Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ชาล้นถ้วย

ชาล้นถ้วย

Description: ชาล้นถ้วย

Search

Read the Text Version

ถลช้วา้นย ว.วชริ เมธี สุข สดชื่น รื่นเย็น ด้วยปรัชญาเซนอันลุ่มลึก



ธรรมะนิพนธ ์ ลำดับท่ี ๗ ชาล้นถว้ ย ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสำนกั หอสมดุ แหง่ ชาติ ว.วชริ เมธี.       ชาลน้ ถว้ ย.--  นนทบุรี  :  ปราณ,  ๒๕๕๕.  ๒๔๘  หน้า.       ๑.  นิทานคติธรรม. ๒.  นิกายเซน.  I.  ชอ่ื เรือ่ ง. ๒๙๔.๓๑๘๘๓ ISBN  978-616-7539-19-5 จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ปราณ  ๙๕/๘  ซอยแก้วอินทร์  ถนนกาญจนาภเิ ษก  ตำบลเสาธงหนิ   อำเภอบางใหญ่  จังหวดั นนทบรุ  ี ๑๑๑๔๐ โทรศพั ท ์ ๐-๒๑๙๕-๐๕๘๑  โทรสาร  ๐-๒๑๙๕-๐๕๘๒  www.pranbook.com เจ้าของ  ผ้พู ิมพ์ผ้โู ฆษณา  บริษัท  ปราณ  พับลิชช่งิ   จำกัด  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ชินวัฒน์  ชนะหมอก  กรรมการผู้จัดการ  สำนักพิมพ์  เริงฤทธิ์  ธิชาญ  ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย  พันตำรวจตรี  อภิเษก  ปิศโน  บรรณาธิการบริหาร  เทวัญกานต ์ มงุ่ ปน่ั กลาง  บรรณาธกิ ารฝา่ ยใน  ฐติ ริ ตั น ์ ศริ เิ มอื ง  บรรณาธกิ ารฝา่ ยนอก  รฐั วรรณ  พฒั นรชั ตอดลุ   ฝา่ ยประสานงานสำนกั พมิ พ ์ อาภรณ์  พัฒนรัชตอดุล  เลขากองบรรณาธิการ กนกภรณ์ พรหมดนตรี พิสูจน์อักษร  รวีโรจน์  คำสุข,  วัชริศ  ศรีแสงแก้ว  คอมพวิ เตอร ์ อโนชา  พธุ นอ้ ย  ฝา่ ยศลิ ปกรรม  แดนชยั   วรรณศริ มิ งคล,  รงุ่ นภา  จติ จราด  ภาพประกอบ  ชยั ณรงค ์ วริ ยิ านนท์  สำนักงาน  บริษัท  ปราณ  พับลิชชิ่ง  จำกัด  ๙๕/๘  ซอยแก้วอินทร์  ถนนกาญจนาภิเษก  ตำบลเสาธงหิน  อำเภอบางใหญ่  จงั หวัดนนทบุร ี ๑๑๑๔๐  โทรศัพท ์ ๐-๒๑๙๕-๐๕๘๑  โทรสาร  ๐-๒๑๙๕-๐๕๘๒  E-mail:  [email protected]

¶ÅªŒÇÒŒ¹Â Ç. Ç ªÔ à à Á ¸Õ

ปรัชญาเซน นับเปนคำสอนที่ธรรมดาและเรียบงาย แตในขณะ เดียวกันก็แฝงไวดวยความหมายที่ลึกซึ้ง ใหแงคิด เขาใจงาย ชวยพัฒนา ในเรื่องของอารมณ ความนึกคิด และสามารถใชในการดำเนินชีวิตไดจริง หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ใชในการถายทอดมรดกทางภูมิปญญาของเซน นั้นก็คือ “นิทานเซน” ซึ่งนับเปนเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพมากอยางหนึ่ง ทีจ่ ะทำใหคนเขาถงึ ปญญาและวถิ ชี ีวติ แบบเซน หากใครที่เคยศึกษาหรือไดอานหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาเซนมาบาง คงเคยผานหูกับวลีที่วา “ชาลนถวย” ซึ่งเปนนิทานเซนเรื่องหนึ่งที่ใหแงคิด ที่สำคัญวามนุษยเรานั้นมักจะเต็มไปดวยความเชื่อมั่นในความรูของตน ซึ่ง เปรียบเสมือนนํ้าชาซึ่งมีอยูเต็มถวย ทำใหไมสามารถเติมอะไรใหม ๆ ลงไป ไดอ กี เพราะในท่สี ดุ แลว สงิ่ ทเี่ ตมิ เขาไปใหมมันกจ็ ะไหลลน ออกมานอกถวย อยูดี ความหมายทีซ่ อ นอยใู นนทิ านเร่อื งนกี้ ค็ ือ การทค่ี นเราจะเรยี นรอู ะไร ใหม ๆ ใหเขาใจถองแทไดนั้น จะตองละความเปนตัวตน ละทิฏฐิเดิมที่มีอยู ในจิตใจเสียกอน มิฉะนั้นแลว สมองและจิตจะไมวางพอที่จะรับความรู

หรือความเห็นอื่น ๆ ซึ่งเป็นของใหม่ได้  และในขณะเดียวกัน  แม้ภาชนะของ  บางคนอาจไม่ใช่ถ้วยชาธรรมดา  แต่เป็นภาชนะที่ใหญ่กว่านั้น  เช่น  ขันนํ้า  อา่ งนา้ํ   หรอื โอง่ กต็ าม  แตจ่ ะมปี ระโยชนอ์ ะไร  หากภาชนะเหลา่ นน้ั ไมม่ ที ว่ี า่ ง  พอจะให้เราสามารถใสส่ งิ่ ใหม่ ๆ แมเ้ พียงน้อยนดิ ได้  หนังสือ “ชาล้นถ้วย” เล่มนี้  รวมหลากนิทานเซนที่แสดงถึงความ  ลุ่มลึกทางจิตวิญญาณ  พร้อมทั้งให้ความบันเทิงสนุกสนานเพลิดเพลิน  และ  แง่คิดที่มีประโยชน์  ในรูปแบบของการเล่าผ่านตัวหนังสือที่เข้าใจง่ายจาก  นักเขยี นท่รี จู้ กั กันดี  คือทา่ น ว.วชริ เมธ ี หนังสือแบ่งออกเป็น  ๓  ภาค  ได้แก่  ภาค  ๑  เข้าใจเซน  นำเสนอ  เกย่ี วกับประวัติความเปน็ มาของเซน  ภาค  ๒  นทิ านปรชั ญาเซน  เปน็ นิทาน  เซนดั้งเดิมทั้งเรื่องจริงและเรื่องเล่าที่สืบทอดต่อกันมาจากดินแดนแห่งเซน  คือ  ประเทศจีนและญี่ปุ่น  ส่วน ภาค  ๓  คือ  เซนร่วมสมัย  เป็นนิทานที่ให้  แง่คิดสไตล์เซน  ทันยุค  ทันสมัย  ทันเหตุการณ์  นอกจากนี้ “ชาล้นถ้วย”  ยังมีภาพประกอบสวยงามเป็นภาพวาดลายเส้นพู่กันจีนสื่อแทนความหมาย  นิทานแต่ละเรื่อง หากวันนี้ถ้วยชาของคุณยังมีที่ว่างพอ  ขอให้ลองหยิบ “ชาล้นถ้วย”  เล่มนี้มาอ่านดู  อาจจะเพิ่มปริมาณชาในถ้วยให้คุณได้บ้าง  แต่ขออย่างเดียว  อย่าทำใหช้ ามันลน้ ถว้ ยออกมาก็พอ บรรณาธกิ ารสำนักพมิ พ์

พทุ ธศาสนา นกิ ายเซนเปน แขนงหนง่ึ ของพทุ ธศาสนาทแ่ี ตกหนอ ตอใบออกไปจากพุทธศาสนาแบบเดิมในประเทศอินเดีย ผานจีน ไปเจริญ งอกงามอยูทามกลางดงซากุระ กิโมโน โชกุน และชินโต ในประเทศญี่ปุน สดุ ทา ยสลายเหลย่ี ม ลบมมุ จนเกดิ ความกลมกลอ มลงตวั และเรยี กตวั เอง วาเปน “เซน” เต็มรปู แบบ ทกุ วนั นพ้ี ทุ ธศาสนานกิ ายเซนเปน ทร่ี จู กั ไปทว่ั โลก โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ในสหรัฐอเมริกามีผูสนใจศึกษาเซนและมีศูนยศึกษาเซนกระจายอยูทั่วไป ยง่ิ ในยคุ โลกาภวิ ตั น เซนยง่ิ ไดร บั ความนยิ มมากขน้ึ เพราะไดค นของโลกอยา ง สตีฟ จอบส คอยเอยอางถึงและนำเอาปรัชญาเรื่องความเรียบงายจากเซน มาประยุกตใชในงานออกแบบนวัตกรรมตระกูลแอปเปล ผลจากการนี้ทำให สาวกของศาสนาแอปเปลพากนั หันมาศกึ ษาเซนเปนการใหญ หากถามวา “เซน” คืออะไร คำตอบที่งายที่สุดดูเหมือนจะมีอยูในคำ นิยามของทานโพธิธรรมผูซึ่งเปนปรมาจารยมีชื่อเสียงที่สุดของนิกายนี้ที่วา เซนคือ... “การถา ยทอดพิเศษนอกคมั ภีร ปราศจากถอ ยคำและสัญลักษณ มุงตรงสหู วั ใจของมนุษย หยั่งลกึ สธู รรมชาติเดิมแทของมนุษยแ ละพระนิพพาน”

วถิ แี หง เซนดำเนนิ ไปภายใตน ยิ ามบททง้ั สป่ี ระการน้ี คลค่ี ลายออกไป กลายเปนรูปแบบและวิธีการอีกมากมาย เชน วัดเซน ศูนยเซน ซาเซน (สมาธิภาวนา) โกอาน (ปริศนาธรรม) พิธีชงชา สวนเซน วัฒนธรรมเซน กระทั่งผลิตภัณฑสไตลเซนที่เต็มไปดวยความงายและความงามอยางไอโฟน ไอพอด ไอแพด เปนอาทิ หากเราเคยใชเทคโนโลยีเหลานี้อยูบางในชีวิต ประจำวันก็แสดงวา เราไดรับเอาวิถีแหงเซนเขามาสูชีวิตแลวทั้งโดยรูตัว และไมรูตัว และเชนเดียวกัน หากมองวาเซนกลายรางไปอยูในนวัตกรรม แหงยุคสมัยได ก็เทากับวา เซนกำลังมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงโลกดวย เชน เดยี วกนั ตน ฉบบั หนงั สอื “ชาลน ถว ย” เลม น้ี เกดิ จากการรวบรวมและเรยี บเรยี ง ขอเขียนที่วาดวยเซน ที่ผูเขียนเคยเขียนไวตางกรรมตางวาระมาประมวลไว ดวยกัน บางเรื่องเขียนไวเมื่อสิบปที่แลว บางเรื่องเพิ่งเขียนขึ้นมาใหม โดย สวนที่ถือวาเกี่ยวของกับเซนโดยตรงนาจะเปนสวนที่วาดวยนิทานปรัชญาเซน (มีมุมมองของผูเขียนประกอบดวย ซึ่งจะอานเขาคูกันกับนิทานปรัชญาเซน หรือจะอานเฉพาะตัวนิทานโดยขามมุมมองของผูเขียนไปเลยก็ได เพราะเซน ใหเสรีภาพในการตีความอยางเปนอิสระอยูแลว) นอกจากนั้นขอใหอานเปน สวนประกอบ แตก็ถือวามีความเกี่ยวของกัน เชนสวนที่เกี่ยวกับเรื่องราว ของผูนำทางจิตวิญญาณของไทยบางทาน สวนจะเกี่ยวของอยางไรก็คงตอง ท้ิงไวใ หผูอานลองเชื่อมโยงเอาเอง หวงั วา “ชาลน ถว ย” คงเปน ชาที่มรี สชาติอยูบา งไมมากก็นอ ย ว.วชิรเมธี บนรถไฟชนิ คนั เซ็นโอซากา-ฮโิ รชมิ า ประเทศญี่ปนุ ๒๗ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๕๕

พุทธศาสนานกิ ายเซน ๔ กำเนดิ ๘ ลำดบั พระสงั ฆนายก ๑๐ พระโพธธิ รรม - ปฐมาจารย์นกิ ายเซนในจนี ๑๓ เส้นทางนิกายเซน ๑๗ พืน้ ฐาน  ๕  ประการ ๒๒ ปริศนาธรรมผา่ นนทิ านเซน ๒๔ ประวตั ิของท่านเว่ยหลา่ ง ๒๙ หัวใจแหง่ คำสอนของท่านเวย่ หลา่ ง ๓๖ ประวตั ิของทา่ นฮวงโป ๓๙ หัวใจแห่งคำสอนของทา่ นฮวงโป ๔๑ วิธีการหลากหลายแต่เปา้ หมายเป็นหนง่ึ เดยี ว ๔๕ ชาล้นถว้ ย ๕๓ คำถามเกา่ แก ่ ๕๗ ผู้ควรฉนั ข้าวของชาวบ้าน ๖๑ ความเหน็   “ท่วม”  ความร ู้ ๖๕ ย่งิ กว่าเสือ ๖๙ เตา่ ในลำธาร ๗๓ คณุ ยงั ไม่วางอกี หรอื ๗๕ พรอันประเสรฐิ ๗๙ กระทบ - ไม่กระเทอื น ๘๕ ปาฏหิ ารยิ ท์ แ่ี ท้ ๘๙ ธรรมดาของธรรมชาต ิ ๙๕ ไม่เรว็ กช็ ้า...เขามาแน ่ ๙๙

มนั ถูกของมนั อย่แู ลว้ ๑๐๓ เหนอื กรอบกรงของรูปแบบ ๑๐๗ ถา้ จะรัก  ก็จงรักอย่างเปิดเผย ๑๑๓ ไก่ไม่ขัน  ตะวันไม่ข้ึน ๑๑๙ การศึกษาเร่ิมตน้   เมอื่ คน... ๑๒๕ เธอไม่ใช่มนั   มนั ก็ไมใ่ ช่เธอ ๑๒๙ ความงามของความว่าง ๑๓๕ ศลิ ปะแห่งการใหอ้ ภยั ๑๔๓ ศลิ ปะการลงจากหลังมา้ ๑๔๗ แกว้ มณีโชติรส ๑๕๓ สลายอัตตาแบบพุทธทาส ๑๖๑ ไม้บรรทดั เรยี กพ ี่ ๑๖๕ ตายแลว้ ไปไหน ๑๖๙ พระนางพญา ๑๗๓ รา้ ยกว่าเสือ ๑๗๗ คำ  ๒  คำ ๑๘๕ ศลิ ปะการนัง่ อยูใ่ นหัวใจคน ๑๙๑ ศลิ ปะการใช้คน ๑๙๗ ปศี าจกนิ ความโกรธ ๒๐๓ สัญชาตญาณแมงปอ่ ง ๒๐๙ เศรษฐีกบั สเี ขยี ว ๒๑๕ กฎทกุ กฎมขี อ้ ยกเวน้ ๒๑๙ ถือ  (ก)็   หนกั   วาง  (ก็)  เบา ๒๒๓ ด่งั เม็ดทราย ๒๒๗ ประวตั ิและผลงานว.วชริ เมธี ๒๓๒

ñ ࢌÒã¨à«¹ ૹÁÔ㪋ÍÐäÃÍ×è¹ ËÒ¡¤×ÍÁÃäÇÔ¸ÕÍѹ¹Óä»ÊÙ‹ÀÒÇÐÊÐÍÒ´ ÊÇ‹Ò§ ʧº ÊÁºÙó ÍÔÊÃÀÒ¾ ËÃ×͹Ծ¾Ò¹ Íѹ໚¹ÀÒÇÐÍØ´Á¤μÔã¹¾Ãоط¸ÈÒʹҷÕèàÃÒÃÙŒ¨Ñ¡¡Ñ¹´ÕÍÂÙ‹áÅŒÇ



¾Ø·¸ÈÒʹҹԡÒÂૹ p เซน ( 㿆 ) เปนชื่อภาษาญี่ปุนของพระพุทธศาสนา นิกายมหายาน สืบรากเหงามาจากพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย และถือกำเนิดที่ประเทศจีน จากนั้นผานมาทางเกาหลีและเขาสู ประเทศญี่ปุน โดยไดรับอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื๊อและลัทธิเตาจาก ประเทศจีนในชวงระหวางที่เผยแผมาสูญี่ปุน การฝกตนของนิกาย เซน เนน ท่กี ารน่งั สมาธิเพอื่ การรแู จง ในกลางครสิ ตศ ตวรรษท่ี ๒๐ นอกจากเซนจะเปน สาขาหนง่ึ ของพทุ ธศาสนาแลว เซนยงั เปน ปรชั ญาในการดำรงชวี ติ โดยแสดง ถึงแนวทางการใชชีวิต การทำงาน และศิลปะ ซึ่งยึดถือหลัก ปฏิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธเจา ตามหลักของอริยสัจ ๔ และมรรค ๘ เปน ทร่ี จู กั กนั ทว่ั โลก รวมถงึ เซนยงั ไดร บั การยอมรบั จากบุคคลที่ไมใชพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะอยางยิ่งบุคคลนอก ทวีปเอเชียที่สนใจในเซนสามารถศึกษาและปฏิบัติธรรมไดและ ไดเ กดิ นิกายสายยอยออกมา (ท่เี รยี กวาครสิ เตยี นเซน) 4 ªÒÅŒ¹¶ŒÇÂ

กลาวเฉพาะคำวา “เซน” (Zen) เปนคำในภาษาญี่ปุนซึ่ง มาจากภาษาจีนวา ฉาน (Ch'an) หรือการทำสมาธิ อนั ตรงกบั คำ ตนเคาในภาษาสันสกฤตวา ธฺยาน (Dhyana) สวนในภาษาอื่นที่ ตางออกไปก็มีสำเนียงเรียกขานนิกายนี้ใกลเคียงกัน และแตละคำ กม็ ีความหมายไมแ ตกตา งกัน นนั่ คือ ภาษาบาลี เรียก ฌาน ภาษาสันสกฤต เรยี ก ธยฺ าน ภาษาจีน เรยี ก ฉาน ภาษาจนี แตจ ๋ิว เรยี ก เสยี่ มจง ภาษาญี่ปนุ เรียก เซน ภาษาเกาหลี เรียก ซอน ภาษาไทย เรียก เซน ภาษาอังกฤษ เรยี ก ZEN ในพระไตรปฎกของพระพุทธศาสนาฝายเถรวาท มีพุทธ- วจนะที่แสดงใหเห็นรองรอยของคำวา “เซน” พรอมทั้งความหมาย ปรากฏอยใู นคมั ภรี ข ุททกนกิ ายธรรมบท ดงั น้ี 5

นตถฺ ิ ฌานํ อปฺ สสฺ นตถฺ ิ ปฺา อฌายิโน ยมฺหิ ฌานฺจ ปฺา จ ส เว นพิ ฺพานสนฺตเิ ก ฌาน (เซน) ไมม ีแกผูไ มมปี ญญา ปญ ญาไมม แี กผูไมม ฌี าน ฌานและปญ ญามีในผใู ด ผนู ั้นยอ มใกลพ ระนิพพาน คำวา “เซน” ก็ดี “นิกายเซน” ก็ดี “ภูมิปญญาหรือปรัชญา ของพุทธศาสนานิกายเซน” ก็ดี หากสืบคนไปถึงรากเหงา เรา ก็จะพบวาไมใชของใหมแตอยางใด โดยแทที่จริงแลว เซนคือ ปรชี าญาณทม่ี อี ยใู นพระพทุ ธศาสนาแบบเดมิ (กอ นทจ่ี ะแตกออกมา เปนนิกายตาง ๆ) ที่พระพุทธองคทรงคนพบ แลวนำมาเผยแผแก เวไนยนกิ รทง้ั โลกนั่นเอง ความแตกตางอันถือเปนลักษณะเฉพาะนั้น เปนเรื่องของ “วิธีการ” และกระบวนการในการเผยแผและการถายทอดเทานั้น เมื่อวาโดยสารัตถะ เซนก็มิใชอะไรอื่น หากคือมรรควิธีอันนำไปสู 6 ªÒÅŒ¹¶ŒÇÂ

ภาวะสะอาด สวาง สงบ สมบูรณ อิสรภาพ หรือนิพพาน อัน เปนภาวะอุดมคติในพระพุทธศาสนาที่เรารูจักกันดีอยูแลว ดัง คำของทานพุทธทาสภิกขุผแู ปลสตู รของทา นเวยหลาง ทีว่ า “พทุ ธศาสนาไมม อี ยา งอน่ื อยา งไทย อยา งแขก หรอื อยา ง ฝรั่งหรอก จะมีก็แตพุทธศาสนาอยางของพระพุทธเจาอยางเดียว เทานั้น แตวาวิธีพูด หรือวิธีบอก หรือวิธีนำใหเขาถึงนั้นตางกัน มากทีเดียว คือ ตางกันตามยุค ตามสมัย และตามถิ่น พุทธ- ศาสนาเปน เรอ่ื งของคนฉลาดอยแู ลว กจ็ รงิ แตค รน้ั เขา ไปในประเทศ จีน สมัยซึ่งคลุงไปดวยกลิ่นไอของเลาจื๊อ ขงจื๊อ ฯลฯ อยูอยาง เต็มที่ แลวจะไปพูดดวยถอยคำอยางเดียวกันกับที่จะพูดใหแก คนที่รูจักแตเพียงเลี้ยงวัวและรีดนมวัวไปวันหนึ่ง ๆ ไดอยางไรเลา ฉะนั้น ถามันมีอะไรผิดกันมากขนาดรูสึกวาหนามือเปนหลังมือ ก็ตาม มันยังเปนเร่อื งเดยี วกันอยนู ่นั เอง...” 7

¡Óà¹Ô´ p จุด กำเนิดของแนวคิดนิกายเซนเกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล เมื่อ พระผูมีพระภาคเจาประทับนั่งพรอมกับบรรดาภิกษุอยูที่ภูเขา คชิ ฌกฏู ทา วมหาพรหมไดม าเขา เฝา และถวายดอกไมเ ปน พทุ ธบชู า แดพ ระองค พรอ มกนั นก้ี ไ็ ดก ราบทลู อาราธนาพระองคใ หท รงแสดง พระธรรมเทศนาดวย พระผูมีพระภาคทรงรับดอกบัวนั้นแลวทรงชูขึ้น และ ทอดพระเนตรดอกบัวนั้นดวยอาการนิ่งเงียบอยางยิ่ง มิไดตรัส เทศนาวาอยางไร ที่ประชุมไมมีผูใดเขาใจความหมาย นอกจาก พระมหากัสสปเถระรูปเดียวเทานั้น ที่ยิ้มนอย ๆ อยู พระศาสดา จึงตรัสวา “ดูกอน กัสสปะ ตถาคตมีธรรมจักษุครรภอันถูกตองและ นิพพานจิต ลักษณะที่แทจริงยอมไมมีลักษณะไดมอบไวใหแก เธอแลว ” พระพทุ ธวจนะในเหตกุ ารณน ไ้ี ดร บั การกลา วขานกนั วา เปน 8 ªÒÅŒ¹¶ŒÇÂ

บอเกิดแหงพุทธศาสนานิกายเซน และการที่พระพุทธองคทรง สง ผา นคำสอนแกท า นกสั สปะ (ซง่ึ แสดงออกดว ยการยม้ิ ออกมานน้ั ) ก็ถือเปนการถายทอดคำสอนพิเศษนอกคัมภีรเปนครั้งแรก โดย ไมอาศัยตัวอักษรใด ๆ ซึ่งเปนลักษณะเฉพาะของนิกายเซนที่รับรู กนั โดยทวั่ ไปน่นั เอง เพราะฉะนั้น นิกายนี้จึงนับถือพระมหากัสสปเถระวาเปน ปฐมาจารย และถือวาเปนนิกายวิปสสนาโดยเฉพาะ ไมตองอาศัย ตัวหนังสือหรือปริยัติธรรมใด ๆ ไมอยูในกรอบแหงคำพูดใด ๆ แตชี้ตรงไปยังจุดของจิตใจ เพราะฉะนั้นบางทีจึงมีนามเรียกวา “การเผยแผนอกคำสอน” การที่พระมหากัสสปะผูมีความเปนเลิศในทางปญญาไดรับ สงั ฆาฏจิ วี รของพระพทุ ธองค ทำใหเ กดิ ธรรมเนยี มการสง มอบ จวี ร สังฆาฏิ และบาตร ซึ่งถือเปนสัญลักษณในการสืบทอดตำแหนง พระสังฆปรณิ ายกของนิกายเซน 9

ÅӴѺ¾ÃÐÊѧ¦¹Ò¡ p นบั ตง้ั แตท พ่ี ระมหากสั สปเถระไดเ ปน ปฐมาจารยข องนกิ าย กลา ว กันวา ในอินเดียมีพระสังฆปริณายกของนิกายเซนซึ่งสืบเนื่องกัน ไมข าดสายโดยการมอบหมายตำแหนง ใหก นั ถงึ ๒๘ รปู พระอริย- สงฆสาวกผูซึ่งไดรับการถายทอดชี้ธรรม ดวยวิถีแหงจิตสูจิต แตละรุนจะไดรับมอบบาตร จีวร สังฆาฏิ เปนสัญลักษณสำคัญ ของตำแหนง การถายทอดธรรมดังกลาวมีพระอริยเจาแตละสมัยรับชวง สบื ทอดกนั ลงมาโดยลำดับดังน้ี ๑. พระมหากัสสปเถระ ๒. พระอานนทเถระ ๓. พระสันนวสะเถระ ๔. พระอปุ คปุ ดเ ถระ ๕. พระธรติ กเถระ ๖. พระมจั ฉกะ ๗. พระวสมุ ติ รเถระ ๘. พระพุทธนันทเิ ถระ 10 ªÒÅŒ¹¶ŒÇÂ

๙. พระพทุ ธมิตรเถระ ๑๐. พระปารศวะเถระ ๑๑. พระปุณยยศสั เถระ ๑๒. พระอัศวโฆษ มหาโพธิสัตว ๑๓. พระกบิลเถระ ๑๔. พระนาคารชนุ มหาโพธสิ ัตว ๑๕. พระคณุ เทวเถระ ๑๖. พระราหุลตเถระ ๑๗. พระสงั ฆนันทิเถระ ๑๘. พระสงั ฆยศัสเถระ ๑๙. พระกมุ ารตเถระ ๒๐. พระชยเถระ ๒๑. พระวสพุ ันธเุ ถระ ๒๒. พระมนรู เถระ ๒๓. พระฮักเลนยศัสเถระ ๒๔. พระสินหเถระ ๒๕. พระวสอิ สติ เถระ ๒๖. พระปุณยมติ รเถระ ๒๗. พระปรชั ญาตาระ ๒๘. พระโพธธิ รรม จนมาถงึ สมยั ขององคท ่ี ๒๘ คอื พระโพธธิ รรม (ตก๊ั มอ โจวซอื ) ทา นไดน ำคตขิ องนิกายนม้ี าเผยแผส ่ังสอนในประเทศจีน 11



พระโพธิธรรม-ปฐมาจารย์นิกายเซนในจีน p “พระ โพธธิ รรม”  (ชอ่ื ไทย)  หรอื  “ตะโม  ภกิ ข”ุ   (ชอ่ื อนิ เดยี )  หรอื   ท่าน “ตั๊กม้อ”  (ชื่อจีน)  เป็นพระภิกษุชาวชมพูทวีป  (อินเดีย)  ท่าน  เกิดเมื่อราว พ.ศ. ๑๐๑๓  เป็นโอรสองค์ที่  ๓  ของพระเจ้าแผ่นดิน  แควน้ คนั ธารราษฎร ์ ประเทศอนิ เดยี   (ใกลเ้ มอื งมทั ราสหรอื เจนไนใน  อนิ เดยี ปจั จบุ นั )  มนี ยั นต์ าสฟี า้   ตง้ั แตอ่ ายยุ งั เยาว ์ ทรงปราดเปรอ่ื ง  และแตกฉานในคัมภีร์ของทุกศาสนาและวรรณคดีอักษรศาสตร์  โบราณ  เปน็ ปราชญแ์ หง่ ยคุ   เมอ่ื พระบดิ าสน้ิ พระชนม ์ พวกพช่ี าย  แย่งราชสมบัติกัน  ท่านจึงเกิดความเบื่อหน่าย  จึงไปศึกษาแสวง  ธรรมอยู่กับ พระปรัชญาตาระเถระ  ผู้เป็นสังฆปริณายกองค์ที่  ๒๗  แห่งนกิ ายเซน  พระปรัชญาตาระได้หยิบลูกแก้วยกขึ้นให้ท่านโพธิธรรม  ดูเป็นปริศนา  ท่านก็บังเกิดความรู้แจ้งในธรรมจึงอุปสมบทเป็น  พระภิกษุ  พระปรัชญาตาระเถระได้เรียกประชุมคณะสงฆ์และ  ประกาศมอบบาตร  จีวร  สังฆาฏิ  และถ่ายทอดธรรมทั้งหมด 

ของพระสัมมาสัมพุทธเจา ใหทานโพธิธรรมเปนพระสังฆปริณายก องคท ่ี ๒๘ พรอ มทง้ั สง่ั ใหท า นโพธธิ รรมนำวถิ ธี รรมของพระพทุ ธเจา เผยแผส ปู ระเทศจีน เมื่อทานโพธิธรรมไดจาริกมาสูประเทศจีน และไดเขาพบ สนทนาธรรมกบั พระเจา เหลยี งบเู ตแหง ราชวงศเ หลยี ง พระโพธธิ รรม ถูกพระจักรพรรดิถามถึงผลานิสงสของบุญกิริยาหลายอยางหลาก ประการทพี่ ระองคทรงส่งั สมมาเปน อนั มากวา เปนประการใด “ตั้งแตขาพเจาครองราชยมา ไดสรางวัดวาอาราม โบสถ วหิ าร และพระคมั ภรี ม ากมาย อกี ทง้ั อนญุ าตใหผ คู นไดบ วช โปรย ทาน ถวายภัตตาหารเจแดพระภิกษุสงฆ ตลอดจนทะนุบำรุง พระศาสนามากมาย ไมทราบวาจะไดรบั กุศลมากนอยเพยี งใด” พระโพธธิ รรมตอบวา “ไมไดบญุ กศุ ลอะไรเลย” พระจักรพรรดิเองไมทรงเขาพระทัยวาที่ทานโพธิธรรมตอบ เชนนั้นหมายความวาอยางไร ทานโพธิธรรมก็ดูเหมือนจะไมได อรรถาธิบายใหลึกซึ้งลงไปยิ่งกวานั้น แตหากเราพอมีพื้นความรู เกี่ยวกับพุทธศาสนาอยูบางแลว ก็คงจะไมแปลกใจในคำตอบของ ทานโพธิธรรม เพราะในทัศนะของเซนหรือปรัชญาสำนักมาธยมิก และ/หรอื แมแ ตห ลกั คำสอนระดบั ปรมตั ถใ นพระพทุ ธศาสนากส็ อน เรื่อง “สุญญตา” หรือ “ความวาง” เอาไวไมนอย เมื่อสรรพสิ่งเปน 14 ªÒÅŒ¹¶ŒÇÂ

“สุญญตา” อยาวาแตบุญกุศลจะไมมีเลย แมแตผูทำบุญกุศลเอง ก็ไมม ี หลงั จากมปี ญ หาทางการสอ่ื สารกบั พระจกั รพรรดเิ หลยี งบเู ต กลา วกนั วา พระโพธธิ รรมเดนิ ทางตอ ไปยงั วดั เสา หลนิ (หรอื อกี ชอ่ื คือ วัดเสี้ยวลิ้มยี่) ณ ภูเขาซงซัว และพำนักเผยแผพุทธศาสนา ในแบบของทานอยูที่วัดนี้ วิธีการของทานก็คือการนั่งสมาธิเงียบ หรือปลีกวิเวกอยูเดียวดาย โดยไมนิยมปริปากสอนใคร แตการที่ ทา นปฏบิ ตั เิ ชน นม้ี ไิ ดห มายความวา ทา นมไิ ดส อน การนง่ั สมาธอิ ยา ง สงบนแ่ี หละคอื การสอน และวธิ กี ารเชน นแ้ี หละคอื “ปจ จตั ตลกั ษณ” อนั โดดเดนของวิธีการสอนแบบเซนประการหนงึ่ ทานโพธิธรรมนั่งสมาธิผินหนาเขาฝาอยูถึง ๙ ป และได มอบหมายธรรมใหแ กฮยุ คอ จนสำเรจ็ เปน นกิ ายเซนขน้ึ กลา วไดว า นอกจากทานจะเปนผูนำพุทธศาสนานิกายเซนมาถือปฏิสนธิและ ลงหลกั ปก ฐานในผนื แผน ดนิ จนี อยา งแนน แฟน แลว ทา นยงั มฐี านะ เปนพระสังฆปริณายกองคที่หนึ่งของพุทธศาสนานิกายนี้ที่มีตน กำเนดิ ในจีนอีกดว ย นอกจากทานโพธิธรรมจะเปนเจาอาวาสคนแรกแหงวัด เสา หลนิ แลว ไมเ พยี งแตค วามรใู นทางธรรมเทา นน้ั ทา นยงั มคี วาม สามารถดานเชิงหมัดมวยเชนกัน เนื่องจากในชวงแรกวัดเสาหลิน 15

ตั้งอยูในปาที่เต็มไปดวยสัตวราย และการที่บรรดาพระผูฝกตน ตองนั่งสมาธินาน ๆ โดยไมไดมีการเคลื่อนไหวรางกาย จึงสงผล ตอสุขภาพไดงาย ทานยังจึงคิดเพลงหมัดมวยขึ้นมาเพื่อใชออก กำลงั กาย และใชป อ งกนั ตวั จากสตั วป า และนน่ั กน็ บั เปน ตน กำเนดิ ของกังฟเู สาหลนิ อันลอื ลั่นในปจ จุบัน 16 ªÒÅŒ¹¶ŒÇÂ

ท ผลงานของว.วชิรเมธ ี จดั พมิ พโ์ ดยสำนกั พิมพ์ปราณ กเิ ลส Management กเิ ลส Management 2012 หากโลกาวินาศ ปกแข็ง (Limited Edition) ปกอ่อน ไทยท้งั ชาติจะรับมืออย่างไร ชาล้นถ้วย เรามีเวลาจำกัด กา้ วไปให้ถงึ รักแท ้ หน่งึ คนตาย ล้านคนต่ืน เรียนรู้ทกุ ข์ เปลยี่ นเคราะห์ใหเ้ ปน็ โชค ไดส้ ุขเปน็ กำไร เปลยี่ นโรคใหเ้ ปน็ คร ู

มองลึก นึกไกล ใจกวา้ ง ความทุกข์มาโปรด คิดถกู โปร่งใส ใจสงู ความสขุ โปรยปราย รู้ก่อนตาย สง่ิ ทส่ี ูงกวา่ เงิน ถามจากสมอง ไมเ่ สยี ดายชาตเิ กดิ ตอบจากหวั ใจ ลายแทงแหง่ ความสุข คมคำธรรมออนไลน ์ คนดลใจ

ติดตามผลงานของ ว. ว ชิ ร เ ม ธี พร้อมทั้งประวัติและภารกิจอย่างละเอียดได้ที่ www.dhammatoday.com http://www.facebook.com/v.vajiramedhi http://twitter.com/vajiramedhi บคุ คลหรอื องค์กรใดสนใจส่ังซื้อหนงั สอื เล่มนจี้ ำนวนมากในราคาพิเศษ เพือ่ แจกจ่ายในงานสาธารณกศุ ลต่าง ๆ  หรือบรจิ าคใหว้ ัด  ห้องสมุด  โรงเรียน  เดก็ และเยาวชน โปรดตดิ ต่อ  บรษิ ทั   ปราณ  พับลชิ ชงิ่   จำกดั   ๙๕/๘  ซอยแกว้ อินทร์  ถนนกาญจนาภเิ ษก  ตำบลเสาธงหิน  อำเภอบางใหญ่  จังหวดั นนทบรุ  ี ๑๑๑๔๐ โทรศัพท ์ ๐-๒๑๙๕-๐๕๘๑  โทรสาร  ๐-๒๑๙๕-๐๕๘๒  E-mail:  [email protected] www.pranbook.com

เซน  เป็นแขนงหนึ่งของพุทธศาสนาที่แตกหน่อต่อใบออกไปจากอินเดีย ผ่านจีน  ไปเจริญงอกงามอยู่ท่ามกลางดงซากุระ  กิโมโน  โชกุน  และชินโต  ใน ประเทศญป่ี นุ่   สดุ ทา้ ยสลายเหลย่ี ม  ลบมมุ   จนเกดิ ความกลมกลอ่ มลงตวั   และ เรียกตัวเองว่าเป็น  เซน  เต็มรูปแบบ ทุกวันนี้  พุทธศาสนานิกายเซนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก  ยิ่งในยุคโลกาภิวัตน ์ ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น  เพราะได้คนของโลกอย่าง สตีฟ  จอบส์  คอย เอ่ยอ้างถึง  และนำเอาปรัชญาเรื่องความเรียบง่ายมาประยุกต์ใช้ในงานออกแบบ นวัตกรรมตระกูลแอปเปิล  ทำให้สาวกของศาสนาแอปเปิลพากันหันมาศึกษา เซนเป็นการใหญ่ หากถามว่า เซน คืออะไร  คำตอบที่ง่ายที่สุดดูเหมือนจะมีอยู่ในคำนิยาม ของทา่ นโพธธิ รรมทวี่ า่   เซน  คือ... “การถ่ายทอดพิเศษนอกคัมภีร์ ปราศจากถ้อยคำและสัญลักษณ์ มุง่ ตรงสูห่ วั ใจของมนุษย์ หยง่ั ลกึ ส่ธู รรมชาตเิ ดมิ แท้ของมนุษย์  และพระนพิ พาน” หมวดหศมาวสดนศาา/สธนราร/มธะปรระมยะกุ ปตระยกุ ต *4#/ *4#/ ออกแบอบปอกแบบปแกดนชัยแดวนรชรัยณวศริ ร�มณงคศลิร�มงคล ภาพปกภาพปก ชัยณรชงัยคณ วร�รง�ยคา นวน�รท�ย านนท 139 บาท


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook