ขุนนิพทั ธ์จีนนคร ผู้บุกเบกิ หาดใหญ่ยุคแรกสุด อุทศิ ทด่ี ิน...พฒั นาจากป่ าสู่เมืองใหญ่ รวมรวบเน้ือหาโดย.. หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอหาดใหญ่ ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอหาดใหญ่
คานา ขุนนิพทั ธ์จนี นครเป็ นบุคคลทม่ี สี ่วนในการสร้างสรรค์ ความเจริญก้าวหน้าให้แก่เมืองหาดใหญ่ มีหลกั ฐานบนั ทกึ และ เรื่องเล่าเป็ นตานานมาอย่างยาวนาน น่าสนใจศึกษา การจัดทาหนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ (E-book) ขุนนิพทั ธ์ จีนนครผ้บู ุกเบกิ หาดใหญ่ยคุ แรกสุด เป็ นการรวบรวมข้อมูล เร่ืองราวคุณูปการทเ่ี กดิ ขึน้ ในหาดใหญ่ โดยมวี ตั ถุประสงค์เพ่ือ ใช้เป็ นแหล่งศึกษาค้นคว้าแก่บุคคลทวั่ ไป ทส่ี นใจ ทุกเพศ ทุกวยั อย่างไม่จากดั เวลาและสถานที่ ผู้จัดทาหวงั เป็ นอย่างยง่ิ ว่า หนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ (E- book) ขุนนิพทั ธ์จีนนครผู้บุกเบกิ หาดใหญ่ยุคแรกสุด เล่มนี้ จะ เป็ นประโยชน์ ต่อผ้มู คี วามสนใจ ในการศึกษาข้อมูล หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอหาดใหญ่ กศน.อาเภอหาดใหญ่ จงั หวดั สงขลา เมษายน 2563
ขุนนิพทั ธ์จีนนคร เม่ืออายไุ ด้ 19 ปี หนุ่มจีนจากมณฑลกวางตุง้ โดยสารเรือญ่ีป่ ุนเขา้ มาถึงบางกอก ต่อมาจึงเป็นลูกจา้ งในบริวาทรับเหมาสร้างทางรถไฟ สายใต้ ในแผน่ ดินพระพทุ ธเจา้ หลวง ประวตั ิศาสตร์ทอ้ งถิ่นเก่ียวกบั การต้งั ถ่ินฐานและการขยายตวั ของชุมชนหาดใหญ่ จึงเริ่มตน้ ข้ึน อยา่ งน่าอศั จรรย์ ซ่ึงจะตอ้ งบนั ทึกไวใ้ นประวตั ิศาสตร์ไทยร่วมสมยั ธรรมชาติสร้างใหม้ นุษยเ์ กิดมาคลา้ ยคลึงกนั แต่ฐานะของมนุษยก์ ลบั แตกต่างกนั ไป เฉกเช่นเดียวกบั วถิ ีชีวติ ของบุคคลผหู้ น่ึงท่ีตอ้ งจาก แดนไกลมาอยา่ งเดียวดายจากดินแดนอนั ไกลโพน้ ขา้ มน้าขา้ มทะเล มายงั ดินแดนใหม่ต่อสูก้ บั ความยากลาบาก บุกป่ าฝ่าหนาม ดว้ ยความ ขยนั ขนั แขง็ และความปรีชาสามารถเฉพาะตนบวกกบั มีสายตาอนั กวา้ งไกลบุกเบิกแหล่งรกร้างทาคุณประโยชน์แก่ชุมชนอยา่ งยงิ่ ใหญ่ เป็นประจกั ษห์ ลกั ฐานวา่ ท่านไดว้ างรากฐานอนั มนั่ คงท้งั ในดา้ น การศึกษา การกีฬา สถานที่สาหรับคนเกิด แก่ เจบ็ ตาย อยา่ งสมบูรณ์ เพือ่ มวลชนอยา่ งแทจ้ ริง ยากนกั ที่จะหาบุคคลใดเสมอเหมือนในดา้ น การเสียสละเพอ่ื ส่วนรวมเช่นน้ีได้ อีกท้งั ยงั เป็นผรู้ ิเริ่มวางผงั เมือง และพฒั นาเมืองหาดใหญจ่ นไดก้ ลายเป็นเมืองใหญ่เมืองหน่ึงของ ประเทศไทย ชีวติ ท่ีน่าศึกษาควรแก่การยกยอ่ งนบั ถือของท่านผนู้ ้ีคือ ท่านขนุ นิพทั ธจ์ ีนนคร (เจียกีซี) ตน้ ตระกลู จิระนคร
จากจีนถงึ บางกอก ท่านขนุ นิพทั ธ์จีนนคร หรือนายเจยี กซี ี เกิดเม่ือวนั ท่ี 31 ตุลาคม พ.ศ. 2429 ที่บา้ น ตาบลจูไฮ อาเภอเหมยเซี่ยน มณฑลกวางตุง้ ประเทศจีน ท่านเป็นบุตรคนท่ี 4 ใน จานวนพน่ี อ้ ง 6 คน ของนายเจียซุน้ หล่ิน และนางหล่ิมคอนกู เป็นหลานป่ ูของ นายเจียหยนุ่ ฟอง และคุณยา่ แซ่หยอ่ ง ตน้ สายตระกลู เจีย เช้ือสายเจียพกุ่ ลุ่กของนายเจียกีซี (ขนุ นิพทั ธ์ฯ) เกิดข้ึนท่ีอาเภอ เหมยเซี่ยน มณฑลกวางตุน้ ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 1821 จากการนาของนายทหาร แซ่เจีย ประจากองของขนุ พลหวนุ่ เทียนเสียงซ่ึงยกทพั จากมณฑลกงั ไสนาทหาร บุกเขา้ โจมตีอาเภอเหมยเซี่ยนซ่ึงตกเป็นเมืองข้ึนของชาวมองโกลในปี พ.ศ. 1820 เป็นผลสาเร็จในปลายสมยั ราชวงศซ์ ่ง ปี ถดั มา (พ.ศ. 1821) นายทหารเจียพกุ่ ลกุ่ หรือเจียซิน ไดร้ ับแต่งต้งั ใหด้ ารงตาแหน่งผปู้ กครองอาเภอ เหมยเซี่ยนแต่น้นั มา ท่านไดส้ ืบเช้ือสายตระกลู เจียไวห้ ลายรุ่นจนถึงเหลนรุ่นที่ 11 ไดแ้ ยกครอบครัวออกไปต้งั รกรากที่ตาบลจูไฮ สืบลูกหลานถึงรุ่นท่ี 20 คือนาย เจียซุน้ หล่ิน จึงไดใ้ หก้ าเนิดนายเจียกีซี (ขนุ นิพทั ธ์ฯ) พร้อมท้งั พ่ีนอ้ งชายหญิงอีก 5 คน ต่อมาภายหลงั บิดามารดาและพี่ชายนอ้ งชายของนายเจียกีซีไดอ้ พยพมาอยทู่ ่ี แผน่ ดินสยามท้งั หมด ขนุ นิพทั ธ์ฯ ในวยั เยาวไ์ ดร้ ับการอบรมศึกษาจากคุณป่ ูซ่ึงเป็นอาจารยม์ าอยา่ งดี เม่ือคุณป่ ูสิ้นชีวติ ลง บิดาของขนุ นิพทั ธ์ฯ ไดเ้ ดินทางไปประกอบอาชีพส่วนตวั ท่ี เมืองซินปูฮี เมื่อขนุ นิพทั ธ์ฯ มีอายไุ ด้ 17 ปี ไดเ้ ดินทางไปท่ีเมืองซินปูฮี เพอื่ ช่วย บิดาทากิจการจนกระทงั่ มีอายไุ ด้ 19 ปี จึงไดต้ ดั สินใจอพยพถิ่นฐานมาทามาหากิน บนผนื แผน่ ดินสยาม ในปี พ.ศ. 2447 ขนุ นิพทั ธ์ฯ เดินทางมากบั เรือของบริษทั ญี่ป่ ุนขนาดระวาง 1,000 ตนั กร๊อส บรรทุกผโู้ ดยสาร 500 คน เสียค่าโดยสารคนละ 5 เหรียญ แออดั ยดั เยยี ดรอนแรมในทะเลเป็นเวลา 7 วนั 7 คืนจึงเขา้ เทียบท่าบางกอก
แรกเริ่มทางานในบางกอก เม่ือถึงแผน่ ดินสยามแลว้ ขนุ นิพทั ธ์ฯ ไดเ้ ขา้ ทางานท่ีร้านจาหน่ายสุราต่างประเทศ (ยหี่ อ้ เตก็ เฮงไท)้ ที่บางกอกของนายหยอ่ งเฮ้ียงซิ้วผเู้ คยเป็นศิษยข์ องคุณป่ ูขนุ นิพทั ธ์ ฯ ขนุ นิพทั ธ์ฯ ทางานอยทู่ ี่ร้านจาหน่ายสุราไดร้ ะยะหน่ึงกล็ าออกไปเผชิญโชคดว้ ย ตนเอง บางกอกในปี พ.ศ. 2448 เป็นยคุ ของการปฏิรูปการปกครอจดั กระทรวงทบวงกรม ใหม่ ท้งั ในดา้ นการชลประทาน การรถไฟ การเกษตร การต้งั โรงไฟฟ้า กรมไปรษณียโ์ ทรเลข การประปา ฯลฯ ต่อมาในปี พ.ศ. 2452 สมเดจ็ พระปิ ย มหาราชเจา้ มีพระบรมราชโองการใหส้ ร้างทางรถไฟสายเพชรบุรีจรดชายแดน ภาคใต้ ขุนนิพทั ธ์ฯ ได้สมคั รเข้าทางานกบั บริษัทรับเหมาสร้างทางรถไฟสายนีโ้ ดย รับหน้าทเี่ ป็ นผู้ตรวจการและผู้จัดการทว่ั ไป งานสร้างทางรถไฟสายใตใ้ นสมยั น้นั เป็นไปอยา่ งยากลาบาก ปักษใ์ ตย้ งั มีพลเมือง นอ้ ย เป็นป่ าทึบเตม็ ไปดว้ ยไขป้ ่ า บางแห่งเป็นท่ีล่มุ น้าข้ึนสูง ขนุ นิพทั ธ์ฯ ตอ้ งทา หนา้ ท่ีควบคุมงานถางป่ าใหเ้ ป็นแนวกวา้ งประมาณ 40 เมตรเพอ่ื เป็นแนวทางการ ลงดิน ลงหินสาหรับวางรางรถไฟ เน่ืองจากงานสร้างทางรถไฟมีระยะทางยาว หลายร้อยกิโลเมตร จึงตอ้ งแบ่งงานออกเป็นช่วงๆ ช่วงละ 30 กิโลเมตร แต่ละช่วง มีโรงงานขนาดใหญ่กวา่ 10 แห่ง มีคนงานช่วงละ 200 คน มีนายช่างชาวอิตาลีเป็น ผดู้ าเนินการทางเทคนิคพร้อมผชู้ ่วยชาวเอเชียอีก 2 คน คนงานสร้างทางรถไฟส่วนใหญ่เป็นชาวจีนหลายภาษา จึงตอ้ งแบ่งหนา้ ท่ีการงาน โดยใหช้ าวจีนแคะมีหนา้ ท่ีบุกเบิกถางป่ า ชาวจีนแตจ้ ิ๋วทาหนา้ ท่ีโกยดินถมทางให้ สูงประมาณ 4.5 เมตร ชาวจีนกวางตุง้ ทาหนา้ ท่ีโรยหินบนดินที่ถมไว้ เพื่อเป็น แนวทางรถไฟ บางคร้ังงานที่ทาเสร็จเรียบร้อยแลว้ ถกู น้าป่ ากดั เซาะทลายกต็ อ้ ง เริ่มตน้ งานใหม่อีก ตลอดเสน้ ทางการสร้างทางรถไฟสายใตน้ ้ีตอ้ งใชค้ นงาน ท้งั หมดหลายพนั คน
ในการสร้างทางรถไฟสายใตน้ ้ี รัฐบาลพระปิ ยมหาราชเจา้ ไดก้ เู้ งินจากองั กฤษเพอื่ การน้ี โดยเฉพาะ วสั ดุก่อสร้างต่างๆ กระทาสาเร็จรูปมาจากองั กฤษ การสร้างสะพานทางรถไฟ กต็ อ้ งปูนซีเมนตม์ าก่อเป็นฐานสะพานแลว้ จึงส่งสะพานสาเร็จรูปซ่ึงทามาจากองั กฤษมา วางใหพ้ อดี ขนาดของสะพานเหลก็ น้ีมีต้งั แต่ 30 ตนั ถึง 80 ตนั การลาเลียงปูนซีเมนต์ และรางเหลก็ จากเรือเดินสมทุ รขนาดใหญ่ตอ้ งลาเลียงโดยทางน้าและทางบกเป็ นทอดๆ ไป จนถึงอาเภอและจงั หวดั ตา่ งๆ ระหวา่ งการสร้างทางรถไฟสายใตน้ ้ี ไดส้ ร้างมาถึงสถานที่แห่งหน่ึงเรียกวา่ “บ้านนา้ น้อย” (อยคู่ ร่ึงทางระหวา่ งหาดใหญ่-สงขลา) บา้ นน้านอ้ ยหรือตาบอลน้านอ้ ยในสมยั ก่อนมีความเจริญมาก การปกครองข้ึนกบั เมือง สงขลา มีแหลง่ แร่ดีบุกและแร่เหลก็ มากมาย ขนุ นิพทั ธฯ์ ไดล้ าออกจากงานแลว้ นง่ั เกวยี น ไปสงขลา ต้งั ใจจะพานกั อยทู่ ่ีสงขลา แต่กลบั ถูกขโมยข้ึนบา้ นกวาดทรัพยส์ ินไปเกือบ หมด ท่านจึงตอ้ งเช่าเรือจากสงขลาลอ่ งเรือยอ้ นกลบั ไปพทั ลงุ เพอื่ ไปหานายชีจ้ือถิ่น ที่ จงั หวดั ตรัง ซ่ึงเป็นผรู้ ับเหมาสร้างทางรถไฟสายน้นั ขุนนิพทั ธ์ฯ จงึ ได้รับมอบหมายงาน จากนายชีจื้อถิ่น ให้เป็ นผ้คู วบคุมงานสร้างทางรถไฟสายทุ่งสงเป็ นเวลา 1 ปี ในปี พ.ศ. 2453 ท่านไดแ้ ตง่ งานกบั คุณเล่ียน แซ่ฮิว ซ่ึงเป็นคนอาเภอร่อนพิบูลย์ จงั หวดั นครศรีธรรมราชไดใ้ หก้ าเนิดบุตรชาย 2 คน หญิง 1 คน ต่อมาไดย้ า้ ยมาอยทู่ ี่หาดใหญ่ และไดใ้ หก้ าเนิดบุตรชายหญิงอีก 7 คน รวมท้งั หมด 10 คน แตเ่ ดิมท่านมีภรรยาจากเมืองจีนแลว้ หน่ึงคน เนื่องจากตอ้ งเสี่ยงโชคมายงั ดินแดนสยาม ในสมยั น้นั จึงไมไ่ ดพ้ าภรรยามาดว้ ย แตไ่ ดเ้ ดินทางตามมาในปี พ.ศ. 2457 มาอยทู่ ่ี หาดใหญก่ บั ขนุ นิพทั ธ์ฯ จวบจนปี พ.ศ. 2459 จึงไดใ้ หก้ าเนิดบุตรชายกบั นางจุงซอ้ นยนิ 1 คน คือ นายจิระนครที่บา้ นริมคลอง อตู่ ะเภาขา้ งที่วา่ การอาเภอหาดใหญ่ บุตรชายหญงิ ของขนุ นิพทั ธ์ฯ ท้งั 11 คน คือ 1. นายสุกิตต์ิ จิระนคร 2. นายสุธรรม จิระ นคร 3. นางอมั พา จูตระกลู 4. นายกี่ จิระนคร 5. นางชูจิตร ชูจิตรบุตร 6. นาง จินตนา แซ่ฉว่ั (ถึงแก่กรรม พ.ศ. 2505) 7. นางจุรีย์ ตนั พานิช 8. นางมาลี จิระนคร 9. นายนิพทั ธ์ จิระนคร (ถึงแก่กรรม พ.ศ. 2521) 10. นางกรองกาญจน์ สินสกลุ 11. นายกิตติ จิระนคร
รับเหมาสร้างทางรถไฟ ในปี พ.ศ. 2453 ขนุ นิพทั ธ์ฯไดร้ ับงานเหมาสร้างทางรถไฟช่วงพทั ลุงถึงร่อนพบิ ูลย์ ซ่ึงมีช่องเขาอนั กนั ดารเป็นป่ าทึบ ท่านรับเหมางานขดุ ดินเจาะอโุ มงคล์ อดเขาจากนาย ชีจือถ่ิน ซ่ึงเป็นผรู้ ับเหมาต่อจากบริษทั ต่างประเทศอีกทอดหน่ึง ก่อนหนา้ น้ีเคยมี บริษทั เบอร์ลี่ยคุ เกอร์ จากดั รับเหมาขดุ ดินเจาะอโุ มงคอ์ ยกู่ ่อนแลว้ แต่คนงานรุ่น แลว้ รุ่นเล่านบั ร้อย ๆ คนตอ้ งประสบกบั ความตายมากมาย เนื่องจากเป็นช่องเขาอนั กนั ดาร เม่ือขนุ นิพทั ธ์เขา้ รับเหมางานน้ี ไดใ้ ชค้ วามสุขมุ รอบคอบในการควบคุมงาน อยา่ งเตม็ ท่ี จนสามารถขดุ อุโมงคเ์ สร็จไดต้ ามกาหนดเวลา หรือที่ทราบกนั ในปัจจุบนั น้ีคือชุมทางเขาชุมทอง หลงั จากน้นั ท่านจึงเขา้ ควบคุมเสน้ ทางรถไฟสายฉวาง-ทุ่งสง ต่ออีก 4 ปี เม่ือเสร็จจากงานรับเหมาช่วงฉวาง-ทุ่งสงแลว้ ท่านรับเหมาสร้างทางรถไฟช่วงต่อไป อีก และไดม้ าสิ้นสุดที่สถานีอตู่ ะเภา ซ่ึงต้งั อยแู่ ถบคลองอู่ตะเภา ห่างจากที่วา่ การ อาเภอหาด ใหญ่ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ชุมทางสถานีอู่ตะเภาเป็นเสน้ ทางรถไฟสาย หาดใหญ่ในสมยั ก่อน ปัจจุบนั ใชเ้ ป็นเพยี งท่ีหยดุ รถไฟ ขนุ นิพทั ธ์ฯ รับเหมาสร้างทางรถไฟช่วงต่อไปอีกที่อาเภอโคกโพธ์ิจงั หวดั ปัตตานี เป็นเวลาหลายปี เสร็จจากงานที่อาเภอโคกโพธ์ิแลว้ ท่านกลบั มารับงานซ่อมทาง รถไฟสายอ่ตู ะเภา-สงขลา ซ่ึงถูกน้าท่วมทางขาดอีก ระหวา่ งการซ่อมทางรถไฟสายน้ี ท่านตอ้ งพกั อาศยั ไปๆ มาๆ ระหวา่ งตาบลน้านอ้ ย-อตู่ ะเภา ยามวา่ งจากงานกอ็ อก สารวจหาแหลง่ แร่ดีบุกท่ีเขาวงั พา ตาบลทุ่งตาเสาและตาบลท่าชา้ ง ซ่ึงเป็นป่ าทึบอยู่ ในเขตอาเภอหาดใหญ่ บางคร้ังตอ้ งคา้ งคืนในป่ าเพื่อการคน้ หาแหล่งแร่ เป็นอยเู่ ช่นน้ี จนเกือบจะตลอดชีวิตของท่าน จนในบ้นั ปลายของชีวิต ท่านไดท้ ิ้งมรดกการทา เหมืองแร่ใหก้ บั ลูกหลานไดร้ ับช่วงต่อมา งานสร้างทางรถไฟสายใตจ้ ากเพชรบุรีจรดสุดสายชายแดนภาคใต้ เสร็จสิ้นลงดว้ ยดี สถานีสุดทา้ ยสุดชายแดนคือ สถานีสุไหงโกลกและสถานีปาดงั เบซาร์
บ้านหาดใหญ่และ “ถนนเจยี กซี ี” พ.ศ. 2455 เสร็จจากงานรับเหมาสร้างทางรถไฟแลว้ ขนุ นิพทั ธฯ์ ไดม้ าต้งั บา้ นเรือนอยู่ ท่ีริมคลองอ่ตู ะเภา ขา้ งที่วา่ การอาเภอหาดใหญ่ เนื่องจากแถบสถานีรถไฟอู่ตะเภาเป็นที่ลมุ่ น้าท่วมเป็นประจา ขนุ นิพทั ธฯ์ ผมู้ ีนิสัย ชอบบุกป่ าฝ่ าดงจึงทาการออกสารวจหาพ้ืนที่ที่เหมาะสมสาหรับการปลูกสร้าง บา้ นเรือน จนพบป่ าตน้ เสมด็ แห่งหน่ึง มีผคู้ นอาศยั อยบู่ า้ ง เป็นป่ าบริเวณโดยรอบ หมู่บา้ นตา่ งๆ เช่น บา้ นหาดใหญ่ และบา้ นโคกเสมด็ ชุน ป่ าตน้ เสมด็ แห่งน้ีอยหู่ ่างจากสถานีรถไฟอ่ตู ะเภาประมาณ 3 กม. ขนุ นิพทั ธ์ฯ จึงไดท้ า การซ้ือที่ป่ าตน้ เสมด็ จานวน 50 ไร่ ตามท่ีต้งั ใจไวเ้ ป็นเงินจานวน 175 บาทจาก ชาวบา้ นผถู้ ือกรรมสิทธ์ิท่ีดินบริเวณน้นั โดยการผา่ นนายหนา้ ช่วยติดต่อซ้ือขายคือ ผใู้ หญ่บา้ นหนู (เปี ยก) จนั ทร์ประทีป และผใู้ หญบ่ า้ นพรหมแกว้ คชรัตน์ ซ่ึงเป็น ผใู้ หญ่บา้ นที่อาศยั อยทู่ ี่หมบู่ า้ นเก่าแก่มีมาชา้ นานแห่งหน่ึงเรียกวา่ “บ้านหาดใหญ่” “บา้ นหาดใหญ่” มีบา้ นเรือนต้งั อยสู่ องฟากทางรถไฟสายใตอ้ ยทู่ างทิศใตข้ องสถานี รถไฟหาดใหญ่เลียบริมฝั่งคลองเตยไปทางดา้ นตะวนั ออก เป็นหมบู่ า้ นเก่าแก่แห่ง หน่ึงของอาเภอเหนือ (ต่อมาเปล่ียนเป็นอาเภอหาดใหญใ่ นปี พ.ศ. 2460) ลูกหลาน ของชาวบา้ นท่ีอาศยั อยทู่ ่ีบา้ นหาดใหญ่ ไดท้ าการสารวจและทาหลกั ฐานข้ึนอยา่ งไม่ เป็นทางการในปี พ.ศ. 2457 พบวา่ เฉพาะฝ่ังถนนศรีภูวนารถเลียบริมฝั่งคลองเตยไป ทางดา้ นตะวนั ออก มีบา้ นเรือน 9 หลงั ต้งั อยทู่ ่ีหมู่ท่ี 3 บา้ นหาดใหญ่ อาเภอเหนือ ส่วนบริเวณทางตอนเหนือของสถานีรถไฟหาดใหญ่ ต้งั แตบ่ ริเวณถนนนิยมรัฐ (หรือ ท่ีต้งั ของโรงแรมโฆษิต) เร่ือยไปจนถึงที่ทาการตารวจรถไฟถึงบริเวณวดั โคกสมาน คุณ ตลอดจนริมถนนเพชรเกษมจนถึงวงเวยี นน้าพุ เรียกวา่ “บ้านโคกเสมด็ ชุน” ป่ าโคกเสมด็ ชุนในปี พ.ศ. 2455 มีผคู้ นเขา้ ไปอาศยั อยนู่ อ้ ยมาก มีชาวบา้ นจากแหล่ง ใกลเ้ คียงเขา้ ไปทาไร่บา้ งเท่าน้นั
“ถนนเจยี กซี ี” หลงั จากที่ขนุ นิพทั ธฯ์ ไดซ้ ้ือป่ าตน้ เสมด็ แลว้ กท็ าการถางป่ าจนเป็นพ้นื ที่ กวา้ งใหญ่ และไดล้ งทุนสร้างหอ้ งแถวหา้ หอ้ งในปี พ.ศ. 2459 โดยใชไ้ ม้ กลมมาทาเป็นเสาสร้างบา้ น และมีหลงั คามุงจาก ท่านตดั ถนนเป็นดินสาย แรกข้ึนเรียกวา่ “ถนนเจยี กซี ี” หอ้ งแถวหา้ หอ้ งแรกน้ีท่านสร้างอยใู่ กลก้ บั เขตรถไฟ เขตรถไฟน้ีทางการไดข้ อซ้ือที่ดินจากท่านในราวปี พ.ศ. 2458 กินเน้ือที่เป็น บริเวณกวา้ งจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ตลอดริมถนนท้งั สองฟากของถนน ธรรมนูญวถิ ีจรดร้านถ่ายรูปโปจินและธนาคารนครหลวงไทย จากดั ตลอดจนบริเวณสนามฟตุ บอลดา้ นขา้ งธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์ บา้ นสามหลงั แรกในจานวนหา้ หอ้ งของท่าน ท่านนามาใชเ้ ป็นบา้ นพกั ส่วนตวั หลงั หน่ึง เป็นร้านขายของชาหลงั หน่ึง อีกหลงั หน่ึงทาเป็นโรงแรม ช่ือวา่ โรงแรมซีฟัด ส่วนอีก สองหลงั ไดเ้ ช่าใหผ้ อู้ ื่นทาเป็นโรงแรมเช่นกนั เรียกวา่ โรงแรมเดี๋ยนไหแ้ ละโรงแรมหยก่ี ี บา้ นหลงั แรกที่ท่านเร่ิมสร้างน้นั ปัจจุบนั (หมายถึงในพ.ศ. 2528 – กองบก. ออนไลน์) คือที่ต้งั ของธนาคารนครหลวงไทย จากดั ถนนเจียกีซีสายแรก ของท่านน้นั ปัจจุบนั (หมายถึงในพ.ศ. 2528 – กองบก.ออนไลน์) ได้ เปลี่ยนเป็นถนนธรรมนูญวถิ ี
“บ้านหาดใหญ่” ในระหวา่ งท่ีขนุ นิพทั ธ์ฯและครอบครัว ยา้ ยมาอยทู่ ่ีหอ้ งแถวท่ีท่านสร้างข้ึน ใหม่น้นั ท่านมีการติดต่อจดหมายกบั ชาวมลายเู สมอ แต่บริเวณท่ีทา่ นพกั อาศยั พร้อมเพ่อื นบา้ นน้ีเคย เป็นป่ าตน้ เสมด็ ไม่มีช่ือเรียกเป็นทางการ เพื่อเป็น การสะดวกในการติดต่อกบั ชาวตา่ งประเทศ ท่านได้ใช้ช่ือ “บ้านหาดใหญ่” ซึ่งเป็ นช่ือของหมู่บ้านใกล้เคยี ง เป็ นสถานทตี่ ิดต่อส่งจดหมายมายงั จุดหมาย ปลายทางกป็ รากฏว่าส่งได้ถูกต้อง ประมาณอีก 2 ปี ถดั มา ขนุ นิพทั ธ์ฯ ไดส้ ร้างหอ้ งแถวหลงั คามุงจากเพิ่มข้ึนอีก หลายหอ้ ง โดยการสร้างต่อจากหอ้ งแถวหา้ หอ้ งแรกไปทางตะวนั ออก ปัจจุบนั (หมายถึงในพ.ศ. 2528 – กองบก.ออนไลน)์ คือร้านขายหนงั สือ หนานหยาง ร้านรอแยล ร้านสวนสน (ส่ีแยกนิพทั ธอ์ ุทิศ 2 ตดั กบั ถนน ธรรมนูญวิถี) ภายหลงั ตอ่ มาหอ้ งแถวช่วงหลงั น้ีท่านไดข้ ายใหก้ บั เจา้ คุณอรรถ กวีสุนทร หอ้ งแถวที่ขนุ นิพทั ธฯ์ สร้างข้ึนน้ี ไดก้ ลายเป็นท่ีคึกคกั มีผคู้ นสญั จรไปมา มากมาย ประจวบกบั สมยั น้นั กรรมกรสวนยางและกรรมกรเหมืองแร่เริ่มเขา้ มาอาศยั อยเู่ พม่ิ ข้ึนเรื่อย ๆ จนมีชื่อเรียกหอ้ งแถวของขนุ นิพทั ธฯ์ วา่ “ตลาดโคก เสม็ดชุน” ทา่ นเริ่มสร้างหอ้ งแถวสองหอ้ งแรกท่ี เป็นหอ้ งแถวสองช้นั หลงั คามุง กระเบ้ือง โดยสร้างอยฝู่ ั่งตรงขา้ มกบั หอ้ งแถวหา้ หอ้ งแรก ไวใ้ ชเ้ ป็นสานกั งาน ส่วนตวั คือ สานกั งาน ย้ซี ุน้ ชอง (ปัจจุบนั ในพ.ศ. 2528 คือที่ต้งั ของร้านถ่ายรูป โปจิน) หลงั ติดกนั เป็นโรงแรมของท่านเอง ชื่อวา่ โรงแรมว้นั ออนฝ่ อ
“สถานีหาดใหญ่” ในระยะเวลาไลเ่ ลี่ยกนั น้ีเอง คุณพระเสน่หามนตรี นายอาเภอคนแรกของ อาเภอหาดใหญ่กไ็ ดใ้ หค้ นมาเช่าที่ของทา่ นไวป้ ลูกร้านคา้ หรือที่พกั อาศยั โดยการใชเ้ สาไมก้ ลมมาสร้างพร้อมท้งั ใชห้ ลงั คามุงจากเช่นกนั คือดา้ นทิศ เหนือถนนธรรมนูญวถิ ี ระหวา่ งนิพทั ธ์อุทิศ 1 ถึงนิพทั ธ์อุทิศ 3 ปัจจุบนั หลงั จากท่ีทางการไดซ้ ้ือที่ดินจากขนุ นิพทั ธ์ ไวเ้ ป็นยา่ นรถไฟแลว้ อีก 3 ปี ต่อมา ไดม้ ีการโยกยา้ ยสถานีอู่ตะเภามายงั บริเวณเขตรถไฟ ขา้ ราชการหลาย ทา่ น พร้อมท้งั ปลดั เทศา ภิบาล นายไปรษณียไ์ ดเ้ ชิญขนุ นิพทั ธ์ฯไป ปรึกษาหารือเก่ียวกบั การต้งั ช่ือสถานีรถไฟแห่งใหมน่ ้ี ขนุ นิพทั ธ์ฯไดช้ ้ีแจง ในที่ประชุมถึงการท่ีท่านมีการติดตอ่ จดหมายกบั ชาวมลายโู ดยการใชช้ ่ือ หาดใหญ่ เป็นสถานที่ติดตอ่ ที่ประชุมเห็นชอบดว้ ยจึงไดเ้ สนอใหใ้ ชช้ ื่อวา่ “สถานีหาดใหญ”่ ในปี พ.ศ. 2467 ไดม้ ีการทาพธิ ีฉลองเปิ ดสถานีหาดใหญแ่ ละตลาดหาดใหญ่ ท่ีขนุ นิพทั ธ์ฯ เป็นผเู้ ริ่มก่อต้งั และวางผงั เมืองข้ึนเองดว้ ย
ได้รับการแต่งต้งั ให้เป็ นกรรมการสุขาภบิ าล เม่ือมีผคู้ นมาอาศยั อยมู่ ากข้ึนเร่ือย ๆ เช่นน้ี ขนุ นิพทั ธฯ์ ไดต้ ดั ถนน เพม่ิ ข้ึนอีกสามสาย พร้อม ๆ กนั คือ ถนนเจยี กซี ี 1 ถนนเจยี กซี ี 2 และ ถนนเจียกซี ี 3 ซ่ึงต่อมาไดเ้ ปลี่ยนเป็นถนนนิพทั ธ์อทุ ิศ 1 ถนนนิพทั ธ์ อทุ ิศ 2 และถนนนิพทั ธ์อทุ ศิ 3 ตามลาดบั (ชื่อ “นิพทั ธ”์ เป็นชื่อราชทิน นามของขนุ นิพทั ธ์ฯ ซ่ึงพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาประชาธิปกมี พระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานใหเ้ ม่ือปี พ.ศ. 2472) ถนนท้งั สามสายท่ีตดั ข้ึนใหม่น้ี ขนุ นิพทั ธฯ์ ไดส้ ร้างหอ้ งแถวเพ่ิมข้ึน ท้งั สองฟากถนนดว้ ย มีท่ีดินวา่ งเปลา่ บางส่วนท่ีทา่ นไดแ้ บ่งขายใหก้ บั ผอู้ ื่นเช่นกนั พร้อมกนั น้นั นายชีกิมหยง กไ็ ดช้ ่วยสร้างสรรคค์ วามเจริญ ใหก้ บั หาดใหญ่ โดยการสร้างตลาดชีกมิ หยง ทา่ นผนู้ ้ีมีท่ีดินวา่ งเปล่าอยู่ ทางดา้ นตะวนั ออกของทางรถไฟ (หรือฝั่งถนนเพชรเกษม) ทา่ นไดอ้ ุทิศ ที่ดินเพอ่ื สร้างโรงเรียนศรีนคร และไดต้ ดั ถนนหลายสาย เช่น ถนน ละมา้ ยประดิษฐ์ ถนนชีวานุสรณ์ ถนนฉยั ยากลุ และถนนเช่ือมรัฐ เป็น ตน้ ตลาดหาดใหญ่ไดเ้ ริ่มกลายเป็นศูนยก์ ลางธุรกิจ มีการทาการคา้ กบั ชาว มลายมู ากข้ึน เม่ือวนั ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2471 ทอ้ งที่ตลาดหาดใหญ่ได้ ถูกยกฐานะใหเ้ ป็นสุขาภิบาล ขุนนิพทั ธ์ฯ ได้รับการแต่งต้ังให้เป็ น กรรมการสุขาภบิ าลด้วย ตอ่ มาเม่ือวนั ที่ 7 ธนั วาคม 2478 ไดย้ กฐานะเป็น เทศบาลตาบลหาดใหญ่ และเม่ือวนั ท่ี 16 มีนาคม 2492 ไดย้ กฐานะเป็น เทศบาลเมืองหาดใหญ่
“ขุนนิพทั ธ์จีนนคร” ในราวปี พ.ศ. 2470 ขนุ นิพทั ธ์ฯได้ ยา้ ยครอบครัวจากหอ้ งแถวริมถนนเจียกีซี หรือ ถนนธรรมนูญวถิ ีในปัจจุบนั ไปอยทู่ ่ีฝั่งถนนเพชรเกษม แต่ท่านมิไดห้ ยดุ พฒั นา เมืองเพยี งเท่าน้ี ท่านยงั ไดล้ งทุนสร้างหอ้ งแถวบนที่ดินซ่ึงอยปู่ ลายถนนนิพทั ธ์ อทุ ิศ 1 (พ.ศ. 2528 คือที่ต้งั ของบริษทั ซูซูกิ จากดั ) สมยั น้นั ถนนสายน้ียงั เป็น สถานท่ีค่อนขา้ งเงียบเหงา ท่านจึงขายหอ้ งแถวเหล่าน้นั ในราคาต่ากวา่ ตน้ ทุน เพื่อ เป็นการชกั จูงใหผ้ คู้ นขยายแหล่งทากินออกไปใหก้ วา้ งข้ึนอีก ในสมยั รัชกาลที่ 7 พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาประชาธิปก เสดจ็ ประพาส ภาคใตไ้ ดพ้ จิ ารณาถึงคุณงามความดีและกิตติศพั ทอ์ นั เลื่องลือถึงความขยนั ขนั แขง็ ของท่านในการสร้างตนเองและพฒั นาตลาดหาดใหญ่จากป่ าตน้ เสมด็ ชุนมาเป็น เมืองใหญ่ของภาคใตจ้ ึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหท้ ่านเป็น “ขนุ นิพทั ธ์จนี นคร” และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ดว้ ย ในปี พ.ศ. 2472 เม่ือวนั ท่ี 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 มีการเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.อ.พระยาพหล พลพยหุ เสนา เป็นนายกรัฐมนตรี กไ็ ดก้ ราบทูลขอพระราชทาน เคร่ืองราชอิสริยาภรณ์ชา้ งเผือกช้นั สามแก่ท่าน จนกระทง่ั มาสมยั จอมพล ป. พบิ ูล สงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี กไ็ ดก้ ราบทูลขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ท้งั เหรียญตรา และเขม็ กวา่ 30 ชนิด ขนุ นิพทั ธ์ฯ ไดร้ ับอนุญาตใหแ้ ปลงสัญชาติเป็นไทยจากกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวนั ท่ี 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2482 ต่อมาเม่ือวนั ท่ี 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2484 ท่าน ไดร้ ับอนุญาตใหใ้ ชร้ าชทินนามเป็นช่ือตวั คือ “นิพทั ธ์” จากกระทรวงมหาดไทย และไดร้ ับอนุญาตใหจ้ ดทะเบียนนามสกุล “จริ ะนคร” จากกระทรวงมหาดไทย เม่ือวนั ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2487 ตามลาดบั 2
อทุ ศิ ท่ีดนิ วางผงั เมือง ตดั ถนน นบั ต้งั แต่ปี พ.ศ. 2459 เป็นตน้ มา ขนุ นิพทั ธ์ฯ ไดพ้ ยายามทาความเจริญใหก้ บั ทอ้ งถิ่นและเพ่ือที่จะทาใหห้ าดใหญ่เป็นชุมทางคมนาคม ท่านไดอ้ ุทิศท่ีดินและ วางผงั เมืองดว้ ยตนเองจากการตดั ถนนสายแรกข้ึนคือ 1. ถนนเจียกีซี (ต่อมาเปลี่ยนเป็นถนนธรรมนูญวิถี) และไดต้ ดั ถนนสายต่างๆ เพม่ิ ข้ึนอีก ดงั น้ี 2. ถนนเจียกีซี สาย 1 (ต่อมาเปลี่ยนเป็นถนนนิพทั ธ์อุทิศ 1) 3. ถนนเจียกีซี สาย 2 (ต่อมาเปลี่ยนเป็น ถนนไทยอิสระ แลว้ เปล่ียนอกี เป็น ถนนนิพทั ธ์อทุ ิศ 2) 4. ถนนเจียกีซี สาย 3 (ต่อมาเปล่ียนเป็นถนน 24 มิถุนาฯ แลว้ เปลี่ยนอีกเป็น ถนนนิพทั ธ์อุทิศ 3) หลงั จากท่ีท่านไดย้ า้ ยไปอยฝู่ ั่งถนนเพชรเกษมแลว้ ท่านยงั ไดพ้ ฒั นาท่ีดินแถบน้นั อีก โดยการอุทิศท่ีดินใหก้ บั เทศบาลเมืองหาดใหญ่เพื่อตดั ถนนอีก 30 สาย เช่น 5. ถนนนิพทั ธ์สงเคราะห์ 1 6. ถนนนิพทั ธ์สงเคราะห์ 2 7. ถนนนิพทั ธ์สงเคราะห์ 3 8. ถนนนิพทั ธ์สงเคราะห์ 4 9. ถนนนิพทั ธ์สงเคราะห์ 5 10. ถนนซอยนิพทั ธ์สงเคราะห์ รวม 24 สาย 11. ถนนจิระนคร
อนุสาวรีย์ของท่านขุนนิพทั ธ์จนี นคร เพ่อื เป็นอนุสรณ์ใหล้ ูกหลานชาวหาดใหญ่ไดศ้ ึกษาและจารึกถึง คุณงามความดีในดา้ นการเสียสละเพ่อื ส่วนรวมและความมี ระเบียบแบบแผนในการพฒั นาและวางผงั เมืองของ ท่านขนุ นิพทั ธ์จีนนคร เทศบาลเมืองหาดใหญ่ ไดส้ ร้างอนุสาวรียข์ องท่าน ขนุ นิพทั ธ์จีนนครข้ึนที่สนามกีฬาจิระนคร อ้างถงึ 1. หนงั สือชีวประวตั ิขนุ นิพทั ธจ์ ีนนคร จากบนั ทึกคาบอกเล่าของขนุ นิพทั ธฯ์ พิมพใ์ นปี พ.ศ. 2507 2. ชีวประวตั ิขนุ นิพทั ธ์จีนนคร จากทาเนียบกระทรวงมหาดไทย 3. ตามประกาศในราชกิจจานุบกษา เล่ม 66 15 มีนาคม 2492 เร่ืองการยก ฐานะตลาดหาดใหญ่ 4. จากบนั ทึกความทรงจาของคุณพลบั ไชยะวงศ์ เร่ือง “บา้ นหาดใหญ่”
หนงั สอื เล่มน้จี ดั ทำขน้ึ เพอ่ื เผยแพรโ่ ดยหอ้ งสมดุ ประชำชนอำเภอ หำดใหญ่ ศนู ยก์ ำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอธั ยำศยั อำเภอหำดใหญ่ สำนกั งำนกำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอธั ยำศยั จงั หวดั สงขลำ พทุ ธศกั รำช 2563 คณะผจู้ ดั ทำ ทป่ี รกึ ษำ : นำยไพโรจน์ คเชนทองสวุ รรณ์ ผอู้ ำนวยกำรศนู ยก์ ำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอธั ยำศยั อำเภอหำดใหญ่
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: