ้าจะส่งลูกไปทางซ้าย ใหถ้ อื ลกุ ไวด้ ว้ ยมอื ขวาโดยมอื ซา้ ยท�ำหนา้ ทเี่ พยี งประคองลกุ อยทู่ าง ด้านหน้าเท่าน้ันเข่างอเล็กน้อย ลากแขนขวากลับไปทางด้านหลัง และเหวยี่ งกลบั มาทางดา้ น หนา้ พรอ้ มปลอ่ ยลกู บอลไปยงั เปา้ หมาย ท่ตี อ้ งการจะส่ง ลกู บอลไป 37
7 การใชล้ �ำตวั สกดั ขวางทางลกู บอล ใชเ้ มอ่ื คตู่ อ่ สเู้ ลยี้ งลกู บอลเดยี่ วเขา้ มาโดยกองหลงั ตามเขา้ สกดั ไมท่ นั ผรู้ กั ษาประตจู �ำตอ้ งตดั สนิ ใจพงุ่ ออกไปปดิ มมุ ยงิ ใหแ้ คบลง ใหย้ งิ ไดย้ ากขน้ึ และเปน็ การเรง่ ใหค้ ตู่ อ่ สตู้ อ้ งตดั สนิ ใจยงิ ในจงั หวะทยี่ งั ไมพ่ รอ้ มหรอื ไมแ่ นน่ อนนกั โดยใชก้ ารทง้ิ ล�ำตวั ลม้ ขวางทาง ของลกู บอล พรอ้ มตะปบลกู ดว้ ยมอื ขา้ งเดยี วหรอื ทง้ั สองขา้ ง แลว้ ดงึ ลกู บอลเขา้ สหู่ นา้ อก งอล�ำตวั เพ่ือกันลกู หลดุ ออกมา 8 การเตะลูกบอลออกจากเขตประตู ตามกติกาแล้ว ผูร้ ักษาประตูสามารถจะถอื ลูกบอลไปยงั ทใ่ี ด ก็ได้ที่อยู่ภายในเขตโทษก่อนจะเล่นต่อไปโดยการขว้างหรือเตะลูก แต่ต้องก้าวเท้าไม่เกิน 4 ก้าว ถ้าจะไปไกลกว่าน้ัน ต้องใช้การเลี้ยงลูกบอลด้วยเท้า การกล้ิงลูก ฯ ช่วยให้เตะลูกบอลออกไปได้ สะดวก อาจวางเตะแบบเตะลูกโด่งตามปกติ หรืออาจใช้มือจับลูกบอลเพื่อเตะลูกในอากาศหรือ เตะลกู พรอ้ มกไ็ ด้ (ตามกตกิ าใหมท่ เ่ี รมิ่ ใชใ้ นยโู ร 2000 อนญุ าตใหผ้ รู้ กั ษาประตถู อื ลกู บอลวงิ่ กก่ี า้ ว กไ็ ด้ แต่ตอ้ งปลอ่ ยบอลหลงั จากครองลกู อยู่ในมอื ไม่เกิน 6 วนิ าท)ี38 สุขศึกษาและพลศกึ ษา • ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4
ใบประเมนิ ทกั ษะวิชาฟตุ บอลคะแนน รายการประเมิน จ�ำนวนทป่ี ฏบิ ัติได้ คะแนนทไ่ี ด้ 10 การเลี้ยงบอลดว้ ยข้างเทา้ ด้านใน 10 การเล้ียงบอลดว้ ยหลงั เทา้ 10 การเลย้ี งบอลซิกแซกออ้ มหลัก 5 การโหม่งบอล 5 การยงิ ประตู 10 การแขง่ ขันภายในช้นั เรยี น 10 สมรรถภาพทางกาย 39
40 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา • ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
Search
Read the Text Version
- 1 - 41
Pages: